นิทานก่อนตาย

  • 0% Rating

  • 0 Vote(s)

  • 1,517 Views

  • 60 Comments

  • 55 Favorites

แชร์นิยายเรื่องนี้

  • Month Views
    85

    Overall
    1,517

ตอนที่ 28 : Baldr เทพแห่งสัจจะและความดี ทายาทเบอร์หนึ่งของแอสการ์ด

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 20
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 1 ครั้ง
    23 ก.ค. 61

เจ็ดวันเวียนบรรจบครบอีกครา ถึงเวลาโฮเมอร์มาเล่านิทานให้ฟังกันอีกวาระ
กราบสวัสดีท่านผู้อ่านที่รัก สัดาห์นี้โฮเมอร์ก็กลับมารับใช้ท่านผู้อ่านอีกแล้ว เป็นเรื่องอะไรตามไปอ่านกันเลย
จากเมื่อสองตอนก่อนมีแต่สาวๆตีจาก ทั้งแม่นางฉางเอ๋อที่บินสู่ดวงจันทร์ ทั้งเทพีแอสทรีอาผู้นิราศสู่สรวงสวรรค์ มาสัปดาห์นี้ก็มีคนจากเราไปอีกแล้ว แต่ไม่ได้บินไปแบบเกร๋อย่างสองนางข้างต้น หากเป็นการตายก่อนวัยอันควร แถมตายอย่างมีเงื่อนงำเป็นฆาตกรรมปริศนาแห่งสรวงสวรรค์กันเลยทีเดียว
เรื่องที่จะเล่าให้ฟังกันในสัปดาห์นี้ เป็นเรื่องของเทพเจ้าของฝั่งนอร์ส ชื่อว่าเทพบาลเดอร์(Baldr)
แม้จะลงท้ายว่าเด้อ แต่เทพบาลเดอร์ไม่ใช่ชาวอีสาน หากแต่เป็นเทพเจ้าของชาวแสกนดิเนเวียน พระองค์เป็นเทพแห่งความแสงสว่าง สัจจะ และความดี มีวรกายสูงสง่า พระพักตร์หลอเหลาที่สุดในแอสการ์ด มีบ้านหรูนามว่าเบรดาลิค(Breidablik) เป็นพระราชวังงดงามที่จะไม่ยอมให้สิ่งที่ไม่เป็นสัจจะเข้ามากล้ำกราย
มีเมียงามนามว่าเทพีนันนา(Nanna) เทพีผู้งามพร้อมและซื่อสัตย์รักสวามียิ่งชีพ มีบุตรชายผู้ซื่อสัตย์ยุติธรรมตามแบบอย่างบิดามารดา ชื่อว่าฟอร์เซติ(Forseti) ดูเพียบพร้อมจนน่าอิจฉาไปหมดทุกอย่าง แถมพระองค์ยังเป็นเทพที่มีอัธยาศัยไมตรีดีงามจนเป็นที่รักใคร่ของเทพเทวาทุกองค์ รวมถึงสรรพสิ่งบนโลกอีกด้วย อะไรจะเพียบพร้อมไปหมดปานนั้น
แต่ว่าเป็นเทพแล้วทำไมถึงตายได้?
ต้องเข้าใจเสียก่อนว่าเทพเจ้านอร์สนั้นกาก เอ๊ยไม่ใช่ แค่ไม่ได้เป็นอมตะเหมือนเทพเจ้าอื่นๆบนโลกนี้ จะมีก็แค่ฟื้นคืนชีพได้ด้วยเงื่อนไขต่างๆ เช่น ฟื่้นขึ้นมาในโถงกลางวัลฮัลลา หลังจากซ้อมอาวุธกันถึงตาย แต่ถ้าไปไฝ้ว์กะพวกยักษ์แล้วโดนเล่นงานถึงตาย อันนี้ก็ช่วยไม่ได้ ซึ่งจะว่าไป ความแตกต่างในข้อนี้ก็นับว่าเป้นความสนุกที่ไม่เหมือนตำนานเทพเจ้าอื่นๆ
