โศกนาฏกรรมแห่งสายน้ำ

  • 90% Rating

  • 1 Vote(s)

  • 4,432 Views

  • 158 Comments

  • 147 Favorites

แชร์นิยายเรื่องนี้

  • Month Views
    12

    Overall
    4,432

ตอนที่ 5 : ตอนที่ 5 เหยื่อจระเข้เจ้า(แก้ไข)

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 368
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 14 ครั้ง
    10 ต.ค. 61

                เวลาผ่านไปแล้วค่อนคืน อีกไม่ถึงชั่วยามพระจันทร์ก็จะลาลับฟ้า บรรยากาศเงียบสงัดเพราะผู้คนส่วนใหญ่ยังคงหลับใหล หากในห้องหับมิดชิด หนุ่มหนึ่งกลับกำลังลืมตาตื่น หลังหลับพักเพียงไม่นาน

                อาจารย์ไกรหวนคิดถึงข้อเสนอที่อีกฝ่ายหนึ่งเพิ่งยื่นให้ ภายหลังจากการเจรจาอันยาวนานและเหน็ดเหนื่อย กระทั่งคู่เจรจาเพิ่งจะสิ้นเรี่ยวแรง หลับสนิทด้วยความอิ่มเอม เมื่อความต้องการที่ห่างหายไปเนิ่นนานได้ถูกเติมเต็มจนล้นปรี่

                หมอจระเข้นามระบือไล่สายตาไปยังร่างเปลือยเปล่าของสาวสะคราญโฉมผู้สูงด้วยยศศักดิ์ กระนั้นก็ยังมีความต้องการไม่ต่างจากหญิงสาวทั่วไป เจ้าหนุ่มผู้โชกโชนในสังเวียนรักจึงสนองตอบจนสิ้นเรี่ยวแรงกันไปทั้งสองฝ่าย

                เอื้อมปลายนิ้วไล้เส้นผมที่สยายรุ่ยร่ายเพื่อจะชมโฉมให้ถนัดตา คุณหญิงพุดซ้อนยังคงหลับใหลด้วยความสุขสม อาจารย์ไกรประจักษ์แจ้งแก่ใจแล้วว่าหญิงผู้งามและเปี่ยมด้วยอำนาจวาสนานี้ มีความเจ้าเล่ห์และชาญฉลาดอยู่ปานกัน ทั้งมีลีลารักอันเร่าร้อนชวนให้ไหลหลง การเชื้อเชิญให้ร่วมเรียงในคืนนี้ หาใช่เพียงต้องการแค่รสเสน่หา หากยังต้องการจะดึงอาจารย์ไกรมาไว้ในสังกัด เป็นกำลังสำคัญแทนสามีที่เพิ่งเสียไป เพื่อชิงอำนาจกับหมื่นเสือที่ผู้คนคร้ามเกรง และหากเจ้าทองหลานชายได้เป็นเขยเจ้าสัวด้วยแล้ว ดุลอำนาจในเมืองนี้ก็จะตกแก่นางโดยแทบมิต้องออกแรงอันใด

                ชายผมหงอกขาวครุ่นคิดอย่างหนัก นึกไปถึงเรื่องยุ่งยากอีกนานับที่จะตามมา แต่ดูเหมือนหญิงผู้สูงศักดิ์จะกุมหัวใจเจ้าหนุ่มพเนจรไว้ทุกทาง ทั้งรูปร่างอันเย้ายวนและรสเสน่หาซึ่งเหนือกว่าหญิงใดที่เคยผ่าน โดยเฉพาะเรื่องที่ตกปากรับคำจะเกื้อหนุนหลานชายอันเป็นห่วงเดียวที่เหลืออยู่ แต่สิ่งไรก็ไม่เท่าอัตตาความเชื่อดีในฝีมือตัว กับหมื่นเสือนั้นหรือคนอย่างอาจารย์ไกรจะเกรง หากได้รับการเกื้อหนุนจากคุณหญิงพุดซ้อนแล้วไซร้ การทั้งหลายก็คงจะง่ายดายประหนึ่งล้วงของเอาในย่าม

                เสียงไก่ขันแว่วมาเป็นสัญญาณเตือน ว่าอีกไม่ช้าบ่าวไพร่บนเรือนคงจะเริ่มตื่นขึ้นมาตามกิจวัตร ซึ่งตัวอาจารย์ไกรยังไม่อยากให้เป็นที่เอิกเกริก ประเจิดประเจ้อเกินไปนัก จึงจูบสั่งลาร่างงามที่ยังหลับไม่ได้สติเป็นครั้งสุดท้าย ก่อนจะลุกขึ้นจัดแจงเสื้อผ้าให้เข้าที่ แล้วโดดหายออกไปทางหน้าต่าง นำเรือที่แอบซ่อนไว้พายกลับไปท่ามกลางความมืดโดยไม่มีผู้ใดพบเห็น

 

                ฟากฟ้าฝั่งตะวันออกเรื่อเรืองด้วยแสงแรกแห่งวัน หากดวงอาทิตย์ยังมะงุมมะงาหรา ไม่พ้นจากขอบฟ้า บรรยากาศโดยรอบจึงมีเพียงแสงจาง ๆ ซีดเซียว จนราวกับทุกสรรพสิ่งถูกสาปให้หลับใหล ไร้ซึ่งชีวิตชีวา

                ในเรือสำปั้นแจวอันมีหลังคาคุ้มหัว เด็กหนุ่มร่างบอบบางกำลังขยับพลิกกาย แผงขนตางามงอนเผยอออกช้า ๆ เบิกม่านให้นัยน์ตาดำขลับส่องประกายดั่งนิลได้อวดโฉม เจ้าของตาคู่สวยพยายามกลอกมองโดยรอบ หวังจะหาร่างหนาของผู้เป็นอาหากไม่พบ จะมีก็เพียงร่างไร้วิญญาณของหมอสังข์ที่ห่อไว้ด้วยผ้าขาวมิดชิด กลิ่นศพประสมกลิ่นเหล้าที่เทอาบ รวมกันเป็นกลิ่นเหม็นพิกล แต่พ่อเณรที่เพิ่งสึกก็หาได้ใส่ใจนัก ลุกขึ้นเพื่อจะมองให้รอบตัวก็ยังไม่พบพ่อครูของมันแต่อย่างใด

