โศกนาฏกรรมแห่งสายน้ำ

  • 90% Rating

  • 1 Vote(s)

  • 4,484 Views

  • 158 Comments

  • 147 Favorites

แชร์นิยายเรื่องนี้

  • Month Views
    64

    Overall
    4,484

ตอนที่ 28 : ตอนพิเศษ อดีตของอาจารย์ไกร

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 163
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 18 ครั้ง
    15 เม.ย. 61

                ค่ำคืนเงียบสงัด มีเพียงเสียงหริ่งหรีดเรไรขับขาน แม้แต่ท้องน้ำก็พลอยสงบนิ่ง สำปั้นแจวลำหนึ่งจอดอยู่ที่ท่า ภายในมีอาหลานคู่หนึ่งที่ออกเดินทางรอนแรมร่วมกันมานานหลายเดือน ทุกคืนก็ได้อาศัยประทุนเรือนอนเคียงกันด้วยความคับแคบ หากความลำบากกลับยิ่งทำให้สนิทสนมรักใคร่กันยิ่งขึ้น

                ผู้เป็นอาขยับกายเมื่อเห็นว่าหลานชายคงหลับสนิทแล้ว ค่อย ๆ เอื้อมมือ ช้อนศีรษะน้อย ๆ ออกจากอ้อมอกตน ประคองให้ได้อิงนอนบนหมอน

                ก่อนหน้าเจ้าหลานชายร้องไห้หนัก อาลัยอาวรณ์เมื่อนึกว่าจะต้องจากกันในอีกไม่ช้า แม้ผู้เป็นอามิอยากจะจาก แต่ก็ทำไปเพื่อความสุขความเจริญของหลานชายเพียงคนเดียว หากมันได้แต่งงานเป็นเขยขวัญเจ้าสัวไปแล้ว ก็คงไม่ต้องเป็นกังวลอีก ส่วนตัวอาก็ขอร่อนเร่ไปตามประสา

                มองร่างน้อยที่หลับใหล ช่างละม้ายสตรีที่เคยรัก ทั้งรูปร่างอรชร ผิวพรรณผ่องแผ้วไร้รอยตำหนิ ใบหน้าและดวงตาคู่งาม เอ็งช่างได้จากแม่มาเสียทุกสิ่ง ทองเอ๋ย หากว่าเอ็งเกิดมาเป็นหญิง อาก็คงมิรู้จะหักห้ามใจได้ไฉน เห็นแล้วก็พาให้นึกถึงคราที่ตัดใจจากหญิงที่หมายปอง ออกเร่เรือไปตามยถากรรม ซึ่งก็นานมาแล้วก่อนที่เจ้าทองจะเกิด...

                เหตุการณ์นั้นเกิดขึ้นเมื่อวันสงกรานต์...

 

                เสียงปี่กลองและผู้คนที่สรวลเสเฮฮาเงียบสงัดลงเพราะเกิดการวิวาทขึ้นกลางงาน ชายผู้หนึ่งกำลังเผชิญกับศัตรูถึงสี่คน ต่างเข้าต่อสู้กันเป็นพัลวัน ขณะที่หญิงหนึ่งสั่นสะท้านด้วยความตระหนก ถอยไปหลบอยู่กับฝูงชน

                “เฮ้ย ! หยุด ! มาตีกันกลางวัด ไม่เกรงพระเกรงเจ้ากันบ้าง !

                น้ำเสียงมีอำนาจตวาดมาแต่ไกล ทำคู่ทะเลาะกระเจิงกันไปคนละทิศละทาง เหลือแต่เจ้าคนถูกรุมยังยืนไม่ไปไหน

                ผู้ใหญ่ท้วมวัยเกือบสี่สิบเดินแหวกผู้คนเข้ามา กำไม้เท้าเตรียมแพ่นกบาลเจ้าคนก่อเรื่องกลางวัด แต่พอเห็นตัวมันก็ให้ชะงักไป

                เจ้าไกรในวัยสิบเจ็ดยืนเฉยไม่เกรงกลัว ยกมือเช็ดแผลที่มุมปาก สะบักสะบอมจากการสู้ศัตรูถึงสี่คน หากดวงตามันกลับแข็งกร้าวไม่กลัวผู้คน แม้ไม่มีคนห้ามปรามก็คงจะสู้จนถึงตายเป็นแน่แท้

                “อ้อ อ้ายไกรลูกตาเชื่อมนี่เอง” ผู้ใหญ่ทักเพื่อเรียกสติมันไว้ เจ้าคนถูกเรียกหันมามองตาม หากตายังคงขุ่นขวาง

                “เกิดอะไรขึ้นหรือ นวล ไกร พวกเอ็งเป็นกระไรกันบ้าง” น้ำเสียงร้อนรนดังมาก่อนจะเห็นตัว ใช้เวลาเดินแหวกผู้คนอยู่ครู่หนึ่ง กว่าเจ้าของน้ำเสียงจะมาถึงวงที่เพิ่งมีเรื่องวิวาทกัน

                ชายหนุ่มวัยสิบแปด เค้าหน้าคล้ายเจ้าไกร หากดูสะอาดสะอ้านเรียบร้อยกว่า ก้าวเข้ามาด้วยท่าทีเป็นห่วง ทันทีที่มาถึง หญิงสาวที่ยืนตัวสั่นด้วยความตระหนกก็โผเข้าหา ทั้งสองพูดคุยปลอบขวัญกันครู่หนึ่ง ก่อนที่ชายผู้มาใหม่จะหันไปทักถามความกับชายสูงวัย

                “ฉันไหว้จ้ะ อาผู้ใหญ่ ตกลงมันเกิดเรื่องอะไรขึ้นหรือ ?”

