โศกนาฏกรรมแห่งสายน้ำ

  • 90% Rating

  • 1 Vote(s)

  • 4,484 Views

  • 158 Comments

  • 147 Favorites

แชร์นิยายเรื่องนี้

  • Month Views
    64

    Overall
    4,484

ตอนที่ 12 : ตอนที่ 4 ตะเภาแก้ว

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 349
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 9 ครั้ง
    5 พ.ค. 60

                บรรยากาศช่วงค่ำคืนสงัดเงียบ บนเรือนแทบไร้ซึ่งสิ่งเคลื่อนไหว เว้นแต่เด็กสาวร่างเพรียวบางที่เพิ่งก้าวพ้นประตูห้อง เหลียวมองไปรอบ ๆ จนมั่นใจแล้วจึงค่อยส่งสัญญาณให้แขกยามวิกาล

                เจ้าทองติดตามออกไปทั้งที่ไม่รู้ว่าจะต้องพบเจออะไร ใจมันหวังเพียงได้พบเบาะแสที่จะทำให้รู้ตัวจริงของจระเข้เจ้า อันเป็นหนทางล้างแค้นให้แก่พ่อครู

                ขณะเดินตามด้วยใจมุ่งมั่น พลันเด็กสาวตรงหน้าก็หยุดอย่างกะทันหันจนเจ้าทองยั้งไม่ทัน สองร่างประกบกันในมุมมืด

                ตะเภาทองเอื้อมมือปิดปากเจ้ากำพร้าเป็นการปรามไม่ให้ส่งเสียง จากนั้นจึงชะโงกหน้าพ้นมุม มองไปยังประตูบานหนึ่งที่เพิ่งเปิด เห็นชายร่างเล็กค้อมศีรษะให้ผู้ที่อยู่ในห้องก่อนจะก้าวลงบันไดไป

                เด็กสาวรู้จักคนที่เพิ่งก้าวออกมาว่าคือนายเล็ก คนช่วยทำบัญชีให้กับเจ้าสัว ทุกคืนนายเล็กจะต้องขึ้นมารายงานบัญชีและสอบทานกันอยู่นานกว่าจะเรียบร้อย ยิ่งในช่วงที่ทั้งเมืองเหมือนกับถูกปิดล้อมโดยฝูงจระเข้ เจ้าสัวยิ่งต้องใคร่ครวญเรื่องการใช้จ่ายอย่างดี และหวังว่าทุกอย่างจะคลี่คลายโดยเร็ว

                ประตูห้องปิดลงได้สักครู่แล้ว บุตรสาวเจ้าเรือนจึงคลายใจ ออกเดินนำต่อ บนเรือนในเวลานี้ไม่มีใครอื่นอีก น้าเกลี้ยงยังคงนอนหลับราวกับตาย ส่วนเจ้าสัวก็ยังอยู่ในห้อง ซึ่งคงจะทำงานต่ออีกสักพักค่อยเข้านอน ตะเภาทองอาศัยจังหวะนี้ พาเด็กหนุ่มเดินตัดมายังห้องฟากตะวันตก

                เจ้าทองเดินตามอย่างใจลอย กลิ่นหอมจากมือเด็กสาวยังติดอยู่ที่ปลายจมูก แม้จะมีแม่ยกติดพันหลายราย แต่ตัวมันกลับไม่เคยรู้สึกเช่นนี้มาก่อน คล้ายว่าเด็กสาวนามตะเภาทองจะมีสิ่งดึงดูดต่อมันเป็นพิเศษ

                ครั้นก้าวเข้ามายังห้องที่ปิดทึบ ตะเภาทองก็จุดตะเกียงขนาดเล็กพอให้มีแสงแล้วส่งให้เจ้าทอง อาการใจลอยของเด็กหนุ่มพลอยหายไปเป็นปลิดทิ้ง เมื่อเห็นว่าสิ่งที่อยู่บนตั่งตรงกลางห้องคือศพเด็กสาวที่ไร้ศีรษะ !

                เด็กหนุ่มเอาแต่ยืนนิ่ง พูดอะไรไม่ออก ศพตรงหน้าดูเหมือนเพิ่งตายใหม่ ๆ แม้ผิวจะซีดเซียวไปบ้าง แต่กลับไม่มีอาการบวมอืดหรือเริ่มเน่าแม้แต่น้อย ตรงคอที่ถูกตัดไม่มีเลือดเหลือแล้ว คล้ายศพถูกรักษาด้วยวิธีการบางอย่าง ขณะกำลังครุ่นคิดอยู่ว่านี่เป็นศพของใครกันแน่ ตะเภาทองก็นอนลงเคียงข้างศพ เทียบจนเห็นได้ชัดว่าทั้งสองมีรูปร่างเท่ากันทุกประการ

                “นายคงเดาถูก นี่น่ะศพพี่ตะเภาแก้ว พี่สาวฝาแฝดของฉันเอง เจ้าสัวยังเก็บเอาไว้ไม่ยอมทำพิธีจนกว่าจะหาหัวของพี่ตะเภาแก้วเจอ หรือฆ่าจระเข้เจ้าเพื่อล้างแค้นให้ได้เสียก่อน นี่ล่ะฝีมืออ้ายชา บางที...อาจจะเป็นเหยื่อรายแรกของมัน” ตะเภาทองเฉลย

