โหม๋ : chanbaek

ตอนที่ 6 : โหะ : โหม๋และโจรที่ทำให้จังหวะหัวใจเปลี่ยน

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 327
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 42 ครั้ง
    12 ก.ค. 63

 

 

 

“เออ ลืมถามเลย พี่กินเนื้อได้ไหม”

ชานยอลเอ่ยตั้งคำถามหลังจากเราเสร็จธุระจากร้านรองเท้า ในมือของเขามีถุงบรรจุกล่องเปล่าหนึ่งใบเพราะพี่โหม๋เอาของข้างในไปสวมใส่ ส่วนอีกใบยังมีสินค้าอยู่ครบถ้วน เด็กหนุ่มเสียเงินหมื่นให้กับความสุขสบายของอีกฝ่ายในคราวนี้ ซึ่งถือว่าคุ้มค่าพราะบัดนี้นอกจากแบคฮยอนจะไม่ดื้อแพ่งเหมือนก่อนเพื่อตอบแทนเขาแล้ว ยังมีรอยยิ้มบาง ๆ ประดับอยู่บนใบหน้าอีกด้วย

“ก็ด้านะ”

“เยี่ยม งั้นไปกินกัน”

แม้แบคฮยอนจะกินขนมในโรงไปมากแล้ว แต่นั่นก็เทียบไม่ได้กับมื้ออาหารเป็นหลักแหล่งซึ่งชานยอลตั้งใจจะพาอีกฝ่ายมาลองลิ้มชิมรส ซึ่งคงใช้เวลาราวชั่วโมงกว่า ๆ และฟ้าคงมืดพอดีในตอนที่เราอิ่มหมีพีมัน

“รองเท้าโอเคนะ”

“อื้อ”

แบคฮยอนพยักหน้ารับ ไม่ปฏิเสธเลยว่ารองเท้าคู่ใหม่ที่อีกฝ่ายออกเงินซื้อให้นั้นสวมใส่สบายจริง ๆ ขนาดเป็นเพียงรองเท้าแตะรัดส้นเหมือนกันกับคู่ก่อนหน้าของเขา แต่ก็สัมผัสถึงความแตกต่างได้อย่างชัดเจน เห็นทีต่อจากนี้เขาคงต้องทำอาหารตอบแทนบุญคุณชานยอลอีกเป็นร้อยเป็นพันเมนูแน่ ๆ

“ดีแล้ว อีกคู่นี่ใส่อย่าลืมใส่ไปทำงานนะ ผมว่าพื้นมันซัพพอร์ตเท้า เหมาะกว่าคู่เก่าที่พี่ใส่ประจำ จะได้ไม่เมื่อยด้วยเวลายืนเคาน์เตอร์นาน ๆ”

“ข่อคูนะ”

“ครับ”

สิ้นคำ เราทั้งคู่ก็พากันเดินมาถึงร้านอาหารพอดิบพอดี ชานยอลเลือกร้านอาหารญี่ปุ่นที่มีทั้งเนื้อสัตว์ย่างถ่าน ข้าวปั้น และปลาดิบสด ๆ จากแหล่งจำหน่ายชั้นนำเสิร์ฟอย่างครบครัน เพื่อให้มั่นใจว่าพี่เขาจะได้สัมผัสประสบการณ์ใหม่นี้โดยไม่ขาดตกบกพร่อง

เขาจัดการสั่งอาหารยาวเป็นหางว่าวให้พนักงานจัดหามาให้ ขณะที่เพื่อนร่วมโต๊ะนั่งจ้องมองเมนูอย่างสนอกสนใจระหว่างเฝ้าคอยด้วยใจจดจ่อ มือใหญ่คว้าเอาเหยือกชาเขียวมารินแบ่งใส่แก้วใบน้อยของคนตรงข้าม หางตาปรากฏฝูงชนกลุ่มใหญ่พากันเดินผ่านประตูร้านเข้ามา ซึ่งคราแรกชานยอลก็ไม่ได้คิดสนใจ แต่ให้บังเอิญว่าใบหูใหญ่ ๆ ได้ยินสุรเสียงคล้ายจะคุ้นเคย เขาจึงเบนใบหน้าไปมองด้วยสัญชาติญาณ

“ไอ้ชิบหาย...”

แค่เพียงครู่อึดใจก็หันกลับมาเพราะพบว่าคนกลุ่มนั้นคือเพื่อนของเขา พวกมันบ่นกระปอดกระแปดกันตั้งแต่ต้นสัปดาห์เรื่องนัดกันมากินฉลองสอบเสร็จ แต่ไม่คิดว่าแจ็คพ็อตจะแตกวันที่ชานยอลพาพี่หมวยตัวน้อยมาห้าง

ไม่ว่าจะอย่างไรก็ให้พวกมันเห็นตัวไม่ได้ ชานยอลไม่อยากมานั่งตอบคำถาม แล้วก็ไม่อยากให้มันยกพวกมานั่งร่วมโต๊ะกับเขาด้วย

แต่มันไม่ทันแล้ว...

“ชานยอล! ไอ้ชานยอล!”

เสียงของจงอินดังขึ้นมาแต่ไกล ไม่ต้องหันไปมองก็รู้ได้ว่ามันโบกไม้โบกมืออยู่แน่ ชานยอลเดาะลิ้นด้วยความหงุดหงิด กำหมัดแน่น ในมโนภาพมีเปลวไฟกำลังลุกท่วมหัว

“โอ้โฮ อะไรเนี่ย เพื่อนฝูงชวนไม่มา บอกว่ามีธุระ ที่ไหนได้ นัดเด็ก”

จงอินจ้องมองไอ้ตัวดีที่นั่งกำมือแน่น แค่นี้ก็รู้แล้วว่ามันโกรธจนแทบหักคอเขาได้ แต่แล้วอย่างไรล่ะ ชานยอลไม่ทำหรอก ไม่ทำต่อหน้าน้องจิ้มลิ้มคนนี้แน่ ๆ

“ย้ายเลยมึง ย้าย เรื่องนี้ต้องซัก”

“สัตว์ อย่ามายุ่งกับกู”

“แน๊ ทำมาเปง”

“มึงไม่ต้องมารวมโต๊ะกับกู กูไม่หาร”

“เอาว่ะ ไม่นับเพื่อนนับฝูงกันแล้ว”

ไม่ร่วมโต๊ะก็ไม่เป็นไร เพราะทางเดินร้านนี้ไม่ได้กว้างสักเท่าไร ต่อให้เลือกนั่งฝั่งตรงข้ามก็ยังสามารถพูดคุยกันได้อย่างถนัดถนี่ คิดได้เช่นนั้นแล้วจงอินจึงรีบพยักเพยิดให้เพื่อนอีกสองคนเอาก้นจองที่ด้านใน ส่วนเขานั้นอยู่ด้านนอกเพื่ออำนวยความสะดวกให้ตัวเองซักฟอกไอ้ตัวดีที่แอบซ่อนเด็ก

“นี่ใช้เหตุผลที่บางวันมึงรีบกลับบ้านผิดปกติปะ”

ระหว่างรอให้พนักงานนำเอาเมนูมาให้ จงอินไม่ปล่อยเวลาให้เสียไปอย่างไร้ค่า ช่วงนี้ไอ้ชานยอลไม่ค่อยอยู่ทำกิจกรรมหลังเลิกเรียนกับเพื่อน ๆ ในกลุ่มเลย แรกเริ่มเดิมทีเขาก็คิดว่ามันคอยไปเทียวไล้เทียวขื่อแฟนเก่าเหมือนแต่ก่อน ไฉนเลยจึงกลายเป็นหนุ่มหน้ามนตัวเล็กกระจ้อยร่อยแทนเล่า

เรื่องนี้มันต้องมีเงื่อนงำ...