                ผู้อาวุโสกว่ายกมือรับไหว้ ตอบไป “ข้าก็มาก่อนเอ็งไม่นานนี่แหละ อยากรู้เหมือนกันว่าเกิดอะไรขึ้น”

                ได้ยินเช่นนั้นก็หันไปถามเอากับคนเจ็บที่ยืนตาขวางแทน “ไกร เอ็งเป็นกระไรบ้าง  เรื่องมันเป็นมายังไง บอกข้าทีรึ”

                น้ำเสียงอาทร ทำเจ้าคนถูกถามรู้สึกตัวขึ้นมาบ้าง หันไปทางชายมากอายุ “ฉันไหว้เช่นกันล่ะอาผู้ใหญ่”

                จากนั้นหันไปตอบคนที่ทักถามมันด้วยความเป็นห่วง “ฉันไม่เป็นกระไรมากดอกพี่เกริก เจ็บไม่เท่าครึ่งพวกมันดอก”

                ตอบเสร็จก็ถ่มน้ำลายปนเลือดลงกับพื้น เดินจากไปโดยไม่มีผู้ใดขวาง ปล่อยให้ผู้ใหญ่ท้วมถามเอาความกับชาวบ้านที่รู้เห็นเหตุการณ์ ได้เรื่องว่าชายสี่คนที่มาจากต่างหมู่บ้านเมาสุราแล้วเกิดคะนอง คว้าแขนแม่สาวที่ชื่อนวลจะให้มาร่วมพูดคุย เจ้าไกรจึงเข้าวิวาทด้วยสี่คนนั้น

                “เอาล่ะ ฟังว่าคนของฉันมันจะเป็นฝ่ายผิด ก็ขอให้เลิกแล้วกันเถอะ ไว้ฉันจะกลับไปว่ากล่าวพวกมันเอง” ผู้ใหญ่ท้วมพูดขึ้นเมื่อฟังความจนจบ เพราะเจ้าสี่คนที่ว่านั้นหาใช่ใครอื่น เป็นลูกหลานผู้ใหญ่ท้วมที่มาจากบ้านอื่น ตั้งใจจะมาเที่ยวเล่นที่บ้านตลาดขวัญในวันสงกรานต์

                “ฉันขอขมาแทนเจ้าไกรด้วยเหมือนกัน อาผู้ใหญ่อย่าไปถือโทษโกรธมันเลย” เจ้าเกริกไหว้ขอขมา ผู้ใหญ่ท้วมยกมือรับไหว้ ถอนหายใจเมื่อมองเจ้าคนพี่ที่ไปกันคนละทางกับคนน้อง

                เจ้าเกริกพี่ชายบวชเรียนตั้งแต่อายุยังน้อย กิริยามารยาทเรียบร้อย รู้โอภาปราศรัย ผิดกับเจ้าไกรคนน้องที่วัน ๆ สำมะเลเทเมา ชอบตีรันฟันแทงเช่นนักเลงหัวไม้ ผิดพี่ผิดน้องกันยิ่งนัก

                “เอ้า หมดเรื่องหมดราวแล้ว สนุกกันต่อเถอะ” ผู้ใหญ่ท้วมประกาศ

                สิ้นคำ ปี่กลองก็เริ่มบรรเลง ผู้คนกลับมาเล่นน้ำกันสนุกสนาน คล้ายไม่เคยมีเรื่องราวอันใด เจ้าเกริกชวนแม่นวลให้เที่ยวเล่นผ่อนคลาย หวังให้ลืมเรื่องร้าย แต่ใจหนึ่งก็ห่วงน้องชายที่มิรู้ว่ามันเดินหลบหายไปที่ใด หารู้ไม่ว่าวันมหาสงกรานต์อันเป็นวันมงคล กำลังจะเกิดเรื่องร้ายขึ้นในอีกไม่ช้า...

 

                ด้านเจ้าไกรหลังจากเดินพ้นวัดก็ให้อึดอัดคับข้องใจยิ่งนัก ฮึดฮัดด้วยอาการโมโห จนคนที่สวนทางต่างพากันหลบด้วยไม่อยากมีเรื่อง

                ไม่รู้จะไปที่ใด ลูกตาเชื่อมก็กลับมานอนบ้าน หลบไปนั่งที่ท่าน้ำรับลมคนเดียวเงียบ ๆ หวังจะผ่อนความคับข้อง อันที่จริงมันชินเสียแล้วกับการที่ผู้คนมองมันเป็นตัวปัญหา ทั้งที่มันไม่เคยรังแกใครก่อน ผิดกับพี่ไกร พี่ชายแท้ ๆ ที่คนเขานิยมทั้งตำบล เพราะบวชเรียนมามาก ทั้งกิริยามารยาทเรียบร้อย ไม่ว่าใครเห็นเข้าก็พากันให้ความเอ็นดู ไม่เว้นกระทั่งแม่นวล...

                “ไกร เอ็งอยู่นี่เอง ข้าตามหาเสียตั้งนาน”

                พอนึกถึงก็ได้ยินเสียง เจ้าไกรหันไปมอง เห็นพี่ชายมันเดินยิ้มมาแต่ไกล

                “ตั้งแต่ออกจากวัดก็มาหลบอยู่นี่เลยรึ” คนเป็นพี่ขยับมานั่งใกล้ ๆ โอภาปราศรัย

                “...ก็ฉันไม่รู้จะไปไหน” คนน้องตอบอย่างเสียมิได้

                “ข้ารู้เรื่องทั้งหมดแล้ว ขอบใจเอ็งล่ะ ที่ช่วยแม่นวลไว้”

                ได้ยินพี่มันเอ่ยชม เจ้าไกรก็มีสีหน้าดีขึ้น ถามไปถึงหญิงที่ได้ช่วยไว้

                “แล้ว...แม่นวลเป็นอย่างไรบ้าง ?”

                “ไม่เป็นไรมากดอก ตกอกตกใจนิดหน่อย ข้าเพิ่งเดินไปส่งที่เรือนเมื่อครู่นี่เอง” เจ้าเกริกตอบ

                คนน้องฟังแล้วให้ชะแง้มองหลังคาเรือนซึ่งอยู่ไม่ห่าง และอีกไม่ช้านานก็จะดองร่วมกัน...พอคิดถึงเรื่องนั้น เจ้าไกรก็เป็นฝ่ายก้มหน้าไม่กล้าสบตาพี่ชาย ทั้งที่ตัวมันไม่เคยจะเกรงกลัวผู้ใดมาก่อน

                “ถ้าเอ็งไม่ไปไหน ข้าว่าจะชวนไปไหว้ผู้ใหญ่ท้วมเสียหน่อย ถ้าปะหน้าหลานชายแกจะได้พูดคุยกันเสียทีเดียว ไม่ให้มีเรื่องหมางใจกันอีก...”

