โศกนาฏกรรมแห่งสายน้ำ

  • 90% Rating

  • 1 Vote(s)

  • 4,387 Views

  • 158 Comments

  • 145 Favorites

แชร์นิยายเรื่องนี้

จำนวนแชร์
0

  • Month Views
    8

    Overall
    4,387

ตอนที่ 21 : ตอนที่ 13 วังจระเข้

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 346
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 11 ครั้ง
    10 ก.ย. 60

                เวลาเพิ่งจะเช้า จระเข้หลายตัวยังคงนอนอาบแดด บ้างหลบตามพงไม้ สะสมพลังงานความร้อนในร่างกายให้มากพอที่จะออกล่า หากเสียงบางสิ่งที่มีขนาดใหญ่ตกลงบนน้ำ ทำพวกมันตื่นตัวขึ้นทันใด พากันคลานลงน้ำเพื่อจะเข้าไปสำรวจ

                “อ้ายหนู รีบกลับขึ้นมาเร็ว ๆ โว้ย อ้ายเข้ว่ายกันมาแล้ว !” เวรยามที่เพิ่งจะวิ่งไล่เจ้าทองร้องตะโกน พากันโบกไม้โบกมือเร่งให้เจ้าหนุ่มกลับขึ้นฝั่ง

                เจ้าคนเพิ่งหนีจากการจองจำมองขึ้นไปอย่างชั่งใจ หากกลับไปมันคงไม่พ้นถูกทรมานจนตายด้วยน้ำมือหมื่นเสือ ทว่ารอบตัวยามนี้ก็เต็มไปด้วยสัตว์ร้ายห้อมล้อม จะปีนกลับขึ้นฝั่งนั้นเห็นทีจะไม่ทัน

                มันนึกถึงบทเรียนที่พ่อครูสอน จังหวะที่คนส่วนใหญ่มักถูกจระเข้เล่นงาน คือระหว่างที่หันหลังจะขึ้นสู่ฝั่ง ซึ่งเป็นช่วงที่ไร้การป้องกันตัว การจะปีนกลับขึ้นตลิ่งในยามนี้จึงอาจเป็นอันตรายเสียมากกว่า ทว่าตอนนี้พวกสัตว์ร้ายก็ว่ายเข้ามาใกล้เต็มที หากไม่รีบทำอะไรสักอย่าง ตัวมันคงจะตายตรงนี้

                เจ้าทองนึกถึงคำสอนอีกอย่างของพ่อครู ทำในสิ่งที่ผิดกับสามัญสำนึกของคนทั่วไป นั่นคือการดำลงใต้น้ำ !

                เวรยามที่อยู่บนท่าน้ำขนลุกเกรียวเมื่อเห็นร่างเด็กหนุ่มจมลงไปต่อหน้าต่อตา ขณะที่จระเข้หลายตัวกลุ้มรุมเข้ามา พากันปลงใจว่าหนุ่มน้อยคงไม่รอด ตกเป็นเหยื่อสัตว์ร้ายแน่แล้ว ต่างไม่มีใจเข้มแข็งพอจะรอดูร่างเด็กหนุ่มถูกฉีกทึ้งต่อหน้าต่อตา จึงพากันเบือนหนี เดินพ้นไปจากท่าน้ำ

                ใต้ผืนน้ำอันดำมืด เจ้ากำพร้ากลั้นหายใจกบดานอย่างเงียบเชียบ จระเข้หลายตัวว่ายผ่านข้ามหัว บ้างก็ดำลงมามองอย่างสงสัย หากไม่มีตัวใดพยายามทำร้าย

                “จระเข้มันไม่ใช่ทั้งสัตว์บกและสัตว์น้ำ ถิ่นล่าของมันคือริมตลิ่ง ไม่ใช่ทั้งบนบกและในน้ำ เอ็งดูนี่นะทอง เวลาที่พวกมันดำน้ำจะมีลิ้นกั้นไม่ให้น้ำเข้าท้อง ถ้ามันเผลอกัดหรือกลืนอะไรใต้น้ำ ตัวมันนั่นแหละจะจมน้ำตาย” ภาพหนุ่มใหญ่ผมหงอกขาว กำลังใช้ซากจระเข้ตัวหนึ่งอธิบายกลไกการทำงานของร่างกาย ผุดขึ้นในมโนสำนึก เป็นความรู้อันล้ำค่าที่ช่วยให้เอาชีวิตรอดได้ในยามคับขัน

