โหม๋ : chanbaek

ตอนที่ 4 : สี่ : โหม๋และโจรที่กลายเป็นแขกของบ้าน

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 615
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 67 ครั้ง
    5 ก.ค. 63

 

 

 

“เอ้า มาเสียดึกดื่น หมวยมันเพิ่งกลับไปเมื่อกี้นี้เอง”

“ทำไมวันนี้กลับไวนักล่ะครับ”

ชานยอลสอดฝ่ามือขยี้เรือนผมให้กลับมาเป็นผู้เป็นคนอีกครั้งหลังจากถูกหมวกกันน็อกกดทับ เขาตั้งคำถามกลับเมื่อรู้สึกแปลกใจที่เจ้าของเวรเย็นหายตัวไปจากสาขา ทั้ง ๆ ที่ปกติแล้วแบคฮยอนได้ชื่อว่าชอบอยู่ล่วงเวลาเพื่อช่วยคนอื่นยิ่งกว่าอะไร ช่างเป็นพนักงานที่ไม่เจียมตัวเอาเสียเลย 

“สารถีจำเป็นรีบน่ะสิ เดี๋ยวจะไม่มีคนไปส่ง พี่เป็นห่วงก็เลยอนุญาตให้กลับก่อน”

แบคฮยอนเป็นพนักงานเพียงคนเดียวที่ไม่มียานพาหนะเป็นของตนเอง น้องจำเป็นต้องใช้บริการสาธารณะเมื่อต้องไปไหนมาไหน ซึ่งหากเป็นช่วงเช้าถึงเย็นยูริก็ยังพอเบาใจได้ว่าอีกฝ่ายจะกลับถึงบ้านปลอดภัย แต่พอฟ้ามืดทีไร เธอไม่อยากให้เจ้าหมวยเอาตัวเองไปเสี่ยงเลย

เช่นนั้นเองจึงเป็นเหตุให้เรามีสารถีประจำวัน ผลักเปลี่ยนกันตามกะงานที่ถูกแบ่งเรียบร้อยแล้ว ซึ่งปกติกว่าจะได้กลับก็ล่วงเลยไปถึงวันใหม่ หากเพราะมีเหตุการณ์สุดวิสัยอย่างเมียเจ้าจุนยองมันเจ็บท้องใกล้คลอดลูกนอนคอยอยู่ที่โรงพยาบาล หมวยจึงต้องรีบติดสอยห้อยตามกลับบ้านไปด้วย

“ถ้าอย่างนั้นเดี๋ยวพรุ่งนี้ก่อนไปมอ ผมแวะเข้ามาแล้วกันครับ”

ชานยอลยังคงซื้อขนมมาให้แบคฮยอนอยู่เป็นประจำ แต่วันนี้เขาต้องอยู่ซ้อมเทนนิสนาน กว่าโค้ชจะปล่อยให้กลับบ้านก็ล่วงเลยไปสี่ทุ่มกว่า จำได้ว่าพี่เขามักจะล่วงเวลาวันนี้เลยแวะเข้าสาขา ไม่คิดว่าจะคลาดกัน 

“จ้า ขับรถระวัง ๆ ล่ะชานยอล”

เด็กหนุ่มยิ้มรับความหวังดีดังกล่าวนั้น ก่อนจะหันหลังกลับออกมาพาตัวเองขึ้นคร่อมมอเตอร์ไซค์ แขวนถุงขนมไว้กับแฮนด์แล้วติดเครื่องขับออกถนนใหญ่ไปตามทาง ลมเย็น ๆ ที่พัดกระทบร่างทำให้เขารู้สึกดีได้เสมอ ในเวลาจวนจะเที่ยงคืนแบบนี้ไม่มีรถใหญ่มากวนใจ ชานยอลเลยขับเอื่อยเฉื่อยตรงเลนส์กลางได้โดยไม่ต้องเบียดกับใคร ดวงตากลมโตภายใต้กระจกหมวกสอดส่ายสำรวจข้างทางบ้างเป็นระยะ จนกระทั่งผ่านป้ายรถเมล์หน้าทางเข้าชุมชนก็สังเกตเห็นความผิดปกติที่แสนคุ้นเคยยืนตัวกระจ้อยโบกมือหยอย ๆ ไล่หลังมอเตอร์ไซค์อีกคันอยู่บนบาทวิถี

นั่นมัน...แบคฮยอนนี่

ร่างสูงค่อย ๆ ชะลอความเร็วลงเมื่อพบคนรู้จัก จอดปักหลักอยู่ห่างจากจุดเกิดเหตุหลายเมตรเพื่อไม่ให้ตนเองถูกสงสัย แต่ยังคงมีแบคฮยอนอยู่ในสายตา ความคิดพิเรนทร์ผุดขึ้นมาอย่างบ้าคลั่งระหว่างที่พี่โหม๋เดินเตาะแตะหายไป เขานึกอยากแกล้งอีกฝ่ายให้ตกใจหรือหวาดกลัวเพราะคิดถึงใบหน้ายับยู่ยี่นั่น ซึ่งบังเอิญว่าบรรยากาศนั้นช่างเป็นใจ มืดค่ำ ระยะห่างเสาไฟฟ้าก็ไกล สะกดรอยตามไปเงียบ ๆ แล้วจ๊ะเอ๋ตอนพี่เขาถึงบ้านถือเป็นหนึ่งไอเดียที่ดี

เลยค่อย ๆ บิดรถตามเข้าซอยด้วยความเร็วต่ำ เห็นเป้าหมายเดินลอยชายไม่สนสี่สนแปดแล้วก็นึกหมั่นไส้ แบคฮยอนนึกว่าตัวเองอยู่ท่ามกลางชนบทที่รายล้อมไปด้วยเพื่อนบ้านแสนดีหรืออย่างไรกัน เมืองหลวงมีแต่คนร้ายกาจ ถ้าพลาดคงไม่พ้นเจ็บหรือตาย ขนาดผู้ชายตัวใหญ่อย่างชานยอลยังหวั่นใจ แล้วรายนั้นไปเอาความกล้าจากไหนมาเก็บไว้มากมาย

ท้าทายความโหดร้ายของเมืองกรุงอีกขั้นในตอนที่เบนฝีเท้าเลี้ยวเข้าตรอกมืด ๆ ซึ่งเป็นต้นตอของเสียงโหวกเหวกโวยวาย ชานยอลเดาได้ตั้งแต่ยังไม่เห็นว่ามันคงมาจากวงเหล้าสองยามแน่ แต่กระนั้นแบคฮยอนก็ยังบุกตะลุยไปอย่างไม่กลัวอันตราย จนคนมองจากที่ไกล ๆ อดทอดสายตาอันเปี่ยมไปด้วยความห่วงใยให้ไม่ได้ อารมณ์สนุกสนานอันเนื่องมาจากเรื่องซุกซนในหัวพลันจางหาย ชานยอลคิดว่าเขาควรรับแบคฮยอนขึ้นซ้อนท้ายเพื่อความปลอดภัย

แต่อันตรายกลับเกิดขึ้นไวกว่าความคิด เมื่อสมาชิกชมรมคอทองแดงรายหนึ่งลุกขึ้นเดินโซซัดโซเซมาดักหน้าแบคฮยอนเอาไว้ เพียงชั่วครู่อึดใจก็พากันยกขโยงยืนรายล้อมเป็นปราการมนุษย์ เดี๋ยวคนนั้นแตะ เดี๋ยวคนนี้จับ ฉุดทึ้งเหมือนพี่โหม๋เป็นตุ๊กตายัดนุ่น คนที่ตัวเล็กอยู่แล้วเป็นทุนเลยแทบสู้กลับไม่ได้ สถานการณ์ฉุกละหุกบีบบังคับให้ชานยอลเร่งผลิตหนทางในการแก้ปัญหาตรงหน้า ก่อนอีกฝ่ายจะถูกประทุษร้ายจนได้แผล

“คุณตำรวจ! ทางนี้ครับ! มีคนจะโดนปล้น!!”

