โศกนาฏกรรมแห่งสายน้ำ

  • 90% Rating

  • 1 Vote(s)

  • 4,387 Views

  • 158 Comments

  • 145 Favorites

แชร์นิยายเรื่องนี้

จำนวนแชร์
0

  • Month Views
    8

    Overall
    4,387

ตอนที่ 11 : ตอนที่ 3 คืนสติ

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 282
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 9 ครั้ง
    28 เม.ย. 60

                เสียงสวดมนต์เริ่มขึ้นอย่างพร้อมเพรียงด้วยท่วงทำนองเดียวกัน ดังก้องไปทั่วศาลาประกอบพิธี บทสวดเป็นภาษาบาลีซึ่งน้อยคนในที่นั้นจะเข้าใจความหมาย หากก็พากันก้มหน้าพนมมือด้วยอาการสำรวม รับกับบรรยากาศอันเศร้าสร้อยของงานศพ

                ตรงที่นั่งเจ้าภาพร่วมในงานศพ ด้านหนึ่งที่ว่างอยู่นั้นเป็นของหมื่นเสือผู้รั้งตำแหน่งเจ้าเมือง แต่ด้วยอาการป่วยไข้ที่ยังไม่สร่างดี จึงให้หัวหมู่เพิ่มมาเป็นธุระแทน ทว่าตัวหมู่เพิ่มก็ถอยไปนั่งทางด้านหลัง ข้างบัวคล้ำและบัวคล้อยที่ยังเศร้าเสียใจกับการจากไปของเฒ่าหลอ เป็นโอกาสให้ปลอบใจสองสาวที่หมายปอง

                ตะเภาทองได้นั่งอยู่แถวหน้าสุดตรงตำแหน่งเจ้าภาพ แต่กลับมัวชะเง้อชะแง้อยู่ไม่เป็นสุข โล่งใจไปเปลาะที่ไม่ต้องเจอหมื่นเสือ แต่คนที่ตั้งใจมาพบนั้นเล่ากลับยังไม่เห็น

                บุตรสาวเจ้าสัวได้รับปากมาเป็นเจ้าภาพงานศพทั้งที่ไม่รู้ว่าผู้ตายเป็นใคร เพิ่งได้รู้เอาในงานว่าเฒ่าหลอเป็นคนไม่มีญาติ มีเพียงบัวคล้ำและบัวคล้อย สองสาวซึ่งอยู่บ้านใกล้เรือนเคียงที่เฒ่าหลอเคยเลี้ยงดูมาแต่น้อยจนเหมือนเป็นญาติสนิท แฝดสาวทั้งสองจึงเสียใจกว่าใครอื่น

                ในคืนที่ตาย เฒ่าหลอนอนหลับอยู่ในบ้านที่ปลูกเป็นเพิง ตั้งอยู่บนดอนริมตลิ่ง ไม่มีใครคาดคิดว่าจะมีจระเข้ขึ้นมาไล่กัดคนถึงบนนั้น ชาวบ้านที่มาพบช่วยกันไล่จระเข้กลับลงน้ำ ทิ้งเฒ่าหลอที่ถูกกัดให้สิ้นใจเพราะทนพิษบาดแผลไม่ไหว เรื่องนี้ยิ่งทำให้ชาวบ้านพากันหวาดกลัวภัยยิ่งขึ้น ใครที่อาศัยอยู่ริมน้ำก็ต้องเร่งป้องกัน หรือละทิ้งบ้านเรือนออกห่างจากชายฝั่ง

                เด็กสาวผู้มั่งมีได้รับรู้ว่าพ้นจากรั้วบ้านอันปลอดภัย ผู้คนในเมืองต่างหวาดผวา ต้องหาวิธีปกป้องคุ้มครองตนเอง ผู้รั้งเมืองหรือก็อ้างว่าป่วย หลบซ้อนตัวอยู่แต่ในจวน จึงดูเหมือนว่าเมืองนี้จะไร้ซึ่งที่พึ่งพิง พอได้รับทราบความเดือดร้อนของชาวบ้านเช่นนี้ ยิ่งทำให้ตะเภาทองนึกถึงเด็กหนุ่มจากต่างเมือง ใช้น้าเกลี้ยงไปสอบถามข่าวคราวก็ได้ความว่านับแต่งานศพอาจารย์ไกรก็ย้ายไปอยู่กับสัปเหร่อที่หลังวัด ไม่ได้ตามพระออกไปบิณฑบาตหลายวันแล้ว  ได้ยินเช่นนั้นก็ยิ่งร้อนอกร้อนใจ

                “น้าเกลี้ยงมานั่งแทนทีสิ ฉันจะลงไปเดินเล่นสักหน่อย” เด็กสาวหันไปสั่งพี่เลี้ยง แล้วผลุนผลันออกไปโดยไม่รั้งรอ ทำเอาผู้คนในงานฉงนฉงายที่เจ้าภาพลุกเดินจากไป

 

                ทันทีที่ตะเภาทองก้าวลงจากศาลา บ่าวไพร่ที่รออยู่ด้านล่างก็กุลีกุจอเข้าห้อมล้อม เผื่อว่าคุณหนูจะใช่สอยให้ติดตาม เด็กสาวตวาดไล่ สั่งคนเหล่านั้นให้รออยู่ที่เดิมแล้วหันเดินออกไปทางหลังวัด เธอไม่ชอบคนพวกนี้ เพราะรู้ว่าเจ้าสัวใช้ให้มาเป็นหูเป็นตา คอยติดตามดูอยู่ใกล้ชิด กระนั้นก็ยังคงเกรงกลัวเธอเสียยิ่งกว่า ในเมื่อเจ้าสัวเองยังไม่กล้าขัดใจบุตรสาว แล้วพวกเขาที่เป็นเพียงบ่าวไพร่หรือจะกล้า