“มึงนี่ก็ เสียมารยาทนะจงอิน”

คยองซูเอ่ยปรามหน้าตาย อยากจะทุบมันให้หายสอดรู้นัก ไม่เข้าใจเลยจริง ๆ ว่าทำไมจงอินถึงชอบวุ่นวายกับเรื่องของชานยอลเสียเหลือเกิน 

“เอ๊า กูแค่อยากรู้”

คนตัวสูงค่อนขอดด้วยอาการไม่สบอารมณ์ “อย่างมึงมันเรียกว่าเสือก”

“แรงอ่า ไม่รักษาภาพพจน์เทพบุตรหน่อยหรา”

“ส้นตีน รำคาญ”

สะดีดสะดิ้งมันเข้าไป แถมยังทำตาระยิบระยับเหมือนการ์ตูนสาวน้อยใส่ ชานยอลเห็นแล้วอยากจะตบให้หูอื้อนัก เรื่องเสือกนี่ต้องไว้ใจจงอินจริง ๆ มันไม่เคยพลาดสักประเด็นเดียว ถ้าบอกว่าเป็นแฟนพันธ์แท้ของเขาก็เชื่อ

“มึง หุบปากได้ละ ไหนว่าหิว สั่งไว ๆ จะได้กินกัน”

จงแดเป็นฝ่ายเบรกตัวจอมสอดรู้ก่อนจะไม่ได้กินข้าวกันทั้งกลุ่ม เป็นโชคดีของเราที่จงอินไม่ได้ดื้อรั้นจะเอาแต่แซวชานยอลจนลืมเรื่องปากท้องของตัวเอง แต่กระนั้นแล้วทันทีที่เสร็จเรื่อง ไอ้ตัวดีก็กลับไปให้ความสนใจกับผู้ชายตัวขาวซึ่งนั่งนิ่งอยู่โต๊ะข้าง ๆ ในทันที

“ตัวเล็ก ชื่อไรอะครับ”

จงอินตั้งคำถามพลางเท้าคางมองคู่สนทนา พอสังเกตดี ๆ แล้วอีกฝ่ายนั้นน่ารักไม่หยอก แถมเนื้อตัวยังขาวอย่างกับหยวกกล้วย มีแก้มฟู ๆ สีชมพู หางตาตกที่ควรดูเศร้าก็กลับชวนให้เอ็นดูแทน

โธ่น้องเอ๊ย...งานดีขนาดนี้ทำไมถึงมาตกหลุมพรางไอ้เสือปาร์คมันได้ ล่อลวงมาหาพี่แทนตอนนี้จะทันไหม เมื่อไม่กี่เดือนก่อนมันยังไม่มูฟออนจากแฟนเก่าเลยหนู

“ลามปามแล้วมึง”

“กูไม่ได้ถามมึง อย่าเสือกตอบ” เจ้าของผิวแทนแยกเขี้ยวใส่หมาหวงก้าง ก่อนเบนหันปลายคางไปวาดยิ้มหวานให้กับคนน่ารัก “ตกลงชื่ออะไรครับตัวเล็ก?”

“ไม่ต้องตอบมัน”

ไม่เพียงแต่ออกคำสั่งด้วยน้ำเสียงประกาศิต แต่ดวงตาคู่นั้นยังดุดันในยามที่มองแบคฮยอน ชานยอลไม่ชอบให้ใครมายุ่งวุ่นวายกับคนของเขา ยิ่งไอ้จงอินนี่แล้วใหญ่ ขี้เสือกไม่พอ หน้าม่ออีกด้วย

“เผด็จการซะด้วย คนนี้มึงเข้าหาแปลกนี่หว่า” ปกติแล้วชานยอลจะเข้าหาเหยื่อของมันด้วยทีท่าสุขุม หรือไม่ก็เย็นชาตามพิมพ์นิยมสาว ๆ แต่กับคนนี้ทำไมถึงวางท่าเป็นนายเหนือหัวเสียอย่างนั้น? อยากจะเป็นคุณเกรย์สาขาสองหรืออย่างไร “หนูไม่ต้องกลัวมัน บอกพี่มาว่าหนูชื่ออะไร”

“ฉอเลาะเชียวนะมึง เดี๋ยวมันโบ๊ะเข้าให้ก็ร้องเหมือนหมา”

“คนอย่างคิมจงอินอะนะ ไม่— โอ๊ย! เหี้ยชานยอล!”

สิ้นคำจงแดแค่ไม่ถึงอึดใจดี ไอ้คนที่ทำหน้าบึ้งเหมือนโกรธใครมาสักร้อยปีก็ย่างสามขุมพาฝ่ามือมาประเคนบนศีรษะให้จนเกิดเสียงแป๊ะดังลั่น มันรุนแรงพอจะทำให้จงอินหน้าคว่ำจนหน้าผากแทบโขกโต๊ะ

“ชายอ!” แบคฮยอนถลึงตาดุเด็กก้าวร้าว มีอย่างที่ไหนไปฟาดเพื่อนแรงอย่างนั้น ถ้าเขาความทรงจำเสื่อมขึ้นมาจะทำอย่างไร “ปาตีเพื่ออย่าน้าด้างา”

“เดี๋ยวนะ” ทันทีที่จงแดได้ฟัง เรื่องราวที่คั่งค้างอยู่ภายใต้จิตสำนึกก็เข้าเค้า ทุกข้อคลางแคลงถูกเติมเต็มโดยไม่ต้องมีใครยืนยัน ไม่แม้กระทั่งชานยอลเอง “นี่มึงอย่าบอกนะว่า...”

เด็กหนุ่มร่างสูงผ่อนกระแทกลมหายใจ จำต้องยอมรับอย่างไม่อาจหลีกเลี่ยงได้ “เออ”

“ใช่คนที่กูคิดใช่ปะ”

“คนนั้นแหละ”

พอจงแดพยักหน้า คยองซูก็เป็นอีกคนที่รู้ทันทุกสิ่งอย่างร่วมด้วยอีกราย แตกต่างจากจอมวุ่นวายที่ทำหน้าเหมือนหมางง

ชอบเสือกมากแต่ดันฉลาดน้อย คยองซูเห็นแล้วสมเพชมันจริง ๆ

“อะไรวะ พวกมึงรู้อะไรกัน บอกกูบ้างดิ”

“กูเห็นมึงแซวมันบ่อยกว่าใครเลย จู่ ๆ ก็เกิดโง่ขึ้นมาซะอย่างนั้น”

จงแดผ่อนลมหายใจ ไม่เคยคิดอยากจะด่าเพื่อนว่าโง่เลย แต่ก็ไม่เห็นจะมีคำไหนเหมาะกับมันไปมากกว่านี้แล้ว

“เอ้า... คยองซู บอกกูหน่อย”

“ขอโทษนะ ไม่อยากคุยกับคนโง่”

ชานยอลสิ้นความสนใจต่อเพื่อนโต๊ะข้าง ๆ เมื่ออาหารถูกเข็นมาเสิร์ฟ พร้อมการบริการของพนักงานซึ่งสมกับราคาที่เขาจ่ายไป เนื้อวัวนำเข้าถูกคลี่วางบนเตาถ่านหอม ๆ ด้วยความประณีต เสียงฉู่ฉี่ฟังราวกับบทเพลงจากสวรรค์ หลังผ่านความร้อนเพียงชั่วระยะเวลาสั้น ๆ บนจานของเราก็มีเนื้อชิ้นพอดีคำวางพร้อมทานกันทั้งคู่

เด็กหนุ่มไม่คิดรีรอ เขาคีบเนื้อเข้าปากโดยไม่ปรุงแต่งรสชาติใด ๆ ก่อนจะคลี่ยิ้มออกมาเมื่อความนุ่มละมุนฟุ้งกระจายทั่วปุ่มรับลิ้น แต่ขณะเดียวกันนั้นคนที่นั่งอยู่กลับทำหน้าลำบากใจ ละล้าละหลังเหมือนลังเลอะไรบางอย่าง

“ชายอ ม่ะรอกีพร้อเพื่อเหรอ”

ถึงจะไม่ได้มาด้วยกัน แต่แบคฮยอนก็อดรู้สึกเกรงใจไม่ได้ ในเมื่ออีกฝ่ายเป็นเพื่อนของชานยอล การเริ่มมื้ออาหารก่อนแล้วปล่อยให้พวกเขานั่งมองนั้นป็นเรื่องเสียมารยาทไม่ใช่หรืออย่างไร

“ทำไมต้องรอมันด้วย มาก็ไม่ได้มาด้วยกัน”

ชานยอลไหวไหล่ไม่ยี่หระ คีบแซลมอนจากเรือลำใหญ่เข้าปากหนึ่งคำ แล้วก็ส่งอีกคำลงบนจานของพี่โหม๋ที่ยังมีเนื้อชั้นดีวางอยู่

“พี่อะกินเลย นี่แซลมอน กินดิบได้ ลองดู”

