โศกนาฏกรรมแห่งสายน้ำ

  • 90% Rating

  • 1 Vote(s)

  • 4,501 Views

  • 158 Comments

  • 147 Favorites

แชร์นิยายเรื่องนี้

  • Month Views
    15

    Overall
    4,501

ตอนที่ 17 : ตอนที่ 9 สมิง

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 314
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 9 ครั้ง
    14 ก.ค. 60

                “เอ้า ! กินซีวะ หรือเอ็งไม่อยากรีบปราบจระเข้เจ้าแล้ววะ ?” ชายร่างผอมแห้งคาดคั้น ยื่นแขนศพส่งให้ แต่เด็กหนุ่มกลับละล้าละลัง ตะขิดตะขวงใจที่จะทำตามคำสั่ง

                “นะ...นี่มันอะไรกันครูพด อย่าล้อฉันเล่นแบบนี้เลย” เจ้าทองย้อนถามกลับ ไม่คิดว่าจะต้องกินเนื้อคนจริง ๆ

                “ข้าไม่ได้ล้อเล่นโว้ย อ้ายทอง เอ็งรู้จักสมิงไหมวะ” ตาพดเอ่ยด้วยสีหน้าจริงจัง อธิบายต่อ

                “มีความเชื่อกันว่า สมิงคือคนที่กลายร่างเป็นสัตว์ป่า หรือไม่ก็เป็นสัตว์ป่าที่กลายร่างเป็นคน แต่การจะสร้างสมิงยังเป็นเรื่องเร้นลับ บ้างเชื่อว่าคนที่ฆ่าสัตว์ไปมาก ๆ วิญญาณของสัตว์ที่ฆ่าจะสิงสู่ในร่างจนกลายเป็นสัตว์ชนิดนั้น ตรงกันข้าม สัตว์ที่กินคนเข้าไปมาก ๆ วิญญาณของคนที่ถูกมันกินก็จะสิงสู่ในตัวจนมันสามารถกลายร่างเป็นคนได้ นี่ล่ะโว้ย เรื่องเล่าของสมิงจึงมักเป็นสัตว์นักล่าที่กินคน อย่างเสือหรือแม้แต่จระเข้ อีกวิธีที่จะเปลี่ยนคนให้เป็นสมิง นั่นคือการสักรูปสัตว์ที่ต้องการจะเปลี่ยนร่าง แล้วผูกจิตคนผู้นั้นกับสัตว์ที่ต้องการจะเปลี่ยนร่าง นั่นล่ะวะ วิธีที่เขาเล่ากันมา แต่วิธีที่ข้าได้เรียนมานะโว้ย มันง่ายกว่านั้น”

                “ตั้งแต่ครั้งที่ข้าไปอาสาร่วมกองทัพกับอ้ายไกร ข้ารู้สิ่งหนึ่งมา นั่นคือคนส่วนใหญ่ไม่อาจฆ่าคนด้วยกันได้ ถ้าไม่ใช่คนที่ใจแข็งหรือโหดเหี้ยมจริง ๆ อ้ายพวกกองปืนที่ยกไปอุดหนุนพวกข้ามันเอาแต่ยิงสะเปะสะปะ ยิงถูกพวกเดียวกันบ้างเพราะมัวหลับตา นั่นทำให้ข้ารู้ว่าความเป็นคนนี่ล่ะวะ ที่ทำให้เราอ่อนแอ ยิ่งสงสารยิ่งเห็นใจอีกฝ่ายเท่าไหร่ ก็ยิ่งทำใจฆ่าคนได้ยากเท่านั้น วิธีที่จะทำให้แข็งแกร่งขึ้น คือต้องทำลายสำนึกความเป็นคนโว้ย และวิธีที่ง่ายที่สุดนั่นคือเอ็งต้องกินเนื้อคนเข้าไป กินให้เหมือนกับสัตว์ชนิดหนึ่งนั่นล่ะ แล้วเอ็งจะเลิกแบ่งแยกว่าอะไรคือคน อะไรคือสัตว์ คิดแต่ว่าตนเองคือนักล่า ทุกอย่างรอบตัวล้วนเป็นเพียงเหยื่อ เมื่อจะฆ่าก็สามารถฆ่าได้อย่างไร้ปราณี ศัตรูจะแพ้พ่ายเพราะเกรงกลัวเอ็ง”

                น้ำเสียงของสัปเหร่อเฒ่า เข้มขลังจริงจัง มือที่ผอมแห้งยังคงยื่นแขนของศพจ่อมาตรงหน้า เจ้าทองรู้สึกถึงแรงกดดันอันหนักหน่วงรุนแรง ไม่ต่างจากครั้งเผชิญหน้ากับชายที่ฆ่าพ่อครู นี่คงเป็นอำนาจข่มขวัญที่อยู่ในตัวนักล่า ดังเรื่องเล่าของผู้ที่ได้เผชิญหน้ากับเสือ ทำให้เกิดคำถามในใจขึ้นมา ว่าครูพดอาศัยอาชีพสัปเหร่อกินเนื้อผู้คนไปมากเพียงใดแล้ว

