นิทานก่อนตาย

  • 0% Rating

  • 0 Vote(s)

  • 1,211 Views

  • 47 Comments

  • 42 Favorites

แชร์นิยายเรื่องนี้

จำนวนแชร์
0

  • Month Views
    60

    Overall
    1,211

ตอนที่ 20 : Dionysus เทพเจ้าแห่งเมรัย

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 25
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 2 ครั้ง
    18 มิ.ย. 61

สวัสดีครับท่านผู้อ่านที่รักทั้งหลาย โฮเมอร์กลับมาเล่านิทานให้ทุกท่านฟังกันอีกครั้ง เป็นประจำทุกสัปดาห์ มาดูกันว่าสัปดาห์นี้เราจะเล่าเรื่องอะไรกันดี
จากสัปดาห์ก่อน ซีฟู๊ดหมึกยักษ์ขายดี ทำให้ ณ บัดนี้ เรามีสมาชิกเกินสองพันแล้ว(เฮ) เอาล่ะ ในเมื่อมีกับแกล้มแล้ว จะขาดเครื่องดื่มไปเสียก็ดูจะกระไร ฉะนั้นงวดนี้ โฮเมอร์จะขอชวนทุกท่านมาผิดศีลข้อห้ากันเถอะ(เฮ้ยๆๆๆ)
อันว่าสุรา แปลว่าเหล้า กินแล้วเมา ซึ่งก็ไม่ดี ทางเพจเราจึงไม่สนัสนุนให้ผู้อ่านดื่มเครื่องดื่มมึนเมา โดยเฉพาะผู้ที่อายุต่ำกว่า 18 ปี แต่ถึงอย่างนั้น เรื่องราวของเทพแห่งสุราเมรัยก็นับว่าน่าสนใจอยู่ เอาเป็นว่าใครไม่ใช่สายดื่ม มาเป็นสายอ่าน ก็คงไม่ถึงกับเมากันหรอกเนาะ อย่างมากก็แค่ลายตาเพราะตัวหนังสือเยอะ
เทพแห่งสุราเมรัยของกรีก มีนามว่า ไดโอนีซุส(Dionysus) หรือที่โรมันเรียกว่า แบคคัส(bacchus)
พระองค์ไม่ใช่เทพธรรมดากิ๊กก๊อก แต่มีตำแหน่งเป็นถึง 12 เทพแห่งโอลิมปุส นั่นคือมีเก้าอี้ประจำตำแหน่งในที่ประชุมของเทพเจ้าเลยทีเดียว แต่ก็เฉพาะบางตำราเท่านั้นนะ เพราะตำแหน่ง 12 เทพแห่งโอลิมปุสก็มีการปรับเข้าย้ายออกกันไปในแต่ละสมัย ไม่ต่างกับการปรับ ครม. แต่ประการใด แต่อย่างน้อยก็ถือว่าได้มีเกียรติประวัติกับเขาบ้างล่ะน่า
ว่าแต่เทพไดโอนีซุสไปประกอบวีรกรรมความดีอะไร ถึงกับได้ไปอยู่ร่วมในองค์ประชุมของเทพเจ้า ถ้าเล่ากันแบบสั้นๆ ก็คือพระองค์เป็นผู้ริเริ่ม นำผลองุ่นมาหมักเป็นเหล้าไวน์ ขายดิบขายดีกันไม่รู้กี่ยี่ห้อต่อยี่ห้อจนทุกวันนี้นี่เอง เรียกว่าถ้าไดโอนีซุสนอนตีพุงเก็บค่าลิขสิทธิ์ก็คงจะรวยอื้อซ่า สบายยิ่งกว่าเป็นเทพบนยอดเขาโอลิมปุส
หลายท่านพอรู้ว่าท่านเทพองค์นี้เป็นผู้คิดสร้างเหล้าขึ้นมาแล้วอาจจะหน้าเบ้ สงสัยว่ามันเป็นคุณประโยชน์ตรงไหน แต่ทว่าในงานบวงสรวงเทพเจ้า ย่อมจะขาดสุราไปไม่ได้เลยทีเดียว เพราะเดี๋ยวเทพจะไม่ปลื่ม พาลไม่มารับของเซ่นไหว้ นอกจากนั้น ความนิยมของเทพไดโอนีซุสยังสืบต่อมาถึงยุคโรมัน นั่นเพราะพระองค์นอกจากจะเป็นเทพตัวแทนแห่งงานพิธีกรรมแล้ว ยังทรงมีบทบาทสำคัญในงานเลี้ยงด้วย เรียกว่างานเลี้ยงไหนไม่เหล้าก็คงจะกร่อยไปสนิทใจ
