โศกนาฏกรรมแห่งสายน้ำ

  • 90% Rating

  • 1 Vote(s)

  • 4,385 Views

  • 158 Comments

  • 145 Favorites

แชร์นิยายเรื่องนี้

จำนวนแชร์
0

  • Month Views
    6

    Overall
    4,385

ตอนที่ 24 : ตอนที่ 2 ข่าวจากปากยม

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 205
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 12 ครั้ง
    20 พ.ย. 60

                ที่เมืองสระหลวง ชีวิตของเจ้าทองเวียนผ่านไปวัน ๆ โดยไม่มีเรื่องตื่นเต้นอันใด ออกทำงานแต่เช้าตรู่เพื่อหาเลี้ยงลูกเมีย แวะไปปรนนิบัติคุณหญิงในช่วงบ่ายและกลับเรือนอน ดูหน้าลูกเมียเมื่อตอนเย็น วนเวียนอยู่เช่นนี้นานนับเดือน อีกสิ่งที่ยังทำไม่ขาด คือการลุกขึ้นมาฝึกอาวุธกลางดึกและทบทวนสรรพวิชาที่ได้ร่ำเรียนมา

                หากจะมีเรื่องนอกเหนือจากนี้บ้าง ก็เช่นตะเภาทองได้ไปเที่ยวอาละวาดตบตีกับแม่ค้าในตลาดด้วยความหึงหวง เพียงเจ้าทองซื้อของร้านไหนบ่อย ๆ หรือยืนคุยกับแม่ค้าคนไหนนาน ๆ เท่านี้ก็พอจะทำให้เมียรักนึกระแวงแคลงใจ จนเจ้าทองไม่กล้าไปเดินตลาด ต้องวานให้น้าเกลี้ยงไปเดินจับจ่ายแทน

                ทุกวันผ่านไปอย่างเรียบง่าย กระทั่งเย็นวันหนึ่ง...

 

                “ทอง นั่นเอ็งใช่ไหม ?” เสียงตะโกนจากข้างนอกเรือ ทำคู่ผัวเมียต้องรีบจัดแจงเสื้อผ้าเพื่อออกมาดูว่าเป็นผู้ใด

                “เอ๊ะ ใครกันล่ะจ๊ะ ?” ผู้ผัวชะโงกหน้าออกมาดูก่อน แสงสลัวรางช่วงโพล้เพล้ทำให้เห็นหน้าผู้มาเยือนไม่ชัด

                “อ้าว อยู่หรอกหรือ พอดีว่าเห็นเรือแล้วจำได้เลยตะโกนเรียกดู”

                อีกฝ่ายไม่ตอบ กลับนำเรือสินค้าแล่นเข้ามาเทียบ เจ้าทองไม่ค่อยวางใจนัก ทำมือไม้สั่งเมียส่งอาวุธให้

                “เป็นอะไรไปล่ะ นี่อาปานเอง จำไม่ได้หรือ ?” ผู้มาเยือนถามเมื่อใกล้เข้ามา ส่องตะเกียงให้เห็นใบหน้าชัด ๆ เจ้าทองนึกย้อนไปเมื่อคราได้เจอกันสมัยที่พ่อครูยังอยู่ ผุดยิ้มด้วยความดีใจ

 

                “ฉันขอโทษอาปานด้วยนะจ๊ะ ได้เจอกันทั้งทีแต่ไม่มีของดี ๆ จะเลี้ยงเลย” เจ้าทองออกตัว ขณะเชิญเพื่อนพ่อครูให้ขึ้นมากินข้าวด้วยกัน

                “ช่างเถอะ ได้เจอกันก็ดีแล้ว กินกันอย่างพื้น ๆ นี่แหละ” ผู้อาวุโสตอบ สายตาจ้องมองไปยังหญิงที่อุ้มลูกอยู่หลังเจ้าทอง

                “นี่ตะเภาทอง เมียฉันเองจ้ะ” ผู้ผัวแนะนำ ฝ่ายเมียค้อมศีรษะแสดงกิริยานบนอบ

                “ตะเภาทอง...เอ๊ะ บุตรสาวเจ้าสัวเมืองปากยมล่ะซี ไปไงมาไงได้ล่ะนี่”

                คำทักของแขก ทำสองผัวเมียนิ่งงันเหมือนไม่อยากจะท้าวไปถึงความหลัง ชายผอมสูงมีปานดำที่หน้าจึงเอ่ยปากเสียเอง

                “ที่จริงอาผ่านไปเมืองปากยมก็พอได้ยินข่าวคราวเอ็งสองคนมาบ้าง ทองเอ๊ย อาเสียใจกับเรื่องพี่ไกรด้วยนะ ไม่นึกว่าจะมาเสียท่าจระเข้เจ้า...”

