นิทานก่อนตาย

  • 0% Rating

  • 0 Vote(s)

  • 1,213 Views

  • 47 Comments

  • 42 Favorites

แชร์นิยายเรื่องนี้

จำนวนแชร์
0

  • Month Views
    62

    Overall
    1,213

ตอนที่ 15 : Europa จุดเริ่มต้นของอารยธรรมตะวันตก

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 31
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 1 ครั้ง
    4 มิ.ย. 61

รักเหมือนโคถึกที่คึกพิโรธ ความรักเช่นนั้นให้โทษ จะไปโกรธโทษรักไม่ได้...
โอ๊ะ สวัสดีท่านผู้อ่านที่รัก งวดนี้มาแปลกหน่อย เพราะโฮเมอร์ครวญเพลงมาแต่ไกล(แต่อย่าฟังเสียงจริงเลย เดี่ยวหลอน)
อันที่จริงคนส่วนมากน่าจะเคยฟังเพลงบุพเพสันนิวาสของสุนทราภรณ์กันอยู่แล้ว ทั้งเอาไปประกอบหนังและละคร ยังไม่รวมที่เปิดตามงานแต่งงานอีก แต่โฮเมอร์ฟังมาก็นานแล้ว จนป่านนี้ยังไม่เข้าใจ ว่ารักเหมือนโคถึกที่คึกพิโรธนี่มันเป็นยังไงกันแน่?
พักความงงกับเนื้อเพลงไว้ก่อน งวดนี้เราจะมาเล่าตำนานกรีกให้ฟังกัน(อีกแล้ว) ท่านผู้อ่านก็อย่าเพิ่งเบื่อกันเสียก่อน เพราะช่วงนี้เราจะเล่าเรื่องราวทางฝั่งกรีกกันรัวๆ ตามคำขอของท่านผู้อ่าน
เรื่องหนึ่งที่ถูกขอมานานแล้ว แต่โฮเมอร์ผลัดผ่อนมานาน กว่าจะได้ฤกษ์เอามาเล่าสู่กันฟัง หวังว่าผู้ขอมาน่าจะยังรออ่านอยู่นะครับ
เรื่องราวที่จะนำมาเล่าในวันนี้ ก็คือเรื่องของนางยูโรปา( Europa) เรื่องราวของนางนับว่ามีความสำคัญอย่างยิ่ง ทั้งในส่วนของตำนานกรีกเอง และยังเป็นเค้าเงื่อน การอพยพทางชาติพันธุ์ ซึ่งนำมาสู่อารยธรรมกรีกอันรุ่งเรืองตราบจนทุกวันนี้
ท่านผู้อ่านที่ชื่นชอบเทพนิยายกรีกคงจะทราบอยู่บ้าง ว่ามหาเทพซุสนั้น ทรงมีความเจ้าชู้ในระดับที่ไม่อาจประเมินได้ เรียกว่าทะลุระดับเสกลวัดพลังกันเลยทีเดียว ทว่าในขณะเดียวกัน มหาเทพของเราก็ทรงเกรงใจมเหสี เทพีเฮราเป็นอย่างยิ่ง(นี่ขนาดเกรงใจแล้วนะ) จุดนี้เหมือนเป็นเอกลักษณ์ของตำนานฝั่งกรีก ที่มักจะวางสองสิ่งที่ขัดแย้งให้อยู่คู่กัน(สามีเจ้าชู้ - ภรรยาขี้หึง, บุรุษที่มีอำนาจมากที่สุด แต่กลัวเมีย)
และด้วยความเจ้าชู้ประตูดิน ผมูหมาเกี้ยวสิ้นมิเลือกหน้าของจอมเทพไท้นี่เอง ทำให้เกิดตำนานสนุกๆขึ้นมามากมาย เทพและวีรบุรุษสำคัญๆในตำนานกรีกเอง ก็มักจะเกิดจากมหาเทพซุสนี่เอง
เรื่องของนางยูโรปา ทางโบราณคดีพบว่า ชื่อของนางปรากฏขึ้นครั้งแรก ราวศตวรรษที่ 8 ในมหากาพย์อีเลียด
ยูโรปาเป็นเจ้าหญิงแห่งฟินีเชีย(Phoenicia) บุตรีของกษัตริย์เอจินอร์(Agenor) เอจินอร์เป็นบุตรของนางลิเบียและเทพโปไซดอน ส่วนนางลิเบียอาพาฟัส กับนางเมมฟิส อาพาฟัสเป็นบุตรของนางไอโอกับมหาเทพซุสอีกที
สืบสาววงศ์วานว่านเครือแล้ว สรุปง่ายๆว่า ยูโรปาเองเป็นญาติชั้นโหลนของจอมเทพเองนั่นแหละ!
แต่นั่นก็ไม่ใช่เรื่องแปลกสำหรับเทพนิยายกรีก ที่พวกเทพเจ้ามักจะได้กันเองในครอบครัว เพราะเฮราเองก็เป็นพี่น้องร่วมอุทรของซุสเหมือนกัน
กลับมาว่าเรื่องของนางยูโรปากันต่อ วันหนึ่งเจ้าหญิงยูโรปาผู้โสภาได้ออกมาเดินเล่นเก็บดอกไม้กับเหล่านางกำนัล แล้วอนงค์นางก็ได้แลไปเห็นวัวเผือกตัวหนึ่ง รูปร่างช่างดูน่ารักน่าใคร่ ทั้งยังดูเชื่องจนน่าเอ็นดูยิ่งนัก แต่นางหารู้ไม่ ว่าวัวตัวนั้นก็คือจอมเทพซุสที่จำแลงองค์มานั่นเอง ด้วยเห็นว่านางยูโรปานั้นมีศิริโฉมงดงามนัก จึงใคร่จะได้ไว้เชยชม
นางยูโรปาเห็นวัวน้อยแสนจะเชื่องนัก เข้าลูบหัวลูบหาง ร้อยมาลัยมาคล้องให้เจ้าวัวน้อย เจ้าวัวน้อยก็ย่อตัวลงเหมือนจะเชื้อเชิญให้เจ้าหญิงขึ้นขี่ ยูโรปาเห็นดังนั้นก็ขึ้นขี่...เท่านั้นล่ะ...เสร็จโจร!