                เจ้าทองนึกถึงพ่อครูขึ้นมา ชายผู้ถือคติว่าคนเราจะกลัวก็ต่อเมื่อไม่รู้ หากรู้แล้วก็ไม่มีสิ่งไรให้กลัวอีก ฉะนั้นทุกครั้งที่แสดงความกล้า นั่นหาใช่เพราะความบ้าบิ่น  แต่ทำไปเพราะรู้จักศัตรูของตนเป็นอย่างดี กระนั้นก็ยังต้องเสียท่าให้กับสิ่งที่ไม่รู้จนได้

                ร่างบอบบางเคลื่อนไปตามก้นคลอง พบเจอจระเข้ขนาดไม่ใหญ่สองสามตัวมองด้วยความสงสัยเสียมากกว่าจะคิดทำร้าย จนใกล้จะหมดแรงกลั้นหายใจจึงคะเนหาจุดที่จะกลับขึ้นฝั่งโดยปลอดภัย

                เจ้าทองรีบตะกายกลับขึ้นบก เร่งออกห่างริมน้ำแล้วจึงค่อยทิ้งกายนอนพัก สูดหายใจเข้าให้เต็มปอด หลับตาผ่อนคลายได้ครู่เดียวก็ได้ยินเสียงสวบสาบใกล้เข้ามา รีบพยุงกายเหลียวมองด้วยความระแวง

                “ฮี้ อ่ะ อ่ะ นึกว่าเอ็งหายไปไหน มานอนเล่นอยู่ตรงนี้เองรึวะอ้ายทอง” ชายร่างผอมแห้งผิวดำกร้าน ฉีกยิ้มกว้างอวดฟันหลอเป็นการทักทาย เด็กหนุ่มเห็นแล้วถอนใจด้วยความโล่งอก แผ่กายลงพักต่ออย่างอ่อนแรง

 

                ใกล้เที่ยง อากาศเริ่มร้อนจัดด้วยแดดแผดแรง ฝายที่กั้นฝากท้ายแม่น้ำก็สำเร็จเป็นรูปเป็นร่างจากการระดมแรงคนและอุปกรณ์ กลุ่มที่สร้างฝายแยกย้ายกันไปหลบแดดและพักเหนื่อย รวมทั้งเจ้าสัวที่มาช่วยคุมงานและสนับสนุนข้าวของ ถัดมาขุนหาญกับลูกน้องโจรร่วมยี่สิบก็พากันถือหอกยาวเข้ามาประจำการบนเรือที่ผูกโยงเป็นแนวด้านหลัง รอสังหารฝูงจระเข้ที่จะถูกต้อนเข้ามา

                มีความเคลื่อนไหวทางด้านหนึ่ง เมื่อกลุ่มเรือเล็กที่มีหมู่เพิ่มนำ ได้พากันไล่ฝูงจระเข้ราวยี่สิบตัวมายังพื้นที่สังหาร แม้จะมีรูปลักษณ์น่าเกรงขาม ทว่าจระเข้ส่วนใหญ่ไม่ได้มีนิสัยดุร้ายอย่างที่ล่ำลือ เมื่อถูกรังควานพวกมันมักหลบลงน้ำและใช้ใต้น้ำเป็นที่หลบภัย แต่กลุ่มที่ตามล่าก็ใช้ไม้ไผ่ยาวปลายแหลมดาหน้าแทงไล่เข้ามา จนจระเข้กลุ่มนี้ว่ายหลบมายังวงสังหาร โดยไม่รู้เท่าทันพวกมนุษย์

                “ฆ่าให้หมดโว้ย !” ขุนหาญตะโกนบอกลูกน้อง ทิ่มปลายหอกเข้าซอกคอจระเข้ที่เข้ามาในระยะ เจ้าสัตว์เคราะห์ร้ายดิ้นรนอยู่พักหนึ่งก่อนจะตาย ซึ่งที่เหลือก็ถูกลูกน้องขุนหาญระดมแทงจนดับดิ้นกันหมด

