โหม๋ : chanbaek

ตอนที่ 5 : ห้า : โหม๋และโจรเผด็จการ

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 331
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 43 ครั้ง
    5 ก.ค. 63

 

 

 

“ทำไรอะ!”

“แม่รั่ว!” สะดุ้งสุดตัวก่อนร้องอุทานเสียงดัง แบคฮยอนตวัดสายตาไปหาเจ้าของเสียงสะเทือนเลื่อนลั่นที่หน้าประตูบ้าน ก่อนเขวี้ยงแปรงปัดผ้าลงน้ำ ลุกยืนเท้าสะเอวทำหน้าหาเรื่องเมื่อประจักษ์ว่าหลังประตูเหล็กคือใคร “ชายอ! มาทะมาเนี่ย!!”

“เพราะคิดถึงจึงมาหา”

ชายหนุ่มกระตุกยิ้ม ยกคิ้วทำท่ากวนประสาทใส่เจ้าบ้านที่อยู่ในสภาพเสื้อยืดบาง ๆ ตัวโคร่งกับกางเกงขาสั้น เครื่องแบบประจำนอกเหนือจากชุดฟอร์มของพี่เขา หากวันนี้แปลกตาเพราะว่าเราเจอกันภายใต้แสงอาทิตย์ ไม่ใช่หลอดไฟนีออนเหมือนทุกครา

“อย่ากัวปะส่า!”

“เสียงดังว่ะ มาเปิดประตูให้หน่อยเร็ว จะให้ยืนอยู่อย่างนี้จนเย็นเลยหรือไง”

ชานยอลอุตส่าห์มาหา จะยิ้มแย้มให้ชื่นใจหน่อยไม่ได้หรืออย่างไร เอาแต่ทำหน้ายักษ์ใส่กันอยู่นั่น

“ยือให้ตาไปเลอ!”

แม้จะประกาศกร้าวไปเช่นนั้น แต่ร่างเล็กซึ่งมือยังเปียกชุ่มและปกคลุมไปด้วยฟองผงซักฟอกก็ไขเปิดประตูรั้วให้ชานยอลเข้ามาอยู่ดี เขายืนมองชายหนุ่มที่แต่งหล่อเต็มยศตั้งแต่หัวจรดเท้าด้วยความไม่เข้าใจ  ปกติแล้วเราเจอกันเฉพาะตอนมืดค่ำ แต่นี่มันเพิ่งเก้าโมงเช้า ในวันหยุดประจำสัปดาห์ของแบคฮยอน ใยอีกฝ่ายจึงยังมาปรากฏตัวกันเล่า ไม่ได้ต่อสายไปหาเสียหน่อยนะ  

แล้วประโยคเพราะคิดถึงจึงมาหานั่นมันอะไร พูดจาน่าเลาะฟันออกมาทำรั้วนัก! ไอ้เด็กบ้า!

“โตะโลมาทะมา”

“วันนี้หยุดใช่ปะ”

“ช่ะ ทะมา”

“เนี่ย ผมมาชวนไปเปิดหูเปิดตา”

ภายในหนึ่งสัปดาห์ แบคฮยอนจะได้หยุดพักแค่หนึ่งวัน และส่วนมากกิจกรรมที่เจ้าตัวเลือกทำนั้นคือซักผ้า ทำความสะอาดบ้าน หรือนอนดูโทรทัศน์ ซึ่งนั่นน่าเบื่อจะตายชักในความคิดของชานยอล ให้บังเอิญว่าเสาร์นี้เขาว่างพอดี ไม่ต้องเข้าซ้อมนอกเวลา เลยกะแวะไปเดินห้างอย่างจริงจังเสียหน่อย อยากซื้อเสื้อยืดกับกางเกงเพิ่มมาเก็บไว้บ้านนี้สักสามสี่ชุดด้วย ถึงคราวมาอาศัยนอนจะได้ไม่ลำบาก หนังเข้าใหม่ก็น่าสนใจหลายเรื่อง ที่สำคัญเลยคือเขาไม่ได้ฝากท้องกับร้านประจำนานมากแล้ว

“ม่ะปา”

แน่นอนว่าแบคฮยอนปฏิเสธทันที แบบไม่ต้องคิดเลยเสียด้วยซ้ำ เรื่องอะไรเขาจะตามใจอีกฝ่าย แค่ทุกวันนี้ที่ยอมมาให้นอนค้างอ้างแรมเกือบทุกคืนก็เข้าข่ายใจง่ายมากเกินไปแล้ว

“โห่ อย่าเพิ่งปฏิเสธกันดิ เดี๋ยวผมเป็นเจ้ามือเองเลย”

หล่อ ใจป๋า สปอร์ต ขี้เล่น ยังหนุ่มยังแน่น เป็นที่หมายปองของผู้หญิงค่อนมหาวิทยาลัย มาเสนอตัวให้ฟรี ๆ ถึงขนาดนี้แล้วถ้าแบคฮยอนยังไม่คว้าเอาไว้แล้วล่ะก็...ชานยอลคงจะต้องใช้ไม้แข็งเข้าสู้ลูกดื้อของอีกฝ่าย

“ม่ะ!”

เอาเงินมาล่อเหรอ! ฝันไปเถอะ แบคฮยอนเซย์โน!!

“แบคฮยอน”

“ม่ะ!”

อย่ามาทำเสียงต่ำขู่นะ คิดว่าน่ากลัวนักหรือไง! ไอ้หน้าตาเหมือนกบโกรธถูกรถทับนั่นน่ะ ใช้กับใครก็ได้ แต่ไม่ใช่แบคฮยอนที่แสนจะแข็งแกร่งคนนี้แน่!!

“ผมขอดี ๆ นะ”

“ม่ะ!”

ขอดี ๆ บ้าอะไร จู่ ๆ ก็บุกมาถึงบ้าน มาทำให้ตกใจ บอกจะพาไปเปิดหูเปิดตา ใครเชื่อก็โง่เต็มทน ไอ้เด็กเจ้าเล่ห์นี่ก็แค่อยากพาเขาไปแกล้งนอกสถานที่เท่านั้น พักหลัง ๆ มานี้แบคฮยอนทั้งถูกจับจักจี้ ถูกบี้แก้มจนช้ำ ถูกขาใหญ่ ๆ นั่นรัดก่ายเวลานอนด้วยกัน ทำแต่ในบ้านมันคงน่าเบื่อแล้วสิท่า ถึงต้องลากไปโชว์ปาหี่ต่อหน้าประชาชี โรคจิตสิ้นดี!