                ได้ยินเท่านั้น เจ้าไกรก็ล้มตัวลงนอน โบกมือเป็นรำคาญ

                “พี่ไปคนเดียวเถอะ ฉันเหนื่อยนัก คร้านจะเดิน”

                “เอ้ กระไรวะเอ็ง ไปไหว้อาผู้ใหญ่แกเสียหน่อย ให้รู้ว่าเราไม่ได้ถือสาเอาความ” เจ้าเกริกคะยั้นคะยอ แต่น้องชายมันกลับแกล้งทำนอนหลับ กรนเสียงดัง ลงท้ายจึงต้องเดินไปคนเดียว

                แม้จะได้ยินเสียงพี่ชายลุกไปแล้ว แต่เจ้าไกรมันรู้สึกเพลินจึงนอนต่อ ลมโชยจากคลองเย็นสบาย ทำเอาเคลิ้มจนแทบหลับ หากได้ยินเสียงกระดานลั่นจึงได้ลุกขึ้นมอง ผิว่าจะเป็นใครอื่น สิ่งที่เห็นกลับทำมันตะลึงงัน

                หญิงที่เจ้าไกรมันห่วงนักห่วงหนาได้มายืนที่ท่าน้ำ อุ้มขันกับลูกประคบไว้ในมือ พอเห็นมันผุดลุก สาวเจ้าก็เอ่ยทักทาย

                “อ้าว ตื่นแล้ว ดีล่ะฉันจะได้มาไม่เสียเที่ยว” พูดจบก็นั่งลงข้าง ๆ เจ้าไกรรีบเอามือจัดผมเผ้าให้ดูเรียบร้อย

                “พี่เกริกไปไหนหรือ ?” ฝ่ายหญิงเอ่ยถาม

                “ไปบ้านอาท้วมแน่ะ คงไปพูดเรื่องเมื่อตอนสายนั่นแหละ” เจ้าไกรตอบอย่างไม่สบอารมณ์นัก

                “ดีแล้วล่ะ พี่เกริกรู้เจรจา คงพูดไม่ให้มีเรื่องกินใจกันได้” นวลพลอยเห็นดีเห็นงาม เจ้าไกรจะเอ่ยค้านก็จำต้องเงียบเสีย

                ทั้งพี่เกริกและนวลต่างก็มองโลกในแง่ดี คิดว่าการพูดคุยจะแก้ปัญหาได้ทุกเรื่อง กับอาท้วมคงได้อยู่ แต่พวกหลาน ๆ ที่มาจากบ้านอื่น เจ้าไกรมันมองว่าพวกนี้สันดานพาล ยิ่งยอมพวกมันก็ยิ่งได้ใจ

                “เห็นพี่ได้เจ็บเพราะฉันก็เลยเป็นห่วง มาสิ ฉันจะประคบยาให้”

                เจ้านักเลงหัวไม้นั่งนิ่ง ปล่อยให้สาวเจ้าประคบไปตามร่องรอยฟกช้ำ ในใจมันคิด อย่าว่าแต่เจ็บเพียงนี้เลย แม้ตายก็ยอมเพื่อแม่ได้ จะให้ชายใดมากล้ำกรายหรือ ให้มันข้ามศพอ้ายไกรเสียก่อนเถิด

                เจ้าไกรมันรักชอบแม่นวลมานานแล้ว ด้วยเรือนติดกัน เห็นกันอยู่ทุกเมื่อเชื่อวัน เกิดเป็นความผูกพัน จนเข้าวัยหนุ่มวัยสาวก็เริ่มจะรู้ว่าชายหญิงเขารักกันเช่นไร แต่พอพี่เกริกสึกจากเณรมาอยู่บ้าน เกิดผูกสมัครรักใคร่กับแม่นวลเช่นกัน ทุกคนก็พากันเห็นดีเห็นงามกันหมด เพราะพี่เกริกได้ร่ำเรียนเขียนอ่าน อาจมีวาสนาได้เป็นถึงอาลักษณ์ ทั้งนิสัยเป็นคนสุภาพเรียบร้อย ใครก็อยากได้เป็นเขย ผิดกับตัวมันที่เกกมะเหรกเกเรไปวัน ๆ ตัวแม่นวลหรือก็พลอยตกปากรับคำ จะหมั้นกับพี่เกริกในอีกไม่นาน ขาดก็เพียงแต่ฤกษ์งาม

                เจ้าคนมีชื่อในทางต่อยตีถอนหายใจหนัก ระบายความคับข้อง ตัวมันไม่มีดีพอจะสู้พี่เกริกได้ ทั้งที่รักแม่นวลมาก่อน วันหน้าหากมาอยู่เรือนเดียวกันแล้ว ตัวมันจะทนไหวอย่างนั้นหรือ

                “ฉันทำพี่เจ็บหรือ ?” สาวเจ้าถามด้วยความเป็นห่วง เมื่อเห็นคนเจ็บถอนหายใจแรง

                ชายหนุ่มมองหญิงที่เอ่ยถามด้วยความเป็นห่วง ความงามของเจ้าจะหาใครเทียมเป็นไม่มี ตาคู่สวยแฝงแววโศกน่าทะนุถนอม ผิวพรรณเจ้างามสะอาดตานัก ต่อแต่นี้หรือจะเป็นของใครอื่น คิดแล้วให้ปวดใจนัก...