                คุณหนูผู้เอาแต่ใจตนออกเดินไปทางหลังวัดแม้จะไม่รู้เส้นทาง วัดเป็นสถานที่ที่ไม่คุ้นเคยสำหรับเธอ นับแต่แม่เสียก็แทบไม่ได้ย่างกรายมาที่นี่ ผิดกับตะเภาแก้วพี่สาวฝาแฝด ที่แวะเวียนมาไหว้เจดีย์ของแม่อยู่เป็นประจำ

                ตะเภาแก้วเป็นคนที่เชื่อในโลกหลังความตายและสิ่งลี้ลับ ผิดกับตะเภาทองที่เชื่อในสิ่งที่จับต้องได้อย่างเช่นอาวุธมากกว่า และคิดว่าเป็นความโง่ที่จะวิงวอนในสิ่งที่มองไม่เห็น หากผีสางและเวรกรรมมีจริง คนอย่างหมื่นเสือและเจ้าสัวคงไม่ได้อยู่สุขสบายเช่นทุกวันนี้ ตรงกันข้าม คมอาวุธต่างหากที่เรียกร้องความยุติธรรมได้ดีกว่า ถ้ามีโอกาสเหมาะ ๆ เพียงลั่นไกครั้งเดียว เธอก็สามารถจะปลิดชีวิตอันชั่วช้าของหมื่นเสือได้

                ระหว่างที่คิดไปเรื่อยเปื่อย เด็กสาวในวัยย่างสิบห้าก็เดินมาจนถึงเขตสุสาน ซึ่งเรียงรายไปด้วยหลุมศพของคนธรรมดา และสถูปเจดีย์ของผู้มีอำนาจวาสนา ดูแบ่งแยกกันชัดเจนแม้ในยามตาย

                เด็กสาวผู้มั่งมีเดินตรงไปยังเจดีย์องค์หนึ่งซึ่งเป็นของแม่เธอเอง ใจหนึ่งนึกรังเกียจเปลือกนอกที่เจ้าสัวลงทุนสร้าง เพื่อป่าวประกาศในความรักอันยิ่งใหญ่ที่มีต่อภรรยาผู้จากไป ทั้งที่ตะเภาแก้วและตะเภาทองต่างรู้ดีว่าแม่ของพวกเธอชิงชังเจ้าสัวเพียงใด ความรักของเจ้าสัวเป็นแค่ความเห็นแก่ตัวที่ต้องการจะได้แต่เพียงฝ่ายเดียวเท่านั้น

                ขณะกำลังเดินเข้าไปใกล้ พลันเด็กสาวก็รู้สึกขนลุกขึ้นมา เมื่อได้ยินเสียงคล้ายหญิงสาวหัวเราะคิกคักแว่วกระทบโสต ชำเลืองหางตาคล้ายจะเห็นเงาหนึ่งวูบไหว วิ่งผ่านไปชั่วพริบตา

                ตะเภาทองรีบคว้ามีดเหน็บที่ซ่อนไว้ออกมาเตรียมพร้อม เผื่อว่าจะมีเรื่องไม่ชอบมาพากล สืบเท้าเข้าหาที่มาของเสียงหัวเราะด้วยความระมัดระวัง จนเมื่อพ้นเหลี่ยมมุมที่กำบังจึงได้เห็นเงาปริศนาชัดเจน

                “เอ๊ะ นายทอง ?” เด็กสาวร้องด้วยความแปลกใจ ที่บทจะเจอเด็กหนุ่มก็เจอเอาง่าย ๆ โดยไม่ทันตั้งตัว แก้มปลั่งทั้งสองข้างเหมือนจะมีเลือดฝาดโดยไม่อาจควบคุม

                เจ้าหนุ่มที่ถูกเรียกไม่ได้หันมามอง มันนุ่งสวมชุดอย่างสตรี มีผ้าคล้องไหล่ สีหน้าเคลิบเคลิ้มหัวเราะร่า วิ่งไล่จับผีเสื้อเป็นที่สนุกสนาน

                “นี่ ! ฉันเรียกนายอยู่นะ !” ฝ่ายหญิงกระแทกเสียง รู้สึกโมโหที่ถูกเมินใส่ เข้าคว้าผ้าคล้องไหล่จนอีกฝ่ายเสียหลักล้มลงกับพื้น กระนั้นเจ้าทองกลับยังคงหัวเราะ ไม่ทุกข์ร้อนใด ๆ ทั้งสิ้น ปฏิกิริยาดังกล่าวทำให้บุตรสาวเจ้าสัวเหลืออด ขึ้นทับร่างมันไว้แล้วตบฉาดใหญ่ ต่อว่าต่อขาน

                “เชอะ ! นี่หรือหลานอาจารย์ไกร หมอจระเข้นามระบือ ฉันนึกว่าหลบไปฝึกฝนวิชาจึงได้เงียบหายไป ที่แท้ก็กลัวจระเข้เจ้าจนเอาชุดผู้หญิงมานุ่ง นี่ถ้าอาจารย์ไกรยังอยู่คงเสียใจที่มีหลานชายแบบนี้ !

