นิทานก่อนตาย

  • 0% Rating

  • 0 Vote(s)

  • 1,515 Views

  • 60 Comments

  • 55 Favorites

แชร์นิยายเรื่องนี้

  • Month Views
    83

    Overall
    1,515

ตอนที่ 24 : Leto มารดาของเทพฝาแฝด อพอลโล และ อาร์เทมิส

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 20
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 1 ครั้ง
    2 ก.ค. 61

สวัสดีท่านผู้อ่านที่รัก โฮเมอร์กลับมารับใช้ท่านอีกแล้ว
ตามที่ได้สัญญาไว้ ว่าเดือนสิงหาคมนี้เราได้จัดให้เป้นเดือนแห่งคุณแม่ จึงได้เตรียมเรื่องราวของคุณแม่เอาไว้ทั้งหมดสี่เรื่อง สี่สัปดาห์ และเรื่องที่จะเล่าในวันนี้ ก็นับเป็นคุณแม่คนสุดท้ายประจำเดือนนี้ จะเป็นใคร ไปติดตามกันได้เลย
ท่านผู้อ่านอาจจะลืมไปแล้ว หรือท่านที่เพิ่งติดตามอาจจะไม่ทราบ ว่าเพจนิทานก่อนตายของเรา มีสุริยเทพอพอลโลเป็นเทพอุปถัมภ์ประจำเพจ เพราะตั้งแต่ท่านได้แสดงความร้อนแรงเอาไว้เมื่อเดือนเมษา เราก็แทบจะไม่ได้เอ่ยถึงท่านอีกเลย คงเพราะช่วงนี้เมฆฝนมาบดบัง ท่านเทพอพอลโลก็เลยมีบทบาทน้อยหน่อย
ในเมื่อเพจเรามีท่านเทพอพอลโลเป็นเทพอุปถัมภ์ ในเดือนของคุณแม่ เราก็เลยอยากพูดถึงคุณแม่ของเทพอพอลโล เป็นการปิดท้ายโปรแกรม
เทพีเลโท(Leto) หรือเลโทนา(Latona) ซึ่งอันหลังเป้นชื่อที่ชาวโรมันเรียก ออกจะเป็นเทพีที่ไม่ค่อยโด่งดังนัก เพราะไม่ได้มีหน้าที่สลักสำคัญอะไร บทบาทสำคัญที่สุดของพระนาง ก็คือการเป็นแม่ขององค์เทพฝาแฝดแต่ต่างเพศ อพอลโล และ อาร์เทมิส หรือสุริยเทพ และ จันทราเทพ ซึ่งบางครั้งจะถูกเรียกรวมกันว่า เลทอยดส์(Letoides) คงจะมีความหมายประมาณว่า ลูกๆของเลโทอะไรเทือกๆนั้น
ชีวิตของพระนางเลโทนั้นค่อนข้างดราม่าละครหลังข่าวประเทศสารขันธ์มากๆ ครั้งหนึ่งเธอเป็นถึงคุณหนูที่มีชีวิตสะดวกสบาย เพราะทั้งพ่อและแม่เป็นถึงรัฐมนตรีในคณะ 12 ไททันส์ ซึ่งเคยกล่าวไว้แล้วตอนเล่าถึงโคตรตระกูลของเทพอพอลโล
บิดาของนางเลโท คือโคอุส(Coeus) เทพแห่งปัญญา ส่วนมารดา คือฟีบี(Phoebe) เทพีแห่งแสงสว่างและการทำนาย ซึ่งทั้งสองเป็นรัฐมนตรีประจำคณะ 12 ไททันส์อย่างที่กล่าวไปแล้ว
พระนางมีพี่สาวหนึ่งคน นามว่าแอสทีเรีย(Asteria) เทพีแห่งดาวตก (คนละองค์กับแอสเทรีย(Astraea) เทพีพรหมจรรย์)