                “อาได้ยินเรื่องฉันมาว่ากระไรบ้างหรือ ?” เจ้าทองเลียบเคียงถามกลับไป

                “ก็ได้ยินมาหลายอย่าง” นายปานว่า “บ้างว่าเอ็งตกน้ำโดนอ้ายเข้กัดตายไปแล้ว บ้างก็ว่าเอ็งชักชวนลูกสาวเจ้าสัวพากันหนี พอได้มาเห็นกับตาแบบนี้ก็พอจะประติดประต่อเรื่องราวได้ถูกล่ะ”

                คำของผู้มาเยือนทำคู่ผัวเมียก้มหน้าสะเทิ้นอาย พอดีกับนางเกลี้ยงยกกับข้าวกับปลามาให้ ช้อนสายตามองชายที่มีปานบนหน้าหน่อยหนึ่ง

                “เอ้อ นังหนูนี่ไม่กลับไปเยี่ยมเยียนพ่อบ้างรึ ทองเอ๊ย ป่านนี้แล้วเอ็งก็น่าจะพาลูกเมียไปกราบขอขมาพ่อตาได้แล้วกระมัง ข้าวสวยมันกลายเป็นข้าวสุกไปแบบนี้แล้ว เจ้าสัวแกคงไม่ว่ากระไรดอก เออแน่ะ อุ้มลูกไปด้วย คนเป็นตาอย่างไรเสียก็ต้องอยากอุ้มหลาน ไหนขอดูหน้านังหนูมันบ้างซิ”

                “อ้ายหนูดอก อาปาน ลูกฉันเป็นผู้ชาย” เจ้าทองว่าพลางรับลูกน้อยส่งให้แขกอีกที

                “เออ อ้ายหนูจริงแฮะ เอ็งตั้งชื่อให้มันหรือยังหรอก” ผู้มาเยือนถาม

                “ฉันเรียกอ้ายแดงไปก่อน กะว่าครบขวบจะเรียกชื่อมันว่าไกรทอง” พ่อเด็กบอก

                “ชื่อยาวอย่างกะผู้ดี เอ็งตั้งเองหรือ ?” นายปานถามต่อ ทำหน้าตาทะเล้นเล่นกะเด็ก

                “คุณหญิงท่านตั้งให้แน่ะจ้ะ เอาชื่อพ่อครูกับฉันมาผสมกัน” เจ้าทองอธิบาย

                “คุณหญิงที่ไหนหรือ ?” นายปานถามต่อไป

                “ภรรยาท่านเจ้าเมืองปากยมคนก่อนจ้ะ”

                “เมียหมื่นเสือล่ะหรือ ?”

                “ไม่ใช่ดอกจ้ะ เจ้าเมืองคนก่อนหน้านั้น เอ๊ะ ว่าแต่หมื่นเสือไม่อยู่แล้วหรือ ?” เจ้าทองถามกลับไปบ้าง

                “โอ้ย ตายไปตั้งแต่วันที่เอ็งพาลูกสาวเจ้าสัวหนีไปนั่นแหละ โดนอ้ายเข้รุมกัด หาศพมาทำพิธีไม่ได้เลย หลังจากนั้นก็ได้ยินว่าเกิดเรื่องวุ่นวายตามมาสารพัด ก๊กโจรขุนหาญมันเข้ามาปล้นเมืองอยู่หลายรอบ จนหลวงส่งกองทัพมาปราบ ตั้งเจ้าเมืองคนใหม่ ชื่อคุณพระอะไรสักอย่าง ชื่อยาวจนอาจำได้ไม่หมด ท่านเป็นคนอารีอารอบ อัธยาศัยดีอยู่” นายปานหยุดไปพักหนึ่ง หันไปทางตะเภาทองแล้วว่า

                “เออนี่แน่ะ หนูเอ๊ย อาจะบอกข่าวให้รู้ไว้ ทำใจดี ๆ ล่ะ”

                ตะเภาทองทำท่างง ๆ ก่อนจะพยักหน้ารับ

                “ช่วงที่วุ่นวาย เรือนเจ้าสัวก็พลอยโดนปล้นถึงสามครั้ง โดนเผาเสียวอดวาย เจ้าสัวพยายามต่อสู้ป้องกัน ต้องล้มเจ็บเป็นอัมพาต ตอนนี้ฐานะย่ำแย่แทบสิ้นเนื้อประดาตัว ถ้าหนูกลับไปได้ก็ไปดูแลท่านเสียหน่อยเถิด”

                เจ้าทองฟังแล้วหันไปมองเมียรัก นัยน์ตางามยังฉายแววขุ่นแค้น แต่ก็จางลงกว่าเมื่อก่อน จึงบีบมือเจ้าให้กำลังใจ

                บรรยากาศเงียบงันจนน่าอึดอัด ผู้เป็นแขกจึงหันไปเล่นกับเด็กน้อย ปล่อยให้สองผัวเมียมองหน้าปรึกษากัน

                “โอ๊ะ ฉี่ซะแล้ว” แขกมาเยือนร้องลั่น เมื่อทารกปล่อยน้ำอุ่นๆออกมาตามธรรมชาติ

                “ตายจริง ฉันขอโทษอาปานด้วยเถอะนะ” ผู้พ่อรีบกุลีกุจอนำผ้ามาเช็ด ขณะผู้เป็นแม่เข้ามาอุ้มทารกนำไปล้างตัว