                อากาศยามเช้ามืดค่อนข้างจะหนาว ผ้าขาวม้าที่ผู้เป็นอาห่มให้เลื่อนหลุดลงมาเมื่อร่างอรชรกำลังจะลุกขึ้นยืน มันรีบคว้าผ้าไว้ ห่มกระชับรอบกายป้องอากาศอันเย็นเยียบ ก่อนจะก้าวพ้นประทุนเรือเพื่อเตรียมหุงหาอาหาร หวังใจว่าเมื่อผู้เป็นอากลับมาคงจะได้กินข้าวปลาพร้อมหน้ากัน

                เตาถูกเตรียมไว้ยังไม่ทันได้จุดไฟ เรือมาดลำหนึ่งก็แล่นมาแต่ไกล เห็นเป็นเงาตะคุ่ม เสียงร้องบอกทำให้เจ้าทองหยุดมือจากสิ่งที่ทำอยู่

                “ไม่ต้องหุงข้าวหรอกวะทอง”

                เป็นอามันที่ร้องบอก ไม่ช้าเรือเล็กก็เข้าเทียบข้าง หนุ่มใหญ่ผูกโยงเรือด้วยความคล่องแคล่ว ก้าวขึ้นบนเรือลำใหญ่ เอื้อมมือมายีหัวหลานรักด้วยความเอ็นดู เจ้าทองได้กลิ่นหอมที่ติดกายผู้เป็นอาแต่ไม่ได้ทักถามอันใด อามันตรงเข้าไปในประทุนเรือ หยิบเงินที่เก็บไว้โยนให้เจ้าทองแล้วสั่งความ

                “เอาเงินไปซื้อข้าวปลาที่ตลาดเถอะวะ จะได้วิ่งออกแรงสักหน่อย แล้วก็สำรวจที่ทางแถวนี้ไว้ให้คล่องแคล่ว ซื้อมาเผื่อด้วยล่ะ เดี๋ยวอาจะหลับเอาแรง สาย ๆ คงจะตื่น” แล้วอาเจ้าทองก็ทิ้งกายลงนอน หลับผล็อยจากความเหน็ดเหนื่อยมาทั้งคืน

                เจ้าหลานชายรีบล้างหน้าล้างตาไล่ความง่วง ออกวิ่งไปตามที่อาสั่งแม้ไม่รู้ทิศทาง ตั้งใจว่าจะถามจากผู้คนแถบนี้ไปเรื่อย ๆ

                ดวงตะวันโผล่พ้นทิวไม้บ้างแล้ว ส่องแสงสีทองไปทั่ว ผิวเนื้อนวลละเอียดของเจ้าหนุ่มผู้จากบ้านมาไกลถูกฉาบไล้ด้วยแสงแรกแห่งวัน ดูงามราวกับเนื้อทอง มันวิ่งผ่านสวนแล้วตัดออกถนนที่ผู้คนใช้สัญจร อาศัยมานะว่าจะได้ฝีกฝนให้มีกำลังเข้มแข็งดังพ่อครูสั่ง ตั้งแต่มาอยู่ในอุปการะ เจ้าทองก็ได้ฝึกออกแรงตามคำสั่งผู้เป็นอาเสมอ จนแม้ตัวมันก็รู้สึกได้ว่าเคลื่อนไหวได้คล่องแคล่ว มีกำลังวังชากว่าเมื่อครั้งบวชเป็นเณร เพียงแต่ยังไม่มีกล้ามเนื้อให้เห็นชัด รูปร่างภายนอกจึงยังดูเหมือนอิสตรีอยู่นั่นเอง

                หลานชายอาจารย์ไกรวิ่งไปตามเส้นทางจนเริ่มเหนื่อย นานครั้งจะเจอผู้คนให้ได้ถามทาง บ้างก็รอใส่บาตรพระ ครั้นเมื่อหนุ่มน้อยหน้าแฉล้มเข้าถามเส้นทางก็ยอมบอกโดยดี ทั้งชักชวนให้แวะพัก กินน้ำท่าและข้าวปลาอาหารเสียมื้อหนึ่งก่อน แต่เด็กหนุ่มต่างถิ่นก็ปฏิเสธน้ำใจ ด้วยตั้งใจว่าจะหาซื้อที่ตลาดแล้วกลับไปทานพร้อมหน้าผู้เป็นอา

                เจ้าทองวิ่งมาจนถึงตลาด บรรยากาศโดยรวมเงียบเหงา ร้านรวงปิดไปหลายร้าน ผู้คนดูบางตา ก่อนหน้าที่จระเข้เจ้าจะออกอาละวาด เมืองปากยมเคยคึกคักด้วยเป็นจุดบรรจบของแม่น้ำน่านและแม่น้ำยม มีทั้งตลาดน้ำและตลาดบกให้ครึกครื้นนัก มาบัดนี้ตลาดน้ำก็พลอยเลิกไปเสียหมด ส่วนตลาดบกนั้นเล่าก็ต้องกระเถิบขึ้นไปให้ไกลน้ำมากขึ้น เพราะผู้คนทั้งหลายยังคร้ามเกรงจระเข้เจ้าและฝูงของมันอยู่มาก

                ขณะที่เด็กหนุ่มต่างถิ่นยืนหันรีหันขวางอยู่นั้นเอง เสียงเจื้อยแจ้วจากแม่ค้าก็ทักทายเป็นเรียกลูกค้า

                “พ่อเอย มาจากไหนกันจ๊ะ จะซื้อหาสิ่งไรวานบอกเถิด ฉันจะรีบหาให้พ่อทุกอย่าง”

                เจ้าทองหันมองตามเสียงเรียก เห็นแม่ค้าสองสาวฝาแฝด ผิวเข้มหน้าคมขำ นั่งบนร้านซึ่งคงจะขายพวกกับข้าว จึงเดินตรงไปหาด้วยตั้งใจจะมาซื้อกลับไปให้พ่อครูอยู่แล้ว

                “มาจากไหนกันจ๊ะพ่อ ไม่คุ้นหน้าเลย” แฝดหนึ่งถามด้วยความใคร่รู้ มองหนุ่มน้อยร่างอรชรไม่วางตา

                “ฉันมาจากตลาดขวัญนู่นแหละจ้ะ เพิ่งมากับอาเมื่อวานนี้เอง” เด็กหนุ่มตอบไปตามซื่อ หากผู้ฟังกลับมีสีหน้าแตกตื่น

                “เอ๊ะ ! มากับอาเมื่อวาน...หรือจะเป็นหลานอาจารย์ไกรที่เขาลือ มา ๆ ขึ้นมานั่งบนนี้ก่อนเถอะจ้ะ” สองแม่ค้าพากันกุลีกุจอ ชักชวนเด็กหนุ่มจากแดนไกลขึ้นมานั่งพักบนร้าน หาน้ำหาท่าให้ดื่ม ร้านรวงอื่นพอได้ยินว่าเป็นหลานชายอาจารย์ไกรก็พากันมามุงดู

