นิทานก่อนตาย

  • 0% Rating

  • 0 Vote(s)

  • 1,206 Views

  • 47 Comments

  • 41 Favorites

แชร์นิยายเรื่องนี้

จำนวนแชร์
0

  • Month Views
    55

    Overall
    1,206

ตอนที่ 27 : Astraea เทพีแห่งความดีงามผู้ครองความบริสุทธิ์

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 22
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 1 ครั้ง
    20 ก.ค. 61

สวัสดีท่านผู้อ่านที่รัก โฮเมอร์กลับรับใช้ท่านผู้อ่านอีกครั้ง ด้วยการนำเรื่องราวสนุกๆมาให้ท่านผู้อ่านได้ฟัง(อ่าน) กันอีกแล้วจ้า
ในครั้งก่อน ซึ่งตรงกับวันไหว้พระจันทร์ของชาวจีน โฮเมอร์ก็ได้นำเรื่องราวของเทพธิดาฉางเอ๋อมากำนัลท่านผู้อ่าน ครั้งนี้ ก็ไม่ใช่ด้วยฤกษ์งามยามดีอะไร แต่เผอิญเห็นภาพฉางเอ๋อเหาะสู่สรวงสวรรค์ แล้วพาลให้นึกถึงเรื่องราวอีกฟากฝั่ง คือทางกรีก ก็มีเทพีผู้เหาะแว๊บกลับสู่สวรรค์เหมือนกัน แต่เนื้อเรื่องนั้นต่างกันไกลลิบอยู่ เกริ่นมาซะขนาดนี้ เฉลยเลยละกัน งวดนี้เราจะเล่าถึงตำนานของเทพีอัสทรีอา(Astraea) กันนั่นเอง
เรื่องราวของเทพีอัสทรีอานี้ นัยว่าเป็นเทพีที่นับถือกันมาเก่าแก่ในดินแดนกรีก เดิมถูกกล่าวว่าเป็นบุตรีของเทพแห่งสนธยาอัสทรีอุส(Astraeus) และเทพีแห่งรุ่งอรุณอีออส(Eos) ซึ่งเป็นเทพในวงศ์ไททันทั้งคู่ โดยแอสทรีอารับหน้าที่เป็นเทพีพรหมจรรย์ ผู้เป็นตัวแทนของผู้บริสุทธิ์และไร้เดียงสา หรืออาจจะกล่าวว่านางเป็นตัวแทนแห่งความดีงามก็ได้ แสดงว่าในยุโรป แนวคิดเรื่องเทพีพรหมจรรย์ได้แพร่หลายอยู่นานแล้วเช่นกัน
ต่อมาผู้คนได้นำเอาเธอไปผนวกเข้ากับเทพีดิกี(Dike) บุตรีของจอมเทพซุส และเทพีตีมิส(Themis) เทพีผู้ครองกฏ เทพีดิกีมีหน้าที่เป้นตัวแทนของความยุติธรรม รวมไปถึงการพิพากษา เมื่อรวมร่างกับแอสทรีอา จึงเป็นทั้งความบริสุทธิ์และความยุติธรรมไปด้วย
เทพีแอสทรีอานั้น เธอเป็นเสมือนมาตรวัดความดีงามของผู้คนบนโลก โดยเรื่องราวของเธอต้องย้อยไปถึงตำนานการสร้างมนุษย์ ซึ่งกวีเฮซิออด(Hesiod) ผู้มีชีวิตอยู่เมื่อราว 750-650 ปี ก่อนคริสตกาล ได้กล่าวว่าเทพเจ้าได้สร้างมนุษย์ขึ้นมาเป้นห้ายุคด้วยกัน
เริ่มต้นด้วยมนุษย์ยุคทอง พวกเขาถูกสร้างขึ้นมาในยุคที่เทพโครโนสยังครองโอลิมปัส มนุษย์ยุคนี้ไม่ต้องทำมาหากิน แผ่นดินก็ผุดพืชพรรณธัญญาหารมาพร้อมเสิร์ฟพร้อมกินได้เลย พวกเขามีอายุยืนยาวและเยาว์วัยอยู่เสมอ และเมื่อจะตายก็ตายในสภาพหนุ่มสาว แถมตายอย่างสงบไม่ต้องทรมานทรกรรม เพราะยังไม่มีโรคภัยเบียดเบียน และด้วยชีวิตบรมสุขขนาดนี้ พวกเขาจึงไม่มีจิตคิดชั่วร้าย ไม่เบียดเบียนกันและกัน มนุษย์ยุคทองใช้ชีวิตมุ้งมิ้งมาได้พักใหญ่ จนโรคและความตายได้เข้ามาเยี่ยมเยือน ก็เป็นอันจบมนุษย์ยุคทองคำไป
ยุคต่อมาคือมนุษย์ยุคเงิน หลังจากซุสได้ปกครองสวรรค์ มนุษย์ยุคเงินก็ได้ถือกำเนิดขึ้นมา พวกเขามีอายุขัยได้ราวร้อยปี และเติบโตในวัยฉกรรจ์ได้อย่างรวดเร็ว มนุษย์ยุคเงินเริ่มรู้จักการสู้รบประหัตประหารกันเป็นครั้งแรก และเริ่มจะขาดความยำเกรงในเทพเจ้า สุดท้ายเลยโดนซุสเซ็ตซีโร่ล้างบางลงจนหมด แถมยังให้วิญญานที่ตายไปได้รับโทษทัณฑ์ในนรกอีกต่อ
