นิทานก่อนตาย

  • 0% Rating

  • 0 Vote(s)

  • 1,213 Views

  • 47 Comments

  • 42 Favorites

แชร์นิยายเรื่องนี้

จำนวนแชร์
0

  • Month Views
    62

    Overall
    1,213

ตอนที่ 46 : Parashurama ผู้ล้างวงศ์กษัตริย์

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 15
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 1 ครั้ง
    25 ต.ค. 61

สวัสดีท่าผู้อ่านที่รักทุกท่าน โฮเมอร์กลับมารับใช้ท่านผู้อ่านอีกครั้ง พร้อมด้วยเรื่องราวตำนานอันสนุกสนานเฉกเช่นทุกสัปดาห์
เดือนที่แล้วเรามีแต่เรื่องรักๆใคร่ๆในดินแดนกรีก ไม่รู้ว่าท่านผู้อ่านจะเลี่ยนกันหรือยัง สัปดาห์นี้โฮเมอร์เลยว่าจะชวนท่านผู้อ่านเปลี่ยนบรรยากาศ มาเล่าเรื่องราวทางฝั่งเอเชียกันบ้าง
เมื่อไม่นานเท่าไหร่มานี้ มีข่าวเกรียวกราวของคุณป้าขวานซิ่งที่เป็นกระแสไปพักหนึ่ง ทำให้โฮเมอร์นึกถึงเรื่องราวตำนานของท่านผู้หนึ่ง ซึ่งมีศักดิ์เป็นถึงร่างนารายณ์อวตาร พอพูดถึงนารายณ์อวตาร หลายท่านคงจะนึกถึงรามาวตาร หรือพระรามอย่างคนไทยเรียก แต่อันที่จริง องค์นารายณ์ หรือ องค์วิษณุ ทรงแบ่งภาคอวตารลงมาหลายปางด้วยกัน โดยในแต่ละปางล้วนมีภารกิจเพื่อปราบยุคเข็ญ มิใช่จะลงมาเล่นๆ และอวตารร่างที่จะกล่าวถึงในครั้งนี้ ก็มีภารกิจในการลงมาเพื่อปราบยุคเข็ญอีกเช่นกัน เอ้า ล้อมวงกันเข้ามา
ในเทววิทยาของฮินดูนั้น ดูเหมือนจะเต็มไปด้วยคนขี้โมโห และคนขี้โมโหที่ปรากฏในตำนานฮินดูก็ล้วนแต่มีพลังอยู่ในระดับสูงกันทั้งนั้น เพราะถ้าไม่มีพลังก็คงได้แต่นั่งตีอกชกหัวตัวเองให้เจ็บเล่นเปล่าๆ
หนึ่งในตัวละครที่ขึ้นชื่อลือชาในเรื่องความขี้โมโห และโหดระดับท๊อปเท็น คือนารายณ์อวตารปางที่หก ผู้มีนามว่า ปรศุรามาวตาร(Parashurama) อันหมายถึง ร่างอวตารของรามผู้ทรงขวาน
ปรศุรามนี้ ผู้เชี่ยวชาญล้วนฟันธงกันว่า เป็นคนเดียวกันกับรามสูรที่คนไทยรู้จักกันดี แต่เรื่องราวของปรศุราม กับรามสูร ล้วนไปกันคนละเรื่อง ผู้รู้ท่านหนึ่งเคยบอกกับโฮเมอร์ว่า อันตำนานฮินดูที่แพร่หลายในไทยนั้น ส่วนใหญ่จะรับมาจากอินเดียทางตอนใต้ ที่ชาวทมิฬได้แต่งออกมาต่างจากฉบับออริจินอล ฉะนั้นจึงอย่าแปลกใจ ว่าทำไมรามเกียรติ์ของไทย ถึงได้มีหลายอย่างที่ไม่ตรงกับรามายณะที่เป็นต้นฉบับ เอาล่ะ เราลองมาฟังตำนานของปรศุรามกันดีกว่า ว่าจะต่างจากรามสูรที่คนไทยคุ้นเคยมากแค่ไหน
