โศกนาฏกรรมแห่งสายน้ำ

  • 90% Rating

  • 1 Vote(s)

  • 4,501 Views

  • 158 Comments

  • 147 Favorites

แชร์นิยายเรื่องนี้

  • Month Views
    15

    Overall
    4,501

ตอนที่ 20 : ตอนที่ 12 ความแตก

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 333
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 11 ครั้ง
    26 ส.ค. 60

                บนเรือนหลังใหญ่ อดีตโจรร่วมก๊กต่างสุมหัวปรึกษากันไปพลาง ระหว่างทานสำรับมื้อเที่ยง

                “ถ้างั้นเอ็งก็ตระเตรียมแผนการไว้หมดแล้วล่ะสิ” ผู้มาเยือนเปรยเมื่อฟังความจนจบ

                “ใช่แล้วล่ะพี่หาญ เรื่องอุปกรณ์หรือแรงคนน่ะฉันพอหาได้ไม่ยาก นี่ก็ระดมคนจากแขวงอื่นมาช่วยกันไล่ต้อนฝูงจระเข้ให้ไปจนตรงฝายที่จะสร้างกลางแม่น้ำ ขาดก็แต่คนลงมือฆ่าพวกมัน เพราะมีแต่ชาวบ้าน ไม่มีใครจะเหี้ยมหาญพอสักคน ฉันถึงได้หวังพึ่งพวกพี่กับลูกน้อง หากพี่ไม่ช่วยก็คงจะทำการณ์ไม่สำเร็จ” เจ้าของเรือนพะเน้าพะนอเอาใจ หวังให้อีกฝ่ายตกปากรับคำ

                “เออ อ้ายเรื่องฆ่าเรื่องแกงล่ะขอให้บอกเถิด ใช่ยากใช่เย็นอันใด แต่ขอปรึกษากับพรรคพวก เล่าแผนการให้ฟังเสียก่อน ถ้างานนี้สำเร็จเอ็งอย่าลืมที่ได้ให้สัญญาเสียล่ะ” ขุนหาญย้ำทวงสัญญา ก่อนจะล้างมือแล้วบ้วนปากหลังอิ่มหนำกับมื้ออาหาร ล้วนของดีที่หมื่นเสือนำมาเลี้ยงหวังจะผูกใจ

                “ตามสบายเถอะพี่ ประเดี๋ยวบ่ายเจ้าสัวก็จะมาร่วมหารือ จะได้เริ่มงานกันไม่ให้เนิ่นช้า” หมื่นเสือล่ำลา ครั้นขุนโจรตาเดียวก้าวลงเรือนไปแล้ว หมู่เพิ่มที่แอบอยู่จึงได้ถลันเข้ามา

                “พี่เสือ พี่เสือ” หัวหมู่ร้องเรียก

                “อ้าว อะไรของเอ็งวะอ้ายเพิ่ม ทำลับ ๆ ล่อ ๆ” ว่าที่เจ้าเมืองเอ็ด

                “ฉันไม่อยากเข้าหน้าขุนหาญน่ะสิพี่ แต่เมื่อเช้าฉันไปตลาด เลยได้ข่าวใหญ่มาบอก พี่ฟังแล้วทำใจดี ๆ นะ”

                “โว้ย อะไรของเอ็งวะ พิรี้พิไรจริง รีบเล่ามา” หมื่นเสือเริ่มจะรำคาญ เร่งให้อีกฝ่ายบอกข่าวโดยไว

                “คือว่า...แม่ตะเภาทองน่ะสิ...อ้า...คือว่า...แม่ตะเภาทอง...ตกเป็นเมียหลานอาจารย์ไกรไปแล้ว...” หมู่เพิ่มเล่าด้วยอาการกล้า ๆ กลัว ๆ

                “เอ็งเอาที่ไหนมาพูดวะ อ้ายเพิ่ม !” หมื่นเสือเสียงขุ่น คาดคั้นเอาความ

                “มะ...แม่ตะเภาทองเป็นคนพูดมาเองที่กลางตลาด ใคร ๆ ก็ได้ยินกันทั่วนั่นแหละพี่” หมู่เพิ่มอธิบาย แต่เหมือนอีกฝ่ายจะไม่ยอมฟังอะไรเสียแล้ว

                “ไป ! เอ็งไปไกล ๆ ข้าเดี๋ยวนี้อ้ายเพิ่ม บังอาจเอาข่าวอัปรีย์เช่นนี้มาบอกข้า ไป๊ !” หมื่นเสือเอะอะอาละวาดด้วยความเกรี้ยวกราด ขว้างปาถ้วยชามเป็นการใหญ่ จนเมื่อกาคาบข่าวเผ่นไปไกลแล้ว จึงทิ้งตัวลงนั่งพัก ขบเขี้ยวเคี้ยวฟันด้วยความแค้นใจ