                แท้แล้วจระเข้กลุ่มนี้ไม่มีจระเข้ร้ายอยู่เลย โดยมากกินเพียงปลาและซุ่มจับสัตว์ขนาดเล็ก แต่ผู้คนที่ไล่ล่าก็ไม่มีใครสนใจอีกต่อไปว่าจะเป็นจระเข้กินคนหรือไม่ รู้เพียงว่าจะต้องฆ่าพวกมันให้สิ้นไปจากลำน้ำ

                “ไหนล่ะวะอ้ายเสือ จระเข้ร้ายที่ว่าปราบยากนักยากหนา” หัวหน้าโจรหันไปพูดข่มหมื่นเสือที่ยืนอยู่ไม่ไกล

                “พี่หาญอย่าเพิ่งชะล่าใจ พวกนี้แค่บริวารปลายแถว หาใช่ตัวจระเข้เจ้า” หมื่นเสือเตือนมิให้ประมาท

                “แล้วตัวจ่าฝูงมันไปมุดหัวที่ไหนวะ ฆ่าทีล่ะไม่กี่สิบแบบนี้ แทงกันสามวันสามคืนจะหมดหรือเปล่าหรอก” ขุนหาญบ่นด้วยความรำคาญใจ

                “จะกี่วันเราก็ต้องฆ่าให้หมด หรือไม่ก็จนกว่าตัวจระเข้เจ้าจะออกมานั่นล่ะ โน่นพี่ มันถูกไล่ต้อนมาอีกกลุ่มแล้ว” ชายแขนเดียวชี้ให้ดูจระเข้อีกกลุ่มที่ว่ายตรงมา เตรียมตัวเริ่มการสังหารอีกหน โดยที่ยังไม่มีใครรู้ว่าจระเข้เจ้าไปหลบซ่อนอยู่ที่ไหน

 

                ห่างไกลจากพื้นที่ซึ่งหมื่นเสือใช้สังหารพวกจระเข้ ภายในโพรงดินที่มืดทึมทว่ากว้างขวาง ที่นี่จระเข้นับสิบต่างกบดานหลบความร้อนของแสงแดด

                จระเข้เจ้าลืมตา เผยอตัวและส่งเสียงครางคล้ายจะสำเหนียกถึงพวกพ้องที่ถูกมนุษย์รุมฆ่า ชายหนุ่มผิวดำลูบไปบนตัวจระเข้เจ้าเป็นการเตือน พูดขึ้น

                “พ่อ...รอประเดี๋ยวก่อน...”

                จระเข้ยักษ์หลับตาลงอีกครั้ง สงวนแรงไว้เพื่อรอเวลาที่เหมาะสม มนุษย์อาจไม่รู้ว่าเกิดบางสิ่งในอากาศช่วงสอง-สามวันมานี้ เป็นความเปลี่ยนแปลงเพียงเล็กน้อยจนไม่อาจสังเกต แต่กับสัตว์เลือดเย็นที่อาศัยลำน้ำเป็นที่หากิน พวกมันสามารถรับรู้ได้ จระเข้ที่ซุ่มซ่อนในถ้ำแห่งนี้ ต่างล้วนเป็นจระเข้ร้ายขนาดสามถึงสี่วา พากันกระสับกระส่าย รอเวลาที่จะออกจู่โจมด้วยความกระหายเลือด

 

                “นี่ครูพดรู้ที่ซ่อนจระเข้เจ้าแล้วหรือจ๊ะ ?” เด็กหนุ่มหน้าหวานย้ำถามด้วยเสียงอันดัง ตื่นเต้นในสิ่งที่เพิ่งได้ยิน

                “เออสิวะ เอ็งจะถามย้ำทำไม หรือโดนหมื่นเสือทรมานจนหูหนวกไปแล้ว” ผู้อาวุโสบ่นด้วยความรำคาญ พอพูดถึงเรื่องนี้เจ้าทองก็นิ่งไป

                “ครูพดรู้ด้วยหรือ” มันถามกลับ

                “เออ สารรูปเอ็งเยี่ยงนี้ ไม่ใช่ฝีมืออ้ายหมื่นเสือแล้วจะโดนหมาที่ไหนฟัดวะ ไปทำอีท่าไหนเข้าล่ะ”

                “น้องตะเภาทองหายตัวไป เจ้าสัวกับหมื่นเสือคิดว่าฉันเป็นคนทำ เลยพยายามคาดคั้นถาม” เด็กหนุ่มตอบเสียงแผ่ว