                เจ้าไกรตัดสินใจแน่วแน่ ไม่เกรงกลัวอีกต่อไป มันคิดแล้วว่าเป็นไงเป็นกัน รั้งร่างอรชรไว้แนบตัว สุดจะหักจิตห้ามใจได้อีกต่อไป

                “พี่ไกร เป็นอะไรไป อย่านะ อย่าทำฉัน” เสียงหญิงสั่นสะท้าน ร้อนรนด้วยความกลัว เพราะสนิทกันแต่น้อยจนมิเคยคิดเป็นอื่น แต่บัดนี้ชายที่เจ้าไว้ใจกลับมาล่วงล้ำให้มัวหมอง

                เจ้าไกรที่หน้ามืดตามัว ฟอนเฟ้นไปตามเนื้อนวลด้วยความคะนองใจ ให้หยุดเมื่อได้ยินเสียงสะอื้นไห้

                “นวล...พี่...” จะพูดสักคำก็แสนยากเข็ญ เมื่อเห็นสาวเจ้าร้องไห้ ใบหน้างามเพรื่อไปด้วยน้ำตา มองมันเหมือนเป็นคนอื่นไป

                ทันทีที่ได้สติ หญิงเจ้าก็รวบรวมเรี่ยวแรงผลักร่างหนาให้พ้นตัว ตบใส่อีกฉาดใหญ่ก่อนจะร้องไห้วิ่งกลับเรือนตน

                เจ้าไกรนั่งนิ่ง แสบที่ใบหน้า ใจเหมือนจะแหลกเป็นผุยผง อยากจะโดดน้ำตายมันเสียเดี๋ยวนี้ ที่ดันไปทำไม่ดีไม่งามใส่หญิงที่เขาสู้ไว้ใจตัว นั่งบ้าตีอกชกหัวตัวเองเป็นพัลวัน มิรู้จะแก้ไขประการใด สุดท้ายก็โดดลงเรือ ตั้งใจจะพายออกไปให้พ้นตาผู้คน

 

                ลูกชายคนเล็กของตาเชื่อมไม่ได้พายเรือไปไหนไกล เพียงลัดคลองห่างจากบ้านไปไม่กี่เส้นก็ถึงโรงเหล้า เจ้าไกรมันแวะเวียนมาที่นี่บ่อยจนสนิทกับลูกชายคนเล็กที่หัวอกเดียวกัน จึงนับถือเป็นเกลอสนิท

                “พี่ไกร ดื่มให้มันน้อยลงหน่อยเถิด” เจ้าปาน ลูกชายเจ้าของโรงเหล้าเตือนด้วยความเป็นห่วง เพราะตั้งแต่เจ้าไกรมาถึงก็เอาแต่ก้มหน้าดื่มไม่พูดไม่จา แต่คนถูกขอร้องหาได้รามือ กลับยังคงดื่มต่อไปไม่หยุด

                “เฮ้ย อ้ายปาน แค่นี้ให้ข้าดื่มเถอะวะ ลงบัญชีไว้ก่อน เดี๋ยวข้ามาจ่ายทีหลัง” เจ้าไกรตอบด้วยน้ำเสียงอ้อแอ้ หลังจากนั่งดื่มคนเดียวจนเกือบหมดไห

                “โธ่ พี่เคยมาจ่ายที่ไหน มีแต่พี่เกริกตามมาจ่ายให้ทุกที” เจ้าปานบ่นอย่างนึกระอา

                พอได้ยินชื่อพี่ชายตัว เจ้าคนที่กร่ำสุราจนได้ที่ก็ให้สะอึกนั่งนิ่ง สักพักก็ร้องไห้ออกมาอย่างสุดกลั้น ทำเจ้าปานตกใจเพราะไม่เคยเห็นเกลอรุ่นพี่ร้องไห้มาก่อน

                “ฮือ ปานโว้ย พี่เกริกเขาดีกว่าข้าทุกอย่าง ข้าจะเอาอะไรไปสู้วะ” พูดปนสะอื้น แล้วก็ก้มหน้าร้องไห้ต่อ

                เห็นเป็นเช่นนั้น ลูกเจ้าของโรงเหล้าก็พูดโพล่ง

                “พี่ไกรชอบแม่นวลล่ะสิ”

                เจ้าไกรสะบัดหน้าเหมือนจะสร่างเมา จ้องหน้าเกลอรุ่นน้องเขม็ง

                “เฮ้ย เอ็งอย่าเที่ยวพูดพล่ามไป” มันรีบเตือนมิให้เอ็ดอึง

                “โธ่ พี่ไกร จะเป็นกระไรไปล่ะ ฉันเองก็ชอบแม่นวลเหมือนกัน ฉันพูดจริงนะ หนุ่ม ๆ ทั้งละแวกมีใครไม่ชอบแม่นวล ยิ่งโตเป็นสาวก็ยิ่งงามออกปานนั้น” เจ้าปานยังพูดพล่ามต่อไปจนถูกเขกกะโหลก

                “อ้ายปาน อ้ายทะลึ่ง !” ลูกชายตาเชื่อมดุเข้าให้

                “โธ่ ฉันพูดจริงนี่ พอพูดแล้วก็เห็นใจพี่ พี่ไกรกับพี่เกริกก็พี่น้องคลานตามกันมา อยู่เรือนเดียวกัน ถ้าพี่เกริกรักกับแม่นวล พี่ก็ต้องทนเห็นภาพบาดตาทุกวัน ใครมันจะไปทนไหว”

                คำเจ้าปานเหมือนแทงเข้ากลางใจ เจ้าไกรก้มมองจอกเหล้าในมือเงียบ ๆ ก่อนจะเอ่ย

                “เออ บอกตรง ๆ ว่าข้าอิจฉาพี่เกริก...ปานโว้ย...ไม่รู้นรกอะไรมันสิงใจข้า เมื่อครู่ก่อนจะมา ข้าดันคิดจะปล้ำแม่นวล”

                “ฮ้า !” เจ้าปานแหกปากอุทาน จนเกลอรุ่นพี่ต้องรีบเอามืออุดปาก

                “ฟังก่อนโว้ยปาน ข้ากอดแม่นวลไว้ แต่ล้มเลิกความคิด เห็นแม่ร้องไห้แล้วข้าก็ทำไม่ลง เมื่อสายข้ายังต่อยเจ้าคนที่มาลวนลามแม่นวลอยู่เลย แต่ข้ากลับมาทำเสียเองเล่า ข้านี่ชั่วกว่าพวกมันนัก”