                เจ้าหนุ่มกำพร้าเจ็บชาที่ใบหน้า คลายจากความเมามายลงหน่อย รู้สึกงงงันว่าเหตุใดบุตรสาวเจ้าสัวจึงนั่งทับและตบหน้ามันเช่นนี้ จำได้แค่เพียงว่าหลังกินข้าวก็ดื่มเหล้าและสูบยาตามเคย มวนยาที่ครูพดคะยั้นคะยอ ช่วยให้เด็กหนุ่มรู้สึกเบาสบาย คล้ายล่องลอยอยู่ในแดนสวรรค์ เหาะไปตามปุยเมฆขาว ในโลกระหว่างความฝันและความจริง เด็กหนุ่มได้พบกับพ่อครูที่ใช้ชีวิตอยู่ในทิพย์วิมาน เที่ยวไล่จับนางฟ้าบนสวรรค์และเลี้ยงมันให้เป็นหญิงสาวอย่างที่เคยปรารภ แต่ภาพมายาทั้งหมดล้วนอันตรธานไปเพียงเพราะฝ่ามือของเด็กสาว

                “ฉันไม่น่าโง่งม หลงเชื่อที่นายลั่นวาจาว่าจะปราบจระเข้เจ้าให้ได้เลย !” ตะเภาทองกล่าวด้วยความผิดหวัง เงื้อมือขึ้นสุดแรง ตั้งท่าจะตบอีกฉาด จนเด็กหนุ่มหวาดเสียวยกมือขึ้นกำบัง ทว่าเด็กสาวกลับชักมือแล้วลุกขึ้น ตะบึงตะบอนเดินจากไป

                เด็กหนุ่มผู้อาภัพยังคงนอนนิ่ง สับสนงุนงงกับเรื่องที่เพิ่งเกิด รู้สึกเจ็บแปลบในใจยิ่งกว่าความเจ็บชาที่ใบหน้า ความเศร้าเสียใจในการจากไปของพ่อครู อันเป็นสิ่งที่มันพยายามลืมเลือนด้วยฤทธิ์ยา กลับหวนคืนมาอีกหน เจ้าทองยันกายลุกขึ้น เลื่อนมือไปตามรอยแดงบนใบหน้า นึกไปถึงหญิงที่เพิ่งเรียกสติมันกลับมา สำนึกได้ว่าหลายวันมานี้มันได้เสียเวลาไปเปล่า ๆ ด้วยการหลบลี้หนีความจริง แทนที่จะคิดหาวิธีปราบจระเข้เจ้าเพื่อล้างแค้นให้พ่อครู

                หนุ่มน้อยบังเกิดความปลาบปลื้มใจขึ้นมาเมื่อนึกถึงคำตัดพ้อของบุตรสาวเจ้าสัว ที่แฝงความเชื่อมั่นว่าเด็กหนุ่มเช่นมันจะปราบจระเข้เจ้าได้ ทั้งที่ใครต่อใครต่างดูถูกดูแคลน เกรงว่ามันจะเอาชีวิตไปทิ้งเสียเปล่า ความรู้สึกที่มีใครสักคนเชื่อถือนอกจากตัวเอง ปลุกเร้าเจ้าทองให้มีกำลังใจ นึกย้อนไปถึงคำที่สาวเจ้าเคยฝากฝังพี่เลี้ยงมาบอก ที่ว่าหากจะจับจระเข้เจ้า ก็ต้องรู้จักตัวจริงของจระเข้เจ้าเสียก่อน คำนั้นสะกิดใจขึ้นมาทันที

                ...หรือว่าตะเภาทองจะรู้จักตัวจริงของจระเข้เจ้า...

 

                งานศพเฒ่าหลอผ่านไปนับชั่วยามแล้ว บรรยากาศความเศร้าค่อยจางไป ความหวาดกลัวได้เข้ามาแทนที่เมื่อรัตติกาลเข้าครอบครอง นับแต่ฝูงจระเข้ออกอาละวาด ช่วงค่ำคืนก็กลายเป็นเวลาที่ผู้คนไม่กล้าออกไปไหน ต่างเก็บตัวเงียบอยู่แต่ในบ้านเรือนตน เมื่อสัตว์ร้ายนักล่าว่ายอยู่เต็มลำน้ำ

                ที่ริมกำแพงเมือง ทิมพักแห่งหนึ่งซึ่งใช้เป็นร้านกลับยังแขวนโคมไฟสว่าง ประกาศให้รู้ว่ายังคงเปิดกิจการ ทั้งที่ร้านรวงส่วนใหญ่ปิดเงียบ เสียงร้องด้วยความเหน็ดเหนื่อย ดังลอดออกมาตามร่องฝากระดาน ไม่ช้าก็มีเสียงหญิงสาวหวีดร้องสุดเสียงก่อนจะเงียบงันไป

                ความสงัดก่อตัวอยู่ชั่วพักใหญ่ มีเพียงเสียงหอบหายใจโรยแรงแผ่วเบา อึดใจต่อมาประตูทิมพักก็เปิดออก สัปเหร่อร่างอัปลักษณ์จัดแจงนุ่งผ้า เสร็จแล้วก้าวโผเผพ้นชายคา ตาพดสัปเหร่อประจำเมืองได้ใช้เงินค่าทำศพเฒ่าหลอไปกับความสุขชั่วครู่ชั่วยาม เมื่อสมอารมณ์แล้วก็เดินจากไป

                ในทิมพักที่ใช้เป็นโรงชำเราบุรุษ โคมไฟที่แขวนหน้าร้านส่งแสงวับแวมเข้ามาภายใน ท่ามกลางความสลัวราง ร่างเปลือยเปล่าของสตรีนางหนึ่งยังคงนอนหายใจรวยริน เหนื่อยจากภาระหน้าที่ที่เพิ่งกระทำ