                “วะ เอ็งนี่มันยังไง มีเรื่องเดือดร้อนเข้ามาเรื่อย เอ้า กินนี่ก่อนซีวะ ประเดี๋ยวมีเรื่องจะให้ช่วย” ชายอาวุโสว่า พร้อมกับยื่นยาลูกกลอนส่งให้ หากเจ้าทองกลับลังเลที่จะรับมา

                “กินสิโว้ย นี่ของดี จะได้มีแรงกลับคืนมา ขนาดอ้ายชามันร่อแร่ยังกลับมาหายดีเลย” มืออันแห้งเหี่ยวยื่นมาตรงหน้า คะยั้นคะยอให้รับยาลูกกลอน

                เจ้าทองชั่งใจอยู่ครู่หนึ่ง ก่อนจะรับยามากลืนลงคอในคราวเดียว เพียงต้องการปลดเปลื้องความเจ็บปวดและอ่อนล้าเพื่อจะออกตามหายอดยาใจที่หายตัวไป หลังกินยาไปเพียงชั่วครู่ก็รู้สึกว่าร่างกายกลับมากระปรี้กระเปร่าตามเดิม

                “อ้ายทอง หอกสัตตะโลหะของเอ็งยังอยู่หรือโดนหมื่นเสือชิงไปอีกแล้วว้า” สัปเหร่อเฒ่าถาม เด็กหนุ่มคิดอยู่ครู่หนึ่งก่อนจะตอบ

                “...น่าจะยังอยู่แหละจ้ะ ฉันซ่อนไว้ใต้กระดานเรือ”

                “ดีล่ะโว้ย งั้นเรากลับไปเอาด้วยกัน ข้าจะบุกถ้ำจระเข้เจ้า เอ็งต้องมาช่วยเป็นลูกมือ ถ้าไม่มีหอกสัตตะโลหะก็ฆ่าจระเข้เจ้าไม่ได้” ตาพดรวบรัด แววตาวาววามไม่เหลือเค้าชายครึ่งบ้าครึ่งดี จนเจ้าทองไม่กล้าปฏิเสธ แม้ใจมันจะพะวักพะวง อยากตามหาตะเภาทองที่หายตัวไปมากกว่า

 

                ชายทั้งสองพากันเดินลัดดง ไม่ช้าก็ถึงสถานที่ซึ่งเด็กหนุ่มจอดเรือ ทันทีที่มาถึง ภาพคนสองคนที่พากันค้นเรือก็ทำเจ้าของใจหายวาบ คิดว่าเป็นลูกน้องหมื่นเสือ จนเมื่อสังเกตดี ๆ จึงรู้ว่าทั้งสองต่างเป็นหญิง ซึ่งหนึ่งในนั้นคือตะเภาทองคู่ชิ้นมันนั่นเอง

                “น้องตะเภาทอง !” เด็กหนุ่มตะโกนลั่นด้วยความดีใจ รีบวิ่งไปกอดฝ่ายหญิง

                “ว้าย พี่ทอง เกิดอะไรขึ้น ฉันกับน้าเกลี้ยงอุตส่าห์ตามมาถึงนี่ เห็นเรือจอดอยู่แต่ไม่เจอตัว แล้วนี่พี่ไปโดนอะไรมา” เด็กสาวซึ่งอยู่ในอารามดีใจเช่นกันซักถามโดยเรียกมันว่าพี่อย่างสนิทปาก

                “เรื่องมันยาว ขอพี่หุงข้าวก่อนเถอะ หิวจนไส้แทบขาด ประเดี๋ยวจะได้กินไปเล่าไป” เจ้าทองว่า ทำท่าจะหุงหาอาหาร แต่ถูกหญิงสาวห้ามปราม

                “พี่พักเถอะ ดูสิบาดเจ็บออกขนาดนี้ ประเดี๋ยวให้น้าเกลี้ยงหุงแทนเอง” ว่าแล้วตะเภาทองก็หันไปสั่งพี่เลี้ยง ส่วนตนเองสละตักให้เจ้าหนุ่มหนุนนอนเพื่อฟื้นกำลัง