                อ้าชา...เป็นชื่อนี้อีกแล้ว เจ้าทองได้ยินชื่อนี้อยู่หลายครั้ง แต่ไม่เคยได้รับรู้เรื่องราวอย่างละเอียดของชายคนนี้ พอประติดประต่อได้แต่เพียงว่าอ้ายชาเป็นเด็กวัด และเคยอาศัยอยู่กับครูพดในฐานะลูกศิษย์ ทว่าได้หายตัวไปพร้อมกับจระเข้เจ้า ทุกครั้งที่ได้ยินชื่ออ้ายชา คนพูดก็มักเลี่ยงไปพูดเรื่องอื่นอย่างรวดเร็ว คล้ายพยายามจะลืมเลือน

                “ทุกคนเอาแต่พูดว่าพี่ตะเภาแก้วถูกจระเข้เจ้าฆ่า แต่ฉันถามทีเถิด หากเป็นเช่นนั้นจริง เคยได้ยินบ้างไหมว่ามีจระเข้ที่ฆ่าคนแล้วนำไปแต่หัว ?” เด็กสาวตั้งข้อสังเกต

                หลานอาจารย์ไกรฟังแล้วตรึกตรอง ส่องไฟใกล้ ๆ เพื่อดูบาดแผลตรงคอที่ถูกตัดอย่างใกล้ชิด น่าแปลก...รอยแผลนั้นราบเรียบคล้ายตัดเฉือนด้วยของมีคมเช่นมีด นับแต่มันติดตามพ่อครูก็ได้เห็นศพที่ตายเพราะจระเข้มาแล้วมากมาย แต่ไม่มีที่คล้ายกับศพนี้เลย ถ้าจะสรุปอย่างรวบรัด ตะเภาแก้วน่าจะตายด้วยฝีมือมนุษย์เสียมากกว่า

                สายตาของเด็กหนุ่มสำรวจยังศพอย่างพิจารณา พยายามนึกภาพยามที่เธอยังมีชีวิต เทียบเคียงกับตะเภาทองที่นอนข้าง ๆ ทั้งสองคงจะมีความงามพอ ๆ กัน ผิวที่ขาวโดดเด่นคงมาจากเลือดข้างพ่อที่เป็นคนจีน แม้จะเพิ่งย่างเข้าวัยรุ่น แต่รูปร่างของทั้งสองสาวก็ผายรับกับการเจริญพันธุ์ ทั้งสะโพกกลมกลึง เอวคอดรับกับทรวงอกอิ่ม นัยน์ตาคมโต จมูกโด่งงุ้ม คิ้วคมเข้มและเส้นผมดำขลับ ทำให้เจ้าทองอนุมานเอาว่าฝั่งแม่ของสองสาวน่าจะมีเชื้อแขกปนอยู่

                แม้จะเป็นฝาแฝดที่ดูใกล้เคียงกันมาก แต่ก็มีรายละเอียดที่แตกต่างกัน แขนขาของตะเภาแก้วดูเรียวบาง ขณะที่ตะเภาทองมีกล้ามเนื้อแลทะมัดทะแมงกว่า เมื่อเอื้อมแตะดูก็รู้สึกถึงความกระชับแน่น เด็กสาวส่งเสียงคล้ายไม่พอใจเมื่อถูกลูบคลำต้นแขน แต่แล้วก็เงียบไปไม่ได้ว่ากระไร หลบตาหันไปมองอีกทาง เจ้าทองเหมือนจะนึกขึ้นได้รีบปล่อยมือ หันมาก้มมองปลายนิ้วของตะเภาแก้วซึ่งไว้เล็บยาวตัดแต่งอย่างเรียบร้อยแทน มีรอยด่างดวงเล็ก ๆ คล้ายถูกตัวยาบางอย่างกัดเป็นรอยจาง ๆ แสดงว่าน่าจะเกิดขึ้นก่อนที่เธอจะเสียชีวิต

                “ตะเภาแก้วชอบผสมยาหรือ ?” เด็กหนุ่มถาม

                “ใช่ ถึงเราจะเป็นฝาแฝดแต่ก็มีนิสัยต่างกัน ฉันชอบฝึกอาวุธ ส่วนพี่ตะเภาแก้วชอบปรุงยาและเรื่องเร้นลับ เธอคงจะได้ทางแม่มา ส่วนฉันนี่สิไม่รู้ว่าได้นิสัยมาจากใคร” ตะเภาทองหันมาตอบ ตอนท้ายพูดเหมือนติดตลก

                “แล้วอ้ายชา...มันเป็นใครกันแน่ ? คนที่ฉันเห็นตอนพ่อครูตายมันคือใคร ?” เจ้าทองวกกลับมายังคำถามที่มันอยากรู้ที่สุด

                “นั่นแหละคืออ้ายชา” เด็กสาวตอบ ดวงไฟที่สะท้อนในแววตาเต้นระริกเมื่อเอ่ยถึงชายคนนั้น

                เด็กหนุ่มเงียบไปเมื่อได้ยินคำตอบ ภาพวันที่พ่อครูเสียชีวิตผุดขึ้นมาในหัว ร่างดำทะมึนสูงใหญ่ ผิวที่ดำประหนึ่งรัตติกาล ดวงตาที่ดุร้ายราวสัตว์ป่า ปากที่แดงฉานของมันคาบลูกกระเดือกของอาจารย์ไกรเอาไว้ ไม่ว่าจะนึกอย่างไรก็แทบไม่น่าเชื่อว่าสิ่งนั้นเป็นคน หาใช่ภูตผีปีศาจ

                “...แล้วทำไมอ้ายชาถึงต้องฆ่าตะเภาแก้ว ?” เจ้ากำพร้าถามต่อไป ครั้งนี้เด็กสาวเงียบไปพักหนึ่งก่อนจะตอบด้วยเสียงเบาราวกระซิบ

                “อ้ายชา...กับพี่ตะเภาแก้วแอบคบหากัน...อันที่จริงทั้งสองต่างก็ได้เสียกันแล้ว...”