                “ช่างเถอะ เดี๋ยวกลับไปผลัดผ้าที่เรือก็เรียบร้อย จะได้อาบน้ำนอนมันเสียทีเดียวเลย...” ชายมีปานบนหน้าชะงักเมื่อเห็นสิ่งที่เหน็บไว้บนหลังคาเรือ

                “นั่นมันหอกของพี่ไกรหรือเปล่าวะ ?” ถามด้วยความสงสัย เจ้าทองพยักหน้ารับ

                “แล้วเอ็งรู้วิธีใช้มันบ้างหรือเปล่าหรอก ?” ผู้มาเยือนถามต่อ

                “ก็พอรู้อยู่จ้ะ” เจ้าของตอบ

                “อือ...ที่จริงก็มีอีกข่าว แต่ไม่สู้แน่ใจว่าจะเล่าให้เอ็งฟังดีไหม” นายปานเกริ่นนำ ทำเจ้าทองอยากรู้หนัก เข้ารบเร้า

                “อาปานเล่ามาเถอะ”

                นายปานหันมองหน้าอีกฝ่ายก่อนจะเล่า

                “ที่จริงอาติดอยู่เมืองสระหลวง ยังล่องลงไปส่งสินค้าทางใต้ไม่ได้ เพราะมีข่าวจระเข้อาละวาดที่เมืองปากยม ซ้ำรอยเมื่อปีก่อน คนลือกันว่าอาจจะเป็นเมียจระเข้เจ้ามาล้างแค้น นี่ก็ป่าวประกาศหาหมอจระเข้มาปราบมันให้ได้ ถ้าเอ็ง...”

                “สนใจจ้ะ ฉันสนใจ อาเล่ารายละเอียดมาเถอะ” นายปานยังกล่าวไม่จบ เจ้าทองก็เข้ามาเขย่าแขนรบเร้า คนคาบข่าวถอนหายใจหนัก ก่อนจะบอกรายละเอียดทั้งหมดให้ฟัง

                “ทองเอ๊ย หากเอ็งจะอาสาก็ขอให้ตรองจงถี่ถ้วน งานนี้มิใช่ง่าย ๆ หมอจระเข้ส่วนใหญ่เพียงได้ยินชื่อเกี่ยวกับจระเข้เจ้าก็พากันขยาด เอ็งจงดูกำลังตัวเสียก่อน อย่าประมาทเช่นพี่ไกร อีกอย่างเอ็งก็มีลูกเมียแล้ว ลูกเอ็งก็ยังเล็กนัก อย่าเอาชีวิตไปเสี่ยงเปล่า ๆ” ผู้อาวุโสเตือนสติอีกครั้งหลังเล่าเรื่องราวจนจบ

                “ขอบพระคุณอาปาน ฉันจะกระทำการโดยรอบคอบ ไม่ประมาทพลาดพลั้งเหมือนเช่นพ่อครู” เจ้าทองตอบหนักแน่น

                “เออ ถ้าเอ็งคิดดีแล้วก็ขอให้ทำการสำเร็จเถอะวะ ประเดี๋ยวข้าไปก่อนล่ะ จะได้อาบน้ำผลัดผ้าเสียที” ผู้เป็นแขกล่ำลาแล้วกลับเรือตน ลูกจ้างที่รออยู่ช่วยกันนำเรือสินค้าผละออก พายหายไปในความมืด สำปั้นแจวลำน้อยของเจ้าทองจึงกลับมาสงบเงียบอีกครั้ง

 

                คืนนั้นผู้ครอบครองหอกสัตตะโลหะลืมตาตื่นขึ้นมากลางดึก คงจะราวสองยามกว่า มีเพียงเสียงหริ่งหรีดเรไรบรรเลงขับขาน กบเขียดร่ำร้องหาเมฆฝนซึ่งยังไม่มีเค้าลาง

                เจ้าผู้ครองยอดอาวุธยกมือขึ้นก่ายหน้าผาก ตรองหนัก มองไปเหนือมุ้งที่ยอดศาสตราถูกเก็บไว้แล้วพลางครุ่นคิด แม้อาวุธล้ำฟ้าสักปานใด มาเก็บไว้ไร้ค่าก็น่าขัน เปรียบก็เหมือนโยนเพชรลงในตม มีแต่จะลับสูญเปล่า

                เจ้าทองขยับกายอีกครั้งก็ต้องแปลกใจ เมื่อเห็นแม่อ้ายแดงจ้องมองมา

                “น้องตะเภาทอง...พี่ทำให้ตื่นหรือ ?” ผู้ผัวกระซิบถาม

                “ฉันตื่นนานแล้วล่ะ กำลังดูอยู่ว่าพี่จะแอบไปหาใครกลางดึก เห็นออกไปทุกคืน” เมียว่า ทำเจ้าผัวอึกอัก

                “ปละ...เปล่า ไม่ได้ออกไปหาใครที่ไหน พี่แค่ฝึกอาวุธ” ป่ายปัดเป็นพัลวัน หน้างามทำเง้าอยู่พักหนึ่ง ก่อนจะปล่อยหัวเราะคิก

