นิทานก่อนตาย

  • 0% Rating

  • 0 Vote(s)

  • 1,533 Views

  • 61 Comments

  • 55 Favorites

แชร์นิยายเรื่องนี้

  • Month Views
    101

    Overall
    1,533

ตอนที่ 52 : Uthong ปฐมกษัตริย์ไทย

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 25
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 1 ครั้ง
    9 ธ.ค. 61

สวัสดีท่านผู้อ่านที่รัก โฮเมอร์กลับมารับใช้ทุกท่านอีกครั้งเป็นประจำทุกสัปดาห์ แต่สำหรับสัปดาห์นี้ โฮเมอร์ขอออกตัวไว้ก่อน ว่าไม่ค่อยสบายเพราะหวัดลงคอ ก็เลยต้องขออนุญาตอู้สักนิดหน่อย
ที่ว่าต้องขออู้สักหน่อย เพราะว่าปกติโฮเมอร์จะหาข้อมูลจากอินเตอร์เน็ต ข้อดีก็คือมันมีเกือบทุกอย่างที่เราอยากรู้ แต่ข้อเสียก็คือความน่าเชื่อถือของข้อมูล โฮเมอร์ก็เลยต้องอ่านเทียบหลายเวบหน่อย บางเรื่องมีหนังสือพอเป็นแนวทาง อีกอย่างคือเวบที่โฮเมอร์หาข้อมูล ส่วนใหญ่จะเป็นภาษาอังกฤษ เพราะข้อมูลภาษาไทยนั้น น้อยนิดเมื่อเทียบกับความรู้ที่ยังมีอีกมากมายในโลกนี้ แต่โฮเมอร์ก็ไม่ได้เก่งภาษาอังกฤษขนาดคุยกับฝรั่งเป็นคุ้งเป็นแคว ก็ต้องอาศัยเปิดดิคชันนารี่บ้าง
อ่ะ ฝอยไปไกล จะบอกว่างวดนี้โฮเมอร์ต้องขออนุญาตอู้เล็กน้อยเพราะสุขภาพไม่อำนวย ด้วยการเปิดหนังสือเล่ามันซะเล่มเดียวเพียวๆนี่แหละ แถมเป็นภาษาไทยด้วย เลยค่อนข้างสบายหน่อย
ไหนๆโฮเมอร์ก็เห็นว่าละครบุพเพสันนิวาสเพิ่งจบไปหมาดๆ เลยอยากจะเขียนอะไรใกล้ตัวสักหน่อย จากครั้งก่อนโฮเมอร์ได้เล่าถึงพระนางฮิมิโกะ ราชินีในตำนานของญี่ปุ่น งวดนี้ก็จะขอเล่าถึงปฐมกษัตริย์ผู้สร้างอาณาจักรไทยกันบ้าง พระองค์คือ สมเด็จพระราชา รามาธิบดี ศรีสุรินทรบรมจักรพรรดิราชราเมศวร ธรรมมิกราชบรมเดโชชัยบรมเทพ ตรีภูวนาธิเบศร์บรมบพิตร พระเจ้าอู่ทอง ชื่อยาวเฟื้อย แต่ส่วนใหญ่จะเรียกกันสั้นๆแค่ พระเจ้าอู่ทอง
อันที่จริง นอกจากเรื่องของเทพปกรณัมแล้ว โฮเมอร์ก็มีความสนใจในประวัติศาสตร์ แต่เนื่องจากมีหลายเพจนำเสนอประวัติศาสตร์ไทยกันไปเยอะแล้ว และเมื่อพูดถึงประวัติศาสตร์ไทยก็มีแนวโน้มจะดราม่ากันสูง โฮเมอร์เลยอยากจะเลี่ยงๆ แต่พอดีได้อ่านบันทึกของฟานฟลีต หรือที่บางคนเรียกว่าวันวลิต เห้นว่าออกไปทางตำนานน่าสนใจ เลยอยากจะหยิบมาเล่าสู่กันฟัง
ขอกล่าวถึงวันวลิต หรือชื่อเต็มๆ คือ เยเรเมียส ฟานฟลีต (Jeremias van vliet) เขาคือชาวดัตช์ที่เข้ามารับหน้าที่ผู้จัดการสถานีการค้าดัตช์อีสต์อินเดีย ที่กรุงศรีอยุธยา ในปี พ.ศ. 2176
วันวลิตเป็นคนใฝ่รู้ เขาใช้เวลาว่างค้นคว้าข้อมูลเกี่ยวกับสยาม เขียนเป็นหนังสือทั้งหมดสี่เล่ม ส่วนใหญ่ได้รับการแปลเป็นภาษาไทย
หนึ่งในสิ่งที่วันวลิตให้ความสนใจเกี่ยวกับสยาม คือประวัติการก่อตั้งราชอาณาจักร และการสืบสันตติวงศ์ วันวลิตได้พยายามสืบเสาะถึงปฐมกษัตริย์ผู้สร้างราชอาณาจักรสยาม และได้ยินเรื่องราวเกี่ยวกับพระเจ้าอู่ทอง
