โศกนาฏกรรมแห่งสายน้ำ

  • 90% Rating

  • 1 Vote(s)

  • 4,475 Views

  • 158 Comments

  • 147 Favorites

แชร์นิยายเรื่องนี้

  • Month Views
    55

    Overall
    4,475

ตอนที่ 15 : ตอนที่ 7 ข้าคือปีศาจ

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 324
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 8 ครั้ง
    17 มิ.ย. 60

                ในห้วงนิทราของชายผู้ได้ชื่อว่าเป็นปีศาจ ชายผู้เป็นฆาตกรใจโหด มีสารรูปและจิตใจอันชั่วช้าดังเดรัจฉาน มันกำลังฝัน...ถึงช่วงที่มีความสุขที่สุดในชีวิต ก่อนที่ทุกสิ่งจะถูกพรากไป...

                ชายผิวกายดำเหมือนถ่านรู้สึกเจ็บที่หลังคอ คล้ายถูกของมีคมสะกิดผิวเป็นรอย ให้สะดุ้งลืมตาตื่นขึ้นมา

                “เธอเจ็บหรือ ?” ผู้ที่กำลังกรีดผิวหนังของมันถามขึ้นด้วยน้ำเสียงหวานสดใส เสียงที่ปลุกวิญญานและเป็นความหวังเดียวในชีวิตมัน

                ชายหนุ่มส่ายหน้าช้า ๆ ตอบเพื่อให้ยอดรักสบายใจ

                “ไม่หรอก...ไม่มีสิ่งใดทำให้ฉันรู้สึกเจ็บปวดได้อีกแล้ว...” มันตอบไปด้วยไม่รู้ว่าในอนาคตจะต้องพบเจอความเจ็บปวดที่มากเกินกว่าจะจินตนาการไปถึง

                หญิงสาวสะคราญโฉมที่อยู่ในสภาพเปลือยเปล่า ผมยาวสยายนุ่มเป็นเงางามดุจผืนผ้าไหม คลี่ลงมาปกคลุมผิวที่ขาวนวล ร่างอรชรนอนทับอยู่เหนือร่างที่หยาบใหญ่กำยำ ผิวกายดำจนกลืนกินไปกับความมืด ช่างเป็นสิ่งที่ขัดแย้งจนไม่น่าจะอยู่ร่วมกันได้

                “เธอทำอะไรอยู่หรือ ?” ร่างดำมืดเอ่ยถามด้วยความสงสัย เมื่อหญิงสาวยังคงตั้งอกตั้งใจใช้ปลายที่แหลมคมของปิ่นปักผม สะกิดผิวหนังหยาบหนาของมันจนเป็นแผล ที่จริงแล้วตัวมันล้วนมีแผลเป็นมากมาย ทั้งหมดเกิดจากคนที่เกลียดมัน นี่กลับเป็นแผลแรกที่เกิดจากคนที่รักมัน จึงมิได้สร้างความรู้สึกเจ็บแสบแต่อย่างใด เพียงถามไปด้วยความอยากรู้เท่านั้น

                “เธอก็ออกจะแข็งแรง ทำไมถึงปล่อยให้คนอื่นเขารังแก ทำไมถึงไม่ยอมสู้เขาบ้างเลย ?” หญิงสาวเลี่ยงคำตอบด้วยการตั้งคำถามแทน เลื่อนนิ้วเรียวงามไล้ไปตามรอยแผลเป็นตามตัวคนรัก นึกถึงคนที่ฝากรอยแผลแล้วให้รู้สึกเจ็บใจแทน

                “ฉัน...รู้สึกกลัวตัวเอง...” ชายหนุ่มตอบ น้ำเสียงสั่นสะท้านอยู่ในที “หลวงตาเคยบอกว่าตัวฉันมีสัตว์ร้ายอยู่ภายใน ฉันยอมตายดีกว่าจะปล่อยมันออกไปทำร้ายคนอื่น...”

                “เพราะอย่างนั้นเธอถึงไม่ยอมพูดคุยกับใครด้วยอย่างนั้นหรือ ?” หญิงสาวถามต่อไป ครั้งนี้ชายคนรักกลับก้มหน้าเงียบไม่ยอมตอบ

                “แต่เธอกลับยอมพูดกับฉัน” เธอกล่าวต่อ ขณะที่มือก็ยังไม่หยุดสะกิดผิวหนังชายหนุ่ม

                “เธอเคยคิดบ้างไหมว่าบางทีเธออาจจะมาจากที่อื่น เป็นสิ่งอื่นที่ไม่เหมือนผู้คนโดยทั่วไป...ถ้าเธอเกิดมาเป็นปีศาจ เธอก็ควรจะเป็นปีศาจ” หญิงสาวกล่าว ก่อนจะหยุดมือแล้วซบใบหน้างามลงกับแผ่นหลังกำยำ

                ชายหนุ่มหยุดคิดต่อคำพูดนั้น ค่อย ๆ ขยับกายลุกขึ้น หันมามองหญิงคนรัก

                “ฉัน...พยายามจะไม่เป็นปีศาจ...”