                “ฮิ ฮิ ฉันรู้หรอก แอบดูอยู่ทุกคืน รู้ด้วยว่าในใจพี่มีแต่ฉันกับลูก หรือว่า...มีคนอื่นอีก ?” นัยน์ตางามนั้นเมื่อจ้องเขม็งแล้วกลับดุเอาเรื่อง

                “ไม่มี๊” เจ้าทองรีบปฏิเสธเป็นการใหญ่

                แล้วเมียรักก็หัวเราะถูกใจขึ้นอีกหน ก่อนจะเปลี่ยนน้ำเสียง

                “พี่ทองยังคิดเรื่องปราบจระเข้เจ้าอีกหรือ ?”

                ดวงตางามแปรเปลี่ยนเป็นแววอาวรณ์ เจ้าทองจ้องมองกลับไป อธิบายให้อีกฝ่ายเข้าใจ

                “พี่ก็แค่คิดว่าถ้าจระเข้เจ้ากับอ้ายชายังมีชีวิตอยู่ อาจจะก่อความเดือดร้อนให้ใครต่อใคร จึงหมั่นฝึกวิชาเผื่อจะต้องใช้”

                “ฉันได้ยินที่พี่คุยกับอาปาน เรื่องที่จะลงไปปราบจระเข้ที่เมืองปากยม ฉันอยากให้พี่คิดถึงฉันและลูกบ้าง...” น้ำเสียงตะเภาทองสั่นเครือ ยังไม่คลายกังวล

                “โธ่เอ๋ย พี่คิดถึงน้องและลูกอยู่ทุกลมหายใจ ถึงได้คิดการจะขยับขยาย ถ้ากลับไปอยู่ปากยมก็คงจะพอหาที่ทางได้บ้าง เราจะอาศัยแต่ในเรือไปตลอดหาได้ไม่ น้องเองก็คงรู้”

                คำของผัวทำตะเภาทองนึกตรอง แต่ก็ยังไม่พ้นระแวง

                “แต่ฉันกลัวพี่จะพลาดพลั้งเสียที...ที่จริงฉันยังมีลูกแก้วทองสมบัติติดตัวอยู่ ถ้าขายเสียนำเงินมาทำทุนต่อ เราก็คงอยู่กันได้...” หญิงสาวยื่นสมบัติติดกายให้ แต่ถูกปรามเสีย

                “อย่าเลย น้องเก็บเอาเอาไว้ให้ลูกเราเถิด ของเช่นนี้ถ้าขายเสียแล้ว เห็นทีจะหาคืนไม่ได้อีก อย่าห่วงเลย พี่เป็นถึงหลานอาจารย์ไกร ไม่พลาดท่าจระเข้ตัวไหนง่าย ๆ ดอก อีกอย่าง พี่อยากจะพาน้องกลับไปอยู่ที่บ้านเดิม ไปไหว้ขอขมาเจ้าสัว ทำทุกอย่างให้มันถูกต้องจะได้สบายใจกันทุกฝ่าย” ผู้ผัวให้เหตุผล เห็นเมียรักนิ่งอั้นแล้วให้ถอนหายใจ ถามขึ้นบ้าง

                “หรือน้องยังแค้นเคืองเจ้าสัวอยู่อีก ?”

                แววตาตะเภาทองสงบนิ่ง หันไปเสียอีกทางก่อนจะตอบ

                “...ตั้งแต่มีอ้ายแดง ฉันก็ไม่อะไรกะแกแล้วล่ะ แต่จะให้เข้าหน้ากันคงยากอยู่...”

                ฟังคำเมียแล้วเจ้าทองก็ได้แต่ทอดถอนใจ ทิฐิมานะที่ตะเภาทองมีคงไม่คลายลงโดยง่าย

                “...แต่ถ้าพี่จะลงไป ฉันก็จะตามไปด้วย...เกลือกว่าจะมีหญิงอื่น...” คำของตะเภาทองแฝงความหึงหวง แต่ผู้ผัวกลับยินดียิ่งนัก เข้ากอดด้วยความเสน่หา

                “เมียรักของพี่ พี่สัญญาว่าจะทำทุกอย่างให้น้องกับลูกอยู่อย่างสุขสบาย

                “อุ๊ย อย่าเพิ่งสิพี่ เดี๋ยวลูกตื่น” ฝ่ายเมียห้ามปราม หยิกตีแต่พอการ

                “น้องก็อย่าส่งเสียงสิ น่านะ” เจ้าผัวออดอ้อน

                “พี่ทำแบบนี้ฉันจะไม่ร้องได้ไงล่ะ แน้ บอกว่าอย่า นั่นของอ้ายแดงมันนะ” ตะเภาทองพยายามส่งเสียงแผ่วเบาที่สุด แล้วทั้งสองต่างก็สิ้นคำจำนรรจา มีเพียงเสียงฟังไม่ได้ศัพท์เล็ดลอดออกมา