ตำนานของพระเจ้าอู่ทอง ย้อนไปเมื่อราวสามร้อยปีก่อนยุคของวันวลิต ถ้าจะนับกันในยุคเราก็เกือบๆเจ็ดร้อยปี โดยกล่าวว่า พระเจ้าอู่ เป็นราชโอรสของพระเจ้ากรุงจีน แต่พระองค์มีอุปนิสัยไม่ค่อยดี ชอบล่วงละเมิดภรรยาขุนนางหลายคน จนขุนนางรวมตัวกันไปฟ้องพระเจ้ากรุงจีนผู้เป็นบิดา พระเจ้ากรุงจีนจึงได้สั่งเนรเทศพระเจ้าอู่ไปให้พ้นเสียจากอาณาจักร
พระเจ้าอู่ไม่ได้ไปตัวเปล่า แต่พระบิดายังปราณี มอบเรือและผู้คน รวมทั้งทรัพย์สินจำนวนหนึ่งสำหรับไปตั้งตัว ทรงรอนแรมไปจนถึงเมืองหนึ่ง ชื่อว่าปัตตานี แต่ที่นั่นมีผู้คนหนาแน่นแล้ว จึงออกรอนแรมต่อไปเพื่อหาที่สร้างเมืองของตัวเอง
ทรงล่องเรือต่อไป จนพบที่สร้างเมือง ทรงสร้างเมืองลังกาสุกะขึ้น แล้วก็รอนแรมขึ้นไปสร้างเมืองลิกอร์ หรือนครศรีธรรมราชต่อ แล้วก็สร้างเมืองอีกหลายเมือง
กระทั่งทรงแล่นเรือขึ้นมาถึงเกาะแห่งหนึ่งซึ่งตั้งอยู่กลางแม่น้ำ เห็นเป็นชัยภูมิที่ดีมาก แต่กลับไม่มีสิ่งก่อสร้างหรือผู้คนอยู่เลย จึงเกิดสงสัย กระทั่งพบกับฤๅษีตนหนึ่ง ได้บอกพระองค์ว่าเกาะแห่งนี้ชื่อว่า อยุธยา และกล่าวอีกว่ากลางเกาะแห่งนี้ มีบ่อน้ำแห่งหนึ่ง ภายในบ่อน้ำมีนาคตนหนึ่งอาศัย มันได้พ่นพิษออกมาทำให้ผู้คนป่วยด้วยโรคระบาด ทำให้ไม่มีใครจะอาศัยบนเกาะแห่งนี้ได้
พระเจ้าอู่ได้ถามฤๅษีว่าหากฆ่านาคตนนั้นแล้วถมบ่อเสียจะได้หรือไม่ ฤๅษีตอบว่าหากจะทำเช่นนั้น ต้องหาฤๅษีตนหนึ่งมาทิ้งลงไปในบ่อเป็นพลีกรรม ซึ่งฤๅษีตนนั้นจะต้องมีรูปร่างหน้าตาเหมือนตนทุกอย่าง พระเจ้าอู่ก็ให้ทหารไปค้นหาฤๅษีที่จะมาทำพลีกรรม
ระหว่างนั้น ฤๅษียังให้คำแนะนำอีกว่า หากทรงสร้างเมืองแล้ว ถ้าต้องการจะประทับด้วยความเกษมสำราญ จะต้องปฏิบัติสามสิ่งด้วยกัน
หนึ่ง คือต้องยิงธนูออกไปแล้วจับลูกธนูกลับคืนสู่แล่ง สอง ให้พระองค์พอกมูลโคลงบนตัวทุกวัน สาม ให้พระองค์เป่าเขาสัตว์ทุกวัน
พระเจ้าอู่ทรงแก้ปริศนาด้วยปัญญา อย่างแรก พระองค์ทรงพายเรือไปกลางน้ำ ยิงธนูขึ้นไปเหนือน้ำแล้วช้อนลูกธนูที่ไหลลงมากลับเข้าสู่แล่ง อย่างที่สอง พระองค์ได้ใช้เมล็ดข้าวผสมกาวเล็กน้อย ติดลงบนตัว โดยบอกว่าข้าวจะไม่งอกงามหากมิได้มูลโคที่เป็นปุ๋ย และสาม พระองค์มวนใบพลูเป้นหมากแล้วเสวย มองดูคล้ายเสน่งหรือเขาสัตว์ที่ใช้เป่าทำพิธี
ฤๅษีเห็นแล้วก็สรรเสริญในปัญญาของพระเจ้าอู่ ขาดอยู่แต่เรื่องหนึ่ง คือฤๅษีที่จะนำมาทำพิธีพลีกรรม
ข้อนี้พระเจ้าอู่ชวนฤๅษีมาคุยกันเงียบๆข้างสระกลางเกาะอยุธยา ขณะที่ฤๅษียังไม่รู้ตัว พระเจ้าอู่ก็ถีบฤๅษีลงสระ แล้วสั่งทหารให้กลบสระนั้นเสีย
นับแต่นั้น นาคร้ายที่พ่นพิษทำให้ผู้คนป่วยก็หายสาปสูญไป และกรุงศรีอยุธยาก็รุ่งเรืองต่อมาอีกหลายร้อยปี



ภาพประกอบ : อนุสาวรีย์พระเจ้าอู่ทอง จังหวัดอยุธยา ภาพถ่ายจากวิกิพีเดีย
ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 1 ครั้ง

1 ความคิดเห็น

  1. #37 อำพันเชอรี่ (@markread) (จากตอนที่ 52)
    วันที่ 9 ธันวาคม 2561 / 08:52
    นึกแล้วเชียวว่า ฤาษีคงจบไม่สวย ก็เล่นแนะนำซะ ฤาษีต้องมีหน้าตาเหมือนตนทุกประการ

    คิดได้จะได๋นี่ เฮ่อ
    #37
    1
    • #37-1 masked v (@masked_v) (จากตอนที่ 52)
      9 ธันวาคม 2561 / 13:33
      กำหนดเสปคมาฆ่าตัวเองชัดๆ
      #37-1