                หนุ่มน้อยผู้หวังจะได้พลังอำนาจเพื่อล้างแค้นศัตรูค่อย ๆ เอื้อมมือไปข้างหน้า คล้ายถูกอำนาจที่เหนือกว่าควบคุมร่างกายเอาไว้ ทำท่าว่าจะหยิบท่อนแขนศพมากินตามสั่ง แต่แล้วมันกลับรวบรวมสติ ปัดซากชิ้นนั้นจนปลิวไป

                “ไม่ ! ครูพด ฉันกินคนไม่ได้ !” เจ้าทองกลั้นใจปฏิเสธ

                พริบตา เด็กหนุ่มได้เห็นใบหน้าอันดุร้ายจากชายร่างผอมแห้ง ดวงตาวาวโรจน์ ส่งเสียงคำรามสะท้านขวัญ จนร่างอันบอบบางถึงกับสั่นด้วยความกลัว หากอึดใจเดียวทุกอย่างก็พลันสลายไป มีเพียงรอยยิ้มและเสียงหัวเราะแหลมสูงแทนที่

                “ฮี้ อ่ะ อ่ะ อ่ะ อ้ายทอง เอ็งยังกล้าพูดอีกหรือว่าเอ็งกินเนื้อคนไม่ได้ ก็ที่เอ็งกินเนื้ออ้ายไกรนั่นล่ะวะ ใช่เนื้อคนหรือเปล่า ?”

                ได้ฟังคำนี้เข้า เจ้าทองก็ถึงกับงัน แม้ว่าจะเอาพิธีกรรมมาบังหน้า แต่เนื้อแท้ย่อมมิอาจปฏิเสธว่านั่นเป็นการกินคนเช่นกัน

                “ไม่ใช่แค่นั้นนะโว้ย เอ็งตามมาดูนี่” สัปเหร่อเฒ่ากวักมือ นำเจ้าทองมายังด้านหนึ่งซึ่งมีทางมะพร้าวพาดบนพื้น คล้ายอำพรางอะไรบางอย่าง จนเมื่อพลิกทางมะพร้าวขึ้นก็ได้เห็นบ่อขุดเล็ก ๆ สิ่งที่อยู่ภายในทำให้เด็กหนุ่มถึงกับผงะ โก่งคออาเจียนออกมา

                ศพของเด็กสาวที่ชื่อว่านางอ่อน บวมอืด เน่าเฟะอยู่ในบ่อเล็ก ๆ ที่มีน้ำท่วมขัง มิเพียงเท่านั้น ศพของเด็กสาวที่มีชะตาอันน่าอเนจอนาถยังได้กลายเป็นอาหารแก่ปลาไหลนับสิบตัว ต่างพากันตอดกินเนื้อที่เน่าเปื่อย บ้างชอนไชเข้าไปตามรอยแผล จากที่เคยสงสัยว่าศพนางอ่อนหายไปไหน บัดนี้เจ้าทองได้รับความกระจ่างแล้ว และมันยังพอรู้อีกด้วยว่าปลาไหลพวกนั้นถูกนำไปทำสิ่งใด

                “อ้ายทอง เอ็งดูสิว่าปลาไหลพวกนี้มันอวบอ้วนขนาดไหน นี่ถ้าเอาไปย่างเกลือนะโว้ย อร่อยอย่าให้โวเลยเชียว ฮี้ อ่ะ อ่ะ อ่ะ” ชายร่างผอมแห้งคว้าลงไปจับปลาไหลโดยไม่รังเกียจซากศพ ยื่นมันมาตรงหน้าเด็กหนุ่มที่ยังโก่งคออาเจียนไม่หยุด

                “ทีนี้เอ็งเข้าใจหรือยังวะ ว่าเอ็งน่ะกินคนไปหลายรอบแล้วล่ะโว้ย แค่เอ็งไม่รู้ตัว ครั้งนี้เอ็งแค่ต้องกินเข้าไปโดยที่รู้ตัว  เท่านี้เอ็งก็จะได้พลังที่จะไปสู้กับจระเข้เจ้า เอาซีวะ กินเข้าไป ถ้าอยากล้างแค้นให้อา !” ตาพดหยิบแขนของศพเหยื่อยื่นให้มันอีกครั้ง

                เจ้าทองหยุดอาเจียน พยายามรวบรวมสติเพื่อนึกถึงบางสิ่ง แข็งใจพูดออกไป

                “ครู...ครูพดนี่เอง...ที่เปลี่ยนอ้ายชาให้กลายเป็นปีศาจ...”