                ภายนอก พิรุณเริ่มโปรยปรายตามที่กบเขียดเพรียกหา เพียงเวลาไม่นาน สายฝนก็กระหน่ำซัดจนเปียกฉ่ำไปทั่วทุกยอดหญ้า

 

                เช้าตรู่ คุณหญิงพุดซ้อนตื่นมาเพื่อตักบาตรตามกิจวัตร ระลึกถึงเจ้าเมืองปากยมสามีเก่า และอาจารย์ไกรชู้รักผู้เกือบจะกลายเป็นสามี เสร็จแล้วจึงกลับมานอนเอกเขนกที่ชานพัก มองหาอะไรทำแก้เบื่อไปพลาง กระทั่งเจ้าทองได้พาเมียและลูกมาเยี่ยมเยียน ยังความประหลาดใจ

                “เอ๊ะ ทอง ทำไมวันนี้มาแต่วันเลย พาลูกเมียมาเสียด้วย” คุณหญิงทักถาม

                เจ้าทองคลานเข้าไปกราบคุณหญิงใกล้ ๆ ตะเภาทองเองก็วางบุตรไว้แล้วก้มลงกราบกรานเช่นกัน

                “กระผมกับเมียจะมากราบลาคุณหญิงขอรับ” ชายหนุ่มว่า

                “เอ๊ ?” คุณหญิงส่งเสียงแสดงความแปลกใจ แววตาฉงน ถามต่ออย่างร้อนใจ “จะรีบด่วนไปไหนกัน บอกมาทีรึ ?”

                “พอดีกระผมทราบข่าวมาว่าเจ้าสัว...เอ้อ...พ่อตะเภาทองป่วยหนัก เลยว่าจะชวนกันลงไปเยี่ยมเยียน ตั้งใจจะไปกราบขอขมาแกด้วย ทั้งได้ยินมาว่าหมื่นเสือเสียชีวิตไปนานแล้ว ไม่น่าจะมีอุปสรรคอันใดอีก ก็ตั้งใจว่าจะกลับไปอยู่ที่ปากยมเสียเลย จึงชักชวนกันมากราบลาคุณหญิงขอรับ” เจ้าทองเล่าแผนที่วางไว้ให้ฟังทั้งหมด

                “โถ...เธอไม่อยู่ฉันคงเหงาแย่...” คุณหญิงรำพึง มองอย่างเสียดาย

                “แต่เหมือนเธอจะยังบอกฉันไม่หมด” ถามต่ออย่างรู้ทัน

                “ขอรับ...ข่าวว่าที่ปากยมมีจระเข้อาละวาด กระผมจึงตั้งใจจะใช้ความรู้ที่มีเข้าอาสา” ชายหนุ่มตอบ

                “เฮ้อ ฉันล่ะกลัวเสียจริงว่าเธอจะพลาดพลั้งอย่างอาจารย์ไกร ฉันเสียดาย...” คุณหญิงเหมือนจะเปรยกับตัวเอง ครั้นแล้วก็หันไปพูดกับตะเภาทอง

                “แล้วเกลี้ยงล่ะ ไม่มาล่ำลาฉันบ้างหรือ ?”

                “น้าเกลี้ยงอยู่เตรียมของที่เรือเจ้าค่ะ ตั้งใจว่าบอกกล่าวคุณหญิงแล้วก็จะไปกันเลย น้าเกลี้ยงเลยฝากอิฉันกับผัวมาลาแทนเจ้าค่ะ” ตะเภาทองตอบ หางเสียงกระด้างหน่อย ๆ

                คุณหญิงถอนหายใจ อุ้มลูกเจ้าทองเพื่อดูหน้าอีกครั้งก่อนจะลา

                “เอาเถอะ เมื่อคิดกันไว้ตลอดแล้วฉันก็ขอให้ราบรื่นสมดั่งความคิด ถ้าขาดเหลือสิ่งใดก็บอกเถิดนะ ฉันยินดีช่วย เอ้านี่...” เว้นเสียงเพื่อปลดสร้อยเส้นหนึ่งสวมให้เจ้าแดง “ฉันให้ไว้เป็นของรับขวัญหลาน”

                สองผัวเมียก้มลงกราบอีกครั้งแล้วพากันจากมา

                ตะเภาทองเปลี่ยนมาสนับสนุนสามีให้กลับไปอยู่ที่ปากยม เพราะเห็นกิริยาท่าทางของคุณหญิงแล้วพาลระแวง หากอยู่ที่นี่นานไปเกรงจะต้องรองน้ำใต้ศอกกิน เหลียวกลับไปมองที่เรือนใหญ่อีกหน แม้คุณหญิงพุดซ้อนจะมีวาสนาดี ไม่ต้องเดือดร้อนเงินทอง แต่ก็ดูจะเหงาเหลือเกิน

 