                เจ้าทองฟังแล้วไม่เข้าใจถึงคำว่าได้เสียกัน แต่แปลกใจในกิริยาท่าทางของอีกฝ่าย ก่อนจะทันได้ถามอะไรต่อไป ตะเภาทองก็รีบดับไฟแล้วฉุดมือมันให้ลงไปซ่อนใต้ตั่งด้วยกัน

                ในพื้นที่อันคับแคบ ทั้งสองร่างต่างประกบกันแนบแน่น ความเงียบงันและความใกล้ชิดทำให้เสียงหัวใจของทั้งสองแว่วเข้ามาในโสตประสาท ต่างเต้นไม่เป็นส่ำ เส้นผมยาวสยายของเด็กสาวทิ้งลงปรกระหน้าเจ้าทองจนได้กลิ่นหอม ลมหายใจอุ่นที่สัมผัสอย่างแผ่วเบา ปลุกความรู้สึกบางอย่างที่เด็กหนุ่มไม่เคยรู้จักมาก่อน มันเติบโตขึ้นช้า ๆ ผงาดง้ำโดยไม่อาจควบคุม

                เสียงเปิดประตูทำเอาหัวใจทั้งสองแทบหยุดเต้น ใครคนหนึ่งก้าวเข้ามาในห้อง หยุดยืนตรงหน้าตั่ง ทรุดลงนั่งเหมือนคนสิ้นเรี่ยวแรง ครูหนึ่งก็ได้ยินเสียงร้องไห้ ฟังดูน่าวังเวงในความมืดสลัวเช่นนี้ เจ้าทองคิดว่าคงเป็นเจ้าสัวที่เข้ามาดูศพลูกสาว ร้องไห้ขึ้นมาด้วยความอาลัยรัก แม้จะเคยโกรธเคืองเจ้าสัวมาก่อน แต่เสียงร้องไห้ของพ่อผู้สูญเสียลูกสาว ทำให้มันเกิดความสงสาร ตรงกันข้ามกับตะเภาทองที่ยังคงมีแววโกรธเกลียดในสายตา คล้ายจะโทษเจ้าสัวว่าเป็นต้นเหตุให้ตะเภาแก้วตาย สะกิดใจเด็กหนุ่มถึงความสัมพันธ์อันซับซ้อนของครอบครัวนี้

                เสียงร้องไห้เงียบไปสักพักแล้ว แต่ผู้ที่คุกเข่าหน้าศพยังไม่เขยื้อนลุกไปไหน ชายและหญิงที่ซุกซ่อนอยู่ใต้ตั่งต้องจำทนกับความเบียดเสียด ลมหายใจอุ่นของเด็กสาวยังคงซ่านอยู่ตรงหน้า ขณะหัวใจทั้งสองเต้นระรัวไม่คลายจังหวะลงเลย เนินนูนของทรวงอกที่เสียดสีกับแผ่นอก สร้างความรู้สึกประหลาดให้แก่เจ้าทอง บางสิ่งเติบโตขึ้นในที่อันคับแคบ ดูเหมือนฝ่ายหญิงจะรู้สึกตัวแล้ว จึงยกสะโพกถอยหนี แต่เป็นไปไม่ได้ในสถานที่อันจำกัด อาการเบียดส่ายกลับยิ่งสร้างความทรมานให้เจ้าทองยิ่งกว่าเก่า เกิดความรู้สึกหวิวหวือโดยไม่รู้ว่ามันคืออะไรกันแน่

                ไม่รู้เวลาผ่านไปนานเพียงใดกว่าเสียงเปิดประตูจะดังขึ้นอีกหน เสียงก้าวเดินออกไปและปิดประตูกลับดังเดิม ที่ใต้ตั่งทั้งสองร่างยังคงแนบชิดกันอยู่ ค้างคาเหมือนจะรออะไรบางอย่าง ซึ่งเจ้าทองเองก็ไม่อยากเขยื้อนออกไปไหน

                “...เจ้าสัวออกไปแล้วล่ะ...” ตะเภาทองชิงเอ่ยก่อน น้ำเสียงดูแปลกไป ค่อย ๆ ขยับลุกออกมา จัดผมเผ้าและเสื้อผ้าให้เข้าที่

                “...ฉันว่าเรากลับกันเถอะ กลับไปที่ห้องก่อน เดี๋ยวนายค่อยปีนกลับทางเดิม” ตะเภาทองพูดจบแล้วเดินนำออกไปโดยไม่รอฟังความเห็น เจ้าทองที่ถูกจูงมือเดินตามอย่างว่าง่ายจนกลับมาถึงห้องเด็กสาว นางเกลี้ยงยังคงหลับลึก ส่งเสียงอือออคล้ายจะฝันร้าย

                หลานอาจารย์ไกรถอนหายใจ พยายามสลัดไล่ความรู้สึกบางอย่างออกไปแล้วนึกทบทวนถึงสิ่งที่ได้รับรู้มา ทั้งเรื่องของตะเภาแก้วและเรื่องของอ้ายชา รวมถึงเรื่องของจระเข้เจ้า ไม่แน่ใจว่าจะช่วยให้ปราบจระเข้เจ้าได้อย่างที่หวังหรือไม่

                ขณะกำลังจะปีนกลับทางหน้าต่าง มือเรียวบางของเด็กสาวก็คว้าตัวเจ้าหนุ่มไว้ พร้อมเอ่ยขึ้น

                “...จะไปแล้วหรือ...นายคิดว่าจะปราบจระเข้เจ้าได้หรือเปล่า ?”