พอได้ยินเช่นนั้นบรรดาขี้เมาก็แตกฮือไปกันคนละทิศละทาง ชานยอลเกิดความภูมิใจที่ชีวิตนี้ดูหนังมามากจนสามารถนำมาใช้ประโยชน์ในชีวิตจริงได้ แต่เขาไม่มีเวลาเหลือเผื่อใช้กับเรื่องไร้สาระ เพราะบัดนี้แบคฮยอนนั้นหล่นลงไปนั่งกองกับพื้นคอนกรีตเรียบร้อยแล้ว มือใหญ่บิดแฮนด์มอเตอร์ไซค์เร่งความเร็วจนสามารถเข้าถึงตัวร่างเล็กได้ภายในชั่วอึดใจ เตะขาตั้งค้ำน้ำหนักทิ้งไว้แล้วถลาลงไปประคองกายอีกฝ่ายเอาไว้ด้วยสองแขน 

“หมวย เป็นอะไรหรือเปล่า”

“ม่า”

แบคฮยอนยังมีความตระหนกตกค้างอยู่ในแววตา อีกทั้งน้ำเสียงก็สั่นไหว การถูกคุกคามทางคำพูดและร่างกายที่เพิ่งเกิดไปเมื่อครู่ทำเขาขวัญหาย หากขณะเดียวกันก็แปลกใจที่ได้เห็นชานยอลในเวลานี้

“มันเอาอะไรไปไหม”

คนตัวเล็กส่ายศีรษะแทนคำตอบ ก็เกือบจะเอาไปได้อยู่หรอกถ้าชานยอลไม่เอ็ดตะโรให้มันตกใจจนกลายเป็นผึ้งแตกรังอย่างนั้น

“แล้วนี่ทำไมเดินมาทางมืด ๆ แบบนี้? จะกลับบ้านต้องผ่านทุกวันเลยเหรอ”

ใบหน้าหล่อเหลาเคลือบทับด้วยความตึงเครียดเมื่อกวาดสายตามองรอบกาย สถานที่เกิดเหตุทั้งมืดและเปลี่ยว แม้จะยังอยู่ในเขตชุมชน แต่ดึกขนาดนี้คงไม่มีใครโผล่หน้าออกมาดูหากมีเสียงร้องขอความช่วยเหลือ เผลอ ๆ คงมุดหัวคลุมโปง แสร้งทำเป็นหูทวนลมเพราะไม่อยากเดือดร้อนไปด้วย

“ป่า จะไปซื้อกะข้า”

เพราะรู้ว่าวันนี้ต้องกลับบ้านไว แบคฮยอนเลยไม่ได้แวะออกไปกินมื้อเย็นตามเวลา ซึ่งเป็นที่มาของเสียงท้องร้องประท้วงตอนเกือบเที่ยงคืน นึกขึ้นมาได้ว่ามีร้านข้าวต้มกุ๊ยเปิดดึกอยู่ไม่ไกล หากเดินลัดผ่านซอยนี้ไปก็จะยิ่งใกล้ขึ้นอีก อารามคนหิวเลยไม่ทันได้ระวังเนื้อระวังตัว ไม่คิดว่าจะถูกขี้เมาล้อมรีดเอาทรัพย์เข้าให้

“ซื้อกับข้าว? กับข้าวมันสำคัญกว่าความปลอดภัยของตัวเองตั้งแต่เมื่อไร ถ้าผมไม่ตามมาป่านนี้จะเป็นยังไงก็ไม่รู้ พี่นี่มันจริง ๆ เลยนะ”

ชานยอลยังไม่หยุดทำตัวเป็นหมีกินผึ้ง โชคดีแค่ไหนแล้วที่เขาช่างสังเกตพอจะเห็นอีกฝ่ายที่ป้ายรถเมล์นั่นแล้วตัดสินใจตามมา เด็กหนุ่มจดจ้องใบหน้าน่ารักด้วยแววตาดุดัน นึกอยากฟาดซ้ำให้ร้องไห้ เผื่อจะเข็ดจะจำว่าไม่ควรพาตัวเองเข้าหาอันตราย ไม่ว่าด้วยเหตุผลใดก็ตาม

“ดุทำมาเนี่ย!”

หน้าก็ดุ! เสียงก็ดุ! คำพูดก็ดุ! แบคฮยอนรู้แล้วว่าตัวเองผิด แต่ไม่เห็นต้องย้ำกันบ่อย ๆ เลยนี่ เรื่องมันเกิดไปแล้ว ต่อให้ชานยอลตำหนิเขาจนขาดใจตายไปข้าง ก็ย้อนเวลากลับไปหยุดเหตุการณ์ดังกล่าวนี้ไม่ได้อยู่ดีนั่นล่ะ!

“ถ้าไม่ทำตัวน่าดุเองแล้วผมจะดุไหม มานี่เลย จะไปซื้อกับข้าวที่ไหน เดี๋ยวผมไปส่ง”

ชานยอลแสนอ่อนใจ อยู่กันมานานจนรู้ทะลุปรุโปร่งแล้วว่าพี่โหม๋น่ะโคตรจะดื้อ สลดได้สองวินาทีก็กลับมาแง้ว ๆ ใส่เขาคอเป็นเอ็น คนอุตส่าห์เป็นห่วง น่าปล่อยให้ถูกลากเข้าพงไปเสียให้เข็ดจริง ๆ

เด็กหนุ่มผุดลุกยืนพร้อมประคองคนตัวเล็กขึ้นในคราวเดียวกัน ก่อนค้อมกายลงฉวยเอากระเป๋าผ้าสีขาวมาถือเอาไว้ แวะปัดฝุ่นปูนที่เกาะอยู่บนเสื้อผ้าของอีกฝ่ายให้ ในซอยมืดมาก ชานยอลมองไม่เห็นว่าพี่โหม๋มีรอยช้ำจ้ำแดงที่ไหนหรือเปล่า ประเดี๋ยวขับไปถึงร้านข้าวค่อยสำรวจอย่างละเอียดอีกที เขาขึ้นคร่อมประคองรถเอาไว้ด้วยสองขา เสียสละช่วงไหล่ให้แบคฮยอนใช้ปีนป่ายขึ้นซ้อนด้านหลังด้วยความทุลักทุเล

เมื่อผู้โดยสารจัดการตัวเองเรียบร้อย ชานยอลก็ติดเครื่องเดินหน้าไปตามทางที่ถูกกระซิบบอกข้างใบหู เพียงครู่อึดใจร้านข้าวต้มโต้รุ่งซึ่งยังคงคึกคักผิดกับชุมชนอีกฝั่งก็ปรากฏอยู่เบื้องหน้า สอดส่ายสายตาเห็นว่ายังพอมีโต๊ะว่างให้นั่ง เลยตัดสินใจชวนอีกฝ่ายปักหลักฝากท้องมันที่นี่แทนการซื้อกลับบ้าน ชานยอลเองก็เริ่มหิวแล้วเหมือนกัน อยู่ในยิมมีแต่สปอนเซอร์ให้ดื่มลูบท้อง

“กินที่นี่แหละ ไหน ๆ ก็มาแล้ว ผมหิวด้วย”

ชานยอลไม่รอให้อีกฝ่ายลังเล เขาฉุดดึงเจ้าของมือน้อยให้เดินตามไปหย่อนสะโพกลงนั่งบนเก้าอี้พลาสติก ฉวยหยิบเมนูขึ้นมาสั่งพายุอาหารชุดใหญ่ ขณะที่คนตรงข้ามเลือกรับเพียงแค่ข้าวต้มกับผัดผักบุ้งไฟแดงราคายี่สิบห้าบาทเท่านั้น เด็กหนุ่มตกตะกอนเองว่าคนหาเช้ากินค่ำคงต้องประหยัดอดออมกันมาก หากทว่าแบคฮยอนไม่จำเป็นต้องทำเช่นนั้นในมื้อนี้ เพราะชานยอลอยู่ที่นี่ด้วย