                หญิงสาวอวดร่างเปลือยเปล่า งดงามประดุจนางอัปสร เธอกล่าวขึ้น

                “อีกไม่นาน ร่างกายของฉันก็จะตกไปเป็นของหมื่นเสือ แต่อย่างน้อยฉันก็ดีใจที่ได้มอบมันให้เธอก่อน...เธอคือผู้ชายคนแรกของฉัน...”

                ชายหนุ่มฟังแล้วเจ็บปวดใจนัก เข้าคว้าร่างอันบอบบางไว้ในอ้อมกอดด้วยความเสน่หา ช่างเหมือนความฝันที่คนซึ่งเกิดมาโดยไม่เป็นที่ต้องการของใคร ๆ คนที่มีสารรูปอันชั่วช้าเช่นมัน กลับได้รับความรักจากหญิงสาวที่งดงามที่สุด แต่ความฝันนั้นก็จะสูญสลายไปในไม่ช้านี้แล้ว

                “เธอรักฉันพอที่จะเป็นปีศาจเพื่อฉันได้หรือเปล่า ?” คำถามของยอดดวงใจทำเอาชายหนุ่มเงียบงันไป

                “แผลที่ฉันทำให้ จะช่วยปลดปล่อยเธอสู่ร่างที่แท้จริง” หญิงสาวยังคงกล่าวต่อไป หากครั้งนี้ชายหนุ่มได้กอดเธอไว้แนบแน่นกว่าเดิม

                “เราจะหนีไปด้วยกัน...ฉันและเธอ...เราจะหนีไปด้วยกัน...” น้ำเสียงอันทุ้มต่ำกล่าวแล้วกระชับร่างบอบบางราวกับจะกลืนกันเป็นเนื้อเดียว

 

                สายฝนเทกระหน่ำลงมาอย่างไม่ลืมหูลืมตา หยาดน้ำเม็ดโต สาดซัดดังเม็ดกรวดโปรยปรายลงมาจากฟากฟ้า ส่งเสียงเปาะแปะเมื่อกระทบสรรพสิ่งเบื้องล่าง จนแม้แต่ต้นไม้ใหญ่ยังหรุบลู่ใบ โงหัวไม่ขึ้น

                ท่ามกลางสายฝนหนาแน่น ชายคนหนึ่งกลับย่ำเท้าไปบนพื้นที่เจิ่งนอง วิ่งฝ่าสายฝนด้วยความร้อนรน สองแขนกำยำโอบอุ้มหญิงสาวไว้แนบอก

                “อย่าทิ้งฉันไปนะ...เธออย่าทิ้งฉัน” หญิงสาวกล่าว กอดร่างกำยำไว้ด้วยความหวาดกลัวว่าจะถูกทิ้ง

                “ฉันจะไม่ทิ้งเธอ เราจะหนีไปด้วยกัน” ชายหนุ่มตอบ พลางเหลียวมองหาหนทาง แต่ม่านฝนอันหนาทึบทำให้มองอะไรแทบไม่เห็น ราวกับมีฉากกั้นสีเทาขวางไว้ทุกทิศทาง

                คู่รักที่ตกลงปลงใจจะหนีตามกันไป กำลังจนมุมเอาเมื่อใกล้จะพ้น สาวเจ้าผู้ไม่เคยต้องลำบาก ไม่อาจทานทนต่อการเดินทางอันสมบุกสมบัน ฝ่าเท้าที่บอบบางแตกเป็นแผลจนเดินต่อไม่ไหว กลายเป็นภาระให้ชายหนุ่มอุ้มไป การณ์เพียงนี้คงไม่กระไรนัก หากไม่มีกลุ่มคนไล่กระชั้นเข้ามา

                เสียงสุนัขเห่ากรรโชก เตือนให้รู้ว่ากลุ่มคนที่ไล่ล่าใกล้เข้ามาทุกขณะ ผู้ถูกล่าไม่มีทางเลือกนอกจากวิ่งไปข้างหน้าอย่างคนตาบอด แต่ก็พลาดท่าถูกสุนัขที่ติดตามกัดเข้าที่น่อง เสียหลักล้มลงบนพื้นที่เจิ่งนองด้วยน้ำ สุนัขอีกสี่-ห้าตัวถลันเข้ามาช่วยกันกลุ้มรุม ขณะเหยื่อเอาตัวกางกั้นไม่ให้พวกมันผ่านไปทำร้ายหญิงคนรัก

                ร่างกำยำเสียทีล้มลงอีกครั้ง ฝูงสุนัขกรูกันเข้ารุมทำร้าย กลบกลืนร่างอันดำมืดไว้จนแทบหมดสิ้น หญิงสาวหวีดร้องด้วยความตกใจและเป็นห่วง

                ชายร่างดำปกป้องตนเองไปตามมีตามเกิด รู้เพียงว่าต้องไม่ให้หญิงคนรักได้รับอันตราย แล้วสัญชาติญาณก็ได้สอนให้มันรู้จักฆ่าเพื่อเอาชีวิตรอด ฆ่าเพื่อปกป้องคนรัก มืออันทรงพลังเอื้อมไปคว้าคอสุนัขตัวหนึ่ง หักมันง่ายดายเหมือนหักกิ่งไม้แห้ง  สุนัขตัวนั้นสิ้นใจทันที ร่างไร้วิญญาณถูกเหวี่ยงไปไกล อีกตัวถูกกระชากที่หู ดึงจนหนังหลุด เห็นกะโหลกอย่างโหดร้าย เพียงเท่านั้นสุนัขที่เหลือก็พากันล่าถอย

