โศกนาฏกรรมแห่งสายน้ำ

  • 90% Rating

  • 1 Vote(s)

  • 4,386 Views

  • 158 Comments

  • 145 Favorites

แชร์นิยายเรื่องนี้

จำนวนแชร์
0

  • Month Views
    7

    Overall
    4,386

ตอนที่ 22 : ตอนที่ 14 ฆ่าหรือถูกฆ่า

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 365
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 13 ครั้ง
    24 ก.ย. 60

                ความกลัวกลั่นตัวจนแทบจะกลายเป็นความคลั่ง เมื่อถูกความมืดมิดกลืนกินภายในถ้ำที่มีทั้งฆาตกรโหดและฝูงจระเข้ร้าย หากเด็กหนุ่มวัยเพิ่งจะสิบหกกลับยังพยายามควบคุมสติไม่ให้กลายเป็นบ้าเสียก่อน โดยระลึกถึงหลวงพ่อเป็นหลักชัย กระนั้นก็ยังไม่วายที่เนื้อตัวตามร่างกายจะสั่นระริกไปตามสัญชาติญาณ เกินกว่าที่จะควบคุมไว้ได้

                เสียงบางสิ่งเคลื่อนไหวในแอ่งน้ำ ทำเจ้าทองแทบโลดออกจากถ้ำด้วยความตระหนก นึกภาพจระเข้กำลังเข้ามาใกล้แล้วพาให้ขวัญเสีย พยายามเพ่งมองก็ไม่เห็นอะไรสักอย่างยิ่งทำให้กลัวมากขึ้น แล้วก็นึกถึงบทเรียนกับครูพด ที่ให้ใช้อายตนะอื่น ๆ ทั้งโสตและผัสสะ นอกเหนือจากการมองเห็น ซึ่งทำให้มันมีสติมากขึ้น

                ประสาทหูและสัมผัสบอกมันว่าภัยกำลังคืบคลานล้อมกรอบเข้ามา ทว่ายังไม่อยู่ในระยะอันตราย เจ้าหนุ่มพยายามแก้ไขเทียนชัยในมือ ไม่รู้เหตุใดจึงดับไปทั้งที่เพิ่งจุดได้ไม่นาน ชั่วครู่มันกลับร้อนขึ้นจนเจ้าทองเห็นท่าไม่ดี รีบปาออกห่างตัว

                ตูม ! เสียงสนั่นหวั่นไหวจากเทียนชัยที่ระเบิด ทำเอาแต่ละชีวิตที่อยู่ในถ้ำแตกฮือไปคนละทิศละทาง เจ้าทองที่ตั้งสติได้รีบฉวยจังหวะนี้ตะกายออกจากถ้ำให้เร็วที่สุด

                ร่างบางคลานพ้นวังจระเข้ หูยังอื้อจากเสียงระเบิด มองเห็นควันลอยคลุ้งออกมาจากถ้ำ ดูเหมือนเทียนชัยจะมีเพียงแค่เสียงและควันเท่านั้น ส่วนการระเบิดมิได้รุนแรงนัก เหลียวมองหาครูพดก็ไม่เห็นคอยอยู่ที่ปากถ้ำ ขณะจะทิ้งกายนอนพัก พลันรู้สึกถึงแรงสะเทือนจากพวกจระเข้ที่กรูออกจากโพรง แหวกม่านหมอกควันเพราะตกใจในเสียงระเบิด

                จระเข้ตัวหนึ่งพุ่งมาจะทำร้ายเจ้าทอง แต่ถูกหยุดไว้ด้วยกระสุนของตะเภาทองและนางเกลี้ยง ที่ช่วยกันยิงจนสัตว์ร้ายแน่นิ่งไป ส่วนตัวอื่น ๆ นั้นพากันหลบลงน้ำ ไม่ได้ให้ความสนใจเด็กหนุ่ม

                เจ้ากำพร้าพยุงกายลุกขึ้น มองไปทางเมียรักและนางพี่เลี้ยงที่เพิ่งช่วยชีวิตมันไว้ ทั้งสองโบกไม้โบกมือ ร้องตะโกนโหวกเหวก ทำท่าเหมือนพยายามจะบอกอะไรบางอย่าง แต่เจ้าทองซึ่งหูอื้อจากเสียงระเบิดจึงไม่ได้ยิน ขยับเข้าไปใกล้เพื่อฟังก็พอดีกับที่คมมีดเฉือนผ่านข้างแก้มไปอย่างฉิวเฉียด เด็กหนุ่มจึงรอดตายโดยบังเอิญ แต่ก็เสียหลักล้มลง

                ร่างดำทะมึนยืนจังก้า ค้ำร่างเจ้าทองไว้  เป็นอ้ายชาที่เยื้อตัวเกรอะกรังไปด้วยคราบโคลน ริ้วแผลเป็นพร้อยไปทั้งตัวราวผิวหนังจระเข้ หากไม่เท่าดวงตาดุร้ายราวสัตว์ป่า ที่บ่งบอกว่าชายผู้นี้ไม่เหลือความเป็นมนุษย์อีกต่อไป

                ร่างขาวนวลคว้ามีดที่ครูพดมอบไว้ออกมาป้องกันตัวอย่างสิ้นหวัง ด้วยขนาดร่างกายที่แตกต่างเกินกว่าจะสู้กันได้ อ้ายชาก้มลงจู่โจม แต่เจ้าทองก็ไวพอจะหลบ มันพุ่งอ้อมไปด้านหลัง ปาดมีดเข้าที่น่องศัตรูหมายตัดกำลัง ทว่าอ้ายชากลับไม่แสดงอาการเจ็บปวด สะบัดหลังเท้าถีบใส่ร่างบางจนปลิวไป มีดกระเด็นหลุดจากมือ

                ตะเภาทองกรีดร้อง แทบกระโจนจากที่ซ่อน หากนางเกลี้ยงรั้งไว้เพราะระยะทางไกลเกินกว่าจะลงไปช่วยทัน และเกรงว่านายหญิงจะได้รับอันตราย

                เด็กหนุ่มพยายามฝืนความเจ็บ พยุงกายลุกขึ้น แต่ไม่ทันการณ์เมื่อร่างดำมืดกรากเข้าถึงตัว ใช้มือกำยำบีบคอเจ้าทอง ยกลอยขึ้นเหนือพื้น

                สองขาเจ้าทองเตะถีบเปะปะ พยายามดิ้นรนเอาชีวิตรอด สองมือน้อย ๆ พยายามง้างอุ้งมือดำทะมึน หากไม่เป็นผลด้วยอ้ายชาแข็งแรงเกินกว่ามันมากนัก ที่จริงหากอ้ายชาจะหักคอมันก็ง่ายดุจพลิกฝ่ามือ ทว่าก็ไม่ได้ทำ กลับอ้าปากเตรียมจะกัดกินเหยื่อทั้งเป็น สิ่งนี้ยิ่งทำให้มันกลัวจนลนลาน

                แต่ก่อนที่เจ้าทองจะถูกกัดกินทั้งเป็น อ้ายชากลับเป็นฝ่ายถูกคล้องไว้ด้วยบ่วงเชือก ไม่ทันให้แก้ไขสถานการณ์เชือกนั้นก็รัดแน่น หากมือสองยังไม่คลายจากคอเจ้าทอง เด็กหนุ่มพยายามคัดง้าง แก้ออกจากแรงบีบ จนเมื่อเชือกรัดแน่นเข้า อ้ายชาก็ต้องปล่อยมือเพื่อมาแก้บ่วงเชือก

