นิทานก่อนตาย

  • 0% Rating

  • 0 Vote(s)

  • 1,539 Views

  • 61 Comments

  • 55 Favorites

แชร์นิยายเรื่องนี้

  • Month Views
    107

    Overall
    1,539

ตอนที่ 44 : Apollo and Daphne ความรักช้ำๆของสุริยเทพ

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 14
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 1 ครั้ง
    13 ต.ค. 61

สวัสดีท่านผู้อ่านที่รัก โฮเมอร์กลับมารับใช้ทุกท่านตามช่วงเวลาเดิมอีกครั้ง และแน่นอนว่าจะต้องมีเรื่องตำนานสนุกๆติดไม้ติดมือมาด้วย
สำหรับวันวาเลนไทน์ที่เพิ่งผ่านมา ไม่รู้ว่าท่านผู้อ่านที่ยังโสดสนิทได้บาดเจ็บล้มตายกันไปมากน้อยแค่ไหน แต่เอาเถอะ ในฐานะคนโสดด้วยกัน โฮเมอร์เลยจะขอหยิบยกเอาเรื่องราวความรักขมๆมาปลอบใจตัวเองและผู้อ่านที่โสดสนิทกันสักหน่อย
เรื่องราวที่โฮเมอร์จะนำมาเล่าในสัปดาห์นี้ เป็นเรื่องของเทพบุตรรูปงามที่สุดบนสรวงสวรรค์โอลิมปุส และแน่นอนว่าร้อนแรงที่สุดด้วย หาใช่คนอื่นคนไกลที่ไหน เป็นเทพเจ้าอพอลโล สุริยะเทพผู้เป็นเทพอุปถัมภ์ของเพจเรานี่เอง
ไม่เชื่อก็ต้องเชื่อ ว่าสุริยเทพผู้มีความเลิศเลอเพอร์เฟคไปเสียทุกด้าน ไม่ว่ารูปร่างหน้าตา ฐานะ การงาน เล่นดนตรีได้ ร้องเพลงเพราะ ครบเครื่องไปหมดทุกอย่าง จะกลายเป็นเทพเจ้าที่รับประทานแห้วเป็นอาหารหลัก ไม่ว่าจะไปรักสาวคนไหนก็เป็นอันผิดหวังตลอด
เรื่องนี้มีคำอธิบายในเชิงเปรียบเปรย ว่าด้วยเหตุที่เทพอพอลโลคือตัวแทนของดวงอาทิตย์ และธรรมชาติของดวงอาทิตย์คือหามีผู้ใดเทียบเทียม และไม่มีใครจับต้องได้ ฉะนั้นดวงอาทิตย์ก็จำจะต้องอยู่เดียวเปลี่ยวดายไปตามธรรมชาติของดวงอาทิตย์ คือโดดเด่น แต่ไม่มีใครจับต้องได้
บ้างก็ว่า ความที่อพอลโลรักความเพอร์เฟคจนเกินไป ทำให้ไม่มีสาวไหนเข้าใกล้เพราะอึดอัด แถมยังเป็นเทพแห่งสัจจะที่ไม่ชอบให้ใครโป้ปด คุณผู้หญิงก็ตรองดูแล้วกัน ว่าถ้าได้แฟนรูปหล่อพ่อรวย แต่ตามจับผิดทุกเม็ดจะอึดอัดขนาดไหน
เรื่องราวของเทพบุตรสุดเพอร์เฟคอย่างอพอลโลที่รับประทานแห้วเป็นไร่ เลยพลอยทำให้ผู้ชายกลางๆหลายคนพอจะสบายใจขึ้นมาบ้าง ว่าหล่อกว่านี้ก็ยังจีบหญิงไม่ติดเลย คิดดู๊
เอาล่ะ วกมาเล่าเรื่องที่แห้วที่สุดของเทพอพอลโลกันมั่ง ในบรรดาความผิดหวังในความรักที่สุดหาใดเทียมเทียบสำหรับอพอลโลแล้ว คงไม่มีเรื่องไหนจะสร้างความเฮิร์ทไปมากกว่าเรื่องของแม่นางดาฟเน(Daphne) แต่ก่อนจะเล่าเรื่องของแม่นาง โฮเมอร์จะขอปูเรื่องของอพอลโลเสียก่อน