                ร่างล่ำสันยืนนิ่งเหมือนไม่มีสติ ขณะที่หญิงสาวถึงกับตัวสั่นเมื่อได้เห็นคนรักปลดปล่อยสัตว์ร้ายที่อยู่ภายใน

                อึดใจต่อมา เมื่อทุกสิ่งสงบลงแล้ว ชายฉกรรจ์จึงก้าวเข้าไปเพื่อจะอุ้มหญิงสาว ทว่ายังไม่ทันถึงตัว ดาบเล่มหนึ่งก็ฟันเข้ากลางหลังจนเป็นแผลเหวอะหวะ

                “ไม่ ! อย่าทำร้ายเขา !” หญิงสาวร้องด้วยความเสียขวัญ พยายามจะวิ่งไปกอดชายคนรัก แต่ถูกรั้งร่างเอาไว้

                “คุณหนู กลับเรือนเถิดขอรับ คุณพ่อรออยู่” ชายที่รั้งร่างพูดเพื่อให้หญิงสาวสงบลง แต่เธอกลับยังคงดิ้นรนเต็มกำลัง จนบ่าวอีกคนต้องเข้ามาช่วย

                “หมื่นเสือ ฉันพาคุณหนูกลับเรือนก่อนล่ะนะ” บ่าวที่ถูกส่งมาตามตัวหญิงสาวตะโกนบอกชายหัวล้านผู้เป็นหัวหน้ากลุ่มติดตาม ซึ่งอีกฝ่ายก็โบกมือให้รู้ว่าจะจัดการที่เหลือเอง

                เมื่อคนของเจ้าสัวต่างลับตาไปแล้ว หมื่นเสือจึงลงจากหลังม้า เดินตรงมายังร่างที่ยังคงตะเกียกตะกายอยู่บนแอ่งโคลน

                “อ้ายชา อ้ายหมาวัดอย่างเอ็งกล้าพาคู่หมั้นข้าหนีเชียวรึวะ !” กล่าวพลางเงื้อดาบฟันไปที่หลังชายผิวดำมืดอีกแผล

                “เอ็งมันรูปชั่วตัวดำ ซ้ำเป็นเพียงเด็กวัด อาจเอื้อมคว้าดอกฟ้าอย่างน้องตะเภาแก้ว ช่างไม่เจียมกะลาหัว !” ถ้อยคำดูหมิ่น พร้อมคมดาบที่ฟันกระหน่ำจนเลือดแดงฉาน แต่ทั้งหมดหาได้สร้างความเจ็บปวดให้เหยื่อคมดาบนั้นเลย...

                ...ไม่มีสิ่งใดทำให้ฉันเจ็บปวดได้อีกแล้ว...

                คำที่มันเคยตอบแก่หญิงคนรัก ดังก้องในหัว คมดาบก็แค่เฉือนเนื้อหนัง ซึ่งมันเคยผ่านความเจ็บปวดเช่นนั้นมาก่อนแล้ว แต่สิ่งที่กำลังทำลายใจมันจนแหลกยับเป็นผุยผง นั่นคือการพรากสิ่งที่มันรักยิ่งไป...สิ่งที่ดีที่สุดในชีวิตอันน่ารังเกียจของมัน...

                ...เอ็งเกิดมาเป็นปีศาจ...โดนกระทำเยี่ยงปีศาจ...จะเป็นสิ่งใดได้นอกจากปีศาจ...

                เสียงหนึ่งกระทบผ่านโสตประสาท ตอกย้ำในสิ่งที่มันเป็น สิ่งที่ทุกคนมองว่ามันเป็น...ใช่แล้ว...มันไม่ใช่มนุษย์...มันคือปีศาจ...

                “พี่เสือระวังตัวนะ อ้ายนี่มันไม่ใช่คนแล้วแน่ ๆ ดูสิ มันฆ่าหมาเราไปตั้งสองตัวด้วยมือเปล่า” ลูกน้องคนหนึ่งร้องเตือน เมื่อเห็นศพสุนัขที่ถูกเหวี่ยงมาไกล

                หมื่นเสือหันไปมอง ไม่นึกว่าร่างที่ถูกฟันยับทั้งตัวจะมีฤทธิ์เดชอะไรได้อีก...หารู้ไม่ว่ากำลังคิดผิด

                “ครือออออ...” เสียงครางทุ้มต่ำดังขึ้น ชายที่คิดว่าสิ้นฤทธิ์ไปแล้ว กลับผุดลุกได้เหมือนผี เมื่อยืดตัวแล้วสูงเกินกว่าหมื่นเสือนัก