                พูดจบก็กรอกเหล้าลงคอจอกแล้วจอกเล่า เหมือนจะตั้งใจกินให้มันตาย ๆ ไปเสียเดี๋ยวนั้น เจ้าปานนั่งเงียบ ๆ เป็นเพื่อนอยู่นาน ครั้นเห็นสหายรุ่นพี่สงบลงแล้วจึงระบายเรื่องของตนบ้าง

                “เราไปตายกันดาบหน้าไหมล่ะพี่ ฉันเองอยู่ไปก็คงไม่มีอะไรดี โรงเหล้าอีกหน่อยพ่อคงยกให้พี่ ๆ อ้ายฉันมันลูกเมียรอง เขาคงให้ที่แค่พอซุกหัวนอน ฉันคิดนานแล้ว ว่าอยากจะออกไปทำกิจการของตัวเอง ไม่หวังพึ่งพาใคร ถ้าพี่คิดตรงกะฉันก็ไปพร้อมกันเถิด”

                คำเจ้าปาน ทำเอาคนแก่กว่าแทบหายเมา ค้นหาแววล้อเล่นในแววตาหากไม่มี เหมือนเจ้าตัวจะคิดมาถี่ถ้วนแล้ว

                “เออ เอ็งคิดดีกว่าข้าเสียอีก แต่ขอข้าตรองสักคืนสองคืนเถอะ ไว้ตัดสินใจยังไงแล้วข้าจะบอก”

                แล้วสองเกลอก็เทสุรา แลกจอกกันดื่มเหมือนเป็นสัญญาว่าจะร่วมใจกันในวันข้างหน้า

 

                ฟ้ามืดโรยตัว จันทร์ฉาย ดาราพร่าพราวขึ้นเต็มฟ้า เรือลำน้อยลอยอ้อยอิ่งตามกระแส ซึ่งเจ้าของมันเอนนอนอย่างไม่สนว่าเรือจะลอยไปที่ใด

                เจ้าไกรนอนคิดว้าวุ่น ไม่กล้ากลับเรือน สายตาแม่นวลที่จ้องมองมายังคอยตามหลอกหลอน ทำมันเข้าหน้าไม่ติด ทั้งพี่เกริกตัวมันก็ไม่กล้าสบตา ด้วยทำผิดคิดชั่วกับคู่หมั้นคู่หมายพี่ชาย

                ถอนหายใจด้วยความคับอก หวนคิดถึงคำเจ้าปานที่จะชวนกันออกไปตายดาบหน้า ตัวมันหรือเพิ่งจะสิบเจ็ด เจ้าปานก็แค่สิบหก ยังนึกไม่ออกว่าภายภาคหน้าจะเอาตัวรอดได้อย่างไร แต่จะอยู่บ้านเดิมรอวันที่พี่เกริกและแม่นวลครองรักกัน แค่คิดก็ทนไม่ไหวเสียแล้ว

                สายน้ำพาเรือลอยไปติดกอไผ่ที่ขึ้นริมตลิ่ง ร่มไม้มืดครึ้มจนแทบมองไม่เห็นสิ่งใด เจ้าไกรหลับไปนานเท่าไหร่ไม่รู้ กระทั่งเสียงคนพูดคุยกันดังลอดมา ทำมันลืมตาเงี่ยหูฟัง

                “...พี่เทียมจะเอาจริงหรือ ?” เสียงหนึ่งว่า

                “...เออสิวะ เรามีกันตั้งสี่คน กลัวอะไร” อีกเสียงหนึ่งตอบ

                “แล้วพี่ไม่กลัวน้าท้วมหรือ เมื่อบ่ายก็เพิ่งเรียกพวกเราไปขอขมาอ้ายหน้าจืดนั่น” อีกเสียงแย้ง

                “กลัวกระไรวะ ฉุดนังผู้หญิงไปทำเมียก่อน แล้วค่อยกลับมาตบแต่งขอขมาให้ถูกเรื่องถูกราว คนเขาทำกันออกเกลื่อน  ลงว่าข้าวสารมันกลายเป็นข้าวสุกเสียแล้ว ถึงเวลานั้นน้าท้วมต้องรับหน้าเป็นผู้ใหญ่ให้เราด้วยซ้ำ พวกเอ็งเลิกซักเหอะ ข้าตัดสินใจแล้ว ไปมาก็หลายบาง ยังไม่เคยเห็นหญิงใดงามถูกใจเท่านี้ ถ้าไม่ลงมือฉุด ที่ไหนจะได้มาเป็นเมียวะ”

                “...แล้วถ้ามีใครมาช่วยมันเล่า ?”

                “เอ็งก็เห็นแล้ว ว่าอ้ายหน้าจืดนั่นดูท่าทางไม่สู้คน พ่อแม่นังนั่นก็แก่ชรา ถึงยังไงก็ขวางพวกเราไม่ไหวดอกวะ”

                “แล้วอ้ายหนุ่มเมื่อเช้านี้เล่าพี่ ? มันคนเดียวยังฝืนสู้พวกเราตั้งสี่คน”

                “ข้าสืบมาแล้วโว้ย มันพายเรือออกไปตั้งแต่เที่ยง ป่านฉะนี้ไม่รู้ไปอยู่ไหนแล้...ว”

                เสียงเจ้าคนต้นคิดยังพูดไม่ทันจบก็ถูกปาใส่ด้วยไหเหล้าจนถึงกับล้มไป ซึ่งตัวการหาใช่ใครอื่น เป็นเจ้าไกรที่เดินโงนเงนออกมาพ้นเงาไผ่

