นิทานก่อนตาย

  • 0% Rating

  • 0 Vote(s)

  • 1,221 Views

  • 48 Comments

  • 41 Favorites

แชร์นิยายเรื่องนี้

จำนวนแชร์
0

  • Month Views
    70

    Overall
    1,221

ตอนที่ 16 : Hercules วีรบุรุษจอมพลัง

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 32
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 0 ครั้ง
    5 มิ.ย. 61

สวัสดีท่านผู้อ่านที่รัก โฮเมอร์กลับมาพบท่านเป็นประจำทุกสัปดาห์ พร้อมกับเรื่องราวที่จะมาเล่าให้ได้อ่านกัน เรื่องนี้ขอเกริ่นก่อนว่ามีผู้อ่านได้ขอมานานแล้ว แต่กว่าจะนำมาให้อ่านก็เนิ่นนาน ไม่รู้ว่าจะยังรออ่านกันอยู่หรือเปล่านะ


ช่วงที่ผ่านมา โฮเมอร์ได้นำเรื่องราวของสาวๆมากำนัลแด่ท่านผู้อ่านไปแล้วหลายนาง ทั้งนางอัปสรผู้ยั่วยวน, วัลคีรีผู้ห้าวหาญ, เฟเทียนผู้ยึดมั่นในคุณธรรม จนถึงนางยูโรปา ภรรยาเก็บของมหาเทพซุส ซึ่งเป็นที่มาของชื่อทวีปยุโรป งวดนี้ก็ได้เวลาเปลี่ยนแนวกันบ้าง
เรื่องราวที่จะเล่าในสัปดาห์นี้ เป็นเรื่องของวีรบุรุษที่นับว่าป๊อบปูลาร์เอามากๆในเทพปกรณัมกรีกและโรมัน แน่นอนว่าจะเป็นใครไปไม่ได้ ถ้าไม่ใช่จอมพลังอย่างเฮอร์คิวลีส(Hercules) หรือในชื่อดั้งเดิมของกรีก คือ เฮราคลีส(Heracles)
เดิมเฮอร์คิวลีสเป็นวีรบุรุษที่โด่งดังอยู่แล้วในตำนานกรีก และแพร่หลายไปในชนชาวอิทรัสกันซึ่งเป็นชาวกรีกเผ่าหนึ่งที่ไปตั้งรกรากในอิตาลี จนต่อมาถูกชาวอนารยชนแถบนั้นพิชิตและทำการกลืนชาติ กลายมาเป็นจักรวรรดิโรมันอันเกรียงไกรในกาลต่อมา ฉะนั้นความเชื่อและอะไรหลายอย่างของชาวกรีกจึงถ่ายทอดมาสู่โรมันแทบจะทั้งหมด รวมไปถึงเหล่าเทพเจ้าเช่นกัน เพียงแต่ชื่อเรียกจะแตกต่างกันไปบ้าง
กลับมาว่าเรื่องของเฮอร์คิวลีสกันต่อ อันที่จริงโฮเมอร์ก็ไม่แน่ใจว่าเฮอร์คิวลีสของชาวโรมันนั้นแตกต่างจากเฮราคลีสของกรีกตรงไหน แต่ดูเหมือนว่าเฮอร์คิวลีสจะป๊อบในหมู่ชาวโรมันมากกว่า คงพราะมีลักษณะนิสัยหลายอย่างที่มัน "โดน" ชาวโรมัน โดยเฉพาะเรื่องความสตรอง ที่ไม่ว่าอุปสรรคจะใหญ่โตขนาดไหน ก็ไม่เกินพลังกล้ามของอาเฮียขาใหญ่ของเราไปได้ เรียกว่าใครขวางโดนแกทุบเละหมด ฉะนั้นซีซาร์(ตำแหน่งจักรพรรดิโรมัน)หลายองค์จึงมักอ้างอิงตัวเองกับเฮอร์คิวลีส หรืออย่างน้อยได้แต่งคอสเพลย์ เอาหนังสิงโตมาสวมเพื่อเซลฟี่(ให้ศิลปินแกะรูปเหมือน)ก็ยังดี
แม้ว่าเฮอร์คิวลีสจะเป็นที่นิยมในโรมันขนาดไหน แต่บ้านเกิดเมืองนอนจริงๆนั้น คือนครธีบส์ นครรัฐหนึ่งในกรีซ กองทัพธีบส์จึงวาดรูปกระบองอาวุธประจำตัวของเฮอร์คิวลีสลงบนโล่เพื่อเคลมว่าตนเป็นลูกหลานเฮอร์คิวลีส(แม้ว่าถ้าดูไกลๆจะเหมือนดุ้นอะไรสักอย่างที่มีตุ่มรอบๆเสียมากกว่า)