ปรศุราม ผู้เป็นร่างอวตารร่างที่หกของพระนารายณ์ กำเนิดมาในตระกูลพรามห์ ขณะที่รามสูรที่คนไทยรู้จัก มีรูปเป็นยักษ์ แถมบทบาทที่เราคุ้นเคย ก็เช่นการไล่ปล้ำ เอ๊ย พยายามแย่งแก้วจากนางมณีเมขลา ออกไปทางตัวโจ๊กที่โดนมณีเมขลาเล่นเจ้าล่อเอาเถิดอยู่เรื่อย แต่ปรศุรามออริจินอลนี่บอกได้เลย ว่าโหดระดับห้าดาว
ก่อนจะเล่าถึงกำเนิดของปรศุราม ขอท้าวความถึงศัตรูหลักที่ทำให้พระนารายณ์ต้องแบ่งภาคลงมาปราบเสียก่อน โดยต้นเหตุก็เกิดจากความขัดแย้งในระดับวรรณะ คือวรรณะพราห์ม และวรรณะกษัตริย์
สำหรับบิ๊กบอสที่ปรศุรมต้องเกิดมาเพื่อจะปราบ มีนามว่า อรชุน กรรตะวีรยะ(คนละคนกับอรชุนในมหาภารตะ)
อรชุน กรรตะวีรยะ เป็นกษัตริย์ระดับตำนาน เป็นคิงออฟคิง กษัตริย์เหนือกษัตริย์ผู้มีฤทธิ์เดชเกรียงไกร รบที่ไหนชนะที่นั่นไปทั่วทั้งสิบทิศ จนกษัตริย์น้อยใหญ่ล้วนศิโรราบ
เหตุที่กษัตริย์อรชุน กรรตะวีรยะ ทรงมีความเก่งกาจสามารถ เนื่องจากพระองค์เป็นศิษย์ของพระทัตตาเตรยะ ซึ่งพระทัตตาเตรยะหาใช่ธรรมดา เป็นอวตารร่างรวมของตรีมูรติ หรือมหาเทพทั้งสาม อันได้แก่ พระพรหม พระนารายณ์ และพระศิวะ มีอาจารย์ระดับพรีเมียมขนาดนี้ อรชุน กรรตะวีรยะ จึงมีอำนาจมาก ขอพรให้ตนมีมือถึงพันมือ แต่ละมือมีอาวุธอันทรงอิทธิฤทธิ์
ถามว่าอรชุน กรรตะวีรยะเก่งขนาดไหน ก็ต้องมีตัวละครมาเทียบเสกลพลัง และหวยก็มาออกที ราวณะ หรือ ทศกัณท์ที่คนไทยรู้จัก
ทศกัณท์เก่งขนาดระดับบอสใหญ่ในรามเกียรติ์ หรือรามยณะ แต่เมื่อมาเจอกับอรชุน กรรตะวีรยะ ก็ถูกตบกลิ้งเหมือนเด็กอมมือ(ก็สิบมือหรือจะสู้พันมือ)
เรื่องของเรื่อง ที่ราวณะห้าวเป้งไปลองดีกับอรชุน กรรตะวีรยะ ก็เพราะชื่อเสียงของกรรตะวีรยะนี่เอง ราวณะได้ยินว่ากรรตะวีรยะเป็นกษัตริย์ที่เก่งกาจที่สุดในหมู่กษัตริย์ เลยไปขอประลอง ผลคือแพ้ไม่เป็นท่า ถูกจับมัดประจานจนฤๅษีเปาสัตยะผู้เป็นบิดาต้องไปขอให้ท้าวกรรตะวีรยะช่วยปล่อยลูกตน จากนั้นทั้งสองก็ได้สาบานเป็นน้ำมิตรต่อกัน มิตรภาพลูกผู้ชายสุดๆ