                “โถ หน้าตาก็สวยสะออกปานนี้ เหตุไรมาทำอาชีพเสี่ยงเป็นเสี่ยงตาย ถ้าลำบากก็มาอยู่กับพี่สองคนเถอะ ขาดเหลือสิ่งไรพี่จะหาให้ทุกอย่าง” แฝดทั้งสองพากันพะเน้าพะนอ ชักชวนให้อยู่ด้วย

                “อย่าหลงกลนะโว้ยอ้ายหนุ่ม นังสองคนนี้มันจะหลอกเอาเอ็งไปทำผัว” พ่อค้าสูงวัยที่ฟันหน้าหลอเกือบหมดรีบร้องเตือน ทำเอาผู้คนหัวเราะกันครืนใหญ่ จนสองสาวฝาแฝดเกิดฉุน ลุกขึ้นยืนเท้าสะเอว ชี้หน้าด่ากราด

                “เอ๊ะ ! ลุงหลอ มันไปหนักหัวลุงตรงไหนฮึ ! ฉันก็แค่เป็นห่วง กลัวเขาจะพลาดท่าเสียทีให้อ้ายเข้ น่าเสียดายเปล่า”

                “เลยจะให้มาเป็นผัวเอ็งสองคนดีกว่าอย่างนั้นเรอะ !” เฒ่าหลอต่อปากต่อคำ ทำคนอื่น ๆ หัวเราะกันครืนใหญ่

                “แต่ก็จริงอย่างนังสองคนมันว่านะ พูดแล้วฉันก็ขนลุก...จระเข้เจ้ามันไม่ใช่จระเข้ธรรมดา เขาว่ากันว่ามันแปลงเป็นคนได้ หมอจระเข้ถึงเสียทีมันทุกราย พ่อหนุ่มอย่าไปสู้กับมันเลย แม่เสียดาย” แม่ค้าร่างอวบรายหนึ่งแทรกขึ้นมา เข้าคว้าแขนเจ้าทองไว้เหมือนจะอกสั่นขวัญแขวนจนต้องหาที่พึ่ง

                “นี่แน่ะน้าเอิบ อย่ามาชุบมือเปิบ ฉันชวนพ่อก่อนหรอกนะ น้ากลับไปอยู่กับผัวของน้าเถอะไป” สองแม่ค้าฝาแฝดช่วยกันฉุดแขนอีกข้าง รั้งตัวเด็กหนุ่มกลับมาจนเกิดทะเลาะกันเสียงขรม ฟังไม่ได้ศัพท์ เจ้าทองที่ตั้งใจจะถามถึงเรื่องที่จระเข้เจ้าแปลงเป็นคนเพราะได้ยินซ้ำเป็นหนสองก็เป็นอันไม่ได้ถาม

                “เฮ้ย ! ส่งเสียงเอะอะอะไรกันวะ” เสียงหนึ่งตะโกนขึ้นมาอย่างวางอำนาจ

                “อุ๊ย อ้ายเพิ่มนี่หว่า” ตาหลอหลุดปากเรียกผู้มาใหม่ เป็นกลุ่มชายฉกรรจ์สามคน หนึ่งในนั้นเป็นลูกน้องคนสนิทของหมื่นเสือที่ชื่อเพิ่ม

                “หมู่เพิ่มโว้ย อ้ายแก่ เรียกให้มันถูก ๆ หน่อย ฟันที่เหลือน่ะอยากเก็บเอาไว้ไหม” หมู่เพิ่มตะคอกกลับ ขู่ผู้อาวุโสกว่าจนหงอไป ครั้นแล้วก็หันไปอีกทาง เปลี่ยนน้ำเสียงให้นุ่มนวลลง

                “น้องบัวคล้ำ น้องบัวคล้อย วันนี้มีอะไรให้พี่เพิ่มกินจ๊ะ” มันเปลี่ยนเป็นพูดดีด้วยกับสองแม่ค้าฝาแฝด เพราะตามเกี้ยวติดพันมาช้านาน

                “ดูเอาเองเถอะ มีอะไรก็อย่างนั้นแหละ” สองสาวตอบพลางหันหน้าไปอีกทาง เหมือนไม่เต็มใจจะเสวนาสักเท่าไหร่

                ลูกน้องคนสนิทของหมื่นเสือตั้งใจจะเดินไปเปิดหม้อแกงดูว่ามีอะไรบ้าง พอเห็นหลานอาจารย์ไกรนั่งอยู่บนร้านก็ถึงกับชักสีหน้า แต่นึกเกรงอาเจ้าหนุ่มอยู่จึงเปลี่ยนเป็นวางท่าทีให้ดูเคร่งขรึม

                “วันนี้ฉันกับพวกมาตรวจตราดูความเรียบร้อยในตลาด ใครมีเรื่องจะร้องเรียนบ้างหรือไม่ ?” พูดจบก็ปรายตามองไปรอบ ๆ ผู้คนส่วนใหญ่ได้แต่ก้มหน้า ไม่กล้าเอ่ยอะไร

                “มี ฉันมี” บัวคล้ำแฝดสาวผู้พี่พูดขึ้น

                “เมื่อไหร่จะปราบจระเข้เจ้าได้เสียที ปล่อยมันอาละวาดมาเป็นเดือน จนเมืองแทบจะร้างอยู่แล้ว ขืนเป็นแบบนี้พวกฉันได้อดตายกันหมดพอดี” สองสาวฝาแฝดพูดขึ้นพร้อมกัน คนอื่น ๆ ก็พลอยเออออเห็นด้วย จนเสียงชักจะเซ็งแซ่ เกือบจะกลายเป็นจลาจลขึ้นมา

                หมู่เพิ่มและลูกน้องหน้าเสีย จากที่ทำท่าวางอำนาจก็ชักจะหวั่น ๆ เพราะมีกันอยู่แค่สามคน เรื่องปราบจระเข้เจ้านี้อย่าว่าแต่ตัวมันเลย แม้แต่กับหมื่นเสือก็ยังแขยงแขงขน แต่หากปล่อยให้ชาวบ้านไม่พอใจมากขึ้นเรื่อย ๆ ก็เห็นจะอันตราย จึงหันไปโยนกลองให้เด็กหนุ่มหน้าอ่อนเอาดื้อ ๆ