                ทันใดนั้นร่างอันดำมืดก็อ้าปาก พุ่งเข้ารวดเร็วโดยหมายที่คอหอยหมื่นเสือซึ่งกำลังตระหนก ทำอะไรไม่ทันนอกจากยกแขนขวาขึ้นบังจึงถูกงับแทน แต่ผู้จู่โจมหาได้หยุดเพียงแค่นั้น หากกัดแน่นเหมือนจะให้เนื้อหลุดตามมาด้วย ทั้งสะบัดอย่างรุนแรงจนชายที่ถูกกัดร้องลั่นทำอะไรไม่ถูก

                “โอ้ย ! ช่วยข้าด้วยโว้ย ! พวกเอ็งช่วยข้าด้วย !” เหยื่อคมเขี้ยวร้องโอดโอย แทบเป็นลมจากแรงขบกัดปานจะแหลกกระดูก ลูกน้องที่ติดตามต่างตะลึงพรึงเพริด ทิ้งมีดทิ้งไม้ กรูกันเข้ามาช่วยดึงร่างใหญ่กำยำให้แยกจากหมื่นเสือ แต่ก็ไม่เป็นผล

                ขณะยื้อยุดกันอยู่นั้น ลูกน้องคนหนึ่งตั้งสติได้ มองไปเห็นดาบที่หลุดจากมือหมื่นเสือ คว้ามันขึ้นมาแทงเข้าที่ท้องเจ้าคนที่กำลังกัดแขนหมื่นเสือ เมื่อไม่เห็นผลจึงแทงซ้ำเข้าอีกแผล ครั้งนี้ฟันที่กัดจึงคลายออก หันเหเป้าหมายมายังคนที่ลงดาบแทน แต่ยังไม่ทันถึงตัว หอกอีกเล่มก็แทงเข้าที่หลังซ้ำ ครั้งนี้ร่างกำยำก็ถึงกับล้ม ร่วงลงไปในน้ำ

                บรรดาลูกน้องหมื่นเสือหมายจะซ้ำให้แน่ใจ แต่เมื่อเห็นจระเข้หลายตัวว่ายรี่มาก็ถึงกับผงะ

                “ฮ่ะ ฮ่ะ อ้ายชา เป็นเหยื่ออ้ายเข้เหอะวะ โดนขนาดนี้ต่อให้ไม่ถูกอ้ายเข้กิน เอ็งก็ไม่รอดจากพิษบาดแผลไปได้หรอกวะ” เจ้าคนที่แทงหอกซ้ำตะโกนด้วยความสาแก่ใจ ที่เห็นจระเข้พากันรุมร่างที่กำลังร่อแร่

                “พี่เสือ เราไปกันก่อนเถอะ ฝนตกหนักน้ำท่วมขนาดนี้ ขืนชักช้าเดี๋ยวได้กลายเป็นเหยื่ออ้ายเข้ไปด้วย” ลูกน้องอีกคนบอกแก่หมื่นเสือที่กำลังเจ็บปวดกับบาดแผลที่ถูกกัด แล้วทั้งหมดจึงพากันขึ้นม้ากลับไปโดยไม่รู้ว่าได้คาดการณ์ผิด

 

                อ้ายชาที่อยู่ในสภาพใกล้สิ้นสติ สะลึมสะลือกับเหตุการณ์รอบตัว จระเข้ตัวหนึ่งคาบมันไว้ หากมิได้ทำร้าย มีจระเข้ตัวอื่นว่ายติดตามมา พวกมันกำลังจะไปที่ไหนกันแน่ ?

                ฝูงจระเข้ว่ายมาถึงสถานที่หนึ่งแล้วปล่อยอ้ายชาทิ้งไว้ มันพอจะคุ้นที่แห่งนี้แม้จะถูกม่านฝนบดบัง และรู้ว่าหากต้องการรอด จะต้องแข็งใจคลานไปเพื่อหาใครคนหนึ่ง

                ฝนที่ตกอย่างบ้าคลั่ง กระหน่ำลงมายังบ่อขุดหลังวัดซึ่งใช้จองจำจระเข้เจ้า จระเข้ร้ายที่นับสิบปีมานี้เอาแต่นอนนิ่งจนผู้คนคิดว่าสิ้นฤทธิ์ ทว่าเหมือนสายฝนได้ปลุกชีพของมัน เจ้าสัตว์ร้ายจึงพลิกตัวอย่างรุนแรง ฟาดหางไปมาราวกับสำเหนียกถึงเหตุการณ์บางอย่าง

                ...หรือมันรู้ว่าเจ้าอาวาสที่เป็นคนจับมัน เพิ่งจะมรณภาพเมื่อไม่ถึงชั่วยาม...

                ...หรือมันจะรู้ว่าอ้ายชากำลังตกอยู่ในสภาพร่อแร่ใกล้ตาย...

                ...หรือเพียงอาละวาดด้วยความคึกคะนองต่อสายฝนเย็นฉ่ำ...

                อาการที่เปลี่ยนไปของจระเข้เจ้า หาได้มีผู้ใดเป็นประจักษ์พยานเลย เว้นก็แต่ชายคนหนึ่ง...