                เมื่อข้าวหุงสุกแล้ว ตะเภาทองก็กุลีกุจอป้อนข้าว พะเน้าพะนอเอาใจผัวรัก เลิกปั้นปึงเหมือนอย่างเคย คงเพราะอาการบาดเจ็บของเจ้าทองที่ทำให้สาวเจ้าเกิดเห็นใจ ทั้งดีใจที่ได้พบหน้ากันอีกครั้ง ครั้นสอบถามดูจึงรู้ว่าที่เจ้าหนุ่มถูกจับไปทรมานเพราะเจ้าสัวคิดว่าเป็นคนลักพาลูกสาวไป ทั้งนี้ก็เป็นเพราะการตัดสินใจอย่างกะทันหันของเธอเองที่ทำให้คู่ชิ้นต้องเดือดร้อน

                “น้องอย่าคิดมากเลย เหตุมันสุดวิสัย ถึงอย่างไรก็ได้เจอกันแล้ว” เจ้าทองเอ่ย กอดปลอบขวัญเมื่อเห็นว่าเจ้าดูจะคิดมาก

                “พี่ทอง เราหนีไปจากเมืองนี้กันเถอะ ฉันปรึกษากับน้าเกลี้ยงแล้วว่าถ้าหาตัวพี่เจอแล้วจะชวนกันหนี ตอนนี้ทั้งเมืองต่างสาละวนกับการล้อมปราบจระเข้ ถ้าไปเสียตอนนี้ก็คงไม่มีใครขัดขวาง” ตะเภาทองชักชวนชู้รักตามแผนการที่ได้คิดไว้ทันที

                “แต่พี่ต้องปราบจระเข้เจ้าให้ได้เสียก่อน นี่ก็ตกลงกับครูพดไว้แล้วถึงได้กลับมาเอาหอกสัตตะโลหะที่เรือ” เจ้าทองบ่ายเบี่ยง หันไปมองทางตาพดก็เห็นว่ากำลังนั่งแคะขี้มูก ส่งสายตากะลิ้มกะเหลี่ยไปทางนางเกลี้ยง

                “เรื่องนั้นช่างเถิด หมื่นเสือระดมคนจากแขวงอื่นมากันมากมาย คงจัดการจระเข้เจ้าได้ไม่ยาก เรื่องนี้ปล่อยให้คนมีหน้าที่เขาจัดการกันไปเถิด พี่กับตาพดแค่สองคนจะทำอะไรได้ หากพลาดพลั้งเหมือนอาจารย์ไกรฉันจะทำยังไง หรือว่าพี่ทองไม่อยากไปเริ่มต้นชีวิตใหม่ด้วยกันกับฉัน” เด็กสาวตัดพ้อ พยายามชักจูงฝ่ายชายให้ทำตามแผนการตน

                เจ้าทองชะงักไป ใคร่ครวญถึงสองทางเลือก แม้ว่ามันจะอยากหนีไปเริ่มต้นใช้ชีวิตเป็นคู่ผัวตัวเมียร่วมกับตะเภาทองที่เมืองอื่น เมื่อคิดถึงสุขที่รออยู่เบื้องหน้าก็พาให้ซ่านหัวใจ แต่อีกใจหนึ่งมันก็ได้สัญญากับตัวเองไว้แล้วว่าจะต้องปราบจระเข้เจ้าให้ได้ หาใช่เพียงเพื่อล้างแค้นให้พ่อครูเท่านั้น แต่เพื่อจะผ่อนทุกข์ร้อนให้ชาวบ้าน การมรณภาพของหลวงพ่อทำให้มันรู้ว่าอ้ายชาไม่มีทางจะยอมหยุดง่าย ๆ จนกว่าจะฆ่าชาวเมืองจนหมด

                “พี่ต้องไปปราบจระเข้เจ้า หาไม่แล้วก็คงจะมีคนตายไม่สิ้นเพราะไม่มีใครรู้ตัวจริงของจระเข้เจ้า ถึงจะระดมคนมามากก็เปล่าประโยชน์ พี่ต้องหยุดอ้ายชาเพราะพี่เป็นคนเดียวที่รู้ตัวจริงของมัน”

                เมื่อเจอกับความเด็ดเดี่ยวของชาย หญิงเจ้าก็รู้ว่าคงไม่อาจเปลี่ยนใจได้ เม้มริมฝีปากชมพูระเรื่อก่อนจะพูดขึ้น