                ชายผู้รั้งตำแหน่งเจ้าเมืองนั่งคิดด้วยความคับแค้นใจ ไม่อยากจะเชื่อข่าวที่ได้ยิน ด้วยไม่ระแคะระคายมาก่อนว่าบุตรสาวเจ้าสัวกับเจ้าหนุ่มพเนจรคบหากันอยู่ ทั้งฐานะของเจ้าหนุ่มก็เพียงแค่อาศัยข้าวก้นบาตรพระไปวัน ๆ ไม่นึกเลยว่าแม่ตะเภาทองจะใฝ่ต่ำปานนั้น ยิ่งคิดก็ยิ่งแค้นแทบจะกระอักไม่ต่างจากครั้งรู้ข่าวอ้ายชากับแม่ตะเภาแก้ว จนอยากจะแล่นไปถามกับเจ้าสัวให้รู้ความโดยไว ว่าเหตุไฉนจึงเลี้ยงลูกให้ใจง่ายถึงเพียงนี้

 

                ตกบ่าย เจ้าสัวได้มาถึงเรือนหมื่นเสือเพื่อจะปรึกษาแผนการกวาดล้างฝูงจระเข้ ขุนหาญกับเจ้าสัวนั้นมักคุ้นกันอยู่แล้ว เพราะตัวเจ้าสัวเองเมื่อครั้งเป็นคนงานแบกหาม เป็นผู้บอกข่าวให้ขุนหาญปล้นกองเกวียนสินค้าจนกิจการของเศรษฐีสองผัวเมียล่มจม ต้องยกบุตรสาวให้เพื่อแลกกับการกู้ยืมเงิน จนในที่สุดก็เสียกิจการทั้งหมดให้กับเจ้าสัว อันเป็นจุดเปลี่ยนแปลงในชีวิตของชายยากไร้ที่อพยพหนีความยากจนมาจากเมืองจีน หากนั่นมิได้นำมาเพียงความมั่งคั่ง แต่ยังนำมาซึ่งเรื่องยุ่งยากและความทุกข์ใจอีกมาก ทั้งพ่อตาแม่ยายที่ช้ำใจเพราะเสียรู้จนตรอมใจตาย ภรรยาที่ชิงชังจนตั้งใจจะลอบวางยา แต่ความแตกจึงชิงดื่มยาพิษลาโลก ทิ้งบุตรสาวฝาแฝดซึ่งแทบไม่ยอมพูดคุยกับบิดา แม้จะเผชิญเรื่องราวถึงเพียงนี้ แต่เจ้าสัวก็บอกตนเองว่าไม่อาจหยุดไว้เพียงครึ่ง ๆ กลาง ๆ มีแต่ต้องร่วมกับหมื่นเสือและขุนหาญที่สมรู้ร่วมคิดกันมานานให้ถึงที่สุด เพราะอีกไม่นานหมื่นเสือก็จะได้ขึ้นเป็นเจ้าเมืองและมาเป็นลูกเขยตน เมื่อนั้นเจ้าสัวก็จะมีอำนาจพอจะสร้างความมั่งคั่งได้อีกมาก

                ทั้งสามพูดคุยปรึกษาแผนการกันจนเสร็จสรรพ โดยเจ้าสัวได้ตระเตรียมข้าวของไว้พร้อมเพรียง หากพรุ่งนี้คนจากแขวงอื่นมาถึงก็เริ่มสร้างฝายกันได้เลย ระหว่างที่หารือ เจ้าสัวสังเกตว่าหมื่นเสือมีอาการเหมือนโกรธขึ้ง หากไม่ได้พูดอะไรออกมา กระทั่งตอนจะกลับ

                “ฉันดีใจกับเจ้าสัวด้วยล่ะ ที่ได้ลูกเขยกับเขาเสียที” หมื่นเสือกล่าวโดยไม่หันมามองหน้า

                “เอ๊ะ หมื่นเสือเอาที่ไหนมาพูด ?” ชายเชื้อจีนถามผู้ที่ตั้งใจจะดองกัน

                “เรื่องนี้แม่ตะเภาทองเป็นคนพูดเองที่กลางตลาด ว่าเป็นผัวเป็นเมียกับเจ้าหลานชายอาจารย์ไกรแล้ว เจ้าสัวกลับไปถามบุตรสาวเอาเองเถอะ”

                ฟังคำหมื่นเสือแล้วเหมือนถูกตบจนหน้าชา เศรษฐีร่างอ้วนจึงรีบล่ำลา หวังจะกลับไปซักถามเอาความให้จงได้

                “ไงล่ะวะ อ้ายเสือ ข้าบอกแล้วว่าวิธีเอ็งมันเสียเวลาเปล่า ถ้าเป็นข้าล่ะส่งคนไปฉุดลูกสาวมันนานแล้วโว้ย ไม่รอจนคนอื่นคาบไปกินแบบนี้หรอก นี่พี่ก็เสียไปแล้ว น้องก็ทำท่าจะไม่ได้” ขุนหาญออกความเห็นหลังเจ้าสัวจากไปแล้ว

                “ถ้าไม่ใช่ลูกสาวเจ้าสัวฉันก็คงทำเช่นนั้นไปนานแล้ว นี่บ่าวไพร่เขาก็มี ทั้งเจ้าสัวก็รับปากแล้ว ไม่คิดว่าจะมีมือดีมาลักขโมยกิน ถ้าจับตัวมาได้ล่ะฉันไม่ปล่อยมันไว้แน่” หมื่นเสือว่า ขบเขี้ยวเคี้ยวฟันด้วยความแค้นใจ