                สำปั้นแจวลำน้อยล่องไปตามลำน้ำ กระแสน้ำหลากที่ไหลเชี่ยว ทำให้เจ้าของเรือต้องออกแรงคัดท้ายด้วยความระมัดระวัง หากครั้งที่ยังเป็นหนุ่มน้อยมันคงไม่มีเรี่ยวแรงพอจะคุมเรือ ถึงกระนั้นก็ยังต้องแวะพักเป็นระยะ เพราะต้องนึกถึงสวัสดิภาพของลูกเมียเป็นสำคัญ จึงกว่าจะถึงที่หมายก็ใช้เวลาเป็นหลายวัน

                ครั้นถึงปากยม เจ้าทองก็หวนนึกถึงเมื่อแรกที่มาพร้อมพ่อครูครั้งที่ยังเป็นเพียงหนุ่มน้อย แล้วน้ำตาก็พาลไหลเอ่อ มันเช็ดน้ำตาแล้วเหลียวมองไปยังลูกเมียซึ่งหลับอยู่ พายเรือต่อไปเพื่อหาที่จอดแวะพักและถามหาข่าวคราว

                ชายหนุ่มผู้ตั้งใจจะอาสาปราบจระเข้ เหหัวเรือเข้าจอดเทียบท่า จากนั้นจึงไต่ถามชาวบ้านถึงเภทภัยที่เกิด แล้วก็ขอให้ใครสักคนนำทางไปกราบท่านเจ้าเมืองเพื่อจะทราบรายละเอียด

                ท่านเจ้าเมืองคนปัจจุบันเป็นคนมีมิตรจิตมิตรใจดังคำอาปาน ยิ่งทราบว่าเจ้าทองอาสามาปราบจระเข้ก็ต้อนรับขับสู้เป็นอย่างดี ถามไถ่ถึงลูกเมียซึ่งอยู่ที่เรือ หากเจ้าทองยังไม่อยากวางใจโดยง่ายจึงตอบเลี่ยงไป แล้วสอบถามรายละเอียดของเจ้าตัวที่ออกอาละวาดแทน จากนั้นก็กลับมาเตรียมตัวที่เรือ

                “พี่จะออกไปเลยหรือ ?” ฝ่ายเมียเอ่ยถาม เมื่อเห็นผัวกลับมาหยิบข้าวของแล้วทำท่าจะออกไปอีก ฝ่ายผัวเพียงพยักหน้า ทำท่าจะนำเรือเล็กผละออกไป

                “ไม่กินข้าวกินปลาเสียก่อนหรือ ฉันอุตส่าห์ทำไว้” เจ้าพยายามประวิงผัวไว้ให้นานที่สุด

                “พี่กินมาบ้างแล้ว พอดีเจ้าเมืองท่านเอาของมาเลี้ยง ไว้เย็นพี่จะกลับมากินพร้อมหน้ากัน” ตอบแล้วก็หอมแก้มเมียรักเป็นการสั่งลา

                “พี่ระวังตัวดี ๆ นะ” ตะเภาทองตะโกนบอก หากผัวเจ้าพายเรือลับไปแล้ว ทำเอาใจหายอย่างบอกไม่ถูก สังหรณ์ไปในทางร้าย

 

                เรือมาดลำเล็กพายมาเพียงลำพัง เจ้าของเรือเพ่งสายตามองสองฝั่งสังเกตสังกาหาเบาะแสสัตว์ร้าย จนใกล้บริเวณที่ชาวบ้านแจ้งว่าเป็นเขตที่มันอาละวาดจึงนำเรือเข้าฝั่ง เดินขึ้นบกเพื่อหาร่องรอยแทน

                พฤติกรรมของเจ้าตัวร้ายรายนี้ที่ฟังมาล้วนแตกต่างจากจระเข้เจ้า มันอาละวาดอยู่แต่ในพื้นที่จำกัด หาได้ออกจู่โจมไปทั่วอย่างจระเข้เจ้า แต่เหตุที่วงปี่พาทย์ซึ่งมาบรรเลงในงานฉลองตำแหน่งเจ้าเมืองเกิดเรือล่มในอาณาเขตของมัน ผู้คนในวงกว่าสิบชีวิตถูกกัดตายหมดในคราเดียวกลายเป็นที่โจษขาน ปากต่อปากลือกันจนร้ายแรง ทั้งชวนให้ผู้คนรื้อฟื้นเรื่องราวของจระเข้เจ้า เมืองจึงกลับมาเงียบเหงาวังเวงอีกครา

                เจ้าทองใช้ด้ามหอกกรุยพงหญ้าสูงที่ต้องเดินผ่าน เห็นกองกิ่งไม้และหญ้าแห้งที่พูนสูงขึ้นมาซึ่งเป็นเป้าหมาย มองอย่างระแวดระวังก่อนจะตรงเข้าไป

                ฟังจากพฤติกรรมและที่ชาวบ้านบอกว่าจระเข้ตัวนี้เป็นตัวเมีย เจ้าทองจึงเดาว่ามันคงจะเพิ่งวางไข่ จึงทำให้ดุร้ายยิ่งนัก