                นางสาย โสเภณีที่เหลืออยู่เพียงคนเดียวในเมืองยันกายลุกจากแคร่ รู้สึกขยักแขยงตนเองเป็นอย่างยิ่ง เมื่อครั้งที่เมืองนี้ยังคึกคัก มีหญิงสาวที่หากินเช่นเดียวกันนี้อยู่หลายคน บ้างเป็นหญิงจากเมืองจีน โรงชำเราบุรุษแห่งนี้เป็นกิจการของเจ้าสัวที่ได้รับอนุญาตจากหมื่นเสือ หญิงสาวที่ทำงานนี้ล้วนต้องหารายได้ให้กับเจ้าสัวและหมื่นเสือ จะเหลือกลับถึงพวกเธอก็เพียงน้อยนิด พอให้ยังชีพและมีเก็บอีกไม่มาก

                ครั้นเมื่อจระเข้เจ้าและบริวารออกอาละวาด เมืองนี้ก็พลอยเงียบเหงาลง แขกที่มาใช้บริการก็ลดลงมาก เจ้าสัวจึงลดภาระด้วยการขายทอดหญิงเหล่านี้ออกไป บ้างก็ได้ไปอยู่บ้านผู้มีอันจะกินในฐานะภรรยาน้อย บ้างก็ถูกขายให้กับโรงชำเราบุรุษในที่อื่น บางคนถูกเรียกไปปรนนิบัติหมื่นเสือแล้วไม่ได้กลับมาอีกเลย เหลือเพียงนางสายคนเดียวที่ยังอยู่ที่เดิม ด้วยอายุอานามนั้นมากเกินจะขายออก ทั้งรูปร่างหน้าตาก็ไม่ได้โดดเด่น เจ้าสัวคงเห็นว่าเธออยู่ที่นี่มานานจึงให้อาศัยต่อไป จะได้มีคนปัดกวาดเช็ดถู รักษาสภาพโรงทิมเอาไว้ และหากมีแขกให้ชำเรา ก็ยังต้องหักรายได้ให้กับเจ้าสัวและหมื่นเสือต่อไป

                นางสายมองร่องรอยบนร่างกายด้วยความอดสู แม้เธอไม่ใช่สาวงามแต่ก็เคยเลือกลูกค้าได้บ้าง เมื่อครั้งตลาดยังเนืองแน่นด้วยผู้คน เสียงร้องคร่ำครวญปานว่าจะขาดใจของเธอ มักดึงดูดชายกลัดมันให้มาถ้ำมองตามฝาผนังขณะรอคอยใช้บริการ แต่ยามที่เมืองเงียบเหงาเช่นนี้ แม้จะเหลือโสเภณีเพียงรายเดียวก็ยังยากจะหาลูกค้า แม้เจ้าสัวจะให้อาศัยในโรงทิมต่อไป แต่ข้าวปลาอาหารก็ยังเป็นภาระให้ต้องหากินเอาเอง

                ความหิวและความจนตรอกบังคับให้นางสายยอมรับสัปเหร่อเป็นแขกทั้งที่ใจนึกรังเกียจ รูปร่างหน้าตาอันอัปลักษณ์และอาชีพที่หากินกับศพ สร้างความผะอืดผะอมแม้ยังไม่ร่วมหลับนอน ยิ่งรู้ว่าตาพดเพิ่งจะทำศพมาเมื่อเย็น ยิ่งสร้างความกระอักกระอ่วนใจให้หญิงโสเภณีเป็นอย่างมาก

                หญิงคณิกาลุกขึ้นจากแคร่ เขยิบเข้าหาตุ่มใบเล็ก ตักน้ำชำระล้างร่างกายด้วยใจรังเกียจราวกับคราบความตายติดตัวมาด้วย ล้างแล้วล้างเล่าอยู่หลายรอบจนรู้สึกเจ็บแสบผิว กระนั้นก็ยังไม่คลายจากความขยักแขยงจนน้ำแห้งขอด กวาดกะลาลงไปก็มีแต่เสียงแกรกกราก

                ขณะพยายามโกยน้ำที่เหลือ ประตูโรงทิมก็ถูกเปิดโดยแรง

                “นังสาย เมื่อครู่อ้ายพดมันมานอนกะเอ็งรึ ?” เป็นหมู่เพิ่มที่กระชากประตูเปิดออกอย่างเร่งรีบ ตะโกนถาม หญิงรับจ้างชำเราตกใจตัวสั่น พยักหน้ารับ

                “ลงมันรู้จักใช้เงินทำเรื่องพรรค์นี้ มันคงไม่บ้าหรอกว่ะ ตามไปไล่ตีมันให้หนำใจเถอะวะ” หัวหมู่หันไปบอกกับอ้ายชิด ซึ่งเก็บข้อสงสัยว่าตาพดบ้าจริงหรือไม่มานานนม ครั้นมั่นใจว่าสัปเหร่อไม่ได้บ้า จึงชวนกันล้างแค้นเรื่องคราวก่อน

                “ประเดี๋ยวสิหมู่เพิ่ม ช่วยหาบน้ำให้ฉันสักหน่อยเถิด ฉันอยากล้างตัว” นางสายวิงวอน ยื้อยุดอีกฝ่าย

