นิทานก่อนตาย

  • 0% Rating

  • 0 Vote(s)

  • 1,517 Views

  • 60 Comments

  • 55 Favorites

แชร์นิยายเรื่องนี้

  • Month Views
    85

    Overall
    1,517

ตอนที่ 19 : Kraken อสูรใต้ทะเล

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 36
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 0 ครั้ง
    13 มิ.ย. 61

สวัสดีท่านผู้อ่านที่รักทั้งหลาย โฮเมอร์กลับมาเล่าเรื่องราวสนุกๆให้ทุกท่านฟังเป็นประจำสัปดาห์อีกครั้ง ช่วงหน้าฝนแบบนี้ อากาศเอาแน่เอานอนไม่ได้ บางวันก็ร้อนซะ แต่บางวันก็มีฝนพายุเข้า หวังว่าทุกท่านจะสบายดีไม่เจ็บไข้ได้ป่วยนะครับ
ช่วงฝนฟ้าคะนองแบบนี้ ลำพังแค่อยู่กรุงเทพฯ รถติดก็ลำบากแย่แล้ว แต่ลองนึกดูสิครับ ว่าถ้าต้องออกเรือไปหาปลาด้วย จะลำบากลำบนขนาดไหน แถมทะเลที่เป้นสถานที่ที่จะเล่าเรื่องในครั้งนี้ เป็นทะเลแอตแลนติกเหนือ ที่มีทั้งคลื่นลมบ้าคลั่ง แถมด้วยความหนาวเย็นจับขั้วหัวใจอีก ถ้าเลือกได้ก็ขอห่มผ้าอยู่กับบ้านเหอะ ให้ล่องเรือออกไปข้างนอกนี่มันฆ่าตัวตายชัดๆ
สำหรับเรื่องที่โฮเมอร์จะเล่าในวันนี้ เรื่องของเรื่องคืออยู่ๆก็นึกอยากกินซีฟู๊ดขึ้นมาติดหมัดซะงั้น ก็เลยอยากจะชวนท่านผู้อ่านล่องนาวาออกหาสัตว์ทะเลมาปิ้งย่างกัน และถ้าพูดถึงสัตว์ประหลาดแห่งท้องทะเลแล้ว ในยุคนี้คงไม่มีใครดังเกินเจ้าตัวนี้แล้ว มันคือคราเคนยังไงล่ะครับ
คราเคนเป็นสัตว์ร้ายใต้ท้องทะเลในตำนานที่เล่าลือกันมากในแถบแสกนดิเนเวีย ก็ละแวกเดียวกับพวกนอร์สหรือไวกิ้งนั่นเอง โดยระบุว่ามันน่าจะอยู่แถวนอร์เวยและเกาะกรีนแลนด์
สำหรับเรื่องของคราเคนนั้น ออกจะต่างจากเรื่องอื่นๆที่เราเคยเล่าไปก่อนหน้านี้ คือเป็นเรื่องเล่าแนวตำนานที่ไม่ใช่แนวเทววิทยา หรือ mythology น่าจะเรียกว่าเป็นตำนานเล่าขานที่ไม่เกี่วข้องกับเทพเทวาแต่อย่างใด ไม่มีวีรบุรุษใดๆทั้งสิ้น แค่เล่าลือกันว่ามันเป็นสัตว์ขนาดยักษ์ที่อาศัยอยู่ใต้ทะเล และบางครั้งก็อาจจะโจมตีมนุษย์ด้วย
ชื่อของคราเคน(Kraken) นำมาจากภาษานอร์วีเจียน คำว่า krake แปลว่า สิ่งมีชีวิตที่ประหลาด หรืออาจจะแปลว่า บิดหรือหมุน บิชอปและนักประวัติศาสตร์ชาวเดนนิช นาม อีริค พอนทอปปิแดน(Erik Pontoppidan) ได้บรรยายไว้ในปี 1752-3 ว่า มีรูปร่างเหมือนปลาหมึกยักษ์ที่มีความยาวถึง 12-15 เมตรเลยทีเดียว และด้วยฐานะของท่านที่เป็นถึงนักบวชระดับบิชอป และมีการศึกษาสูง สิ่งที่บรรยายนี้จึงค่อนข้างได้รับความเชื่อถือ