                พ่อครูเคยพาเจ้าทองไปดูรังจระเข้พร้อมทั้งอธิบายให้ฟังถึงพฤติกรรมหวงรังของตัวเมีย เป็นความรู้ที่มีประโยชน์ในที่สุด มันตรวจตราดูภูมิประเทศให้ถ้วนถี่ เตรียมอุปกรณ์ให้พร้อม และรอจระเข้ร้ายที่จะกลับมาดูแลรัง

                จระเข้เป็นสัตว์ที่ต้องใช้เวลาฟักไข่นานหลายวัน และต้องคอยดูแลรักษาสภาพรังอย่างดี เพราะเป็นสิ่งที่จะกำหนดเพศของตัวอ่อนที่จะฟักออกมา แม่จระเข้จึงมักจะอยู่ไม่ห่างจากรัง และหวงอาณาเขตเป็นอย่างมาก

                หมอจระเข้หนุ่มขยับอิริยาบถให้สบาย ฟังเสียงนกและนานาสัตว์ขับขานพลางคิดไปเรื่อยเปื่อย อยู่ ๆ มันกลับนึกได้ว่าแท้จริงแล้วตัวมันยังไม่เคยจับจระเข้อย่างเป็นเรื่องเป็นราว มีแต่เพียงภูมิรู้ที่พ่อครูเคยสั่งสอนไว้เท่านั้น เมื่อคิดเช่นนี้ความมั่นใจก็พลอยจะหดหายลงไป แม้จะบอกตนเองว่าเก่งขึ้น แข็งแรงขึ้น ว่องไวขึ้นกว่าเมื่อก่อน ทว่า...

                มันยังไม่เคยจับจระเข้ด้วยตัวเองมาก่อน !

                สรรพสำเนียงจากมวลหมู่สัตว์สงัดเงียบลงอย่างปัจจุบันทันด่วน ทำเจ้าคนริจะเป็นพรานล่าจระเข้ผวาลุกขึ้นเตรียมพร้อม เพราะนั่นคือสัญญาณว่ามีสัตว์นักล่าใกล้เข้ามา

                เจ้าทองลอบกลืนน้ำลายเหนียวหนับลงคอ เมื่อมองไปยังทิศทางที่มุ่งสู่ลำน้ำ เพชฌฆาตแห่งท้องน้ำเริ่มเผยตัวเยื้องย่างขึ้นสู่ฝั่ง คะเนด้วยสายตาแล้วอาจจะมีขนาดใหญ่กว่าจระเข้เจ้าเสียด้วยซ้ำ !

 

                “โอ้ย !” เสียงร้องด้วยความเจ็บปวด เพราะถูกเข็มเย็บผ้าแทงเข้าที่นิ้ว ลึกจนเลือดไหล

                ตะเภาทองกำลังปะชุนซ่อมแซมเสื้อผ้าเก่า ๆ เพื่อประหยัดเงินทอง แต่เพราะมัวใจลอยห่วงผัว ทำให้พลาดแทงถูกนิ้วตนเอง

                แล้วหยาดน้ำใสก็ไหลรินจากดวงตาพร่างพรูเป็นสาย หากมิใช่เพราะเข็มเล่มน้อย

                “คุณหนู เป็นอะไรไปเจ้าคะ ?” นางเกลี้ยงรีบเข้ามาดูด้วยความเป็นห่วง เห็นคุณหนูของตนร้องไห้ฟูมฟายแล้วพาลใจเสีย

                “น้าเกลี้ยง ฉันเป็นห่วงพี่ทอง ฮือ...” นายหญิงเข้ากอดบ่าว ร้องไห้เป็นการใหญ่

                “ฮึก...น้าเกลี้ยง...ฮึก...ฉันกลัว ห่วงพี่ทองเหลือเกิน...ตั้งแต่ออกจากปากยมคราวนั้น พี่ทองก็ไม่เคยต้องออกไปใช้ชีวิตเสี่ยงเป็นเสี่ยงตายอีกเลย...ฮึก...แล้วนี่...อยู่ ๆ ก็อาสาจะจับจระเข้...หากพี่ทองเป็นอะไรไป...ฉันจะอยู่ต่อไปได้อย่างไร...ฮือ...” หญิงสาวสะอึกสะอื้น พูดแล้วก็ร้องไห้ต่อไปอีก ไม่นานนักบุตรน้อยก็ร้องบ้าง นางเกลี้ยงต้องรีบผละไปดูแล

                “คุณหนู...ถึงอย่างไรคุณหนูก็ต้องอยู่ต่อไปให้ได้นะเจ้าคะ เพื่อคุณหนูน้อยและคุณหนูอีกคนที่กำลังจะเกิด คุณหนูต้องเข้มแข็งนะเจ้าคะ” พี่เลี้ยงพูดให้กำลังใจ

                “ฮึก...น้าเกลี้ยง...ฉันก็อยากเข้มแข็ง แต่ฉันสังหรณ์ใจไม่ดีเลย แล้วนี่...อยู่ ๆ ก็มาได้เลือดเอาเพลานี้ ฉันกลัวว่ามันจะเป็นลาง...” ตะเภาทองใจคอไม่ดีกับแผลที่เพิ่งได้ ฝ่ายพี่เลี้ยงกลับทำยิ้ม แกล้งพูดเสียใหม่ว่า