ต่อมาคือมนุษย์ยุคสำริด ซุสสร้างมนุยษ์เหล่านี้ขึ้นจากไม้แอช มนุษญ์ยุคสำริดเริ่มสร้างบ้านเรือน สร้างเครื่องไม้เครื่องมือขึ้นใช้งาน ขณะเดียวกันพวกเขาก็มีจิตใจหยาบช้า โดยชอบสร้างอาวุธขึ้นประหัตประหารกัน มนุษย์ยุคนี้ฆ่าฟันกันตายตกนรกมากๆ จนต้องจัดที่พิเศษไว้ในยมโลก ความหยาบช้าของมนุษญ์ยุคนี้มีมาก จนซุสต้องเซ็ตซีโร่(อีกแล้ว) ด้วยมหาวาตะภัย เหลือไว้แต่มนุษย์ที่ชื่อดูเคเลียน(Deucalion) และภรรยา คล้ายๆเรื่องของโนอาห์ ซึ่งดูเคเลียนนี้ เป็นบุตรของโพรเมธีอุสผู้สร้างมนุษย์นั่นเอง
ยุคต่อมาคือยุคแห่งวีรชน ซึ่งถูกแยกมาต่างหากโดยเฉพาะ คือยุคแห่งสงครามเมืองทรอย พวกเขามีพลกำลังเหนือมนุษย์ทั่วไป ประมาณซูเปอร์ฮีโร่ของมาร์เวลและดีซี เมื่อตายในสมรภูมิ วิญญาณจะได้ไปสิงสถิตย์อยู่ในที่เฉพาะ เรียกว่าเอลิเซียม( Elysium)
และยุคสุดท้าย คือมนุษย์ยุคเหล็ก นับหลังจากสิ้นสุดสงครามกรุงทรอยจนนับปัจจุบัน มนุษย์ยุคนี้มีมิจฉาทิฐิ แม้แต่พ่อแม่พี่น้องก็ยังฆ่าฟันกันเอง โดยเชื่อว่ากำลังอำนาจคือความถูกต้อง และในยุคเหล็กนี้ พวกเขาต้องเผชิญชีวิตไปตามลำพัง เหล่าเทพเจ้าล้วนนิราศร้างกลับสู่แดนสวรรค์ ไม่ยอมยื่นมือลงมาช่วยมนุษย์อีก
ที่เล่ายืดยาวมาทั้งห้ายุคนี่ก็เพื่อจะบอกว่า แอสทีอาเธออยู่เคียงข้างมนุษย์โลกมาเสมอ ด้วยเธอเชื่อว่ายังคงมีความดีงามและมีผู้บริสุทธิ์อยู่เสมอ จนปลายยุคทองแดงที่ความหยาบช้าของมนุษย์มีมากเข้า ที่สุดแม้แต่แอสทรีอาก็ทนไม่ไหว เป็นเทพองค์สุดท้ายที่สะบัดบ๊อบจรจากโลกมมนุษย์ แอสทรีอากลับขึ้นสู่สรวงสวรรค์ กลายเป็นกลุ่มดาวสาวพรหมจรรย์ ปล่อยให้ซุสเซ็ตซีโร่ ล้างบางมนุษย์จนเกือบหมดเหี้ยนไม่มีเหลือนั่นแล
แต่ที่น่าตลกก็คือ ความพยายามจะเซ็ตซีโร่ทุกครั้ง มนุษย์ชาติสายพันธุ์ใหม่กลับเลวลงทุกที จนสุดท้ายแม้แต่จอมเทพก็เลิกยุ่งไปเอง เรียกว่าตัดหางปล่อยวัดกันเลย
เทพีแอสทรีอาถูกนำมาปัดฝุ่นใหม่ในยุคเรอเนสซองค์ ในช่วงศตวรรษที่ 14-17 ที่ศิลปะและปรัชญากรีกถูกนำมากลับมาอีกครั้ง โดยเป็นแรงบันดาลใจทั้งในบทกวีและงานศิลปะ พระนางอลิซาเบธแหงอังกฤษก็เปรียบตนเป็นดังแอสทรีอา และเชื่อมโยงยุคทองในตำนานกรีก เข้ากับยุคพระนาง ซึ่งก็ไม่รู้ว่าเทพีแอสทรีอาจะโอเคกับแนวคิดนี้ด้วยหรือเปล่า



Edit ลืมข้อมูลภาพประกอบ(แหะๆ) : Astrea, the virgin goddess of Innocence and purity ผลงานสีน้ำมันของ Salvator Rosa(1615 - 1673) ศิลปินชาวอิตาลี แสดงภาพเทพีแอสทรีอากำลังจะเหาะจากไป โดยมีชายในชุดสีดำกำลังยื้อยุดตราชั่งของเธอเอาไว้
ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 1 ครั้ง

1 ความคิดเห็น

  1. #11 อำพันเชอรี่ (@markread) (จากตอนที่ 27)
    วันที่ 21 กรกฎาคม 2561 / 10:13
    อยากรู้เรื่องเทพพิทักษ์ฟันน้ำนมค่ะ (หรือต้องไปรออ่านในเพจคะ)
    #11
    1
    • #11-1 masked v (@masked_v) (จากตอนที่ 27)
      21 กรกฎาคม 2561 / 10:40
      ต้องรอหน่อยนะครับ มีรอคิวอยู่หลายเรื่องเลย
      #11-1