                เจ้าทองล้มลงก้นจ้ำเบ้า สูดหายใจเรียกอากาศบริสุทธิ์ แหงนมองขึ้นไปก็เห็นครูพดยึดเชือกที่รัดคออ้ายชาไว้ โหนสุดตัวโดยอาศัยกิ่งต้นไม้ใหญ่เพื่อจะแขวนคอ แม้จะมีร่างกายที่ผอมแห้ง แต่ครูพดกลับมีกำลังวังชาเกินกว่ารูปลักษณ์ภายนอก จึงสู้แรงอ้ายชาได้อย่างไม่เพลี่ยงพล้ำ ส่วนอ้ายชาที่ขาดอากาศเริ่มจะอ่อนแรงลงทุกขณะ ร่างเริ่มถูกยกขึ้นจนแทบเหลือเพียงปลายเท้าที่แตะพื้น มือสองตะกายอย่างหมดหวัง ตาเหลือกลาน น้ำลายไหลย้อยเป็นฟอง

                รู้สึกเหมือนได้ยินครูพดตะโกนบอกอะไรบางอย่าง แต่เจ้ากำพร้าฟังไม่เพราะถนัดเพราะยังหูอื้อ คิดว่าคงจะเร่งให้ฆ่าอ้ายชาเพราะตอนนี้ร่างดำมืดรวบรวมกำลังดิ้นรนอีกหน เด็กหนุ่มควานหามีดที่กระเด็นหายไปจนพบ วิ่งรี่กลับมาเพื่อจะแทงปลิดชีพอ้ายชา แต่กลับหยุดชะงักเมื่อเห็นบางสิ่ง...

                เจ้าทองเพิ่งสังเกตเห็นห่อผ้าที่ผูกแนบไว้บนตัวอ้ายชา รู้สึกสงสัยว่าเหตุใดชายที่คิดไปว่าตนเองเป็นเดรัจฉานจึงพกสัมภาระ จนเมื่อห่อผ้าคลายออกเผยให้เห็นสิ่งที่อยู่ข้างใน เด็กหนุ่มก็ถึงกับผงะ เพราะสิ่งนั้นคือศีรษะของหญิงสาวที่ดูคล้ายตะเภาทองอย่างยิ่ง หรือนี่คือศีรษะตะเภาแก้วที่หายไป !

                เจ้าทองมองใบหน้าขาวซีดไร้โลหิตด้วยความฉงน เป็นใบหน้าที่ขาวจนแทบใสเหมือนแก้วเจียระไน ทว่ายังคงงดงามราวกับมีชีวิต ดวงตาที่ปิดสนิทกลับคล้ายแฝงความเศร้าสร้อย ใบหน้าดังกล่าวได้สะกดเด็กหนุ่มให้หยุดชะงัก จากที่ตั้งใจจะเร่งปลิดชีพอ้ายชา

                “ฆ่ามันเร็วสิโว้ย อ้ายทอง !” เสียงตะโกนของครูพดแว่วเข้ามา ขณะที่ประสาทหูของเจ้าทองเริ่มกลับมาได้ยินอีกครั้ง ทำให้มันตั้งสติได้ใหม่

                อ้ายชาพยายามดิ้นรนเอาชีวิตรอด จนรู้สึกตัวว่าห่อผ้าที่ผูกไว้กับตัวเริ่มหลุดลุ่ย มันกลับปล่อยมือจากบ่วงที่รัดคอมาคว้าศีรษะหญิงสาวแทน ราวกับเป็นห่วงสิ่งนั้นยิ่งกว่าชีวิตตน เจ้าทองเห็นแล้วนิ่งงันทำอะไรไม่ถูก ขณะที่ครูพดก็ยังคงตะโกนเร่งเร้า

                “ฆ่าอ้ายชาเร็วเข้าโว้ย !

                เสียงตะโกนดังมาอีกคำรบ ทว่าเด็กหนุ่มเกิดลังเลใจเสียแล้ว เจ้าทองไม่เคยฆ่าคนมาก่อน ยิ่งการลงมือฆ่าชายที่กำลังดิ้นรนไร้ทางสู้ยิ่งทำให้มันคิดหนัก แม้จะรู้ว่าคนผู้นี้เป็นฆาตกรใจโหดที่ฆ่าคนได้อย่างเลือดเย็น แต่เจ้าทองยังคงเป็นมนุษย์ที่มีความเห็นอกเห็นใจผู้อื่น มันเห็นใจอ้ายชายิ่งนักเมื่อนึกถึงชะตาชีวิตที่ต้องเผชิญ แม้ขณะจะสิ้นใจก็ยังคงกอดศีรษะหญิงคนรักไว้แนบอก

                ชั่วที่เจ้าทองยืนนิ่งด้วยความลังเล พลันร่างอ้ายชากลับถูกดึงขึ้นสูงเหนือพื้น สะบัดแกว่งไปมาเหมือนมีกำลังที่แข็งแรงยึดเชือกอีกด้านหนึ่งไว้ หลานอาจารย์ไกรเหลียวไปทางครูพดด้วยความแปลกใจ หากภาพที่เห็นกลับสร้างความตื่นตะลึงยิ่งกว่า !

                สัปเหร่อร่างผอมแห้งยังคงกุมเชือกที่แขวนคออ้ายชาไว้ แต่กายท่อนล่างถูกจระเข้เจ้างับไว้ จระเข้เจ้าที่เด็กหนุ่มไม่พบในถ้ำ ที่แท้มันกลับอ้อมขึ้นไปซุ่มหลังเนิน รอจนศัตรูเผลอจึงได้จู่โจม

                ตาพดร้องแทบไม่เป็นภาษาด้วยความเจ็บปวด เลือดทะลักออกทางปาก กระนั้นก็ยังไม่ยอมปล่อยเชือก เมื่อจระเข้เจ้ากัดและดึงร่างผอมแห้ง อ้ายชาก็ถูกลากขึ้นไปห้อยต่องแต่ง สภาพเจียนไปเจียนอยู่ตามกัน จนเมื่อจระเข้เจ้าพลิกตัวอีกครั้ง ร่างของสัปเหร่อก็ถูกบิดจนท่อนบนและท่อนล่างหันไปคนละทิศละทาง แล้วกายก็ปริแยกออกดุจลูกไม้ปลิดจากขั้ว

                อ้ายชาตกลงมานอนกระเสือกกระสนกับพื้น หายใจติดขัด เร่งปลดบ่วงเชือกที่รัดคอ เมื่อไม่มีอะไรเหนี่ยวรั้ง ร่างครึ่งบนของตาพดก็ตกลงมากองตรงโคนต้นสะแกนา

                เจ้าทองตื่นตะลึง ยืนนิ่งเมื่อสถานการณ์กลับพลิกผัน จระเข้เจ้าไถลตัวลงจากเนิน เผชิญอยู่เบื้องหน้า เป็นสถานการณ์คับขันยากที่เด็กหนุ่มวัยเพิ่งแตกพานจะเอาตัวรอดไปได้ด้วยมีดเพียงเล่มเดียว