                “โถ...คุณหนู ลางร้ายที่ไหนเจ้าคะ ลางดีต่างหาก นี่แสดงว่าคุณหนูจะไม่ต้องทำงานหนักด้วยตนเองอีกแล้ว...” นางเกลี้ยงพูดยังไม่ทันจบก็มีเสียงตะโกนมาจากนอกเรือ

                “นี่ใช่เรือหมอจระเข้ที่มาอาสาหรือเปล่าหรอก ฉันมีข่าวมาแจ้ง”

                พอได้ยินเท่านั้น ตะเภาทองก็ทำท่าจะร้องไห้ เกรงว่าจะเป็นข่าวร้าย นางเกลี้ยงรีบชะโงกหน้าออกไปเพื่อจะถามให้แน่

                “มีข่าวอะไรหรือ ?”

                ชายที่มาแจ้งข่าวลงจากหลังม้า พร้อมด้วยบริวารที่ถือห่อผ้าก้าวออกมา

                “เจ้าเมืองท่านให้เอาผ้าใหม่มาให้ ใส่ไปกินเลี้ยงค่ำนี้”

                “เอ๊ะ กินเลี้ยงงานอะไร ?” ตะเภาทองอดรนต่อไปไม่ไหว ออกมาดูให้รู้แน่ก็เห็นขบวนที่มาแจ้งข่าวล้วนแต่งตัวสวยงามมีเกียรติยศ

                “ก็งานเลี้ยงฉลองที่อาจารย์ทองปราบจระเข้ร้ายได้น่ะสิ ค่ำนี้ทานเลี้ยงแล้วท่านเจ้าเมืองก็จะประทานรางวัลให้ตามสัญญา”

                คำประกาศชัดถ้อยชัดคำ หากตะเภาทองไม่ได้ฟังเสียแล้ว เพียงได้ยินว่าผัวเจ้าปราบจระเข้ร้ายได้สำเร็จ ไม่เป็นอันตรายอย่างที่กังวล เจ้าก็เป็นลมล้มไปไม่ได้สติ

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 12 ครั้ง

4 ความคิดเห็น

  1. #149 อำกันเล่น (@am1977) (จากตอนที่ 24)
    วันที่ 1 กรกฎาคม 2561 / 15:32
    ทำไมตะเภาทองได้ยินว่าสามีปราบจระเข้ได้แล้ว ถึงต้องเป็นลมด้วย คิดแผนชั่วร้ายอะไรรึเปล่าเนี่ย

    อีกอย่างนะ ได้นิสัยขี้หึงน่ะ ผู้ชายเขาไม่ชอบหรอกนะ จะบอกให้ (ว่าแต่เขา ตัวเองหนักกว่าอีก หึงได้แม้แต่ตัวอะนิเมะ kai'sa) แหะๆ
    #149
    1
    • #149-1 masked v (@masked_v) (จากตอนที่ 24)
      1 กรกฎาคม 2561 / 23:30
      555+ สามีมีแต่คนอยากแย่ง เลยต้องแสดงความเป็นเจ้าของหน่อย
      #149-1
  2. #118 nongmuayzz (@nongmuayzz) (จากตอนที่ 24)
    วันที่ 20 พฤศจิกายน 2560 / 13:45
    โอ้ยยยย ทองเอ้ยย ป้าล่ะลุ้นจริงๆ
    #118
    1
    • #118-1 masked v (@masked_v) (จากตอนที่ 24)
      20 พฤศจิกายน 2560 / 19:35
      ไม่ต้องลุ้นนาน คืนนี้ลงตอนต่อไปทันทีเลยครับ
      #118-1
  3. #116 โนเนม1323 (@no-name1323) (จากตอนที่ 24)
    วันที่ 20 พฤศจิกายน 2560 / 07:36
    อิฉันก็กลัวท่านเจ้าเมืองคนใหม่สิตีท้ายครัวพ่อทองนะสิ
    #116
    1
    • #116-1 masked v (@masked_v) (จากตอนที่ 24)
      20 พฤศจิกายน 2560 / 19:31
      ทำไมคนอ่านนิยายเรื่องนี้ช่างระแวงกันจริง
      #116-1
  4. #115 Tresh (@KillerOrDie) (จากตอนที่ 24)
    วันที่ 20 พฤศจิกายน 2560 / 03:39
    โอ้ยยยยยใจน้องงง ก็แอบลุ้นว่าจะรอดไหมอะไรยังไง หรือต้องรอเจ้าแดงโตเป็นหนุ่มถึงจะปราบสำเร็จ ฮือออออแอบดีใจ รอตอนต่อไปค่าาา TT
    #115
    1
    • #115-1 masked v (@masked_v) (จากตอนที่ 24)
      20 พฤศจิกายน 2560 / 19:29
      ไม่ต้องลุ้นนาน เดี๋ยวคืนนี้จะลงตอนใหม่ครับ
      #115-1