                “ลงไปหาบเองสิวะ ข้ารีบ !” คนสนิทของหมื่นเสือตะเพิดไล่ ผลักไสหญิงหากินให้พ้นตัว

                “เฮ้ย เดี๋ยว” หมู่เพิ่มทำท่าเหมือนนึกอะไรได้ “เมื่อครู่เอ็งได้เท่าไหร่ หักมาให้พี่เสือด้วยสิวะ” ว่าพร้อมแบมือเรียกร้อง

                นางสายไม่อาจบิดพลิ้ว ส่งเงินให้หมู่เพิ่ม เมื่อได้เงินแล้วชายทั้งสองก็วิ่งหายลับไป เหลือเพียงหญิงโสเภณีนั่งอยู่ในความมืดมัว ทอดสายตามองไปทางแม่น้ำพลางชั่งใจ จะลงไปหาบน้ำเองหรือก็กลัวพวกจระเข้ ครั้นจะนอนก็ยังรังเกียจคราบไคล ใจนึกด่าทอลูกน้องหมื่นเสือ...อ้ายพวกนี้มันก็จ้องจะเอาแต่เงิน ให้ช่วยเหลืออะไรไม่เคยได้สักอย่างเดียว...

                นึกแช่งชักไปก็ป่วยการเปล่า เพราะเธอไม่มีกำลังอำนาจจะแข็งขืนพวกมันได้ จำต้องทำตามที่มันเรียกร้องทุกอย่าง ครั้นชั่งใจแล้วก็ลุกขึ้นสวมผ้าอย่างหลวม ๆ หิ้วถังเดินตรงไปยังท่าน้ำ คิดว่าจะลองดูเสียก่อนว่าปลอดภัยดีหรือไม่ ถ้ายังมีพวกจระเข้ก็จะตัดใจกลับไปนอนทั้งสภาพนี้

                คงเป็นโชคดีของเธอที่ท้องน้ำดูจะสงบนิ่ง ไร้ฝูงสัตว์ร้ายเพ่นพ่าน พระจันทร์แรมส่องแสงสีเงิน สว่างพอจะเห็นได้ถ้วนทั่ว ระลอกคลื่นบนผืนน้ำสะท้อนแสงระยิบคล้ายอัญมณีที่ลอยเกลื่อน นางสายก้าวลงไปใกล้ลำน้ำด้วยอาการระแวง เมื่อไม่เห็นจระเข้สักตัวจึงค่อยใจชื้น ใช้ถังตักน้ำจนเกิดริ้วคลื่นกระจายออกไป

                หญิงซึ่งเลยวัยกลางคนมองเงาสะท้อนในน้ำแล้วนึกถึงภาพตนเองเมื่อครั้งเป็นสาวรุ่น ยังอาศัยกับพ่อและแม่ในเมืองอื่น มีหนุ่มแถวบ้านติดพันจนเกือบจะมาสู่ขอ ทว่าคนของเจ้าสัวได้มาทาบทาม ขอซื้อเธอจากพ่อแม่ด้วยเงินที่มากกว่าเจ้าหนุ่มรายนั้นจะหาได้ โดยบอกว่าจะซื้อเธอไปเป็นอนุภรรยาของเจ้าสัว ถึงแม้จะไม่ได้เป็นภรรยาหลวงแต่ก็พอจะเรียกว่าเป็นคุณนายได้ พ่อแม่ซึ่งยากจนและเห็นว่าหากขายเธอไปคงมีวาสนาดีกว่าแต่งจากเจ้าหนุ่มที่ทำไร่ทำนา หากจับพลัดจับผลูมีลูกกับเจ้าสัวก็คงจะสบายขึ้นมา จึงตกลงอย่างง่ายดาย คงไม่นึกว่าลูกสาวจะมาอยู่ในสภาพนี้

                นางสาหัวเราะอย่างขมขื่นให้อดีตที่ไม่อาจหวนคืน หากย้อนกลับไปได้เธอคงจะแต่งงานและทำไร่ทำนาด้วยกันกับสามี มีลูกด้วยกันอีกเป็นโขยง ด้วยอายุอานามของเธอตอนนี้ ถ้ามีลูกชายคนโตก็คงจะใกล้เป็นหนุ่มพอจะบวชเณรได้ นึกไปรอยยิ้มอิ่มเอิบก็ปรากฏขึ้นมา อยู่ ๆ น้ำตาก็ไหลอาบสองแก้ม หยดลงบนผืนน้ำก่อเป็นริ้วคลื่นแผ่วเบา ส่งให้เงาที่ทาบบนผิวน้ำบิดเบี้ยว อึดใจภาพนั้นก็แหลกสลาย เมื่อสัตว์ร้ายแหวกผืนน้ำโผล่ขึ้นมา ขากรรไกรอันทรงพลังงับเข้าใส่ร่างหญิงคณิกา รวดเร็วเกินกว่าจะทันส่งเสียงร้อง ไม่นานทุกอย่างก็กลับสู่สภาพเดิม ท้องน้ำเรียบนิ่ง มีเพียงละลอกคลื่นดั่งเสียงอุทธรณ์อันแผ่วเบา พระจันทร์ยังคงส่องแสงซีดเซียว ไม่แยแสต่อความโหดร้ายที่เกิดขึ้นบนโลกมนุษย์

 

                ในตรอกเล็ก ๆ ที่ตัดออกสู่ประตูผี ชายฉกรรจ์สองคนเร่งฝีเท้าเพื่อจะไล่กวดสัปเหร่อครึ่งบ้าครึ่งดีที่กำลังมุ่งกลับที่พัก พวกมันไม่ต้องการให้เหยื่อรู้ตัวจึงไม่ได้จุดคบไฟ อาศัยเพียงแสงจันทร์นำทาง