                “ก็เออสิวะ ข้าบอกเอ็งไปแล้วนี่หว่า” สัปเหร่อรับอย่างหน้าชื่นตาบาน เจ้าทองเองก็เหมือนจะเคยได้ยินเรื่องนี้มาแล้ว เพียงแต่ตอนนั้นมันเมามากจนจำไม่ได้

                “เฮ้ย แต่ไม่ใช่ทั้งหมดโว้ย อย่างอ้ายชาน่ะมันเป็นปีศาจเสียก่อนที่ข้าจะใช้วิชากับมันเสียอีก ต้องบอกว่ามันเป็นปีศาจตั้งแต่เกิดเลยด้วยซ้ำ”

                เด็กหนุ่มฟังแล้วนึกค้านในใจ มันไม่เชื่อว่าจะมีใครที่เกิดมาพร้อมกับความชั่วร้าย ยิ่งได้ฟังจากหลวงพ่อ ยิ่งคิดว่าเป็นเพราะผู้คนรอบข้างต่างหาก ที่ผลักดันให้คนคนหนึ่งต้องกลายเป็นปีศาจร้าย

                “นี่เอ็งไม่เชื่อข้าล่ะสิ” เพียงเห็นสีหน้า สัปเหร่อเฒ่าก็ทายใจเจ้าทองได้

                “สมภารเล่าให้เอ็งฟังไหมล่ะ ว่าเพราะอะไรอ้ายชามันถึงต้องมาอยู่วัด” ถามต่อเมื่อไม่เห็นเด็กหนุ่มพูดอะไร

                “หลวงพ่อบอกว่าพ่อกับแม่ของอ้ายชาถูกจระเข้เจ้ากัดตาย มันเลยต้องมาอาศัยเป็นเด็กวัด” เจ้าทองตอบ

                “ฮี้ อ่ะ อ่ะ อ่ะ ไม่ใช่โว้ย ก่อนหน้านั้นซีวะ สมภารเล่าให้เอ็งฟังไหมล่ะ ว่าวันที่อ้ายเข้เจ้ากินพ่อกะแม่อ้ายชาน่ะ มันเองก็เกือบจะถูกพ่อมันฆ่าอยู่แล้ว รู้ไหมล่ะว่าเพราะอะไร”

                ครั้งนี้เจ้าทองเงียบไปอีก มันพอรู้ว่าพ่ออ้ายชารังเกียจที่มันไม่ใช่เลือดเนื้อเชื้อไข แต่จะโกรธเกลียดมากพอที่จะลงมือฆ่าเด็กลงเชียวหรือ

                “เอ็งรู้ไหมล่ะว่าก่อนหน้านั้น แม่อ้ายชามันกำลังตั้งท้องกับพ่อมัน พ่อมันดีใจมากที่จะมีเลือดเนื้อเชื้อไขแท้ ๆ ถึงกับมาขอให้เจ้าอาวาสคนก่อนตั้งชื่อให้ แต่แล้วก็กลับแท้งเสียก่อน”

                เจ้าทองยังคงฟังเงียบ ๆ สงสัยว่าการแท้งลูกจะเกี่ยวข้องกับการพยายามฆ่าอ้ายชาตรงไหน

                “ฮี้ อ่ะ อ่ะ เอ็งคงสงสัยล่ะสิ ว่าเรื่องนี้มันเกี่ยวกับการที่พ่อจะฆ่ามันตรงไหน เอ็งฟังนะโว้ย แม่อ้ายชามันท้องแก่จนใกล้จะคลอดอยู่แล้ว แต่เกิดอุบัติเหตุพลัดตกเรือเสียก่อนเลยแท้งลูก อ้ายแค่นั้นน่ะไม่เท่าไหร่ แต่สองผัวเมียตั้งใจจะเก็บซากทารกที่แท้งเอาไว้เพื่อระลึกถึง ทว่าศพทารกกลับหายไป พอแม่มันตามรอยจนเจอก็ถึงกับผงะ เพราะได้เห็นอ้ายชากำลังแทะกินซากทารกสด ๆ นั่นล่ะวะ คือสาเหตุที่ทำให้ทั้งพ่อและแม่มันหวาดกลัว จนคิดว่าไม่ควรให้มันมีชีวิตอีกต่อไป เอ็งเข้าใจหรือยังล่ะว่าอ้ายชามันเป็นปีศาจมานานแล้ว เป็นตั้งแต่เกิดด้วยซ้ำ”

                หลานอาจารย์ไกรฟังเรื่องราวจนจบแล้วให้ผะอืดผะอม เมื่อนึกถึงภาพเด็กน้อยผิวดำมืดกำลังแทะกินซากทารกสด ๆ ไม่รู้ว่าสิ่งนั้นเป็นความชั่วร้ายที่ติดตัวอ้ายชามาแต่กำเนิด หรือเกิดจากการถูกกระทำอย่างรุนแรงจนสภาพจิตใจบิดเบี้ยว

                “เอ้า ทีนี้เอ็งกินแขนศพข้างนี้เสียที จะได้ล้างความเป็นคนออกไป เอ็งจะมีพลังที่จะฆ่าจระเข้เจ้า ล้างแค้นให้กับอา แล้วจะได้อยู่กับนังตะเภาทองสมใจ” สัปเหร่อร่างผอมแห้งโน้มน้าวเด็กหนุ่มอีกหน