                “ฮี้ อ่ะ อ่ะ อ่ะ แผลงฤทธิ์แล้วหรือวะ ฮี้ อ่ะ อ่ะ กลับมาแล้วโว้ย อ้ายเข้เจ้ากลับมามีฤทธิ์เหมือนเดิมแล้ว สนุกกันล่ะวะทีนี้ ฮี้ อ่ะ อ่ะ อ่ะ” ชายผู้เป็นประจักษ์พยาน เต้นแร้งเต้นกาเหมือนคนบ้าท่ามกลางสายฝน ท่าทางพออกพอใจที่เห็นจระเข้เจ้าดิ้นรนอาละวาด กระทั่งเสียงหนึ่งดังมาจากด้านหลังจึงได้หันไปดู

                “ลุงพด...ลุงพด...ช่วยข้าด้วย...” เสียงมาจากร่างที่ถูกฟันแทงจนยับ แต่ยังกระเสือกกระสนคลานมาจนถึงนี่ ชายที่ถูกเรียกรีบเข้ามาประคองร่างนั้นไว้

                “เฮ้ย อ้ายชา อย่าเพิ่งตายนะโว้ย ข้าจะรีบช่วยเอ็ง” สัปเหร่อร่างผอมโกรกพยายามเรียกสติเจ้าคนเจ็บ ถูลู่ถูกังลากตัวไปพักรักษาในกระท่อม

 

                เมื่อรู้สึกตัวอีกครั้ง ชายที่ถูกทำร้ายจนปางตายก็ถูกฝังอยู่ในหลุม ทั้งมัดตราสังข์เอาไว้แน่นหนา จนไม่แน่ใจว่ามันตายไปแล้วหรือไร

                มันเริ่มขยับตัวดิ้นรน กระชากสายสิญจน์ที่มัดตราสังข์ออกโดยง่าย ฉีกผ้าขาวที่ห่อตัวออก ตะเกียกตะกายออกจากหลุม คราบดินโคลนที่ติดตัวดูประหนึ่งทารกที่เพิ่งคลอดจากครรภ์มารดา

                “ฟื้นแล้วเหรอวะอ้ายชา แหม หายไวดีไหมวิธีของข้า นี่ถ้าเอ็งไม่ฟื้นข้าก็ว่าจะกลบฝังเสียให้สิ้นเรื่องสิ้นราว” เสียงทักทายดังมาจากคนที่ช่วยชีวิตมันไว้ พูดพลางนั่งย่างเนื้ออะไรบางอย่างส่งกลิ่นหอมฉุย

                อ้ายชาปีนขึ้นจากหลุม เพิ่งสังเกตว่ามันถูกพอกยาไว้ทั้งตัว แผลที่ได้รับก็เริ่มจะสมานกันดีแล้ว

                “เอ็งน่ะสลบไปได้ห้าวันแล้ว แต่ฟื้นเร็วขนาดนี้ก็เกินคนแล้วล่ะวะ” ผู้อาวุโสที่กำลังย่างเนื้อกล่าวต่อเหมือนจะเดาใจอีกฝั่งได้ แล้วจึงโยนกระบอกน้ำส่งให้ เจ้าคนที่เพิ่งฟื้นจากบาดแผลรับมาดื่มอย่างหิวกระหาย

                “...น้องตะเภาแก้ว...เป็นอย่างไรบ้าง ?” ร่างที่เพิ่งหายเจ็บเอ่ยถามถึงหญิงคนรักทันที

                “แฮะ อ้ายนี่ ฟื้นมาก็ถามถึงสาวเลย เอ็งไม่ต้องเป็นห่วงไปหรอก คุณหนูตะเภาแก้วเขามีคนคอยปรนนิบัติพัดวี ก็แค่เจ้าสัวต้องรีบเอาใส่ตะกร้าล้างน้ำ ที่ทำงามหน้าหนีไปกะเอ็ง คงจะต้องแต่งกับหมื่นเสือเร็ว ๆ นี้ล่ะวะ” อีกฝั่งตอบ ครั้นเห็นแววสลดในดวงหน้าของผู้เป็นทั้งศิษย์และเด็กในอุปการะ จึงกล่าวเสริมอีก

                “แต่เอ็งโชคดีหน่อย เจ้าอาวาสท่านเพิ่งจะมรณภาพ พวกงานมงคลเลยต้องเลื่อนไปก่อน อีกจระเข้เจ้าก็ดันหลุดออกไป หมื่นเสือกำลังวุ่นหนัก ไม่รู้จะว่างเมื่อไหร่เลย”

                “พ่อ...พ่อหนีออกไปหรืออาพด” อ้ายชาละล่ำละลักถาม

                “เออ พ่อเอ็งน่ะลากวัวควายชาวบ้านไปกินหลายตัวแล้ว อีกเดี๋ยวมันคงลากคนไปกินให้ข้าต้องทำศพไม่เว้นตาละวัน” สัปเหร่อเฒ่าตอบ แต่หันไปอีกทีเจ้าคนที่บาดเจ็บก็ไม่อยู่ฟังเสียแล้ว

                ร่างที่เพิ่งฟื้นจากพิษบาดแผลออกก้าวอย่างกะปลกกะเปลี้ย คว้ามีดเล่มหนึ่งติดไปด้วย ตั้งใจว่าหากครานี้มีผู้ใดขัดขวางก็จะแทงมันให้สิ้นทุกตัวคน แต่ละก้าวที่เดินเหมือนกำลังวังชาได้ฟื้นคืน ไม่ช้าเจ้าหนุ่มที่ตั้งใจจะไปทวงหญิงคนรักก็วิ่งมาถึงท่าน้ำ ยืนทำเสียงทุ้มต่ำเหมือนกำลังร้องเรียกบางสิ่ง