เขาปลอบคนไม่เป็น พูดดี ๆ ด้วยก็ไม่ได้ เพราะอย่างนั้นก็ให้ขนมบนแฮนด์รถกับอาหารมื้อใหญ่ประโลมแบคฮยอนแทนไปก็แล้วกัน มื้อนี้ชานยอลจะเป็นฝ่ายเลี้ยงเอง

“ผมแวะไปที่สาขา พี่ยูริบอกว่าปล่อยให้กลับก่อนเพราะสารถีรีบ ปกติเขาส่งแค่นั้นเหรอ ตรงป้ายรถเมล์น่ะ”

เมื่อพนักงานรับออร์เดอร์เดินจากไป ชานยอลจึงให้ความสนใจกับผู้เคราะห์ร้ายเต็มที่ เขาพบว่าแบคฮยอนซึ่งอึด ถึก ทน ยิ่งกว่าคนเดนตายในสาขามีรอยแดงบนต้นแขน รวมถึงผิวแก้มเองก็เช่นกัน ดูเหมือนความจริงแล้วร่างกายเล็ก ๆ นี้นั้นจะไม่ทนมือเอาเสียเลย หนก่อนตอนชานยอลเขย่านั่นอีกฝ่ายก็เอามาเล่าให้ฟังว่าต้องทายาแก้ฟกช้ำอยู่เป็นอาทิตย์

“ฮื่อ โส่ถือบ้า แต่ว่าโหนี้พี่จูยอรี่ เลอโส่แค่น้า”

“เปลี่ยวจะตาย นี่ก็กล้าลง ไม่รู้ว่าบ้าหรือซื่อบื้อ”

“อย่ามาดุกานะ!”

ได้ทีขี่แพะไล่ไม่หยุด แบคฮยอนก็บอกแล้วว่ามันแค่หนนี้เท่านั้นที่พี่จุนยองส่งไม่ถึงบ้านเพราะต้องรีบไปดูลูกเมีย ชานยอลไม่มีหูหรืออย่างไร ไอ้ที่ใหญ่ ๆ กาง ๆ แปะอยู่ข้างหัวนั่นมันเป็นแค่พร็อพเก๋ ๆ สินะ!

“ผมจะดุ มีปัญหาเหรอ” 

ไอ้คนเผด็จการ! ลูกหลานนาซี! มีอย่างที่ไหนอายุน้อยกว่าแบคฮยอนตั้งหลายปี แต่ยังหน้าด้านมานั่งสั่งสอนกัน!

“ทีหน้าทีหลังห้ามทำแบบนี้อีก เข้าใจหรือเปล่า นี่เมืองหลวง ถึงจะเป็นแถบชานเมือง คนก็ไว้ใจไม่ได้”

ชานยอลเปิดโหมดจริงจังโดยไม่สนใจใบหน้าบึ้งตึงของคู่สนทนา ในฐานะที่เราสนิทกันแล้ว เขาอยากตักเตือนอีกฝ่ายให้เข้าใจว่าเมืองกรุงเต็มไปด้วยอันตราย ยิ่งแบคฮยอนอาศัยอยู่ในชุมชนอย่างนี้ เหตุร้ายยิ่งมีอัตราเกิดขึ้นสูง แถมยังหวังพึ่งคนในเครื่องแบบไม่ได้ ฉะนั้นเราต้องทำตัวเองให้ปลอดภัยเอาไว้ก่อน 

“แล้วผมพูดจริง ๆ นะ ถึงพี่จะเป็นผู้ชาย แต่ร่างกายมันไม่ได้สูงใหญ่แบบคนอื่นเขา หน้าตาก็แบบนี้ แถมยังสู้ใครไม่ได้ เกิดเจอพวกโรคจิตมันหื่นแตกขึ้นมา คลำไม่เจอหางมันเอาหมดเลยนะ”

แล้วแบคฮยอนยังมีตัวแปรสำคัญทางด้านกายภาพเด่นหราให้เห็นได้ด้วยตาเนื้อ ทั้งใบหน้าน่ารัก เรือนร่างกระทัดรัดหากเทียบกับมาตรฐานผู้ชายทั่วไป ผิวขาว ตัวหอม มองปกติยังเคลิ้มได้ง่าย ๆ ไม่ต้องพูดถึงตอนเมาให้เสียเวลาเลย

“อย่าพาตัวเองเข้าหาอันตรายอีก รับปากผม”

แบคฮยอนตั้งท่าเตรียมอ้าปากเถียง ก่อนจะหุบปิดมันลงเมื่อถูกนิ้วยาว ๆ ชี้หน้าเข้าให้ 

“รับ ปาก ผม”

สายตาเอาจริงเอาจัง การขมวดคิ้วเป็นปม และเสียงเข้ม ๆ ของชานยอลทำเอาเขาไปต่อไม่เป็น สุดท้ายแล้วจึงต้องยอมรับปากจนได้

“ก็ด้า...”

“เด็กดี”

พูดกันง่าย ๆ อย่างนี้สิดี พอพี่เขาเลิกดื้อแพ่งจะขู่แง่ง ๆ เหมือนทุกทีที่ผ่านมาก็น่าเอ็นดูขึ้นโขจนชานยอลอดแต้มยิ้มบางประดับใบหน้าไม่ได้

“แก้มพี่เลอะอะ เช็ดหน่อยไหม”

“โตหนะอะ”

คนถูกทักรีบยกมือขึ้นปาดแก้มทั้งสองข้างอย่างสะเปะสะปะ แม้ไม่รู้พิกัดอันแน่ชัดของรอยเปื้อนที่ว่า แต่แบคฮยอนก็พยายามกำจัดมันทิ้งอย่างเอาเป็นเอาตาย ทำเอาเจ้าของสายตาจากทางฝั่งตรงข้ามแทบกลั้นเสียงหัวเราะไม่ไหว เพราะแท้จริงแล้วบนใบหน้าผ่องแผ้วนั้นมันไม่มีสิ่งใดติดอยู่เลยนอกจากแต้มเลือดฝาด

ก็ว่าจะไม่แกล้งแล้ว แต่มันอดไม่ได้จริง ๆ ...

“อยู่นิ่ง ๆ”

ร่ายคำประกาศิตสะกดร่างเล็กเอาไว้ ก่อนจะส่งยื่นฝ่ามือหนาไปประคองแก้มกลมทั้งสองข้าง เด็กหนุ่มบรรจงเกลี่ยปลายนิ้วบนผิวเนื้อเนียนเบา ๆ ราวกับหวั่นเกรงว่ามันจะบุบสลาย สอดประสานสายตาที่หญิงสาวทุกรายพ่ายแพ้กับดวงเนตรสีน้ำตาล ขณะนั้นเองที่ภาพเคลื่อนไหวภายใต้จินตนาการดำเนินไปอย่างเชื่องช้า มีออร่าสีชมพูอ่อนทอแสงอยู่รอบกายเราทั้งสอง อีกยังมีฟองสบู่จากแห่งหนใดก็ไม่รู้ลอยคละเคล้ากับกลุ่มควันขาว

แต่ห้วงแห่งความฝันสีลูกกวาดมีโอกาสได้คงอยู่เพียงแค่ชั่วครู่ เพราะผู้ครองสัมผัสอ่อนโยนดังกล่าวนั้นดันแปรพักตร์ ชานยอลรู้อยู่แล้วว่ามุกหลอกล่อให้เหยื่อตายใจนั้นได้ผลเสมอ เขาบดบี้ปลายนิ้วลงกับเนื้อนุ่มหยุ่นด้วยความมันเขี้ยว จับยืดมันออกจนใบหน้าน่ารักบูดเบี้ยวชวนให้แกล้งเพิ่ม ซึ่งเขาทำแน่ ทำแน่ ๆ แต่แค่ไม่ใช่ตอนนี้ แบคฮยอนบุบสลายมามากพอแล้วกับไอ้ขี้เมาพวกนั้น 