                “ข้าอยู่นี่โว้ย !” เจ้าตัวประกาศ มองทุรชนทั้งสี่เห็นเป็นเพียงเงาตะคุ่ม แต่ละคนล้วนถืออาวุธครบมือ ทั้งหอกดาบ ส่องประกายวาววับในความมืด เห็นแล้วให้หนาวเยือกสะท้าน แต่เจ้าไกรตัดสินใจเด็ดขาด จะปล่อยอ้ายพวกนี้ไปย่ำยีหญิงที่มันรักหรือ ไม่มีทางเสียล่ะ ชักมีดเหน็บออกพ้นฝัก ต่อให้มือเปล่ามันก็จะสู้ แต่นี่มีดมันยังมี อย่างน้อยก็ขอแทงพวกมันสักคนละแผลสองแผลเถอะวะ

                “ฆ่ามันโว้ย !” เจ้าคนถูกไหเหล้าปา ลุกขึ้นตะโกนสั่ง แล้วก็เกิดตะลุมบอนกันในความมืด ไม่รู้ว่าใครเป็นใคร เสียงร้องดังลั่นจากคนถูกใบมีดกินเนื้อ เลือดอุ่นไหลกระเซ็น แล้วก็มีคนล้มลง

                การต่อสู้ยังดำเนินต่อไป ซึ่งหากว่าเป็นกลางวันคงได้เห็นเลือดแดงฉาน นองไปทั่วทั้งกอไผ่ แต่ค่ำมืดเช่นนี้ จึงยากจะคาดเดาว่าฝ่ายใดกำลังเพลี่ยงพล้ำ

                ความชุลมุนยุติลง หลังเสียงร้องโหยหวนจากคนที่กำลังจะสิ้นใจหยุดลง แล้วความเงียบก็เข้าครอบครองสถานที่อีกครั้ง จะมีก็เพียงเสียงหอบหายใจอย่างเหนื่อยแรงแทรกสอด

                เสียงลำไผ่ที่ถูกฟันจนเกือบขาด โอนเอนกระทั่งหักโค่น ปลุกเจ้าคนที่อ่อนล้าแทบสิ้นแรงให้ลืมตาตื่น เจ้าไกรพยายามฝืนพยุงตัวลุกขึ้น เจ็บปลาบไปทั่วสรรพางค์กาย ได้รับบาดแผลอยู่หลายแห่ง ฉิวเฉียดที่สุดก็รอยฟันที่คอใกล้กับเส้นเลือดใหญ่ เตือนให้รู้ว่าเพิ่งจะผ่านความตายมาแบบเส้นยาแดงผ่าแปด

                สายตาที่คุ้นชินกับความมืดทำให้พอเห็นเดนนรกทั้งสี่ ต่างพากันนอนสิ้นใจ ตาเหลือลาน กลิ่นคาวเลือดตลบอบอวลสร้างความคลื่นเหียน บีบลำไส้จนเจ้าไกรต้องโก่งคออาเจียน ก้มมองมืออันสั่นเทา เพิ่งรับรู้รสชาติของการฆ่าคนครั้งแรก ตะเกียกตะกายควานหาไหเหล้าที่ติดมือมา  กลิ้งโคโร่ใกล้กับศพหนึ่ง เจ้าคนที่เพิ่งฆ่าคนเป็นครั้งแรกยกไหเหล้า พยายามเค้นสุราทุกหยาดหยดหากไม่มีเหลือ ปาไหทิ้งไปด้วยความขัดใจ

                เจ้าไกรยกมือปิดหน้าอยู่ครู่ใหญ่ นึกทบทวนเรื่องราว สำคัญกว่านั้นคือจะทำอย่างไรต่อไป มันฉีกผ้ามาพันปิดปากแผลเพื่อห้ามเลือดก่อน จากนั้นมองไปยังเดนคนทั้งสี่ที่สิ้นลมไปแล้ว เห็นเป็นภาระที่จะต้องจัดการศพพวกมัน ยังนับว่าโชคดีที่มีเรือมาด้วย

 

                เสียงบ่าวไพร่ร้องเรียก ทำผู้ใหญ่ท้วมลุกขึ้นมากลางดึก จัดแจงเสื้อผ้าอย่างลวก ๆ คว้าดาบที่ขัดฝาห้องแล้วรีบก้าวลงจากเรือนเพื่อดูว่ามีเหตุอันใด ภาพที่เห็นถึงกับทำให้ชายสูงวัยผงะไป

                ตรงท่าน้ำหน้าบ้าน มีศพก่ายกองกันถึงสี่ศพ ล้วนเป็นหลานชายแกและพรรคพวกที่มาจากบางอื่น

                “เป็นฝีมือฉันเองล่ะอาผู้ใหญ่” เจ้าไกรที่ยืนค้ำศพยอมรับโดยตรง

                “ฉันฆ่าคนตาย ถ้าอาผู้ใหญ่จะจับก็จับเถิด...” มันพูดเหมือนคนปลงตก ก้มหน้ารับกรรม ครั้นผู้ใหญ่ท้วมและบ่าวไพร่ขยับเข้ามา มันกลับชี้ดาบ เงยหน้าส่งสายตาวาววาม “แต่ถ้าคิดจะจับ ฉันก็ขอสู้ตาย”

                คำของเจ้าคนผิด ทำผู้ใหญ่ท้วมชะงักงัน ไม่รู้ว่ามันจะเอาอย่างไรกันแน่

                “ไหนลองเล่าให้ฟังสักหน่อยเถิด เรื่องมันเป็นมาอย่างไร” ผู้ใหญ่ตะล่อมถามเพื่อเอาความ เจ้าไกรจึงเล่าไปตามจริง

                “...ถ้างั้นก็สมัครวิวาท...ต้องปล่อยเลยตามเลย ข้าคงไม่เอาผิดกะเอ็ง...” ชายสูงอายุตัดสินหลังจากฟังเรื่องราวทั้งหมด

                เจ้าไกรยกมือไหว้อย่างนอบน้อม “ฉันนับถืออาผู้ใหญ่ ที่มีใจยุติธรรม”