“จะยอมไปดี ๆ หรือต้องมีน้ำตาก่อน”

“ม่ะ!”

ไม่ไป! แถมไม่กลัวด้วยโว้ย! ต่อให้มีน้ำตา แบคฮยอนก็จะสู้สุดใจ เอาให้ตายกันไปข้างหนึ่งนั่นล่ะวันนี้!!

“ได้”

ชานยอลย่างสามขุมเข้าหาคนปากเก่งซึ่งยืนค้านคำขอร้องของเขาหัวชนฝา พอเห็นว่าแบคฮยอนดื้อใส่ ไอ้ต่อมช่างเอาชนะมันก็เกิดขยายพองขึ้นมาคับอกคับใจ ในหัวมีแต่คำสั่งให้ทำอย่างไรก็ได้เพื่อปราบปรามอีกฝ่าย ทว่าคงไม่ได้ถึงขั้นต้องทำให้คนตัวน้อยร้องไห้อย่างคำขู่

“จะทาอะรา...”

พอเห็นชานยอลจริงจังแบคฮยอนก็หงอ เพราะภาพจอมโจรใจร้ายเมื่อวันแรกที่ได้เจอกันยังตรึงแน่นอยู่ในความทรงจำ ตอนนี้หน้าดุเหมือนตอนนั้นไม่มีผิด แต่ระหว่างเราไม่มีเคาน์เตอร์คั่นกลางเหมือนที่ร้าน หากถูกจับเขย่าตอนนี้เขาคงหักเป็นสองท่อนแน่…

ฮือ กลัวแล้ว แบคฮยอนกลัวแล้วก็ได้!!

“ผมเตือนพี่แล้วนะ”

“ชายอ จะทาอะรา ยะข้ามานะ!”

เพราะมัวแต่ถอยหลังกรูดจนไม่ทันได้สังเกตอะไร รู้ตัวอีกทีบั้นท้ายจึงชนเข้ากับเทอเรซหน้าบ้าน โดนหมาป่าตัวฉกาจต้อนเข้าทางตันอย่างง่ายดาย ไม่ต่างอะไรจากหมูในเล้า รอให้ชานยอลนำเอาไปต้มยำทำแกงตามใจ แบคฮยอนหลับตาปี๋เมื่ออีกฝ่ายปรี่เข้ามาใกล้ ก่อนจะหวีดร้องออกมาจนสุดเสียงเมื่อโลกใบใหญ่ของเขากลายเป็นโลกกลับด้าน...

“ชาย๊อ!!!”

ปั่บ!

ปั่บ!!

ปั่บ!!!

 

*********

 

“ดูทำหน้าเข้า”

“ม่ะต้อมายู่”

แบคฮยอนหน้ามุ่ย ยืนกอดอกมองค้อนเผด็จการจอมลามกอยู่ข้างรถยนต์สี่ล้อคันใหญ่ แม้ความรู้สึกเจ็บแสบบริเวณบั้นท้ายจะหายไปนานแล้ว แต่ความรู้สึกโกรธเคืองและกระดากอายกลับยังอยู่ยั้ง เท้าความไปถึงเหตุการณ์เมื่อราวหนึ่งชั่วโมงก่อน ในตอนที่ชานยอลเข้ามาประชิดตัวได้ อีกฝ่ายก็ฉวยโอกาสยกเขาพาดบ่า อยู่ในสภาพเหมือนผ้าบนราวไหล่ และถูกฟาดก้นด้วยฝ่ามือใหญ่ซ้ำ ๆ

และไอ้บ้านี่ก็ไม่ยอมหยุดด้วยถ้าแบคฮยอนยังดึงดันปฏิเสธคำชวนอยู่อย่างนั้น สุดท้ายแล้วเลยได้นั่งเป็นตุ๊กตาหน้ารถมาถึงห้างสรรพสินค้าในเมือง!

“มาเร็ว ๆ จะต้องให้อุ้มเดินด้วยไหม หือ เอาไหม”

“ม่ะอา!!”

“ไม่เอาก็มา รีบไปดูรอบหนังก่อน จะได้มีเวลากินข้าวซื้อของ”

เพราะไม่สามารถประท้วงสิทธิ์อะไรให้ตัวเองได้ เลยกระแทกส้นเท้าตามจอมเผด็จการไปอย่างไม่เต็มใจนัก คนน่ารักมุ่ยหน้า ขยับปากหมุบหมับบ่นไม่มีเสียงลับหลังอีกฝ่ายตลอดการเดินในห้าง แต่พออีกฝ่ายหันกลับมาตั้งคำถามก็ทำตัวเหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้น

แบคฮยอนไม่ได้ปอดแหกหรอกนะ อย่าเข้าใจผิดล่ะ เขาแค่ลดความเสี่ยงในการปะทะกับชานยอลท่ามกลางผู้คนหมู่มากก็เท่านั้น

“พี่อยากดูเรื่องอะไรเป็นพิเศษไหม”

“ม่ะ”

เวลาของแบคฮยอนมีค่าเกินกว่าจะเอามาสนใจความบันเทิงเหล่านี้ เขาไม่เคยรู้เรื่องราวเกี่ยวกับภาพยนตร์ด้วยซ้ำ วัน ๆ ทำแต่งาน พอว่างก็พักผ่อน ปลูกต้นไม้ เล่นกับแมวจร หรือบางทีอาจโชคดีเปิดเจอโปรแกรมหนังที่ฉายวน ฉายซ้ำบ่อย ๆ ทางฟรีทีวีบ้าง

“ถ้าอย่างนั้นดูนี่แล้วกัน”

“ราคามาท่ะหร่า”

“สองพันสี่”

“จะบ้าเหรอ!!”

อกอีแป้นแล่นลึกเข้าตึกแขก! แบคฮยอนไม่ได้ฝันไปจริง ๆ ใช่ไหม! นี่มันบ้าอะไรกัน จะดูหนังแต่ละเรื่องต้องจ่ายมากมายถึงเพียงนี้เชียวเหรอ!