                “ดีล่ะ ถ้าพี่ไปฉันก็จะขอติดตามไปด้วย อย่างน้อยฉันก็ได้รู้ว่าเกิดอะไรบ้าง ไม่ใช่นั่งร้อนใจอยู่ฝ่ายเดียว”

                “แต่มันอันตราย...” ฝ่ายผัวโต้แย้ง

                “เฮ้ย พวกเอ็งจะล่ำลากันอีกนานไหมว้า เวลาไม่คอยท่านะโว้ย เมียเอ็งอยากตามก็ให้มันตามไปสิว้า แค่ให้ดูอยู่ห่าง ๆ ก็พอ เร็ว ๆ โว้ย ข้ารีบ” สัปเหร่อเฒ่าตะโกนเร่งด้วยความร้อนใจ ซึ่งขณะนั้นเป็นเวลาบ่ายแล้ว หากปล่อยให้เย็นย่ำจะกลายเป็นการากที่จะออกตามล่า ทั้งหมดจึงได้ตัดสินใจเก็บเฉพาะข้าวของที่จำเป็น ออกเดินตามตาพดที่เร่งรีบนำทาง

                ชายร่างผอมแห้งเดินนำลิ่ว ๆ เหมือนหมาล่าเนื้อ ผ่านต้นไม้และดงหญ้า อีกสามคนที่เหลือบุกบั่นตามติด จนในที่สุดก็มาถึงบริเวณที่เคยเป็นตลุกซึ่งแห้งขอดเมื่อเข้าหน้าแล้ง ที่ก้นแอ่งดินแตกระแหง รอบ ๆ เป็นเนินดินโอบล้อมเว้าเป็นรูปเกือกม้า ต้นไม้ต้นหญ้าขึ้นรกเรื้อ มีต้นหางนกยูงขนาดใหญ่ยืนแห้งตายทิ้งใบโกร๋นอยู่ทางด้านหนึ่ง เมื่อสังเกตดี ๆ จะเห็นโพรงเป็นหลุมดำมืดอยู่ใต้ต้น

                สัปเหร่อเฒ่ากระโดดลงไปด้านล่าง เจ้าทองกระโดดตาม ตะเภาทองและนางเกลี้ยงทำท่าจะตามลงไปแต่ถูกเจ้าหนุ่มห้ามเสียก่อน

                “น้องตะเภาทองกับน้าเกลี้ยงไม่ต้องลงมา อยู่ดูลาดเลาข้างบนนั่นแหละ มีอะไรจะได้ช่วยร้องเตือน”

                ได้ยินเช่นนั้นนางเกลี้ยงจึงได้ชักชวนนายหญิงไปซุ่มรอในจุดที่จะมองเห็นได้ทั่ว คว้าปืนออกมาเตรียมไว้เผื่อใช้งาน

                ชายทั้งสองพากันชี้ชวนดูร่องรอย มีทั้งรอยเท้าและรอยลากผ่านประทับบนพื้นโคลนที่แห้งแข็ง เทียบขนาดแล้วคงจะเป็นจระเข้เจ้าอย่างแน่นอน นอกจากนี้ยังมีร่องรอยของจระเข้ตัวอื่น ๆ ปะปนอยู่อีกหลายรอย หากทั้งหมดกบดานอยู่ในถ้ำเดียวกันก็คงจะเรียกได้ว่าเป็นวังจระเข้

                เจ้าทองและตาพดเดินไปสำรวจอีกด้านของแอ่งที่ติดกับแม่น้ำ มีรอยใหม่ ๆ บนพื้น แต่โคลนที่แห้งแข็งทำให้กะเกณฑ์ยาก แต่ดูจากขนาดแล้วน่าจะเป็นจระเข้เจ้า ชายต่างอายุมองหน้ากันก่อนจะเดินกลับมาที่ปากโพรง

                “อ้ายทอง เอ็งคลานเข้าไปดูสิว่าจระเข้เจ้ายังอยู่หรือเปล่า ม่ายงั้นได้มาเสียเที่ยวกัน” ครูพดสั่ง