                เจ้าทองรู้สึกถูกกดดันด้วยอำนาจที่เหนือกว่า กลิ่นสาบสางจากตัวครูพดมากเกินกว่าความเหม็น กลับคล้ายกลิ่นของสัตว์นักล่าเช่นเสือ เด็กหนุ่มเกือบจะพ่ายแพ้ต่อแรงกดดันอยู่แล้ว หากไม่ได้เอื้อมมือไปแตะหอกสัตตะโลหะที่อยู่ในห่อผ้า ซึ่งสร้างความกล้าแก่มัน

                “ไม่ ! ครูพด ฉันจะไม่เดินตามเดรัจฉานวิชา” เจ้าทองประกาศหนักแน่น คว้าหอกสัตตะโลหะขึ้นมาเผื่อต้องสู้กับครูพด

                “เอ็งไม่อยากเปลี่ยนร่างเป็นสมิงเพื่อสู้กับจระเข้เจ้าเหรอว้า” เสียงแหบแห้งถามกลับ เจ้าทองนึกทบทวนสิ่งที่มันรู้ก่อนหน้า แล้วตอบออกไป

                “ไม่ใช่...วิชาของครูพดมันไม่ใช่วิชา แต่เป็นแค่การสะกดจิตคนให้หลงว่าตนเองมีพลังเปลี่ยนร่างเป็นสัตว์ ฉันรู้แล้วล่ะว่าอ้ายชาไม่ได้แปลงเป็นจระเข้เจ้า และจระเข้เจ้าไม่ได้แปลงเป็นอ้ายชา ทั้งสองต่างเป็นคนละคน ฉันกลับไปที่ที่พ่อครูตายเพื่อตรวจดูให้ละเอียด จระเข้เจ้าไม่ได้แปลงเป็นคนเพื่อหนีจากบ่วง เชือกที่รัดจระเข้เจ้ามีรอยถูกตัดจากของมีคม ที่จริงแล้วเป็นอ้ายชาที่มาช่วยตัดเชือกให้จระเข้เจ้าหนีไป พ่อครูมัวทุ่มสมาธิเพื่อจัดการกับจระเข้เจ้า ทำให้ไม่ทันระวังตัว ทั้งไม่รู่ว่าอ้ายชาจะโผล่มาเลยเสียที ทุกอย่างล้วนมีคำอธิบาย หาใช่เรื่องลี้ลับแต่อย่างใด”

                “ฮี้ อ่ะ อ่ะ อ่ะ เอ็งนี่ตอบได้สมกะเป็นหลานอ้ายไกร พูดเหมือนตอนมันยังมีชีวิตไม่ผิดเพี้ยน เฮ้ย แต่อ้ายการใช้สมองคิดหาเหตุผล มันให้คำตอบกับเอ็งไม่ได้ทุกเรื่องหรอกว้า ไหนเอ็งลองหาคำตอบหน่อยสิว่าทำไมจระเข้เจ้าถึงไม่กินอ้ายชา ข้าจะบอกเอ็งให้ จระเข้เจ้ากับอ้ายชาก็เหมือนคนคนเดียวกัน ทั้งสองมีจิตวิญญาณที่เชื่อมโยง ผูกพันกันมาแต่ชาติปางก่อน ถ้าเอ็งจะปราบจระเข้เจ้าก็ต้องฆ่าอ้ายชา รู้เอาไว้ซะ”

                คำอธิบายของครูพด ทำเจ้าทองนิ่งอีกครั้ง มันเองก็ไม่เข้าใจเหมือนกันว่าเหตุใดจระเข้เจ้าจึงไม่ทำร้ายอ้ายชา ทั้งการที่มนุษย์จะร่วมมือกับสัตว์เลือดเย็นก่อเหตุฆาตกรรม ก็เป็นสิ่งที่เหลือเชื่ออยู่ดี

                “อ้ายทองโว้ย กำแพงจิตใจนี่ล่ะ ที่ปิดกั้นพลังที่ซ่อนอยู่ในตัวคนเรา ถ้าเอ็งเชื่อข้า เอ็งจะมีพลังที่เหนือกว่าตอนนี้มากมายนัก หรือเอ็งคิดจะสู้กับจระเข้เจ้าด้วยหอกครึ่งด้ามว้า” สัปเหร่ออธิบายต่อ คว้าหอกไปจากมือโดยที่เจ้าทองไม่ทันรู้ตัว

                “ครูพด คืนหอกให้ฉันเถอะ ยังไงฉันก็ไม่ขอยุ่งเกี่ยวกับอวิชา ฉันจะหาทางของฉันเอง” เด็กหนุ่มตอบด้วยความร้อนรน พยายามยื้อแย่งอาวุธของพ่อครูคืนมา

                “ฮี้ อ่ะ อ่ะ อ่ะ อ้ายทอง เอ็งนี่มันถูกใจข้า ถูกแล้วล่ะโว้ย เอ็งต้องหาทางของตัวเอง อย่างเอ็งถึงใช้วิชาสมิงก็สู้อ้ายชาที่เป็นปีศาจตั้งแต่เกิดไม่ได้หรอกโว้ย อ้ายชามันผูกวิญญาณกับราชันย์กุมภีอย่างจระเข้เจ้า ส่วนเอ็ง ถ้าเปลี่ยนเป็นสัตว์ก็คงเป็นได้แค่ลูกหมา ฮี้ อ่ะ อ่ะ อ่ะ”