“อะไร ก็ปกติ โรงสายการบินอะ”

ชานยอลยักไหล่ไม่ยี่หระ ส่งบัตรเครดิตให้กับพนักงานนำไปชำระเงินท่ามกลางการมองเห็นของลูกหมาที่พยายามทำตาโตให้เท่าไข่ห่าน

“แพ! แพม่ะ ๆ ! สอพาสี่นี่กีข้าด้ากี่มื้อรู้ม้ะ! ค่าฟาที่บ้าท้าาาเดือยาม่ะถือพาเลอ! นี่แค่ดูหนาม่ะกี่ช่ะโม สอพาสี่! ที่น่าเคื่อทอหรืองะ!!”

ถึงแม้แบคฮยอนจะไม่มีขนหน้าแข้งให้ร่วง แต่เขากลับรู้สึกว่ามันกำลังร่วง สองพันสี่สำหรับเขานี่เรียกได้ว่าประทังชีวิตได้ทั้งเดือน แถมยังสามารถจ่ายค่าไฟบ้านได้สบาย ๆ ทำไมชานยอลถึงเอามันมาถลุงกับการนั่งในโรงหนังมืด ๆ แค่เพียงไม่นาน จะสิ้นเปลืองมากไปแล้วไอ้เจ้าเด็กบ้านี่!

“ขี้บ่นจังคุณ คนจ่ายมันผม ไม่ต้องพูด”

“เปลือ!! ม่ะต้อดู!! ม่ะห้าดู!! เปเดะเปเละยาหาเงอช้าเอม่ะด้าเลอ ฟู่เฟืออย่านี้พ่อกะแม่ก็เหนื่อตาซี่ชายอ!”

แต่ก่อนที่บัตรเครดิตจะถูกส่งถึงมือพนักงาน มือบางก็ฉวยชิงเอามันมากำเอาไว้ แบคฮยอนเคยเห็นพ่อแม่หลายคู่ลำบากเลือดตาแทบกระเด็นในการเลี้ยงลูกสักคนให้โตขึ้นมาเพรียบพร้อมซึ่งสังคมและการศึกษา แล้วเพราะเหตุใดชานยอลจึงไม่คิดถึงความลำบากของบุพการี เอาเงินออกมาใช้อย่างไม่คิดทีตั้งเป็นพัน!

“โอ้ย พ่อแม่ผมรวย มีPassive-income แบบ300% ไม่ต้องห่วง แค่นี้ขนหน้าแข้งไม่ร่วง ไม่มีอะไรร่วงทั้งนั้น”

“นี่! ชายอ!!”

ชานยอลดึงบัตรเสริมที่พ่อเปิดให้กลับคืนมาจากกบฏตัวน้อยได้อย่างง่ายดาย ใช้ความเร็วส่งมันเข้าสู่ฝ่ามือของพนักงาน พยักเพยิดให้เธอจัดการธุระกรรมให้เสร็จสิ้น ซ้ำยังใช้ร่างกายสูงใหญ่ปิดกั้นไม่ให้คนตัวน้อยประท้วงเพราะความเห็นต่างกันอีก ไม่ว่าจะผ่านสายตา อวัจนภาษา หรือว่าเสียงหวานนั่นก็ตาม

“ซี่เปลือ”

แบคฮยอนตระหนักว่าตนเองเปลี่ยนแปลงอะไรไม่ได้ในตอนที่มองเห็นใบเสร็จสีขาวบนเคาน์เตอร์ เขาเลยตำหนิชานยอลพร้อมทั้งโขกเหม่งใส่แผ่นหลังกว้างไปครั้ง 

“ยังไม่หยุดอีกนะ อยากโดนตีก้นอีกหรือไง”

“ทะลื่อ! หื่อกา! ลาโมะโจะกะเป่!”

พอถูกคุกคามก็หน้าเหวอ ปากเปิดพ่นพรูคำบริภาษใส่ แล้วยังไม่วายใช้กำปั้นน้อย ๆ ระดมทุบไหล่คนไม่ดี แก้มนวลซับสีระเรื่อเมื่อเห็นสายตาของคนสูงกว่ามองมาอย่างสื่อความหมาย มือทั้งสองข้างที่เคยเป็นอิสระกลับถูกพันธนาการเอาไว้จนแน่นหนา

“ที่พี่เจอยังไม่ได้ครึ่ง ไม่ถึงเสี้ยว ถ้าไม่อยากโดนหนักกว่านี้อย่าดื้อกับผมเชียว” ชานยอลกดเสียงต่ำ ยื่นหน้าเข้ากระซิบและเป่าลมร้อนใส่กกหูขาว “ผมไม่ได้ขู่”

“อ้ะบ้า!”

ถึงจะถูกต่อว่าทันทีที่ผละออกมาสบตาคนน่ารัก แต่ใบหน้าของชานยอลก็ยังประดับด้วยรอยยิ้ม

“หน้าแดงเชียว คิดไปไกลแล้วสิท่า...คนลามก”

“อ่อปากลา ๆ เลอ!”

รวบรวมแรงเฮือกสุดท้ายสะบัดตัวเองให้พ้นจากพันธนาการ ทิ้งระยะห่างเพราะรู้สึกถึงความอันตราย แบคฮยอนหน้าร้อนผ่าว สัมผัสจากมือหยาบเมื่อครู่ทำให้รู้สึกกระวนกระวายได้อย่างน่าประหลาด

“ไป นั่งกินขนมกันข้างใน รอถึงเวลาหนังฉาย”

“ดูท่าน่าจาแพ ชายอกีไปเถอะ”

พออีกฝ่ายเปลี่ยนเรื่องพูด แบคฮยอนจึงรีบคล้อยตาม เขาไม่อยากให้ความสำคัญกับความรู้สึกยุบยิบในใจนัก มันน่ารำคาญแล้วก็รังแต่จะทำให้หน้าร้อนเปล่า ๆ!