แบคฮยอนทำตามคำแนะนำของเจ้ามืออย่างเก้ ๆ กัง ๆ จุ่มชิ้นปลาราคาแพงหูฉี่ลงในน้ำซอสสีดำอย่างระมัดระวังแล้วจึงส่งมันเข้าปาก เคี้ยวหยุบหยับซึมซาบรสชาติอร่อยล้ำที่แตกต่างกับปลาบนหน้าซูชิถาดของตลาดนัดอย่างสิ้นเชิง ก่อนดวงตาเรียวรีจะเบิกกว้างเพราะอร่อยจนไม่อาจเก็บอาการเอาไว้ได้

“อร่อยใช่ปะ”

“อื้ออ”

พยักหน้ารับจนผมปลิวกระจาย อารามตื่นเต้นเลยคีบใส่ปากไปอีกคำ ของอร่อยนี่ทำให้มีความสุขได้อย่างที่ทุกคนว่าจริง ๆ

“ตลาดนัดเทียบไม่ติดเลยใช่ปะ นั่นอะมีอีก สีแดง ๆ คือทูน่า ลองดู”

ปลาชนิดใหม่ที่แบคฮยอนไม่เคยเห็นมาก่อนถูกคีบขึ้นมาแตะซอสถั่วเหลือง และส่งเข้าปากไปหลังจากเคี้ยวเนื้อสีส้มในกระพุ้งแก้มจนหมด รสสัมผัสซึ่งต่างจากเดิมทำให้ร่างเล็กยิ่งตื่นเต้น นี่เป็นครั้งแรกเลยที่เขารู้สึกสนุกกับมื้ออาหาร อยากรู้เร็ว ๆ แล้วว่าที่เหลืออีกตั้งมากมายในจานเหล่านี้จะมีรสชาติเป็นอย่างไร

“อะหร่อม่าเลอชายอ กีดั้วกา”

“ไม่เอา พี่กินเหอะ ผมสั่งมาให้พี่แหละ”

ชานยอลส่ายศีรษะปฏิเสธความหวังดี แบคฮยอนนี่ไม่เจียมตัวเอาเสียเลย แทนที่จะห่วงตัวเองก่อนเขาที่มีรูปร่างกำยำ ก็ดันคีบปลายื่นมาให้พร้อมให้พร้อมใบหน้าอย่างนั้น ไม่มีใครเคยบอกหรืออย่างไรว่ามันน่าเอ็นดู 

“กีนะ ชี้เดียก็ด้า”

“ถ้าอย่างนั้นป้อนหน่อย ผมต้องจัดการน้ำจิ้มเนี่ย”

จู่ ๆ มือที่เคยว่างก็กลับมีธุระติดพันเสียอย่างนั้น น้ำจิ้มมันก็อยู่นิ่ง ๆ ของมัน แต่ชานยอลจำเป็นต้องยุ่งเพื่อนำมาเป็นข้ออ้างให้คนตัวหอมยอมบริการกันโดยไม่ตะขิดตะขวงใจ

และใช่ มันได้ผล แบคฮยอนไม่เอะใจด้วยซ้ำ ตั้งหน้าตั้งตาคีบปลาดิบมาป้อนเขาอย่างแข็งขัน น่ารักน่าชังเกินบรรยาย น่ารักจนชานยอลปฏิเสธไม่ได้ว่าเขารู้สึกคล้ายถูกอีกฝ่ายดึงดูดให้หล่นลงไปในหลุมพรางความน่าเอ็นดูนั้น ทั้งยังถูกล้างสมองไม่ให้คิดหาทางกลับขึ้นมาอีกด้วย

“ไอ้สัตว์ สร้างโลกเฉย”

“มึงช่วยหุบปากไปทีได้ปะจงอิน ก่อนตีนกูจะกระตุกอะ”

แต่บรรยากาศดี ๆ ก็กลับถูกทำลายเพราะไอ้ควายโต๊ะข้าง ๆ ชานยอลกลอกตาด้วยความเบื่อหน่าย เอ็ดมันไปครั้งแล้วก็รับเอาปลาสีส้มเข้ามาเคี้ยวอีกชิ้น

“สันดานป่าเถื่อน แม่ง แตะนิดแตะหน่อยไม่ได้เลยนะ”

จงอินทำปากมุบมิบ บ่นกระปอดกระแปดอยู่ตามลำพัง นั่งก้มหน้ามุ่ยอยู่ชั่วอึดใจ ปล่อยให้หัวสมองทำงาน คิดเอานั่นนี่มาปะติดปะต่อระหว่างคอยอาหาร แล้วจู่ ๆ ดวงไฟใต้จิตสำนึกก็สว่างไสวเป็นสัญญาณแห่งการรู้แจ้ง

“เหี้ย...”

“อะไร”

จงแดจ้องมองเพื่อนสนิทด้วยความไม่เข้าใจ มันเป็นบ้าอะไรของมัน ประเดี๋ยวก็ยิ้ม ประเดี๋ยวก็เจ้าชู้ ประเดี๋ยวก็ทำหน้ายู่ ตอนนี้กลายเป็นไก่ตื่นอีก

“กูจำได้แล้ว นี่คือพนักงานเซเว่นที่มึงเล่าให้ฟังว่าไปเขย่าเขาจนร้องไห้ใช่ไหม”

ชานยอลนึกว่าชาตินี้จงอินจะไม่หายโง่ซะแล้ว “เออ”

“เฮ้ยย แล้วมาสนิทกันได้ไงวะ นี่กูนึกว่ามึงเลิกเทียวไล้เทียวขื่อเขาไปแล้วนะ” พอจับต้นชนปลายได้แล้วจงอินก็ยิ่งใคร่รู้เข้าไปกันใหญ่ เรื่องพนักงานเซเว่นที่ถูกเขย่าจนร้องไห้ไม่ใช่ประเด็นในการสนทนาของเรามาสักพักแล้ว ไม่คิดเลยว่าไอ้ตัวแสบนี่จะแอบลักลอบมาหาพี่เขาอยู่เป็นประจำ ถึงขั้นออกเดตแล้วไหมทรงนี้ “แต่ก็ไม่แปลกใจหรอก น่ารักซะ”

“ขึ้นหน้า เขาเป็นพี่มึง”

“โห หน้าเด็กมาก เด็กกว่าไอ้ชานยอลมันอีก พี่อายุเท่าไรอะครับ”

“ยี่สิห้าจ้ะ”

ยังไม่ทันเปิดปากห้าม คนตรงข้ามที่เคยนั่งบริการชานยอลก็กลับหันไปสร้างบทสนทนากับเพื่อนหน้าแปลกของเขาพร้อมรอยยิ้มหวาน ๆ เสียอย่างนั้น ไหนบอกไม่ชอบคนเมืองไงวะ ทำไมถึงเฟรนด์ลี่ไปทั่ว ไอ้จงอินมันก็เข้าข่ายนะนั่น

“ยี่สิบห้า? โอ้มายก๊อด นี่ได้โบท็อกซ์หรือฉีดอะไรบ้างไหมครับ”

แบคฮยอนส่ายหน้าหวือ “ม่ะเคอจ้ะ ผะแต่แป้เดะ แล้ก็พ่อหน้าดั้วโผสะหมูพรา”

“...ผัดแต่แป้งเด็ก แล้วก็พอกหน้าด้วยผงสมุนไพรเหรอครับ?”

“ช่าจ้ะ”

“โห อย่างนี้ผมต้องไปบอกพี่สาวผมบ้างแล้ว รายนั้นเข้าคลินิกเสริมความงามเป็นว่าเล่น”

คนตัวน้อยยิ้มให้กับคำบอกเล่าดังกล่าวนั้นจนจงอินตาพร่า ไม่แปลกใจเลยว่าทำไมชานยอลถึงเฝ้าเทียวไล้เทียวขื่อ เป็นเขาก็มูฟออนจากความน่ารักนี้ไม่ได้ หน้าใสอย่างกับเด็กแรกคลอด มองอย่างไรก็เชื่อแทบไม่ได้ว่าอายุยี่สิบห้าเข้าไปแล้ว แถมแก้มยังแดงระเรื่อเป็นธรรมชาติ สงสัยตอนอยู่บนดอยคงกินแครอทกับมะเขือเทศมากอย่างที่เพลงสมัยเด็กว่าแน่ ๆ

“แล้วตกลงพี่ชื่ออะไรครับ”

“แบ—”

“โหม๋จ้ะ เช่อโหม๋”

คนน่ารักเอ่ยตอบพร้อมรอยยิ้มเต็มแก้ม ไม่ได้หันไปสนอกสนใจเจ้ามือที่ทำหน้าบึ้งตึงเหมือนอยากฆ่าเพื่อนสนิทให้ตายเลยแม้แต่น้อย

“หือ? โหม๋เหรอครับ?”

