นิทานก่อนตาย

  • 0% Rating

  • 0 Vote(s)

  • 1,530 Views

  • 60 Comments

  • 55 Favorites

แชร์นิยายเรื่องนี้

  • Month Views
    98

    Overall
    1,530

ตอนที่ 49 : Tezcatlipoca เทพจอมทำลายล้าง

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 25
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 1 ครั้ง
    16 พ.ย. 61

สวัสดีท่านผู้อ่านที่รัก เวลาช่างผ่านไปไวจริงๆ เผลอแป๊บเดียวก็ใกล้จะสิ้นเดือนมีนาคมแล้ว และก่อนจะสิ้นเดือนมีนาคม โฮเมอร์ก็ได้เตรียมเรื่องราวของจอมโหดรายสุดท้ายมาให้ทุกท่านได้อ่านกัน
เมื่อพูดถึงเหล่าจอมโหด จะไม่พูดถึงเหล่าเทพเจ้าของชาวแอซเท็กก็กระไรอยู่ เพราะทุกท่านก็คงทราบกันดีถึงกิตติศัพท์ความโหดหินของชนเผ่านี้กันดีอยู่แล้ว และในบรรดาเทพเจ้าของชาวแอซเท็ก ไม่มีเทพเจ้าองค์ไหนจะโหดขริงไปกว่าเทพเจ้า เทซก้าทริโปกา(Tezcatlipoca) อีกแล้ว
เทพเจ้าเทซก้าทริโปกา เป็นหนึ่งในเทพเจ้าหลักของชาวแอซเท็ก เป็นบุตรของเทพโอเมเทโอทลิ(Ometeotl) ซึ่งโอเมเทโอทลิไม่ได้มีองค์เดียว แต่มีสององค์ คือโอเมเทคูฮทลิ(Ometecuhtli) และโอเมซิฮัวทลิ(Omecihuatl) ทวิเทพเป็นตัวแทนของทวิลักษณ์ ความผสมกลมกลืนระหว่างสิ่งตรงข้าม คล้ายๆกับหยินหยางของลัทธิเต๋า
ในตำนานการสร้างโลกของชาวแอซเท็ก ที่เรียกว่าตำนานดวงอาทิตย์ทั้งห้า(Five Suns) กล่าวว่าจักรวาลเริ่มจากความว่างเปล่า กระทั่งเกิดเทพเจ้าโอเมเทโอทลิ ผู้เป็นตัวแทนของพลังอำนาจในด้านที่ตรงกันข้าม ทั้งความดีและความเลว, ความมืดและความสว่าง, ไฟและน้ำ, หญิงและชาย ฯลฯ
ทวิเทพร่วมกันสร้างบุตรขึ้นมาสี่องค์ คือเทซก้าทริโปกาขาว, เทซกาทริโปกาน้ำเงิน, เทซก้าทริโปกาแดง และเทซก้าทริโปกาดำ ฟังดูเหมือนโปเกมอน แต่จริงๆทั้งสี่ต่างก็มีชื่อของตัวเอง(ไม่งงดิ ไม่งง)
โดยเทซก้าทริโปกาขาว คือเทพเคทซาลโคอัทลิ(Quetzalcoatl) เทพเจ้างูผู้ประจำทิศตะวันตก เทพแห่งแสงสว่าง ลมพายุ และความเมตตา
เทซก้าทริโปกาน้ำเงิน คือวิทซิโลโพชทลิ(Huitzilopochtli) เทพเจ้าแห่งสงครามผู้ประจำทิศใต้
เทซก้าทริโปกาแดง คือซิเป โทเทค(Xipe Totec) เทพแห่งทองคำ การเกษตร และฤดูร้อน ผู้ประจำอยู่ทางทิศตะวันออก
และสุดท้าย เทซก้าทริโปกาดำ เป็นองค์เดียวที่ไม่มีชื่ออื่น เพราะฉะนั้นเมื่อกล่าวถึงเทพเจ้าเทซก้าทริโปกา จึงมักจะหมายถึงเทซก้าทริโปกาดำองค์นี้นี่เอง
เทพเทซก้าทริโปกาดำ เป็นเทพแห่งทิศเหนือ เทพแห่งรัตติกาล, ลมพายุ, เวทมนต์ เป็นเทพแห่งสงครามและความงาม นอกจากนี้ยังเป็นเทพแห่งผืนปฐพีไปด้วย
พระองค์มีร่างแปลงและสัตว์บริวารเป็นเสือดาว จึงมีอีกฉายาว่าเทพเสือดาว อันเป็นสัวตว์นักล่าขั้นสุดยอดของชาวแอซเท็ก กล่าวกันว่าเทซก้าทริโปกา เป็นเทพเจ้าที่ยุติธรรมนัก เพราะไม่เคยอยู่ฝ่ายใดเลย ไม่ว่าจะดีหรือร้าย เพราะฉะนั้นจึงรับบทบาทเป็นเทพแห่งการลงทัณท์ไปด้วย