                “เอ็งคิดเช่นนั้นก็ตามใจเถอะ ว่าแต่จะเชื่อใจเจ้าสัวได้แน่เรอะ ท่าทางมันดูเจ้าเล่ห์นัก ตั้งแต่ช่วยจนมันยึดครองกิจการได้เป็นเศรษฐี ไม่เห็นมันคิดจะตอบแทนบุญคุณเราสักอย่าง นี่มันก็คงกะจะใช้ให้เอ็งเหนื่อยแทนให้มันรวยขึ้นไปอีก”

                คำของโจรไพรทำผู้รั้งเมืองได้คิด นับแต่คบค้ากันมา ดูท่าว่าเจ้าสัวจะเป็นฝ่ายได้ผลประโยชน์เสียมากกว่า แต่เดิมหมื่นเสือเชื่อว่าหากได้บุตรสาวเจ้าสัวมาเป็นเมีย ถึงอย่างไรทรัพย์สินทุกอย่างก็ย่อมตกแก่ตน กระทั่งตะเภาแก้วสิ้นไปแล้ว ตะเภาทองก็กลับตกไปเป็นเมียอ้ายหน้าอ่อนอีก นึกย้อนไปเมื่อครั้งอาจารย์ไกรยังอยู่ เจ้าสัวก็เคยพูดว่าจะยกตะเภาทองให้มัน หรือว่าตัวเจ้าสัวจะแอบรู้เห็นเป็นใจ...

                “ถ้าข้าฉุดลูกสาวมันมาให้ล่ะ เอ็งจะว่ายังไง” ขุนหาญเปรย

                “พี่พูดจริงรึ ?” หมื่นเสือถามกลับด้วยความสนใจ

                “จะยากอะไรวะ พลพรรคก็มีพร้อม ลงเอ็งเป็นผัวนังลูกสาวมันแล้ว ยังไงพ่อมันก็ต้องยอม หรือเอ็งจะให้มันเอามาใช้ต่อรอง หลอกใช้เอ็งไปเรื่อย ๆ”

                “แต่เรายังต้องพึ่งพาความช่วยเหลือจากเจ้าสัว ถ้าเป็นไปได้พี่ก็อย่าลงมือรุนแรงถึงขั้นฆ่าแกงใครเข้า จะกลายเป็นผูกแค้นกันไปเสียเปล่า” สีหน้าหมื่นเสือดูยุ่งยากใจขึ้นมา

                “เออ ไว้ข้าจะเป่ามนต์ให้เวรยามหลับแล้วขึ้นไปอุ้มตัวมาเงียบ ๆ ข้าก็อยากเห็นเหมือนกันว่านังนั่นมันงามขนาดไหน เอ็งถึงยอมเป็นวัวเป็นควายให้เจ้าสัวมันจูงจมูก ว่าแต่ข้าจะขอเชยชมบ้าง เอ็งคงไม่ว่ากระไรหรอกนะ” จอมโจรแสยะยิ้ม เลียริมฝีปาก

                “ตามสบายเถอะพี่ เมื่อนังนั่นมันไม่รักดียอมตกเป็นของคนอื่นได้ กับพี่ฉันจะไปหวงทำไม เราก็เหมือนครอบครัวเดียวกันอยู่แล้ว ขอแค่ให้ฉันได้ล้างอายเจ้าสัวกับลูกสาวมันบ้างก็พอแล้ว” หมื่นเสือตอบอย่างไม่ทุกข์ร้อนใจ

                “ฮ่า ฮ่า ฮ่า ดี ! งั้นเอ็งรอแล้วกัน คืนนี้ล่ะข้าจะเข้าไปเอาตัวเจ้าสาวมาให้เอ็ง” โจรตาเดียวหัวเราะแล้วเดินจากไป ขณะที่เจ้าของเรือนยังคงนั่งกับที่ เพียงนึกว่าจะได้เชยชมโฉมงามที่ทำมันแทบคลั่งมานานก็รู้สึกพลุ่งพล่าน หันไปมองหวายที่พาดข้างฝา คิดถึงคืนที่ระบายอารมณ์กับนังอ่อนแล้วแทบจะควบคุมตัวเองไม่อยู่

 

                เจ้าสัวกลับถึงเรือนเอาเมื่อเย็น ยังเจ็บใจจากที่ถูกหมื่นเสือว่าเอาต่อหน้า ผลุนผลันเดินไปทุบประตูถามเอากับบุตรสาวถึงหน้าห้อง

                “ตะเภาทอง ออกมาคุยกับพ่อเดี๋ยวนี้ !” เศรษฐีร่างอ้วนตะโกนเรียก พยายามข่มอารมณ์หวังจะคุยด้วยดี ๆ แต่ไม่มีเสียงตอบกลับมา ทำให้ฉุนเฉียวยิ่งขึ้น

                “นังลูกไม่รักดี ออกมาคุยกันให้รู้เรื่องเดี๋ยวนี้ ไปทำเรื่องงามหน้าอะไรไว้ที่ตลาด ฮึ !