                “แต่เอ็งจะอยู่ที่นี่อีกไม่ได้” ผู้ใหญ่ท้วมพูดต่อไป

                “เรื่องนั้นฉันก็คิดไว้อยู่ ขอแค่อาผู้ใหญ่ไม่ไปซัดทอดเอาผิดพี่เกริกกับแม่นวล เท่านี้ฉันก็พอใจแล้ว”

                “เอ็งวางใจเถอะ ข้าไม่ใช่คนสันดานพาล เรื่องทั้งหมดหาใช่ความผิดมันทั้งสอง อย่ากังวลไปเลย”

                ฟังคำของผู้ใหญ่แล้ว เจ้าไกรมันก็ทรุดลงกราบ

                “เช่นนั้นฉันขอกราบลาอาผู้ใหญ่ คงไม่อยู่ให้เห็นหน้าอีก อะไรที่เคยทำไม่ถูกไม่ควร ฉันขอขมาลาโทษเสียตรงนี้แล้วกัน ฉันลาล่ะ” พูดจบ เจ้าคนมีผิดติดตัวก็กระโดดลงเรือ พายลับหายไป

                ผู้ใหญ่ท้วมเฝ้ามองตามหลัง เจ้าคนที่สู้ศัตรูมากกว่าถึงสี่ต่อหนึ่ง ทั้งยังมีอาวุธครบมือ ยังอุตส่าห์ลากเอาศพมาสารภาพอย่างไม่เกรงกลัวอีกเล่า คนเช่นนี้วันหน้ามันจะก่อวีรกรรมอันใดอีกก็สุดรู้...

 

                ค่อนดึก ลูกชายคนโตตาเชื่อมยังนอนก่ายหน้าผาก หลับ ๆ ตื่น ๆ รู้สึกตัวตื่นขึ้นมาคราใด หันไปมองที่นอนเจ้าน้องชาย เห็นยังไม่กลับมาก็ล้มตัวนอนต่อด้วยความกลุ้มใจ

                ที่ผ่านมาเจ้าไกรก็ไม่ค่อยได้กลับบ้านเท่าไหร่ ออกตะลอนไปตามเรื่องตามราวของมัน แต่ไม่มีครั้งใดที่พี่ชายมันจะกังวลใจเช่นนี้เลย คล้ายจะมีสังหรณ์บางอย่าง

                สะดุ้งลุกขึ้นเมื่อได้ยินเสียงก้อนหินปาข้างฝา พอชะโงกออกไปทางหน้าต่างก็เห็นแม่นวลที่อยู่บ้านตรงข้าม เยี่ยมหน้าออกมาทางหน้าต่างเช่นกัน มองลงไปข้างล่างก็เห็นเจ้าน้องชายยืนลุกลี้ลุกลน

                “พี่เกริก แม่นวล ฟังให้ดี ฉันมีเรื่องจะสั่งเสียเป็นครั้งสุดท้าย”

                คำพูดน้องชาย ทำเจ้าเกริกหน้าเปลี่ยนสี ทักถามกลับไป

                “เอ็งเป็นอะไรไปรึ พูดเป็นลางแบบนี้ ข้าใจคอไม่ดีเลย”

                “ฉันก่อเรื่องใหญ่มาน่ะสิพี่ คงต้องหนีไปคืนนี้แล้ว เลยอยากให้พี่กับแม่นวลฟังคำฉันไว้” เจ้าไกรตอบ

                “เอ็งก่อเรื่องอะไรไว้ บอกมาเถิด ถ้ายังไงข้าจะออกรับหน้าเอง” คนเป็นพี่พยายามเกลี้ยกล่อมไม่ให้น้องชายด่วนตัดสินใจ

                “ฉันฆ่าคนตาย...เป็นอ้ายพวกสี่คนที่ลวนลามแม่นวลเมื่อกลางวัน...”

                คำตอบเจ้าไกร ทำพี่ชายมันชะงักงัน ทั้งแม่นวลก็พลอยสลด เมื่อรู้ว่าตนมีส่วนทำให้คนตาย

                “พวกมันวางแผนจะมาฉุดแม่นวล ฉันรู้เข้าเลยเกิดสู้กัน...” มันอธิบายต่อ

                “โธ่ ไกรเอ๋ย ข้าจะลองไปพูดกับอาท้วมดู เรื่องมันฉุกละหุกเลยเกิดบานปลายไป อาท้วมแกคงจะพอลดหย่อนผ่อนหนักเป็นเบาให้บ้าง...” พี่ชายแนะ

                “ฉันไปพูดกับอาท้วมมาแล้ว แกว่าสองฝ่ายสมัครวิวาทกันเอง คงไม่เอาโทษทัณฑ์ แต่แกประกาศว่าฉันจะอยู่ที่นี่อีกไม่ได้ ฉันขอบคุณล่ะ ที่พี่คอยออกหน้ารับผิดแทนฉันมาตลอด แต่ครั้งนี้ผิดมีมากนัก พี่ปล่อยให้ฉันไปตามเรื่องเถอะ”

                ฟังคำน้องชาย เจ้าเกริกก็ได้แต่ก้มหน้า เมื่อเรื่องเลยเถิดมาถึงเพียงนี้ก็คงต้องปล่อยให้มันเป็นไป

                เจ้าไกรหันมาทางแม่นวล พูดขึ้น “นวลเอ๋ย อภัยพี่เถอะ ที่ทำไม่ดีกับเอ็งเมื่อบ่าย พี่รักเอ็งจริง ๆ ให้ตายแทนยังได้ ครั้งนี้พี่ต้องไปจริง ๆ แล้ว จึงอยากบอกความนัยที่มันคับอกให้เอ็งได้รู้ไว้”

                หญิงที่นิ่งฟังคำถึงกับสะอึกสะอื้นเมื่อได้ยินถ้อยจำนรรจา เห็นบาดแผลเต็มตัวก็พอรู้ว่าชายหนุ่มมิได้พูดเกินจริง ถึงได้แลกเลือดเอากับศัตรูมิให้พวกมันมาทำอันตรายเจ้า