                “โน่นแน่ะ ถ้าอยากรู้ว่าจะปราบมันได้เมื่อไหร่ก็ถามเอากับเจ้าหนุ่มนั่นดูเถอะ มันกับอาเป็นคนอาสา รับปากเสียดิบดี ถ้าทำไม่ได้ก็โทษพวกมันเอาเถอะ ไม่เกี่ยวกับพวกฉัน” กล่าวจบก็ชวนพรรคพวกกลับ เพราะเห็นว่าขืนอยู่ต่อท่าจะไม่ดีเสียแล้ว

                “พุทโธ่ ! อ้ายพวกนี้เก่งแต่กับเด็กกับคนแก่ พอมีปัญหาก็ไม่เห็นจะทำอะไรได้ พวกเรารึเสียภาษีให้มันนอนกินเล่นเปล่า ๆ” เฒ่าหลอบ่นไล่หลังเมื่อหมู่เพิ่มและพวกจากไปไกลแล้ว

                “ลุงหลอนี่ล่ะก็ ไปนินทาลับหลัง เกิดมันรู้เข้าเดี๋ยวได้ตามมาเล่นงานอีกหรอก” บัวคล้อย แฝดสาวผู้น้องหันมาปราม

                “ว่าแต่ทำไมวันนี้ตาเขียวยังไม่มาขายของกันล่ะนี่ สายออกปานนี้แล้ว ตลาดยิ่งเงียบ ๆ ยังจะมาหยุดเสียอีกราย” ใครคนหนึ่งตั้งข้อสังเกต เมื่อแผงร้านหนึ่งในตลาดยังคงเงียบเชียบไร้เจ้าของ

                “เอ๊ะ เมื่อวานมันยังไปช่วยอาจารย์ไกรจับจระเข้กับฉันอยู่เลย ตอนค่ำก็ไปกินเลี้ยงที่บ้านเจ้าสัวด้วยกัน นึกว่าวันนี้จะรีบเอามาคุยเขื่องแต่เช้าเสียอีกนะ” ชายอีกคนเอ่ยถึงเจ้าของร้านที่วันนี้ยังไม่ปรากฏตัว ผู้คนในตลาดยังคงวิจารณ์ถึงเรื่อนี้กระทั่งหญิงหนึ่งเดินรี่มาด้วยสีหน้าอมทุกข์ ร้องถามก่อนจะถึงที่

                “มีใครเห็นผัวฉันบ้างไหม เมื่อคืนมันไม่กลับมาเลย ไปนอนค้างบ้านใครหรือเปล่า ?”

                “เมื่อคืนมันก็กลับพร้อมฉันนะ ยังชวนฉันนั่งเรือมัน แต่ฉันยังกลัวอ้ายเข้เลยขอเดินกลับ หรือว่า...” ชายที่อาสาช่วยกันจับจระเข้ด้วยกันเมื่อวานพูดขึ้น เพียงเท่านั้นหญิงที่เดินหาผัวก็ร้องไห้โฮ นึกไปถึงแต่เรื่องไม่ดี

                “ฮือ...อ้ายเขียว ข้าเตือนเอ็งแล้วว่าอย่าเอาเรือไป จระเข้มันว่ายออกเต็มแม่น้ำ มันก็บอกว่ามันลงไปจับจระเข้กับอาจารย์ไกรมาแล้ว ไม่เห็นน่ากลัวตรงไหน ทำเป็นบ้าบิ่น โธ่เอ๊ย ! แล้วต่อไปนี้ข้าจะอยู่กับใคร ฮือ...” หญิงนั้นทรุดกายนั่งร้องไห้กลางตลาดอย่างไม่อายใคร คร่ำครวญประหนึ่งจะขาดใจ ขณะนั้นเอง ชายอีกคนก็วิ่งกระหืดกระหอบมาที่ตลาด เห็นเมียตาเขียวนั่งร้องไห้ก็รีบพูดทั้งที่ยังเหนื่อย

                “แฮ่ก...แฮ่ก...โอย...ป้าเขียดอยู่นี่เอง ฉันรึก็หลงไปหาที่บ้าน หลวงพ่อให้ฉันมาบอกป้า ว่าลุงเขียวอยู่ที่วัดแล้ว...”

                “หา ! ไปไว้วัดแล้วรึ ?” เมียตาเขียวที่คิดไปแต่ทางร้าย พอได้ยินว่าผัวอยู่ที่วัดก็ร้องขึ้นมา แล้วก็เป็นอันสลบล้มพับไป จนพวกชาวบ้านต้องรีบช่วยกันพยาบาล

                “อ้ายหนุ่ม หลานอาจารย์ไกรใช่ไหมล่ะนี่ หลวงพ่อให้มาตามอาจารย์ไกรด้วยแน่ะ  รีบพาไปเจอกันที่วัดตรงปากน้ำนี่แหละ เร็ว ๆ เข้าล่ะ” ชายที่วิ่งมาแจ้งข่าวพูดกับเจ้าทอง ก่อนจะหันไปช่วยพยาบาลหญิงที่หมดสติ หลานอาจารย์ไกรทราบเรื่องแล้วก็รีบวิ่งกลับไปที่เรือเพื่อตามผู้เป็นอา

 

                ล่วงเข้าเวลาเพล ชายหนุ่มจากต่างแดนก็ย่ำเท้าฝ่าเปลวแดดมาถึงวัดพร้อมกับหลานชาย ความที่เล่าลือกันว่ามีคนกลายเป็นเหยื่ออ้ายเข้ ทำให้อาจารย์ไกรต้องตื่นมาทั้งที่ยังหลับไม่เต็มอิ่ม จึงให้หงุดหงิดอยู่ในที ทั้งข้าวปลาที่สั่งหลานชายก็เป็นอันไม่ได้เพราะเหตุด่วน

                อาจารย์ไกรและหลานชายเดินมาจนถึงศาลาวัด เห็นผู้คนยืนออกันอยู่จึงขอให้ช่วยหลีกทาง เจ้าทองได้เล่าให้อาฟังว่าผู้ที่ตกเป็นเหยื่ออ้ายเข้คือตาเขียว ที่อาสามาช่วยงานเมื่อวานนี้ ซึ่งอาจารย์ไกรก็พอจะจำได้อยู่ ทว่าเมื่อแหวกฝูงคนเข้าไปดู ภาพตรงหน้าก็ทำให้ยิ่งแปลกใจ

                แทนที่จะได้เห็นศพตาเขียวนอนแผ่อยู่บนพื้น กลับเป็นเจ้าตัวที่นั่งคุกเข่าฟังเมียด่าจนหูชา ยิ่งสร้างความงุนงงเข้าไปใหญ่