                อึดใจต่อมา ร่างอันดำมืดของจระเข้เจ้าก็ลอยขึ้นมาบนผิวน้ำ จ้องตาชายที่อยู่บนฝั่ง เจ้าหนุ่มเหมือนรู้ใจกันดี กระโจนลงน้ำ ว่ายเข้าไปกอดคออสุรกายที่ผู้คนหวาดหวั่นโดยไม่เกรงกลัว แล้วสองผู้ต่างเผ่าพันธุ์ก็ว่ายลับไปตามสายน้ำ

 

                ที่เรือนเจ้าสัว ตะเภาแก้วผู้ถูกพรากจากชายคนรัก นับแต่กลับมาก็เปรียบเสมือนมีเพียงร่างกายแต่ไร้จิตใจ ข้าวปลาก็กินเพียงน้อยนิด น้ำท่าก็ไม่ยอมอาบ ปล่อยตัวให้เหมือนขยะชิ้นหนึ่ง มีเพียงตะเภาทองที่มิได้รังเกียจ นอนเฝ้าพี่สาวฝาแฝดด้วยความเป็นห่วง หากวันนี้ หญิงซึ่งสภาพจิตใจแตกสลายได้ลุกขึ้นจากเตียง เปิดประตูเพื่อดูท้องฟ้าที่หม่นมัวแสนหดหู่

                ท้องฟ้าที่ฉ่ำด้วยเมฆฝน หากไม่มีฝนตก ทั้งแดดก็มิได้ส่องผ่านม่านเมฆ เหมือนคนที่ไม่รู้จะไปทิศทางไหนกันแน่ แต่ใจของตะเภาแก้วนั้นตัดสินใจเป็นที่เรียบร้อยแล้ว

                บ่าวไพร่พากันกุลีกุจอ รีบเข้ามาห้อมล้อมเมื่อเห็นคุณหนูยอมก้าวออกจากห้อง ต่างก็พากันสงสัยว่าตะเภาแก้วกำลังจะทำอะไร

                “ฉันจะลงไปอาบน้ำ แต่งเนื้อแต่งตัวให้สวย จะได้เป็นที่พอใจของหมื่นเสือ” เธอบอกแก่บรรดาสาวใช้ ขณะเดินไปยังท่าน้ำ

                “คุณหนูอาบบนเรือนดีไหมเจ้าคะ พวกอิฉันจะลงไปตักน้ำมาให้ ตอนนี้จระเข้เจ้ากำลังออกอาละวาด...” สาวใช้รายหนึ่งออกความเห็น กริ่งเกรงต่อข่าวที่แพร่กระจายในช่วงนี้

                ม่านตาของตะเภาแก้วขยายออกเล็กน้อย เมื่อได้ยินข่าวของจระเข้เจ้า

                “เช่นนั้นเอาเป็นว่าฉันจะไม่ลงเล่นน้ำ แต่จะอาบบนท่าน้ำแทนแล้วกัน พวกพี่จะได้ไม่เหนื่อยหิ้วกันไกล” เธอบอกแก่สาวใช้ พลางเดินลงไปสู่ท่าน้ำ

                “ฉันจะไปรอที่ท่าน้ำ พวกพี่รีบไปเอาเครื่องอาบน้ำมาให้ครบถ้วนเถิด ฉันไม่ได้อาบน้ำมานานหลายวัน คงต้องขัดสีฉวีวรรณกันสักหน่อย” กล่าวสำทับเพิ่มเติมพร้อมกับแย้มยิ้ม หากไม่มีผู้ใดสังเกตว่ารอยยิ้มนั้นดูแปลกไป ต่างดีใจที่คุณหนูกลับมาเป็นปกติ เลิกทำตัวเซื่องซึม บรรดาสาวใช้จึงรีบไปหยิบข้าวของตามสั่ง อีกคนหนึ่งรีบไปแจ้งเจ้าสัวให้เลิกกังวล โดยมิได้นึกระแวงสงสัยว่าตะเภาแก้วได้คิดทำสิ่งใด

                ร่างงามระหงก้าวลงมายังท่าน้ำซึ่งปลูกไว้โอ่อ่า พวกบ่าวไพร่ที่เป็นชายรีบหลบไปด้วยเกรงโทษทัณฑ์ จึงมีเพียงหญิงสาวอยู่ตามลำพัง

                ตะเภาแก้วก้มมองสองแขนที่ผ่ายผอมลงอย่างไม่ยินดียินร้าย ถึงอย่างไรร่างนี้ก็จะตกเป็นของหมื่นเสือในอีกไม่ช้า จึงตั้งใจว่าหากเป็นเช่นนั้นก็จะให้หมื่นเสือได้ไปเพียงร่างไร้วิญญาณ ล้วงเอาขวดเล็ก ๆ ที่แอบหยิบมาจากห้องยา เธอเองก็ได้รับถ่ายทอดวิชาปรุงยาจากแม่ จึงรู้ดีว่าสิ่งนี้คืออะไร มันคือยาพิษที่จะช่วยให้เธอไม่ต้องทรมานอีกต่อไป...