                เห็นสาวเจ้าร้องไห้ให้กับมัน เจ้าไกรก็หันไปบอกพี่ชาย

                “พี่เกริก อภัยฉันเถิด ที่หลงรักผู้หญิงคนเดียวกับพี่ ถึงไม่มีเหตุในคืนนี้ฉันก็คงจะทนอยู่ที่นี่อีกไม่ไหว เอ้อ...ขอฉันพูดเรื่องดีบ้างเถิด พี่เกริกกับแม่นวลรักกัน อีกไม่นานก็จะหมั้นกัน ฉันไม่ได้อยู่อวยพรก็ขออวยพรเสียตรงนี้เลย ขอให้พี่กับแม่นวลรักกันไปจนแก่เฒ่า มีแต่ความสุข อย่าได้มีเรื่องร้ายมากล้ำกราย”

                แม่นวลซับน้ำตา ฝืนยิ้ม พยักหน้ารับคำอวยพร พ่อเกริกเองก็พยักหน้ารับเช่นเดียวกัน

                “ฉันลาล่ะ ฝากดูแลพ่อกับแม่ด้วย บอกพ่อด้วยว่าฉันขอเรือสำปั้นที่จอดทิ้งไว้เป็นสมบัติติดตัวสักชิ้น” เจ้าไกรกล่าวคำอำลาเป็นครั้งสุดท้าย เดินหายไปในความมืด ยังได้ยินคำพูดจากหญิงที่มันรักตามหลังมา

                “พี่ไกร ฉันไม่ถือโกรธพี่เลย ฉัน...ขอให้บุญรักษาพี่เถิดนะ”

                ได้ยินเท่านั้น เจ้าไกรก็พอจะชุ่มชื่น เก็บเอาความห่วงใยจากหญิงที่มันรักไว้เป็นเสบียงหัวใจ ก่อนจะนำเรือสำปั้นแจวซึ่งนับแต่นี้จะกลายเป็นที่อยู่ที่กิน ทั้งคู่ทุกข์คู่ยาก ออกเผชิญโชคไปตามแต่ยถากรรม

 

                สิบเจ็ดปีผ่านไป...เจ้าไกรได้ผจญเรื่องราวมากมาย จากหนุ่มน้อยก็เติบใหญ่กล้าแกร่ง ผู้คนนับถือ เรียกว่าอาจารย์ไกร มีฝีมือปราบจระเข้ไปทั่วร้อยเอ็ดเจ็ดย่านน้ำ ทั้งหญิงสาวที่ผ่านมาให้เชยชมมิได้ขาด หากไม่มีหญิงใดจะลบเลือนรักครั้งแรกในชีวิตลงได้...

                เมื่อได้พบหน้าหลานชายเป็นครั้งแรก ความหลังที่เคยมีก็กลับประดังเข้ามาในหัว ทั้งหน้าตา รอยยิ้ม และน้ำเสียง ช่างเหมือนกับหญิงที่เคยมอบใจให้อย่างไม่ผิดเพี้ยน ยิ่งมองหน้ายามหลับ ยิ่งคล้ายคลึงเข้าไปใหญ่

                “นวลเอ๋ย พี่จะปราบจระเข้เจ้าให้ได้ เอ็งจะได้สุขสบายเสียที...พี่สัญญา” เอ่ยกระซิบกระซาบ ก่อนจะจุมพิตแผ่วเบาลงบนหน้าผากเจ้าหลานชาย มิให้มันตื่น

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 18 ครั้ง

4 ความคิดเห็น

  1. #156 Kn_nann (@Kn_nann) (จากตอนที่ 28)
    วันที่ 23 ตุลาคม 2561 / 02:22
    สนใจแต่งosคู่อาหลานบ้างมั้ยคะ จิตใจที่บาปของเรามันโหยหาเหลือเกิน
    #156
    4
    • #156-1 masked v (@masked_v) (จากตอนที่ 28)
      24 ตุลาคม 2561 / 03:52
      555+ จะแต่งเป็นแฟนฟิคก็ได้นะครับ แต่ตัวคนเขียนไม่ถนัดแนววายครับ
      #156-1
    • #156-4 masked v (@masked_v) (จากตอนที่ 28)
      24 ตุลาคม 2561 / 22:30
      555+ นับถือในจินตนาการ
      #156-4
  2. #151 อำพันเชอรี่ (@markread) (จากตอนที่ 28)
    วันที่ 3 กรกฎาคม 2561 / 11:42
    อาจารย์ไกรจะลักหลับหลานชายเหรอ
    #151
    1
    • #151-1 masked v (@masked_v) (จากตอนที่ 28)
      4 กรกฎาคม 2561 / 01:45
      555+ ทำไมคิดแบบน้านนนน
      #151-1
  3. #138 Enchantress (จากตอนที่ 28)
    วันที่ 7 พฤษภาคม 2561 / 09:58
    คิดเรื่องนี้จริงๆค่ะ ไรท์หายไปนานมากกกกกก

    แล้วเราก็ไม่ได้กดเฟบนิยายไว้ โชคดีที่จำชื่อเรื่องได้ รอไรท์มาอัพต่อนะคะ เป็นกำลังใจให้
    #138
    1
    • #138-1 masked v (@masked_v) (จากตอนที่ 28)
      14 พฤษภาคม 2561 / 15:00
      ขอบคุณที่ติดตามครับ เรื่องนี้จบแล้วครับ แต่อาจจะมีรีไรท์ แก้ไขเพื่อส่งสำนักพิมพ์ครับ
      #138-1
  4. #137 nongmuayzz (@nongmuayzz) (จากตอนที่ 28)
    วันที่ 16 เมษายน 2561 / 03:33
    เย่ มีตอนพิเศษหลงมาาาาาา คิดถึงเรื่องนี้มากกกก
    ขอบคุณสำหรับตอนพิเศษนะคะ
    #137
    1
    • #137-1 masked v (@masked_v) (จากตอนที่ 28)
      16 เมษายน 2561 / 22:01
      ขอบคุณครับ หายไปนาน นึกว่าไม่มีคนอ่านแล้วซะอีก
      #137-1