                ครั้นทั้งสองวิ่งกวดจนเข้าใกล้เงาที่เห็นอยู่ตรงหน้า หมู่เพิ่มก็ตะโกนเรียกอีกฝ่ายให้หยุด ร่างกระมอมกระแมมหยุดนิ่งกับที่ ทว่าไม่ได้เหลียวหันมาจนหมู่เพิ่มนึกฉุน หวดไม้เข้าใส่จนร่างนั้นล้มลง

                “โอ้ย ! อ้ายเพิ่ม เอ้ย หมู่เพิ่ม ข้ากลัวแล้ว อย่าทำร้ายข้าอีกเลย” ร่างที่ล้มกลิ้งร้องละล่ำละลัก ยกมือไหว้ร้องขอความเมตตา แทนที่ผู้ทำร้ายจะมีสีหน้าสะอกสะใจ กลับซีดลงถนัดเมื่อเห็นหน้าเหยื่อที่ไล่ล่าชัด ๆ

                “เฮ้ย ! เฒ่าหลอ ! เอ็งตายไปแล้วไม่ใช่หรือวะ ข้าเพิ่งไปงานศพเอ็งเมื่อเย็น ไป ! ไปให้พ้น ! อย่ามาตามหลอกตามหลอนข้านะโว้ย !” หมู่เพิ่มตะโกนเสียงสั่น ฟันกระทบกันดังกึกกัก วิ่งเตลิดหายไปในความมืด อ้ายชิดที่มาด้วยกันก็พลอยวิ่งตามไปด้วย ลมพัดมาวูบหนึ่ง เงาร่างที่ถูกหมู่เพิ่มทำร้ายก็จางหายไปเหมือนหมอกควัน

                ตรงเงามืดริมกำแพง ตาพดที่ขาแข้งอ่อนแรงจากกิจที่เพิ่งกระทำ จึงนั่งพักอิงกำแพงก่อนจะมุ่งหน้ากลับบ้าน เห็นเหตุการณ์ที่อยู่ ๆ หมู่เพิ่มกับอ้ายชิดร้องเอะอะตกใจ วิ่งเตลิดเปิดเปิงไปก็ให้แปลกใจ

                “แฮะ ตกลงนี่ข้าบ้าหรือพวกมันบ้ากันวะ เมืองนี้มันมีแต่คนบ้า ๆ โว้ย” สัปเหร่อบ่นกับตัวเองเบา ๆ รวบรวมเรี่ยวแรงแล้วออกเดินต่อ

                ตาพดพาร่างอันอัปลักษณ์กลับมาจนถึงกระต๊อบหลังป่าช้า ไม่เห็นเด็กหนุ่มที่เพิ่งรับเป็นศิษย์ก็แปลกใจ

                “เฮ้ย อ้ายทองมันไปเมาหลับที่ไหนวะนี่” แม้จะบ่นขึ้นมาแต่ก็ไม่ได้นำพา หันไปจัดแจงมุ้งและที่นอนเสร็จก็ล้มลงหลับอย่างง่ายดาย

 

                แสงวอมแวมจากโคมไฟ แกว่งไกวไหวโอนตามจังหวะก้าวเดินของผู้รับหน้าที่เวรยาม การตรวจตรารอบหมู่เรือนซึ่งมีพื้นที่กว้างขวางเป็นงานที่น่าเบื่อ กระนั้นก็ต้องทำไปตามภาระหน้าที่ พ้นเวรแล้วจะได้กลับเข้านอนเสียที

                ในห้องของตะเภาทอง เด็กสาวยังคงกระสับกระส่าย นอนพลิกไปมาไม่หลับโดยง่าย ลุกขึ้นมองทางปลายเตียงอันเป็นที่นอนนางเกลี้ยง พี่เลี้ยงคนสนิทซึ่งคอยนอนเฝ้าเป็นเพื่อนอยู่ทุกคืนนั้นหลับสนิทไปตั้งแต่หัวค่ำ

                หลังกลับจากงานศพเฒ่าหลอ นางเกลี้ยงก็เอาแต่บ่นว่าตัวรุมเหมือนจะเป็นไข้ นึกระแวงไปตามประสาคนเชื่อเรื่องงมงาย กลัวว่าผีเฒ่าหลอจะตามมาจากงานศพ จัดแจงหากิ่งต้นทับทิมมาแช่น้ำแล้วประพรมรดตัว กระนั้นก็ยังไม่คลายใจดี จึงยกถังราดเสียทั้งตัว เลยกลายเป็นไข้หนาวสั่นยิ่งกว่าเก่า เรียกหายากินแล้วก็หลับสนิทไป เป็นตัวคุณหนูที่กลับนอนไม่หลับ รู้สึกหงุดหงิดใจตั้งแต่ที่วัด จะหาคนพูดคุยปรึกษาก็ดันหลับเสีย อะไรบางอย่างในตัวเด็กหนุ่มจากต่างเมืองทำให้เธอขุ่นใจอย่าบอกไม่ถูก

                ...เป็นถึงหลานอาจารย์ไกร ทำไมถึงได้อ่อนแอปานนั้น...เด็กสาวพร่ำบ่นในใจ ไม่เข้าใจว่าเหตุใดจึงได้ฝากความหวังเอากับผู้ชายอ้อนแอ้นเช่นนั้น ดูผิวพรรณสิขาวราวกับไม่เคยต้องแดด ปากแดงเรื่อ ขานตาหรือก็งามงอน สวยเสียยิ่งกว่าผู้หญิง ถ้าไปทำอาชีพเต้นกินรำกินยังจะดูเหมาะสมกว่า