                หลานอาจารย์ไกรพยายามปลุกปลอบขวัญ ตั้งสติเพื่อรับมือเหตุการณ์ตรงหน้า พอมีกำลังใจอยู่บ้างเมื่อ นึกถึงคำสอนของพ่อครู ที่ว่าวิธีล่าของจระเข้คือการดักซุ่มเหยื่อ มิใช่การไล่ล่าอย่างสัตว์เลี้ยงลูกด้วยนมหรือหมาใน ยิ่งจระเข้ที่มีขนาดใหญ่ก็ยิ่งต้องใช้พลังงานมากในการล่า การมองเห็นตัวมันก็เท่ากับปลอดภัยในระดับหนึ่ง

                หนุ่มน้อยและจระเข้เจ้าดูเชิงกันอยู่เป็นครู่ บนบกมิใช่ถิ่นที่จระเข้จะได้เปรียบ ทั้งคงจะทุ่มกำลังในการจู่โจมครูพดอย่างรวดเร็ว ยามนี้จึงต้องรวบรวมกำลังขึ้นใหม่ โดยอาศัยร่างกายใหญ่โตปิดกั้นทางหนีของเจ้าทองไว้ เด็กหนุ่มถูกล้อมด้วยภัยร้าย เบื้องหน้าคือจระเข้เจ้า ขณะที่เบื้องหลังคืออ้ายชา ซึ่งหากปล่อยให้ทั้งสองฟื้นกำลังได้ โอกาสที่จะรอดคงมีน้อยเต็มที ทว่าก็ไม่มีอาวุธจะต่อกร

                เสียงโลหะกระแทกพื้นดังเปรื่อง เป็นหอกสัตตะโลหะที่สัปเหร่อเฒ่าวางอิงต้นสะแกนา ซึ่งอยู่ ๆ ก็หล่นลงมาอย่างน่าฉงน ตรงหว่างเจ้าทองและจระเข้เจ้าพอดิบพอดี เด็กหนุ่มกระโจนเข้าคว้าขณะที่สัตว์ยักษ์ก็พุ่งโจมตีพร้อมกัน โชคเป็นของเจ้าทองที่คว้าหอกได้ก่อนและพลิกตัวหลบคมเขี้ยวไปได้อย่างฉิวเฉียด

                สถานการณ์เริ่มจะมีความหวังเมื่อได้หอกสัตตะโลหะไว้ในมือ เจ้าทองรู้ว่าจระเข้เจ้ายังคร้ามเกรงหอกเล่มนี้ ด้วยเป็นอาวุธเดียวที่ฝากรอยแผลให้มัน สัตว์ร้ายหันศีรษะมองคมหอกแวววาวด้วยตาข้างที่เหลือ มันเคยเสียดวงตาเพราะหอกเล่มนี้มาแล้ว จึงระมัดระวังเป็นพิเศษ

                อ้ายชาที่เริ่มจะฟื้นตัวพยุงกายลุกขึ้น ไอโขลกเพราะหายใจติดขัด มันส่งเสียงครางต่ำ ๆ ฟังไม่เหมือนภาษามนุษย์ แต่กลับคล้ายจะสื่อสารกับจระเข้เจ้าได้ เจ้าทองยืนนิ่งไม่รู้ว่าทั้งสองพูดคุยอะไรกัน ต่างคุมเชิงระวังภัย จนเมื่อเสียงปืนดังขึ้น  ยิงมาจากตะเภาทองที่รวบรวมสติ บรรจุกระสุนเพื่อจะช่วยยอดรักด้วยปืนในมือ กระสุนเฉียดอ้ายชาไปเพียงเล็กน้อย

                ชายผิวดำไม่รอให้อีกฝ่ายยิงมาอีก รีบกระโจนเกาะหลังจระเข้เจ้า ขณะที่จระเข้เจ้าก็พุ่งเข้าใส่เจ้าทอง เด็กหนุ่มโผตัวหลบพร้อมกับแทงหอกสวนไปโดยมิได้เล็ง คล้ายจะถูกสีข้าง แต่เจ้าสัตว์ร้ายกลับมิได้โต้ตอบ มันเพียงต้องการพาอ้ายชาหลบหนีไปเท่านั่น เมื่อลงน้ำได้ก็ว่ายหายไปอย่างรวดเร็ว

                “พี่ทอง เป็นอะไรบ้างหรือเปล่า” ตะเภาทองวิ่งรี่ตรงมาจับเนื้อตัวร่างกายผัวรักด้วยความเป็นห่วง เจ้าทองแทบจะหงายหลังล้มผึ่ง ไม่อยากเชื่อว่าเพิ่งจะรอดตายมาได้ ครั้นแล้วก็รีบปีนขึ้นไปบนเนิน

                “ครูพด ครูพด” เด็กหนุ่มรีบวิ่งไปประคองซากร่างที่เหลือเพียงครึ่ง

                สัปเหร่อเฒ่าไอโขลก เลือดทะลักออกมาทั้งทางปากและตาที่เหลือกถลน ขยับปากพะงาบ ๆ เหมือนจะพูดอะไรสักอย่าง เจ้าทองขยับเข้าไปฟังใกล้ ๆ กลับถูกมือแห้งเหี่ยวคว้าคอ

                “อั่ก...อ้ายทอง...ข้าอุตส่าห์ถาม...ว่าจระเข้เจ้าอยู่ในถ้ำหรือเปล่า...ทำไมเอ็ง...ไม่ตอบ...” เสียงแหบแห้งกระซิบที่ข้างหู ดวงตาถลึงมองเด็กหนุ่มด้วยความอาฆาต

                เจ้าทองนึกย้อนไปเมื่อตอนออกจากถ้ำ หูยังอื้ออึงจากเสียงระเบิดจนไม่รู้ว่าครูพดตะโกนว่ากระไร ที่แท้ก็ต้องการจะรู้ว่าจระเข้เจ้าอยู่ในถ้ำหรือเปล่านี่เอง หากว่ามันตอบไป ครูพดคงไม่เสียทีถูกลอบโจมตี

                “อั่ก...เอ็ง...อ้ายศิษย์เนรคุณ...ข้าเกือบจะได้ชื่อว่าเป็นคนฆ่าจระเข้เจ้าอยู่แล้วเชียว...อุตส่าห์ทนทำงานน่ารังเกียจมาเป็นสิบปี...อีกนิดเดียว...อีกนิดเดียวข้าก็จะมีชื่อเสียง...มีคนนับถือ...มีเงินทอง...มีเมียเป็นสิบ...เพราะเอ็ง...เพราะเอ็งคนเดียว...อ้ายทอง...” เฒ่าพดยังคงบ่นต่อไปอีกยืดยาว พร่ำเพ้อถึงเงินทองชื่อเสียงที่ไม่เคยได้สัมผัส ขณะที่มือแห้งเหี่ยวบีบแน่นเหมือนจะให้เจ้าทองตายตามไปด้วย

                “ฮี้ อ่ะ อ่ะ อ่ะ” ร่างผอมแห้งหัวเราะเสียงแหลมเป็นวาระสุดท้าย ไม่รู้ว่าหัวเราะสิ่งใด เย้ยหยันโลกหล้าหรือว่าชะตากรรมตัว แล้วก็พลันเงียบเสียง ขาดใจตายไปทั้งอย่างนั้น