“มันรวมกับค่าตั๋วแล้ว ทั้งหมดนี่อะ พี่เลือกมาดิ อยากกินน้ำอะไร น้ำผลไม้ไหมอะ ง่ายดี”

“กีด้าโหมะเลอเหรอ”

คนไม่เคยขี้คร้านจะตื่นเต้นกับสิ่งที่อยู่ตรงหน้าอย่างอดเสียไม่ได้ ภาพอาหารละลานตามากมายเปิดประสบการณ์ใหม่ให้กับแบคฮยอน เขาไม่เคยกินอะไรอย่างนี้เลย หรูที่สุดก็แค่นมปั่นในร้าน ขนมเค้กชิ้นละห้าสิบบาท หรือบะหมี่ปูจากร้านในตลาดที่อร่อยที่สุดในโลก

“อื้อ ขนมพวกนี้เหมือนกัน แล้วเดี๋ยวเราก็เอาป๊อปคอร์นเข้าไปดูหนังได้ด้วยนะ”

“สอพาสี่ก็ม่าคู้อยู่ดี”

ถึงแม้จะตื่นตาตื่นใจ แต่ลึก ๆ แล้วแบคฮยอนก็ยังอดเสียดายเงินไม่ได้ เขาคงพาชานยอลไปทำอะไรได้อีกมากด้วยเงินจำนวนสองพันสี่ หากอีกฝ่ายอาจไม่สนุกเท่าการมาดูหนังและใช้ชีวิตอย่างคนมีเอกสิทธิ์ 

“คุ้มดิ พาพี่มาเปิดหูเปิดตา”

“ร้าสาระ”

“หนูพูดกับป๋าดี ๆ สิคะ ไม่น่ารักเลยนะ เดี๋ยวป๋าก็ไม่ซื้อคอนโดให้หรอก”

“ชายอ! เล่อะราม่ะรู้เรื่อ!”

คำพูดคำจาเหมือนหมาหยอกไก่ทำให้แบคฮยอนต้องรีบแก้เก้ออีกครา เขาคว้าเอาขนมที่ใกล้มือที่สุดมาใส่ปาก เคี้ยวหนุบหนับพลางเบือนหน้าหนี ขณะที่เด็กหนุ่มจ้องมองภาพดังกล่าวด้วยสายตาเอ็นดูสุดกำลัง อีกฝ่ายอาจไม่เคยคาดคิดเลยว่าภายใต้การเย้าแหย่เหล่านั้นเต็มไปด้วยความหวังดี

เพราะพี่โหม๋เป็นอย่างนี้ชานยอลจึงอยากช่วยเหลือ...มากเท่าที่เขาจะสามารถทำได้

“สอพาสี่นี่ซื้อด้าท้าโรเลอเหรอชายอ”

เจ้าหนูจำไมตั้งคำถามตาใส พอขนมชิ้นแรกอร่อยก็ลามไปถึงชิ้นที่สองและสามอย่างง่ายดาย แบคฮยอนลืมไปจนหมดสิ้นแล้วว่าเขาเคยอคติกับบริการเหล่านี้มากเพียงใด

ไหน ๆ ก็เป็นโอกาสครั้งเดียวในชีวิตแล้วนี่นะ คงไม่มีอีกแล้วล่ะที่ได้มานั่งกินขนมแพง ๆ อย่างนี้

“เปล่าหรอก ปกติมันไม่ค่อยมีคนดูอยู่แล้วอะ เขาคงคิดว่าแพงแบบที่พี่ว่า”

“เห-มะ!”

“ส่วนมากคงใช้บริการโรงนี้กันแค่โอกาสพิเศษ ๆ ล่ะมั้ง”

“น่าแหละ แล้จะพามาทามา”

อันที่จริงแบคฮยอนคงสบายใจกว่านี้หน่อยนึงถ้าชานยอลพาไปดูโรงหนังปกติ เพราะนั่นก็หรูมากแล้วสำหรับเขา เราไม่ได้เป็นอะไรกัน ไม่ได้สลักสำคัญจนต้องเฝ้าเอาอกเอาใจถึงเพียงนี้—

ก็สำหรับผมนี่คือโอกาสพิเศษไง...

เพราะชานยอลพูดมันออกมาด้วยใบหน้าอันเป็นปกติ เลือกใช้น้ำเสียงทุ้มต่ำโทนเดิมโดยไม่ปรุงแต่งอะไรใด ๆ หัวใจของแบคฮยอนจึงไหวสั่น ความหวานของเบเกอรี่ราคาแพงในกระพุ้งแก้มแผ่ซ่านระหว่างที่ดวงตากลมโตคู่นั้นสะกดให้เขานิ่งงัน ริมฝีปากบางเม้มเข้าหากัน ก่อนเสียงหวานแผ่วเบาจะเอื้อนเป็นคำบริภาษซึ่งไพเราะเหลือเกินสำหรับคนฟัง

“อ้ะบ้า...”

ทั้งคู่ใช้เวลาไปกับเลานจ์ของว่างราวสิบห้านาทีอย่างประดักประเดิด สุดท้ายแล้วแบคฮยอนที่ไม่ได้กินอะไรมาตั้งแต่เช้าก็เลือกเอาข้าวโพดคั่วรสคาราเมลกับน้ำอัดลมเข้าไปดูหนังด้วย ในโรงเงียบสงัดและมีเพียงเราสองคนเป็นผู้ใช้บริการ แอร์เย็น ๆ ที่ไม่คุ้นชินทำให้เนื้อนวลสั่นสะท้าน แม้เขาจะได้รับผ้าห่มถึงสองผืนมาช่วยบรรเทาอาการ แต่ก็กลับไม่ดีขึ้นสักเท่าไร

“ยังหนาวอยู่อีกเหรอ ก็ห่มผ้าแล้วนี่” ชานยอลสอดมือเข้าประสานกับอวัยวะชนิดเดียวกันของอีกฝ่าย และตระหนักได้ว่าอุณหภูมิร่างกายของพี่โหม๋ไม่น่าพึงพอใจเลยสักนิด “เอาเสื้อผมไปใส่ไป”

เด็กหนุ่มไม่ลังเลที่จะปลดเสื้อยีนส์หนัก ๆ ออกจากร่าง และเสียสละมันให้กับคนตัวเล็กซึ่งอ่อนแอกว่า แต่แทนที่เขาจะกลับไปจดจ่ออยู่กับภาพยนตร์ที่ตนเองเสียเงินเข้ามาชมหลังจากจัดการเรื่องดังกล่าวเสร็จเรียบร้อยดี ชานยอลดันสอดมือเข้ามาประสานกับความนุ่มนิ่มขนาดเล็กนั้นอีกครา ทั้งยังปราศจากทีท่าว่าจะปล่อยมันไป

“ดีขึ้นปะ”

“อื้อ ม่าต้อจะมือแล้ก็ด้า...”