                ที่พุ่มไม้ฝั่งตรงข้าม อ้ายชาได้แอบซุ่มซ่อน ตั้งใจจะรอจนมืดค่ำค่อยบุกเข้าไปชิงตัวคนรัก ครั้นได้เห็นสาวเจ้าก็ดีใจนัก เตรียมจะเผยตัวเพื่อชวนให้หนีไปด้วยกัน

                ชายที่เพิ่งฟื้นจากบาดแผลผุดดำลงใต้น้ำเพื่อไม่ให้เป็นที่สังเกต เร่งแหวกว่ายหวังให้ถึงท่าน้ำเพื่อพบคนรักในชั่วอึดใจ มันดำจนถึงที่หมาย เกาะเสาไว้เพื่อจะปีนขึ้นไป ทันใดนั้นเอง มีขวดกระเบื้องเล็ก ๆ กลิ้งตกมาจากด้านบน เมื่อรีบปีนขึ้นไปก็ได้พบกับภาพที่ทำให้ใจสลาย เมื่อหญิงสาวอันเป็นที่รักนอนบิดเกร็งด้วยความเจ็บปวด จวนเจียนจะสิ้นใจ

                “...ทำไมถึงทำแบบนี้...?” ชายร่างกำยำเข้าคว้าร่างบางไว้ กระซิบถามด้วยความไม่เข้าใจ

                หญิงสาวพยายามฝืนความเจ็บปวด ผุดรอยยิ้มด้วยความยินดีที่ได้เห็นหน้าคนรักก่อนจะสิ้นใจ

                “...พา..ฉันไป...กับเธอ...ด้วย...” เสียงกระซิบแผ่วเบา เล็ดลอดจากริมฝีปากบาง ขณะร่างหนากอดกุมไว้เหมือนกลัวว่าคนรักจะสูญสลายไป แล้วชายผู้ที่เกิดมาไม่เคยแม้แต่จะปริปากเมื่อได้รับความเจ็บปวด กลับร้องไห้คร่ำครวญราวกับเด็กตัวเล็ก ๆ เป็นการร้องไห้ให้กับความเจ็บปวดที่มันไม่เคยพบพานมาก่อนในชีวิต ร้องจนไม่มีเสียงใดเล็ดลอดออกมาอีกแล้ว ร่างที่ดำสนิท หากหัวใจของมันกำลังดำสนิทยิ่งกว่า

                แล้วสรรพสำเนียงรอบกายก็ปลุกมันให้ตื่นจากความเศร้าเสียใจ สาวใช้ที่นำขมิ้นและเครื่องหอมมาเพื่อบำรุงผิวพรรณร้องโหวกเหวกโวยวายเมื่อเห็นชายร่างอัปลักษณ์กอดร่างนายหญิง พากันเรียกพวกผู้ชายให้มาช่วยกันขับไล่ บ่าวไพร่ในเรือนรีบคว้ามีดคว้าไม้ วิ่งมาที่ท่าน้ำ

                ชายร่างดำมืดพยายามพาร่างหญิงคนรักไปด้วย แต่ด้วยสภาพร่างกายที่ยังบาดเจ็บจึงเป็นเรื่องลำบาก เมื่อเห็นว่าคงเกินความสามารถ มันจึงใช้มีดตัดศีรษะคนรักออกจากร่าง แล้วหลบหนีไปอย่างจวนตัว

                ร่างอันดำมืดเพิ่งกระโจนลงน้ำ พวกบ่าวไพร่รีบติดตามไปอย่างกระชั้นชิด แต่เมื่อถึงท่าน้ำ ท่อนหางอันใหญ่โตกลับผุดขึ้นมา กวาดหลายคนตกน้ำไป จระเข้เจ้าลอยขึ้นมา จ้องมองผู้คนที่แตกตื่น พวกที่ตกน้ำรีบตะกายขึ้นฝั่ง บางคนรีบลากร่างที่ไร้ศีรษะของตะเภาแก้วให้พ้นจากท่าน้ำ

                จระเข้เจ้าดำลงไปอีกครา ก่อนจะลอยขึ้นมาใหม่ ครั้งนี้มีร่างของชายฉกรรจ์เกาะที่หลัง อุ้มศีรษะหญิงสาวไว้ในอ้อมแขน เงาดำมืดของทั้งคนทั้งจระเข้กลืนกันเป็นเนื้อเดียว ก่อนจะว่ายออกสู่แม่น้ำกว้าง ทิ้งเสียงโจษจันไว้เบื้องหลัง

 

                นัยน์ตาดำประดุจนิลลืมโพลงขึ้น หลังจากหลับฝันถึงช่วงที่ทั้งมีความสุขและทุกข์ทนที่สุดในชีวิต

                ร่างกำยำขยับเขยื้อนจากท่านั่งจับเจ้า มันหลับไปทั้งสภาพนี้ สองแขนประคองศีรษะไร้ร่างของหญิงสาว ขยับมองใบหน้างดงามคล้ายเมื่อครั้งยังมีชีวิต หวนนึกถึงสิ่งที่สาวเจ้าเคยถามไว้

                “เธอรักฉัน พอจะเป็นปีศาจเพื่อฉันได้หรือเปล่า ?”