เมื่อยูโรปาขึ้นขี่บนหลัง วัวจำแลงก็ผุดโผน ห้อตะบึงพานางยูโรปาวิ่งไปไกล บรรดานางกำนัลไม่อาจติดตามไปได้ วัวจำแลงกระโดดลงไปในทะเล เทพแห่งท้องทะเลก็เหมือนจะสมรู้ร่วมคิด ปล่อยให้วัวจำแลงว่ายข้ามทะเลไปได้อย่างสะดวกดาย
วัวจำแลงนำพานางยูโรปามาจนถึงเกาะครีต และใช้ที่นั่นเองเป็นรังรัก เสกสมรสกันอย่างชื่นมื่น กระทั่งมีบุตรด้วยกันสามคน คือ ซาร์ปิดอน, ราดาแมนทัส และไมนอส
ราดาแมนทัสได้งานทำ เป็นหนึ่งในผู้พิพากษาโทษสำหรับดวงวิญญาณในแดนยมโลก ส่วนซาร์ปิดอนได้เข้าร่วมรบในสงครามกรุงทรอยและเสียชีวิตในการรบ ส่วนไมนอสได้เป็นกษัตริย์แห่งเกาะครีต
ไมนอสถือว่าเป็นกษัตริย์ในตำนานของเกาะครีต ผู้สร้างความเจริญรุ่งเรืองแก่อาณาจักร นักโบราณคดีเรียกอารยธรรมกรีกในยุคแรกเริ่มว่าอารยธรรมิโนอันส์ ตามชื่อกษัตริย์ไมนอส ซึ่งมีศูนย์อยู่ที่เกาะครีตนั่นเอง
เรื่องของนางยูโรปาออกจะสั้นๆ ไม่ค่อยหวือหวาเหมือนเทพนิยายกรีกเรื่องอื่นๆ อุปสรรคก็ไม่ค่อยมี ไม่รู้ว่าเฮราภรรยาขี้หึงหายไปไหนจึงไม่มาตอแย แต่มีเกร็ดเล็กๆอีกนิดหน่อย นั่นคือในการเสกสมรสนั้น ซุสได้มอบสร้อยคอที่สร้างโดยเทพเฮเฟสตุสเป็นของหมั้น และยังมีของขวัญอีกสามสิ่งด้วยกัน นั่นคือมนุษย์ทองแดงทาลัสสำหรับปกปักษ์รักษา ลีแลปส์ หมาล่าเนื้อที่ล่าสัตว์ได้อย่างไม่ลดละ และแหลนวิเศษที่ไม่มีวันพลาดเป้า ซึ่งของแต่ละชิ้นก็จะได้ปรากฏในเรื่องราวอื่นๆอีกต่อไป
เรื่องที่น่าสนใจของนางยูโรปาอีกอย่างหนึ่ง คือที่กล่าวไปข้างต้น ว่าเรื่องของนางได้เป็นเค้าเงื่อนทางโบราณคดี ถึงการอพยพรอนแรมของกลุ่มคนที่มาตั้งรกาก สร้างอารยธรรมกรีกขึ้นมา ถ้าย้อนกลับไปยังเครือญาติของนาง ก็จะเห็นว่าแต่ละชื่อต่างคุ้นหูทั้งสิ้น ทั้งลิเบีย หรือเมมฟิส ซึ่งก็เชื่อกันว่าเป็นผู้ก่อตั้งเมืองซึ่งมีชื่อปรากฏจนถึงทุกวันนี้ รวมทั้งเมืองฟินิเชียที่เอ่ยอ้างถึงก็เป็นอีกอารยธรรมเก่าแก่มาก่อน เชื่อกันว่ากรีกเองได้รับเอาอักษรของฟินิเชียมาปรับใช้จนกลายเป้นอักษรกรีกด้วย
นอกจากนี้ ยังมีเรื่องราวหลังจากที่นางยูโรปาถูกวิวาเหาะกับจอมเทพอีก คือเอจินอร์ผู้เป็นบิดาได้สั่งให้ผู้เป็นภรรยา นำโอรสทั้งสามซึ่งก็คือพี่ชายของยูโรปา ออกติดตามหายูโรปาให้พบให้จงได้
พี่ชายของยูโรปา ประกอบด้วย แคดมัส, ซีลิกซ์ และฟีนิกซ์ ออกเดินทางไปยังทิศที่นางกำนัลแจ้ง ข้ามนำข้ามทะเลไปยังดินแดนที่เป็นดินแดนกรีกเช่นทุกวันนี้ ฟินิกซ์ และ ซีลิกซ์หมดความอดทนจะเดินทางต่อ ก็สร้างบ้านแปลงเมืองเอาระหว่างทาง เหลือแต่แคดมัส ที่ออกเดินทางตามน้องสาวต่อไป จนสุดท้ายก็ได้ก่อตั้งเมืองธีบส์ขึ้น ก็เป็นอันว่านางยูโรปาไม่ได้พบหน้าครอบครัวอีก แต่เรื่องราวดังกล่าวก็อาจจะแฝงถึงการอพยพของกลุ่มคนสู่ดินแดนกรีก ผ่านเรื่องราวของตัวละคร
ไฮไลท์เด็ดอีกอย่างของเรื่องนี้ คือชื่อของยูโรปา เชื่อกันว่าเป็นที่มาของชื่อเรียกทวีปยุโรปอย่างที่เราเรียกกันทุกวันนี้ โดยนักปราชญ์ชาวกรีกโบราณได้นำมาใช้เรียกดินแดนที่อยู่ฝั่งตะวันตกของทะเลเอเจียนตั้งแต่ศตวรรษที่ 6 ก่อนคริศตกาล
อย่างไรก็ดี นักวิชาการในยุคหลังกลับเชื่อว่า นามของยุโรป น่าจะมาจากภา่ษาฟีนิเชียน คำว่า ereb ที่แปลว่า สนธยา หรือตะวันตกมากกว่า ถึงอย่างนั้น ชื่อและตำนานของยูโรปาก็ยังคงถูกยอมรับ กระทั่งได้ปรากฏบนเหรียญยูโร แสดงให้เห็นถึงอารายธรรมยุโรป ว่ามีต้นกำเนิดมาจากนางยูโรปาถูกโคลักพามานั่นเอง
รักเหมือนโคถึกที่คึกพิโรธ ที่แท้ก็เป็นจุดกำเนิดของอารยธรรมอันรุ่งโรจน์นี่เอง...ล่ะมั้ง?