                ตัวของหมื่นเสืออาจเป็นสิ่งผลักดันให้เธอหวังพึ่งใครสักคนเพื่อจะไม่ตกไปเป็นของคนหยาบช้าพรรค์นั้น แต่แม้จะมีหลายคนก่อนหน้าที่เข้ามาอาสา เธอกลับไม่พึงใจผู้ใดเลย...ความพึงพอใจ...สิ่งนี้กระมัง...ที่ทำให้รู้สึกโกรธขึ้ง ขุ่นเคืองที่อีกฝ่ายทำไม่ได้ดั่งใจ ยิ่งมีความคาดหวังมากเท่าใดก็ยิ่งรู้สึกผิดหวังมากเท่านั้น

                ตะเภาทองรู้สึกร้อนผ่าวที่ใบหน้า รีบสลัดความคิดในหัวออกไป ลุกขึ้นไปหยิบปืนคาบศิลาที่แขวนลงมาขัดถู หาอะไรทำให้เลิกฟุ้งซ่าน เด็กสาวนั่งลงที่ริมหน้าต่าง ลงมือขัดปากกระบอกปืนพลาง ตาก็เหม่อมองออกไป สังเกตเห็นอะไรบางอย่าง...

                “นายมิ่ง” เด็กสาวส่งเสียงเรียกเบา ๆ พร้อมทั้งกวักมือ ส่งให้ยามที่กำลังเดินตรวจตรารีบตรงมาที่เรือน คุกข่าถาม

                “คุณหนูมีกระไรหรือขอรับ ?”

                “มีสิ เดินส่องไฟอยู่แบบนี้ฉันจะไปนอนหลับได้อย่างไร กลับไปนอนได้แล้วล่ะ ฉันจะได้หลับบ้างเสียที” เด็กสาวออกคำสั่งจากบนห้อง

                “แต่คุณหนู...” ผู้รับหน้าที่เวรยามตั้งท่าจะแย้ง

                “ไปสิ คืนนี้ไม่มีอะไรหรอกน่า คนอยู่กันออกเต็มเรือน” ตะเภาทองเริ่มมีน้ำเสียงขุ่นมัว จนบ่าวรีบลนลานจากไปด้วยความเกรงกลัว

                เมื่อเวรยามเดินพ้นไปแล้ว เด็กสาวก็นั่งลงตามเดิม ขัดถูปืนรอด้วยความใจเย็น...

 

                ที่เงามืดโคนไม้ใหญ่ เด็กหนุ่มจากตลาดขวัญแปลกใจที่เห็นยามเดินกลับออกไปทั้งที่ยังตรวจตราไม่ทั่ว เหตุที่มันมาหลบเงามืดรออยู่ตรงนี้ เป็นเพราะสีหน้าท่าทางและคำพูดของตะเภาทอง ได้สะกิดใจให้เจ้าทองสงสัยใคร่รู้จนอยู่เฉยไม่ได้ ด้วยไม่รู้ว่าจะมีโอกาสพบเจอหญิงสาวอีกเมื่อใด มันจึงยอมเสี่ยงลอบมามาถึงเรือนเจ้าสัวในยามวิกาล

                ถึงแม้จะมีฝูงจระเข้กินคนเพ่นพ่านอยู่ทั่วเมือง แต่มันกลับไม่รู้สึกเกรงกลัวมากนัก เมื่อจุดหมายคือต้องการถามหญิงสาวให้รู้แน่ และเชื่อว่าสิ่งที่พ่อครูเคยสอนจะช่วยให้มันเอาตัวรอดจากภยันตรายได้

                ครั้นเห็นว่าเส้นทางสะดวกด้วยยามเดินจากไปแล้ว เจ้าทองก็วิ่งเลาะเลียบโดยอาศัยแนวพุ่มไม้กำบัง มันพอจะจำตำแหน่งห้องของตะเภาทองได้จากครั้งที่เคยมากับอา เห็นหน้าต่างห้องเปิดอยู่ก็พลอยเบาใจ คิดว่าการณ์ที่เหลือคงไม่ยากนัก

                เด็กหนุ่มปีนขึ้นไปด้วยความทุลักทุเล จนเอื้อมมือเกาะขอบหน้าต่างได้จึงค่อยสบายขึ้น เมื่อดึงร่างขึ้นไป สิ่งแรกที่เห็นก็ทำเอาเข่าอ่อน เกือบจะร่วงผล็อยลงไป เมื่อปากกระบอกปืนได้จับจ้องมาทางมัน

                “กล้านักนะ ที่แอบปีนห้องผู้หญิงแบบนี้” เด็กสาวเจ้าของห้องกล่าวด้วยน้ำเสียงเย็นเยียบ

                “เผื่อจะนึกว่าแค่ขู่ จะบอกให้รู้ไว้ว่าฉันบรรจุลูกไว้เรียบร้อยแล้ว ระยะแค่นี้ต่อให้หลับตายิงยังถูกเลย” เธอยังคงกล่าวต่อไป

                หนุ่มน้อยผู้บุกรุกเกิดละล้าละลังอยู่ครู่หนึ่ง แต่แล้วก็ตัดสินใจปีนข้ามหน้าต่างเข้ามาในห้อง