                เจ้าทองแกะมืออดีตครูออกจากคอ ไม่เข้าใจว่าเหตุใดครูพดจึงพาลอาฆาตตัวมัน

                “พี่ทอง พวกเราก็หนีกันบ้างเถอะ” ตะเภาทองเขย่าตัวเรียกสติผัวรัก เจ้าทองพะวักพะวง หันมาบอกภรรยา

                “เราต้องทำศพครูพดก่อน ถ้าไม่ได้ครูพด พี่คงตายไปนานแล้ว”

                แม้ไม่รู้แน่ว่าครูพดช่วยมันไว้ด้วยวัตถุประสงค์ใด แต่อย่างน้อยก็ทำให้มันรอดตายมาได้จนบัดนี้ จึงอยากแทนคุณครั้งสุดท้ายด้วยการทำศพให้ แต่ด้วยสถานการณ์ฉุกละหุก จึงทำได้เพียงหากิ่งไม้และหญ้าแห้งมากองสุมแล้วจุดไฟเผา เจ้าทองโยนเทียนชัยที่เหลือแท่งสุดท้ายเข้าไปในกองไฟ หวังให้เพลิงแรงพอจะมอดไหม้ศพจนหมด

                งานศพสัปเหร่อพด ผู้จัดการกับร่างคนตายมานับร้อยนับพัน กลับผ่านไปอย่างเร่งรีบเช่นนี้เอง...

                “พี่ทอง พวกเรารีบหนีกันเถอะ พวกหมื่นเสือคงได้ยินเสียงปืนที่ฉันยิงบ้างแล้ว ขืนชักช้าพวกเราจะลำบากกันหมด”  เด็กสาวเตือนเป็นคำรบสาม

                แม้จะสะกิดใจกับอ้ายชาและจระเข้เจ้าที่หนีหายไป แต่เมื่อนึกถึงคำคนรักก็ทำให้ต้องตัดใจ คิดเสียว่าพ้นไปได้ก็แล้วแต่เวรแต่กรรม เหลือที่จะตามไปแก้ไขอะไรได้อีก ทั้งสามจึงพากันกลับไปที่เรือสำปั้นแจว พายขึ้นเหนือหนีจากเมืองปากยม

                ระหว่างทางเด็กหนุ่มยังคงครุ่นคิดอีกหน การที่อ้ายชาผูกห่อผ้า นำศีรษะคนรักติดตัวไปด้วย ทั้งท่าทีของจระเข้เจ้าและจระเข้ตัวอื่น ดูเหมือนพวกมันเตรียมการเพื่อจะหนีอย่างนั้นหรือ ?

 

                ทางด่านซึ่งหมื่นเสือและขุนหาญกั้นลำน้ำเพื่อดักแทงฝูงจระเข้ น้ำในแม่น้ำแดงฉานไปด้วยเลือดของสัตว์เลื้อยคลาน จระเข้กลุ่มแล้วกลุ่มเล่าถูกไล่ต้อนมายังที่ประหาร ศพถูกลากไปกองพะเนินที่ริมตลิ่ง นับรวมกันได้หลายสิบตัว

                ทั้งหมดพากันชะงักงันเมื่อได้ยินเสียงปืนดังติดกันถึงสองนัด แต่เนื่องจากยังค้างคากับฝูงจระเข้ตรงหน้า จึงเก็บงำความสงสัยไว้ กระทั่งเสียงปืนดังขึ้นอีกนัด ทำให้หมื่นเสือคิดว่าคงมีเรื่องไม่ชอบมาพากล หันไปสั่งหมู่เพิ่มที่คุมเรือต้อน

                “อ้ายเพิ่ม เอ็งไปดูสิว่าใครที่ไหนมายิงปืน”

                หมู่เพิ่มรับคำสั่ง เหหัวเรือไปทางต้นเสียง แต่พ้นไปไม่เท่าไหร่ก็พากันตื่นกลับมา เมื่อจระเข้กลุ่มหนึ่งว่ายตรงมายังด่าน

                จระเข้เหล่านี้เป็นกลุ่มที่เพิ่งออกจากวังที่เจ้าทองลงไปสำรวจ ต่างล้วนมีขนาดใหญ่โตและมีนิสัยดุร้าย พวกมันใช้หางฟาดบ้างดันเรือที่ออกไล่ให้ล่มเพื่อจะกินคน จนเกิดสับสนอลหม่าน เรือคว่ำไปหลายลำ ผู้คนถูกกัดตายไปมาก เรือของหมู่เพิ่มก็ล่มเช่นกัน นายหมู่รีบว่ายขึ้นฝั่งแต่ไม่วายโดนงับที่ขา เตรียมลากลงน้ำ หากหมู่เพิ่มแข็งใจใช้ดาบฟันเข้าที่สันจมูกเจ้าตัวที่กัดขาจนมันต้องยอมปล่อยเหยื่อไป

                ฝูงจระเข้ไล่กัดกินคนเป็นพัลวัน แล้วพากันมุ่งไปหวังหักด่านที่ปักขวางลำน้ำ หมื่นเสือและขุนหาญยืนคุมลูกน้องมิให้ขวัญเสีย สัตว์ร้ายหลายตัวพยายามชนฝายให้หักพัง รวมทั้งใช้หางฟาด กวาดผู้คนให้ตกน้ำ ทว่าไม่เป็นผลแต่อย่างใด ฝายยังคงตั้งอยู่ได้ ขณะที่ขุนหาญและลูกสมุนต่างหลบอยู่หลังแนวไผ่ จึงไม่มีใครพลัดตกน้ำ

                “ฆ่ามันโว้ย !” ขุนหาญร้องสั่ง แทงหอกผ่านช่องระแนงใส่จระเข้ที่พยายามจะดันเข้ามา เมื่อเห็นเช่นนั้นบรรดาลูกน้องโจรก็กระทำตาม พากันแทงจระเข้โดยอาศัยแนวรั้วกำบัง พวกจระเข้ไม่สามารถตอบโต้ สุดท้ายก็ถูกแทงตายจนหมด เมื่อลำน้ำปลอดสัตว์ร้าย ชาวบ้านก็รีบลงไปช่วยผู้คนที่ยังรอดชีวิต

                “เราเสียคนไปไม่น้อยแล้วนะ เอ็งยังจะทำตามแผนอีกหรือ” ขุนหาญที่เสียลูกน้องบางส่วนไปกับเรือที่ล่มหันถามหมื่นเสือ

                “จระเข้เจ้า...อีกเดี๋ยวมันก็ต้องออกมาให้พวกเราฆ่าเหมือนลูกสมุนมัน...” ผู้รั้งเมืองรำพึง คล้ายไม่สนใจในคำถามของหัวหน้าโจร

                “อ้ายเพิ่ม เอ็งรีบไปประจำที่ตามแผนเร็วเข้า !” ตะโกนสั่งลูกน้อง หมู่เพิ่มที่แม้จะได้รับบาดเจ็บที่ขา แต่ก็รีบกลับขึ้นเรือด้วยความเกรงกลัว

                ครืน...เสียงฟ้าเลื่อนครันครืน ดังจากฟากต้นน้ำ คล้ายจะมีลมพายุเข้ามาทั้งที่ฟ้าเพิ่งจะใส มวลเมฆก่อตัวครึ้มเขียวในชั่วเวลาไม่นาน ไม่มีใครคาดคิดว่าจะเกิดพายุฝนในวันที่อากาศร้อนเปรี้ยงปานนี้