แม้ว่าคราเคนจะเพิ่งถูกเอ่ยถึงในช่วงปี 1752-3 ทว่าเรื่องเล่าของเจ้าคราเคนนั้นน่าจะมีมาก่อนหน้านั้นนานโขทีเดียว ในบันทึกตำนานเก่าแก่ของไอซ์แลนด์ Old Icelandic saga Örvar-Oddr ในศตวรรษที่ 13 ซึ่งบรรยายการเดินทางสู่เกาะเฮลลูแลนด์(Helluland) หรือที่ทุกวันนี้คือเกาะบัฟฟิน(Baffin) ซึ่งอยู่ไกลถึงทางตอนเหนือของประเทศแคนาดาในปัจจุบันได้กล่าวถึงสัตว์ประหลาดจากท้องทะเลไว้สองชนิดด้วยกัน นั่นคือ ฮัฟกูฟา(Hafgufa) และ ลิงก์บาคร์(Lyngbakr)
สำหรับลิงก์บาคร์นั่น ชื่อของมันหมายถึงพุ่มไม้บนหลัง หรือขยายความหน่อยก็มีพุ่มไม้ขึ้นบนกลางหลัง(heather-back) คำบรรยายของมันฟังแล้วอาจจะไม่ค่อยประหลาดเท่าไหร่ในสมัยนี้ โดยกล่าวว่าเป็นปลาวาฬที่ใหญ่ที่สุดในโลก(ชื่อพุมไม้บนหลัง น่าจะสื่อถึงขนาดของมันที่เหมือนกับเกาะที่มีต้นไม้ขึ้นบนหลัง) แต่กับอสุรอีกตัวที่ชื่อ ฮัฟกูฟา นี่ออกจะพิลึกกึกกือในสายตานักบันทึกยุคกระโน้นทีเดียว
ฮัฟกูฟานั้น ชื่อของมันหมายถึง หมอกทำเล(sea mist)(หมอกในที่นี้ อาจจะหมายถึงปริศนาหรือความคลุมเครือ) ถูกบรรยายว่ามันมีมือหรือสิ่งที่จะจับคนหรือสิ่งของยัดใส่ปาก แถมยังมีจมูกอยู่ใต้ปากอีกแน่ะ ฟังแล้วออกจะครือๆกับปลาหมึกยักษ์ที่ท่านบิชอปว่าไว้ในปี 1752 แต่น่าแปลกที่ลิงก์บาร์ก ผู้บันทึกบอกโต้งๆว่ามันคือวาฬยักษ์ แต่เจ้าฮัฟกูฟานั้นกลับไม่ได้เอ่ยตรงๆว่าเป็นปลาหมึก
ราวปี 1250 ในกรีนแลนด์ มีผู้ประพันธ์นิรานามได้เขียนหนังสือเกี่ยวกับวิทยาการเก่าแก่ของนอร์เวย์ ที่ชื่อ โคนุงส์ สกูกส์จา(Konungs skuggsjá) ได้กล่าวถึงเจ้าสัตว์ประหลาดทั้งสองชนิด ซึ่งเขาได้ฟังมาจากเหล่าชาวประมงอีกที
ผู้เขียนหนังสือได้วิเคราะห์ถึงสิ่งที่ได้ยินมา โดยว่าขนาดของพวกมันที่ถูกเล่าลืออาจจะเกินความจริงเพราะความกลัว และยังหาหลักฐานพิสูจน์ชัดเจนไม่ได้ เนื่องจากพวกมันล้วนปรากฏตัวห่างจากแผ่นดิน โดยเฉพาะเจ้าฮัฟกูฟานั้น เขาสงสัยอยู่ว่าลิ้นของมันที่สามารถยืดมาจับมนุษย์เข้าไปใส่ปากเหมือนกับจับปลานั้น มีความยาวเท่าไหร่กันแน่ ตัวเขาได้ยินมาว่ามีคนจับมันได้ หรือพบซาก ตัวหรือสองตัว ทำให้สันนิษฐานว่ามันน่าจะมีมากกว่าสองตัวขึ้นไปเพื่อที่จะขยายพันธุ์ได้ และได้ยินมาว่ามันต้องการปริมานอาหารต่อวันมากทีเดียว