“หมวย”

ชานยอลปรับแก้ความเข้าใจให้เพื่อนด้วยน้ำเสียงไม่สบอารมณ์ คีบเนื้ออีกชิ้นเข้าปากและบดเคี้ยวมันจนกรามเกิดเสียงกรอด

“อ๋อ หมวยสินะ…น่ารักสมชื่อเลย”

“ข่อคูจ้ะ”

“มึงอยากตายเหรอจงอิน ดูหน้ามันด้วยนั่น”

“รีบกลับไปสนใจอาหารตรงหน้า ก่อนที่มึงจะไม่มีปากเอาไว้กิน จงอิน”

โอ๊ยพ่อคุณ หวงเก่ง หวงมาก เป็นอะไรกับเขาแล้วเรอะถึงมานั่งหวง ไปเคลียร์กับคนควงเก่าให้จบเรื่องก่อนเถอะแล้วค่อยมาแสดงความเป็นเจ้าข้าวเจ้าของ

“ชายอ อย่าดุเพื่อเลอนะ”

“มันขี้เสือก สันดานเสีย”

“แน่ะ ยาม่ะหยุอี่นะ”

“เนี่ย เขาเป็นคนดี ดีกว่ามึงเยอะ โชคร้ายชิบหายที่มาเจอมึง”

“ชายอ อ้าเร ๆ”

พอเห็นท่าว่าอีกฝ่ายจะหันไปประทุษร้ายเพื่อนทางคำพูดอีกครา แบคฮยอนก็เบี่ยงเบนความสนใจของชานยอลโดยการคีบเนื้อย่างถ่านขึ้นชูต่อหน้าของอีกฝ่าย ซึ่งแน่นอนว่าน่ารักจนคนมองละสายตาไปไหนไม่ได้ เลยต้องยอมอ้าปากงับอาหารมาเคี้ยวแทนหันไปฉะไอ้ตัวดี

“ไม่ต้องมาทำตัวน่ารักเลย”

สุรเสียงและสายตาคาดโทษของคู่สนทนาทำให้แบคฮยอนไม่เข้าใจ เขาไปทำอย่างที่ชานยอลกล่าวหาตอนไหน ก็แค่ยื่นเนื้อให้กินก็เท่านั้น!

“เดี๋ยวเย็นนี้โดนแน่”

“อะราเล่า!”

ชานยอลเป็นบ้าอะไร ทำไมชอบพูดจาสองแง่สองง่ามนัก แบคฮยอนย่นจมูกพลางตักอาหารจากชามเข้าปาก ก้มหน้าไม่สนใจคนที่ทำหน้าดุมองกันอยู่ตรงข้าม เสียงสนทนาระหว่างเราและเพื่อนโต๊ะข้าง ๆ จึงสิ้นสุดลงตรงนั้น จนกระทั่งทั้งเนื้อสัตว์ ผัก และน้ำดื่มทั้งหมดไม่หลงเหลืออยู่เลย

“ชานยอล เสร็จนี่แล้วมึงต่อไหนเปล่า พวกกูจะดูหนัง ไปด้วยกันดิ”

จงแดเอ่ยชวนหลังจากเราทั้งหมดจัดการค่าใช้จ่ายจนเสร็จสิ้นแล้วพากันออกมายืนจับกลุ่มอยู่หน้าร้าน เขา จงอิน และคยองซูตกลงกันว่าจะไปดูหนังสยองขวัญที่เพิ่งเข้าใหม่ต่อ เผื่อชานยอลอยากร่วมด้วยช่วยหารค่าป๊อบคอร์นด้วยอีกคน

“กูดูมาแล้วเมื่อเช้า”

พอได้ยินคำตอบเช่นนั้นก็เข้าใจได้ ดูหนังกับเพื่อนมันจะไปสนุกอะไรเท่าคนน่ารัก “อ้อ~”

“ถ้าอย่างนั้นแยกกันตรงนี้เลยแล้วกัน ไว้เจอกันมึง”

“เจอกัน ๆ”

“ไว้เจอกันครับพี่หมวย”

“จ้า ดูหนาห้าสนู่น้า”

แบคฮยอนโบกไม้โบกมือไล่หลังกลุ่มเพื่อนสนิทของชานยอลไปอย่างเป็นมิตร ใบหน้ายังมีรอยยิ้มวาดประดับจนกระทั่งทุกคนหายลับตา ก่อนจู่ ๆ ร่างบอบบางจะถูกดึงให้เซถลาสับขาตามอย่างไม่มีปี่ขลุ่ย

“ขี้อ่อย”

“อะรา ม่ะด่าอ่อซะหน่อ”

เป็นบ้าอะไรของเขา แค่แบคฮยอนพูดจาดี ๆกับคนอื่นก็หาว่าอ่อย ไม่ได้เล่นหูเล่นตาจนน่าเกลียดเสียหน่อย ชานยอลนี่ช่างโมเมจริง ๆ เลยเชียว

“อ่อย จ๊ะ ๆ จ๋า ๆ พูดกับไอ้จงอินซะเพราะ ทีกับผมนะ”

เด็กหนุ่มพูดด้วยน้ำเสียงไม่สบอารมณ์ รู้สึกฉุนเฉียวมาตั้งแต่ในร้าน แบคฮยอนโคตรสองมาตรฐาน กับคนอื่นพูดด้วยซะหวาน เป็นชานยอลล่ะก็ไม่มีทางได้รับอะไรแบบนี้หรอก

“ก็ตัวเอกัวประส่า คราจะปาอย่าพู่ดีดั้ว”

“ผมออกจะเป็นคนดี หล่อ และน่ารัก”

“แหยะ”

แบคฮยอนหน้าแหย ที่จริงก็ไม่ปฏิเสธหรอกว่าชานยอลมีคุณสมบัติตรงตามคำบอกเล่าเหล่านั้นทุกประการ แต่พอได้ฟังมันไปพร้อม ๆ กับใบหน้ามั่นอกมั่นใจเช่นนั้นก็อดจะหมั่นไส้ไม่ได้

“พี่อยากได้อะไรอีกไหม”

รีบเปลี่ยนเรื่องเพราะไม่อยากสาดอารมณ์รุนแรงใส่อีกฝ่าย ชานยอลเป็นคนหงุดหงิดง่ายอยู่แล้ว พออะไรไม่เป็นดั่งใจก็ขี้คร้านจะกระฟัดกระเฟียด แต่เขายอมให้เรื่องนั้นซ้ำรอยไม่ได้ แบคฮยอนจะต้องไม่เจ็บตัวหรือหวาดกลัวเพราะการกระทำของเขาอีกแล้ว

“ถ้าอย่างนั้นไปซื้อของเข้าบ้านกัน ผมอยากกินเมนูฝรั่งเยอะเลย พี่ทำได้ไหม”

“ม่ะรู้หร่อ แต่ถ้ามีสู่ห้าก็โคทาด้า”

“อือ...ถ้าอย่างนั้นเดี๋ยวเปิดกูเกิ้ลเอา ผมอยากกินพาสต้า สเต็กเนื้อด้วย จริง ๆ อยากกินเนื้อทุกวันเลย แต่ขี้เกียจเข้าห้าง”

“หนาว่าเปโคกีง่าอยู่ง่างะ”

“เอ้า จะให้กินธรรมดาผมก็กินได้ไง แต่นี่มันที่อยากกิน เกรงใจผมไม่ใช่เหรอ จะทำข้าวให้กินเป็นการตอบแทน แต่แค่นี้ก็บ่นแล้วอะคนเรา”

“ม่ะด้าโบ่! โคขาแค่ถา แค่ถาเนี่ย”

เนี่ย ยังไม่ทันไรก็กวนประสาทกันอีกแล้ว อย่างนี้จะให้แบคฮยอนพูดดี ๆ กับชานยอลได้ยังไง เด็กอะไร ชอบหาเรื่องกันชะมัด

“เจ๊าะแจ๊ะจังอะ เดี๋ยวบีบปากให้ขาดเลย หมั่นไส้”

“ม่ะต้อมาแตะนะ!”