ตัวของเฮอร์คิวลีสมีศักดิ์เป็นถึงลูกของมหาเทพซุส กับเจ้าหญิงอัลค์มีนีซึ่งเป็นมนุษย์เดินดินธรรมดา เฮอร์คิวลีสจึงนับเป็นเดมิก็อด(Demigod) หรือลูกครึ่งเทพ มีพรสววรค์หลายอย่างติดตัวมาโดยสายเลือด
อันที่จริงเรื่องราวกำเนิดของเฮอร์คิวลีสนั้นค่อนข้างข้างซับซ้อนนิดหน่อย เพราะนางอัลค์มีนีเธอเป็นธิดาของอิเล็กทริออน อิเล็กทริออนเป็นบุตรของเพอร์ซิอุสกับเจ้าหญิงอันโดรเมดา ซึ่งเพอร์ซีอุสก็ไม่ใช่ใครที่ไหน เป็นลูกลับๆอีกคนของซุสนั่นเอง พูดง่ายๆว่าซุสลงมาได้กับหลานตัวเองอีกทีนั่นแหละ
กล่าวถึงนางอัลค์มีนี เธอเองก็มีคู่หมายอยู่แล้ว นามว่าแอมฟริทิออน ซึ่งแอมฟริทิออนเป็นบุตรของอัลเซอัส อัลเซอัสเป็นบุตรของเพอร์ซิอุสและเป็นน้องชายของอิเล็กทริออนนี่เอง เรียกว่างานนี้ไม่ได้ไปไหนไกล ได้กันในวงศาคณาญาติ วุ่นอิรุงตุงนังกันไปหมด
เอาเฉพาะการนับญาติกันเองก็นับว่าสับสนแล้ว ช่วงที่ซุสลงมาร่วมอภิรมย์กับนางอัลค์มีนีก็นับว่าซับซ้อนอีก เรื่องคือเมืองอาร์กอสของกษัตริย์อิเล็กตริออนถูกรุกรานโดยชนชาวเทเลโบอันส์ บุตรชายของอิเล็กกทริออนออกไปสู้รบ เสียชีวิตลงทั้งหมด อิเล็กทริออนจึงต้องไปขอให้แอมฟริทิออนซึ่งมีศักดิ์เป็นหลาน ที่ขณะนั้นครองเมืองธีบส์ ให้ยกทัพมาช่วย โดยสัญญาว่าเมื่อชนะแล้วจะยกนางอัลค์มีนีให้
ระหว่างที่แอมฟริทิออนไปสู้รบเสี่ยงภัย เทพซุสเล็งทิพยเนตรลงมาเห็นนางอัลค์มีนีผู้เลอโฉมเฝ้ารอแอมฟริทิออนด้วยความกระวนกระวาย เทพซุสคงเล็งเห็นว่าหากแอมฟริทิออนตายในการรบเสียอีกคน เชื้อสายของเพอร์ซิอุสก็คงสิ้นวงศ์วาน จึงจำเป็นต้องจำแลงองค์ลงมาทำเรื่องดีๆบ้าง
ซุสได้จำแลงองค์ลงมาเป็นแอมฟริทิออน ตรงเข้าหานางอัลค์มีนีแล้วจัดแจงหว่านเมล็ดพันธ์แก่นางเป็นที่เรียบร้อย กระทั่งแอมฟริทิออนตัวจริงรบชนะกลับมา ได้สมรสกับนางอัลค์มีนีซ้ำอีกเล่า การณ์จึงกลายเป็นว่านางอัลค์มีนีได้โอรสแฝดอยู่ในครรภ์
นางอัลค์มีนีได้คลอดบุตรฝาแฝดที่นครธิบส์ของแอมฟริทิออนผู้เป็นสามี คนโตมีนามว่าอัลไซดีส(Alcides) ซึ่งต่อมาจะถูกขนานนามว่าเฮราเคลส หรือเฮอร์คิวลีสนั่นเอง ส่วนคนน้องมีนามว่าอิฟิคลีส(Iphicles) ซึ่งไม่ค่อยมีบทบาทอะไรนัก
โฮเมอร์เองไม่รู้ว่าอัลไซดีสเปลี่นชื่อมาเป็นเฮราเคลสได้ยังไง แล้วใครเปลี่ยนให้ ตั้งเองหรือใครตั้งให้ แต่น่าแปลกคื่อชื่อเฮราเคลส มีความหมายว่า เกียรติยศของเฮรา(glory of Hera) อันมาจากคำว่า Hera ซึ่งเป็นนามของเทพีเฮรา และ kleos ที่แปลว่าเกียรติยศและความรุ่งโรจน์ ซึ่งถ้าผู้อ่านได้รู้จักประวัติชีวิตของเฮอร์คิวลีสแล้วก็คงจะงงๆ เพราะตลอดชีวิตของเฮอร์คิวลีสนั้นถูกเทพีเฮราผู้เป็นแม่เลี้ยงตามรังควานตั้งแต่เกิดยันตาย หรือจะเปลี่ยนชื่อแก้ชง เผื่อเจ้าแม่จะเลิกรังควานก็ไม่รู้แฮะ
