นิทานก่อนตาย

  • 0% Rating

  • 0 Vote(s)

  • 1,221 Views

  • 48 Comments

  • 41 Favorites

แชร์นิยายเรื่องนี้

จำนวนแชร์
0

  • Month Views
    70

    Overall
    1,221

ตอนที่ 35 : Pangu ผู้สร้างโลกของชนชาวจีน

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 15
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 1 ครั้ง
    26 ส.ค. 61

สวัสดีท่านผู้อ่าน ใกล้จะสิ้นปีแล้ว หลายคนกำลังยุ่งกับงานการที่ต้องรีบเคลียร์ให้ทันก่อนสิ้นปี ส่วนโฮเมอร์นั้น ว่างทั้งงานและเงิน เลยต้องมาเล่านิทานเลี้ยงชีพ เผื่อว่าท่านผู้อ่านจะมีใจเมตตาบ้าง ว่าไปนั่น 5555+
สำหรับสัปดาห์นี้ โฮเมอร์ได้จิกเอาเทพเจ้าที่ถูกโครนุสปาดหน้าเค้กไปเมื่อสัปดาห์ก่อนมาเล่าให้ฟัง ทั้งที่ตั้งใจว่าจะนำมาเล่าให้ฟังเมื่ออาทิต์ก่อน ก็นะ โฮเมอร์ก็เป็นนกฮูกเอาแต่ใจแบบนี้แหละ
เรื่องที่โฮเมอร์ตั้งใจจะเล่าในครั้งก่อน เป็นเรื่องของเทพเจ้าทางฝั่งจีนที่ชื่อว่า ผานกู่(
盘古)
องค์เทพผานกู่นี้ ตามตำราการสร้างโลกของชาวจีนเชื่อว่าผานกู่เป็นเทพเจ้าองค์แรก และยังเป็นสิ่งมีชีวิตชนิดแรกที่บังเกิดขึ้นจากห้วงแห่งความว่างเปล่า คล้ายๆกับเทพคาออสของกรีก
กล่าวกันว่า เดิมทีจักรวาลนั้นมีแต่งความว่างเปล่า แต่ก็ใช่ว่าจะว่างเปล่าเสียทีเดียว แต่เป็นมวลพลังงานต่างๆที่ผสมเผสกันจนแยกไม่ออกว่าอะไรเป้นอะไร เรียกได้ว่าเป้นความสับสนอลหม่าน กระทั่งความอลหม่านนี้ได้รวมเข้ากันกลายเป็นไข่ยักษ์ฟองหนึ่ง และแน่นอนล่ะว่า เมื่อมีไข่ ก็ต้องมีตัวอะไรสักอย่างอยู่ในไข่นั้น
ไข่ใบดังกล่าวอยู่ต่อมาจนถึง 18,000 ปี จนเกิดความผสมผสานระหว่างหยินและหยางอย่างลงตัว ในที่สุดไข่ใบนั้นก็ฟักออกมา กลายเป็นผานกู่ สิ่งมีชีวิตแรกในห้วงจักรวาล
ผานกู่ถูกบรรยายให้มีลักษณะเป็นเพศชาย ร่างกายสูงใหญ่ หรือจะเรียกว่ามหึมาน่าจะถูกกว่า ผานกู่ที่เป้นยักษ์ปักหลั่น มีร่างกายล่ำสัน ขนดกหนา แถมยังนุ่งสวมขนสัตว์ ที่พิเศษคือผานกู่มีเขาสองข้างขึ้นเหนือศรีษะ แบบเดียวกับยักษ์ในความเชื่อของจีนและญี่ปุ่น
แม้จะได้ชื่อว่าเป็นปฐมเทพ แต่ชีวิตผานกู่มิได้สบายแม้แต่น้อย ไม่เคยมีเวลาเสพสุขเหมือนปฐมเทพในความเชื่ออื่น ชีวติผานกู่มีแต่งาน งาน งาน และงาน เรียกได้ว่าเป็นเทพเจ้านักพัฒนาตัวจริงเสียงจริง
โดยงานแรกของเทพเจ้าผานกู่ คือการใช้ขวานยักษ์คู่มือ ซึ่งคงจะกำเนิดมาพร้อมๆกับเทพผานกู่ ฟาดเอาเปลือกไข่ที่ห่อหุ้มออกจนแยกเป้นสองส่วน ผานกู่จึงค่อยขยับได้สบายหน่อย หลังจากต้องอยู่ในท่าคุดคู้มานาน
เมื่อเปลือกไข่แยกออก ผานกู่ได้ใช้กำลังดันเปลือกไข่ด้านบนออก กลายเป็นท้องฟ้า ส่วนเปลือกไข่ด้านล่างเป็นพื้นดิน ผานกู่ต้องใช้กำลังยันเปลือกไข่ทั้งสองไว้ โดยทั้งฟ้าและดินได้แยกห่างจากกันวันละสิบเชี้ย หรือสามเมตร และร่างกายของผานกู่ก็โตขึ้นวันละสิบเชี้ยเช่นกัน