                ริมฝีปากหนาเม้มแน่นมิได้ตอบ กลับเอื้อมมือข้างหนึ่งลูบไปที่ท้ายทอย แผลเป็นที่หญิงคนรักเคยทำให้ นูนขึ้นมา เรียงเป็นแถวคล้ายดังเกล็ดของจระเข้ มันใช้มือข้างเดียวกันนั้น เอื้อมไปลูบที่เกล็ดตรงท้ายทอยจระเข้เจ้าที่นอนนิ่งอยู่ข้าง ๆ เจ้าสัตว์เลือดเย็นลืมตา ส่งเสียงโต้ตอบ

                “แผลที่ฉันทำให้ จะช่วยปลดปล่อยเธอสู่ร่างที่แท้จริง”

                น้ำเสียงกังวานใสยังคงก้องอยู่ในหัว ทั้งรอยยิ้มและเสียงหัวเราะก็ยังคงรู้สึก แม้ในความเป็นจริงผู้เอ่ยมันจะตายไปนานแล้ว

                ชายที่ดูราวอสูรกายชักมีดที่เหน็บเอว บรรจงกรีดแผลตื้นลงบนหน้า โดยเว้นระยะให้คล้ายรอยตะปุ่มตะป่ำบนผิวจระเข้ มันต้องการพลังอำนาจ ต้องการเปลี่ยนแปลงสู่ร่างที่สมบูรณ์กว่านี้ ปลดปล่อยสัตว์ร้ายจากร่างแหที่คลี่คลุม

                ชาละวรรณ...นามนี้หมายถึงผิวอันเป็นตาข่ายแห นามนี้แท้จริงแล้วมีเพื่อสะกดมันเอาไว้ แต่อีกไม่ช้า ตาข่ายอันนี้จะแยกออก...ปลดปล่อยสัตว์ร้ายให้ออกมา...

                “ฉันจะเป็นปีศาจเพื่อเธอ...จะฆ่าพวกมันทุกคน...เปลี่ยนเมืองนี้ให้กลายเป็นเมืองร้าง” มันกระซิบตอบศีรษะอันไร้ร่าง ก่อนจะหลับตาลงอีกครั้ง เมื่อตื่นขึ้นมา จะเป็นเวลาแห่งการเข่นฆ่าด้วยความกระหาย

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 8 ครั้ง

3 ความคิดเห็น

  1. #145 อำพันเชอรี่ (@markread) (จากตอนที่ 15)
    วันที่ 26 มิถุนายน 2561 / 11:52
    งือออออออออ

    สงสารอ้ายชา ไรเตอร์ใจร้าย (ตรงไหน) ทำร้ายได้แม้แต่เด็กตาดำๆ (ตัวใหญ่มาก)

    เค้าโป้งตัวแล้วด้วย (แต่ขออ่านให้จบก่อน) ไปละ
    #145
    1
    • #145-1 masked v (@masked_v) (จากตอนที่ 15)
      27 มิถุนายน 2561 / 23:53
      แง้ เค้าเปล่าทำร้ายนะ คนรอบข้างทำร้ายต่างหาก ดันเกิดมาไม่เหมือนคนอื่น
      #145-1
  2. #60 nongmuayzz (@nongmuayzz) (จากตอนที่ 15)
    วันที่ 17 มิถุนายน 2560 / 14:22
    ตะเภาแก้วเอ๋ยยยย เพราะเจ้าแท้ๆเล้ยยย
    อ้ายชาจะฆ่าทั้งหมู่บ้านแล้วนะเออ
    #60
    1
    • #60-1 masked v (@masked_v) (จากตอนที่ 15)
      17 มิถุนายน 2560 / 21:24
      เจ็บใจ คนรักโดนรังแก ข้าจะเผาเมืองแปร ให้มันวอดวายยยย

      ของแบบนี้ ผู้หญิงข้าใครอย่าแตะ 5555+
      #60-1
  3. #59 Tresh (@KillerOrDie) (จากตอนที่ 15)
    วันที่ 17 มิถุนายน 2560 / 11:39
    โถ่อ้ายชาของน้อง อ่านแล้วน่าเห็นใจนะคะ เหมือนทั้งชีวิตมีเรื่องดีแค่เรื่องเดียวคือตะเภาแก้ว คนดีๆกลายเป็นปีศาจไปเลย ละแม่ตะเภาแก้วก็ดันไปยุยงเขาอีก โอ้ยยยฟหกด่าสว
    #59
    3
    • #59-2 Tresh (@KillerOrDie) (จากตอนที่ 15)
      18 มิถุนายน 2560 / 01:26
      น้องทองคนมุมิกับอ้ายชาคนบึกบึนงี้เหรอคะ 55555555555 โอ้ยยย รอตอนต่อไปนะคะ อิอิ
      #59-2
    • #59-3 masked v (@masked_v) (จากตอนที่ 15)
      18 มิถุนายน 2560 / 21:00
      จะพยายามปั่นนะครับ
      #59-3