จากทั้งสองตำนานข้างต้นที่กล่าวถึงเจ้าฮัฟกูฟา หรือที่เชื่อกันว่ามันคือคราเคนนั้น จะสังเกตว่าความรู้เรื่องสิ่งมีชีวิตในทะเลของคนยุคโน้นยังมีค่อนข้างจำกัด ตัวลิงก์บาคร์นั้นค่อนข้างแน่ชัดว่าเป็นปลาวาฬ เพียงแต่ขนาดใหญ่เวอร์ขนาดที่เข้าใจผิดว่าเป็นเกาะ แต่เจ้าฮัฟกูฟานี่เหมือนจะยังระบุได้ไม่แน่ชัด คงเพราะปลาหมึกยักษ์นั้นน่าจะพบเจอตัวยากกว่า แถมหนวดของมันบ้างก็เข้าใจว่าเป็นแขน หรือเป็นลิ้นที่ยืดมากระหวัดรัดเหยื่อเข้าปาก
หรือบางที เห็นแค่ลำตัวของมัน คนก็พาลเข้าใจว่าเป็นปลา บางทีก็อาจจะคิดว่าเป็นงูยักษ์ จนมายุคหลังก็เริ่มจะเห็นพ้องต้องกันว่ามันไม่ใช่อะไรอื่น นอกจากปลาหมึกขนาดยักษ์นั่นเอง
ในเรื่องเล่าของลูกทะเลทั้งหลาย มักพูดถึงคราเคนและปลาวาฬอยู่เสมอ ซึ่งใกล้เคียงกับสิ่งที่นักวิทยาศาสตร์ในปัจจุบันค้นพบ โดยมีการพบว่าในกระเพาะของวาฬ มีซากจงอยปากของปลากหมึกยักษ์อยู่เต็มไปหมด นั่นก็แสดงว่าเจ้าคราเคนอาจจะเป็นเหยื่อสำหรับปลาวาฬเหมือนกัน แต่บางครั้งก็มีคนรายงานว่าเจ้าหมึกสู้ตาย รัดปลาวาฬจนตายตกตามกันไปก็มี
ชื่อของเจ้าคราเคน กลายมาเป็นที่โด่งดังในช่วงศตวรรษที่ 19 อันเป็นยุคที่ผู้คนคลั่งไคล้วิทยาศาสตร์และพยายามค้นหาสัตว์แปลกประหลาดด้วยความเข้าใจของวิทยาศาสตร์ เช่นที่ไปปรากฏในนวนิยายอันโด่งดังเรื่องใต้ทะเลสองหมื่นโยชน์
ความโด่งดังของเจ้าคราเคน มีส่วนไปพาดพิงเอากับตำนานกรีกหน่อยนึง ก็ตอนที่ปรมาจารย์หนังสัตว์ประหลาดอย่าง เรย์ แฮรี่เฮาว์เซน ทำภาพยนตร์ชื่อ Wrath of Titan (1981) ที่ยำเทพปกรณัมกรีกเข้าด้วยกันตามแบบฉบับฮอลลิวู๊ด
เดิมที่ สัตว์ประหลาดจากใต้ทะเลที่มานำตัวเจ้าหญิงแอนโดรมีดา คือเจ้าซีตัส(Cetus) ซึ่งมีลักษณะคล้ายๆกับมังกรทะเลที่มีหางเป็นปลาซะมากกว่า แต่เรย์ก็ตัดสินใจเอาเจ้าคราเคนมาแทน แต่ก็ออกแบบมาต่างจากปลาหมึกอยู่ไกลโข
ที่เล่ามาซะตั้งเยอะเนี่ย ก็เพราะอยากกินซีฟู๊ดหรอกนะ


ภาพประกอบ : คราเคนกำลังโจมตีเรือ (ขออภัย งวดนี้หาต้นฉบับไม่ได้ว่ามาจากไหน แต่ภาพพิมพ์ลายเส้นแบบนี้ น่าจะราวๆปี 1800 นี่ล่ะนะ)

0 ความคิดเห็น