                “นี่ครูพดแค่ลองใจฉัน ?” คำพูดของเฒ่าประหลาด ทำเด็กหนุ่มใจชื้นขึ้นมา

                “เปล่าโว้ย ถ้าเอ็งจะแปลงเป็นสมิง ข้าก็จะแปลงให้ ได้เห็นลูกหมาอย่างเอ็งไปสู้กับจระเข้เจ้ามันน่าสนุกจะตายไป แต่ถ้าเอ็งเลือกจะใช้วิชาอ้ายไกร ข้าก็จะเข้าด้ามหอกสัตตะโลหะให้ใหม่ ดีไหมวะ” ชายร่างผอมโกรกพูดเหมือนไม่อนาทรกับสิ่งใด บางทีสำหรับตาพดแล้ว ทุกเรื่องต่างล้วนเป็นของสนุก

                เจ้าทองดีใจนัก จากความรู้สึกกดดัน กลับกลายเป็นความยินดีปรีดา อดไม่ได้ที่จะโผเข้ากอดร่างผอมโกรก

                “เฮ้ย เอ็งอย่าเพิ่งดีใจ ถ้าเอ็งเลือกทางนี้ก็อย่าลืมว่าขนาดอ้ายไกรมันยังเสียท่า แล้วเอ็งทั้งอ่อนแออ้อนแอ้น ต่อให้มีหอกสัตตะโลหะอีกสิบเล่มก็ไม่รอดอยู่ดีล่ะว้า” สัปเหร่อเฒ่าเตือนมัน

                “จ้ะ ครูพด ฉันจะระวังไม่ให้ซ้ำรอยพ่อครู” เด็กน้อยร่างบอบบางตอบด้วยน้ำเสียงสดใส

                “ถ้างั้นเอาไว้พรุ่งนี้ค่อยไปหาไม้มาเข้าด้าม กินข้าวแล้วนอนกันก่อนเถอะวะ” ตาพดว่าพลางยื่นหอกคืนให้เจ้าทอง แล้วโยนแขนศพลงในบ่อปลาไหล

                เจ้ากำพร้าเริ่มระแวงว่ากับข้าวที่ครูพดทำจะมีส่วนใดเกี่ยวข้องกับศพอีกหรือไม่ จึงปฏิเสธ บ่ายหน้าไปยังเรือนเจ้าสัว หวังฝากท้องสักมื้อ โดยมิทันสังเกตว่าดวงตาของสัปเหร่อเฒ่าได้ฉายแววประหลาด คล้ายมีแผนการใดซ่อนอยู่

                ค่ำวันนั้น เจ้าทองได้แอบเข้าหาตะเภาทองเช่นเคย สาวเจ้าให้นางเกลี้ยงลงไปหาข้าวปลาอาหารมาให้ชู้รัก จนอิ่มท้องเจ้าหนุ่มน้อยก็พรอดพร่ำคำหวาน เป็นที่อิ่มอกอิ่มใจแก่คู่รัก แล้วก็ผล็อยหลับไปด้วยความอ่อนเพลีย กระทั่งใกล้เช้าจึงถูกปลุกให้รีบปีนกลับไปก่อนจะสับเปลี่ยนเวรยาม

 

                เมื่อดวงตะวันโผล่พ้นทิวไม้ กิจวัตรอันคุ้นเคยก็ได้เริ่มต้นอีกครา มนุษย์และสัตว์นานับออกหากินดำรงชีพ พระออกบิณฑบาตพร้อมด้วยเหล่าลูกศิษย์ เป็นเช่นทุกเมื่อเชื่อวัน

                ระหว่างที่ขบวนพระกำลังจะเดินกลับวัด เส้นทางที่เดินได้ถูกขวางด้วยต้นโพธิ์เก่าแก่ที่ล้มลงมา ทั้งที่เมื่อขาไปยังคงปกติดีอยู่

                “โพธิ์ต้นนี้ชรามากแล้ว โชคดีที่มันไม่ล้มลงมาตอนพวกเราเดินผ่าน ไม่อย่างนั้นคงมีใครได้รับบาดเจ็บ” หลวงพ่อพูดขึ้น แม้ต้นไม้ใหญ่ล้มลงมาโดยไม่มีสาเหตุจะดูเป็นเรื่องอัศจรรย์ แต่ท่านกลับมองอย่างธรรมดาสามัญ มีเกิด มีแก่ ย่อมต้องมีตาย

                เมื่อเส้นทางถูกกีดขวาง และการออ้อมไปก็ดูจะยุ่งยาก หลวงพ่อจึงออกเดินนำโดยก้าวข้ามต้นไม้ที่ล้มขวาง หากกิ่งใบที่ปรกรกทำให้ท่านมองไม่เห็นเศษไม้ที่จะทิ่มแทง