แต่...จะฟันธงว่าอรชุน กรรตะวีรยะ เก่งกว่า ราวณะหรือทศกัณท์ ก็ไม่เชิงซะอทีเดียว เพราะในตอนนั้น ราวณะยังหนุ่มกระทง เรียกว่ายังไม่ถึงจุดพีค เพราะหลังจากพ่ายแพ้ต่อกรรตะวีรยะ ราวณะก็ซุ่มซ้อม ฝึกปรือฝีมือจนก้าวมาเป็นอสูรแถวหน้า
กลับมาถึงสาเหตุที่องค์นารายณ์ต้องอวตารลงมากันต่อ อรชุน กรรตะวีรยะ เก่งกาจจนรบชนะไปทั่วทุกทิศ บรรดากษัตริย์จึงได้ยกให้เป้นผู้นำ ไกล่เกลี่ยเมื่อเกิดเรื่องพิพาทต่อวรรณะพราห์ม แต่กรรตะวีรยะค่อนจะลำเอียงไปทางให้ท้ายพวกกษัตริย์ พวกพราห์มถูกเบียดเบียนมากๆ ก็ไปอ้อนวอนให้พระนารายณ์ลงมาปราบท้าวอรชุน กรรตะวีรยะ แท่น...เปิดโรงพระเอกซะที
มาว่าเรื่องกำเนิดของปรศุรามบ้าง ก็อย่างที่ร่ายมาซะยืดยาว ว่าปรศุรามคือร่างอวตารของพระนารายณ์ เพราะฉะนั้นพระเอกของเราจึงเก่งมหาเทพตั้งแต่กำเนิด เกิดมาก็เสปคแรงตั้งแต่ต้น
แต่ก่อนหน้านั้นในรุ่นปู่ คือฤๅษีฤจิก ผู้มีตบะเดชะสูงเช่นกัน ฤๅษีฤจิกได้ขอองค์หญิงสัตยาวดีมาเป็นภรรยา เรื่องมันเกิดขัดแย้งกันนิดหน่อย เพราะทางครอบครัวภรรยาซึ่งเป็นวรรณะกษัตริย์ อยากได้หลานชายที่มีความแข็งแกร่งเพื่อมาสืบวรรณะกษัตริย์ แต่ฤๅษีฤจิกอยากให้ลูกดำรงวรรณะพราห์มที่มีใจรักสงบ
มารดาขององค์หญิงสัตยาวดีขอให้ฤๅษีฤจิกขอพร ปรุงข้าวทิพย์ให้ตนเพราะอยากมีบุตรบ้าง ฤๅษีฤจิกปรุงข้าวทิพย์มาสองจาน จานหนึ่งตั้งใจจะให้ภรรยา จึงอธิษฐานให้บุตรที่เกิดมีนิสัยรักสงบ ส่วนจานที่มอบให้แม่ยาย ขอให้ได้บุตรที่กล้าหาญ ซึ่งแม่ยายก็ใช่อุบายสลับจานข้าว เมื่อฤๅษีฤจิกทราบเข้าก็โกรธมาก เลยขอให้อั้นผลจากคำอธิษฐานไว้ก่อน ให้ไปส่งผลในชั้นหลานแทน
นางสัตยาวดีได้ให้กำเนิดบุตรชาย และได้บวชเป็นพราห์มเช่นบิดา มีนามว่าชมทัคคี ฤๅษีชมทัคกีได้ไปสู่ขอองค์หญิงเรณุกา ธิดาของพระเจ้าปเสนชิตมาเป็นภรรยา งวดนี้จึงได้บุตรที่กล้าหาญแข็งแกร่งตามพรจากรุ่นปู่ซะที(ถ้าไม่อั้นไว้อาจจะได้ตบกรรตะวีรยะแต่เนิ่นๆ) โดยชมทัคกีและนางเรณุกามีบุตรด้วยกันห้าคน บุตรคนสุดท้ายมีนามว่าราม หรือต่อมาก็คือปรศุรามนั่นเอง