                เจ้าสัวตวาดลั่น ทุบประตูเป็นการใหญ่จนคนในเรือนต่างตกใจ

                “พวกเอ็งพังประตูเข้าไปซิ วันนี้ข้าจะตีสั่งสอนนังลูกชั่วสักหน่อย” สั่งบ่าวไพร่ให้เร่งพังประตูแล้วตนเองก็ถอยมานั่งพัก หายใจด้วยความเหนื่อยหอบเพราะไม่ค่อยได้ออกแรง ถึงอย่างไรวันนี้ก็ตั้งใจว่าจะเลิกอ่อนข้อ ลงโทษบุตรสาวให้หลาบจำเสียบ้าง

                บรรดาคนงานชายพากันระดมแรงผลักประตูอยู่นานแต่ก็หาเปิดไม่ ด้วยข้างในคงจะลงกลอนแน่นหนา บ่าวหญิงคนหนึ่งเปรยด้วยความวิตก เกรงว่าคุณหนูตะเภาทองจะฆ่าตัวตายหนีการแต่งงานกับหมื่นเสือเหมือนคราวคุณหนูตะเภาแก้ว เจ้าสัวหันไปเอ็ดคนใช้รายนั้น หากไม่วายจะพลอยวิตกตาม สั่งให้เอาขวานมาจามประตูให้เปิดออกโดยไว หลังระดมกำลังช่วยกันฟันประตูเป็นการใหญ่ ในที่สุดก็เปิดห้องเข้าไปได้ ทว่าภายในกลับมีเพียงความว่างเปล่า ทั้งเจ้าสัวและบ่าวไพร่พยายามควานหาอยู่เป็นนานก็ไม่พบเจอ จึงปลงใจเป็นอันแน่แล้วว่าตะเภาทองคงจะถูกลักพาตัวไป

 

                อีกด้านหนึ่ง สองสาวซึ่งแต่งกายปกปิดมิดชิด โพกผ้าปิดหน้าปิดตาดูราวกับชาวบ้านที่ออกหาของป่า จนไม่มีใครจะมองออกว่าเป็นนางเกลี้ยงและนางตะเภาทอง ทั้งสองพกห่อสัมภาระ มีข้าวของติดตัวไม่มาก ที่เหลือเป็นทรัพย์สมบัติและอาหารแห้ง นอกจากนั้นเป็นอาวุธติดตัว มีปืนยาวคนละกระบอกและมีดพกคนละเล่ม

                “คืนนี้เราพักกันที่นี่ก่อนเถอะนะเจ้าคะ ไว้พรุ่งนี้ออกไปหาพ่อทองแล้วค่อยชวนกันหนีออกจากเมืองนี้ด้วยกัน” หญิงพี่เลี้ยงกล่าว ถอดผ้าคลุมหน้าออกออกแล้ววางสัมภาระลงบนกระท่อมร้างหลังหนึ่ง ซึ่งเจ้าของได้อพยพหนีภัยจากสัตว์ร้ายไปนานแล้ว

                เด็กสาวนั่งนิ่ง นึกถึงการตัดสินใจอันปัจจุบันทันด่วนของตน ด้วยเห็นว่าเจ้าสัวไปปรึกษากับหมื่นเสือที่เรือน คงไม่พ้นระแคะระคายเรื่องที่ตลาด จึงได้ชักชวนพี่เลี้ยงให้หนีกันก่อนแผนการเดิม หาไม่แล้วก็คงไม่มีโอกาส ตั้งใจว่าพบเจอยอดชู้เมื่อใดจะได้เร่งชักชวนกันหนีออกจากเมืองไปตั้งต้นชีวิตใหม่ จึงพกเสื้อผ้ามาแต่น้อย หวังไปซื้อเอาใหม่ที่เมืองข้างหน้า

                “คุณหนูนอนเสียก่อนนะเจ้าคะ น้าจะคอยอยู่โยงให้ พรุ่งนี้จะได้ออกตามหาพ่อทองกันแต่เช้า” นางเกลี้ยงปูผ้าให้แล้วเอ่ยชักชวน เพราะต่างไม่รู้ว่าตอนนี้เจ้าทองไปพักอยู่ที่ไหน จึงหวังจะนอนพักเอาแรงค่อยไปตามหาข่าวในตอนเช้า โดยต่างก็ลืมคำที่เจ้าหนุ่มนัดแนะว่าจะเข้าไปหาตอนค่ำ

 

                “เอ็งว่าอะไรนะ น้องตะเภาทองถูกลักพาตัวไปงั้นรึ ?” หมื่นเสือย้ำถามเสียงดังเอากับบ่าวที่เจ้าสัวใช้ให้มาแจ้งเพื่อขอความช่วยเหลือ ซึ่งทำเอาชายแขนเดียวแทบนั่งไม่ติด คิดไปต่าง ๆ นานา จะเป็นฝีมือขุนหาญหรือก็เพิ่งออกไปไม่นาน ไม่น่าจะลงมือรวดเร็วนัก จึงเหลือแต่เพียงเด็กหนุ่มจากต่างเมืองที่น่าสงสัย ด้วยความร้อนใจจึงเร่งนำสมัครพรรคพวกไปที่เรือนเจ้าสัวเพื่อจะสอบถามให้รู้ความ

                ที่เรือนของเศรษฐีประจำเมือง ชายเชื้อจีนนั่งหน้าเศร้า คอตกด้วยความทุกข์ใจ กระทั่งผู้รั้งเมืองมาถึงจึงเข้าไปเกาะชายเสื้อ วิงวอนละล่ำละลัก