                “โอ๊ย !” เจ้าอาวาสร้องขึ้นด้วยเหยียบถูกหนาม ลึกจนได้เลือด พระและเณร รวมทั้งเด็กวัดกรูกันมาช่วย

                “ทุกคนระวังด้วยนะ” หลวงพ่อร้องเตือน เกรงคนอื่น ๆ จะได้รับอันตราย

                “หลวงพ่อลุกไหวไหมขอรับ” พระรูปหนึ่งถาม หลวงพ่อพยายามลุกขึ้นด้วยความลำบาก เจ้าทองเห็นเช่นนั้นก็รีบวางสัมภาระ ตรงเข้าไปอุ้มท่านขึ้นมา

                “หลวงพ่อทนหน่อยนะขอรับ จะถึงวัดอยู่แล้ว” เจ้ากำพร้าบอกกับพระชรา ก่อนจะหันไปทางเด็กวัดที่เหลือ

                “พวกพี่ฉันฝากหิ้วของที่เหลือหน่อยเถิดนะ ฉันจะรีบพาหลวงพ่อไปล้างแผลก่อน”

                เมื่อพวกเด็กวัดรับคำ เจ้าเด็กใหม่จึงรีบเดินนำ อุ้มเจ้าอาวาสไปจนถึงวัด

                ครั้นถึงศาลา เด็กหนุ่มจึงวางหลวงพ่อลงแล้วรีบหาน้ำท่า บรรจงล้างเท้าด้วยความใส่ใจ ทั้งมองหาเสี้ยนหนามที่จะบ่งออก

                “เห็นโยมตัวเล็ก ๆ ไม่นึกว่าจะมีเรี่ยวแรงพออุ้มอาตมาได้” พระท่านเอ่ย มองเจ้าทองที่ใส่ใจดูแลแผลให้กับท่านด้วยความเอ็นดู

                “เพราะอาตมาไม่ระวัง เลยพลอยทำให้โยมลำบากไปด้วย” ท่านกล่าวต่อ

                “มันเหตุสุดวิสัยนี่ขอรับ หากไม่ข้ามซากต้นไม้ เราก็มาไม่ถึงวัด” เจ้าทองตอบ ผู้ครองจีวรมองมันอย่างรักใคร่

                “เออ โยมพูดถูก ถ้าเกรงอุปสรรค ไหนเลยจะถึงเป้าหมาย...” เจ้าอาวาสหยุดนิดหนึ่ง ด้วยรู้สึกเจ็บตอนถูกบ่งหนามออก

                “แล้วนี่โยมฝึกกับอ้ายพดมันถึงไหนแล้วล่ะ”

                เด็กหนุ่มนิ่งไปเป็นครู่ ไม่กล้าเล่าให้หลวงพ่อฟังว่าครูพดบังคับให้มันกินเนื้อคนเพื่อฝึกวิชา จึงเลี่ยงไปยังเรื่องอื่น

                “ครูพดบอกว่าจะชวนกระผมไปหาไม้มาเข้าด้ามหอกสัตตะโลหะขอรับ”

                “อืม ดีแล้ว ถ้ามีหอกสัตตะโลหะ อย่างน้อยก็มีอาวุธที่สามารถจะทำอันตรายจระเข้เจ้าได้ เอาล่ะ โยมพนมมือขึ้น อาตมาจะมอบสิ่งนี้ให้” หลวงพ่อหยิบผ้ายันต์ผืนหนึ่งออกมา เมื่อเจ้าทองพนมมือ ท่านก็ว่าคาถาสั้น ๆ แล้วส่งให้

                “ผ้ายันต์นี้เป็นของดี อาตมาได้มาตั้งแต่ยังหนุ่ม ช่วยให้แคล้วคลาดมาตลอด เข้าด้ามหอกสัตตะโลหะแล้วโยมจงเอามันผูกไว้เป็นเครื่องเตือนสติ”

                เด็กหนุ่มรับผ้ายันต์แล้วก้มกราบเจ้าอาวาส ก่นจะลาเพื่อให้ท่านฉันเพล ส่วนตัวมันเมื่อกินข้าวปลาแล้วก็มุ่งหน้าสู่กระท่อมกลางป่าช้า

 

                “ครูพด ครูพด” หนุ่มน้อยใบหน้าสวยหวานร้องเจื้อยแจ้ว อารมณ์ดีเมื่อนึกว่าวันนี้จะได้คืนชีพให้อาวุธคู่กายของพ่อครู

                ครั้นไม่ได้ยินเสียงตอบกลับมา เจ้าทองจึงผลักประตูเข้าไปโดยลืมนึกไปว่าครั้งก่อนที่ทะเล่อทะล่าเข้าไป ได้เห็นสัปเหร่อร่างผอมแห้งกำลังทำอุบาทว์กับศพ แต่ครั้งนี้มันไม่ได้เห็นภาพบัดสีเช่นครั้งก่อน มีเพียงแค่ตาพดที่กำลังนอนหลับอุตุ ทั้งที่ตะวันลอยโด่งอยู่กลางหัว