ถึงปากจะบอกแบบนั้น...แต่ฝ่ามือของเด็กมหาวิทยาลัยก็อบอุ่นเกินกว่าแบคฮยอนจะขัดขืนยึดของในความครอบครองของอีกฝ่ายกลับคืนมา

“ผมหนาว”

อือ หนาว หนาวทั้ง ๆ ที่เวลาอยู่กับบ้านเปิดแอร์สิบเก้าองศานี่แหละ

“ถ้าอย่าน้าก็อาเสื้อคือปา”

ไม่ต้อง แค่มือพี่ก็พอ

สิ้นเสียงปฏิเสธ ก็เกิดการระเบิดเล็ก ๆ บนพวงแก้มใส แบคฮยอนจ้วงขนมเข้าเก็บตุนในกระพุ้งแก้มอย่างเอาเป็นเอาตายเมื่อได้สติกลับคืนมา แน่นอนว่าทำทั้งหมดนั่นทั้ง ๆ ที่ตนเองยังถูกพันธนาการอยู่ ร่างกายคุดคู้ขณะแผ่นหลังแทบจมหายไปในเบาะหนา เสียงหัวเราะทุ้มต่ำยิ่งกระตุ้นให้ความรู้สึกแปลกประหลาดแผลงฤทธา กอปรเป็นสีแดงบนผิวปรางที่ยากจะลบเลือน

 

*********

 

“ไหน คนไหนที่หลอกผีผมวันนั้น นั่งไม่ติดเบาะเลยนะ”

“ก็โคมาโตะจา!”

แบคฮยอนแหวหน้ามุ่ย พูดแล้วยังกลัวไม่หาย ตอนที่ทะเลาะกันก่อนเข้าโรงก็ไม่ทันได้ดูว่าชานยอลเลือกหนังอะไรไป สุดท้ายเลยต้องมานั่งให้ผีหลอกตั้งชั่วโมงกว่า เทคโนโลยีที่ไม่คุ้นเคยยิ่งประโคมความหวาดหวั่นในหัวใจ ทั้งมืด ทั้งหนาว ทั้งใหญ่ ทั้งเสียงดัง ปึงปังแค่ครั้งเดียวก็ขวัญหนีดีฝ่อ เขาสะดุ้งจนข้าวโพดหกกระจาย และเพราะเบาะเป็นโซฟาตัวเดียวกัน ที่พึ่งทางใจหนึ่งเดียวในตอนนั้นเลยไม่พ้นคนเจ้าเล่ห์ข้าง ๆ

จากแค่ประสานฝ่ามือกันภายใต้ความมืดมิด ก็กลับกลายเป็นนั่งแนบชิดในอ้อมแขนแข็งแกร่ง

แบคฮยอนกลัวจนลืมขลาดอาย ทั้งยังยินดีด้วยซ้ำที่ถูกอีกฝ่ายกกกอดเอาไว้เช่นนั้น...

การอยู่กับชานยอลทำให้แบคฮยอนรู้สึกปลอดภัยอย่างไม่เคยเป็นมาก่อน

“หิวยัง หรือไปซื้อของกันก่อนดี ผมมีของที่ต้องซื้อเยอะเลย”

“ชายอปาซื้อขอก่อก็ด้า”

“งั้นปะ”

สิ้นเสียงทุ้มต่ำ ชานยอลก็คว้าเอามือนุ่ม ๆ นั่นมาแกว่งไกว จับจูงราวกับผู้ใหญ่มีลูกเล็กโดยไม่ใส่ใจสายตาคนรอบข้าง นี่เพราะเขาหวังดีหรอกนะ พี่โหม๋น่ะคงไม่ได้เข้าเมืองบ่อยนัก ห้างสรรพสินค้าก็ตั้งกว้างใหญ่ เกิดปล่อยให้เป็นอิสระแล้วหลงขึ้นมาจะทำยังไง เพราะงั้น...กันไว้ดีกว่าแก้อยู่แล้วล่ะเนอะ

“เคยมาเดินห้างบ้างหรือเปล่า”

คนตัวเล็กส่ายศีรษะจนผมปลิวกระจาย มัวแต่จดจ่อกับบทสนทนาและสิ่งที่น่าสนใจโดยรอบจนเผลอละเลยอวัยวะของตัวเองในมือหนา

“ม่า มากลาบ้า ม่ะอย่าเสียค่าโระ แพ”

“งกได้ใครเนี่ย”

“ม่ะด้าโงะ แค่ประหยะ สมานี้นะ อะราก็แพ จะช้าเงอแต่ละทีต้อคิม่า ๆ แถมาแล้ก็อาขาป่า ๆ โคนาเมืออะนะ เหควาแต่ต่างเปเรื่อตะโหละ นิสาเสีย”

(ไม่ได้งก แค่ประหยัด สมัยนี้นะ อะไรก็แพง จะใช้เงินแต่ละทีต้องคิดมาก ๆ แถมมาแล้วก็อายเขาเปล่า ๆ คนในเมืองอะนะ เห็นความแตกต่างเป็นเรื่องตลก นิสัยเสีย)

ที่จริงแบคฮยอนก็เคยมาห้างครั้งหนึ่งสมัยเพิ่งเข้ามาในเมืองใหม่ ๆ ตอนนั้นยังไม่รู้อะไรเลยแต่งตัวแบบที่ตัวเองมั่นใจมา มันเป็นชุดพื้นเมืองซึ่งสุภาพและค่อนข้างมีราคาสำหรับเขา แต่คนกรุงกลับมองมาด้วยสายตาราวกับแบคฮยอนเป็นตัวประหลาด แค่อ้าปากพูดก็ถูกหัวเราะเยาะใส่ จากนั้นร่างเล็กเลยไม่พิศมัยที่ท่องเที่ยวดังกล่าวนี้อีกเลย

“แต่ผมไม่เคยเห็นความแตกต่างของพี่เป็นเรื่องตลกนะ” ชานยอลชะงัก หยุดคิดครู่หนึ่งก่อนจะตอบคำถามใหม่ “ไม่ดิ อันที่จริงตอนแรกก็คิดแบบนั้นแหละ”

“น่ะ! เห-มะ นิสา!”