“อื้อออออออ”

“มันเขี้ยวว่ะ”

และเพราะผู้เคราะห์ร้ายยังเข้าใจว่าอีกฝ่ายมีความหวังดีให้กัน ความไม่พอใจที่ถูกฉวยโอกาสจึงออกมาภายใต้รูปแบบการบ่นหงุงหงิงอยู่ตามลำพังในลำคอ แบคฮยอนมุ่ยหน้า คลึงกำปั้นนวดแก้มขึ้นสีของตัวเองช้า ๆ หลบสายตาจอมกวนประสาทด้วยเหตุผลบางประการที่ทำให้รู้สึกจักจี้หัวใจ

“หิวมากปะ ผมซื้อขนมมาให้ เอามากินรองท้องก่อนก็ได้นะ”

“ม่ะต้อซื้อมาแล้ก็ด้า เกรจา”

“ไม่ต้องเกรงใจ ผมอยากซื้อให้”

เสียงห้ามของแบคฮยอนเข้าหูซ้ายทะลุหูขวาของชานยอลโดยปริยาย เมื่อเด็กหนุ่มหยัดกายลุกขึ้นเดินไปวุ่นวายอยู่กับถุงกระดาษบนแฮนด์รถ ชั่วอึดใจก็กลับมาพร้อมกล่องพลาสติกบรรจุขนมในมือหนา

“ไดฟูกุไส้ถั่วแดงกับสตรอว์เบอร์รี”

“อานี้จาด้า อะหร่อมั่ก”

เมื่อร่างเล็กสังเกตเห็นบรรจุภัณฑ์อันคุ้นตา ความตั้งใจที่จะไม่รับความหวังดีของชานยอลก็พลันถูกทำลาย เขาชอบมันมาก ชอบที่สุดในบรรดาพาเหรดขนมทั้งหมด หากเป็นเจ้านี่แล้วล่ะก็ แบคฮยอนยินดีกินอีกเป็นคันรถเลยด้วยซ้ำ เอาให้ตัวแตกตายหรือกลายเป็นผลไม้สีแดงที่ว่านั่นไปเลย

“ชอบอันนี้เหรอ”

“อื้อ”

รับคำในลำคอพลางพยักหน้าหงึกหงักจนเส้นผมปลิว ขณะที่มือน้อย ๆ กำลังบรรจงแกะหีบห่อหุ้มขนมสัญชาติญี่ปุ่นออกมา ดวงตาเป็นประกายวาววับราวกับท้องนภาในคืนพร่างดาว

“ไว้จะซื้อมาให้อีก”

ชานยอลว่าพร้อมรอยยิ้ม วางแขนเท้าคางมองคนตรงหน้ายกก้อนขนมสีขาวขึ้นมาดมกลิ่นฟุดฟิด ก่อนจะงับเอามันเข้าปากไปเคี้ยวหยุบหยับครึ่งชิ้น ชายหนุ่มวัยยี่สิบห้าที่มีบุคลิกคล้ายเด็กครางในลำคอแทนคำยืนยันว่าตนเองพอใจรสชาติหอมหวานและสัมผัสนุ่มละมุนมากเพียงใด เปลือกตาสีอ่อนปิดพริ้ม ส่วนแก้มกลม ๆ ก็ยกขึ้นให้เห็นอย่างเด่นชัด

“ชายอกีดั้วกา”

“ไม่เอาอะ ผมไม่ชอบของหวาน”

ส่ายศีรษะปฏิเสธคำชวนนั้น แต่ชานยอลก็ได้รู้ว่าพี่หมวยตื๊อเก่งเช่นกันผ่านการยื่นขนมอีกครึ่งที่เหลือมาให้ อีกฝ่ายจ้องมองเขาด้วยดวงตาใส ๆ คล้ายกำลังกดดันกันอยู่ในที ซึ่งนั่นออกฤทธิ์คล้ายกับน้ำกรดที่รินรดให้หัวใจใต้อกหนาอ่อนยวบยาบ

“กีดั้วกา”

“ขี้ตื๊อว่ะ”

ชานยอลยื่นใบหน้าเข้าใกล้ชิ้นขนมบนมือน้อย ค่อย ๆ ขบฟันกัดผิวแป้งนุ่มหยุ่นตลอดจนถึงเนื้อผลไม้สีแดงฉ่ำ ในขณะที่ดวงตากลมโตคู่นั้นช้อนมองคนตรงข้ามไม่ลดละ ก่อนชานยอลจะผละออกมาส่ายศีรษะ เมื่อรสชาติไม่พึงปรารถนาคละคลุ้งทั่วโพรงปาก

ในตอนนั้นเองที่แบคฮยอนเกิดความรู้สึกแปลกประหลาดขึ้นอีกครา แต่เขาก็กลบเกลื่อนมันโดยการส่งชิ้นขนมอีกครึ่งหนึ่งเข้าปาก หยิบยกแก้วน้ำเย็นขึ้นดื่มดับความร้อนเฉพาะจุดบนใบหน้า กลอกกลิ้งสายตาไปหาศูนย์รวมแห่งใหม่ที่ไม่ใช่ชานยอล ซึ่งถือเป็นโชคดีเหลือเกินของร่างเล็กเมื่อบริกรของทางร้านเข้ามาช่วยพยุงสถานการณ์ประดักประเดิดพร้อมอาหารบบนถาด

มื้อนี้ของแบคฮยอนไม่ได้มีเพียงข้าวต้มเปล่ากับผัดผักบุ้งอีกต่อไปแล้ว เพราะชานยอลเลือกสั่งยำปลาสลิด หอยลายผัดพริกเผา ปลาหมึกผัดไข่เค็ม ต้มยำหม้อไฟ สามชั้นทอดกรอบ และแกงจืดเต้าหู้ร้อน ๆ มาให้ เรียกได้ว่าชุดใหญ่ กินแบบสั่งตาย พรุ่งนี้จะไม่ตื่นขึ้นมาลิ้มรสสิ่งใดอีกแล้ว 

“เอ้า ข้าวมาแล้ว กินไป กินให้เยอะ ๆ ดูดิ ตัวอย่างกับมด หมดแล้วผมจะไปส่งบ้าน”

เจ้าของประโยคพยักเพยิดให้แบคฮยอนเริ่มจัดการพาเหรดอาหารตรงหน้า ขณะที่ตนเองก็ลงมือกระทำเช่นเดียวกัน มื้ออาหารแสนธรรมดานั้นดำเนินไปช้า ๆ โดยชานยอลรับหน้าที่ผู้ให้บริการบ่อยครั้ง เขาคอยตักกับข้าว เติมน้ำ หยิบส่งกระดาษเช็ดปากถึงมือน้อยอย่างไม่ขาดตกบกพร่อง ใช้สายตาที่เคยจ้องมองเพียงแค่แฟนสาวเผื่อแผ่ให้กับอีกฝ่ายอย่างเป็นธรรมชาติ โดยไม่ทันได้คิดด้วยซ้ำว่านั่นเป็นพฤติกรรมอันมิบังควร

กระทั่งภาชนะทั้งหมดว่างเปล่า ข้าวในชามไม่หลงเหลือ เด็กหนุ่มก็ออกหน้ารับผิดชอบค่าใช้จ่ายทั้งหมดเอง แน่นอนว่าแบคฮยอนคัดค้าน แต่ชานยอลดื้อด้านและใช้ความได้เปรียบทางร่างกายเข้าจัดการปัญหานั้น สุดท้ายแล้วร่างเล็กจึงต้องขึ้นนั่งซ้อนท้ายสารถีจำเป็นพร้อมใบหน้ายุ่งเหยิง พร้อมทั้งเปิดปากบ่นความป๋าของนักศึกษามหาวิทยาลัยไปตลอดทาง โดยมีชานยอลรับบทเป็นผู้ฟังที่ดี