                “ครูพด ไหนบอกว่าจะพาฉันไปหาไม้มาเข้าด้ามหอกไงล่ะ” เด็กน้อยร่างบางท้วง ตั้งใจจะเข้าไปปลุกชายอัปลักษณ์ ทว่าร่างนั้นกลับลุกขึ้นเหมือนไม้กระดก สร้างความตกใจแก่เจ้าทอง

                “เออ ข้ารู้แล้วโว้ย นอนรอเอ็งอยู่นี่แหละ หนอย อ้ายทอง เมื่อคืนคงแอบย่องไปหานังตะเภาทองล่ะสิ ชะ ทีข้าล่ะนอนหง่าวอยู่คนเดียว จะหาศพสภาพครบอย่างนังอ่อนก็ไม่มี นังสายก็ตายเสียแล้ว เหลือแขนอยู่ข้างเดียว ไม่รู้จะเอาไปทำอะไร กลุ้มโว้ย” ชายร่างผอมแห้งลุกขึ้นมาพร้อมกับบ่นไปตลอด กระทั่งตระเตรียมสัมภาระจนเสร็จ มีกระบอกน้ำและอาหารแห้ง พร้อมมีดยาว เจ้าทองเห็นแล้วให้นึกสงสัย

                “นี่เราจะไปไกลกันถึงไหนหรือจ๊ะครูพด”

                “เอ็งรู้หรือเปล่าล่ะว่าต้องใช้ไม้อะไรมาทำด้ามหอก” เฒ่าประหลาดไม่ตอบแต่ถามกลับมา

                “ก็ไม้ไผ่ไม่ใช่หรือจ๊ะ” เด็กหนุ่มตอบซื่อ ๆ แต่ถูกเขกกะโหลกเข้าให้

                “ถ้าไผ่ธรรมดานะโว้ย เดินไปตัดตรงกอโน่นก็ได้ แต่เอาไปสู้กับจระเข้เจ้าไม่ถึงอึดใจก็แหลกเป็นเศษไม้แล้วโว้ย ระดับนี้มันต้องหาอ้ายที่มันพิเศษหน่อย ถึงจะสมกับเป็นด้ามหอกสัตตะโลหะ พอจะสู้กับจระเข้เจ้าได้” สัปเหร่อเฒ่าอธิบายให้เด็กหนุ่มเข้าใจ

                หลานอาจารย์ไกรฟังแล้วนึกถึงครั้งที่เห็นเจ้าสัตว์ยักษ์ดิ้นรนสะบัดตัวจนด้ามหอกหัก ให้นึกคร้ามเกรงในกำลังของมัน ยอมเชื่อตามที่อีกฝ่ายบอก

                “เอ็งเลิกถามแล้วรีบออกเดินทางเสียทีเถอะ นี่ล่อไปจะเที่ยงอยู่แล้ว วันนี้ทั้งวันจะหาได้หรือเปล่ายังไม่รู้เลย” ชายร่างผอมแห้งว่าแล้วออกนำ เจ้าทองจึงหุบปากแล้วเดินตามเงียบ ๆ

 

                ชายทั้งสองเที่ยวเดินดุ่มตามป่าเขาอยู่นับชั่วยาม เห็นกอไผ่อันไหนดูเข้าทีผู้อาวุโสก็ส่งมีดให้เจ้าหนุ่มเดินไปตัด หากตัดมาเท่าใดก็ไม่เป็นที่ถูกใจสักที จนเจ้าทองเริ่มล้าและท้อใจ ทว่าไม่กล้าแย้ง ด้วยเกรงครูจะมองว่ามันไม่มีน้ำอดน้ำทน

                “เฮ้ย หิวแล้ว หุงข้าวเถอะวะ” สัปเหร่อเฒ่าร้องบอก ปลดห่อสัมภาระแล้วนั่งพัก ปล่อยให้ลูกศิษย์เป็นคนจัดแจงหุงข้าว

                เมื่อข้าวหุงสุกดีแล้ว ทั้งสองจึงล้อมวงกินร่วมกัน เฒ่าพดส่งปลาแห้งให้เจ้าทอง หากเด็กหนุ่มชะงักไป

                “ปลาพวกนี้ข้าจับจากในคลองโว้ย ทำระแวงไปได้” ชายร่างผอมแห้งเหมือนจะเดาใจอีกฝ่ายได้ พูดให้สบายใจ โดยเว้นไม่ได้บอกไปว่าใช้ศพเป็นเหยื่อล่อในการจับปลา

                เมื่ออิ่มดีแล้ว ชายครึ่งบ้าครึ่งดีก็เอนหลังนอนหลับเอาแรง เจ้ากำพร้าหันไปมองร่างโกโรโกโส พลางนึกไปถึงคำที่ครูพดมักบ่นเสมอว่าอยากมีเมีย ตัวมันเองก็เพิ่งจะมีคนรัก ยังรู้สึกชุ่มชื่นหัวใจเมื่อได้อยู่เคียงใกล้ ทำให้รู้สึกเห็นใจผู้เป็นครูอยู่ไม่น้อย