                “อ้ายเขียว ! อ้ายผัวระยำ ! จะไปตายโหงตายห่าที่ไหนก็ไป ข้าหรืออุตส่าห์เป็นห่วง...” ยายเขียดเมียตาเขียวยืนด่าต่อไปอีกยืดยาวสารพัด ด่าไปก็ร้องไห้ไป จนสุดท้ายก็ทรุดตัวลงกอดกับผัวร้องไห้

                อาจารย์ไกรที่จับต้นชนปลายไม่ถูก รู้เพียงว่าชักจะหิวจนหน้ามืด จึงขอให้ใครสักคนช่วยหาข้าวปลา กินไปก็ฟังเรื่องราวที่เกิดขึ้นไปด้วย

                “เมื่อคืนลุงเขียวแกพายเรือไปกินเลี้ยงที่บ้านเจ้าสัวแล้วไม่ได้กลับบ้าน ป้าเขียดแกเลยเป็นห่วง นึกว่าเสร็จอ้ายเข้ไปแล้ว” ชาวบ้านคนหนึ่งเริ่มต้นเล่า

                “ตกลงว่าไม่มีใครโดนอ้ายเข้กัด ?” หมอจระเข้รีบสรุปเรื่องราว ออกจะหัวเสียที่ถูกตามมาด้วยเรื่องไม่เป็นเรื่อง

                “เดี๋ยวสิ อาจารย์ฟังให้จบก่อน” ชาวบ้านคนเดิมรีบปราม อาจารย์ไกรที่ยังกินข้าวไม่อิ่มก็เลยนั่งกินไปฟังไปอย่างไม่รีบร้อน

                “ที่ลุงเขียวแกไม่กลับบ้าน เพราะหลังจากกินเลี้ยงเสร็จพายเรือจะกลับก็บังเอิญได้ยินเสียงร้องให้ช่วย พอหันไปก็เห็นหญิงคนหนึ่งไม่ใส่เสื้อผ้า พยายามตะกายขึ้นฝั่ง ลุงเขียวแกเลยช่วยไว้แล้วพามาที่วัด พยายามช่วยอยู่ทั้งคืน แต่สุดท้ายก็ตายเอาตอนค่อนรุ่งนี่แหละ”

                หมอจระเข้นั่งฟังจนจบ เสร็จแล้วล้างมือบ้วนปากหลังอิ่มหนำเต็มที่ ออกปากถามด้วยความแปลกใจ

                “ถ้าอย่างนั้นเหยื่อจระเข้ที่ว่าก็คือหญิงเปลือย ?”

                “จะว่าอย่างนั้นก็ได้กระมังอาจารย์ เดี๋ยวฉันพาไปดูแล้วกัน” กล่าวจบชาวบ้านรายนั้นก็เดินนำเจ้าคนต่างถิ่นไปทางด้านหลังศาลา คนอื่น ๆ ก็พลอยแห่ตามกันมาเป็นพรวน

                บนเสื่อที่ปูรองพื้นมีร่างหญิงสาววัยกำดัดนอนแผ่ ใบหน้าซีดเผือดไร้ชีวิต เรือนร่างที่เหลือมีเสื่อกระจูดปกคลุมไว้กันอุจาดตา ชายที่ยึดอาชีพหมอจระเข้มานับสิบปีตลบเสื่อออกเพื่อมองชิ้นส่วนที่เหลือ พวกผู้หญิงที่มุงดูร้องวี้ดว้ายกับร่างเปลือยเปล่าตรงหน้า หากอาจารย์ไกรยังคงมีสีหน้าเคร่งขรึม

                “ตรงไหนที่มันโดนจระเข้กัดกันล่ะนี่ ?” ออกปากถามด้วยความแปลกใจ เมื่อศพตรงหน้าอยู่ในสภาพสมบูรณ์ แต่ไม่มีใครตอบ ทุกคนพากันนิ่งเงียบ

                “นังนี่ตายเมื่อไหร่กันหรือ ?” อาจารย์ไกรเปลี่ยนคำถาม ขณะก้มสำรวจดวงตาที่เบิกโพลงของเหยื่อ เส้นเลือดฝอยในดวงตายังไม่แตกซ่าน

                “เมื่อเช้านี้เองแหละจ้ะ ฉันกับลุงเขียวพยายามช่วยกันอยู่ แต่ไม่รู้จะช่วยยังไง” คนหนึ่งตอบ

                “...คงจะเสียเลือดมากจนขาดใจ...” อาจารย์ไกรบ่นพึมพำ พลิกศพเหยื่อดูด้านหลัง เห็นแผลเป็นริ้ว ๆ บาดลึกจนถึงกระดูก

                “แล้วนังนี่เป็นใคร มีคนรู้จักมันบ้างหรือเปล่าหรอก ?” เงยขึ้นถาม แต่ทุกคนอึกอักที่จะตอบ กระทั่งเสียงหนึ่งเอ่ยขึ้น

                “มันชื่ออ่อน เป็นทาสในเรือนฉันเอง เมื่อคืนมันลงเล่นน้ำแล้วพลัดตกท่า โดนอ้ายเข้คาบไป” หมื่นเสือที่เพิ่งก้าวขึ้นมาบนศาลา บอกพร้อมกับหันไปมองชาวบ้านด้วยสายตาเอาเรื่อง อาจารย์ไกรเห็นว่าคงต้องคุยกันอีกยาว เลยหันไปบอกให้เจ้าทองหลานชายลงไปรอข้างล่างก่อน

                “เดี๋ยวนี้พวกเอ็งคงเห็นข้าเป็นหัวหลักหัวตอกันล่ะซี ถึงไปตามอาจารย์ไกร แทนที่จะตามข้าที่เป็นเจ้าเมือง”

                “รั้งตำแหน่งเจ้าเมือง” อาจารย์ไกรกระแอมกระไอสำทับไป ทำอีกฝ่ายหันมองอย่างขุ่นขวาง

                “อย่าโทษชาวบ้านเลย อาตมาให้ไปตามเองแหละ เพราะนึกว่าเป็นเหยื่อจระเข้ เลยคิดว่าตามอาจารย์ไกรน่าจะดีกว่า” หลวงพ่อที่ตามมาหลังสุดออกรับแทน ทว่าโดนหมื่นเสือถลึงตาใส่อย่างไม่ไว้หน้า

                “แต่อีรายนี้กระผมว่าไม่ใช่ฝีมือจระเข้หรอกขอรับหลวงพ่อ” อาจารย์ไกรหันไปพูดกับเจ้าอาวาสโดยไม่ได้สนใจหมื่นเสือ

                “ทั้งเนื้อทั้งตัวมันไม่มีรอยเขี้ยวจระเข้สักแห่ง ส่วนแผลที่หลังหลายแผลก็น่าจะเป็นรอยหวายเสียมากกว่า” หมอจระเข้เว้นจังหวะ ชำเลืองมองข้อมือซ้ายที่บวมเป่งของผู้รั้งเมืองหน่อยหนึ่งแล้วพูดต่อ

                “แถมตรงนี้มีร่องรอยการขืนใจ กระผมว่าจระเข้มันคงไม่ทำแบบนี้แน่...”