เทพบาลเดอร์ พระองค์เป็นบุตรสุดสวาทของจอมเทพโอดินและราชินีฟริกก์(หรือฟริกก้า เรียกได้ทั้งสองแบบ) ผู้เป็นภรรยาเอก(ที่จริงโอดินก็เมียเยอะ แต่พอพูดเรื่องความเจ้าชู้ ไหงซุสโดนเละอยู่คนเดียว?)
เทพบาลเดอร์มีพี่น้องร่วมมารดาเดียวกันสามพระองค์ด้วยกัน คนโตคือโฮลเดอร์(Höðr) และคนสุดท้องคือเฮอร์มอด( Hermod) แม้จะเป็นบุตรคนรอง แต่ความสมบูรณ์แบบของพระองค์ทำให้โอดินหมายหมั้นปั้นมือจะให้เป็นรัชทายาทอันดับหนึ่ง(ลืมเทพเจ้าธอร์ในหนังมาร์เวลไปซะ หมอนั้นแค่ลูกของภรรยาเก็บ)
แล้วไหงโฮเดอร์ที่เป็นพี่คนโตกลับไม่ได้สิทธิ์ในการรครองบัลลังก์?
มันก็เป้นเรื่องน่าเศร้าหน่อย ที่แม้จะเป็นพี่น้องท้องเดียวกัน แต่โฮลเดอร์นั้นกลับแตกต่างกับบาลเดอร์แบบสุดขั้ว พระองค์ไม่ได้มีหน้าตาหล่อเหลาแภมยังตาบอด เลยกลายเป็นลูกที่ถูกลืมของโอดิน และโฮลเดอร์เองก็คงจะรู้ตัว จึงได้เจียมเนื้อเจียมตน ทนอยู่แบบเงียบๆ มืดๆ และวังเวงไปตามลำพัง
ทีนี้ก็มาถึงคดีฆาตกรรมปริศนาที่เกริ่นไว้ต้นเรื่อง ท่านผู้อ่านคงจำได้ว่า ตำนานเทพเจ้านอร์สนั้น ล้วนพันเกี่ยวกับนิมิตของจอมเทพโอดินถึงสงครามในวันสิ้นโลก แร็กนาเริ๊ก(Ragnarök) ซึ่งเทพบาลเดอร์ก็เป็นชนวนสำคัญอันหนึ่งเหมือนกัน
เหตุเริ่มจากการฝันร้ายของเทพบาลเดอร์ พระองค์เห็นความตายของตนเองรวมทั้งเทพเจ้าองค์อื่นๆก็นอนตายกันเกลื่อนกลาดดาษดา และด้วยว่าที่พำนักของพระองค์ไม่อนุญาตให้สิ่งไร้สัจจะเข้ามา พูดแบบบ้านๆ ความฝันของพระองค์จึงมีแนวโน้มว่าน่าจะเกิดขึ้นจริงในอนาคต
เทพบาลเดอร์กลัดกลุ้มเป็นอันมาก นำความไปปรึกษาเทพีฟริกก์ผู้มารดา เทพีฟริกก์นั้นพระนางเองก็เป้นผู้มีนิมิต เพียงแต่ไม่ทรงเปิดเผยเพราะต้องการให้สรรพสิ่งเป็นไปตามครรลอง พระนางมองเห็นความตายที่จะเกิดขึ้นกับบุตรชายหัวแก้วหัวแหวน ในที่สุดก็ยอมละเมิดกฏเกณท์อันควร
พระนางฟริกก์ออกเดินทางไปทั่วทั้งเก้าโลกเพื่อขอคำมั่นสัญญาต่อทุกสรรพสิ่ง ว่าจะไม่ทำอันตรายเทพบาลเดอร์ และอย่างที่กล่าวไปตอนต้นแล้วว่าเทพบาลเดอร์เป้นที่รักของทุกสรรพสิ่ง พระนางจึงได้รับคำมั่นสัญญาตอบ