                หากที่ครูพดเคยเล่าไว้จะเป็นจริง ว่าอายุรุ่นราวคราวเดียวกับอาจารย์ไกร อายุอานามก็คงจะใกล้สี่สิบ หากสังขารนั้นกลับล่วงเลยเกินอายุไปมาก สารรูปเช่นนี้คงจะหาหญิงมาเป็นเมียได้ยาก ยิ่งรวมเข้ากับอาชีพสัปเหร่อและอุปนิสัยบ้า ๆ บอ ๆ แล้ว ยิ่งมองไม่เห็นทางเอาเสียเลย แต่ถึงอย่างนั้นเจ้าทองก็อยากให้ครูพดมีความสุขเหมือนมันบ้าง

                นึกไปถึงนางเกลี้ยง พี่เลี้ยงของตะเภาทองนั้นเล่า เจ้าทองพอรู้มาว่านางนั้นตกพุ่มหม้ายมาเนิ่นนาน หากไม่แน่ว่าจะเออออ ยอมตกล่องปล่องชิ้นกับครูพดหรือไม่ คิดไปแล้วก็ยังมองไม่เห็นทาง

                หนุ่มน้อยจากตลาดขวัญย้อนกลับมาคิดเรื่องตนอีกครั้ง เสียงกรนของครูพดทำให้รู้ว่ากำลังหลับลึกเต็มที ขณะที่เวลาก็ล่วงเข้าเย็นย่ำ พาลให้กังวลว่าวันนี้คงจะคว้าน้ำเหลว หาไม้มาทำด้ามหอกอย่างที่หวังไม่ได้ ด้วยความร้อนใจ เด็กหนุ่มร่างบางคว้ามีดแล้วเดินดะไปเรื่อย เผื่อว่าจะเจอไม้ไผ่ที่พอจะใช้การได้

                เจ้าทองเดินต่อไปจนเห็นกอไผ่เปร็ง ลำขึ้นตรงดูงามบนสันเนิน จึงเข้าไปดูใกล้ ๆ เผื่อว่าจะใช้การได้ ทว่าเมื่อขึ้นไปจนถึงยอดเนินก็ต้องชะงักตัวแข็งทื่อ เพราะภาพที่อยู่เบื้องหน้าคือซากศพคนนอนระเกะระกะ สภาพเหมือนเพิ่งตายมาได้หลายวัน ทว่านั่นไม่ใช่สาเหตุที่เด็กหนุ่มยืนนิ่งก้าวไม่ออก หากเป็นฝูงหมาในที่กำลังจ้องมาต่างหาก ที่ทำให้เจ้าทองไม่กล้าขยับเขยื้อนไปไหน !

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 9 ครั้ง

4 ความคิดเห็น

  1. #67 Park (จากตอนที่ 17)
    วันที่ 24 กรกฎาคม 2560 / 22:42
    รอติดตามนะคะ สนุกมากเลย
    #67
    1
    • #67-1 masked v (@masked_v) (จากตอนที่ 17)
      29 กรกฎาคม 2560 / 00:38
      ขอบคุณครับ มาลงตอนใหม่แล้วครับ
      #67-1
  2. #66 red-frog (@red-frog) (จากตอนที่ 17)
    วันที่ 17 กรกฎาคม 2560 / 13:50
    ตาพดนี่ดูแปลกๆนะ ลับลมคมในเยอะจนน่าสงสัย
    #66
    1
    • #66-1 masked v (@masked_v) (จากตอนที่ 17)
      17 กรกฎาคม 2560 / 20:58
      เรื่องนี้มีแต่คนแปลกๆครับ เจ้าทองจะรอดมั้ยน้า
      #66-1
  3. #64 nongmuayzz (@nongmuayzz) (จากตอนที่ 17)
    วันที่ 15 กรกฎาคม 2560 / 14:04
    ลำไยตาพด เอาตาพดไปเก็บที
    จะสอนก้ไม่สอน จะเอาไงกะอ้ายทองกันแน่
    #64
    1
    • #64-1 masked v (@masked_v) (จากตอนที่ 17)
      15 กรกฎาคม 2560 / 21:06
      แหม เขาบอกว่าอย่าถือคนบ้า อย่าว่าคนเมาไงครับ 5555+
      #64-1
  4. #63 Tresh (@KillerOrDie) (จากตอนที่ 17)
    วันที่ 15 กรกฎาคม 2560 / 01:48
    โอ้ยยยยตาพดคนร้ายกาจ 555555555555 หลอกเด็กเป็นงานอดิเรกจริงๆ สงสารเจ้าทอง 555555555
    #63
    1
    • #63-1 masked v (@masked_v) (จากตอนที่ 17)
      15 กรกฎาคม 2560 / 09:56
      ขอบคุณครับ มาอ่านเร็วมากเลย นักอ่านคนอื่นหายไปหมดแล้ว(ฮือ)

      ตอนหน้าตาพดจะยิ่งร้ายกาจกว่านี้อีกนะครับ เจ้าทองจะรอดมั้ยน้า
      #63-1