แบคฮยอนปัดป้องมือใหญ่ที่ขยับเข้ามาใกล้ปากของเขาออก ทั้งยังแยกเขี้ยวขู่คนที่ขยันกลั่นแกล้งกัน ตัวเองใหญ่ไปทุกส่วนสัดขนาดนั้น ไม่คิดบ้างหรือว่าคนถูกกระทำจะเจ็บ แต่ถือเป็นโชคดีของร่างเล็กในคราวนี้ที่ชานยอลไม่ดันทุรังรุกคืบการกลั่นแกล้ง เพราะเด็กหนุ่มต้องจดจ่ออยู่กับลิสต์ของวัตถุดิบยาวเหยียดในโทรศัพท์

หลังจากได้ฟังจบแล้วคนตัวเล็กรับเอาเครื่องมือสื่อสารเครื่องแพงมาถือเอาไว้ เนื่องด้วยมีประสบการณ์เลือกซื้อสินค้ามากกว่าคนช่างสั่ง ส่วนชานยอลนั้นย้ายไปเข็นรถตามเพราะนอกจากจ่ายเงินแล้วก็แทบทำอะไรไม่เป็นเลยสักอย่าง เราใช้เวลาอยู่ในซูเปอร์มาเก็ตราว ๆ หนึ่งชั่วโมงก็พากับหอบหิ้วข้าวของพะรุงพะรังมายังรถยนต์ เลยได้เห็นว่านอกอาคารสำหรับจอดรถกำลังมีฝนตกกระหน่ำ

เดิมทีนั้นชานยอลก็ตั้งใจจะพาพี่เขากลับบ้าน แต่เพราะสภาพอากาศไม่เป็นใจนัก เด็กหนุ่มจึงจำต้องใช้บริการถนนอีกเส้นที่สะดวก ปลอดภัย และรวดเร็วกว่า โดยที่มันไม่ได้เป็นทางผ่านของบ้านแบคฮยอน รถยนต์จึงถูกบังคับให้หยุดลงที่บ้านของชานยอลแทนเพื่อลดความเสี่ยงต่อการเกิดอุบัติเหตุ

“เข้าไปหลบในบ้านก่อน เดี๋ยวฝนซาผมขับไปส่ง”

ฝนลงหนักขนาดนี้นี้ชานยอลไม่เสี่ยงขับไปแน่ เขากลัวพาแบคฮยอนไปตาย ยอมปล่อยให้เวลากับลมพัดพาเมฆฝนจากไปตามธรรมชาติย่อมดีกว่า ซึ่งร่างเล็กก็เองยอมรับ ซ้ำยังให้ความร่วมมือเป็นอย่างดี ไม่ทู้ซี้อยากกลับบ้านในสถานการณ์เช่นนี้

หลังจากลำเลียงข้าวของเก็บเข้าที่แล้วจึงได้มานั่งพักกันอยู่บนโซฟา ร่างเล็กถือวิสาสะสำรวจที่พักอาศัยของเด็กชายวัยมหาวิทยาลัยอย่างตื่นตาตื่นใจ จริง ๆ ตั้งแต่ผ่านประตูหมู่บ้านเข้ามา แบคฮยอนก็ตระหนักแล้วว่าเราต่างกันมากแค่ไหน มันใหญ่โต ความปลอดภัยเป็นเลิศ แม้จะดึกแล้วแต่ก็ยังมีไฟส่องสว่างอย่างทั่วถึง เคหสถานถูกตกแต่งอย่างเป็นระเบียบและสวยงาม พื้นที่ใช้สอยครบครัน แยกเป็นสัดส่วนต่างจากบ้านปลูกเองของญาติเขา

“พ่อกะแม่ม่าอยู่เหรอชายอ”

“อือ ย้ายไปทำงานต่างประเทศทั้งคู่อะ ส่วนพี่สาวมีคอนโดในเมือง นาน ๆ ทีจะมาเยี่ยม บ้านนี้ผมอยู่คนเดียวซะส่วนมาก”

“แล้ม่าหงาเหรอ”

“เหงาดิ” ชานยอลว่าพลางทิ้งสะโพกพิงขอบโซฟาในด้านที่แบคฮยอนกำลังนั่งอยู่ “แต่ก็ทำอะไรสะดวกดี”

“ทาอะรา”

เขาค้อมตัวลงให้คำตอบอีกฝ่ายด้วยเสียงทุ้มต่ำเหนือศีรษะของอีกฝ่าย พอได้กลิ่นหอมก็มันเขี้ยวจนทนไม่ไหว รู้ตัวอีกทีก็เผลอฉวยโอกาสกดจมูกลงไปแล้วอย่างเสียมารยาท “แบบนี้มั้ง”

พอรู้สึกถึงแรงกดหนัก ๆ กลางกระหม่อม แบคฮยอนก็ประเคนมือฟาดคนตัวสูงไปครั้ง ไอ้เด็กกวนประสาท ชักจะมากไปแล้วนะ คนเขามีพ่อแม่ มาหอมหัวกันอย่างนี้ได้ไง! แบคฮยอนจะแจ้ง! “เล่อะราม่ะรู้เรื่อ! เดะม่ะดี!”

คนถูกประทุษร้ายกลั้วหัวเราะเจ้าเล่ห์ ถึงการกระทำเมื่อครู่จะเกิดขึ้นเพราะความเผอไผล แต่ชานยอลไม่เสียใจเลย “เดี๋ยวผมไปเอาผ้าขนหนูมาให้นะ เช็ดผมหน่อย เมื่อกี้ตอนเดินเข้ามาพี่น่าจะถูกละอองฝน”

เพราะชานยอลรีบลุกไปทำตามคำบอกเล่าของตน เลยพลาดโอกาสการเชยชมพวงแก้มสีชมพู แบคฮยอนยกมือขึ้นถูผิวเนื้ออ่อนร้อนระอุ หวังให้อุณหภูมิถูกลดลงได้ แต่ยิ่งทำก็คล้ายยิ่งเร่งปฏิกิริยา ริมฝีปากบางเม้มกลืนเข้าหากัน ดวงตากลอกกลิ้งกดลงต่ำเนื่องจากพฤติกรรมถึงเนื้อถึงตัวเมื่อครู่ นี่ชานยอลรู้บ้างไหมว่าการแสดงออกเหล่านั้นมันกำลังทำให้เขาคิดไปไกล และรู้สึกในสิ่งที่ไม่สมควร

เราต่างกันมาก แบคฮยอนรู้ดี...มันไม่ควรมีอะไรเกินเลยไปมากกว่าคำว่าพี่น้องกัน หรือบางทีแม้กระทั่งคนรู้จักก็ยังไม่สมควรเลย

“พี่ ผมเพิ่งดูพยากรณ์อากาศในมือถือ เขาบอกว่าพายุเข้า คงไม่หยุดจนกว่าจะเช้า”

แบคฮยอนหลุดออกจากภวังค์เมื่อเจ้าบ้านเดินกลับมาพร้อมผ้าขนหนู หูได้ยินชุดประโยคที่นอกจากจะไม่ช่วยระงับความฟุ้งซ่านแล้ว กลับยิ่งทำให้เขายิ่งต้องพบพานกับความเสี่ยงต่อหัวใจอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ ดวงตาคู่นั้นวูบไหวยามจ้องมองคู่สนทนา หากยังเทียบไม่ได้กับหัวใจซึ่งประจักษ์ว่ากำลังจะตกที่นั่งลำบากตลอดระยะเวลาที่อยู่ใต้ชายคาเดียวกัน

“นอนกับผมแล้วกัน คืนนี้อะ”

*********

“เสื้อผ้าเป็นไง ใส่ได้ไหม”

“อื้อ”

“พี่เหมือนเด็กอนุบาลขโมยเสื้อพ่อมาใส่เลยว่ะ”

ชานยอลว่าพลางกลั้วหัวเราะ จ้องมองคนตัวเล็กในชุดสมัยมัธยมต้นของตนเองด้วยแววตาเอ็นดู ขนาดว่ามั่นใจเรื่องขนาดของมันแล้วนะ แต่สุดท้ายก็ยังใหญ่มากสำหรับอีกฝ่ายอยู่วันยังค่ำ แขนเสื้อตัวโคร่งลงมากองบนข้อพับ กางเกงก็ต้องม้วนทบขอบขึ้นเพราะส่วนขานั้นแสนรุ่มร่าม