ในแง่ความเป็นมาของเทพไดโอนิซุสก็มีความแปลกอยู่ไม่น้อย นักประวัติศาสตร์เชื่อว่าลัทธิบูชาเทพไดโอนิซุส ถูกแพร่มาในกรีซในชั้นหลัง แต่ก็มีหลักฐานว่ามีการบูชาในแคว้นไมซีเน มาตั้งแต่ 1500-1100 ปีก่อนคริสตกาล เชื่อว่าได้แพร่เข้ามาจากทางใต้ จากเอธิโอเปีย หรือไม่ก็จากทางตะวันออก โดยมีชื่อที่กล่าวถึงพระองค์ว่า เป็นเทพจากถิ่นอื่น
ในแง่ของรูปลักษณ์ก็นับว่าประหลาดทีเดียว เพราะไดโอนิซุสถูกตีความไปในรูปลักษณ์ที่หลากหลาย สำหรับในปัจจุบันอาจจะนึกภาพของพระองค์ออกมาเป็นตาแก่พุงพลุ้ยขี้เหล้าเมาหยำเป แต่ในเวอร์ชั่นดั้งเดิม พระองค์เป็นเทพที่รูปงามมาก โดยมีลักษณะของหนุ่มน้อยที่เพิ่งจะก้าวเข้าสู่วัยรุ่น ไร้ซึ่งหนวดเครา และมีลักษณะผสมผสานระหว่างชายและหญิง เรียกว่ายังอยู่ในวัยที่นมไม่แตกพาน เสียงยังไม่แตกหนุ่มดี เหมาะสำหรับสาวๆที่รักเด็กเป็นอย่างยิ่ง
เทพไดโอนีซุส บางครั้งก็จะทรงนุ่งห่มหนังสัตว์ โดยเฉพาะหนังเสือดาว แต่บางครั้งก็เปลือยมันดื้อๆนี่แหละ แต่มีสัญลักษณ์ที่สำคัญที่พอจะบ่งบอกตัวตนได้ นั่นคือมงกุฎพวงองุ่นอันเป็นสัญลักษณ์ประจำพระองค์ มีไม้เท้าที่เรียกว่า ไทร์ซัส(thyrsus) เป็นคล้ายกับพลองยาว ยอดเป็นตะปุ่มเหมือนพวงองุ่น บางครั้งก็จะมีเถาองุ่นปกคลุม เป็นไม้เท้าที่จะถูกนำไปใช้ในพิธีบูชาเทพไดโอนีซุสด้วย
ไดโอนีซุสนอกจากจะเป็นเทพแห่งเหล้าแล้ว ยังเป็นเทพแห่งความมึนเมา การเฉลิมฉลอง รวมไปถึงการแสดงถึงความอุดมสมบูรณ์ด้วย และก็รวมไปถึงพิธีกรรมและพฤติกรรมที่แปลกประหลาดไปจนถึงขั้นเสียสติ พระองค์มักจะเสด็จไปพร้อมด้วยเหล่าผู้ติดตามอีกเป็นโขยง ทั้งบรรดาเสือดาวหรือเสือโคร่งอันเป็นสัตว์ประจำพระองค์ เหล่าแซทเทอร์ที่แสนเมามายและหมกมุ่นในกาม เหล่าสตรีที่เรียกว่ามีนาดส์(maenads) ที่นอกจากจะเมามาย พากันร้องรำทำเพลงเหมือนคนบ้าแล้ว บางครั้งก็ยังก่อเหตุฆาตกรรมโหดร้าย
แม้ว่าไดโอนีซุสมักจะมีภาพลักษณ์ของหนุ่มเจ้าสำราญที่มีสาวๆแห่ห้อมล้อม แต่เมื่อถามถึงชีวิตส่วนตัวแล้ว เทพไดโอนีซุสก็ต้องกระดกแก้วไวน์ขึ้นดื่มรวดเดียวหมด รำพึงว่า...เรื่องมันเศร้า...
ตำนานการกำเนิดของเทพไดโอนีซุสถูกเล่ากันไปในหลายเวอร์ชั่นที่แตกต่าง แต่ก็มักสื่อถึงการตายและการเกิดใหม่ ตำนานที่ถูกพูดถึงมากที่สุด กล่าวว่าพระองค์เป็นบุตรของมหาเทพซุส กับนางซิมิลี
นางซิมิลีเป็นธิดาของพระเจ้าแคดมัส ผู้ก่อตั้งกรุงธีบส์ หากใครยังจำตอนที่เล่าถึงพระนางยูโรปาได้ แคดมัสนี่แหละ ที่เป็นพี่ชายของนางยูโรปา ซึ่งหลงเล่ห์กามของซุส ถูกพาตัวไปที่เกาะครีต จนมารดาของยูโรปาต้องออกตามหา พร้อมกับบรรดาบุตรชาย ซึ่งก็รวมถึงแคดมัสด้วย