พูดเจื้อยแจ้วได้แบบนี้แสดงว่าอารมณ์ดีขึ้นบ้างแล้ว ชานยอลรู้อย่างนั้นก็เบาใจ แบคฮยอนที่หวาดกลัวและทำท่าราวกับจะร้องไห้อยู่ตลอดเวลานั้นไม่ใช่คนโปรดของเขาเลย

ใช้เวลาอยู่บนเบาะรถมอเตอร์ไซค์ไม่นาน บ้านสองชั้นขนาดกลางที่มีรั้วรอบขอบชิดก็ปรากฏอยู่ตรงหน้า เถาไม้เลื้อยและพืชยืนต้นริมกำแพงให้ความรู้สึกลึกลับใต้แสงไฟทางสลัว สภาพเพื่อนบ้านโดยรอบน่ากลัวจนชานยอลไม่รู้สึกถึงความปลอดภัยใด ๆ รถราก็จอดขนาบทางเท้า แถมดึกขนาดนี้ยังมีวงเหล้าตั้งอยู่ท้ายซอย แบคฮยอนช่างเป็นคนที่ใช้ชีวิตอยู่ท่ามกลางความเสี่ยงสูงขนานแท้ แต่อีกฝ่ายคงเลือกอะไรได้ไม่มาก ลำพังแค่ค่ากินยังต้องประหยัด ไม่ต้องคิดถึงที่พักราคาแพงเลย

แบคฮยอนปีนลงจากเบาะที่นั่งด้านหลังอย่างทุลักทุเลเมื่อรถคันใหญ่จอดสนิท หลังจากใช้เวลาในระหว่างทำตัวจุกจิกจนเกินพอดีคิดว่าควรทำอะไรสักอย่างให้อีกฝ่ายสบายใจมากกว่ารำคาญ ร่างเล็กก็ตัดสินใจสงบปากสงบคำและเตรียมคำพูดชุดหนึ่งเอาไว้เพื่อตอบแทนความช่วยเหลือทั้งหมดในวันนี้

“ชายอ...”

เมื่อได้ยินเสียงเรียกและมองเห็นดวงตาใส ๆ ที่ช้อนมองขึ้นมา ชานยอลก็เลิกคิ้วกลับคืนแทนการตั้งคำถาม

“ข่อคูนะ”

“ไม่เป็นไร ถือว่าหายกันกับที่เคยแกล้งเอาไว้ อะ อย่าลืมถุงขนม”

เขาวาดยิ้ม ส่งถุงขนมให้เสร็จแล้วก็พลันยกฝ่ามือขึ้นวางบนศีรษะอีกฝ่าย หากเมื่อตระหนักได้ว่าเผลอทำตัวสนิทสนมกับคนเป็นพี่มากเกินไปจึงดึงอวัยวะกลับคืนมาไว้กับตัว

“ผมขอยืมโทรศัพท์หน่อยได้ปะ”

แม้ร่างเล็กจะไม่เข้าใจนัก แต่ก็ยอมควักเอาโทรศัพท์ออกมายื่นให้ แบคฮยอนเห็นว่าชานยอลรับเอาไปวุ่นวายอยู่พักหนึ่งจึงส่งกลับคืนมา

“ผมเมมเบอร์เอาไว้ให้นะ วันไหนเลิกดึกแล้วคนในสาขามาส่งถึงบ้านไม่ได้ก็โทรมา เดี๋ยวผมไปรับ”

“อื้อ”

ครางรับในลำคอพร้อมความรู้สึกอบอุ่นซึ่งแล่นลุกลามไปทั้งหัวใจ ตั้งแต่ย้ายมาอยู่เมืองหลวง แบคฮยอนก็ไม่เคยมีใครมาดูแลเอาใจใส่ เรียกได้ว่าชานยอลเป็นคนแรกในรอบหลายปี และถึงแม้จะเริ่มต้นกันไม่ดี หากเผลออีกทีช่วงชีวิตของเขาก็มีอีกฝ่ายมาวุ่นวายวนเวียนจนเป็นปกติไปเสียแล้ว

“แค่นี้แหละ ไปแล้วนะ”

“ชายอ เดี๋ยก่อ”

แบคฮยอนส่งมือออกไปดึงรั้งชายเสื้อนักศึกษาของอีกฝ่ายเอาไว้ ไม่ยอมให้ชานยอลติดเครื่องยนต์ได้อย่างที่ตั้งใจ

“อะไรอีกครับ”

“มาดื่อมากแล้...ค้าที่นี่ก่อไหม” คนตัวเล็กเกลี่ยปลายลิ้นกับริมฝีปากล่าง เบือนหน้าหนีดวงตากลมโตสีดำขลับเมื่อเกิดรู้สึกกระดากต่อการกระทำของตนเองขึ้นมา “ม่ะอย่าห้ะขับโระกละ มาอาตารา”

“แน่ะ เป็นห่วงผมเหรอ”

แต่เป็นเช่นนั้นได้แค่เพียงไม่นานก็ต้องกลับมาขมวดคิ้วทำหน้าบึ้งอีกครา เพราะชานยอลทำราวกับว่าความรู้สึกห่วงใยของแบคฮยอนเป็นเรื่องล้อเล่น แถมยังมายักคิ้วหลิ่วตา ทำท่าเจ้าชู้ใส่ มันน่าปล่อยให้ขับรถออกไปตายเสียให้เข็ด

“เห็นว่าขอร้องหรอกนะ จะนอนด้วยก็ได้”

“เอาโระเข้ามาจ่อในบ้าดั้ว”

ง้างเปิดประตูเหล็กหน้าบ้านออกกว้าง หลีกทางให้ร่างสูงเข็นจูงรถคันใหญ่เข้ามาด้านในเพื่อป้องกันการถูกขโมยไปกลางดึก พูดก็พูดเถอะ สมาชิกส่วนใหญ่ของชุมชนที่เขาอาศัยอยู่นั้นล้วนไว้ใจไม่ได้ แถมมอเตอร์ไซค์ของชานยอลยังไม่ใช่ยี่ห้อตลาดดาษดื่น เกิดถูกยกขึ้นมาจริง ๆ แบคฮยอนจะเอาปัญญาที่ไหนมาซื้อใช้

“อยู่กับใครบ้างเนี่ย”

“โคเดีย”

แม้จะเหงาไปบ้าง แต่ก็เป็นส่วนตัวดี แบคฮยอนเคยอยู่ร่วมกับญาติฝ่ายแม่ซึ่งเป็นเจ้าของกรรมสิทธิ์บ้านหลังนี้ แต่เมื่อพวกท่านย้ายออกไปซื้อทาวน์โฮมใกล้รถไฟฟ้าอยู่ เขาเลยได้ครองอาณาจักรดังกล่าวตามลำพังโดยไม่เสียเงินค่าเช่า รับผิดชอบเพียงค่าน้ำและค่าไฟฟ้า แลกกับการดูแลรักษาที่อยู่อาศัยให้อยู่ในสภาพดีเสมอ

“เฮ้ย อันตราย”

“ชีแล้ว”

“ไม่เกี่ยวกับชินไม่ชินเลย”

เดินนำขึ้นบ้านพลางคลายล็อกกุญแจที่ลงไว้เป็นประจำ ก่อนจัดการเปิดไฟให้แสงสว่างต้อนรับแขก ห้องโถงดูคับแคบลงไปทันตาเมื่อมีชานยอลก้าวเข้ามาอยู่ด้วย

“น่าก่อนะ เดี๋ยเอาน้ามาห้า”