“เดี๋ยวผมไปอาบน้ำบ้าง พี่หาอะไรทำไปก่อน ทีวีอะเปิดได้นะ”

สิ้นคำชานยอลก็หายตัวเข้าห้องน้ำไป ทิ้งให้แบคฮยอนนั่งอยู่บนเตียงพร้อมความรู้สึกประดักประเดิด ตอนนี้เป็นเวลาเจียนจะห้าทุ่มแล้ว หลังจากลงความเห็นตรงกันว่าอย่างไรเสียวันนี้คงกลับบ้านไม่ได้แน่ ร่างเล็กจึงถูกพาขึ้นมาบนห้องส่วนตัวของผู้เป็นเจ้าบ้าน เขาตัดสินใจกับชานยอลเพราะเกรงใจไม่อยากทำตัวเหมือนแขกอย่างเป็นทางการมากจนเกินไป แต่ในขณะเดียวกันทางเลือกนั้นก็เพิ่มความอันตรายต่อหัวใจให้ด้วย

แบคฮยอนยกผ้าขนหนูผืนน้อยเช็ดซับเรือนผมชุ่มน้ำ ก่อนตัดสินใจลุกขึ้นเดินสำรวจพื้นที่โดยรอบเพื่อฆ่าเวลา เขาไม่ได้ตั้งใจสอดรู้สอดเห็นหรอกนะ แต่เพราะอยากรู้ว่าอีกฝ่ายสะสมอะไรน่าสนใจเอาไว้บ้างเลยตัดสินใจเชื่อสัญชาติญาณ ห้องของชานยอลกว้างขวางเป็นสองเท่าของแบคฮยอน อบอวลไปด้วยกลิ่นหอมแบบเดียวกันกับที่ติดตรึงบนร่างกายของเจ้าตัว มีคอมพิวเตอร์ครบชุดขนาดใหญ่ โทรทัศน์ เครื่องเสียง เครื่องดนตรี ตู้เก็บหนังสือการ์ตูน ตู้โชว์โมเดลของพวกเด็กผู้ชาย ไหนจะราวแขวนเหรียญรางวัลมากมาย ดูเหมือนภายใต้ภาพลักษณ์จอมเผด็จการของอีกฝ่ายจะเป็นเพียงวัยรุ่นผู้ซึ่งมีเรื่องที่สนใจเต็มไปหมดเท่านั้น

แต่สิ่งที่ดึงดูดสายตาของแบคฮยอนได้ดีที่สุดคงไม่พ้นกรอบรูปมากมาย ซึ่งกำลังทำหน้าที่เหมือนบันทึกการเปลี่ยนผ่านช่วงวัยของอีกฝ่าย ชานยอลในวัยเด็กน่ารักมาก ดูไร้เดียงสาเพราะดวงตากลมโตคู่นั้น อีกทั้งพวงแก้มยังฟูกลมน่าเอ็นดูเกินบรรยาย เห็นแล้วน่าเสียดาย...ไม่น่าโตมาเจ้าเล่ห์ขนาดนี้เลย

“ทำไรอะ”

แบคฮยอนสะดุ้งจนสุดตัวเมื่อมีเสียงทุ้มต่ำดังขึ้นข้างหู ร่างเล็กหมุนกายหันหลังไปเผชิญหน้ากับเจ้าของการกระทำด้วยสัญชาติญาณ ก่อนจะรู้ว่าไม่ควรตัดสินใจเช่นนั้นเลยเมื่อตนเองปะทะเข้ากับแผงอกกว้างเข้าอย่างจัง

ร่างเล็กจำได้ว่าเหตุการณ์อีหรอบนี้มันเคยเกิดขึ้นกับเราทั้งคู่มาแล้วครั้ง เพียงแต่ไม่ได้ใกล้กันถึงเพียงนี้

“แอบดูรูปผมตอนเด็กเหรอ เป็นไง หล่อเท่าตอนนี้ปะ”

“...ม่ะเหหล่อเลอ”

ร่างเล็กนิ่วหน้า ตระหนักเพิ่มอีกประการว่าไม่มีตำแหน่งปลอดภัยให้วางสายตา เพราะบัดนี้ชานยอลเปลือยท่อนบนออกมาจากห้องน้ำอีกแล้ว 

“แล้ทะมาอ่าน้าวานะ วี่ผ่ามารื้อป่า”

ชานยอลดูออกว่าการเปลี่ยนหัวข้อสนทนาปุบปับเป็นการหลีกเลี่ยงไม่ให้เขาหาช่องทางกลั่นแกล้งอีกฝ่ายได้ในสถานการณ์เช่นนี้ แต่เด็กหนุ่มกลับไม่คิดทักท้วงอะไร เพราะลำพังเพียงแค่สีชมพูบนพวงแก้มของอีกฝ่ายก็ช่วยยืนยันว่าการตัดสินใจเปิดหุ่นอวดสายตาของเขาสัมฤทธิ์ผลแล้ว

“เป็นผู้ชาย จะอาบทำไมนาน”

“ม่ะเกี่ยกะเรื่อผู้ชาผู้หยีเลอ อ่าน้าเร ๆ แล้ก็ม่ะสะอ่า หยี ระเกี่ย”

“ไหน ไม่สะอาดตรงไหน ตัวผมไม่หอมอ่อ ลองดมดูดิ้ ฮึ ไม่หอมอ่อ”

กลับกลายเป็นว่าความพยายามจะหลีกหนีสถานการณ์ชวนให้เอียงอายกลับพาแบคฮยอนมาเจอกับอะไรที่รับมือยากยิ่งกว่า ชานยอลไม่เพียงแต่ไล่ต้อนเขาด้วยคำพูดเท่านั้น หากยังย่นระยะห่างระหว่างเราให้ลดลงเรื่อย ๆ จนกระทั่งสะโพกผายชนเข้ากับขอบตู้ด้านหลัง ใบหน้าผลัดสีชาดทั้งตระหนกและเหลอหลา ท่อนแขนหนาถูกค้ำวางกับกำแพงด้านหลังเพื่อกักกันเอาไว้ไม่ให้หนีไปไหนได้

“ชายอ...อ...อย่าแกล้”

ความใกล้ชิดทำให้แบคฮยอนหัวใจเต้นผิดจังหวะ เขากัดเม้มริมฝีปากจนชิ้นเนื้อซูบซีด ลมหายใจร้อน ๆ ที่เป่ารดปลายจมูกเร่งสูบฉีดสีชาดบนพวงแก้มกลม คนอาบน้ำไวตัวไม่เหม็นอย่างคำปรักปรำเลยสักนิด หรือหากให้พูดตรง ๆ คือหอมจนมอมเมากันได้อย่างไม่ยากเย็นนัก หลักฐานคือเสียงตึกตักที่ดังกึกก้องในช่องหูของแบคฮยอนเอง

“พี่ก็บอกมาก่อนดิว่าตัวผมหอมหรือเหม็น”

แบคฮยอนกัดเม้มริมฝีปาก หูอื้อตาฟางเพราะองค์ประกอบทุกอย่างของชานยอล

“หื้อ?”

“ห...หอ พอจารึยา”

ชานยอลกระตุกยิ้ม ดวงตาเปี่ยมแววซุกซนระคนพึงพอใจ “ครับ พอใจแล้ว”

เป็นโชคดีของแบคฮยอนที่ชานยอลล่าถอยไปไม่กลั่นแกล้งกันต่อ เลยพอได้หายใจหายคอได้ทั่วท้องบ้าง ร่างเล็กลอบผ่อนลมหายใจลับหลังชีเปลือยที่ยอมใส่เสื้อนอนอย่างเป็นกิจจะลักษณะแล้วในที่สุด และแม้เจ้าบ้านจะพาตัวเองไปเอนหลังบนเตียงกว้างแล้ว แต่เขาก็ยังคงปักหลักอยู่ตรงตำแหน่งเดิม ตั้งใจคอยให้ความเก้อเขินถูกลดทอนลงก่อนค่อยตรงเข้าสมทบในภายหลัง

แต่ชานยอลไม่ปล่อยให้แบคฮยอนกระทำเช่นนั้น มือใหญ่ตบฟูกนอนฝั่งที่ยังว่างแทนการเอ่ยปากสั่ง ก่อนจะจ้องมองคนตัวเล็กประวิงเวลาโดยการก้าวขาอย่างเชื่องช้ามาหา เด็กหนุ่มไม่ยี่หระกับการกระทำนั้น เพราะไม่ว่าจะเร็วหรือช้าพี่โหม๋ก็ต้องมาหาเขาอยู่ดี