                “อ้ายเสือ ฝนมาโน่นแล้ว หลบกันก่อนเถอะวะ ถ้าฝนลงพวกเรือเล็กคงออกต้อนไม่ได้แน่ วันนี้เราฆ่าพวกมันได้เยอะแล้ว ไว้พรุ่งนี้ค่อยว่ากันต่อ” ขุนหาญให้เหตุผล ไม่เห็นความจำเป็นที่จะต้องเสี่ยงในเมื่อเป็นฝ่ายได้เปรียบ

                “ไม่ ! เราต้องปักหลักที่นี่ อีกไม่นานจระเข้เจ้าจะต้องออกมาให้เราฆ่า เราต้องอยู่ที่นี่ ต้องฆ่าจระเข้เจ้าให้ได้ในวันนี้ !” ชายแขนเดียวประกาศกร้าวราวกับไม่ได้ยินคำพูดของขุนหาญ หันไปสั่งคนอื่น ๆ อีก “ประจำที่โว้ย ! ใครละตำแหน่งข้าจะฟันให้ยับ !

                ขณะนั้นฝนเริ่มโปรยลงมาแล้ว คนที่ไม่มีหน้าที่รีบวิ่งหลบเข้าร่ม ทว่าหมื่นเสือกลับยืนคุมเชิงมั่น แขนข้างที่ขาดเจ็บปลาบเข้าไปถึงหัวใจ รู้ดีว่าอีกไม่ช้าจระเข้เจ้าจะต้องปรากฏตัว ถอดแขนเทียมที่เลียนแบบมือจริง ๆ ทิ้งไป เปลี่ยนเป็นสวมเหล็กแหลมคล้ายนำฉมวกและตะขอมารวมเป็นหนึ่งเดียว หมายใจจะต่อสู้ขั้นเด็ดขาด

                ขุนหาญหันมองอดีตโจรร่วมก๊ก รู้สึกคิดผิดที่ตกปากรับคำ เพิ่งรู้ตัวว่าหมื่นเสือไม่ได้มีแผนการอย่างที่สัญญิงสัญญา หากทำไปด้วยความแค้นส่วนตัวเสียมากกว่าจะเป็นการปูทางสู่การนั่งเมือง

                เปรี้ยง ! สายอสุนีฟาดลงบนยอดไม้สูงทำผู้คนผวา หันไปทางผืนน้ำที่เต้นระริกเพราะเม็ดฝนก็เห็นเงาดำ เป็นร่างมนุษย์ท่อนบนส่วนท่อนล่างเป็นจระเข้ตัวมหึมา พยับฝนทำให้ภาพนั้นพร่าเลือน พริบตาต่อมาก็เหลือเพียงร่างจระเข้กำลังพุ่งตรงมาทางด่าน ท่อนหางโบกสะบัดเร่งความเร็วทุกขณะ

                “ทุกคนเกาะให้แน่นโว้ย !” ขุนหาญร้องบอกคนที่อยู่บนด่านให้หาที่ยึด รู้แน่ว่าเจ้าสัตว์ยักษ์ตั้งใจจะพุ่งชนแหกด่าน

                ระยะทางอีกราวหนึ่งเส้นจะถึงฝายไม้ไผ่ จระเข้เจ้าสะบัดหางเร่งความเร็วเต็มที่จนผืนน้ำแหวกเป็นทาง แต่แล้วกลับผ่อนลงเมื่อเผชิญแรงต้านจากแหที่เพิ่งวางขวางลำน้ำ นี่เป็นแผนการที่หมื่นเสือตั้งใจจะนำมาใช้กับจระเข้เจ้าโดยเฉพาะ แม้แหเหล่านั้นไม่อาจหยุดสัตว์ร้าย แต่ก็ทำให้มันช้าลง เสาที่ปักขึงแหแต่ละปากหักสะบั้นลงเป็นลำดับ แต่แหก็พันรัดติดตามตัวจระเข้เจ้า จนผ่านไปได้ห้าปาก ทั้งตัวมันก็แทบจะไม่ต่างกับแมลงที่หลงติดใยแมงมุม

                ตึง ! เสียงกระแทกดังสนั่นลั่นเลื่อน ไผ่ที่ปักขวางลำน้ำหักพังไปหลายลำ พวกที่คุมด่านกระเด็นตกน้ำเป็นอันมาก แม้จะถูกรั้งด้วยแห แต่กำลังของจระเข้เจ้ากลับยังคงน่ากลัวดุจปีศาจร้าย กระนั้นฝายที่กั้นลำน้ำก็ยังคงอยู่ แม้จะเสียหายไปบ้าง

                “พวกเรา รุมฆ่ามัน !” หมื่นเสือร้องสั่ง ขานหาญและลูกน้องรีบกลับประจำที่ ระดมแทงด้วยหอกยาว หมู่เพิ่มและเรือเล็กที่รออยู่ก็พายเข้าปิดท้าย พุ่งแหลนหลาวใส่สัตว์ร้ายเป็นการใหญ่

                แม้จะถูกกลุ้มรุมด้วยอาวุธนานับ หากไม่มีสิ่งใดระคายเกราะหนาของจ้าวแห่งลำน้ำได้เลย ราวกับว่ามันคือจระเข้อาถรรพ์ซึ่งปราศจากอาวุธที่จะทำอันตราย แหลนหลาวที่ซัดเข้าใส่ไม่ต่างกับสายฝนโปรย ส่งเสียงกระทบเปาะแปะแล้วก็จางหายไปไม่เกิดผล ครั้นจระเข้เจ้าสะบัดหาง บรรดาเรือที่พายสกัดท้ายก็พลิกล่มไปอีกหลายลำ หมู่เพิ่มต้องรีบว่ายกลับเข้าฝั่งอีกหน

                ผู้ที่ประจำด่านต่างแทงหอกใส่สัตว์ร้ายเป็นการใหญ่ แต่ไม่อาจทำอันตรายมันได้ หมื่นเสือจึงให้เปลี่ยนแผนมาช่วยกันทอดแหเพื่อตรึงมันไว้ ขณะนั้นเอง ขุนหาญสังเกตเห็นแผลที่สีข้างของจระเข้เจ้า ชี้ชวนให้ดู

                “ดูนั่น ! เจ้าจระเข้ผีนี่มันถูกใครทำร้ายมา แทงเข้าไปที่แผลน่าจะฆ่ามันได้ !