จำเนียรกาลผ่านไป 18,000 ปี เท่าตอนฟัก ซึ่งหากคำนวนว่าฟ้าและดินแยกจากกันวันละสามเมตรทุกวันเป็นเท่าไหร่นั้น ก็ต้องไปกดเครื่องคิดเลขดู ผานกู่ก็สิ้นใจเอาดื้อๆ ไม่รู้ว่าเหนื่อยตาย หิวตาย หรือหมดอายุขัยเอง แต่เอาเป็นว่าเทพบิดรแห่งชนชาติจีนนั้นตายได้ แถมตายโดยที่ยังไม่ได้เถลิงอำนาจ เสพสุขเหมือนเทพบิดรองค์อื่นๆ ก็นับว่าแปลกดี
อย่างไรก็ดี ความตายของเทพผานกู่ก็ไม่ได้ตายเปล่า ชิ้นส่วนต่างๆบนร่างกายของเทพผานกู่ยังสร้างประโยชน์ให้แก่มวลมนุษยชาติ อันได้แก่ ลมหายใจ กลายเป็นสายลม สายหมอก และเมฆา สุรเสียงคือฟ้าผ่า ดวงเนตรทั้งสอง กลายเป้นพระจันทร์และพระอาทิตย์ กระโหลกกลายเป็นขุนเขา โลหิตกลายเป็นลำน้ำ เนื้อหนังกลายเป็นผืนดิน ผมและหนวดเคราเป็นดวงดาวและทางช้างเผือก ขนตามร่างกายเป็นต้นไม้ใบหญ้า กระดูกกกลายเป็นแร่ธาตุที่มีค่า และไขกระดูกกลายเป็นเพชร หยาดเหงื่อเป็นเม็ดฝน และเหลือบไรตามตัว ก้กลายมาเป้นสัตว์ป่านานาพันธุ์
เรียกได้ว่าท่านเทพผานกู่ทรงทำคุณประโยชน์แก่โลกตั้งแต่ยังมีชีวิต กระทั่งตายร่างกายยังเป็นประโยชน์แก่สรรพชีวิต สมกับเป็นบิดาแห่งประเทศสังคมนิยมจริงๆ และบางตำรายังกล่าวอีกว่า ระหว่างที่ผานกู่ได้แยกฟ้าและดินในช่วงหนึ่งหมื่นแปดพันปีนั้น ได้เกิดสัตว์ศักดิ์สิทธิ์ทั้งสี่อย่าง อันได้แก่ มังกร, หงษ์, เต่า และกิเลน มาช่วยผานกู่สร้างโลกอีกด้วย
ยังมีเรื่องราวต่อไปอีกว่า หลังเทพผานกู่สิ้นอายุขัยแล้ว วิญญานได้หลุดลอยออกจากร่าง กระทั่งได้ไปพบกับเทพธิดาองค์หนึ่ง จึงได้จำแลงร่างกลายเป็นลำแสงสีฟ้า และพุ่งเข้าปากเธพธิดาองค์นั้น ทำให้นางตั้งครรภ์ในเวลาต่อมา พระนางตั้งครรภ์อยู่นานถึง 12 ปี ในที่สุดก็คลอดออกมาเป็นเทพหยกพิสุทธิ์ หรือหงวนสื่อเทียนจุน(
元始天尊) ซึ่งเป็นเทพเจ้าสูงสุดในลัทธิเต๋า และเป็นเง็กเซียนฮ่องเต้องค์แรก ก่อนจะสละตำแหน่ง ไปเป็นเทพผู้คุมกฏสวรรค์แทน
เรื่องราวของผานกู่ ถูกบันทึกโดยสวี่เจิ่ง ปราชญ์อาวุโสในรัฐวุยแห่งยุคสามก๊ก หรือราวสองร้อยปีก่อนคริสตกาล โดยสวี่เจิ่งได้ทำการสีบค้นเรื่องราวของผ่านกู่ ย้อนกลับไปถึงยุคราชวงศ์โจวตะวันออก หรือย้อนไปราวหนึ่งพันปีก่อนคริสตกาล เมื่อกษัตริย์แห่งราชวงศ์โจวได้ตั้งคำถามขึ้นมาถึงกำเนิดของโลก และฟ้ากับดินไฉนจึงแยกจากกัน สวี่เจิ่งจึงได้เรียบเรียงเรื่องราวดังกล่าว เขียนเป็นบันทึกถึงเรื่องราวของเทพผานกู่ขึ้น



ภาพประกอบ : ภาพของเทพเจ้าผานกู่ ในบันทึกของสวี่เจิ่ง
ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 1 ครั้ง

1 ความคิดเห็น

  1. #19 อำกันเล่น (@am1977) (จากตอนที่ 35)
    วันที่ 27 สิงหาคม 2561 / 10:20
    ช่างเป็นเทพที่มีคุณประโยชน์ยิ่งนัก
    #19
    1
    • #19-1 masked v (@masked_v) (จากตอนที่ 35)
      29 สิงหาคม 2561 / 01:35
      แต่ชีวิตน่าสงสาร เกิดมาไม่ทันทำอะไรก็ตายซะแล้ว
      #19-1