ไม่ถึงนาทีฟูกนอนของชานยอลก็ยวบเพิ่มเพราะน้ำหนักกดทับ เขาดับไฟหลังจากอีกฝ่ายสอดตัวเข้าใต้ผ้าห่มจนเหลือให้เห็นเพียงแค่ดวงตาเรียวรีโผล่พ้นมาเท่านั้น

“ฝันดีนะพี่”

“อื้อ ฝาดีชายอ”

บทสนทนาของเราถูกความเงียบงันฝังกลบจนสิ้น ภายใต้แสงสลัวและสีคล้ำเข้มของท้องฟ้าในยามวิกาล แบคฮยอนกำลังใจเต้นไม่เป็นส่ำ เขาตัดสินใจพลิกกายหันหลังปิดกั้นสำนึกรู้ถึงบุคคลอันตราย ปล่อยตัวเองดำดิ่งลงสู่ความลับเบื้องลึกในใจที่เก็บงำเอาไว้ตามลำพังมาเป็นเวลานาน

แม้จะไม่เคยมีความรู้สึกชอบพอกับใครเป็นพิเศษในห้วงเวลาที่ผ่านมา แต่แบคฮยอนก็ฉลาดพอจะเข้าใจได้ว่าตนเองกำลังพบเจอกับสถานการณ์ทางอารมณ์ประเภทใด เขาหวั่นไหวต่อเสน่ห์นานัปการของชานยอล เสียอาการยามอยู่ใกล้ ยิ่งนานวันการนอนร่วมเตียงกันอย่างบริสุทธิ์ใจก็ยากเย็นมากเข้าไปทุกที 

แบคฮยอนพยายามแล้วที่จะทิ้งระยะห่าง ประคับประคองความสัมพันธ์ไม่ให้หลุดออกจากกรอบจำกัดอันสมควรดี แต่ชานยอลไม่เคยเว้นว่างต่อการเล่นกับใจดวงนี้แม้เพียงวัน อีกฝ่ายมักจะเย้ากันด้วยคำพูดและการกระทำเสมอ เล่นถึงเนื้อถึงตัวไม่กลัวเลยว่าใครอีกคนจะคิดไปไกล อาสามารับมาส่ง เดินไปหาข้าวกินด้วยบ่อย ๆ ไหนจะพามาเปิดหูเปิดตา ซื้อหาข้าวของมาให้มากมาย ทั้งหมดนี้มันเกินความจำเป็นไปมากเลยไม่ใช่หรืออย่างไร

คนคิดไกลลอบผ่อนลมหายใจ แบกรับอารมณ์ขมุกขมัวเอาไว้ตามลำพัง บอกตัวเองซ้ำ ๆ ว่าอย่าปล่อยให้มันชัดเจนไปมากกว่านี้ เพราะระหว่างเราไม่มีอะไรที่คู่ควรกันเลย

ร่างเล็กพลิกกายหันหลังกลับเมื่อเกร็งค้างอยู่ท่าเดิมนานจนเกินไป โดยไม่ได้คาดการณ์ว่าจะพบเจอกับชานยอลที่กำลังเปิดเปลือกตาจ้องมองมา ในห้วงเวลานั้นมีแต่ความประดักประเดิด แบคฮยอนหวังว่าความมืดมิดจะปกปิดอาการอันไม่เป็นปกติของตัวเองได้

“นอนไม่หลับเหรอ”

แบคฮยอนพยักหน้ารับ

“พรุ่งนี้เวรบ่ายใช่ไหม ผมก็มีเรียนบ่ายเหมือนกัน เดี๋ยวผมพากลับบ้านไปเปลี่ยนเครื่องแบบก่อน แล้วค่อยไปส่งที่สาขานะ”

อีกครั้งที่แบคฮยอนพยักหน้าซ้ำ เพราะอยากหลีกเลี่ยงบทสนทนาซึ่งรังแต่จะทำให้ตัวเองยุ่งยากใจ เลยอยากพลิกกายพาตัวเองกลับไปนอนหันหลังให้อีกฝ่ายเหมือนดังเดิม

“เดี๋ยวดิ”

หากเพียงแค่ตั้งท่า ยังไม่ได้ลงมือทำอย่างจริงจัง มือใหญ่ข้างหนึ่งก็เคลื่อนเข้ามายึดช่วงไหล่ของเขาไว้ ความตั้งใจของแบคฮยอนเลยพังไม่เป็นท่า เราจ้องตากันโดยมีแสงไฟสลัวและเสียงฝนฟ้าคะนองขับขานอยู่เบื้องหลัง สัญชาติญาณกำลังร้องบอกให้ร่างเล็กรับรู้ว่าในอีกไม่กี่นาทีข้างหน้าอาจเกิดอะไรขึ้นได้บ้าง แต่เขาก็ยังไม่กล้าคิดเข้าข้างตัวเองถึงเพียงนั้น

ถือเป็นอีกครั้งที่ชานยอลเร่งปฏิกิริยาให้ความรู้สึกยิ่งเตลิดไปไกล เมื่อมือใหญ่ยกยื่นเข้ามาใกล้ ถือวิสาสะแตะต้องผิวแก้มด้วยสัมผัสแสนนุ่มนวลที่แบคฮยอนเพิ่งเคยได้รับ ปลายนิ้วที่เคยเป็นเครื่องมือกลั่นแกล้งกันกลับเกลี่ยไล่เนื้อนวลอย่างเชื่องช้า ภาพตรงหน้าเริ่มขยับเข้ามาใกล้ ก่อนระยะห่างระหว่างเราจะเหลือเพียงศูนย์ยามริมฝีปากแนบสนิทติดกัน

ริมฝีปากของชานยอลอุ่น นุ่มหยุ่นและเปียกชื้น เพียงแค่อีกฝ่ายเริ่มขยับเบียดบดอวัยวะใต้อานัติอย่างเชื่องช้า แบคฮยอนก็หายใจแทบไม่ทั่วท้อง เด็กหนุ่มละเลียดป้อนความละมุนละไมให้แก่กันจนสมองเบลอพร่า ขบเม้มเน้นย้ำกระตุ้นจังหวะหัวใจ ไม่ทิ้งลายเจ้าเล่ห์ด้วยการลงฟันงับเย้าราวกับเนื้อนุ่มของเขาเป็นเยลลี่รสหวาน

ลำพังเพียงเท่านั้นแบคฮยอนก็ไร้แรงต้านแล้วอย่างสมบูรณ์แบบ หากชานยอลกลับไม่พอเพียงเท่านั้น เด็กหนุ่มที่เคยนุ่มนวลเพราะการกระทำเมื่อครู่กลับพลิกกายขึ้นคร่อมทับ ตรึงฝ่ามือทั้งสองข้างจนจมฟูกเตียง จุมพิตถูกปรับเปลี่ยนให้เคล้าผสมด้วยความดุดัน ฝ่ายร่างเล็กที่เพิ่งเคยมีประสบการณ์ลึกซึ้งเป็นครั้งแรกจึงยิ่งลนลาน ลิ้นชื้นถูกสอดส่งเข้ามาในระหว่างพยายามสูบอัดลมหายใจ มันกวาดไล่ไปทั่ว ซ้ำยังพัวพันเกี่ยวกระหวัด ช่ำชองเสียจนแบคฮยอนตระหนักถึงความอ่อนหัดต่อเรื่องรักใคร่

จูบแรกของแบคฮยอนทั้งหอมหวาน ดุดัน ชวนให้ใจเต้นไม่เป็นส่ำ และกินระยะเวลายาวนานจนแทบสิ้นลม

“หยุดน่ารักได้ไหมวะ”

แบคฮยอนหอบหายใจพร้อมใบหน้าร้อนผ่าวเมื่ออีกฝ่ายผละจุมพิตทิ้งระยะห่าง ในดวงตาสะท้อนภาพเด็กหนุ่มร่างใหญ่จ้องมองกันด้วยแววตาที่ดูราวกับต้องการกลืนกินเขาเข้าไปทั้งตัวอย่างไรอย่างนั้น

แค่นี้ก็ชอบจนไม่รู้จะชอบยังไงแล้วนะ

 

 

 