แคดมัสออกตามหาน้องสาวจนเหนื่อยใจ มารดาก็เสียชีวิตไปในการเดินทาง จึงตกลงปลงใจ เริ่มสร้างบ้านแปลงเมือง อันกลายมาเป็นเมืองธีบส์ในกาลต่อมา
เมื่อสร้างเมืองสำเร็จแล้ว ไม่รู้ด้วยความรู้สึกผิดหรืออะไร ซุสก็ได้ประทานหลานสาวของตนให้แต่งงานกับแคดมัส หลานสาวที่ว่า มีนามว่าฮาร์โมเนีย หรือชื่อโรมันว่า เฮอร์ไมโอนี่ ซึ่งนางเป็นธิดาของเทพสงครามอาเรส กับเทพีอะโฟรไดต์ และแคดมัสกับฮาร์โมเนียก็ได้มีบุตรสาวเป็นนางซิมิลีนี่เอง
นางซิมิลีเองแม้ว่าจะเป็นลูกเสี้ยวเทพเจ้า แต่ไม่มีพลังพิเศษหรือเป็นอมตะแต่อย่างใด วันหนึ่งนางได้พบกับหนุ่มน้อยหน้าตาหล่อเหลามาเกี้ยวพา โดยบอกกับนางว่าตนเป็นหาเทพปลอมองค์มา แล้วก็พากันได้เสียในที่สุด
ทั้งสองมีสัมพันธ์สวาทกันอย่างลับๆ แต่ความลับย่อมไม่มีในโลก เทพีเฮราล่วงลรู้จนได้ว่าสามีแอบไปมีเมียเด็ก ทว่าครั้งนี้นางไม่ได้กระโตกกระตาก เฮราเองก็ปลอมองค์บ้าง เป็นนางพี่เลี้ยงของนางซิมิลี เข้าไปพูดคุยด้วยดี สอบถามจนแน่ใจว่าสามีตัวดีของตนนี่ล่ะ ที่หนีลงมามีกิ๊ก
เฮราคิดการแยบคายในการล้างแค้น โดยแกล้งพูดให้ซิมิลีไม่แน่ใจว่าชายที่ตนนอนด้วยเป็นจอมเทพจริงละหรือ แล้วบอกกับซิมิลีว่าให้หาทางพิสูจน์ ด้วยการขอให้ชายหนุ่มคนนั้นแปลงร่างเป็นจอมเทพให้ได้เห็นเป็นบุญตาสักครั้ง
ซิมิลีเชื่อคำยุยง ให้ซุสกล่าวคำสาบานก่อนจะร้องขออะไรบางอย่าง ซุสหลงกลทำการสบถสาบานแล้ว นางซิมิลีก็ขอให้ซุสคืนร่างที่แท้จริงให้นางเห็น ซุสไม่อาจอิดเอื้อน ด้วยว่าเทพเจ้าย่อมไม่สามารถคืนคำ จึงแปลงองค์เป็นร่างที่แท้จริงด้วยความจำใจ
ทันทีที่ซุสคืนร่าง สายฟ้าจำนวนมหาศาลก็พวยพุ่งไปทุกทิศ ส่งผลให้ร่างนางซิมิลีถึงกับระเหิดไปในบัดดล ยังไว้แต่เด็กในครรภ์ ซึ่งรอดได้ด้วยสายเลือดเทพเจ้า ซุสได้กรีดต้นขาต้นเองเป็นแผล แล้วนำทารกเก็บซ่อนไว้ไม่ให้เมียเห็น
ไม่กี่เดือนหลังจากนั้น ซุสก็คลอดบุตร(ห๊ะ?) ออกมาเป็นเด็กชายหน้าตาน่ารักน่าชัง ไดโอนีซุสจึงมีฉายาอื่นอีกว่า ผู้เกิดสองหน(twice-born) และเป็นผู้มีสองแม่ คือซุสและและซิมิลี(งานนี้ซุสรับบทเป็นทั้งพ่อและแม่เลย)



ภาพประกอบ : รูปสลักหินอ่อน ไดโอนิซุส จากศตวรรษที่ 2 ถูกค้นพบในอิตาลี ส่วนแขนและขาถูกพบในศตวรรษที่ 18 ปัจจุบันถูกตั้งแสดงในพิพิธภันฑ์ ลูฟว์ ประเทศฝรั่งเศส
ติดตามเรื่องราวสนุกๆได้ที่
https://www.facebook.com/talebeforedie/
ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 2 ครั้ง

0 ความคิดเห็น