                เด็กหนุ่มหันกลับมา รู้สึกแปลกใจ คล้ายสาวเจ้าจะชวนคุยประวิงเวลาเสียมากกว่าจะเป็นคำถามจริงจัง กระนั้นก็ยังคงตอบออกไปตามซื่อ

                “กระผมยังมิแน่ใจนัก แต่จะพยายามอย่างเต็มที่ ต่อให้ต้องแลกชีวิตกับมัน กระผมก็จะลอง”

                คำเหมือนลาตายของเจ้าหนุ่มทำเด็กสาวหวั่นใจ รีบปราม

                “นายจะบ้าหรือ ที่ฉันพามาดูศพพี่ตะเภาแก้วเพื่อให้รู้ลู่ทางสู้กับมัน จะได้ไม่ต้องเอาชีวิตไปทิ้งเสียเปล่า แต่ถ้าคิดว่าสู้ไม่ได้แน่ก็จงหนีไปเสียเถิด ฉันไม่อยากให้นายตาย”

                ทั้งคำพูดและน้ำเสียงของสาวเจ้าทำเด็กหนุ่มแปลกใจ ฟังราวกับว่าห่วงไยมันเป็นพิเศษ

                “พ่อครูเคยบอกว่าอาชีพหมอจระเข้อย่างเราก็ต้องเอาชีวิตไปเสี่ยงเพื่อช่วยผู้คนอยู่แล้ว ขออภัยเถิด ถ้ากระผมจะถามคุณหนูบ้างว่า...เมื่อกระผมยอมสละได้แม้ชีวิตเพื่อสู้กับมัน แล้วคุณหนูเล่า มีอะไรจะแลกเปลี่ยนให้สมค่าแก่ความพยายามของกระผม”

                ทั้งถ้อยคำเจรจาและสายตาที่เด็ดเดี่ยวของเด็กหนุ่มรูปงาม สร้างความสะเทิ้นอายให้แก่เด็กสาวแรกรุ่นจนหน้าร้อนผ่าว ตอบทั้งที่ยังหลบตา

                “...ถ้านายรับปากว่าจะปราบจระเข้เจ้าให้ได้ และนายต้องห้ามตาย ฉัน...ก็พร้อมจะให้ได้ทุกอย่าง...”

                กิริยาท่าทางของเด็กสาวคนงาม ก่อเกิดความรู้สึกประหลาดแก่เจ้าทอง จะด้วยอะไรดลใจหรือธรรมชาติของหนุ่มสาวที่เรียกร้อง ทำให้มันตอบออกไปโดยไม่คิด

                “...พ่อครูเคยบอกว่า การจะปราบจระเข้เจ้าให้ได้ จะต้องเป็นชายเต็มตัวเสียก่อน...แต่ตัวกระผมยามนี้เล่ายังเป็นแค่เด็กน้อย...”

                “เอ๊ะ นี่นายยังไม่...” ตะเภาทองแปลกใจกับคำพูดแฝงนัย จ้องมองดวงตาอีกฝ่ายก็ไม่พบแววโป้ปดสักนิดเดียว ชั่งใจอยู่ครู่หนึ่งแล้วจึงเอ่ย

                “...นายพูดแบบนี้...ฉันก็คงไม่มีทางเลือกอื่นแล้วสิ...แต่อย่างน้อยนายช่วยพูดคำนั้นให้ฉันได้ฟังสักหน่อยจะได้ไหม ?”

                “คำไหน ?” เจ้าหนุ่มถามกลับ ยืนนิ่งมิรู้ความ

                “โธ่ ! คำว่ารักอย่างไรเล่า นี่ไม่รู้อะไรเลยหรือไรกัน !

                ความอ่อนโลกของเจ้าทองทำเด็กสาวฉุนเฉียวจนมันนึกว่าจะถูกตะเพิดใส่ กลับกลายเป็นว่าสาวเจ้าได้เปิดฉากรุก กอดมันเอาไว้แนบแน่น ความรู้สึกเมื่อครั้งที่ซ่อนตัวอยู่ในที่คับแคบ เหมือนกองไฟที่ถูกลมโหมกระพือให้ลุกโชน ความเสน่หาเข้าครอบงำทั้งสองอย่างรวดเร็ว แล้วสิ่งที่เจ้าทองเคยสงสัย สิ่งที่ทั้งพ่อครูและครูปฏิเสธที่จะอธิบาย กลับรู้ได้เองโดยธรรมชาติ แม้จะเป็นไปอย่างกระท่อนกระแท่นเพราะต่างไม่รู้เดียงสา แต่ก็ช่วยกันชักชวนไปจนถึงจุดหมายในที่สุด

 

                เวลาล่วงเลยไปนับชั่วยาม หนุ่มน้อยจากบ้านเดิมตลาดขวัญรู้สึกตัวตื่นขึ้นมาท่ามกลางความมืด มองทุกสิ่งทุกอย่างเปลี่ยนไปอย่างสิ้นเชิง เมื่อธรรมชาติได้สอนให้มันรู้จักในสิ่งที่มีรสกำซาบซ่าน รัญจวนใจให้อยากโหยหา

                เหลียวมองร่างน้อยที่หลับอยู่เคียงข้าง ให้บังเกิดความรู้สึกหวงแหน ใคร่จะครอบครองไว้เพียงผู้เดียว หวนนึกถึงคำที่หมื่นเสือบอกแก่เจ้าสัวที่จะขอตะเภาทองเป็นบำเหน็จหลังปราบจระเข้เจ้า ทำใจมันร้อนรนขึ้นทันที