หลายท่านอาจจะพอทราบว่าความเชื่อของชาวแอซเท็กมักวนเวียนเกี่ยวกับดวงอาทิตย์ ซึ่งตามตำนานของชาวแอซเท็ก ดวงอาทิตย์หาได้มีดวงเดียว หากแต่มีถึงห้าดวงด้วยกัน แต่ไม่ได้โผล่มารวดเดียวห้าดวง แต่เป็นการเล่าถึงยุคสมัยทั้งห้ายุคด้วยกัน ซึ่งดวงอาทิตย์ที่เราเห็นอยู่ทุกวันนี้ นับเป็นดวงที่ห้า
ตามตำนานดวงอาทิตย์ทั้งห้า ซึ่งเป้นเรื่องเล่าเก่าแก่เกี่ยวกับการสร้างโลกของชาวแอซเท็ก เชื่อกันว่าเรื่องราวนนี้ถูกบอกเล่ากันมาในช่วง ค.ศ. 1000-1697
ตำนานกล่าวว่า เทพโอเมเทโอทลิได้ให้กำเนิดบุตรมาสี่องค์ด้วยกัน แต่ละองค์ก็มีฐานะเป็นสุริยเทพ(ตรงนี้โฮเมอร์เข้าใจว่า ดวงอาทิตย์เป็นเหมือนพลังพิเศษประจำเทพแต่ละองค์)
แต่ในช่วงแรก เทพทั้งสี่ไม่สามารถสร้างสิ่งใดขึ้นมาได้เลย เนื่องจากมีสัตว์ร้ายนามว่า ซิพัคลิ(Cipactli) มันเป็นสัตว์ร้ายที่รูปร่างเหมือนจระเข้ยักษ์ ที่คอยเขมือบทุกอย่างที่เทพเจ้าสร้างขึ้น จนเหล่าเทพเจ้าคิดว่าคงไม่สามรถสร้างอะไรได้หากว่ายังมีซิพัคลิอยู่ เทพทั้งสี่จึงต้องวางแผน ร่วมมือกันสังหารซิพัคลิ
เทซกาทริโปกา เป็นเทพผู้เสียสละ ใช้เท้าของตนเป็นเหยื่อล่อให้ซิพัคลิเข้ามากิน เทพที่เหลือจึงรุมสังหารซิพัคลิเป็นผลสำเร็จ และเริ่มสร้างโลกจากร่างของซิพัคลินี่เอง
ในยุคแรก เทพเจ้าได้สร้างมนุษย์ที่มีขนาดร่างกายใหญ่โตขึ้นมา แต่ก็เกิดการต่อสู้กันระหว่างเทพเจ้า เมื่อเคทซาโคอัทลิได้ใช้กระบองฟาดเทซกาทริโปกาลงมาบนโลก เนื่องจากเทซกาทริโปกาสูญเสียขาและดวงอาทิตย์ของตนไปในการจับซิพัคลิ(โถ อุตส่าห์เสียสละ ส่วนขานี่ไม่รู้ว่าพิการฐาวรเลยหรือเปล่า)
เมื่อสูญเสียดวงอาทิตย์ดวงแรก โลกเข้าสู่ความมืดมิด เทซก้าทริโปกาที่ลงมาบนโลกได้กลายร่างเป็นเสือดาวและกัดกินมนุษย์ยุคแรกไปจนหมด
เข้าสู่ยุคที่สอง เคทซาโคอัทลิได้สร้างดวงอาทิตย์ดวงใหม่ด้วยพลังของพระองค์ และสร้างมนุษย์รุ่นที่สองขึ้นมา แต่มนุษย์ยุคสองพากันละเลยการบวงสรวงเทพเจ้า เทซกาทริโปกาทรงพิโรธ จึงสาปให้มนุษย์เหล่านี้กลายเป็นลิงไปจนหมด ก่อนจะโดนเคทซาโคอัทลิเป่ากระเด็นไปด้วยพายุ
ในยุคที่สาม เทพเจ้าทลาลอค(Tlaloc) เทพแห่งสายฝนและความอุดมสมบูรณ์ได้สร้างดวงอาทิตย์และมนุษย์ขึ้นมาใหม่อีกรุ่น แต่แล้วก็เกิดเรื่องขึ้นอีก เมื่อเทซก้าทริโปกาได้ล่อลวง โชกิเกทซาล(Xochiquetzal) ผู้เป็นภรรยาของทลาลอคไป ทำให้ทลาลอคโศกเศร้าอย่างหนัก จนบันดาลฝนเพลิงเทกระหน่ำ ล้างพันธุ์มนุษย์รุ่นที่สามจนสิ้น
มาถึงยุคที่สี่ ครั้งนี้เทพทลาลอคได้ภรรยาองค์ใหม่ นามว่าคาลคีวีทลิเคว(Chalchiuhtlicue) พระนางเป็นเทพีแห่งแม่น้ำและท้องทะเล ทรงโปรดปรานเหล่ามนุษย์เป็นอย่างยิ่ง เรื่องก็น่าจะไม่มีปัญหาอีก แต่แล้วเทซกาทริโปกาก็มาหาเรื่องอีก(พี่จะจงเกลียดจงชังมนุษย์ไปถึงไหน)
