นิทานก่อนตาย

  • 0% Rating

  • 0 Vote(s)

  • 1,213 Views

  • 47 Comments

  • 42 Favorites

แชร์นิยายเรื่องนี้

จำนวนแชร์
0

  • Month Views
    62

    Overall
    1,213

ตอนที่ 36 : Odin จอมเทพของชาวนอร์ส

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 14
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 1 ครั้ง
    30 ส.ค. 61

สวัสดีท่านผู้อ่านที่รัก โฮเมอร์กลับมาอีกแล้ว พร้อมกับเรื่องราวตำนานเหมือนเดิมทุกสัปดาห์
ช่วงนี้อากาศหนาวเย็นเป็นพิเศษ เหมือนจะเร่งทำโอทีก่อนสิ้นปี หลังจากที่ก่อนหน้านี้หนาวกันแบบไม่เป็นโล้เป็นพายเท่าไหร่ ยังไงก็รักษาสุขภาพกันด้วยนะครับ
อากาศที่หนาวเย็นในช่วงนี้ จะว่าไปก็เหมาะกับเรื่องที่โฮเมอร์จะนำมาเล่า เมื่อพูดถึงดินแดนอันหนาวเย็น ท่านผู้อ่านทั้งหลายก็คงจะจินตนาการไปถึงดินแดนแสกนดิเนเวียร์ที่เต็มไปด้วยหิมะขาวโพลน ใช่แล้ว งวดนี้เราจะพากันขึ้นเหนือไปสัมผัสอากาศหนาวกันถึงไขกระดูกสันหลัง กับตำนานเทพเจ้าแดนเหนือกัน
เรื่องราวที่โฮเมอร์จะเล่าในคราวนี้ เป็นเรื่องของจอมเทพสูงสุดของชาวนอร์ส ที่มีชื่อว่า เทพโอดิน(Odin)
เทพโอดินเป็นเทพเจ้าสูงสุดของชาวนอร์ส โดยมากผู้คนจะคุ้นเคยในฉลงอพระองค์สองแบบ อย่างแรกคือชุดอย่างกษัตริย์นักรบ ที่ใส่เกราะและทรงเครื่องอาวุธครบครัน ซึ่งโดยส่วนใหญ่เวลาที่อยู่ในพระราชวัง โอดินก็มักจะทรงชุดนี้
แต่ยังมีอีกชุด ที่คุ้นตาเช่นกัน นั้นคือฉลองพระองค์อย่างนักพรต อันประกอบด้วยเสื้อคลุมยาว หมวกยอดแหลมปีกกว้าง กับไม้เท้า ถ้าอ่านแล้วคุ้นๆก็ไม่ต้องนึกนาน ก็ชุดเดียวกับพ่อมดแกนดาล์ฟแห่งเดอะลอร์ดออฟเดอะริงของเจอาร์อาร์โทลเคียนนั่นแหละ แหม ก็ท่านโทลเคียนเองก็เก็บเล็กผสมน้อยจากตำนานนอร์ส มาสร้างตัวละครในเดอะลอร์ดฯนั่นแหละ
ในชุดนักพรตนี้ จะว่าไปก้คงคล้ายๆกับชุดประพาสต้นของจอมเทพ เพราะมีเรื่องเล่าลือไปว่าพระองค์จะเสด็จไปตามป่าเขาลำเนาไพร เดินท่อมๆไปด้วยชุดนี้นี่แหละ และชุดในบรรดาไพ่ทาโรต์ในชุดไวกิ้ง ก็จะมีโอดินในชุดนักพรตเป้นตัวแทนของไพ่เฮอร์มิต หรือไพ่ฤๅษี(แต่ถ้าเป็นชุดกรีก จะเป็นเทพโครนุสซึ่งได้เคยกล่าวถึงไปแล้ว)
แม้ว่าเรื่องราวของโอดินจะเป็นที่รู้จักในฐานะจอมเทพสูงสุดในตำนานนอร์ส ซึ่งถูกรวบรวมอย่างเป็นเรื่องเป็นราวก็ประมาณศตวรรษที่ 12 แต่หากย้อนกลับไปแล้ว โอดินน่าจะอยู่ในความเชื่อของชนชาวเจอร์มานิค หรือก็คือชาวเยอรมัน แต่เป็นกลุ่มเยอรมันในยุคก่อนตั้งอาณาจักร เอาเป็นว่าเพื่อไม่ให้งง จะขอเล่าที่มาของพวกเจอร์มานิคให้ฟังกันสักเล็กน้อย