รามมีพลกำลังและกล้าหาญผิดกับวรรณะพราห์ม แต่ก็ได้เรียนรู้พระเวทจากบิดาตามแบบพราห์ม ปรศุรามได้ทำพิธีบูชาพระศิวะ และขอเป็นศิษย์ พระศิวะโปรดปรานรามมาก ประทานขวานเพชรให้ จึงได้ฉายาว่าปรศุราม และประทานอนุญาตให้ปรศุรามเข้าเฝ้าได้ทุกเวลา (ซึ่งต่อมาบัตรผ่านที่ปรศุรามได้ก็ทำให้ต้องไฝ้ว์กับพระพิฆเนศ และทำให้งาพระฆเณศหักอีก)
ปรศุรามเก็บเลเวล โดยเริ่มจากเสปกมหาเทพตั้งแต่เกิด ได้อาจารย์ระดับมหาเทพ แล้วก็ได้อาวุธโคตรเทพ แล้วยังได้พรจากบิดาผู้มีตบะสูงอีก
เรื่องของเรื่องมีอยู่ว่า นางเรณุกาภรรยาของฤษษีชมทัคกีบังเอิญไปเห็นพระราชาจิตรสมาพรอดรักกับมเหสีที่ลำธาร นางเรณุกาบังเกิดวูบวาบอ่อนไหว นึกถึงความสุขสบายในวังหลวงที่ตนจากมา เมื่อกลับถึงอาศรม ฤๅษีชมทัคกีเห้นภรรยามีท่าทีแปลกไป จึงคาดคั้นถาม เมื่อรู้ความก็โกรว่านางเรณุกามีจิตใจชั่วช้าลามก สั่งให้บุตรของตนสังหารนางเรณุกาเสีย
บุตรแต่ละคนไม่อาจสังหารแม่ตนเองได้ลง ต่างโดนฤๅษีชมทัคกีสาปให้วิปลาศไปต่างๆนานา จนมาถึงปรศุราม ปรศุรามจำต้องทำตามคำสั่งพ่อ กราบเท้าขอขมาต่อนางเรณุกาก่อนจะบั่นศีรษะ เมื่อทำตามคำสั่งแล้ว ฤๅษีชมทัคกีก็ประทานพรให้ปรศุรามสามประการด้วยกัน ปรศามขอประการแรกให้นางเรณุกาฟื้นขึ้นมา ประการที่สองขอให้พี่ๆทั้งสี่หายจากอาการวิปลาส ส่วนประการสุดท้ายขอให้ตนมีฤทธิ์เดชเกรียงไกร มีอายุยืนนาน ฤๅษีชมทัคกีก็ประทานให้ทั้งสามข้อ สรุปว่าเป็นการล้อเล่นกันขำๆในครอบครัว
ย้อนมายัง อรชุน กรรตะวีรยะบ้าง ก่อนจะเจอกับปรศุราม กรรตะวีรยะได้ถูกปราบเกรียน ประสบความพ่ายแพ้เป็นครั้งแรก เมื่อไปหาเรื่องกับฤๅษีวสฤษ ซึ่งมีโคสุรพี อันว่าโคสุรพีมิได้กินหญ้าเคี้ยวเอื้องไปวันๆ แต่เป็นของวิเศษที่เกิดจากการกวนเกษียรสมุทร มีความสามารถในการเนรมิตสิ่งต่างๆได้ดังใจ ฤๅษีวสฤษให้โคสุรพีเสกกองทัพออกมาแบบอันลิมิเต็ด จนในที่สุดกรรตะวีรยะก็พ่ายแพ้ไปแบบหมดรูป
กรรตะวีรยะเก็บความอับอาย เข้าป่าล่าสัตว์แก้เซ็งไปตามเรื่อง จนมาถึงอาศรมของฤาษีชมทัคกี ซึ่งฤๅษีชมทัคกีไม่อยู่ มีแต่นางเรณุกาอยู่เฝ้าอาศรม นางเรณุกาได้ต้อนรับกรรตะวีรยะ โดยให้โคซึ่งมีฤทธิ์เช่นเดียวกับโคสุรพีเสกอาหารออกมาต้อนรับแขก
กรรตะวีรยะระลึกถึงความพ่ายแพ้ของตนได้ ออกปากขอโคของนางเรณุกา แต่นางเรณุกาไม่ให้ เลยขอลูกโคแทน นางเรณุกาก็ไม่ไห้อีก กรรตะวีรยะโกรธจัด ใช้กำลังบังคับ จับลูกโคไป แล้วยังฟันต้นไม้ต้นไร่รอบๆอาศรมเสียจนยับเยิน