                หลานอาจารย์ไกรชะโงกหน้า พยายามเพ่งมองเข้าไปในโพรงอันดำมืดเหมือนหลุมที่ไร้ก้น แลไม่เห็นอะไรแม้สักอย่างเดียว เว้นแต่แสงสะท้อนเล็ก ๆ คล้ายจะมีแอ่งน้ำขังอยู่ภายใน ส่วนปากโพรงนั้นกว้างแค่พอให้จระเข้เจ้าแทรกตัวเข้าไป เจ้าทองต้องย่อตัวหากจะลงไปสำรวจ

                “เร็วซีว้า ประเดี๋ยวจะมืดเสียก่อน เอาหอกสัตตะโลหะมาฝากข้าไว้ก่อน เดี๋ยวจะคอยดูปากทางไว้ให้เอง” ชายร่างผอมแห้งเร่งเร้า แย่งอาวุธไปจากมือดื้อ ๆ

                เด็กหนุ่มถอนใจ จริงอยู่ว่าภายในถ้ำแคบ ๆ หอกสัตตะโลหะคงจะเกะกะ แต่ก็น่าอุ่นใจกว่าหากจะมีอาวุธติดตัวบ้าง

                “เอ้า ! เอ็งเอานี่ไป” ตาพดเหมือนรู้ใจ ยื่นมีดเล่มหนึ่งให้มันกับเทียนชัยอีกสามแท่ง จุดไฟเสียแท่งหนึ่งแล้วส่งที่เหลือให้

                “เอ็งเข้าไปดูให้ละเอียดว่าจระเข้เจ้ากับอ้ายชาอยู่ข้างในหรือเปล่า ถ้าพวกมันอยู่เอ็งรีบล่อมันออกมา ประเดี๋ยวข้าจะวางกับดักรอข้างนอก” ครูเจ้าทองว่า ส่งเทียนชัยที่ติดไฟให้เด็กหนุ่มใช้สำรวจแล้วรุนหลังมันลงรูไป

                หนุ่มน้อยผิวขาวนวลก้าวลงไปด้วยอาการประหม่า ระแวดระวังภัยรอบตัว พยายามนึกถึงพ่อครูแล้วรวบรวมความกล้า หากดวงตาวาวสะท้อนแสงนับสิบคู่ก็ทำหัวใจมันหล่นวูบไปอีก พยายามทำใจดีสู้เสือพร้อม ๆ กับกระชับมีดในมือเอาไว้มั่น สักพักก็รู้ว่าแสงไฟในมือทำให้พวกจระเข้ในถ้ำเกิดอาการจังงัง ตาพร่าจนไม่อาจขยับตัว เจ้าทองจึงอาศัยช่วงเวลานี้มองสำรวจให้ถ้วนทั่ว

                ภายในวังจระเข้มีขนาดกว้างขวางพอจะให้มันยืนได้อย่างสบาย บนพื้นมีแอ่งน้ำขัง คงเพราะอยู่ในโพรงดินจึงไม่ระเหยไปกับไอแดด จระเข้ที่อยู่ในนี้มีราวสิบกว่าตัว อยู่ในวัยฉกรรจ์ขนาดใหญ่โตทั้งสิ้น ทว่าก็ไม่มีวี่แววของจระเข้เจ้า

                เทียนไหม้เกือบหมดเล่มแล้ว เด็กหนุ่มยังคงสำรวจต่อไป เพ่งมองไปด้านลึกสุดที่เป็นเนินพ้นแอ่ง เห็นเงาตะคุ่มคล้ายใครสักคนจึงตัดสินใจต่อเทียนเล่มใหม่ แล้วโยนแท่งเก่าที่ยังติดไฟเข้าไปยังส่วนลึกของถ้ำ พวกจระเข้จ้องตามแสงไฟไปทิศทางเดียวกัน แสงไฟที่เหลือทำให้มองเห็นภาพที่อยู่ลึกเข้าไปได้ชัดขึ้น เจ้าทองแทบไม่เชื่อสายตาที่เห็นชายผิวดำมืดอาศัยร่วมกับเหล่าจระเข้ภายในถ้ำแห่งนี้ได้โดยไม่ถูกทำร้าย ราวกับพวกมันยอมรับชายหนุ่มคนนั้นให้ร่วมฝูง เจ้าทองสังเกตเห็นใบหน้าซีดขาวตัดกับผิวกายดำมืดของชายหนุ่ม แต่ก็เพียงชั่วครู่ก่อนที่เทียนเล่มเก่าจะเผาไหม้จนมอดดับไป