                “หมื่นเสือ ช่วยฉันด้วย ลูกสาวฉันถูกมันลักเอาตัวไป ช่วยตามหาให้ฉันทีเถอะ ฉันเหลือลูกสาวแค่คนเดียวแล้ว”

                หมื่นเสือฟังแล้วให้ตกตะลึง เมื่อตั้งสติได้จึงรีบพูดปลอบให้เจ้าสัวใจเย็นลงบ้าง ขณะนั้นเป็นเวลามืดค่ำแล้ว หมื่นเสือจึงได้สั่งบ่าวไพร่จุดคบเพลิงเพื่อเร่งตามหาให้รอบบริเวณบ้าน เผื่อจะเจอเบาะแส

                บริเวณพงไม้รกทึบที่เจ้าหนุ่มหน้าแฉล้มใช้ซ่อนตัว เพราะได้สัญญาไว้ว่าจะมาอธิบายแก้ไขความเข้าใจผิดกับคู่ชิ้นจึงได้รีบมาแต่หัวค่ำ ครั้นเห็นแสงไฟจากคบมุ่งตรงมาก็ให้ประหลาดนัก เหมือนมีกลุ่มคนกำลังออกควานหาอะไรบางอย่าง จนเข้ามาใกล้จึงเห็นว่าไม่ได้การ รีบเผ่นหนีเสียก่อนจะถูกพบตัว

                เจ้ากำพร้าวิ่งหลบมาอีกทาง สายตาจับจ้องอยู่กับแสงไฟทางด้านหลัง เห็นว่าห่างออกไปก็ค่อยเบาใจ กระทั่งสะดุดเข้ากับอะไรบางอย่าง

                “เฮ้ย ใครวะ ?” น้ำเสียงเหี้ยมเกรียมสบถถาม ด้วยสภาพมืดมิดจนยากจะแยกแยะว่าใครเป็นใคร

                ที่แท้คนที่เจ้าทองวิ่งมาชนคือขุนหาญ ซึ่งนำลูกน้องออกมาซุ่มรอฤกษ์ที่จะเข้าไปลักพาตัวตะเภาทองตามที่ได้ตกลงกับหมื่นเสือ หะแรกยังคิดว่าเป็นลูกน้องคนหนึ่งที่ซุ่มซ่าม วิ่งแตกแถวจนมาชนตนเอง แต่เมื่อจับเนื้อตัวเห็นว่ารูปร่างอรชร ทั้งผิวพรรณก็นุ่มนิ่มผิดไป

                “น้องตะเภาทอง !” เสียงหมื่นเสือตะโกนมาจากฝั่งที่ค้นหา พร้อมกับบ่าวไพร่ที่ช่วยกันตะโกนร้องเรียก

                ขุนหาญงงงวยอยู่พักหนึ่ง ด้วยตกลงกับหมื่นเสือว่าจะให้ตนมาลักตัวบุตรสาวเจ้าสัว แต่เหตุไฉนอดีตโจรร่วมก๊กจึงเป็นฝ่ายออกมาตามหา นึกระแวงไปว่าอาจเป็นกลอุบายอันใด ครุ่นคิดอยู่ครู่หนึ่งจึงตะโกนออกไป

                “อยู่นี่ ข้าจับไว้ได้แล้วโว้ย !

                พวกที่ออกตามหารีบมุ่งมาตามทิศทางเสียง หมื่นเสือวิ่งออกนำก่อนเพราะจำเสียงขุนหาญได้ ตั้งใจจะนัดแนะกันก่อน กระทั่งวิ่งไปถึงก็เห็นขุนโจรและลูกสมุนจับตัวเจ้าหนุ่มต่างแดนเอาไว้ จึงหันไปโบกคบไฟบอกกับพวกที่ตามมาข้างหลัง

                “เอาล่ะ จับตัวการไว้ได้ล่ะ เดี๋ยวเอาตัวมันไปซักถาม ให้มันคายความจริงออกมา”

                ทั้งหมดจึงพาตัวเด็กหนุ่มกลับไปที่เรือนเจ้าสัวเพื่อจะสอบปากคำ

 

                เจ้าทองถูกนำตัวมายังเรือนเจ้าสัว ถูกมัดเอาไว้ในห้องหนึ่งโดยมีบ่าวไพร่ยืนเฝ้าอยู่ ไม่ช้าประตูห้องก็เปิดออก เศรษฐีร่างอ้วนกรากเข้ามาด้วยความเดือดดาล คว้าตัวเด็กหนุ่มเข้ามาตะคอกถาม

                “อ้ายระยำ เอ็งเอาลูกข้าไปไว้ที่ไหน !