สมัยที่เพิ่งจะเป็นหนุ่มแตกพาน สุริยเทพอพอลโลของเราเคยสร้างวีรกรรมครั้งใหญ่จนเป้นที่โจษขานไปทั่วทั้งโอลิมปัส นั่นคือการสังหารพญางูไพธอน(Python) ด้วยธนู อันเป็นที่มาของฉายาผู้พิฆาตพญางูไพธอน และได้รับตำแหน่งเทพฉมังธนูมือหนึ่งไปด้วย รูปหล่อ พ่อรวย วรยุทธ์ยังเป็นเลิศอีกต่างหาก
วีรกรรมของเทพอพอลโลกลายเป็นแรงบันดาลใจให้กับเทพบุตรน้อยอีรอส เทพแห่งความรักที่เคยเล่าไปแล้วเมื่อตอนก่อนๆ ในตอนนั้นอีรอสยังเป็นเด็กน้อยไม่ยอมโต ได้ขอให้เฮเฟสตุส เทพแห่งการช่าง ช่วยสร้างธนูเป็นอาวุธประจำองค์
เฮเฟสตุสรักอีรอสเหมือนบุตร ไม่แน่ใจว่าจะรู้หรือไม่ว่าอีรอสหาใช่บุตรตัว แต่ก็ตั้งใจทำธนูคันงามให้อย่างเต็มที่ กลายเป้นอาวุธมหาประลัยทรงประสิทธิภาพที่ไม่ว่าผู้ใดโดนแม้ปลายศรสะกิดก็เป้นอันตกหลุมรักเข้าอย่างหัวปักหัวปำทันที ไม่เพียงเท่านั้น ยังเป็นอาวุธที่ทะลุทะลวงผ่านการป้องกันทุกชนิดแบบไม่สนพลังป้องกัน น่ากลัวไหมล่ะ
วันหนึ่งขณะที่อีรอสกำลังทดสอบอาวุธใหม่เพลินๆ อพอลโลผ่านมาเห็นเข้าให้รู้สึกขบขัน ตรงเข้ามาหยอกเอินเจ้าเด็กน้อยว่า "เจ้ากำลังทำอะไรอยู่หรือเจ้าหนูน้อย คันธนูน้อยๆของเจ้าจะทำอะไรศัตรูหรือว่าสัตว์ป่าได้หรือ หรือจะถูกไพธอนกลืนกินเสียก่อน ศรของเจ้าคงจะทำให้ผู้คนขบขันเสียมากกว่า อย่าได้นำมาเปรียบกับวีรกรรมของข้าเลย"
อีรอสแม้จะแอบปลื้มอพอลโลอยู่ไม่น้อย แต่โดนดูหมิ่นด้วยวาจาเอาซึ่งหน้าเช่นนี้เลยนึกฉุน ใช้ศรจิ้มจึ้กเข้าให้ ฝ่ายอพอลโลไม่ได้รู้สึกสะทกสะท้านแต่ประการใด เดินจากไปอย่างนึกขัน หารู้ไม่ว่ากำลังจะเผชิญกับเรื่องราวเจ็บปวดที่สุดในชีวิตเข้าแล้ว
ศรที่อีรอสจิ้มใส่อพอลโล เป็นศรทองที่จะทำให้ผู้ที่โดนรู้สึกตกหลุมรักผู้ที่พบเห็น ซึ่งอีรอสคงจะตั้งชนวนหน่วงเวลาไว้ อพอลโลจึงเดินจากมาได้หลายก้าวโดยที่พิษรักยังไม่ส่งผลกระทบ สุริยเทพขับราชรถไปอีกไม่ไกลก็ได้พบกับอนงค์นางหนึ่ง นามว่าดาฟเน
แม่นางดาฟเนผู้นี้ เป็นนิมฟ์(nymph) หรือนางพรายในสกุลนีแอดส์(naiad) อันเกิดจากเทพแห่งสายน้ำ แต่จะเป้นเทพแห่งสายน้ำองค์ไหนก็ยังเป็นที่สับสน บ้างว่าเกิดกับลาดอน(Ladon) กับจี หรือไกอา พระแม่ธรณี ซึ่งลาดอนเป็นสายน้ำในดินแดนเพโลพอนนีซ(Peloponnese) อันอยู่ในตอนใต้ของกรีซ แต่กวีโอวิด ผู้เกิดเมื่อ 43 ปีก่อนคริสตกาล กล่าวว่าบิดาของนางคือ พีนอส(Peneus) เทพแห่งสายน้ำในดินแดนเทสซาลี(Thessaly) ซึ่งอยู่ตอนบนขึ้นไปอีก แต่เรื่องเล่าของโอวิดดูจะแพร่หลายกว่า จึงเอาเป็นว่าดาฟเนเป็นธิดาของพีนอสก็แล้วกัน