นามของพระนางเลโทนั้น มีความหมายถึงการโต้แย้ง (disputed) ชีวิตของพระนางจึงเผชิญเรื่องราวการทะเลาะเบาะแว้งเสมอ
หะแรก จากการเป็นคุณหนูอยู่ดีๆ ชีวิตก็ผลิกผัน เมื่อคณะไททันส์ โดนยึดอำนาจโดยคณะโอลิมเปียนส์ จากคุณหนูอยู่สบายๆ ก็เลยตกกระป๋องไปในชั่วข้ามคืน
แต่เพราะความสวยที่มีติดตัว จึงได้ไปเตะตาซุส ผู้เป็นมหาเทพแห่งรัฐบาลโอลิมเปียนส์ ตรงนี้ไม่มีรายละเอียดว่าทั้งสองไปตกหลุมรักกันได้ยังไง จะเป็นแนวจำเลยรัก หรือว่าซุสเห็นใจเลยลงมาปลอบ แต่เอาเป็นว่าทั้งสองได้เสียจนนางเลโทท้องป่อง เรื่องก็คงจะไม่ได้อะไรนัก ถ้าหากว่าซุสไม่มีเมียอยู่แล้ว และเมียคนนั้นคือเฮราผู้มีความหึงอย่างร้ายกาจ
พระนางเลโทต้องระหกระเหเร่ร่อนไปพร้อมกับอุ้มท้องบุตรทั้งสองไปด้วย เพราะคำสาปของเฮรา ที่ไม่ให้เธอสามารถคลอดลูกบนแผ่นดิน ซุสได้แก้คำสาปของเฮรา ด้วยการเนรมิตเกาะกลางทะเลขึ้นมาทางทิสตะวันออก ซึ่งเกาะแห่งนั้นมีชื่อว่า เดลอส(Delos) อันเป็นที่กำเนิดของเทพบุตรอพอลโล และเทพธิดาอาร์เทมิส
แม้จะคลอดบุตรโดยปลอดภัยแล้ว ชีวิตของพระนางก็ยังไม่พ้นจากการทะเลาะเบาะแว้ง เรื่องหนึ่งที่เล่าถึงกันมาก คือเมื่อครั้งพระนางยังเป็นคุณแม่เลี้ยงเดี่ยว กระเตงบุตรน้อยทั้งสองไปยังดินแดนที่มีนามว่า ไลเซีย(Lycia) ขณะกำลังวางบุตรทั้งสองเพื่อก้มลงดื่มน้ำในลำธาร พวกชาวบ้านละแวกนั้นได้พูดจาหยาบหยามไม่ให้เกียรติแก่เธอ พระนางเลยสาปให้คนเหล่านั้นกลายเป็นกบ หากินอยู่ตามริมบึงไปซะ
แม้จะเป็นคุณแม่เลี้ยงเดี่ยว พระนางเลโทก็ถนอมกล่อมเกลี้ยง เลี้ยงดูบุตรและธิดาขึ้นมาจนเติบใหญ่ เป็นเทพบุตรและเทพธิดาที่นอกจากจะมีรูปร่างหมดจดงดงามทั้งคู่แล้ว ยังมีอิทฤทธิ์และฝีมือไม่ยิ่งหย่อนผู้ใด โดยเฉพาะเพลงศร ทั้งอพอลโล และอาร์เทมิส ต่างได้ชื่อว่าเทพเจ้าแห่งการธนูที่เหนือกว่าเทพองค์ใด
ก็แน่ล่ะ แม่คนไหนมีลูกสาวลูกชายที่สมบูรณ์แบบก็ย่อมจะต้องชื่นชม โอ้อวดลูกๆของตนเป็นธรรมดา พระนางเลโทได้นำเรื่องของลูกทั้งสองไปเม๊าธ์แตกในวงสมาคมผู้ปกครอง มิไยจะถูกนางไนโอเบ(Niobe) ราชินีแห่งธีบส์หัวเราะเยาะใส่
ราชินีแห่งธีบส์เกทับบลัฟแหลก บอกว่าบุตรและธิดาของพระนางเลโธมีเพียงสอง ถึงจะรูปงามและเก่งการธนูก็ไม่เหนือไปกว่าบุตรและธิดาของนาง ที่มีถึงสิบสี่ เป็นชายเจ็ด และหญิงเจ็ด ล้วนรูปงามและเก่งกล้าในเชิงธนู