ย้อนไปในช่วงที่อาณาจักรโรมันเริ่มจะเรืองอำนาจ เมื่อราวสองพันปีที่แล้ว ดินแดนยุโรปด้านตะวันตกค่อนไปทางบนๆ มีกลุ่มอนารยะชน(ในสายตาชาวโรมัน) เริ่มก่อร่างสร้างวัฒนธรรมกันบ้างแล้ว พวกนี้ถูกเรียกรวมๆว่าชาวเจอร์มานิค ซึ่งมีโครงสร้างทางวัฒนธรรมและภาษาคล้ายๆกัน แต่แยกย่อยไปหลายเผ่าด้วยกัน ทั้งกอล, กอธ, วิสิกอธ ฯลฯ และคงมีศาสนาของตัวเอง ซึ่งโอดินก็คงจะถูกนับถือมานับแต่ยุคนั้น
ต่อมาอาณาจักรโรมันได้ขยายอาณาเขต รุกรานมาทางตะวันตก ไล่ตีชาวเจอร์มานิคกระจุยกระจาย แต่ความเชื่อในเทพโอดินไม่ได้หายไปด้วย กลับแพร่ไปในชนกลุ่มต่างๆ จึงปรากฏว่าความเชื่อเรื่องเทพโอดินมิได้มีเฉพาะในกลุ่มชาวนอร์สหรือชาวไวกิ้งเท่านั้น แต่ยังปรากฏในหลายชนชาติในบริเวณยุโรปตะวันตก ทั้งในเยอรมัน, อังกฤษ, ไอริช หรือแซกซอน ต่างเรียกขานกันไปในสำเนียงที่แตกต่าง เช่นโวดิน(W
ōden) ในภาษาอังกฤษโบราณ โวแดน(Wōdan) ในภาษาแซกซอนโบราณ วอร์แทน หรือโวทน(Wuotan or Wōtan) ในภาษเยอรมันโบราณ แต่รวมๆความแล้วคือเทพองค์เดียวกัน
และด้วยความเชื่อที่แพร่หลายไปในหลายเผ่าหลายภาษา เทพโอดินจึงเป็นเทพที่มีฉายานามนับร้อย ถึงขนาดต้องทำลิสต์รายชื่อกันเลยทีเดียว เช่น แลงก์บาร์ด(Langbarðr) หรือเครายาว เป็นอีกหนึ่งชื่อที่แพร่หลาย และชื่อของเทพโอดิน ยังเป็นที่มาของชื่อวันพุธ( Wednesday)ในภาษาอังกฤษอีกด้วย
กลับมาว่ากันถึงเทพโอดินกันต่อ เทพโอดินถูกบรรยายไว้ว่าเป็นชายแก่ เครายาว ตาบอดหนึ่งข้างซึ่งไม่แน่ชัดว่าข้างไหน แต่เอาเป็นว่าบอดข้างนึงแล้วกันน่ะ
โอดินเป็นเทพผู้ก่อตั้งเทพวงศ์เอซิเออร์(Æsir) พระองค์เป็นบุตรของเทพบอร์(Borr) เทพเจ้าในยุคต้น กับ เบสท์ลา(Bestla) ยักษิณีจากโยทันไฮม์(jötunheimr) เรียกได้ว่าโอดินเป็ลูกครึ่งระหว่างสองเผ่าพันธุ์นั่นเอง นอกจากโอดินแล้ว ยังมี วีลี และ เว (Vili and Vé) เป็นพี่ชายอีกสองคน
แม้จะมีรุปลักษณ์เป็นชายแก่ แต่ตอนหนุ่มนั้นโอดินก็ถือว่าเก๋าอยู่พอตัว ในบรรดาเทพยุคแรกๆซึ่งมีอยู่ไม่กี่องค์ โอดินกับพี่ชายได้ช่วยกันสร้งกำแพงล้มรอบแอสการ์ด และขับไล่พวกยักษ์ไปอยู่ในดินแดนโยทันไฮม์แันหนาวเหน็บและรกร้างว่างเปล่า แต่แค่นั้นยังไม่พอ พวกยักษ์ยังรวบรวมพลพรรคมาบุกตีแอสการ์ดได้เป็นระยะๆ เพราะพวกยักษ์ผุดขึ้นจากเหงื่อของยักษ์น้ำแข็งอีมีร์(ymir) ฉะนั้นการจะแก้ปัญหาอย่างถาวรในความคิดของโอดิน นั้นก็คือต้องฆ่ายักษืน้ำแข็งอีมีร์ แหล่งกำเนิดพวกยักษ์ซะ และแล้ววีรกรรมสุดห้าวของเทพโอดินก็เริ่มขึ้น
โอดินและพี่ทั้งสองคือวีลีและเว ร่วมใจกันลอบเข้าไปยังดินแดนโยทันไฮม์ของพวกยักษ์ อาศัยจังหวะที่อีมีร์หลับ ย่องไปเชือดนิ่มๆ ซึ่งอีมีร์นี้คงจะตัวโตมโหฬารน่าดู เพราะเลือดจากอีมีร์ได้ไหลนองท่วมพวกยักษ์จนจมเลือดตายกันหมด เหลือรอดไปได้ไม่กี่ตน และเป็นชนวนแค้นที่พวกยักษ์สัญญาว่าจะต้องมาเอาคืนฝ่ายเทพให้จงได้