                “ขืนใจ ?” หลายคนอุทาน ถามย้ำด้วยถ้อยคำเดียวกันจนเกิดเสียงอื้ออึง เพื่อจะไขข้อข้องใจ อาจารย์ไกรสั่งให้ชาวบ้านคนหนึ่งช่วยถือเสื่อไว้เป็นฉากบังตา แล้วเชิญคนที่อยากรู้ให้เข้ามาดูเป็นสักขีพยาน

                “ตรงนี้มีรอยบวมช้ำ แสดงว่าเจ้าตัวถูกล่วงล้ำอย่างรุนแรง...” หมอจระเข้เริ่มต้นเล่า ก่อนจะแยงนิ้วเข้าไปภายในเพื่อสำรวจ

                “ภายในแห้งมาก...เหยื่อคงไม่มีอารมณ์ร่วม น่าสงสารเสียจริง อ้ายคนที่ลงมือก็ดันใส่เข้าไปได้ทั้งอย่างนั้น อ้อ...” ผู้ทำหน้าที่ชันสูตรร้องเหมือนเจอเบาะแสสำคัญ

                “รอยถลอกด้านในลึกสุดเพียงเท่านี้ เจ้าคนที่ลงมือมันมีอ้ายหนูเล็กแค่นี้นี่เล่า” ว่าพลางดึงนิ้วออกมา คั่นนิ้วแสดงความลึกสักสามองคุลี ปรายตามองหมื่นเสือที่บัดนี้หน้าเขียวคล้ำเต็มที่

                “แต่ก็แปลก...มันไม่ได้ปล่อยน้ำเชื้อไว้ สงสัยคงจะเป็นพวกไร้น้ำยาเสียกระมัง” อาจารย์ไกรตั้งข้อสันนิษฐาน พลางเช็ดนิ้วที่ใช้ชันสูตรศพเข้ากับผ้าขาวม้า

                คำอธิบายที่เพิ่งได้ยิน ก่อให้เกิดเสียงวิพากษ์วิจารณ์ หลักฐานทั้งหมดล้วนชี้ว่านังอ่อนไม่ได้ตกเป็นเหยื่ออ้ายเข้อย่างที่เข้าใจ แต่ดูเหมือนจะถูกขืนใจและทำทารุณจนตาย กระนั้นก็ไม่มีใครกล้าเอ่ยถึงผู้ต้องสงสัย แม้จะรู้กันอยู่แก่ใจ

                “ที่บอกว่านังคนนี้ตกน้ำแล้วโดนอ้ายเข้งาบไป หมื่นเสือจะเป็นพยานหรือ ?” ชายที่เปลี่ยนจากหมอจระเข้มาเล่นบทหมอความรุกไล่ ทำเอาผู้ถูกพาดพิงหน้าเขียวคล้ำ ตัวสั่นพูดอะไรไม่ออก

                “พวกฉันนี่แหละที่เห็นกับตา นังอ่อนมันตกน้ำแล้วอ้ายเข้ก็มาเอาตัวมันไป” หมู่เพิ่มรีบออกรับหน้าแทนนาย

                “ฉันนึกออกแล้วล่ะว่าทำไมมันถึงมีร่องรอยถูกขืนใจ จำได้ไหมที่เขาเล่าลือกันว่าจระเข้เจ้ามันแปลงเป็นคนได้ มันคงจะเอานังอ่อนเป็นเมีย แต่ตาเขียวมาพบเข้าเสียก่อน เลยแปลงกลับเป็นอ้ายเข้หนีไป” ลูกน้องหมื่นเสือเล่าต่อไปเป็นฉาก โดยอาศัยเรื่องเล่าลือของชาวบ้าน

                “ใช่ไหม ? ตาเขียว ตอนเอ็งเจอนังอ่อน จระเข้เจ้ามันคืนร่างแล้วหนีไปใช่ไหม ?” หันไปย้ำถามตาเขียวพลางบีบมือแกแน่น

                “อะ...เอ้อ...มันมืดมาก ฉันเองก็มองเห็นไม่ชัดหรอก แค่ช่วยนังอ่อนมันไว้ ที่เหลือฉันไม่รู้ไม่เห็น” ตาเขียวรีบกันตัวออกห่างจากเรื่องราวทั้งหมด ซึ่งก็สมใจหมื่นเสือและลูกน้อง

                “เอ้า พวกเราระวังตัวกันให้ดี พวกแม่สาว ๆ ที่ยังไม่มีผัวก็ดูเอาไว้เถอะ อ้ายเข้เจ้ากำลังหาเมียไปอยู่กับมันที่ถ้ำใต้น้ำ ใครไม่อยากไปอยู่กับมันก็รีบหาคู่เสียล่ะ” หมู่เพิ่มป่าวร้อง หวังให้คนทั้งปวงกลัวจระเข้เจ้าให้มากเข้าไว้

                “อาจารย์ไกร ฉันขอบใจล่ะที่อุตส่าห์เป็นธุระ แต่ถ้าอ้ายผู้ร้ายมันเป็นคนจริง ๆ ล่ะก็ พวกฉันที่เป็นกรมการจะรับหน้าที่เอง ส่วนอาจารย์ไกรเป็นหมอจระเข้ก็เร่งปราบจระเข้เถอะ อย่าก้าวก่ายงานกัน” หมื่นเสือกล่าวเป็นเชิงเหน็บแนม ก่อนจะสะดุ้งด้วยความเจ็บ เมื่อถูกจับข้อมือข้างที่บวมช้ำ

                “ฉันก็แค่เป็นห่วงหมื่นเสือ เหลือมือแค่ข้างเดียวอย่างนี้ อย่าใช้งานหนักนักจะดีกว่า” ชายพเนจรตอบกลับ มองอย่างรู้ทัน จนอีกฝ่ายสะบัดข้อมือและเดินจากไป

 

                ด้านเจ้าทองที่ลงมารอข้างล่างตามคำสั่งผู้เป็นอาก็ได้อาศัยแคร่ตรงใต้ถุนเป็นที่นั่งพัก โดยมีสาวน้อยสาวใหญ่หาข้าวปลาอาหารมาให้จนแทบไม่ได้หยุดปาก

