นิทานก่อนตาย

  • 0% Rating

  • 0 Vote(s)

  • 1,542 Views

  • 61 Comments

  • 55 Favorites

แชร์นิยายเรื่องนี้

  • Month Views
    110

    Overall
    1,542

ตอนที่ 4 : Rainbow Serpent สัตว์เทพเจ้าของชาวอะบอริจิน

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 96
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 3 ครั้ง
    4 พ.ค. 61

สวัสดีท่านผู้อ่าน ไม่รู้ว่าเอียนตำนานฝั่งกรีกกันหรือยัง งวดนี้เลยขอเล่าตำนานจากมุมอื่นของโลกกันบ้าง ทีแรกตั้งใจว่าจะเล่าเรื่องทางฝั่งไอร์แลนด์ แต่มีปัญหาขลุกขลักนิดหน่อย เลยเหหัวเรือลงใต้ ไปกันถึงทวีปที่ถูกลืมเลือน ทวีปที่เก่าแก่และแปลกประหลาด นั่นก็คือทวีปออสเตรเลียนั่นเอง
ในบรรดาตำนานอันเก่าแก่จากทวีปออสเตรเลีย เรื่องราวที่แพร่หลายมากที่สุด น่าจะเป็นเรื่องของงูสายรุ้ง อันเป็นคนละตัวกับงูสายรุ้ง งูไม่มีพิษที่พบในไทยนะครับ อย่าเพิ่งสับสน
สำหรับงูสายรุ้ง งูเทพเจ้าของชาวเผ่าอะบอริจินแห่งออสเตรเลีย นับว่าเป็นสัตว์เทพที่มีอิทธิฤทธิ์มากมาย ชาวอะบอริจินเชื่อว่างูสายรุ้งนั้นว่ายอยู่บนห้วงหาว มีความเกี่ยวพันกับดวงอาทิตย์ ท้องฟ้า ธาตุลม ธาตุน้ำ รวมถึงผืนดิน และเป็นผู้นำความเปลี่ยนแปลงของฤดูกาลมาถึง ในยามที่งูสายรุ้งปรากฏตัวบนท้องฟ้า เชื่อกันว่างูสายรุ้งได้ลงมากินน้ำ เข้าทำนองรุ้งกินน้ำของไทยเรานั่นเอง
นอกจากนี้ งูสายรุ้งยังเป็นผู้มอบชีวิต และเป็นผู้พิทักษ์มนุษย์ เป็นสัตว์เทพผู้นำวัยรุ่นให้ก้าวข้ามสู่ช่วงเปลี่ยนผ่านไปสู่ผู้ใหญ่ และยังเป็นผู้ลงทัณฑ์มนุษย์ที่ล่วงละเมิดกฏ งูสายรุ้งถูกเปรียบกับพลังธรรมชาติที่ทั้งมอบและทำลายชีวิตได้ในคราวเดียวกัน
ด้วยความยิ่งใหญ่ มีอำนาจแทบจะครอบจักรวาลเช่นนี้ เรื่องของงูสายรุ้งจึงถูกเล่ากันอย่างแพร่หลายในชาวอะบอริจินเผ่าต่างๆ และมีชื่อเรียกที่หลากหลาย นอกจากชื่องูสายรุ้ง(Rainbow Serpent or Rainbow Snake) ยังมีชื่อว่างูสายฟ้า (Lightning Snake) ยังมีชื่อเรียกตามเผ่าต่างๆ เช่น บอลุง(Borlung), ตักกัน(Dhakkan), กาจูรา(Kajura), เยอลุงกูร์(Yurlunggur) และอีกมากมายหลายชื่อ ตามแต่ละเผ่าจะเรียกกัน