“ให้ผมนอนนี่แล้วมีเสื้อให้ผมยืมเปล่าเนี่ย ผมไม่ใส่ชุดนี้นอนนะ”

แค่ครู่อึดใจแบคฮยอนก็กลับออกมาพร้อมแก้วน้ำเย็นในมือ ชานยอลจึงได้โอกาสท้วงถึงเรื่องเสื้อผ้า จริง ๆ แล้วเขายังมีชุดวอร์มสำรองอยู่ในช่องเก็บของ ทว่าหากนำมันมาใช้ตั้งแต่ตอนนี้คงไม่มีอะไรใส่ไปมหาวิทยาลัยแน่ เห็นทีคืนนี้คงต้องลำบากเจ้าบ้านเป็นธุระให้อีกเรื่อง

“มีซี่”

สิ้นคำแบคฮยอนก็วิ่งกระดุ๊กกระดิ๊กไปทรุดตัวนั่งอยู่หน้าลิ้นชักขนาดใหญ่ ลงมือขุดคุ้ยเสื้อผ้าด้านในที่ชานยอลน่าจะพอยัดตัวเองลงไปได้ออกมากองตรงหน้า ลองเทียบขนาดด้วยสายตาแล้วจึงเลือกเอาเสื้อยืดสีดำกับกางเกงขายาวให้อีกฝ่ายยืมใส่นอน

“นี่ส่าด้าไหม”

“คงพอได้ ขอบคุณครับ”

“ผ้าโขหนู ชายอไปอ่าน้ำก่อเลอ”

สำทับด้วยผ้าขนหนูใหม่ให้ชานยอลล่วงหน้าไปอาบน้ำ พลางพยักพเยิดส่งสัญญาณผ่านการกระทำเพื่อบอกทิศที่ตั้งของห้องสุขา ส่วนตัวเองก็เดินตรงเข้าหาประตูห้องนอนซึ่งตั้งอยู่ทางด้านขวามือ

“แล้วพี่อะ”

“จะจัดที่นอห้า”

“อ๋อ โอเค”

สิ้นคำชานยอลก็เดินผ่านครัวเข้าไปอาบน้ำชำระร่างกายตามคำสั่ง ส่วนแบคฮยอนที่ตั้งใจจะเสียสละห้องนอนให้อาคันตุกะพักอาศัยก็ลงมือจัดเตียงใหม่ หาหมอนหนุนมาเพิ่มให้ และแยกเอาเจ้าตุ๊กตาเน่าออกมาไว้ด้านนอก สะบัดฟูกขนาดสามฟุตแผ่ปูตรงหน้าทีวีเป็นที่พักผ่อนในคืนนี้ ก่อนนึกขึ้นได้ว่าหน้าที่เจ้าบ้านที่ดียังไม่สิ้นสุดเสียทีเดียว เขาลืมไปเสียสนิทเลยว่าไม่ได้แกะแปรงสีฟันด้ามใหม่มอบให้อีกฝ่าย เลยรีบร้อนระเห็จตามเข้าห้องครัวไปเคาะประตูเรียกหา โดยไม่ทันนึกแม้เพียงนิดว่าการขัดจังหวะคนอาบน้ำกลางคันจะทำให้ตัวเองพบกับสิ่งใด

“ชายอ”

“หืม?”

“เป่อหน่อ แปรสีฟา ๆ”

เด็กหนุ่มที่เคยกวนประสาทคนนั้นกลับกลายเป็นเด็กดีขึ้นมาในทันตา เมื่อชานยอลเชื่อฟังคำสั่งโดยการบิดเปิดประตูออกมาเผชิญหน้ากับเจ้าบ้านทั้ง ๆ ที่สภาพตนเองยังไม่เรียบร้อยนัก

“.........”

ทำเอาแบคฮยอนถึงกับน้ำท่วมปากเมื่อต้องเผชิญหน้ากับเจ้าของเรือนร่างสูงใหญ่ที่เต็มไปด้วยมัดกล้าม ชานยอลนุ่งกางเกงปิดบังเพียงท่อนล่าง ส่วนด้านบนนั้นเปิดเปลือยท้าสภาพอากาศ เนื้อกายสีค่อนไปทางแทนถูกเคลือบทับด้วยละอองน้ำ เส้นผมเปียกลู่เคลียใบหน้า บนบ่ากว้างมีเสื้อยืดพาดเคียงผ้าขนหนูอยู่ไม่ห่าง

แบคฮยอนไม่รู้ว่าเขาเผลอไผลให้กับเรือนร่างของอีกฝ่ายนานเท่าไร แต่เขาได้สติกลับคืนในตอนที่ชานยอลยื่นหน้าเข้ามาใกล้ แล้วห่อปากพ่นลมใส่หน้าผากจนผมหน้าม้าแตกกระเจิง

“มองไร เดี๋ยวคิดเงินนะ”

กล่าวเย้าพร้อมรอยยิ้มเจ้าเล่ห์ อุตส่าห์ว่าจะละเว้นการกลั่นแกล้งอยู่แล้วเชียว แต่แบคฮยอนก็ยังมาทำตัวน่ามันเขี้ยวให้เขาทนไม่ไหว เกิดชานยอลหน้ามืดตามัวถือวิสาสะบีบขยำพี่เขาอย่างเอาแต่ใจจะทำอย่างไรกัน

“ฮื่อ!! เอาไปเลอ!!”

“เอ้า แต๊ะอั๋งอีก”

แต๊ะอั๋งที่หน้า!! แบคฮยอนก็แค่ยัดแปรงสีฟันใส่แผงอกอีกฝ่าย หลังมือแตะถูกเนื้อยังไม่ถึงสิบวินาทีด้วยซ้ำกระมัง พูดอย่างกับเขาลูบไปทั่วทั้งกายอย่างนั้นล่ะ!

กระฟัดกระเฟียดเดินปึงปังออกจากห้องครัวไป แต่ก็ยังมิวายได้ยินเสียงหัวเราะสะใจจากอาคันตุกะไล่หลัง แบคฮยอนหมั่นไส้ไอ้เด็กบ้านี่นัก ทำตัวน่ารักได้ไม่เคยเกินครึ่งวันเลยสักครั้ง มันน่าโดนฟาดให้หลาบจำกันไปข้าง หากคิดไปคิดมาแล้ว เขาไม่อยากเอาสุขภาพกายเข้าเดิมพันกับแรงหมีควาย ปวดไหล่ครั้งก่อนยังตราตรึงอยู่ในความทรงจำไม่หาย

...เพราะฉะนั้นแบคฮยอนไม่สู้ดีกว่าจ้า

“ทะมาม่าส่าเสื้อ!”

แต่ก็ยังไม่วายมีเรื่องให้ปะทะฝีปาก เมื่อแบคฮยอนหันหน้าไปปะทะกับมนุษย์กึ่งชีเปลือยอีกคราในห้องโถงของบ้าน ชานยอลยังคงล่อนจ้อนท่อนบนอยู่อย่างหน้าไม่อาย ขนาดโดนตวาดยังทำไม่สนใจ ลอยชายเดินไปเอนหลังบนเก้าอี้ประจำตำแหน่งของเขาเสียอย่างนั้น

“ร้อน เดี๋ยวเหงื่อออกอีก พี่รีบไปอาบน้ำดิ จะได้รีบนอน”

“รู้แล้! นี่ส่าเสื้อดั้วนะ!”