เมื่อสังหารอีมีร์แล้ว โอดินและพี่ชายอีกสองคนก็ช่วยกันแยกร่างอีมีร์ นำศพมาสร้างเป็นโลก โดยร่างของอีมีร์ได้กลายเป็นผืนดิน เลือดกลายเป็นทะเล กระดูกกลายเป็นขุนเขา จะว่าไปก็คล้ายๆกับเรื่องเทพผานกู่ในตอนที่แล้ว
นอกจากฝีมือในการรบแล้ว ในเชิงรักเทพโอดินก็ไม่น้อยหน้า เห็นแก่ๆแบบนี้ แต่ท่านเทพโอดินก็มีเมียมาไม่น้อยเหมือนกัน แต่ไม่มีใครจะเป็นที่หนึ่งในดวงใจไปเท่ากับเทพีฟริกก์ หรือฟริกก้า( Frigg) ออกเสียงได้ทั้งสองอย่างนั่นแหละ
เทพีฟริกก์ถูกยกเป็นภรรยาเอก แต่กำเนิดของทเพีฟริกก์นี้ บ้างเชื่อว่าเป็นบุตรสาวของโอดินนั่นเอง ฟริกก์ได้ให้กำเนิดบุตรที่สมบูรณ์แบบอย่างเทพโบลเดอร์ ซึ่งโอดินวาดหวังให้เป็นรัชทายาท แต่ก็ดันมาตายด้วยฝีมือบุตรชายอีกคนที่ชื่อโฮลดอร์ผู้ตาบอด(สงสัยเพราะกรรมพันธุ์ซ้ำซ้อน ก็ดันเอาลูกเ้นเมียนี่นะ)
ในบั้นปลายชีวิต โอดินหนีกรรมที่ตนเองก่อไว้ไม่พ้น เพราะพลพรรคบรรดายักษ์จากโยทันไฮม์ได้ยกโขยงลับมาล้างแค้นในสงครามวันสิ้นโลกแร๊กนาเริ๊ก แม้จะได้ดื่มน้ำพุแห่งความรู้เพื่อจะเห็นเหตุการณ์ล่วงหน้าแล้วก็ตาม
โอดินถูกสังหารในศึกครั้งสุดท้ายด้วยการถูกหมาป่าเฟนรีร์สวาปามลงท้องในคำเดียว แต่ด้วยอำนาจของนำ้พุแห่งความรู้ โอดินจึงรู้เหตุการณ์นี้ล่วงหน้า แม้ไม่อาจหลีกเลี่ยง แต่โอดินก็สร้างการ์ดกับดักไว้แล้ว นั่นคือการให้กำนเนิดบุตรอีกองค์ที่ชื่อเทพวีดาร์ ซึ่งทันทีที่เห็นบิดาถูกฆ่าตาย วีดาร์ก็ได้ทำการล้างแค้นให้บดา ด้วยการจับเฟนรีร์ฉีกกระชากด้วยมือเปล่า เรียกว่าถึงพลกำลังจะตกลงไปบ้างตามวัย แต่ความเจ้าเล่ห์ก็ยังไม่เป็นรองใครอยู่ดี
ในเรื่องของเทพโอดินนี้เอง มีการถกเถียงกันอีกว่า ภาพลัษณ์ของเซนต์นิโคลัสหรือซานตาครอส บางทีอาจจะผสมผสานเข้ากับเทพเจ้าโอดินซึ่งเป็นความเชื่อเก่าก็เป็นได้ เพราะเอาเฉพาะนามของโอดินที่มีนับร้อย โดยเฉพาะฉายาเครายาว จะมีร่างจำแลงเป็นซานต้า ก็คงจะไม่แปลกเท่าไหร่ล่ะมั้ง
จบตรงซานต้าเนี่ยแหละ กำลังดี 555+



ภาพประอบ : ภาพวาดลายเส้นเทพโอดิน ประทับบนบัลลังก์พร้อมด้วยสัตว์เลี้ยง ภาพประอบจากหนังสือ Walhall โดย Felix und Therese Dahn ปี 1888
ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 1 ครั้ง

1 ความคิดเห็น

  1. #20 อำกันเล่น (@am1977) (จากตอนที่ 36)
    วันที่ 31 สิงหาคม 2561 / 10:23
    อ้าว แล้วเทพธอร์หายไปไหน สุดหล่อของเค้าหายอ่ะ ไม่ยอม ฮือออออออ
    #20
    1
    • #20-1 masked v (@masked_v) (จากตอนที่ 36)
      1 กันยายน 2561 / 13:16
      5555+ เทพธอร์ต้องรอคิวยาวๆ ยังไม่ได้เขียนเลยครับ
      #20-1