เทซก้าทริโปกาได้ยุแหย่คาลคีวิทลิเคว ว่ามนุษย์เหล่านี้หาได้มีความจริงใจ พวกมันแกล้งทำเป็นมีความรักและความเมตตาเพื่อกลบเกลื่อนความเห็นแก่ตัวที่มีลึกๆในใจ ทำให้คาลคีวิทลิเควเสียใจที่หลงโปรดปรานมนุษย์ ทรงบันดาลให้เกิดมหาอุทกภัย ท่วมมนุษย์รุ่นสี่จมน้ำตายไปจนหมด
การล้างโลกไปถึงสี่รอบ สร้างความไม่พอใจแก่เคทซาลโคอัทลิ พระองค์จึงไปชักชวนเทพเจ้าวิทซิโลโพชทลิให้สร้างดวงอาทิตย์ดวงใหม่ขึ้นมา เป็นดวงอาทิตย์ดวงที่ห้าซึ่งอยู่มาจนถึงทุกวันนี้ ส่วนเคทมซาลโคอัทลิได้ลงไปยมโลก โขมยเลือดและกระดูกจากมนุษย์รุ่นก่อนมาสร้างเป็นมนุษย์รุ่นที่ห้า ซึ่งมีชีวิตสืบมาจนถึงปัจจุบัน
เรื่องราวของดวงอาทิตย์ทั้งห้าดวง อาจจะสะท้อนเรื่องราวการก่อตั้งอาณาจักรแอซเท็ก ที่เผชิญกับภัยพิบัติมานับครั้งไม่ถ้วน กว่าจะก่อตั้งเป็นอาณจักรอันยิ่งใหญ่ ก่อนจะถูกชาวสเปนลบหายไปจากหน้าประวัติศาสตร์
และเนื่องจากการเผชิญหายนะมาหลายครั้งนี่เอง ทำให้ชาวแอซเท็กหวาดกลัวว่าดวงอาทิตย์จะหายไปจากท้องฟ้า ซึ่งหมายถึงการสูญพันธ์ของมนุษย์ในรุ่นที่ห้า พวกเขาจึงขยันบูชายัญ เพราะเชื่อว่าเทพเจ้าต้องการเลือดของมนุษย์ในการหล่อเลี้ยงดวงอาทิตย์ ขณะเดียวกัน ก็ยังต้องบูชายัญให้แก่เทพเทซก้าทริโปกา เพื่อให้พระองค์พอใจ และไม่หาเรื่องทำลายล้างโลกอีก
จากเรื่องราวทั้งห้ายุค แสดงให้เห็นถึงความโหด และแสบของเทพเจ้าเทซก้าทริโปกา ที่ทั้งทำลายมนุษย์ด้วยตัวเองและใช้วิธียุแหย่ เป็นตัวการล้างโลกมาแล้วถึงสี่ยุคด้วยกัน
แต่ชาวแอซเท็กก็ไม่ได้มองว่าเทซก้าทริโปกาเป็นเทพเจ้าที่ชั่วร้าย แต่มองว่าเฮียก็เป็นของเฮียแบบนี้ ก็ออกจะอินดี้หน่อยๆ คือไม่ว่าจะทั้งเทพเจ้าด้วยกัน หรือมนุษย์ เทซก้าทริโปกาก็ไม่ชอบขี้หน้าทั้งนั้น แต่ที่ไม่ชอบขี้หน้ามากที่สุด เห็นจะเป็นเคทซาโคอัทลิ เพราะเป็นต้นเหตุไล่แกลงมาจากสวรรค์ก่อน



ภาพประกอบ : หน้ากากเทพเจ้าเทซก้าทริโปกา ใช้สำหรับประกอบพิธีกรรม จาก ค.ศ. 1400-1521 หน้ากากทำเป็นรูปกะโหลก ทำจากหินออปซิเดียน อันเป็นหนึ่งในสัญลักษณ์ประจำตนของเทพเจ้าเทซกาทริโปกา แถบสีน้ำเงิน ทำจากเทอคอยซ์ จัดแสดงอยู่ที่ บริติช มิวเซียม
ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 1 ครั้ง

1 ความคิดเห็น

  1. #33 อำพันเชอรี่ (@markread) (จากตอนที่ 49)
    วันที่ 16 พฤศจิกายน 2561 / 10:14
    แหม การสร้างพระอาทิตย์กับเผ่าพันธุ์มนุษย์ดูง้ายง่ายเนอะ

    สร้างเอาสร้างเอา
    #33
    1
    • #33-1 masked v (@masked_v) (จากตอนที่ 49)
      16 พฤศจิกายน 2561 / 15:00
      นี่ยังไม่รู้ว่าจะหาเรื่องพังทิ้งแล้วสร้างใหม่อีกหรือเปล่านะ
      #33-1