                ทุกคนมองตาม พยายามแทงยังจุดที่บอกหากไม่มีมุมที่จะแทง เมื่อเห็นเช่นนั้นจอมโจรผู้กล้าจึงคว้าหอก กระโจนลงน้ำเพื่อจะว่ายเข้าไปแทงให้ถนัดถนี่ จระเข้เจ้าพยายามสะบัดหัวโจมตี หากทำไม่ได้ด้วยถูกตรึงไว้ด้วยแหจนเคลื่อนไหวลำบาก ขุนหาญแทงหอกเข้าไปที่รอยแผล ปักลึกเข้าไปได้เกือบคืบ แต่ไม่ทันจะเสียบได้ลึกกว่านั้นจระเข้เจ้าก็พลิกตัวหมุนเป็นควงสว่าน ด้ามหอกสะบัดตามแรง ฟาดเข้าที่ศีรษะขุนหาญจนสลบ จมลงก้นแม้น้ำ

                บรรดาสมุนโจรและตัวหมื่นเสือเห็นขุนหาญหมดสติจมลงไปต่อหน้าต่อตา แต่กลับไม่มีใครกล้าพอจะลงไปช่วย ละล้าละลังด้วยเกรงฤทธิ์ร้ายของสัตว์ยักษ์ ขณะที่จระเข้เจ้าหลังจากหมุนตัวก็ถูกแหรัดแน่นขึ้นจนขยับตัวไม่ได้ ใกล้จะจมน้ำตามกัน

                ระหว่างที่หมื่นเสือและเหล่าสมุนโจรมัวแต่ยืนเก้ ๆ กัง ๆ ชั่งน้ำใจที่จะลงไปช่วยขุนหาญ กลับไม่มีใครสังเกตความเคลื่อนไหวหนึ่ง เมื่อมีมือเกาะที่กราบเรือซึ่งผูกโยงไว้ อึดใจเดียวร่างดำมืดก็กระโจนขึ้นมาบนเรือ อ้ายชาอาศัยช่วงที่ทุกคนชุลมุน ดำน้ำผ่านระแนงไผ่ที่ถูกจระเข้เจ้าพุ่งชนจนหักพังพอจะลอดไปได้ ว่ายมาตลบหลังพวกที่คุมด่าน

                ร่างดำทะมึนชักมีด กรากเข้าแทงใส่สมุนโจรรายแรกซึ่งไม่ทันรู้ตัว  คมมีดตัดกระดูกสันหลังก่อนที่เหยื่อรายนั้นจะตกน้ำไป คนที่เหลือต่างรู้ตัว กรูกันเข้ามาทำร้าย แต่ขนาดเรือที่คับแคบ ทำให้เข้ามาได้เพียงทีละคนเท่านั้น

                สมุนรายหนึ่งแทงหอกเข้าใส่แต่ไกล ทว่าอ้ายชาคว้าด้ามหอกไว้ได้ กระชากเจ้าของหอกเข้ามาพร้อมสะบัดคมมีด ตัดหลอดลมและเส้นเลือดจนคอเกือบขาด รายที่สองที่สามดาหน้าเข้ามา อ้ายชาพลิกคมหอกพุ่งเข้าใส่ ทะลุร่างทั้งสองในคราเดียว ไม่ทันที่คนอื่นจะตั้งตัว ชายร่างกำยำก็กระโจนเข้าปะทะโดยอาศัยร่างที่ถูกหอกปักคากำบังอาวุธที่จะโต้ตอบ ดันสมุนโจรตกน้ำไปอีกสอง – สามราย

                เจ้าสัวและบ่าวไพร่ที่หลบฝนตามร่มไม้เห็นความวุ่นวายตรงด่านแล้วพาลร้อนใจ แม้จะตระเตรียมปืนเผื่อไว้ แต่ฝนที่ตกหนักก็ทำให้ยิงไม่ได้ ทั้งยังมองเห็นไม่ชัด ทว่าร่างดำหยาบใหญ่นั้นคงเป็นใครไปไม่ได้นอกจากอ้ายชา

                พวกที่คุมด่านถูกฆ่าไปแล้วห้า – หกราย และกำลังจะบุกถึงตัวหมื่นเสือ ความคลั่งแค้นระอุขึ้นเป็นเท่าทวี ขณะที่ชายผู้รั้งเมืองก็ไม่มีทีท่าหวาดกลัว กระชากดาบออกจากฝักเตรียมรับมือ

                ร่างดำมืดพุ่งเข้าหา แต่ก่อนจะถึงตัวชายที่ทำลายชีวิตมัน หอกเล่มหนึ่งก็พุ่งข้ามไหล่หมื่นเสือ กระชั้นชิดจนหลบไม่ทัน คมหอกจวนจะถูกห่อผ้าที่ผูกไว้แนบอก อ้ายชารีบหันหลังมิให้ศีรษะคนรักเป็นแผล จนหอกกินลึกเข้าที่หลัง ก่อนจะถูกหมื่นเสือฟันซ้ำจนร่างทรุด

                “ฮะ ฮะ เป็นเอ็งสินะอ้ายชา ที่คนเขาลือกันว่าเป็นร่างจำแลงของจระเข้เจ้า ปีศาจอย่างเอ็งอยู่ที่ไหนก็ทำคนเขาเดือดร้อน ลองดูสิว่าถ้าตัดหัวแล้วเอ็งจะยังฟื้นขึ้นมาได้อีกไหม” หมื่นเสือระบายความคลั่งแค้น โยนความผิดบาปทั้งหมดให้กับชายผู้มีสารรูปผิดแปลกผู้คน หาไม่แล้วตนก็คงจะได้ตะเภาแก้วเป็นเมียงาม ซ้ำอาจจะได้ตะเภาทองเสียอีกคน ตำแหน่งเจ้าเมืองและทรัพย์สินอีกมากมายก็จะได้มาโดยง่าย หากทุกสิ่งกลับหายวับไปเพราะชายต้องสาปอย่างอ้ายชา

                ชายหัวล้านใบหน้าดุดัน ยืนค้ำร่างที่ดูประหนึ่งครึ่งคนครึ่งจระเข้ เงื้อดาบหมายบั่นคอปลิดลมหายใจมันให้สิ้น อ้ายชาทั้งถูกฟันแทง บาดเจ็บจนลงไปนอนตะเกียกตะกายบนพื้น เหตุการณ์คล้ายจะซ้ำรอยเมื่อคราที่พาตะเภาแก้วหลบหนี ผิดแต่ว่าครั้งนี้หมื่นเสือจะเป็นผู้ลงดาบด้วยตนเอง โดยไม่ปล่อยให้มันรอดไปได้อีก

                คมดาบเฉือนผ่านอากาศโดยมีเป้าหมายที่คออ้ายชา แต่แล้วกลับมีเหตุให้เบนจากเป้า เมื่อจระเข้เจ้าออกแรงพลิกตัวอีกหน แหที่พันตัวรั้งฝายไม้ไผ่ให้ไหวตาม จนเรือที่หมื่นเสือยืนโคลงเคลง ขุนนางใจโหดเสียหลักเกือบจะล้มลง จังหวะนั้นเอง ชายผิวดำมืดซึ่งกำมีดไว้แน่นรอโอกาสจะตอบโต้ รีบสะบัดมีดแทงที่เข่าผู้รังเมือง เจ้าตัวร้องด้วยความเจ็บปวดก่อนจะพลัดตกน้ำ

                ร่างดำทะมึนผงาดยืนขึ้น กระโจนเข้าหาสมุนโจรที่อยู่ใกล้ กัดเข้าที่ต้นคอและกระชากจนเนื้อหลุด เลือดทะลักฉีดพุ่งเป็นสาย พวกที่เหลือแม้จะติดตามโจรใจโหดอย่างขุนหาญ กลับไม่เคยเห็นการฆ่าที่อำมหิตปานนี้มาก่อน ต่างขวัญเสียวิ่งกระเจิดกระเจิงเอาชีวิตรอด