ภาพปรกอบ : ภาพยูโรปากับซุสที่จำแลงเป็นโค ศิลปะแบบกรีก วาดลงบนแจกัน ราว 480 ปีก่อนคริสตกาล ภาพนางยูโรปานี้ ศิลปินในยุคหลังมักตั้งชื่อภาพว่า The Rape of Europa แปลแบบดิบๆ ก็จะเป็น "การข่มขืนนางยูโรปา" แปลแบบซอฟต์ๆก็ประมาณ ปล้ำ หรือ ฉุด โดยมักวาดยูโรปาในกิริยาที่ตื่นตระหนก ที่ถูกวัวลักพาตัวไป มีนางกำนัลแสดงท่าทางตกอกตกใจ
แต่ภาพในแจกันที่เป็นศิลปะดั้งเดิม จะเห็นว่านางยูโรปาไม่ได้ถูกฉุด แต่เดินไปแตะเขาของวัวด้วยอาการสนใจ สังเกตที่เท้าเหมือนพยายามจะวิ่งตามโคให้ทันเสียด้วยซ้ำ
ภาพนี้แฝงนัยยะทางเพศไว้อย่างล้ำลึก ด้วยโคที่แทนเพศชาย นางยูโรปาได้เอื้อมมือไปแตะปลายเขาที่ชี้ชูชันของวัวหนุ่มด้วยกิริยาอันเบิกบาน ดูจากมุมนี้ จะเห็นเขาวัวมีเพียงข้างเดียว มองเผินๆคล้ายกับยูนิคอร์น สัตว์ในตำนานที่มักปรากฏกายเคียงคู่กับสาวงามเหมือนกัน

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 1 ครั้ง

0 ความคิดเห็น