เมื่อฤๅษีชมทัคกีกลับมา เห็นอาศรมสภาพยับเยินก็สอบถามนางเรณุกา เมื่อรู้ความจริงทั้งหมด ฤๅษีชมทัคกีกลับไม่คิดจะตามไปเอาเรื่อง คิดเสียว่าเวรย่อมระงับด้วยการไม่จองเวร แต่ปรศุรามกลับไม่ยอม ตามไปเอาเรื่องกรรตะวีรยะจนได้
ปรศุรามกับกรรตะวีรยะต่อสู้กันเป็นสามารถ ปรศุรามยิงศรตัดแข้นทั้งพันของกรรตะวีรยะจนเหี้ยนเหลือแค่สองแขน แล้วใช้ขวานเพชรบั่นเศียรกรรตะวีรยะฉับเดียวขาด...บอสใหญ่ระดับปราบราวณะได้ในเทิร์นเดียว ก็ตายไปแบบง่ายๆ
ปรศุรามกลับมายังอาศรมพร้อมกับเล่าวีรกรรมให้บิดาฟัง แต่บิดากลับตำหนิปรศุราม เพราะเพศบรรพชิตไม่ควรใช้กำลังเข้าแก้ปัญหา และวรรณะพราห์มไม่ควรฆ่าวรรณะกษัตริย์
ชมทัคได้ให้ปรศุรามไปทำพิธีเพื่อล้างบาปในครั้งนี้ แต่เมื่อปรศุรามไม่อยู่ บรรดาบุตรของกรรตะวีรยะได้ตามมาที่อาศรม และสังหารฤๅษีชมทัคกีเพื่อแก้แค้น ปรศุรามกลับมายังอาศรม เห็นบิดาถูกฆ่าตายก็โกรธแค้นเป็นอันมาก คิดว่าพวกกษัตริย์นี้หยาบช้ายิ่งนัก ใช้กำลังบังคับเอาวัวเราไป แล้วยังตามมาสังหารบิดาเราอีกเล่า ปรศุรามจึงตั้งใจจะฆ่าล้างกษัตริย์ให้หมดสิ้นทั้งวงศ์
ความโกรธของปรศุรามไม่มีใครขัดขวางได้ ปรศุรามสังหารวงศ์กษัตริย์ของอรชุน กรรตะวีรยะจนสิ้นไปยี่สิบเอ็ดชั่วรุ่น เหลือไว้ก็แต่เหล่าสตรี ความโหดของปรศุรามถึงขนาดแต่ละแว่นแคว้นไร้กษัตริย์ครองบัลลังก์ เหลือแต่มเหสีม่าย จนในที่สุด วรรณะกษัตริย์ต้องไปให้พราห์มมาทำพิธีนิโยค คือไปขอให้พราห์มมานอนด้วย เพื่อจะมีบุตรไว้สืบวงศ์ต่อไป
เรื่องราวความขัดแย้งระดับมหากาพย์ สุดท้ายจึงจบลงแบบ make love not war
peace



ภาพประกอบ : รูปแกะสลักปรศุรามในเมืองธากา บังคลาเทศ ไม่ทราบปีที่สร้าง

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 1 ครั้ง

1 ความคิดเห็น

  1. #30 อำกันเล่น (@am1977) (จากตอนที่ 46)
    วันที่ 26 ตุลาคม 2561 / 11:11
    อ่านจบแล้วอยากจะร้องว่า " อะไรกันฟะเนี่ย"
    #30
    1
    • #30-1 masked v (@masked_v) (จากตอนที่ 46)
      26 ตุลาคม 2561 / 12:42
      5555+ ขนาดนั้นเลย
      #30-1