*********

ถ้าไม่มีเอ็กซิเดนอะไร พี่โหม๋น่าจะได้อัพทุกสุดสัปดาห์ค่ะ (จริง ๆ จะอัพตั้งแต่เมื่อวาน แต่ลืม5555)

ตอนไม่สั้นไปเนาะ ปกติอ๋อไม่ค่อยได้เขียนตอนสั้น ๆ จากนี้จะมาเขียนความยาวประมาณเท่านี้แล้วค่ะ

ความสัมพันธ์เดินไวไปไหมคะ? อ่านภาษาพี่โหม๋กันออกไหม? อ๋อแต่งเองบางทียังงงเลย

ขอบคุณสำหรับกำลังใจของทุกคนนะคะ บางคนเห็นอ่านครั้งสุดท้ายปีก่อน แต่กลับมาอัพอีกทีก็ยังมาเมนต์ให้

ชื่นใจ ส่งพี่โหม๋ไปหอมเหม่งกันคนละที <3

#โหม๋

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 42 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

175 ความคิดเห็น

  1. #138 @_@ (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 25 สิงหาคม 2563 / 00:57

    พี่โหม๋น่ารัก อิน้องชานก็หวงหนักมาก จงอินเกือบไม่มีชีวิตรอดแระ55555

    ชานยอลเปย์พี่หมวยเก่งงงงงงงง เพราะตัวเองมีเหลือเฟืออ่ะเนอะ เลยอยากดูแล

    แต่พี่น้องหมวยก็กดย้ำตัวเองละเกินว่าห่างชั้นกับชานยอล ไม่คู่ควร เหิ้มมมมมมมม


    #138
    0
  2. #134 yourapeachx (@yourapeachx) (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 10 สิงหาคม 2563 / 23:31
    แงง

    อยากขอบคุณที่แต่งเรื่องนี้ขึ้นมามากๆๆๆเลยนะคะ

    เราน่ะ หมด passion ในการใช้ชีวิตไปเป็นปี รู้สึกไม่กระตือรือร้นเลย

    แต่พอได้อ่านเรื่องนี้แล้วเราชอบมากจริงๆค่ะ🥺 คุณเขียนน้องหมวยออกมาได้น่ารักน่าเอ็นดูมากๆๆๆจนเรามีแรงทำหลายๆอย่างเพื่อได้รางวัลตอบแทนคือการอ่านฟิคของคุณฮีลใจ ขอให้คุณมีแรงเขียนน้องหมวยออกมาได้เรื่อยๆเลยนะคะ เราชอบภาษาของคุณมากเลยค่ะ💗
    #134
    0
  3. #133 yourapeachx (@yourapeachx) (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 10 สิงหาคม 2563 / 23:31
    แงง

    อยากขอบคุณที่แต่งเรื่องนี้ขึ้นมามากๆๆๆเลยนะคะ

    เราน่ะ หมด passion ในการใช้ชีวิตไปเป็นปี รู้สึกไม่กระตือรือร้นเลย

    แต่พอได้อ่านเรื่องนี้แล้วเราชอบมากจริงๆค่ะ🥺 คุณเขียนน้องหมวยออกมาได้น่ารักน่าเอ็นดูมากๆๆๆจนเรามีแรงทำหลายๆอย่างเพื่อได้รางวัลตอบแทนคือการอ่านฟิคของคุณฮีลใจ ขอให้คุณมีแรงเขียนน้องหมวยออกมาได้เรื่อยๆเลยนะคะ เราชอบภาษาของคุณมากเลยค่ะ💗
    #133
    0
  4. #105 Renoir92 (@renoir92) (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 29 กรกฎาคม 2563 / 07:48
    นายชานยอลรุกหนักมากกกกก เป็นพี่โหม๋ก็หวั่นไหวแน่นอน แงงงง
    #105
    0
  5. #86 ออมม่า (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 19 กรกฎาคม 2563 / 13:53

    โอ้ยยยยย นอกจากจะโคฟตัวเองเป็น หมวยตอนพูด เพื่อให้เข้าใจภาษาน้อง ยังโคฟเป็นหมวยตอนโดนจูบด้วย ใจเต้นแรงเว่อร์ ชอบมาก ๆ น่ารักมากเลย

    #86
    0
  6. #80 ellecake (@cakekie_fanfan) (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 16 กรกฎาคม 2563 / 18:05
    นายชานยอลเปย์เก่งจริงๆเลยค่า แหมมมมม้ ทุ่มสุดๆ พ่อบุนทุ่มแต่ไม่แปลกใจพี่โหม๋น่ารักขนาดนี้อ่าเนอะ ถ้าเป็นนี่ก็จะพาไปกินแต่ของอร่อยๆเลย พี่โหม๋น่ารักแบบน่ารักมากๆๆ อ่านไปก็ได้แต่กำหมัดแน่นเพราะอยากหยิกแจ้มพี่โหม๋เหลือเกิน พาสาก้อแบบแสนน่ารักจริงๆนะคะ (เราอ่านออกนะคะไม่ต้องห่วงเลย) พอนึกภาพตามก้อคือแบบ อึ้ยๆๆๆๆๆ พี่โหม๋น่ารักไปมั้ยยย ไม่ให้ชยแล้วจาเก่บพี่เค้าไว้กับเราเองค่ะ!!! ตลกจงอินมาก มานิดเดียวแต่ท้อปฟอมเหลือเกินคุนพี่ ขิ้เสิ่กมากแต่ปาทับใจค่ะ55555555 ยังไม่มุ้ปออนจากพี่โหม๋เลยค่ะ น่ารักมากจริงๆ ทำยับไงดี ตกลุมรักพี่โหม๋อีกแร้ว ไม่ให้ชยแล้วได้มั้ยคะ😂 (คสพไม่เร็วไปเลยค่ะ ดำเนินเรื่องได้โอเคมากๆค่ะ ตามอ่านอยุ่นะคะ สนุกม้ากกกก อ่านแน้วยิ้มแจ้มแตก พาสาพี่โหม๋คือยิ่งน่าเอนดูไปอี้กกกก เราขออ้อนวอนขอให้ไม่ม่านะคะคุนไรท์ ขอน่ารักจนจัยเจ่บก้อพอออ🥺 ไม่อยากให้ม่าเจ่บนมค่ะ😂 แต่ๆๆๆๆเอาที่ไรท์สะดวกเลยนะคะ แบบไหนเราก้อตามอ่านอยุ่ดีค่ะ!!!! ทาสรักพี่โหม๋อยุ่ตงนิ้!!!! คัยทำพิ่โหม๋เจ่บเจอเราค่ะ!!! //ลับมีดรอ
    #80
    0
  7. #79 Saturnblue (@Saturnblue) (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 14 กรกฎาคม 2563 / 19:45
    พี่โหม๋ไม่ใช่น่ารักแค่หน้าตานะทั้งการกระทำทั้งความคิดก็หน้ารักไปหมด
    #79
    0
  8. #73 มนุษย์ขี้ชิป (@Kkkaewalin) (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 13 กรกฎาคม 2563 / 13:03

    พี่โหม๋น่ารักนุ่มนิ่มมากไม่แปลกใจทำไมชายอหลงขนาดนี้
    #73
    0
  9. #72 LoveekiL (@loveekil) (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 13 กรกฎาคม 2563 / 01:18
    พี่โหม๋คือน่ารัก น่ารัก น่ารักจริงๆ สนุกกับการอ่านภาษาพี่โหม๋ ชานยอลขอหวงพี่โหม๋ได้ไหมอะ น่ารักจนไม่อยากให้มีเรื่องเศร้าเลยอะ
    #72
    0
  10. #71 b728 (@exopat01) (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 13 กรกฎาคม 2563 / 00:25
    อ่านออกค่ะๆ พี่โหม๋น่ารักสุดๆ อยากจุ้บ แงงงงงง
    #71
    0
  11. #70 Autumn.Devil (@suju1004) (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 13 กรกฎาคม 2563 / 00:01
    มุแงงงง น่ารักมากเลยยย รอนะคะ
    #70
    0
  12. #68 realmm (@realmm) (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 12 กรกฎาคม 2563 / 22:06

    ฮื่ออน้ารักมากกกปง้วงงวส่รย
    #68
    0
  13. #67 Whiolet_due (@Pinoxchio) (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 12 กรกฎาคม 2563 / 21:33
    งู้ยยยยยย อย่ารุกพี่โหม๋แรงงงงงงง
    #67
    0