นางดาฟเนผู้นี้ มีบิดาเป็นเทพประจำท้องถิ่น ซึ่งก็คงจะใหญ่ระดับ อบต. ส่วนตัวนางนั้นเป็นสาวกผู้ซื่อสัตย์ของเทวีอาร์เทมิส น้องสาวสุดเลิฟของเทพอพอลโล และเป็นเทวีแห่งจันทรา อาร์เทมิสให้สัตย์สาบานว่าจะครองพรหมจรรย์เป็นสาวโสด สนุกกับการยิงนกตกปลาไปวันๆ โดยมีบริวารห้อมล้อมเป็นนางพรายที่ล้วนแต่ครองพรหมจรรย์เช่นกัน หนึ่งในนั้นคือนางพรายในกลุ่มไพลยาเดส(Pleiades) ที่ถูกพรานโอไรอันไล่กวด จึงวิงวอนขอเจ้าแม่ให้ช่วยแปลงพวกนางเป็นดาวลูกไก่ทั้งเจ็ดดวง เพื่อหนีจากเงื้อมมือโอไรอัน จะเห็นได้ว่าสาวกของเทวีอาร์เทมิสล้วนแต่เคร่งครัดในการรักษาพรหมจรรย์กันทุกนาง
กลับมาเรื่องของเราต่อ ทันทีที่อพอลโลประสบพบพักตร์แม่นางดาฟเน ชนวนเวลาที่อีรอสตั้งไว้ก็ทำงาน พิษรักแล่นปลาบเข้าหัวใจสุริยเทพทันที คุณชายผู้เพอร์เฟคมาหลงชอบแม่สาวบ้านๆอย่างดาฟเนเข้าซะแล้ว แต่นั่นมันพล็อตแบบละครเกาหลี หาใช่เทพนิยายกรีก เรื่องมันเลยไม่เป็นรักกุ๊กกิ๊กพ่อแง่แม่งอนแต่อย่างใด
อีรอสที่บินมาติดตามผลงาน เห็นเหตการณ์เป็นไปดังคาด ก็หยิบศรขึ้นมาอีกลูก ครานี้หัวศรทำด้วยตะกั่ว อันจะส่งผลให้ผู้ถูกศรนึกจงเกลียดจงชังอีกฝ่ายยิ่งนัก อีรอสยิงศรตะกั่วเข้าใส่ดาฟเน แล้วแอบดูโศกนาฏกรรมแห่งควารักเงียบๆ
ทันทีที่อพอลโลพบแม่นางดาฟเนก็บังเกิดความรักขึ้นเต็มหัวใจจนเกินจะยับยั้ง กระโดดลงจากราชรถวิ่งเข้าไปขอเบอร์แม่นางทันที ส่วนดาฟเนที่ถูกศรตะกั่วก็ให้เกลียดกลัวขยะแขยงสุริยเทพยิ่งนัก วิ่งหนีอย่างไม่ลดละเช่นกัน
เทพบุตรอพอลโลที่มั่นในเบ้าหน้าตัวเองไม่น้อย เฝ้าพร่ำพรอดด้วยคำหวาน ส่วนขาก็วิ่งตามไม่หยุด ดาฟเน่วิ่งหนีสุดชีวิต จวนเจียนจะหมดแรง ตะโกนร้องให้บิดาช่วยเหลือ นางร้องว่า "บิดาช่วยลูกด้วย! ให้ปฐพีแหวกเพื่อกลบกลืนลูกเสีย หรือเปลี่ยนลูกให้เป็นสิ่งอื่นเสีย เพราะชายผู้นี้ได้วิ่งมากระขั้นลูกเต็มทีแล้ว!"
พีนอสได้ยินบุตรร้องขอความช่วยเหลือ จึงได้ใช้พลังแปรเปลี่ยนร่างของนาง ดาฟเนค่อยๆกลายร่าง ตั้งแต่ข้อเท้าไปจนจรดสะโพกเริ่มไร้ความรู้สึก อกอันอ่อนนุ่มถูกห่อหุ้มด้วยเปลือกไม้หนา ผมของนางกลายเป็นใบไหม้ แขนทั้งสองกลายเป้นกิ่งก้าน เท้าทั้งสองถูกตรึงไว้กลายเป็นรากหยั่งลงดิน นางได้กลายเป็นต้นดาฟเน หรือต้นลอเรลไปเสียแล้ว
อพอลโลเห็นเหตการณ์เป็นไปดังนั้นให้โศกาอาดูรยิ่งนัก พร่ำเพ้อถึงรักแกรพบที่มีต่อดาฟเน สุริยเทพปราถนาจะแสดงถึงความรักที่มีไม่เสื่อมคลาย จึงประกาศขึ้นว่า "บนเศียรของข้าจะมีเจ้าอยู่เสมอ พิณของข้าจะมีเจ้าในทุกบทเพลง เจ้าจะเป็นรางวัลให้กับผู้ชนะเลิศในการขับร้อง และเป็นสิ่งประดับในพิธีเฉลิมฉลอง"
ตามตำนานนี้เอง กล่าวกันว่าใบของต้นลอเรลจึงเขียวสดอยู่เสมอ และใบลอเรลจะถูกนำมาสานเป็นมงกุฏ มอบให้กับผู้ชนะเลิศในด้านคีตกวี เป็นเครื่องระลึกว่า ถึงหล่อครบเครื่องอย่างอพอลโลก็แห้วเป็นเหมือนกัน(บ่อยด้วย)