                จะต้องปราบจระเข้เจ้าให้ได้...เจ้าทองบอกกับตัวเอง มิใช่เพียงเพื่อล้างแค้นให้พ่อครู แต่การปราบจระเข้เจ้าจะทำให้มันพอมีศักดิ์ศรีไปสู่ขอตะเภาทองได้ดังที่เจ้าสัวเคยลั่นวาจาจะยกให้มัน

                ความรุ่มร้อนในใจทำเจ้าทองผุดลุก ครั้นแล้วก็ต้องสะดุ้งตกใจเมื่อเห็นเงาใครบางคนที่ปลายเตียง มันยกมือขยี้ตาเพื่อให้แน่ใจว่าไม่ได้ตาฝาดหรือว่าฝันไป

                “พ่อครู !” เด็กหนุ่มกระซิบในความมืด จนร่างที่อยู่ปลายเตียงหันมา ส่งยิ้มให้อย่างมีเลศนัย

                “ไงวะ อ้ายทอง เป็นหนุ่มแล้วนะเอ็ง” ผู้ถูกเรียกเอื้อมมือมายีหัวหลานชายด้วยความเอ็นดูดังที่เคยเป็นมา

                “แต่เอ็งมันทำเสียชื่อหลานอาจารย์ไกร ให้ผู้หญิงเขาสอนเสียหมด ขายขี้หน้าจริงวะอ้ายทอง” ผู้เป็นอาหยอกเอิน แต่เจ้าหลานชายกลับยังคงนิ่งอยู่

                “...นี่ฉันฝันอยู่หรือว่าพ่อครูเป็นผีกันแน่ ?” เจ้าทองถามอย่างตรงไปตรงมา ทำเอาอีกฝ่ายงันไป

                “...อย่าเพิ่งถามให้เสียเวลาเลย ข้างล่างกำลังผลัดเวรยาม เอ็งรีบเผ่นก่อนเถอะ ขืนถูกจับได้ พ่อผู้หญิงเขาได้แหกอกเอ็งแน่” ผู้เป็นอาแนะ แล้วเดินหายไปทางหน้าต่าง

                เจ้าทองลุกขึ้นแต่งตัวตามคำอา ไม่วายหันกลับมามองหญิงที่เพิ่งเป็นเมียมัน สาวเจ้ายังคงหลับตามพริ้มเป็นสุข เด็กหนุ่มขยับเข้าไปจูบลาแล้วจึงรีบติดตาม

 

                รุ่งเช้า เหล่าสกุณาร้องแช่มชื่นเมื่อได้รับแสงของวันใหม่ ต่างโก่งคอขับขานกันเจื้อยแจ้ว กู่ร้องหาคู่กันตามประสา

                นางเกลี้ยงตื่นขึ้นมาด้วยความอิ่มเอิบ เพราะหลับเต็มอิ่มตั้งแต่หัวค่ำวันวานด้วยฤทธิ์ยา ไข้ที่เคยรุมจึงทุเลาลง ทั้งยังฝันแปลกประหลาด

                นึกย้อนถึงความฝันให้แปลกใจ รู้สึกคล้ายครึ่งหลับครึ่งตื่น ได้ยินเสียงผู้ชายและเสียงกุกกัก ดังเป็นจังหวะแต่จับใจความไม่ได้ จะลุกขึ้นไปดูก็หนักหนังตาจนลืมไม่ขึ้น ทั้งเบาใจว่าบ่าวไพร่เวรยามอยู่เต็มเรือน คงไม่มีโจรขโมยที่ไหน จึงหลับต่อไป

                ในความฝัน นางเกลี้ยงเห็นกระต่ายตัวน้อยสีขาวบริสุทธิ์อยู่ที่หน้าโพรงซึ่งมีขนาดคับแคบพอดีตัว ตรงเนินดินที่โล่งเตียน มีหญ้าขึ้นเพียงบางตา โดยไม่มีปี่ขลุ่ยประโคมขับ ฉับพลันก็มีงูขาวตัวใหญ่ปรากฏขึ้น ขนาดของมันช่างน่าหวาดหวั่น ชูคอแข็งขัน กระต่ายน้อยรีบหลบเข้าโพรงโดยอสรพิษรีบตามติดพลัน พยายามรีดตัวผ่านร่องหลืบกระชับแน่น อาศัยความฉ่ำแฉะจากแอ่งน้ำที่ปากโพรงทำให้ลื่นจนผ่านเข้าไปได้ กระต่ายน้อยตัวสั่นที่ก้นโพรง ไร้ทางหนีจนอสรพิษตามทัน เงื้อคมเขี้ยวฝังไปบนร่าง เลือดแดงฉานไหลปรี่ กระนั้นกระต่ายน้อยก็หาได้ยอมแพ้ เมื่ออสรพิษพยายามจะลากมันออกมานอกโพรง กระต่ายน้อยก็กลับฮึดสู้ ดึงดันชักคะเย่อกันอยู่เช่นนั้น...แล้วความฝันก็ขาดเป็นห้วง ๆ ไม่ประติดประต่อ กระทั่งตื่นมาในตอนเช้า

                หญิงวัยกลางคนนั่งนึกตรึกตรอง เคยได้ยินว่าถ้าฝันเห็นงูจะเจอเนื้อคู่ ให้รู้สึกร้อนวูบวาบขึ้นมา ตั้งใจว่าวันนี้จะแวะไปขอให้หลวงพ่อช่วยทำนายฝัน ชะดีชะร้ายอาจจะได้คู่เคียงไว้คลายเหงา รู้สึกเบิกบานจนตั้งใจจะเล่าความฝันให้นายหญิงฟัง แต่เมื่อเหลียวไปมองก็ให้รู้สึกแปลกใจ เพราะคุณหนูของเธอยังขดตัวอยู่ใต้ผ้าห่ม มิได้ลุกขึ้นด้วยความกระฉับกระเฉงเช่นทุกวัน