ไอ้เด็กนี่มัน...จะทำให้รู้สึกดีที่ได้โคจรมารู้จักกันอย่างตลอดรอดฝั่งไม่ได้เลยหรือยังไง!

แต่ตอนนี้ผมว่าพี่น่ารักดีนะ

ไอ้ชานยอลคนบ้า! แบคฮยอนแค่บ่นนิดหน่อยเอง ไม่เห็นต้องหยอดกันแบบนี้เลย! ถึงจะเป็นคนต่างจังหวัดแต่ก็มีหัวใจนะโว้ย! มาทำเจ้าชู้ประตูดินอย่างนี้ได้ยังไง! แล้ว...แล้วมือนี่อะไร เอาไปจับตั้งแต่เมื่อไร สะบัดก็ไม่ปล่อย! หน้าด้าน! หน้าด้าน! หน้าด้านที่สุด! คอยดูเถอะนะ อย่าให้ถึงทีเขาบ้างก็แล้วกัน จะเอาให้แดงไปทั้งตัวเลย ไม่ใช่แค่หน้าหรอก!

มันต้องมีสักวันนั้นแหละที่แบคฮยอนจะเจ้าชู้ได้เท่ากับไอ้เด็กนี่! เขาก็เป็นผู้ชายเหมือนกันนะ เรื่องแค่นี้ง่ายนิดเดียว! เตรียมตัวเจอแบคฮยอนในรูปแบบใหม่ได้เลย

หางตาของชานยอลเห็นคนกระฟัดกระเฟียดคล้ายจะมีควันออกหู เพียงแต่เขาไม่สนใจ เด็กหนุ่มยังคงเดินหน้าลากจูงพี่โหม๋ไปนู่นนี่ตามอำเภอใจโดยมีเสียงบ่นกระปอดกระแปดให้ได้ยินเป็นระยะ ส่วนมากเป็นคำซ้ำเดิม เสียดายเงินบ้าง แพงบ้าง แต่กลับสร้างบรรยากาศแปลกใหม่ให้เขาไม่น้อย การเดินเลือกซื้อของในห้างสนุกขนาดนี้เมื่อไรไม่รู้ รู้แค่ว่าถ้ามีโอกาสก็อยากจะพาพี่เขามาอีกบ่อย ๆ

ในตอนที่มืออีกข้างของชานยอลเต็มไปด้วยถุงกระดาษจากร้านขายเครื่องเสียงและเสื้อผ้า เขากำลังจะมุ่งหน้าไปยังช็อปรองเท้าซึ่งตั้งอยู่อีกฟากอาคาร หากพี่ชายตัวน้อยก็กลับหยุดชะงักกลางทางอย่างไม่มีปี่ขลุ่ย

“โอ๊ะ”

“อะไรอะ” พอเห็นว่าอีกฝ่ายก้มหน้ามองต่ำ ชานยอลก็เลื่อนสายตาตาม “อ้าว รองเท้าขาด”

“ผมจะไปซื้อรองเท้าพอดี เนี่ย เดี๋ยวไปดูคู่ใหม่ด้วยกันเลยพี่อะ”

ถึงรองเท้าของแบคฮยอนจะยังมีสภาพดี แต่ก็เรียกได้ว่าเก่ามากแล้ว วันที่เขาไปค้างบ้าน แอบสอดแนมมา เห็นอีกฝ่ายมีรองเท้าไม่ถึงห้าคู่ เป็นรองเท้าแตะหูคีบแล้วหนึ่ง ผ้าใบถูก ๆ สีดำสำหรับใส่ทำงาน และรองเท้าแตะรัดส้นที่กำลังใส่อยู่นี้ ซึ่งก็พ้นสภาพการใช้งานไปแล้วเรียบร้อย 

“ม่ะอา มาแพ”

“ผมบอกแล้วไงว่าวันนี้จะเป็นเจ้ามือให้”

“ม่ะอาชายอ เกรจา ขอม่ะช่าห้าบ่าสิบ่า”

แค่ตั๋วหนังสองพันสี่ก็มากพอแล้ว แบคฮยอนไม่อยากรบกวนชานยอลอีก เขาเป็นพี่ แถมยังมีรายได้ ทำตัวแบบนี้ไม่เหมาะสมเลย

“ไม่ต้องเกรงใจ ผมรับปากไปแล้ว ผมจะทำตามคำพูดของผม”

“ม่ะ”

กลายเป็นว่าต่างฝ่ายต่างสุดโต่งกันคนละทาง ชานยอลจะลากดึงพี่เขาให้ถูลู่ถูกังตามไปเลยก็ย่อมได้ แต่ในสถานการณ์ที่อีกฝ่ายมัวแต่ขืนกายเช่นนี้อาจส่งผลให้เจ็บตัวเปล่า ๆ

“แบคฮยอน อย่าดื้อ นี่มันหน้าสิ่วหน้าขวาน จะเกรงใจอะไรก็เกรงใจให้มันเป็นเรื่อง ๆ”

“ม่ะ!”

แบคฮยอนรู้หรอกว่าชานยอลเริ่มจริงจัง ดูเอาจากใบหน้าขึงขังนั่นก็ได้ แต่ที่เขายังกล้าดื้อแพ่งอยู่อย่างนี้เพราะวางใจว่าในสภาพแวดล้อมที่มีคนมากมาย อีกฝ่ายคงไม่กล้าใช้อำนาจเผด็จการทำสิ่งใดมากไปกว่าการดุกันด้วยคำพูด

แต่แบคฮยอนประมาทในตัวชานยอลมากเกินไป...