เมื่อกล่าวถึงเทพีเฮราแล้ว ทุกท่านก็คงทราบว่าเจ้าแม่ไม่เคยปราณีกับบ้านเล็กบ้านน้อยของสามี ไม่เล่นงานแม่ก็ต้องเล่นงานลูก สำหรับกรณีของเฮอร์คิวลีสนั้นโชคดีตรงที่นางอัลค์มีนีไม่ถูกจองเวรแต่อย่างใด ส่วนใหญ่โทษกรรมจะมาตกแก่ตัวเฮอร์คิวลีสเสียมากกว่า
ตั้งแต่ยังแบเบาะ เฮอร์คิวลีสถูกแม่ใหญ่เล่นงานด้วยการส่งอสรพิษร้ายมากัดเด็กน้อย แต่เจ้าหนูกลับคว้าอสรพิษมาบีบคอเล่นเสียอย่างนั้น เรื่องราวตอนนี้กลายมาเป็นความเชื่อของชาวโรมัน ว่าเฮอร์คิวลีสเป็นผู้พิทักษ์เด็กแรกเกิด และเป็นเครื่องหมายแสดงถึงสุขภาพพลานามัยของทารก โดยคุณแม่จะผูกเงื่อนเฮอร์คิวลีส(Hercules knot)คาดเอวเอาไว้เป็นสิ่งนำโชค พูดชื่อนี้แล้วอาจจะนึกไม่ออกว่าเป็นยังไง เอาง่ายๆ เงื่อนเฮอร์คิวลีสก็อันเดียวกับเงื่อนพิรอดนั่นแหละ
ยังมีเรื่องเล่าในวัยแบเบาะของจอมพลังของเราอีกเรื่อง นั่นคือตอนที่ยังเป็นทารกน้อยนั้นเอง ซุสผู้เป็นบิดาได้ลงมาหาเด็กน้อยเฮอร์คิวลีส ด้วยความรักลูก ซุสอยากจะให้เด็กน้อยได้รับพลังจากเทพเจ้า นอกเหนือจากเลือดเนื้อของตนที่ไหลเวียนในร่างกายเด็ก
ในการณ์นี้ ซุสได้อาศัยตอนที่เฮราผู้เป็นมเหสีหลับ คว้าเอาตัวทารกเฮอร์คิวลีสให้ดูดนมเฮรา(เจ๊หลับลึกมาก หรือคงจะเพลิน) ครั้นเฮราตืนขึ้นมาก็ให้ตกใจ ตัวอะไรมันมาดูดนม รีบผลักไสเสียอย่างแรงจนทารกเฮอร์คิวลีสหลุดออก พร้อมกับน้ำนมตนที่ไหลเป็นสาย กลายเป็นทางช้างเผือกบนท้องฟ้า อาจจะเป็นตั้งแต่วันนั้น ที่เฮราหมายหัวเด็กเปรตรายนี้ก็เป็นได้
แค่เรื่องราวตอนเด็กของเฮอร์คิวลีสก็ยืดยาวเสียแล้ว ถ้าให้เล่าทั้งหมด เจ็ดวันเจ็ดคืนก็เห็นจะเล่าไม่หมด เอาเป็นว่าขอเล่าพอให้รู้คร่าวๆถึงที่มาของวีรบุรุษคนสำคัญของกรีกเท่านั้นก่อน ไว้ถ้ามีโอกาส โฮเมอร์จะมาเล่าเรื่องราวตอนอื่นๆของเฮอร์คิวลีสให้ฟังกันใหม่นะครับ
ติดตามเรื่องราวอื่นๆได้ที่ https://www.facebook.com/talebeforedie/

ภาพประกอบ : Farnese Hercules รูปสลักจากหินอ่อน ต้นฉบับคาดว่าอยู่ในช่วงสี่ร้อยปีก่อนคริสตกาล ส่วนที่ค้นพบ เป็นตัวก๊อปปี้โดยโรมัน ราวปีคริสตศักราชที่ 216 และได้รับการบูรณะใหม่ในปี ค.ศ. 1546 ปัจจุบันจัดแสดงที่ Museo Archeologico Nazionale, Naples รูปสลักแสดงอิริยาบทผ่อนคลายของเฮอร์คิวลีส โดยเอนตัวพิงกระบองและถอดหนังราชสีห์นีเมียนออก

0 ความคิดเห็น