                หลานอาจารย์ไกรนิ่งงัน งุนงงต่อคำถาม จนเจ้าสัวตบหน้ามันฉาดใหญ่ ทำมันงงหนักกว่าเดิม

                “อ้ายโจรร้าย รับสารภาพมาดี ๆ เอ็งเอาน้องตะเภาทองไปซ่อนไว้ที่ไหน ?” หมื่นเสือที่เดินเข้ามาในห้องอีกคนถามมันด้วยคำถามเดิมที่เจ้าทองยังจับต้นชนปลายไม่ถูก

                “กะ...เกิดอะไรขึ้นกับน้องตะเภาทองกันแน่จ๊ะ ?” เจ้าทองถามกลับเพื่อจะประติดประต่อเรื่องราว แต่กลับถูกหมื่นเสือฟาดด้วยหลังมือจนถึงกับมึนงง

                “อ้ายผู้ร้ายปากแข็ง ! เอ็งเป็นคนลักพาตัวน้องตะเภาทองไป ยังมาทำเป็นไม่รู้ไม่เห็น ดีล่ะ เรียกพยานออกมา ดูซิว่าเอ็งจะแก้ตัวยังไง” หมื่นเสือตะคอก

                ครู่หนึ่งก็มีบ่าวไพร่ของเจ้าสัวเข้ามา ต่างยืนยันว่าเห็นเจ้าทองเข้าไปพูดคุยกับคุณหนูตะเภาทองหลายหน ทั้งที่วัดและตอนที่ตามพระออกบิณฑบาต บ่าวอีกคนซึ่งมีหน้าที่ตรวจตราบริเวณบ้านก็เห็นเจ้าทองด้อม ๆ มอง ๆ แถวเรือน ครั้งหนึ่งเห็นคนวิ่งหนีออกไปตอนเช้ามืด เห็นหลังไว ๆ ดูแล้วน่าจะเป็นเจ้าทอง พยานทั้งหมดล้วนให้การไปในทางเดียวกัน ทำให้หลานอาจารย์ไกรตกเป็นผู้ต้องสงสัยอย่างเลี่ยงไม่ได้

                “บอกมา เอ็งเอาน้องตะเภาทองไปไว้ที่ไหน ?” หมื่นเสือตะคอกถามอีกครั้ง แต่เจ้าทองไม่ได้ตอบอันใด เพราะตัวมันก็ไม่รู้เหมือนกัน

                “ดีล่ะ ในเมื่อปากแข็งนักก็ต้องให้มันชิมหวายเสียบ้าง เผื่อจะยอมพูด” ชายแขนเดียวคำราม คว้าไม้หวายโบยกระหน่ำใส่ร่างอันบอบบาง ผิวขาวนวลถูกฟาดจนบวมช้ำ ปริแตกเป็นแผล จนเด็กหนุ่มถึงกับสลบไปเพราะความเจ็บปวดที่ได้รับ

                “เอาน้ำสาดให้มันฟื้น ถ้ามันไม่ยอมบอกก็อย่าหวังจะรอดไปได้” เจ้าคนโบยหันไปสั่งบ่าวซึ่งเตรียมถังน้ำไว้พร้อมแล้ว ถอยมาเพื่อให้สาดน้ำจนหนุ่มน้อยฟื้นสติ

                น้ำที่ซัดใส่หน้า ทำเจ้าทองฟื้นขึ้นมา นึกว่าเมื่อครู่เพิ่งจะฝันร้าย ทว่าตัวมันยังคงถูกมัด และเจ้าคนที่กล่าวหาก็ยังคงยืนอยู่ตรงหน้า

                “ไม่ยอมพูดเรอะ ไหนลองดูซิว่าเอ็งจะทนได้สักแค่ไหน” ผู้ลงทัณฑ์เชยคางเด็กหนุ่มขึ้นมาให้เห็นชัด ๆ ไม่ช้าบ่าวไพร่ก็นำอุปกรณ์ทรมานเข้ามา มีทั้งที่หนีบนิ้วมือและบีบขมับ หวังจะให้เด็กหนุ่มสารภาพและบอกที่ซ่อนตะเภาทองโดยไว

                “เอ้า จะเอาอย่างไร รีบบอกมา หรือจะต้องถูกทรมานเสียก่อน” หมื่นเสือข่มขู่

                “ฉัน...ไม่รู้...” เจ้าทองตอบไปตามจริง หากไม่ต้องใจอีกฝ่าย จึงเริ่มการทรมานด้วยอุปกรณ์ที่เตรียมมา เสียงร้องด้วยความเจ็บปวดดังก้องไปทั่วทั้งห้อง จนแม้แต่เจ้าสัวที่อยากรู้ที่อยู่ลูกสาวมากกว่าใครก็ยังทนไม่ไหว เดินออกจากห้องไปก่อน

                เสียงร้องจากการถูกทรมานยังคงดังต่อไป กระทั่งเกือบสองยามก็เงียบลง ร่างเพรียวบางที่ถูกลงทัณฑ์สลบไปเป็นครั้งที่สาม ขณะที่ฝ่ายลงมือก็เหนื่อยล้าจนอ่อนใจ

                “มันยอมบอกหรือยัง ?” เจ้าสัวตรงเข้าไปถามหมื่นเสือทันทีที่เดินออกจากห้อง อีกฝั่งส่ายหน้าด้วยความผิดหวัง

                “มันไม่ยอมพูดเลย แต่เจ้าสัววางใจเถอะ ถ้าน้องตะเภาทองเพิ่งจะหายไปวันนี้ ฉันก็เชื่อว่าน่าจะยังปลอดภัยดีอยู่ ที่มันย้อนกลับมานี่คงจะลืมอะไรบางอย่างจึงกลับมาเอา ถึงอย่างไรเราก็จับตัวมันไว้ได้แล้ว ค่อย ๆ หาวิธี ประเดี๋ยวมันก็ต้องพูด หรือระดมคนค้นหาก็คงจะพบน้องตะเภาทอง เจ้าหนุ่มนี่มันเป็นคนเมืองอื่น คงไม่รู้ที่ซ่อนที่ลึกลับนักหรอก” ชายแขนเดียวว่า แต่พ่อตะเภาทองกลับยังไม่สบายใจอยู่ดี