“มันน่าฟาดจริง ๆ ว่ะ คนอะไร”

เขากดลิ้นดุนกระพุ้งแก้ม จ้องมองคู่สนทนาด้วยสายตาคาดโทษ ก่อนจะเลื่อนถุงสินค้าทั้งหมดขึ้นมากองอยู่ตรงข้อพับ ใช้ความเร็วฉวยโอกาสยกร่างบอบบางขึ้นมานอนเป็นเจ้าสาวโดยมีท่อนแขนที่เต็มไปด้วยมัดกล้ามคอยรับน้ำหนักอยู่

“ชายอ!!” คนตัวเล็กหวีดร้องเสียงสูง แม้ไม่เต็มใจที่ได้อยู่ตรงนี้นัก แต่เขาก็เลือกจะร้องบอกให้อีกฝ่ายคืนอิสระกลับมามากกว่าใช้เรี่ยวแรงประท้วง “ปล่อนะ! โคเยอะแยะ อาขาบ้าสิ!!”

ไม่รู้กี่สิบสายตาที่มองมา แบคฮยอนแทบอยากแทรกแผ่นดินหนี ส่วนไอ้แก้มไม่รักดีนี่ก็ร้อนอีกแล้ว!

“ผมหน้าด้าน”

“ชาย๊ออ!!”

หวีดร้องพร้อมทั้งคล้องแขนรอบท้ายทอยเมื่ออีกฝ่ายเริ่มออกเดินอย่างไม่สนสี่แปด แบคฮยอนก็กลัวจะตกไปหัวฟาดเหมือนกันนะ!

“ไม่ต้องมาร้อง”

“อ้ะโคบ้า!”

“เออ ก็บ้าด้วยกันนี่แหละ อุ้มกันกลางห้าง วันนี้คอยดูคลิปในเฟซได้เลย แชร์กระหึ่มแน่”

“ปล่อออออ!”

“ไม่”

“ชายอ! ปล่อออ อาขา!!”

“ไม่”

“ยอซื้อแล้ก็ด้า รอท้าอะ ยอแล้ ๆ แต่ขอปาโกะเงอก่อนะ อามาแค่พาเดีย”

เพราะยิ่งกว่าคนดื้อคือเผด็จการ เมื่อชานยอลยืนกรานว่าจะไม่ยอมปล่อยให้เป็นอิสระแน่ ๆ ร่างเล็กเลยต้องเป็นฝ่ายลงให้ แบคฮยอนซื้อใหม่ก็ได้รองเท้า เลือกคู่ที่ถูกที่สุดแล้วกัน ตั้งงบเอาไว้สักพันห้า สองพัน ถ้าได้เป็นสีดำก็จะใส่ไปทำงานได้ด้วย

“ไม่ ผมจะเป็นคนจ่าย”

“ชายออออ”

แต่อีกฝ่ายก็ยังไม่พอใจ ไอ้บ้านี่มันยังไงกัน! จะยอมให้เขาสักครึ่งทางบ้างไม่ได้หรือยังไง!

“ไม่ต้องมาเรียกด้วย”

“ฮืออออออออ อ้ะบ้า”

“ผมดื้อบ้างอย่างนี้อะ ชอบปะ นี่ทำแบบที่พี่ทำใส่ผมเลยนะ” ชานยอลไม่อายหรอก ไม่มีอะไรต้องอาย เขาหน้าตาดี (โคตรมั่นใจ) ถ้าจะมีใครมองก็เพราะเรากำลังทำตัวเหมือนแฟนกัน แต่แบคฮยอนไม่ใช่ พี่โหม๋ของเขาหน้าบางยิ่งกว่าอะไร ถ้าทำแบบนี้ต่อไปอย่างไรก็ต้องยอมให้ดูแลแน่ “กี่รอบแล้วอย่างนี้อะ ไม่ต้องมามองผมแบบนั้นเลย”

“คนเป็นห่วง เต็มใจให้ ผมไม่ได้ลำบาก พูดอย่างกับเงินตัวเองมีมากนักอะ”

เพราะชานยอลเป็นคนมีพร้อม เขาจึงรู้ว่าแบคฮยอนขาดอะไรหลายอย่าง ด้วยข้อจำกัดทางด้านต้นทุนชีวิตและความแตกต่างคงทำให้พี่โหม๋ลำบาก ตัวเล็กกระจ้อยร่อยแต่ทำงานควบกะบ่อยครั้งเพื่อเก็บออมเงิน สตางค์สักแดงเดียวก็แทบไม่กระเด็นให้ของฟุ่มเฟือยไร้สาระ จะเปิดน้ำแต่ละหนยังหรี่จนกลายเป็นหยดเพื่อลดการหมุนของมิเตอร์ ขนาดผ้ายังซักมือล้วน ข้าวของเครื่องใช้ล้วนเก่าเก็บและล้าสมัย แต่ตราบใดที่มันยังพอทำงานได้ก็จะไม่ยอมซื้อหามาเปลี่ยน

เงินพันสำหรับชานยอลเป็นเรื่องขี้หมูขี้หมา แต่สำหรับพี่หมวยไม่ใช่ เขาจ่ายได้โดยไม่ต้องคิดอะไร ในขณะที่อีกฝ่ายต้องชั่งใจแล้วชั่งใจอีก เด็กหนุ่มสุขสบายจนชินชา ไม่เคยรู้เลยว่าการส่งมอบโอกาสให้คนไม่เคยจะสร้างความสุขใจให้มากถึงเพียงนี้ พอได้สัมผัสแค่ทีสองทีก็กลับหยุดไม่ได้...

เพราะเขาอยากเห็นรอยยิ้มสดใสบนใบหน้าน่ารักนี่ซ้ำ ๆ

อีกครั้ง อีกครั้ง และอีกครั้ง

ไม่รู้เบื่อเลย :)

“มาก็มีเถอะ! ม่ะด้าม่ะเคอเกะเงอซะหน่อ”

“เงินเก็บก็เก็บไป พวกนี้ผมซื้อให้เอง ต่อจากนี้ห้ามปฏิเสธผมอีก แล้วถ้าเกรงใจก็ทำกับข้าวให้ผมกินแทนเหมือนเดิม”

“ผมรู้พี่ลำบาก ผมอยากช่วย อยากให้พี่ได้รับอะไรดี ๆ บ้าง แต่ถ้าจะให้ไปซื้อของช่วยทำยอดที่สาขา เงินมันก็ไม่ได้ลงกับพี่โดยตรง ซึ่งผมไม่โอเค ผมเลยทำแบบนี้ พี่เข้าใจผมไหม”

“...ข้าจาก็ด้า”

คนโดนดุหน้าหงอ อิงแก้มซบกับแผงอกของอีกฝ่าย พูดดี ๆ ก็ได้ ไม่เห็นต้องทำเป็นเคร่งขรึมใส่เลย...