เมื่อแน่ใจดีแล้วว่าบุตรของตนจะปลอดภัย พระนางก็กลับมาพร้อมข่าวดี องค์เทพเทวาพลอยสิ้นวิตก จัดงานฉลองให้แก่เทพบาลเดอร์ และตามแบบฉบับไวกิ้ง งานฉลองจะขาดเหล้าเบียร์ไปไม่ได้ งานนี้ต้องเมาปลิ้นกันไปข้าง ตรงนี้แหละ ที่หายนะกำลังจะเกิด
ที่บอกว่าเทพบาลเดอร์เป้นที่รักของเทพทุกองค์ จะว่าไปก็ไม่ถูกทีเดียว ยังเหลือเทพอีกองค์ แต่อันที่จริงก็ไม่ใช่เทพ เขาคือโลกินั่นเอง
ในงานเลี้ยง ความเมาและความห่ามทำให้พวกเทพทำอะไรแผลงๆ เห็นว่าเทพบาลเดอร์เหนียวเลยอยากลองของ พากันหาสิ่งต่างๆขว้างใส่บาลเดอร์ เริ่มจากไอ้ที่เล็กๆอย่างก้อนหินก่อน พอเห็นมันกระเด้งออก ทุกองค์ก็เริ่มย่ามใจ หาสรรพสิ่งมาเขวี้ยงเล่นกันเป้นที่สนุกสนาน
โลกิเห็นแล้วบังเกิดความคิดจะหาวิธีกำจัดเทพบาลเดอร์ จึงปลอมตัวเป็นนางแก่ไปถามความกับเทพีฟริกก์ ว่าได้ทรงขอคำมั่นกับทุกสรรพสิ่งแน่แล้วหรือ ถามเข้ามากๆเทพีฟริกก์ที่อ่อนเพลียเพราะเดินทางมาทั้งเก้าโลกก็หลุดปากบอกไปว่าคงเหลือแต่ต้นมิสเซิลโท(mistletoe) เท่านั้น เพราะมันปวกเปียกจนไม่น่าจะทำอะไรได้
พอเล่ามาถึงตรงนี้ โฮเมอร์ก็แอบสงสัยว่าทำไมต้องเป็นมิสเซิลโท จะแฝงนัยยะอะไรไว้หรือเปล่าหนอ แต่ก็ยังไม่พบคำตอบ รู้คร่าวๆแค่ว่าต้นมิสเซิลโทเป็นไม้ประเภทกาฟาก ลักษณะไม่มีกิ่งก้านแข็งๆ แม้จะเป็นพืชกาฝาก แต่มิสเซิลโทถือเป้นไม้มงคลในยุโรป ใช้ทั้งในงานแต่งงานและในงานคริสตมาส ดูแล้วไม่น่าจะมีส่วนผสมของความหายนะในตัวได้เลย หรือนัยยะแฝงของมันคือการเป้นพืชกาฝากหรือเปล่า อันนี้ก็ได้แต่เดา
ได้ความแล้วโลกิก็ออกหากิ่งมิสเซิลโทมาทำเป็นลูกธนู(นับว่ามีความเพียรในการทำเรื่องชั่วๆ) เมื่อได้ลูกธนูแล้ว โลกิก็ไม่โง่ที่จะลงมือด้วยตนเอง หากแต่ยืมมือฆ่าคน โดยพึ่งเอามือของโฮลเดอร์เทพตาบอด
ในตอนนั้นโฮลเดอร์ถูกทิ้งให้นั่งอยู่เงียบๆคนเดียวในงานเลี้ยง โลกิจึงเข้าไปชักชวนให้มาเล่นสนุกกับทุกคน แต่โฮลเดอร์ก็บอกว่าเขามองไม่เห็น และไม่รู้จะลองขว้างอะไร แต่เรื่องนั้นไม่เป็นปัญหา โลกิจัดให้ได้