                “พรุ่งนี้หมื่นเสือระดมคนจากแขวงอื่นมา ให้มาช่วยกันหาลูกสาวฉันก่อนดีไหม ?” เจ้าสัวถาม

                “ฉันจะเสียคำพูดไปน่ะซีเจ้าสัว ตอนนี้เรื่องใหญ่ของเราคือการกวาดล้างฝูงจระเข้ ฉันไม่อยากให้ทุกคนอ่อนล้าเพราะเจ้าสัวก็รู้ว่าจระเข้เจ้ามันอันตรายนัก ให้ปราบมันได้แล้วค่อยค้นหาน่าจะดีกว่า อีกอย่างถ้าไม่รีบปราบจระเข้เจ้า ฉันเกรงว่าน้องตะเภาทองที่อยู่ข้างนอกจะกลายเป็นเหยื่อมัน ซ้ำรอยน้องตะเภาแก้วไปอีก” คำพูดของหมื่นเสือมีเหตุผล จนแม้แต่พ่อผู้ร้อนใจก็ยังต้องยอมรับ หวังว่าแผนการในวันพรุ่งนี้จะลุล่วง กำจัดจระเข้เจ้าได้ก่อนบุตรสาวที่เหลืออยู่เพียงคนเดียวจะเป็นอันตรายไป ทั้งสองจึงได้ล่ำลา ให้ผู้รั้งตำแหน่งเจ้าเมืองกลับไปพักผ่อนเพื่อจะพร้อมเริ่มดำเนินแผนการในวันพรุ่งนี้

 

                อรุณรุ่งวันใหม่มาถึง เมืองปากยมที่เงียบเหงาก็กลับครึกครื้นขึ้น เมื่อผู้คนจากต่างแขวงต่างเมืองระดมกันมาเป็นกำลังหลายร้อย หวังจะใช้จำนวนคนเข้าปราบปราม ล้างบางจระเข้ให้หมดจากลำน้ำ

                ที่เรือนเจ้าสัว เด็กหนุ่มที่ตกเป็นผู้ต้องสงสัยหลับไปทั้งสภาพที่ถูกมัดด้วยเจ็บปวดร่างกายและอ่อนเพลียเหลือกำลัง ฝ่ายเศรษฐีเจ้าของเรือนเปิดประตูเข้ามา มองหน้ามันไว้ไม่ให้ลืม แล้วจึงสั่งเวรยามให้เข้มงวดเฝ้าเอาไว้ ก่อนจะจากไปเพื่อร่วมในแผนกวาดล้างจระเข้ครั้งใหญ่

                ที่กลางแม่น้ำซึ่งจะใช้เป็นที่สร้างฝาย ทั้งผู้คนและอุปกรณ์ต่างก็ระดมกันมา ใช้ไผ่นับร้อยลำปักขวางเหมือนระเนียดค่าย โดยอาศัยว่าเป็นหน้าแล้ง น้ำลดลงจนพอจะทำการได้ เรือทั้งน้อยใหญ่อีกหลายลำผูกโยงกันไว้ กั้นเป็นแนวหลังระแนงไผ่ ปักเสาให้มั่นคง ทั้งหมื่นเสือและขุนหาญต่างก็ยืนรอบนเรือเหล่านั้น รวมทั้งลูกน้องโจรที่ถือหอกยาวคอยที รอให้ฝ่ายต้อนไล่พวกจระเข้มาให้แทง

                เรือเล็กอีกหลายลำระดมมาเป็นฝ่ายต้อน มีหมู่เพิ่มและลูกน้องขุนหาญอีกส่วนกระจายกันไป คอยไล่พวกจระเข้ไปยังที่สังหารโดยใช้ไม่ไผ่ยาวปลายแหลม ปักไปผืนน้ำที่คาดว่าจะมีจระเข้กบดานอยู่ข้างล่าง ทั้งหมดเป็นงานเอิกเกริกใหญ่โต จนทั้งเมืองเปลี่ยวร้างเพราะผู้คนไปรวมกันตามแม่น้ำลำคลองจนหมด

 

                “ทองเอ๊ย ตื่นเถอะ” เสียงเรียกทำเด็กหนุ่มฝืนลืมตาทั้งที่ร่างกายยังปวดระบม เห็นใบหน้าคุ้นเคยแล้วทำให้มันแปลกใจ

                “พ่อครู” เจ้ากำพร้าร้องเรียก แต่อีกฝ่ายทำหน้าขรึม ใช้นิ้วประทับปากมันไว้แล้วสั่งความ

                “อย่ามัวพิรี้พิไร รีบแก้เชือกแล้วหนีก่อนเถอะวะ ถ้าหมื่นเสือกลับมาเอ็งไม่รอดแน่” กล่าวจบร่างพ่อครูก็สลายไป เด็กหนุ่มสะดุ้งลืมตาตื่นขึ้นมาอีกครั้ง