“ไม่ ไม่ใช่เข้าใจก็ได้ พี่ต้องเข้าใจผมจริง ๆ”

“อื้อ...ก็ข้าจาจี ๆ แต่ก็โอะเกรจาม่ะด้า”

“ก็บอกให้ทำกับข้าวให้กินแทนไง ดีลไหม”

“แต่..—”

“ดีลไหม”

“ดีก็ด้า...”

“ดี” ชานยอลคลี่ยิ้มเมื่อได้รับความพึงพอใจ แต่ก็ไม่วายสำทับคำขู่เพื่อควบคุมพฤติกรรมของอีกฝ่าย “แต่ถ้าพี่ขัดใจผมอีกนะ ผมจะไม่ให้พี่เดินไปเลยสักสัปดาห์”

“.........”

“แล้วผมไม่ได้หมายความว่าจะคอยอุ้มพี่เดินไปไหนมาไหนหรอกนะ”

“.........”

แค่ชั่วโมงสองชั่วโมงเท่านั้นล่ะที่ผมขอ

ไอ้ชานยอล! ไอ้คนบ้า!! คนผีทะเล!!!

 

 

 

*********

ลองใช้ฟ้อนต์ใหม่ของเด็กดี แล้วก็ไม่เคาะด้วย

ในแอปอ่านกันลำบากไหมคะ? ฝากคอมเมนต์บอกอ๋อหน่อยค่า :)

#โหม๋

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 43 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

175 ความคิดเห็น

  1. #137 @_@ (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 18 สิงหาคม 2563 / 00:02

    ชายอว้อยยยยยยยยย มันร้ายนัก มาทำหัวใจพี่โหม๋สั่นแก้มร้อน

    แฟนเด็กสายเปย์สุดดดดดดดด พี่โหม๋น่ารักน่าพกพาเนอะะะ เอะอะอุ้ม อิอิ

    #137
    0
  2. #104 Renoir92 (@renoir92) (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 29 กรกฎาคม 2563 / 07:35
    เลี้ยงพี่โหม๋เยอะๆ จะได้โตไวๆ!
    #104
    0
  3. #78 ออมม่า (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 14 กรกฎาคม 2563 / 18:51

    ชอบฟอนด์นี้ อ่านสบายตาดี

    #78
    0
  4. #66 LoveekiL (@loveekil) (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 8 กรกฎาคม 2563 / 21:46
    คิดถึงพี่โหม๋ เด็กเค้าเหิมเกริมมาก! รอวันที่พี่โหม๋ตะเจ้าชู้ใส่เด็กให้ตัวแดงอยู่ค่ะ

    อ่านได้ไม่แปลกอะ
    #66
    0
  5. #65 Milky─ (@MarkbamChanbaek) (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 8 กรกฎาคม 2563 / 13:43
    พี่โหม๋น่ารักมากกกก เอ้นดูววว
    #65
    0
  6. #62 baektodecember (@0814542759) (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 6 กรกฎาคม 2563 / 14:10
    ช้านร้องกรี้ดเลยTTขอบคุณมากๆจริงๆที่มาแต่งต่อนะคะ
    #62
    0
  7. #61 AMPJK (@AMPJK) (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 6 กรกฎาคม 2563 / 12:22

    ฮรืออ คิดถึงมากเลยยย ไรท์กลับมาแล้ววว รอจนกว่าเรื่องนี้จะจบ5555 ระไร้มะมะโลล คิถือจีๆ
    #61
    0
  8. #60 ellecake (@cakekie_fanfan) (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 6 กรกฎาคม 2563 / 05:31
    เราเผลอหลับค่ะ 555555 พี่โหม๋น่ารักมากกกกกกก ส่วนเจ้าชานยอลคือสายเปย์ วายเปย์ที่แท้จิง หล่อ รวย จริงใจ ออหออออ ครบมาก แต่ยังไม่ยกพี่โหม๋ให้หรอกนะ!!! ขอดูไปก่อนค่ะ ถุงแม้จาเทใจไปให้เกือบเต้มร้อยแร้วก้เถอะ55555 (ฟ้อนต์ไม่แปลกนะคะคุนไรท์)
    #60
    0
  9. #59 ellecake (@cakekie_fanfan) (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 6 กรกฎาคม 2563 / 00:16
    อึ่ยยยยยยย เราพึ่งเหนแจ้งเตือน!!!! ยังไม่ได้อ่านเบย

    ฮือออ ขอบคุนคุนไรท์ที่กลับมาแต่งต่อนะคะ ขอบคุณมากจริงๆ คิดถุงน้องโหม๋มากๆๆๆๆๆๆ ขอบคุนคุนไรท์นะคะTTTTTT
    #59
    0
  10. #58 achilata (@achilata) (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 5 กรกฎาคม 2563 / 23:52
    ขอบคุณที่กลับมาเขียนต่อนะคะ ขอบคุณจากใจจริง เราพูดไม่เก่ง แต่ขอบจริงๆค่ะ ปล.ฟอนต์ไม่แปลกนะคะ
    #58
    0
  11. #57 มนุษย์ขี้ชิป (@Kkkaewalin) (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 5 กรกฎาคม 2563 / 22:41

    คิดถึงค่าาา ปล.ฟ้อนไม่แปลกนะคะ
    #57
    0
  12. #56 Autumn.Devil (@suju1004) (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 5 กรกฎาคม 2563 / 21:47
    คิดถีงงงงงงงง กี่ด ฟ้อนไม่แปลกนะคะ
    #56
    0
  13. #55 realmm (@realmm) (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 5 กรกฎาคม 2563 / 20:42
    คิดถึงมากเลยค่า ฮื่อออแแแแแแ
    #55
    0
  14. #54 J-ifnt27 (@wuyifan12exo) (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 5 กรกฎาคม 2563 / 19:47
    คิดถึงงงง
    #54
    0
  15. #53 b728 (@exopat01) (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 5 กรกฎาคม 2563 / 19:27
    คิดถึงโหม๋ แงงงง น่ารักจริงๆ ปอลอไม่แปลกนะคะ เราอ่านเพลินเหมือนปกติเลย
    #53
    0