พระนางเลโทได้ฟังแล้วถึงกับของขึ้น กลับไปเล่าให้บุตรและธิดาฟัง ทั้งสองก็เจ็บแค้นแทนมารดา สะพายธนูและศรพร้อม เหาะไปเจอบุตรและธิดาทั้งสิบสี่ของนางไนโอเบ ต่างถือธนูจะออกไปล่าสัตว์ อพอลโลลั่นศรใส่บุตรทั้งเจ็ด โดยโอรสเหล่านั้นไม่ทันจะโต้ตอบ ขณะที่ธิดาอีกเจ็ดก็ถูกสังหารเรียบโดยฝีมืออาร์เทมิส
ธิดาองค์สุดท้ายวิ่งไปหลบในอ้อมกอดของนางไนโอเบ ก่อนจะถูกศรปักเข้ากลางอก วายชีวันเป็นคนสุดท้าย นางไนโอเบเสียใจมาก ส่วนสวามีกษัตริย์แอมฟิออน(Amphion) ถึงกับฆ่าตัวตายเพราะความเสียใจ บางตำราว่าพระองค์กู่ตะโกนขึ้นไปบนท้องฟ้าว่าจะต้องแก้แค้นให้กับบุตรและธิดาของตนให้จงได้ ซุสเลยรำคาญ ฟาดสายฟ้าลงมาเปรี้ยงเดียวเป็นอันจบเรื่อง ตัวพระนางไนโอเบผู้เป้นต้นเรื่องได้กลายเป็นหินไป ซึ่งจุดที่เกิดเหตุนั้น คือเขาซิพิรุส(Mount Sipylus) ปัจจุบันอยู่ในประเทศตุรกี และนางไนโอเบที่กลายเป็นหินไปนั้น ถูกเรียกว่าหินร่ำไห้(The Weeping Rock) อันเป็นต้นธารของแม่น้ำอาคีลุส(Achelous)
ภายหลังที่อพอลโลและอาร์เทมิส บุตรทั้งสองได้ดิบได้ดี เป็นสุริยเทพ และจันทราเทวี ชีวิตของพระนางเลโทก็ได้สุขสบายเสียที พระนางถูกยกเป็นเทพมารดร และมารดาแห่งชนชาติ ในหมู่ชาวไลเซีย(ก็ดินแดนที่พระนางไปสาปชาวบ้านให้กลายเป็นกบนั่นแหละ)
ก็เอาเป็นว่า เรื่องราวของเทพีผู้ตกระกำลำบากเพราะพิษภัยทางการเมือง ต้องระเหเร่ร่อนเพราะถูกเมียหลวงตามล่า เป็นคุณแม่เลี้ยงเดี่ยวที่ฟูมฟักบุตรทั้งสอง สุดท้ายก็จบลงด้วยดีเพราะบุตรทั้งสองต่างก็ได้ดิบได้ดี เป็นสองเทพผู้ยิ่งยง ได้ดำรงค์ตำแหน่ง มีเก้าอี้ประจำในคณะ 12 โอลิเปียนส์ พระนางก็เลยพลอยเป็นที่เกรงอกเกรงใจของผู้คนไปด้วย


ภาพประกอบ : รูปสลักหินอ่อน Latona and Her Children, Apollo and Diana ศิลปิน William Henry Rinehart ปี ค.ศ. 1874
ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 1 ครั้ง

1 ความคิดเห็น

  1. #8 อำกันเล่น (@am1977) (จากตอนที่ 24)
    วันที่ 2 กรกฎาคม 2561 / 09:46
    สรุป นางเลโทเป็นตัวร้าย เสี้ยมสอนให้ลูกแฝดไล่ฆ่าคนอื่น แถมตอนจบยังได้ดิบได้ดีอีก

    อย่างนี้ใครจะอยากทำดีละคะ
    #8
    1
    • #8-1 masked v (@masked_v) (จากตอนที่ 24)
      2 กรกฎาคม 2561 / 23:02
      แหม ก็ดันมาคุยข่ม เกทับลูกๆสุดรัดสุดบูชา งานนี้คุณแม่ก็ไม่ปล่อยเอาไว้สิ
      #8-1