                เจ้าทองเบิกตามองไปรอบ ๆ มันยังคงอยู่ในห้องที่ปิดทึบเพียงลำพัง ความเจ็บปวดแล่นขึ้นเมื่อขยับตัว แต่ก็ฝืนพยายามแก้เชือกที่มัด รู้สึกว่าพอจะขยับให้ปมเคลื่อนได้ มันจึงพยายามมากขึ้นจนในที่สุดเชือกก็หลุดออกอย่างน่าอัศจรรย์

                เด็กหนุ่มลุกขึ้นยืนอย่างอ่อนแรง ร่างกายบาดเจ็บจนอ่อนเปลี้ยไปหมด กระนั้นก็ยังฝืนลากสังขารไปจนถึงประตู เมื่อออกแรงผลักก็กลับเปิดออกได้อย่างง่ายดาย

                เจ้ากำพร้าต้องหรี่ตาเมื่อเผชิญแสงสว่างภายนอก ที่หน้าประตูบ่าวไพร่ซึ่งถูกใช้ให้เฝ้าเวรยามกำลังงีบหลับ ตลอดทั้งเรือนก็หามีใครอื่น ด้วยต่างระดมกันไปช่วยจับจระเข้ เจ้าทองจึงใช้โอกาสนี้รีบหนีให้เร็วที่สุดเท่าที่จะทำได้ จนมาได้หลายก้าวเวรยามอีกคนที่เพิ่งไปถ่ายหนักเดินกลับมาเห็นเข้า ร้องตะโกนเอะอะ

                “เฮ้ย คนร้ายหนีแล้วโว้ย !

                ยามที่งีบหลับสะดุ้งตื่น ฉวยไม้วิ่งไล่มา เจ้าทองหนีอย่างสะเปะสะปะ ถูกต้อนจนมาถึงท่าน้ำ

                “อ้ายหนู กลับไปดี ๆ เถอะวะ ไม่งั้นพวกข้าได้เดือดร้อน” ยามคนหนึ่งร้องบอก ขณะสืบเท้าเข้ามาใกล้ เมื่อเห็นว่าหมดทางแล้ว เจ้าทองจึงหันหลังกระโดดหนีลงน้ำ

                เด็กหนุ่มร่างบางทะลึ่งพรวด พยุงตัวขึ้นมาบนผิวน้ำ เห็นเวรยามทั้งสองทำท่าจะโดดตามลงมา แต่กลับชะงักค้าง ใบหน้าซีดจนเห็นได้ชัด เจ้าทองหันมองรอบ ๆ ก็เห็นจระเข้ที่ซุ่มซ่อนอยู่ตามตลิ่งหลายตัวพากันกระโจนลงน้ำ ว่ายรี่ตรงมา !

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 11 ครั้ง

5 ความคิดเห็น

  1. #85 paphada084572 (@paphada084572) (จากตอนที่ 20)
    วันที่ 2 กันยายน 2560 / 16:59
    รออ่านน่ะค่ะ
    #85
    1
    • #85-1 masked v (@masked_v) (จากตอนที่ 20)
      3 กันยายน 2560 / 21:11
      ขอบคุณครับ เหลืออีกไม่กี่ตอนจะจบแล้วนะครับ
      #85-1
  2. #80 Tresh (@KillerOrDie) (จากตอนที่ 20)
    วันที่ 28 สิงหาคม 2560 / 02:43
    พ่อทองห้ามเป็นอะไรนะเจ้าคะ น้องยังไม่ได้ซื้อผลหมากรากไม้ไปจีบพ่อทองที่ตลาดเลย 555555555555 /หลบกระสุนแม่ตะเภาทอง
    #80
    1
    • #80-1 masked v (@masked_v) (จากตอนที่ 20)
      28 สิงหาคม 2560 / 21:04
      ภรรยาเขาดุนะครับ 5555+

      ตอนนี้เจ้าทองเจอบทหนักมาก ต้องขึ้นค่าตัว
      #80-1
  3. #79 nongmuayzz (@nongmuayzz) (จากตอนที่ 20)
    วันที่ 27 สิงหาคม 2560 / 18:45
    เจ้าทองสู้ๆ อย่าพึ่งถูก-เข้งาบไปกินนะ
    #79
    1
    • #79-1 masked v (@masked_v) (จากตอนที่ 20)
      27 สิงหาคม 2560 / 21:25
      อ๊ะๆ อันนี้ไม่แน่ อาจารย์ไกรยังไม่รอดเลย 555+
      #79-1
  4. #78 paphada084572 (@paphada084572) (จากตอนที่ 20)
    วันที่ 27 สิงหาคม 2560 / 16:36
    สนุกมากล่ะสำนวนดีมากชอบมากๆ
    #78
    1
    • #78-1 masked v (@masked_v) (จากตอนที่ 20)
      27 สิงหาคม 2560 / 21:18
      ขอบคุณครับ
      #78-1
  5. #77 วันนี้ท้องฟ้าสดใส (จากตอนที่ 20)
    วันที่ 26 สิงหาคม 2560 / 20:30
    อ้าว...เฮ้ยยย!!! แย่แล้วววว
    #77
    1
    • #77-1 masked v (@masked_v) (จากตอนที่ 20)
      27 สิงหาคม 2560 / 21:13
      เตรียมหาพระเอกคนใหม่ อิอิ
      #77-1