เขานำลูกธนูจากต้นมิสเซิลโทยื่นให้โฮลเดอร์ เล็งให้ เหลือแค่ให้โฮลเดอร์ยิงออกไปเท่านั้น พอโฮลเดอร์ยิงปั๊บ ทั้งงานเลี้ยงก็ตกอยู่ในความเงียบงัน เพราะเทพบาลเดอร์สิ้นใจเสียแล้ว(ช่างบอบบางเหลือเกิน) เรียกว่าหายเมากันในทันทีทันใด
การมรณะกรรมของเทพบาลเดอร์ กลายมาเป็นจุดเริ่มต้นของสงครามวันสิ้นโลก เมื่อสัจจะและความดีงามตายจาก กลียุคก็เข้ามาแทนที่
เทพโฮลเดอร์ ถูกเทพวาลี(Váli) บุตรอีกองค์ของโอดินสังหารเพื่อแก้แค้นให้บาลเดอร์ เป็นโศกนาฏกรรมที่เทพเจ้าต้องมาฆ่ากันเอง
ส่วนโลกิต้นเรื่อง แม้จะยืมมือโฮลเดอร์ฆ่าคน แต่ก็ไม่พ้นความผิดไปได้ ถูกจับไปมัดไว้กับก้อนหิน แล้วให้งูคายพิษหยดใส่ใบหน้า แต่โลกิก็หนีไปได้พร้อมด้วยความแค้น ไประดมสรรพกำลังมาถล่มวาฮัลลาให้ราบเป็นหน้ากลอง
ในที่สุด นิมิตวันสิ้นโลกที่โอดินได้เห็นจากการดื่มน้ำพุแห่งความรู้แจ้งก็กลับกลายเป้นจริง ทั้งที่พยายามจะหลีกเลี่ยงไม่ให้เกิด สุดท้ายก็เกิดขึ้นจนได้
ป.ล. แอบไปหาข้อมูลเรื่องพิษจากผลมิสเซิลโท เขาว่าหากทานผลของมัน จะส่งผลให้ง่วงนอน, ตาพร่า และอาเจียน แต่ไม่ส่งผลถึงตาย ถ้ากินผลมิสเซิลโทเข้าไป วิธีถอนพิษก็คือดื่มชาตามเข้าไปเยอะๆ อาจเป็นไปได้ว่าเทพบาลเดอร์ถูกพิษของมัน เพราะหลังจากจบศึกแร็กนาเริ๊กแล้ว เทพบาลเดอร์ก็กลับฟื้นคืนชีพ(ที่จริงอาจจะแค่สลบไป) เพราะฉะนั้น ไอ้ที่ดราม่ามาจนจบศึกแร็กนาเริ๊กเนี่ย ฟาวล์ไปนะจ๊ะ


ภาพประกอบ : มรณะกรรมของบาลเดอร์ Baldr’s Death โดย Christoffer Wilhelm Eckersberg ศิลปินเดนมาร์ค วาดในปี 1817 ภาพนี้เสื้อผ้าเครื่องแต่งกายออกไปทางเทพกรีกเสียมากกว่า (โอดินตาไม่บอดข้างนึงด้วย) แต่องค์ประกอบกับสีสันสวยดีเลยนำมาลงให้ชม เดี๋ยวจะว่าเทพนอร์สมีแต่ภาพขาวดำ
ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 1 ครั้ง

1 ความคิดเห็น

  1. #12 อำพันเชอรี่ (@markread) (จากตอนที่ 28)
    วันที่ 24 กรกฎาคม 2561 / 08:32
    กรี๊ดโลกิ

    ฉลาดทั้งในตำนาน ทั้งในหนังเลย ฮิ้ววววว
    #12
    1
    • #12-1 masked v (@masked_v) (จากตอนที่ 28)
      25 กรกฎาคม 2561 / 00:08
      555+ สาวกโลกิมาแล้วว
      #12-1