ภาพประกอบ : Apollo and Daphne ปฏิมากรรมลอยตัว แกะสลักจากหินอ่อน โดย Gian Lorenzo Bernini ศิลปินชาวอิตาลี สร้างขึ้นในราว ปี 1622 - 1625 ปัจจุบันตั้งแสดงอยู่ใน Galleria Borghese ณ กรุงโรม
ผลงานของเบอร์นินี แสดงถึงช่วงเวลาที่อพอลโลได้ไล่คว้าดาฟเนไว้ในมือ ทว่านางกลับกลายเป็นต้นไม้ไปต่อหน้าต่อตา เป็นผลงานแกะสลักที่แสดงท่วงท่าได้อย่างอ่อนช้อยงดงาม รายละเอียดก็แสดงได้อย่างน่าทึ่ง
ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 1 ครั้ง

1 ความคิดเห็น

  1. #28 อำกันเล่น (@am1977) (จากตอนที่ 44)
    วันที่ 13 ตุลาคม 2561 / 16:05
    หล่อระดับอพอลโลยังกินแห้ว แล้วสวยระดับเราต้องกินอะไรหนอ

    ปล. ขอเรียกเด็กเปรต เล่นแรงมาก
    #28
    1
    • #28-1 masked v (@masked_v) (จากตอนที่ 44)
      13 ตุลาคม 2561 / 18:55
      อิอิ หาเรื่องใครไม่หา ดันมาแซวอีรอสก็กินแห้วแบบนี้แหละ
      #28-1