“คร้าบ รีบไปเหอะ”

ชานยอลบอกปัดอย่างขอไปที เขาไม่มีทางใส่เสื้อยืดของแบคฮยอนเร็ว ๆ นี้แน่ เพราะไม่อยากเหงื่อออกอย่างที่ว่า เขาขี้ร้อนมาก ปกติกลับบ้านก็ขลุกอยู่แต่ในห้องแอร์ พอมีแค่พัดลมเลยลำบากนิดหน่อย เด็กหนุ่มเอื้อมมือไปคว้าเอาโทรศัพท์มากดเล่นฆ่าเวลาในระหว่างที่รอเจ้าบ้านอาบน้ำ ส่งข้อความบอกพี่สาวว่าวันนี้ไม่กลับ และท่องโลกออนไลน์ไปเรื่อยเปื่อย พักใหญ่เลยทีเดียวกว่าจะได้ยินเสียงฝีเท้าอีกครั้ง ปลายหางตาของชานยอลสังเกตเห็นขากางเกงสั้น ๆ เดินโฉบไปมา แต่เพราะมัวสนใจคลิปวีดีโอในมือถือเลยไม่ได้เงยหน้ามองตรง ๆ เสียที

 “เชี่ย พี่ทำอะไรเนี่ย!”

ชานยอลสะดุ้งตัวโยนจนแทบหล่นลงจากเก้าอี้ตามโทรศัพท์ราคาแพงไป สิ่งที่ปรากฏในกรอบสายตาคือร่างเล็กภายใต้เสื้อตัวใหญ่ปิดต้นขากับกางเกงประหยัดผ้า ตามตำรานิยายชายรักชายที่เป็นกระแสไม่มีผิดเพี้ยน หากนั่นไม่ใช่สาเหตุหลักของอาการตกอกตกใจ เพราะแป้งสีขาวบนใบหน้านวลนั่นต่างหากที่เด่นชัดยิ่งกว่าองค์ประกอบชวนคิดลึกใด ๆ ก็ตาม

“พ่อหน้างา ไม่เคอเหเหรอ”

ให้คำตอบพลางกดครีมหอม ๆ โชลมลงบนผิว แบคฮยอนไม่เข้าใจเลยว่าเหตุใดชานยอลถึงต้องทำเป็นตกอกตกใจขนาดนั้น ทั้ง ๆ ที่เรื่องแบบนี้ชาวบ้านเขาก็ทำกันจนเป็นปกติ

“อย่างกับจูออน!” เขาถอนหายใจ นี่มานอนกับพนักงานเซเว่นหรือหลุดมาอยู่ในหนังผีอมตะของแดนอาทิตย์อุทัยกันแน่วะ “ก่อนนอนไปล้างด้วยนะ”

“ทำมา กลัวผีเหรอออ”

ว่าเปล่าเสียที่ไหน แบคฮยอนยังยื่นหน้าเข้าใกล้พร้อมแลบลิ้นสีแดงสดหยอกคนบนเก้าอี้ ทั้งยังลากเสียงยาวชวนให้ชานยอลยิ่งหมั่นไส้ โถ่ ตัวก็ใหญ่แสนใหญ่ แต่ใจเล็กอย่างกับมดปลวก

“ไม่ได้กลัวเหอะ แต่คิดดูนะ กลางค่ำกลางคืนผมสะดุ้งตื่นขึ้นมาเจอหน้าขาว ๆ เนี่ย พี่คิดว่าหัวใจผมจะวายไหม”

“เป๊าะ โตหย่าซะเปล่า”

“ปากคอเราะร้าย ผู้ใหญ่นิสัยไม่ดี อย่างนี้ต้องลงโทษ!”

พอคนไม่กลัวผีตั้งท่าจะกระโจนเข้าใส่ แบคฮยอนที่มีลางสังหรณ์ว่าตัวเองจะถูกเก็บดอกเบี้ยในข้อหาน่าหมั่นไส้ก็รีบตบเท้าหนี แต่ช่วงขาเขาก็สั้นเท่านี้ แถมบ้านยังคับแคบ ไม่นานนักเลยถูกท่อนแขนหนาเกี่ยวรัดจนตัวลอยเข้าไปอยู่ในอ้อมกอด ก่อนถูกมือใหญ่บีบบี้ริมฝีปากกระทั่งมันมู่ทู่ แถมช่วงเอวที่แสนอ่อนไหวยังโดนสัมผัสยุ่มย่ามลุกลามอย่างอุกอาจ แบคฮยอนสะบัดเสียงหัวเราะจนหน้าดำหน้าแดง ส่วนชานยอลเองก็เดินหน้าสนองความต้องการของตนเองต่อไป

ทุกการกระทำล้วนเป็นธรรมชาติ ไม่มีฝ่ายใดนึกเอะใจว่ามันแปลกประหลาด จนกระทั่งแบคฮยอนเริ่มหอบหายใจ ฝ่ามือน้อยเกาะก่ายช่วงไหล่กว้างเปลือยเปล่า ใบหน้าของเราอยู่ใกล้เพียงมือเอื้อม เนื้อตัวแนบสนิทมีเพียงผ้าเนื้อบางกั้น ดวงตาสะท้อนภาพของกันและกันอย่างชัดเจน

ชานยอลทอดสายตามองภาพเบื้องหน้าอยู่อีกครู่อึดใจ จึงค่อย ๆ คลายอ้อมแขนออก เขาส่งเสียงกระแอมเมื่อรู้สึกถึงไอความประดักประเดิดในบรรยากาศ กระเดือกกลืนน้ำลายดับความแห้งผาก และเลียริมฝีปากด้วยไม่รู้จะทำสิ่งใด

“ส่าเสื้อซะทีสิ”

แบคฮยอนเป็นฝ่ายทำลายบรรยากาศประหลาดดังกล่าวนั้นก่อน เขาควบคุมอาการของตัวเองเอาไว้ภายใต้ใบหน้าร้อนผะผ่าว ยกเอาเรื่องเสื้อขึ้นมากล่าวด้วยเสียงแผ่วเบาพลางถอยฝีเท้าทิ้งระยะห่างจากอีกฝ่าย ส่วนชานยอลเองก็ยอมทิ้งสถานะชีเปลือยทิ้งไป แล้วลงมือประกอบชุดให้เรียบร้อยตามคำสั่ง

“ตะเข็บแทบแตก”

“โตใหญ่เองทะมะเล่า”

เรื่องเวอร์ไม่มีใครเกิน อย่างนี้เขาเรียกว่าพอดีตัวเถอะ อีกอย่างนะ ชานยอลคาดหวังจะได้อะไรจากตู้เสื้อผ้าของแบคฮยอนกัน ที่ยกให้ใส่เจ้าตัวไปนั่นเขาก็แทบใช้งานแทนผ้าห่มได้แล้ว

พอเห็นหน้าบู้บี้กับปากมุบมิบแล้วชานยอลก็อดกลั้วหัวเราะด้วยความเอ็นดูไม่ได้ “แล้วนี่จะให้ผมนอนไหนอะ”

“ในห้อนี่” แบคฮยอนเดินนำพาชานยอลเข้าไปในห้องนอน สับสวิชต์ให้ไฟสว่าง “นอได้ม้า ไม่มีแอร์ แต่จะหาพะโลมาเพ่อให้”

“แล้วพี่นอนหน้าทีวีอะนะ”

“อื้อ”

“บ้าละ นอนทำไมข้างนอก เตียงก็ออกจะเบ้อเริ่ม”

ตอนแรกที่เห็นฟูกหน้าโทรทัศน์ ชานยอลคิดว่าเตียงพี่แบคฮยอนจะขนาดแค่สามฟุตครึ่งเสียอีก แต่ความจริงแล้วมันใหญ่ยิ่งกว่าคิงไซส์ ต่อให้มีเขาสองคนก็นอนได้สบาย ไม่เบียดเลย

“เดี๋ยชายอนอนไม่สบา”

“ไร้สาระ นอนด้วยกันนี่แหละ เป็นเจ้าบ้านจะมานอนพื้นแข็ง ๆ ได้ยังไง”

ชานยอลยอมไม่ได้หรอก

“ไม่อย่างนั้นผมจะนอนกับพี่ด้วย”

เพราะอย่างนั้นก็เลยเอาแต่ใจ ดื้อมันไปให้สุดทาง!