                ด้วยความเป็นห่วง เกรงว่าคุณหนูจะจับไข้ไม่สบาย พี่เลี้ยงวัยกลางคนรีบเข้าไปดูใกล้ ๆ ยื่นมือไปแตะหน้าผากเพื่อวัดไข้ หากต้องแปลกใจเมื่อเด็กสาวมิได้หลับ กลับยิ้มน้อยยิ้มใหญ่ แววตาเต้นระริก

                “คุณหนู ตื่นแล้วหรือเจ้าคะ โถ...น้าก็นึกว่าจับไข้ คลุมโปงเสียมิดเชียว” บ่าวหญิงกล่าวขณะเขยิบเข้าไปใกล้ ครั้นจับผ้าห่ม เด็กสาวกลับกระถดหนี ยึดผ้าห่มแน่น

                “ปละ...เปล่า...ฉันไม่ได้เป็นอะไรหรอก แค่อยากนอนต่ออีกสักหน่อย” ตะเภาทองบ่ายเบี่ยง

                “จะนอนก็เลิกผ้าห่มเสียเถิดเจ้าค่ะ อากาศร้อนออกปานนี้ ประเดี๋ยวจะได้ไข้” นางเกลี้ยงยกเหตุผล ยื้อยุดจนผ้าห่มหลุดออกจากตัวเด็กสาว

                “ตาเถร ! นี่คุณหนูนอนไม่นุ่งผ้า !” พี่เลี้ยงตบอก ร้องแทบลั่น สังเกตร่องรอยบนที่นอนก็ยิ่งตกใจ

                “ตายแล้ว ! นี่อย่าบอกนะว่าคุณหนู...”

                เด็กสาวมิได้ตอบอันใด เพียงอมยิ้มแล้วหรุบตาลงต่ำ กลับเป็นนางเกลี้ยงที่โกรธเป็นฟืนเป็นไฟ ตรงไปหยิบปืนที่ข้างฝา

                “ไหน ? อ้ายแมวขโมยตัวไหนมันมาทำกับคุณหนูของน้าได้ บอกมา น้าจะยิงมันให้ดิ้นเลย” หญิงวัยกลางคนฉุนจัด คว้าปืนตรงรี่ไปที่ประตู

                “อย่า ! น้าเกลี้ยง ปืนใส่ลูกไว้ !” ตะเภาทองรีบร้องห้าม เพราะปืนกระบอกนั้นเธอใส่ลูกไว้เมื่อคืน แต่ไม่ทันเสียแล้ว เมื่อพี่เลี้ยงของเธอเผลอไปแตะไกจนปืนลั่น  ลูกกระสุนพุ่งไปทะลุข้างฝาจนเป็นรู เจ้าสัวที่กำลังจิบชาอยู่ตรงชานรับแขกสะดุ้งตกใจเสียงปืนจนถ้วยชาหลุดมือ รีบตรงมาทุบประตูร้องถาม

                “เฮ้ย นังเกลี้ยง เกิดอะไรขึ้นรึถึงมายิงปืนบนเรือน หรือว่าลูกข้าเป็นอะไร ?”

                นางเกลี้ยงทำหน้าเลิ่กลั่ก ละล้าละลัง หันมองทางตะเภาทองที่ทำสัญญาณให้ปิดเรื่องไว้แล้วไล่เจ้าสัว จึงตอบไปว่า

                “มะ...ไม่มีอะไรเจ้าค่ะ แค่ทำปืนลั่นเฉย ๆ คุณหนูกำลังอารมณ์ไม่ดี เจ้าสัวรีบไปก่อนเถิดเจ้าค่ะ”

                ได้ยินดังนั้น บิดาผู้มีความเกรงกลัวบุตรสาวเป็นทุนเดิมจึงยอมผละไป นึกในใจว่าลูกคนนี้ชักจะเอาแต่ใจขึ้นทุกที หวังว่าหากได้ลูกเขยแล้วคงจะช่วยว่ากล่าวได้บ้าง

                เมื่อดูเหมือนว่าเจ้าสัวจะเดินไปแล้ว บ่าวหญิงก็หันกลับมาจ้องคุณหนูของตนด้วยอาการคาดคั้น

                “เอ้า ไหนคุณหนูลองบอกน้ามาทีสิว่าเมื่อคืนมันเกิดอะไรขึ้น ?” หญิงรับใช้ถามเสียงเบา หากดวงตานั้นเอาเรื่องอยู่ นึกโกรธว่าตนเองหลับตรงปลายเตียงแท้ ๆ แต่กลับไม่รู้เลยว่ามีโจรมาพร่าพรหมจรรย์นายสาว

                เด็กสาวยิ้มกรุ้มกริ่มมิได้ตอบ ใช้ผ้าห่มพันกายง่าย ๆ แล้วเอื้อมไปหยิบม้วนหนังสือที่ซ่อนตรงหัวเตียงออกมาคลี่ดู

                “ตาเถร ! กามาสุตรา ! คุณหนูไปเอามาจากไหน ?” พี่เลี้ยงคนสนิทตบอกร้องอุทาน แย่งหนังสือจากมือเด็กสาว

                “หยิบมาจากห้องหนังสือน่ะสิ พูดราวกับน้าไม่เคยแอบเอามาอ่าน” ตะเภาทองตอบอย่างไม่รู้ร้อนรู้หนาว