                ใบหน้าที่เห็นเพียงวาบเดียวทั้งมีเสน่ห์และคุ้นตาอย่างประหลาด จนเด็กหนุ่มอดรนในความอยากรู้ไม่ได้ เดินลึกเข้าไปเพื่อจะมองชัด ๆ เสียงก้าวฝ่าน้ำที่เอ่อขังดึงความสนใจพวกจระเข้มาที่เจ้าทองอีกครั้ง พร้อมกับชายผิวดำมืดที่ส่งเสียงขู่ ขยับตัวในท่าพร้อมจะต่อสู้

                เจ้าทองหยุดชะงักด้วยความลังเลที่จะก้าวลึกไปอีก ภายใต้ความกดดันนั้นเอง เทียนชัยที่อยู่ในมือกลับดับไปทั้งที่ไหม้ไปไม่ถึงครึ่งเล่ม !

                เจ้าทองถูกห้อมล้อมโดยจระเข้กินคนนับสิบ ภายในถ้ำที่มืดมิดจนแทบมองไม่เห็น !

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 11 ครั้ง

5 ความคิดเห็น

  1. #147 อำกันเล่น (จากตอนที่ 21)
    วันที่ 29 มิถุนายน 2561 / 13:31

    กรี๊ดดดดดดด


    หลานทองของป้า ... ตกหลุมเสน่ห์ของอ้ายชาเข้าอย่างจัง


    เซ็งละสิฉัน เฮ่อ

    #147
    1
    • #147-1 masked v (@masked_v) (จากตอนที่ 21)
      30 มิถุนายน 2561 / 01:33
      555+ เซ็งอารายครับ
      #147-1
  2. #90 Tresh (@KillerOrDie) (จากตอนที่ 21)
    วันที่ 17 กันยายน 2560 / 02:22
    พ่อทองของน้องจะเป็นอะไรมั้ยนะ ตอนหน้าต้องมีไฝว้กันแน่ๆ โอ้ยยยยย เลือกข้างไม่ถูกอยู่ทีมอาจารย์ไกรก็แล้วกันค่ะ คิดถึง 55555555555555
    #90
    1
    • #90-1 masked v (@masked_v) (จากตอนที่ 21)
      18 กันยายน 2560 / 18:41
      งือออ ไม่อยากคิดเลย เจ้าทองกับอ้ายช้าอยู่ในถ้ำมืดๆด้วยกันสองต่อสองจะเกิดอะไรขึ้น 5555+

      ตอนหน้าไฟ้ว์กันสนั่นแน่นอน ขนาดคนเขียนเขียนเองยังหยุดไม่อยู่เลย
      #90-1
  3. #89 แอนาเบล (@hiyasin) (จากตอนที่ 21)
    วันที่ 11 กันยายน 2560 / 13:32
    หัวใจจะวายยยย
    #89
    1
    • #89-1 masked v (@masked_v) (จากตอนที่ 21)
      11 กันยายน 2560 / 22:58
      เรียกหมอให้ไหมครับ 5555+
      #89-1
  4. #88 ปภาดา (จากตอนที่ 21)
    วันที่ 11 กันยายน 2560 / 12:10
    อยากรู้ว่าเรื่องจะดำเนินไปแบบไหนมากกกกไรท์เก่งมากกกเขียนได้สนุกชวนติดตาม
    #88
    1
    • #88-1 masked v (@masked_v) (จากตอนที่ 21)
      11 กันยายน 2560 / 22:57
      ขอบคุณครับ ใกล้จะจบแล้วนะครับ ช่วยติดตามจนจบด้วยนะครับ
      #88-1
  5. #87 nongmuayzz (@nongmuayzz) (จากตอนที่ 21)
    วันที่ 10 กันยายน 2560 / 14:34
    ตาพดตั้งใจจะทำอะไรกันแน่ ..
    อย่ามารังแกอ้ายท้องของชั้นนะ
    #87
    1
    • #87-1 masked v (@masked_v) (จากตอนที่ 21)
      10 กันยายน 2560 / 22:01
      โดนอ้ายเข้ล้อมแบบนี้ พ่อทองไม่รอดแน่ๆ อิอิ
      #87-1