                “พ่อ !” อ้ายชาได้สติ หันไปร้องเรียกจระเข้เจ้าที่ใกล้จมน้ำ รีบกระโดดลงไปช่วย

                ชายหนุ่มว่ายเข้าไปใกล้ อาศัยไหล่กำยำหนุนศีรษะจระเข้เจ้ายกขึ้นเหนือน้ำเพื่อให้หายใจสะดวก โดยอาศัยพละกำลังทั้งหมดที่มี มืออีกข้างก็เร่งตัดแหที่พันอยู่ ร่างกายที่ใหญ่โตและเกราะหนากลับกลายเป็นสิ่งที่กำลังจะฆ่าจระเข้เจ้าเสียเอง จระเข้ไม่ใช่สัตว์ที่จะหายใจในน้ำได้ แต่อาศัยการกลั้นหายใจโดยมีลิ้นกั้นไม่ให้น้ำเข้าท้อง หากเมื่อไม่สามารถขยับตัวได้ ก็ย่อมจมน้ำตายได้ไม่ต่างกับคน

                ขณะที่อ้ายชาใช้แรงที่เหลือไปกับการพยุงร่างสัตว์ยักษ์พร้อมกับพยายามจะตัดแหไปด้วย โดยไม่รู้ว่ามีร่างหนึ่งว่ายมาด้านหลัง ปลายเหล็กแหลมเย็นวาบที่แทงลึก ทำมันชะงักงัน

                “อ้ายชา  เอ็งกับจระเข้เจ้าต้องตายด้วยมือข้าวันนี้ !” หมื่นเสือพูดด้วยความอาฆาต คว้าคออ้ายชาจากด้านหลัง ใช้แขนเทียมที่เป็นทั้งฉมวกและตะขอแทงเข้ากลางหลังจนเป็นแผลฉกรรจ์ อ้ายชาทั้งบาดเจ็บและเสียกำลังไปมากไม่อาจพยุงตัวได้อีก ดิ่งลงใต้ผืนน้ำโดยมีร่างจระเข้เจ้าจมตามกันไป

                หมื่นเสือว่ายผละออกมาเกาะหลักไม้ไผ่ ก่อนจะเปลี่ยนใจดำตามลงไปเพื่อจะตัดหัวอ้ายชา ให้แน่ใจว่ามันจะไม่ฟื้นขึ้นมาอีก ทว่าขณะที่ดำลงสู่ท้องน้ำดำมืด อะไรบางอย่างซึ่งเป็นสีขาวตัดกับบรรยากาศโดยรอบกลับลอยเข้ามาใกล้ หมื่นเสือเพ่งมองจึงรู้ว่าเป็นศีรษะไร้ร่างของตะเภาแก้ว ! ดวงหน้าไร้ชีวิตยังคงงดงามดุจเก่า ตาคู่สวยปิดสนิทนั้น กลับเบิกโพลงจ้องมาด้วยความอาฆาต หมื่นเสือถึงกับตกตะลึงสำลักน้ำ รีบตะเกียกตะกายกลับขึ้นสู่ผิวน้ำดังเดิม

                ศีรษะของตะเภาแก้วหลุดออกจากห่อผ้าซึ่งหลุดลุ่ย แล้วจมลงสู่ก้นแม้น้ำ เคียงข้างอ้ายชาที่นอนสิ้นเรี่ยวแรงอยู่บนหลังจระเข้เจ้า สบมองใบหน้าหญิงคนรักคล้ายในครั้งแรกที่ได้เป้นของกันและกัน มันเหนื่อยเหลือเกิน...บาดเจ็บเหลือเกิน...จนคิดว่าควรหยุดชีวิตอันชั่วช้าและเป็นที่รังเกียจเสียตรงนี้...

                อาการขยับไหวของจระเข้เจ้าทำอ้ายชารู้สึกตัว พลิกกายมองดูสัตว์เดรัจฉานที่มันเรียกว่าพ่อ จระเข้เจ้าลืมตามอง พรายฟองอากาศเล็ก ๆ ลอยจากโพรงจมูก จระเข้เจ้ายังคงกลั้นอากาศหายใจใต้น้ำไว้ได้ พียงแต่หากไม่สามารถขึ้นสู่ผิวน้ำหรือกลับขึ้นฝั่ง อากาศที่เก็บกักไว้ย่อมจะหมดลงในไม่ช้า

                อ้ายชาพยายามฝืนสลัดความเหนื่อยล้าและเจ็บปวด คว้าศีรษะคนรักไว้แนบกาย ใช้มีดตัดข่ายแหที่รัดรึงสัตว์ร้าย ปลดปล่อยให้เป็นอิสระ ข่ายแต่ละเส้น เงื่อนแต่ละปมถูกตัดขาด ชายร่างดำมืดใช้ความพยายามอยู่นาน จวบจนหมดลมหายใจ...

                หมื่นเสือที่ว่ายกลับขึ้นผิวน้ำ เกาะแนวไผ่ที่กั้นเป็นฝายเพื่อพยุงตัว ใบหน้าเหี้ยมเกรียมกลับซีดเผือด พยายามตั้งสติโดยคิดว่าสิ่งที่เพิ่งเห็นคงเป็นแค่อาการตาฝาด ขณะที่ตัวสั่นงันงกอยู่นั้น พลันเสียงผิวน้ำแตกฉานได้ดังมาจากด้านหนึ่ง เมื่อเหลียวไปมอง ภาพที่เห็นกลับยิ่งทำให้ชายผู้รั้งเมืองตื่นตะลึงยิ่งกว่าเก่า

                จระเข้ที่มีอยู่นับร้อยต่างว่ายออกันแน่นแม่น้ำ คึกคักกระปรี้กระเปร่ากับสายฝนเย็นฉ่ำที่สาดซัดไม่ขาดสาย บ้างคลานขึ้นริมฝั่งอย่างย่ามใจ จนชาวบ้านที่คอยสังเกตการณ์ต้องถอยไปไกลยิ่งขึ้น ทั้งหมดมุ่งตรงมายังแนวไผ่ที่ปักขวางลำน้ำ ราวกับพร้อมใจจะอพยพลงใต้

                หมื่นเสือหน้าถอดสี พยายามจะปีนขึ้นไปหลบหลังฝายด้วยความลนลาน ร้องตะโกนลั่น

                “อ้ายเพิ่ม ! ใครก็ได้ มาช่วยข้าเร็วโว้ย !