                “ยอกย้อนนักนะ น้าถามหน่อยเถิด อ้ายหนุ่มที่มันแอบย่องมาขโมยความสาวของคุณหนูมันเป็นใครที่ไหน แล้วทำไมคุณหนูถึงยอมมันง่าย ๆ ทำไมไม่ร้องให้น้าช่วย” น้าเกลี้ยงยิ่งฉุนกับท่าทีของนายหญิง อยากรู้น้ำหน้าของอ้ายโจรสวาทรายนี้เสียจริง

                เด็กสาวมิได้ตอบในทันที กลับอิดเอื้อ ม้วนผมเล่นแก้ขวยอยู่นาน จนสาวใช้ฟาดต้นแขนแรง ๆ

                “โอ้ย ! เดี๋ยวนี้น้าตีฉันแล้วรึ” นายหญิงอุทธรณ์

                “อยากตีให้ตายด้วยซ้ำเจ้าค่ะ เป็นสาวเป็นนาง ไยไม่รักนวลสงวนตัว แล้วอ้ายหนุ่มนั่นเป็นใครที่ไหนน้ายังไม่รู้จัก คุณหนูล่ะรู้จักเขาดีแค่ไหนถึงได้ยอมเสียเนื้อเสียตัวให้”

                “แหม น้าก็พูดประหลาด เนื้อตัวฉันก็อยู่นี่ ไม่เน่าไม่เสียสักหน่อย ฟังดูไม่เหมือนคำแนะนำของคนที่เคยหนีตามผู้ชายมาก่อนเลยนะ” ตะเภาทองเลี่ยงประเด็นด้วยการจี้ใจดำพี่เลี้ยงกลับไปบ้าง

                “คุณหนู...อย่าพูดถึงเรื่องนั้นอีกเลยเจ้าค่ะ...” น้ำเสียงสาวใช้สลดลงเมื่อหวนนึกถึงเรื่องราวเก่าก่อน

                “ทำไมล่ะ เรื่องของน้าฉันก็ไม่เห็นว่าผิดอะไร น้ายังเล่าบ่อย ๆ เลยว่าพันแสงผัวน้าเป็นคนดี แต่โชคร้ายที่มาด่วนตายไปก่อน”

                “ก็นั่นล่ะเจ้าค่ะ ผู้หญิงเราจะได้ดีก็เพราะผัว พี่แสงเขาเป็นคนดีก็จริง แต่ดันตายในการรบ ทรัพย์สินถูกริบหมด น้าก็เลยต้องบากหน้ากลับมาพึ่งบ้านคุณหนู น้าอยากให้คุณหนูไตร่ตรองให้ดีหากจะเลือกใครสักคน...” น้ำเสียงนางเกลี้ยงยังคงโศกสลด ไม่อยากให้นายหญิงต้องตกระกำลำบากเช่นตน

                “น้าจะให้ฉันเอาอ้ายคนอย่างหมื่นเสือน่ะหรือ ต่อให้มีสมบัติพัสถาน ร่ำรวยล้นฟ้าฉันก็ไม่เลือก” เด็กสาวยังยอกย้อนไม่เลิก

                “โธ่ ไม่ใช่เช่นนั้นหรอกเจ้าค่ะคุณหนู”

                “เอาเถอะ ฉันจะบอกน้าก็ได้ แต่บอกแล้วน้าต้องปิดให้มิดเชียวล่ะ” ตะเภาทองเอ่ย รอจนพี่เลี้ยงเอียงหูเข้ามาใกล้ ๆ จึงกระซิบบอก

                “ตาเถร ! พ่อทอ...” นางเกลี้ยงกำลังจะหลุดปากเรียกชื่อด้วยความตกใจ แต่ถูกคุณหนูอุดปากเสียก่อน

                “อดโทษเถิดเจ้าค่ะ ไม่นึกว่าหน้าอ่อน ๆ แบบนั้นจะกล้าหาญชาญชัย ปีนเข้าห้องคุณหนู โธ่ นี่ถ้าน้าไม่หลับล่ะก็...”

                “น้าจะขวางหรือไร” เด็กสาวแทรก น้ำเสียงวิตก

                “เธอได้เสร็จน้าแทนสิเจ้าคะ ไม่ถึงมือคุณหนูหรอก” หญิงรับใช้เฉลย หัวเราะคิกคักถูกใจ เป็นคุณหนูของเธอที่หยิกเอาโดยแรง กิริยากระเง้ากระงอด

                “แล้วถ้าเกิดท้องไส้ขึ้นมา คุณหนูมิลำบากแย่หรือเจ้าคะ ?” นางเกลี้ยงถามถึงเรื่องสำคัญ

                “จะลำบากอะไร สมบัติเงินทองเราก็มีมากมาย เลี้ยงลูกเลี้ยงผัวได้สบาย ไม่เห็นจะลำบาก” ท่าทางของตะเภาทองดูมิได้หนักอกหนักใจ จนหญิงรับใช้นึกระอา อยากบอกเหลือเกินว่าชีวิตคนเรามิได้ง่ายดายปานนั้น

                “เอาล่ะ ฉันตอบคำถามของน้าเกลี้ยงแล้ว ทีนี้น้าช่วยอะไรฉันสักอย่างเถิดนะ”

                “จะให้ช่วยอะไรเจ้าคะ ?”