                เด็กหนุ่มจากตลาดขวัญมาถึงเมืองปากยมได้เพียงไม่นาน สาว ๆ ที่นี่ก็เริ่มตั้งกลุ่มเป็นแม่ยก ต่างเวียนหาขนูกขนมมาปรนเปรอเสียราวกับมันเป็นพระภูมิเจ้าที่ ขาดก็เพียงธูปเทียนและพวงมาลัย บรรดาแม่ยกเฝ้ามองหนุ่มน้อยกินอาหารที่หามาให้แล้วก็พากันเคลิบเคลิ้ม พอเจ้าทองหยิบอาหาร แม่คนที่หามาก็ร้องวี๊ดว้าย แทบเป็นลมล้มพับด้วยความปลื้มปิติ จนเจ้าหนุ่มชักวางตัวไม่ถูก แต่ก็กลายเป็นความน่าเอ็นดูในสายตาของเหล่าแม่ยกไป

                ครู่หนึ่งบัวคล้ำและบัวคล้อยที่ขึ้นไปฟังว่าเกิดอะไรขึ้นก็วิ่งกลับลงมาจากศาลา กระพือข่าวที่รับรู้มาให้ทุกคนฟัง

                “เป็นฝีมือจระเข้เจ้า !” บัวคล้ำ แฝดสาวผู้พี่เกริ่นด้วยน้ำเสียงตื่นเต้น

                “มันแปลงเป็นคนขึ้นมาฉุดนังอ่อน ปล้ำเป็นเมียจนนังอ่อนมันตาย โอย...น่ากลัวจริง ๆ” บัวคล้อยแฝดผู้น้องเสริม ทำท่าทางขนลุกขนพอง บรรดาแม่ยกรีบคว้าแขนเจ้าทองมากอดด้วยอาการหวาดกลัว แต่ก็ถูกอีกคนยื้อแย่งจนเกิดการทะเลาะเบาะแว้ง เจ้าหนุ่มที่อยู่ตรงกลางจึงได้แต่นั่งทำหน้าไม่ถูก

                “กลับกันโว้ยทอง !” เสียงเข้มตะโกนบอก พร้อมก้าวลงจากศาลาด้วยอาการไม่สบอารมณ์ เดินดุ่มกลับเรือไม่รอหลาน ฝ่ายเจ้าหลานชายเมื่อได้รับคำสั่งก็สลัดจากเหล่าแม่ยก รีบวิ่งตามผู้เป็นอาไป แต่ไม่วายที่สาวน้อยสาวใหญ่จะตามกันมาเป็นพรวน

                “พ่อทอง เดี๋ยวแม่ตามไปส่ง” เหล่าแม่ยกพูดแทบจะพร้อมกัน แต่คงไปสะกิดอารมณ์ที่ขุ่นมัวของอาจารย์ไกรเข้า จึงหันกลับมาตวาดใส่

                “กลับไปทำงานทำการเถอะไป๊ ! ฉันจะอยู่กับหลานสองคน !” ว่าแล้วพ่อหมอจระเข้ก็เร่งฝีเท้าจ้ำพรวด ๆ สลัดให้พ้นจากพวกที่ยังคงดื้อดึง

 

                ชายทั้งสองกลับมาถึงเรือราวเที่ยง ฝ่ายอานั้นมาถึงก็จัดเตรียมเครื่องมือให้วุ่น หลานชายที่สงสัยในอาการของอา เอ่ยถามอย่างหวั่น ๆ

                “พ่อครู...ตกลงเป็นฝีมือจระเข้เจ้าหรือ ?”

                ผู้เป็นอาฟังแล้วให้ชะงักมือ ถามกลับไปเรียบ ๆ

                “เอ็งไปเอาเรื่องบ้า ๆ แบบนั้นมาจากไหน ?”

                “ฉะ...ฉันได้ยินเขาเล่าลือกันจ้ะ” เจ้าหนุ่มตอบอ้อมแอ้ม

                “บ้า ! เล่าลือกันแต่เรื่องบ้า ๆ เอ็งฟังนะอ้ายทอง ไม่มีจระเข้ที่ไหนจะแปลงเป็นคนได้ อ้ายเรื่องอภินิหารอะไรก็ไม่มีทั้งนั้น” หนุ่มใหญ่หันมาจ้องตาหลานพลางสั่งสอน

                “แต่ที่แน่ ๆ คือมีคนอาศัยเรื่องเล่าลือบ้า ๆ นี่ทำสิ่งชั่วช้า เราต้องรีบแล้วว่ะทอง จับจระเข้เจ้าให้ได้เสียโดยไว ไม่เช่นนั้นจะมีชาวบ้านเดือดร้อนกันอีกมาก” กล่าวจบก็โยนเครื่องมือลงเรือเล็ก นำเรือออกไปพร้อมกับหลานชาย อาจารย์ไกรยังขุ่นข้องที่เห็นคนทำผิดลอยนวลไปต่อหน้าต่อตา จึงต้องการจบเรื่องนี้ให้เร็วที่สุดเพื่อให้ความจริงปรากฏ

                หมอจระเข้แห่งลุ่มเจ้าพระยาพายเรือไปเงียบ ๆ ตามลำน้ำที่สัตว์นักล่าเขี้ยวคมยังลอยคอกันเต็ม หากไม่มีตัวใดกล้ากรายใกล้เรือลำน้อย กระทั่งสองอาหลานได้มาถึงจุดที่วางกับดักไว้เมื่อคืนนี้

                อาจารย์ไกรมองดูให้แน่ใจก่อนจะเอาเรือเข้าเทียบฝั่ง บรรยากาศยังคงสงัด จนเมื่อเริ่มต้นดึงโซ่เหล็กที่เกี่ยวเข้ากับเหยื่อก็รู้สึกได้ถึงแรงตึง ซึ่งหมายถึงอีกด้านมีบางสิ่งรออยู่...

                กล้ามแขนกำยำเขม็งตึงตามการออกแรง โซ่แต่ละข้อถูกดึงพ้นน้ำช้า ๆ เจ้าของร่างล่ำสันระมัดระวังตัวมากขึ้น หันไปไล่หลานชายให้หลบด้านหลัง ขณะเดียวกันก็รู้สึกถึงความผิดปกติ...น้ำหนักที่อยู่อีกด้านหนึ่งของสายโซ่บ่งบอกว่ามีบางอย่างมากกว่าเหยื่อที่วางไว้ แต่หากมีจระเข้มาติดกับจริง ป่านนี้มันควรจะออกแรงดิ้นรนแล้ว น่าแปลกที่ทุกอย่างยังคงสงบนิ่ง...