                สายฝนกลบเสียงร้องจนเหลือเพียงเสียงอู้อี้ ขณะหมู่เพิ่มรีบหลบขึ้นที่สูงโดยมีอ้ายชิดช่วยพยุง

                สายฝนที่กระหน่ำทำให้ลำไผ่เปียกลื่น ทั้งเข่าที่ถูกแทงบาดเจ็บก็ทำให้ปีนป่ายได้ยาก กระนั้นชายผู้รั้งเมืองก็ไม่ยอมแพ้โดยง่าย ใช้แขนเทียมที่เป็นขอเหล็กเกี่ยวแนวรั้วไว้ ออกแรงเต็มที่เพื่อปีนกลับขึ้นมาอยู่บนเรือจนได้

                “ฮ่า ฮ่า ฮ่า ข้าอุตส่าห์ปีนป่ายขึ้นมาถึงจุดนี้แล้ว ไม่ยอมตายเพราะเดรัจฉานหรอกโว้ย !” ชายผู้พลิกชะตาจากโจรป่าจนเกือบจะได้ขึ้นเป็นเจ้าเมืองหัวเราะร่า เยาะเย้ยมัจจุราชที่ไม่อาจคร่าชีวิตตน

                เรือที่หมื่นเสือพักโคลงเคลง เมื่อจระเข้นับร้อยพุ่งชนฝายกั้นแม่น้ำเพื่อจะผ่านไปให้ได้ การกระแทกนับครั้งไม่ถ้วนทำให้ฝายเริ่มหักพัง กลายเป็นเพียงเศษซากไม้ในไม่กี่อึดใจ เรื่อที่ผูกโยงอยู่แนวหลังหลุดจากหลัก ลอยคว้างกลางแม่น้ำ

                “เข้ามาสิวะ คนอย่างข้าไม่ยอมตายง่าย ๆ หรอกโว้ย !” หมื่นเสือตะโกนท้าด้วยความบ้าบิ่น ลุกขึ้นยืนกลางเรือ ใช้แขนเทียมที่เป็นอาวุธร้ายไล่แทงจระเข้ที่พยายามปีนขึ้นเรืออย่างไม่ลดละ สายฝนซัดสาดจนแทบมองไม่เห็น ชายผู้รั้งเมืองปักหลักสู้เพียงลำพัง จระเข้ตัวหนึ่งงับแขนเทียมกระชากหลุดออกไป หมื่นเสือเสียหลักล้มลง จระเข้อีกตัวงับขาพยายามลากลงจากเรือ แต่หมื่นเสือไม่ยอมแพ้ยึดเรือไว้มั่น จระเข้อีกตัวกัดขาอีกข้าง ฉีกแบ่งกับตัวก่อนหน้า ออกแรงดึงคนละทางจนขาฉีกขาดจากร่างทั้งสองข้าง

                “ข้าต้องไม่ตาย ๆ” หมื่นเสือพร่ำเพ้อ ยื้อยุดโชคชะตาเอาไว้จนถึงที่สุด บรรดาสัตว์ร้ายต่างพากันกระแทกเรือเหมือนเป็นของสนุก ไม่ช้าเรือก็คว่ำ พวกมันต่างนำเอาร่างของผู้รั้งเมืองมาฉีกแบ่งกัน จนไม่เหลือส่วนใดให้พอมองออก ว่าครั้งหนึ่งเคยเป็นร่างของผู้ที่คนยำเกรงกันทั้งเมือง...

จบบท จระเข้เจ้า

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 13 ครั้ง

9 ความคิดเห็น

  1. #148 อำพันเชอรี่ (@markread) (จากตอนที่ 22)
    วันที่ 30 มิถุนายน 2561 / 11:00
    ชอบบทนี้มว๊ากกกกกก

    หวังว่าอ้ายชาจะไม่เป็นอะไรนะ เป็นพระเอกต้องอดทน อย่าทิ้งหลานทองของป้าไปล่ะ
    #148
    1
    • #148-1 masked v (@masked_v) (จากตอนที่ 22)
      1 กรกฎาคม 2561 / 01:09
      อ้าว ตกลงอ้ายชากลายเป้นพระเอกไปซะงั้น 5555
      #148-1
  2. #103 ปภาดา (จากตอนที่ 22)
    วันที่ 28 ตุลาคม 2560 / 01:25
    รอต่อไปครัช. สู้ๆค่ะไรท์
    #103
    1
    • #103-1 masked v (@masked_v) (จากตอนที่ 22)
      31 ตุลาคม 2560 / 17:48
      ขอบคุณครับ ใกล้แล้วๆ
      #103-1
  3. #100 paphada084572 (@paphada084572) (จากตอนที่ 22)
    วันที่ 8 ตุลาคม 2560 / 10:04
    รออ่านน่ะค่ะไรท์ ที่รัก
    #100
    1
    • #100-1 masked v (@masked_v) (จากตอนที่ 22)
      11 ตุลาคม 2560 / 21:40
      ขอบคุณครับ กำลังเร่งสปีด ฮึ๊บ
      #100-1
  4. #97 ปภาดา (จากตอนที่ 22)
    วันที่ 27 กันยายน 2560 / 22:17
    สงสารจรเข้เจ้ากะชาอ่ะ. สะใจหมื่นหาญตายได้สมใจมาก
    #97
    3
    • #97-2 ปภาดา (จากตอนที่ 22)
      29 กันยายน 2560 / 20:08
      อ่า555นั่นสิ ตอนอ่านง่วงๆอ่ะไรท์
      #97-2
    • #97-3 masked v (@masked_v) (จากตอนที่ 22)
      29 กันยายน 2560 / 20:50
      55555+
      #97-3
  5. #96 โนเนม1323 (@no-name1323) (จากตอนที่ 22)
    วันที่ 26 กันยายน 2560 / 18:27
    ตื่นเต้น ลุ้นๆๆ
    #96
    1
    • #96-1 masked v (@masked_v) (จากตอนที่ 22)
      26 กันยายน 2560 / 18:32
      ขอบคุณครับ
      #96-1
  6. #95 Tresh (@KillerOrDie) (จากตอนที่ 22)
    วันที่ 26 กันยายน 2560 / 00:11
    โอโหตอนนี้เข้มข้นมาก นั่งไม่ติดเลยค่ะ บู๊ยันจบตอนจริงๆ 55555555555 บรรยายฉากแอคชั่นได้ดีเลยนะคะ สนุกมาก ><
    #95
    1
    • #95-1 masked v (@masked_v) (จากตอนที่ 22)
      26 กันยายน 2560 / 18:30
      ขอบคุณครับ คนเขียนหมดแรงเลย 5555

      เดี๋ยวจะลงบทสุดท้าย ช่วยกันเชียร์เยอะๆหน่อยนะครับ
      #95-1
  7. #94 วันนี้ท้องฟ้าสดใส (จากตอนที่ 22)
    วันที่ 24 กันยายน 2560 / 21:28
    โอ้ยยยย.... ลุ้นมากๆ แทบไม่หายใจเลยยค่ะ
    #94
    1
    • #94-1 masked v (@masked_v) (จากตอนที่ 22)
      24 กันยายน 2560 / 22:16
      ขอบคุณครับ หายใจคล่องขึ้นยัง อิอิ
      #94-1
  8. #93 แอนาเบล (@hiyasin) (จากตอนที่ 22)
    วันที่ 24 กันยายน 2560 / 10:40
    อยากรู้ปมของอ้ายชา ยังตะงิดๆใจยุ
    #93
    1
    • #93-1 masked v (@masked_v) (จากตอนที่ 22)
      24 กันยายน 2560 / 22:13
      ต้องย้อนไปอ่านตอนเก่าๆน่ะครับ เหลืออีกสองสามตอนจะพยายามขมวดปมให้ชัดขึ้นนะครับ
      #93-1
  9. #92 nongmuayzz (@nongmuayzz) (จากตอนที่ 22)
    วันที่ 24 กันยายน 2560 / 09:53
    พอถึงตอนนี้ดันอยากให้อ้ายชากับพ่อจระเข้เจ้ารอดซะงั้น 5555
    #92
    1
    • #92-1 masked v (@masked_v) (จากตอนที่ 22)
      24 กันยายน 2560 / 22:06
      แหม เชียร์ตัวร้ายซะงั้น 5555
      #92-1