                “ฉันรู้สึกแสบระบม...รู้สึกเหมือนจะเป็นไข้ น้าช่วยหายาให้ฉันสักหน่อยเถิดนะ” เด็กสาวกลับมาพูดออดอ้อน เสียงอ่อนเสียงหวานจนพี่เลี้ยงตกปากรับคำ เดินออกจากห้องไป นึกกังวลอยู่ว่าความคิดขวางโลกของนายหญิงจะส่งผลอย่างไรต่อไป

 

                ในโพรงอันมืดทึบ เย็นชื้นจนแสงอาทิตย์ยามเที่ยงวันยังไม่อาจส่งความร้อนมาถึง โพรงแห่งนี้มีขนาดกว้างใหญ่ พื้นเป็นโคลนเลนฉ่ำแฉะ เต็มไปด้วยฝูงจระเข้ที่มาหลบพัก หลีกลี้จากความร้อนของแสงแดด

                ในจำนวนจระเข้นับสิบ หนึ่งในนั้นได้ครองพื้นที่เกือบครึ่งของโพรง มันคือจระเข้เจ้าที่นอนบาดเจ็บจากคมหอกสัตตะโลหะจนเสียตาไปข้างหนึ่ง บัดนี้กลายเป็นจระเข้ตาเดียวที่ต้องนอนพักรักษาตัว กระนั้นก็ยังได้รับความยำเกรงในฐานะจ่าฝูง

                ด้านในลึกสุดของถ้ำ ปรากฏร่างชายคนหนึ่งทั้งที่ไม่น่าจะอยู่รวมกับฝูงสัตว์นักล่าได้เลย ชายผู้นั้นมีผิวดำราวกับจะกลืนไปกับความมืด นัยน์ตากร้าว แลไม่ผิดกับสัตว์ป่า มันนั่งยอง กอดศีรษะหญิงสาวไว้แนบตัว...ศีรษะซึ่งปราศจากลำตัว...ใบหน้างดงามนั้นประหนึ่งมีชีวิต ผิวยังคงอ่อนนุ่ม นัยน์ตาปิดสนิทราวกับเพียงหลับไปเท่านั้น

                วูบหนึ่ง แววตาดุร้ายของชายหนุ่มก็จางลง กลับแฝงความเศร้าไว้แทน มันเอื้อมมือมาแตะแผลจากคมกระสุนที่หัวไหล่ซึ่งเริ่มสมาน เอ่อยออกมาเสียงแผ่ว

                “ตะเภาแก้ว...น้องเธอ...เกลียดฉัน...”

                แล้วก็เงียบลง เปลี่ยนเป็นเสียงร้องครางในลำคอ ฟังสับสนจนแยกไม่ออก ระหว่างความเศร้าโศกสุดหยั่งถึง หรือเป็นความโกรธแค้นเกินคณานับ ความกระหายเลือดกลับเข้าครอบงำแทน เสียงกระซิบก้องเข้ามาในหัว

                ฆ่า...ต้องฆ่าให้หมดทุกคน...

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 9 ครั้ง

5 ความคิดเห็น

  1. #54 Archetype (@Archy) (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 27 พฤษภาคม 2560 / 09:50
    สมกับเป็นศิษย์อาจารย์ไกร
    มันออกก่อนเค้าตื่นเหมือนกันเด๊ะ 555
    #54
    1
    • #54-1 masked v (@masked_v) (จากตอนที่ 12)
      28 พฤษภาคม 2560 / 22:45
      ไม่หนีก็ตายสิครับ 55555
      #54-1
  2. #48 nongmuayzz (@nongmuayzz) (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 15 พฤษภาคม 2560 / 23:05
    ขอบคุณที่เขียนเรื่องดีๆให้อ่านนะคะ ลุ้นมากกกกก รอติดตามอยู่นะคะ ปล.ตกลงยังไงน้อจระเข้จ้าว กะ อ้ายชา ?
    #48
    1
    • #48-1 masked v (@masked_v) (จากตอนที่ 12)
      16 พฤษภาคม 2560 / 20:48
      ขอบคุณครับ ศุกร์นี้ลงตอนใหม่แน่ๆครับ สัญญา
      #48-1
  3. #46 โนเนม1323 (@no-name1323) (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 7 พฤษภาคม 2560 / 14:11
    จระเข้ไม่ได้ฆ่ารึป่าว
    #46
    1
    • #46-1 masked v (@masked_v) (จากตอนที่ 12)
      7 พฤษภาคม 2560 / 21:14
      นั่นสิครับ จระเข้ไม่ได้ฆ่ารึเปล่า...อีกไม่กี่ตอนจะได้รู้แล้วล่ะครับ
      #46-1
  4. #45 Tance (@king_kisskiss) (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 6 พฤษภาคม 2560 / 07:22
    ตะเภาทองนางสายรุก 555+ ///// จระเข้เจ้าฆ่าตะเภาแก้วทำไมนะ
    #45
    1
    • #45-1 masked v (@masked_v) (จากตอนที่ 12)
      6 พฤษภาคม 2560 / 20:25
      เหยื่อมาถึงที่ละ ไม่รอด 5555+

      นั่นสิ จระเข้เจ้าจะฆ่าตะเภาแก้วทำไม อีกไม่กี่ตอนจะได้รู้แล้วล่ะครับ
      #45-1
  5. #43 Panther_13 (@Ding_Master) (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 5 พฤษภาคม 2560 / 23:34
    ทำไมเศร้าแบบนี้ล่ะค่ะ เรื่องนี้จะดราม่ากรือเปล่าหนอ
    #43
    1
    • #43-1 masked v (@masked_v) (จากตอนที่ 12)
      6 พฤษภาคม 2560 / 20:22
      จากชื่อเรื่องแล้ว ดราม่าแน่นอนครับ แต่คงไม่ถึงขั้นปวดตับ(มั้ง)
      #43-1