                ไม่ช้าสิ่งที่อยู่อีกด้านหนึ่งของสายโซ่ก็เริ่มเผยโฉม ศีรษะดำมะเมื่อมของสัตว์ร้ายค่อย ๆ โผล่พ้นน้ำ เจ้าทองที่แอบอยู่ด้านหลังถึงกับขนลุกในขนาดของมัน กะเอาคร่าว ๆ ทั้งตัวคงจะสักสามวา อาจารย์ไกรเตรียมพร้อมเผื่อเจ้าสัตว์ร้ายดิ้นรนขัดขืน มือข้างที่ถือหอกสัตตะโลหะกระชับมั่นพร้อมใช้งาน...แต่ทุกอย่างกลับผิดคาด เมื่อลงมือลากอ้ายเข้ตัวนั้นได้อีกเพียงหน่อยเดียวก็เป็นอันประจักษ์แจ้ง ว่าเจ้าตัวร้ายไม่อาจแผลงฤทธิ์ได้อีก...

                ร่างของจระเข้เต็มวัยที่คาดว่าจะยาวได้สักสามวา ทว่าบัดนี้กลับเหลือเพียงครึ่งตัว ช่วงล่างของมันนั้นหายไปมีรอยเว้าแหว่ง

                หมอจระเข้มือฉมังรีบลากศพจระเข้ตัวดังกล่าวขึ้นมาบนฝั่ง สำรวจรอยแผลอย่างละเอียด ก่อนจะหยิบเขี้ยวจระเข้เจ้าที่พกไว้ เทียบกับรอยบนเหยื่อได้อย่างพอดิบพอดี พึมพำออกมาเบา ๆ

                “...อ้ายทอง เอ็งรีบไปตามหมื่นเสือมาที่นี่...งานนี้ท่าจะยากกว่าที่คิดเสียแล้วว่ะ...”

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 14 ครั้ง

11 ความคิดเห็น

  1. #154 MooK_IGOT7 (@momokokojang) (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 20 ตุลาคม 2561 / 00:02
    ภาษาดีมากก กะว่าจะเข้ามาอ่านสักตอนสองตอนแต่ตอนนี้ยิงยาวแล้วจ้า
    #154
    1
    • #154-1 masked v (@masked_v) (จากตอนที่ 5)
      21 ตุลาคม 2561 / 22:30
      ขอบคุณที่เข้ามาอ่านครับ
      #154-1
  2. #140 อำพันเชอรี่ (@markread) (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 21 มิถุนายน 2561 / 09:44
    อาจารย์ไกรเก่งยิ่งนัก นอกจากเป็นหมอปราบจระเข้แล้ว ยังสามารถเป็นแพทย์ชันสูตรศพได้อีก เลื่อมใส เลื่อมใส

    ปล. หลานทองจ๋า รับแม่ยกเพิ่มไหมคะ อยากได้อะไร บอกป้าค่ะ ให้ได้ทุกอย่าง เอื้อกกกกก

    (หลานบอก ไปไกลๆ ป้า) ถถถถถถ
    #140
    1
    • #140-1 masked v (@masked_v) (จากตอนที่ 5)
      21 มิถุนายน 2561 / 23:38
      555+ อาจารย์ไกรประสบการณ์โชกโชน ส่วนทองก็เป็นเด็กน้อยค่อยๆโตครับ
      #140-1
  3. #81 Pimmy27pb (@Pimmy27pb) (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 29 สิงหาคม 2560 / 21:32
    เดาทางไม่ถูกแล้วจ้า 5555
    #81
    0
  4. #19 Tresh (@KillerOrDie) (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 19 มีนาคม 2560 / 04:22
    โอ้ยยยยจะได้ไฝว้กันในตอนต่อไปมั้ยเนี้ยย ทีมอาจารย์ไกรค่าาา แต่ถ้าจระเข้เจ้าแปลงเป็นคนได้และหล่อก็อาจเปลี่ยนใจ 5555555555555
    #19
    1
    • #19-1 masked v (@masked_v) (จากตอนที่ 5)
      19 มีนาคม 2560 / 07:39
      555 ตอนหน้าได้สู้กันแล้วล่ะครับ
      #19-1
  5. #17 Panther_13 (@Ding_Master) (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 17 มีนาคม 2560 / 23:02
    กรี๊ดดดด รัวๆเลยเจ้าค่ะ อยากเป็นหนึ่งในแม่ยกของพ่อทองเสียจริงๆ
    #17
    1
    • #17-1 masked v (@masked_v) (จากตอนที่ 5)
      18 มีนาคม 2560 / 06:48
      ฮา กรี๊ดรัวๆจริงๆ สงสัยเมื่อคืนระบบจะรวนเลยเด้งซะเยอะ ขอบคุณที่ติดตามนะครับ
      #17-1
  6. #16 Panther_13 (@Ding_Master) (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 17 มีนาคม 2560 / 23:02
    กรี๊ดดดด รัวๆเลยเจ้าค่ะ อยากเป็นหนึ่งในแม่ยกของพ่อทองเสียจริงๆ
    #16
    0
  7. #15 Panther_13 (@Ding_Master) (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 17 มีนาคม 2560 / 23:01
    กรี๊ดดดด รัวๆเลยเจ้าค่ะ อยากเป็นหนึ่งในแม่ยกของพ่อทองเสียจริงๆ
    #15
    0
  8. #14 Panther_13 (@Ding_Master) (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 17 มีนาคม 2560 / 23:01
    กรี๊ดดดด รัวๆเลยเจ้าค่ะ อยากเป็นหนึ่งในแม่ยกของพ่อทองเสียจริงๆ
    #14
    0
  9. #13 Panther_13 (@Ding_Master) (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 17 มีนาคม 2560 / 23:01
    กรี๊ดดดด รัวๆเลยเจ้าค่ะ อยากเป็นหนึ่งในแม่ยกของพ่อทองเสียจริงๆ
    #13
    0
  10. #12 Panther_13 (@Ding_Master) (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 17 มีนาคม 2560 / 23:01
    กรี๊ดดดด รัวๆเลยเจ้าค่ะ อยากเป็นหนึ่งในแม่ยกของพ่อทองเสียจริงๆ
    #12
    0
  11. #11 Panther_13 (@Ding_Master) (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 17 มีนาคม 2560 / 23:01
    กรี๊ดดดด รัวๆเลยเจ้าค่ะ อยากเป็นหนึ่งในแม่ยกของพ่อทองเสียจริงๆ
    #11
    0