เรื่องเล่าของงูสายรุ้งก็แตกต่างหลากหลายกันตามแต่ละชนเผ่า แต่โดยมากจะเกี่ยวข้องกับพระแม่คุนาปิปิ(Kunapipi) มารดาผู้ให้กำเนิดมนุษย์เผ่าพันธุ์ต่างๆ และเกี่ยวข้องกับวาวาลัก หรือวากิลัก(Wawalag or Wagilag sisters) ในตอนที่พี่สาวของวาวาลักถือกำเนิด เลือดของนางได้ไหลลงไปในแหล่งน้ำและได้ให้กำเนิดงูสายรุ้ง
อีกตำนานนั้นฮาร์ดคอร์กว่า กล่าวว่าขณะที่พี่สาวของวาวาลักเดินทางไปพร้อมกับพระแม่คุนาปิปิผู้มารดา พวกเขาได้สร้างความโกรธให้กับงูตัวหนึ่งซึ่งเป็นวิญญาณลึกลับแต่โบราณกาล เพราะได้ล่วงล้ำถิ่นเข้าไป งูตัวนั้นได้ลอบเข้าไปยังกระท่อมของพวกนางในตอนที่พวกนางหลับ และเลื้อยเข้าไปในมดลูกของพี่สาววาวาลัก กินลูกๆที่อยู่ในท้องของนาง(ทั้งโหดทั้งติดเรต) ได้เกิดความเปลี่ยนแปลงขึ้นภายในครรภ์นั้นเอง เจ้างูตัวนั้นได้คลอดออกมาเป็นงูสายรุ้ง ส่วนเด็กที่ถูกกิน งูสายรุ้งได้ถูกฝูงมดรุมกัดจนสำรอกออกมา กลายเป็นแผ่นดินทางตอนเหนือของออสเตรเลีย และมีความเชื่อว่างูสายรุ้งเป็นผู้พิทักษ์วิญญาณของเด็กๆ
หลายตำนานเล่าว่าครั้งพระแม่คุนาปิปิทรงมีชีวิตขึ้นมาจากท้องทะเล และเดินทางท่องไปในทวีป งูสายรุ้งได้ร่วมเดินทางไปกับพระแม่ด้วย
กล่าวกันว่า ความเชื่อเรื่องงูสายรุ้งนั้นเป็นลัทธิความเชื่อที่ที่เก่าแก่ที่สุดที่ยังนับถือสืบทอดกันมาจนถึงปัจจุบัน ซึ่งสาเหตุอาจเป็นเพราะทวีปออสเตรเลียถูกตั้งอย่างโดดเดี่ยว จึงไม่ถูกความเชื่ออื่นเข้ามาครอบงำหรือเปลี่ยนแปลง
ไม่มีใครรู้ว่างูสายรุ้งมีเพศอะไรกันแน่ บ้างเชื่อว่าเป็นเพศชาย บ้างก็เชื่อว่าเป็นเพศหญิง และบ้างเชื่อว่ามีลักษณะสองเพศ
ชาวออสเตรเลียยุคใหม่ได้รับเอางูสายรุ้งมาเป็นอัตลักษณ์ และอยู่ร่วมกับวัฒนธรรมร่วมสมัย มีงานเทศกาลในออสเตรเลียที่เรียกว่า เทศกาลงูสายรุ้ง Rainbow Serpent Festival ซึ่งเริ่มจัดตั้งแต่ปี 1997 จนถึงปัจจุบัน เป็นงานเฉลิมฉลองการเข้าสู่ฤดูร้อน ซึ่งมีทั้งดนตรีและสีสันมากมาย รวมถึงความหมายของสายรุ้งในยุคใหม่ที่หมายถึงความหลากหลายทางเพศ ก็ดูจะเข้ากับตำนานงูสายรุ้งที่ไม่มีใครรู้เพศที่แน่ชัด


ภาพประกอบ : ภาพเขียนสีงูสายรุ้ง ศิลปะบนผนังถ้ำ ภายในอุทยานแห่งชาติที่ออสเตรเลีย
ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 3 ครั้ง

0 ความคิดเห็น