                “นี่ ! ฉันเตือนแล้วนะ กลับไปเดี๋ยวนี้เลย อยากถูกยิงหรือไง !” เด็กสาวร้องเตือนพลางขยับปืนกระชับมั่น แต่แทนที่ผู้บุกรุกจะกลัวเกรง กลับก้าวเข้ามาประชิด จับปากกระบอกปืนจ่อนิ่งที่อกตน

                “ขอประทานโทษเถิด หากคุณหนูคิดจะยิงกระผมก็ยิงเสียเดี๋ยวนี้เถิด ถึงอย่างไรกระผมก็ตั้งใจแล้วว่าจะต้องมาเพื่อถามบางสิ่ง หากได้ถามแล้ว จะเอากระผมไปฆ่าแกงเสียก็ตามแต่ใจคุณหนู” เจ้าหนุ่มกำพร้าพูดชัดถ้อยชัดคำ ตามองจ้องมา ทำเอาเด็กสาวสะเทิ้นอาย เป็นฝ่ายหลบตาเสียเอง

                “อือ...คุณหนู...คุณหนูของน้าเกลี้ยงเป็นอะไรไปเจ้าคะ ?” เสียงของหญิงรับใช้ทำเอาเด็กสาวสะดุ้งตกใจ รีบกดหัวเจ้าหนุ่มลงไปพร้อมกับชะเง้อมองพี่เลี้ยง

                “แก...อ้ายหมื่นเสือ...ถอยไปนะ อย่ามารังแกคุณหนูนะ จะทำอะไรมาทำกับฉันดีกว่า...” นางเกลี้ยงยังคงพูดต่อ มือป่ายปัดพัลวัน ตะเภาทองจึงค่อยคลายใจ เพราะดูเหมือนพี่เลี้ยงคนสนิทจะแค่ละเมอไปเท่านั้น

                “นายนี่มันบ้าหรือไรกันนะ มีธุระเร่งร้อนอันใดนักหนาต้องมาเอาป่านนี้ ถ้าคนอื่นรู้เข้าเป็นได้ถูกจับส่งหมื่นเสือแน่” เด็กสาวตำหนิ หากลดเสียงให้เบาลงเกลือกว่าใครจะได้ยิน

                “กระผมต้องรีบมาเพราะไม่รู้ว่าจะมีโอกาสเจอคุณหนูเมื่อไหร่ คุณหนูจะอนุญาตให้กระผมถามสักสิ่งหนึ่งหรือไม่ขอรับ ?” เจ้าทองยังคงแน่วแน่ในจุดหมายของตน

                “เรียกฉันตะเภาทองเถิด” เด็กสาวว่า พยายามรักษาอาการให้ดูเป็นปกติ “จะถามอะไรก็ว่ามาสิ”

                “ที่คุณหนูตะเภาทองฝากคนรับใช้มาบอก ว่าหากจะปราบจระเข้เจ้า ต้องรู้จักตัวจริงของจระเข้เจ้าเสียก่อน ถ้าอย่างนั้น คุณหนูตะเภาทองรู้หรือขอรับ ว่าตัวจริงของจระเข้เจ้ามันคืออะไรกันแน่ ?” เจ้ากำพร้าถามด้วยน้ำเสียงและแววตาแน่วแน่ ทำเอาเด็กสาวสะท้าน

                “...ถ้านายอยากรู้ ฉันจะให้ดูอะไรบางอย่าง ตามมาสิ” ตะเภาทองเอ่ยด้วยเสียงแผ่วเบา ก่อนจะเปิดประตูนำเจ้าทองสู่ด้านนอก

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 9 ครั้ง

3 ความคิดเห็น

  1. #40 Tresh (@KillerOrDie) (จากตอนที่ 11)
    วันที่ 29 เมษายน 2560 / 03:43
    ทอง get high อีกแล้วเหรอลูก 555555555555555 อาทิตย์หน้าจะได้รู้เบาะแสเพิ่มแล้ววว อรั้ยยย ลุ้นต่อไปค่ะ ><
    #40
    1
    • #40-1 masked v (@masked_v) (จากตอนที่ 11)
      30 เมษายน 2560 / 00:26
      ตอนหน้ามาดูกันครับ ว่าใครจะเสร็จใคร 555+
      #40-1
  2. #39 Tance (@king_kisskiss) (จากตอนที่ 11)
    วันที่ 28 เมษายน 2560 / 23:02
    นางเอกดูแมนกว่าพระเอกอีก 5555 ตัวตนที่แท้จริงของจระเข้เจ้ามีอะไรมากกว่าที่เคยเป็นมนุษย์งั้นรึ
    #39
    1
    • #39-1 masked v (@masked_v) (จากตอนที่ 11)
      30 เมษายน 2560 / 00:24
      เรื่องนี้ตะเภาทองคือพระเอก ส่วนเจ้าทองคือนางเอกครับ 5555+
      #39-1
  3. #38 Panther_13 (@Ding_Master) (จากตอนที่ 11)
    วันที่ 28 เมษายน 2560 / 21:33
    นางเอกเรื่องนี้ใจกล้ามากเลยค่ะ ขอตบมือให้คุณหนูตะเภาทองแลดูน่ารักน่าเอ็นดู ต้นรักมันกำลังจะโตก็เป็นเช่นนี้สินะ
    #38
    1
    • #38-1 masked v (@masked_v) (จากตอนที่ 11)
      30 เมษายน 2560 / 00:22
      ขอบคุณที่ติดตามครับ คอยดูกันว่าเนื้อมาถึงปากเสือแล้ว คุณหนูตะเภาทองจะทำเช่นไรต่อไป 55555+
      #38-1