“ไม่ต้อเลอ”

“นั่นแหละ นอนด้วยกัน”

“โธ่ ชายอ”

“นอน ด้วย กัน”

สำทับด้วยน้ำเสียงและสายตาเอาจริงเอาจัง อย่างไรเขาก็ยืนกรานเรื่องนอนกับแบคฮยอนในคืนนี้ เพราะเชื่อว่าอย่างไรเสียสุดท้ายพี่โหม๋จะต้องยอมใจอ่อนให้แน่

“ก็ด้า...”

นั่นไง เขาพูดผิดไปเสียที่ไหนกัน

“เด็กดี”

แบคฮยอนขอซื้อ! ขอซื้อคำว่าเด็กดีที่มาจากปากชานยอล! มันครั้งที่สองของวันแล้วนะ เขาจะบ้าตาย! แล้วไอ้แก้มไม่รักดีนี่มันอย่างไรกัน ร้อนอยู่นั่น จะผันตัวเป็นกระทะทอดหอยเลยไหมล่ะ!

ร่างเล็กตัดสินใจไม่ต่อความยาวสาวความยืด เมื่อตกลงกันว่าคืนนี้จะไม่มีการนอนแยกกัน แบคฮยอนก็เริ่มไล่ตรวจตราความเรียบร้อยของบ้าน เขาลงกลอนประตูทุกบานก่อนจะวกกลับมาเก็บฟูกกลับเข้าห้อง ส่งหมอนและตุ๊กตาเน่าคืนตำแหน่งข้างหน้าต่าง ใกล้กันนั้นเป็นเครื่องนอนของแขกบ้าน ส่วนปลายเท้ามีพัดลมตัวใหญ่ที่แบคฮยอนใช้เป็นประจำ

แต่เพราะอีกฝ่ายขี้ร้อน เท่านั้นอาจยังไม่พอ แบคฮยอนเลยระเห็จออกมานำเอาพัดลมเข้ามาเสริม กดเปิดมอเตอร์เพิ่มความเย็นพร้อมเบี่ยงทิศทางลมให้ชานยอลรับไปเต็ม ๆ หนึ่งตัวใหญ่

“เยหรือยา”

“ยัง ๆ ยังไม่ได้เย พี่อยากให้เยเหรอ”

คนอย่างชานยอลไม่เคยพูดเปล่า เด็กหนุ่มขยับย้ายคืบคลานขึ้นนั่งบนเตียงกว้าง แสดงสีหน้าและอาการคุกคามเจ้าบ้านอย่างเต็มที่ ก็ช่วยไม่ได้นี่นะ แบคฮยอนเริ่มพูดจาสองแง่สองง่ามเอง ถึงจะเป็นเพราะสำเนียง แต่หากปล่อยโอกาสดี ๆ ไปเปล่า ๆ แน่นอนว่าไม่ใช่เขาตัวจริง

“ทะลื่อ!”

และแม้จะถูกมือน้อย ๆ ผลักจนซีกหน้าสะบัดหันไปอีกข้าง แต่ชานยอลก็ยังอารมณ์ดี เขากลั้วหัวเราะเสียงดัง จ้องมองลูกแก้มกลมที่ขึ้นสีแดงด้วยสายตาราวกับราชสีห์ ก่อนเอื้อมคว้าต้นแขนขาวรั้งเอาเจ้าของร่างเข้ามาใกล้

“มานอนได้แล้วครับ”

แล้วแบคฮยอนจะทำอะไรได้ นอกจากยอมเดินไปปิดประตูปิดไฟเพื่อเตรียมห้องให้พร้อมสำหรับการหลับนอนของคุณชาย เขาเดินอ้อมปลายเตียงพาตัวเองมาเอนกายหนุนหมอนใบข้าง ๆ ตะแคงมองอาคันตุกะภายใต้แสงไฟทางที่ลอดผ่านบานหน้าต่างเข้ามา ขณะฝ่ามือขยับสะบัดผ้าห่มคลุมท่อนล่างเพราะความเคยชิน

“พรุ่งนี้พี่เวรบ่ายใช่ปะ”

“อื้อ”

“ผมก็เรียนบ่าย เดี๋ยวไปส่งที่สาขา”

พยักหน้าหงึกหงักแทนการตอบรับอีกฝ่าย แบคฮยอนไม่ปฏิเสธอยู่แล้วล่ะ ถ้าชานยอลเห็นว่าเป็นทางผ่านก็จะได้ประหยัดค่าบริการสาธารณะของเขาด้วย

“นี่จะไม่ไปล้างหน้าจริงดิ”

“ม่ะ”

“ผมหัวใจวาย พี่รับผิดชอบเลยนะ”

“กาก!”

ไม่วายแดกดันคนที่ขยันย้ำเรื่องแป้งพอกบนใบหน้าของเขาเสียเหลือเกิน ไหนชานยอลว่าตนเองไม่กลัวอย่างไรเล่า แล้วจะมาเซ้าซี้ให้แบคฮยอนไปล้างมันออกเพื่ออะไร ใจกากปากเก่งแท้ ๆ เลย ไอ้เด็กยักษ์นี่

“แน่ะ พูดจาไม่ดีอีกแล้วนะ เดี๋ยวพ่อจะจี้ให้ขาดใจตายไปเลย”

“หยะนะ!”

แต่พอถูกขู่เข้าจริง ๆ แบคฮยอนก็หงอ ไม่รู้เลยว่าที่จริงแล้วใครใจกากปากเก่งกันแน่ เขาเอื้อมมือไปคว้าเอาอวัยวะเดียวกันหากกลับมีขนาดใหญ่กว่าทั้งสองข้างมารวบรวมกันเอาไว้ เพื่อป้องกันไม่ให้ชานยอลใช้มันเป็นเครื่องมือทำร้ายร่างกายอย่างที่ปากว่า

“ไปล้างหน้า เร็ว ๆ ทาทิ้งไว้เนี่ยฝุ่นเข้าจมูกเข้าตาหมด เดี๋ยวก็ไม่สบาย”

“ทะมาต้านาน ไม่เหเปอะรา”

“นั่นไม่ได้แปลว่าวันหนึ่งจะไม่เป็นสักหน่อย”

“วานี้ไม่ล้าแล้ งั่ว จะนอ”

“ถ้าอย่างนั้นก็นอน แต่วันอื่นไม่ทำแบบนี้แล้วนะ เปลี่ยนพฤติกรรม”

“อื้อ นอแล้วนะ”

แบคฮยอนไม่รู้ว่าเหตุใดเขาจึงเอ่ยรับปาก บางทีอาจเป็นเพราะความง่วงงุนที่เข้าแทรกแซงสมดุลของสติสัมปชัญญะ จังหวะปิดกะพริบเปลือกตาเริ่มเชื่องช้าเมื่อห้วงนิทรามาถึงไวกว่าการคาดคะเนล่วงหน้า  

“ครับ ฝันดีนะ”

“ฝาดีชายอ”

ภาพจำสุดท้ายซึ่งจะเลือนลางปะปนกับความฝันประจำค่ำคืนนี้คือชานยอลอื้อมมือมาลูบเบา ๆ บนกลุ่มผมนุ่ม ทิ้งสัมผัสละมุนสำทับคำอวยพรจากเสียงทุ้มช่วยขับกล่อมให้พนักงานตัวน้อยหลับไหลไปพร้อมความอบอุ่นที่ก่อตัวในหัวใจ

 

 

กว่าชานยอลจะฟื้นขึ้นจากห้วงนิทรา ข้างกายของเขาก็ไม่มีเจ้าบ้านนอนเคียงอยู่ด้วยแล้ว เด็กหนุ่มยืดหลังอย่างเกียจคร้าน จัดการเก็บชุดเครื่องนอนให้กลับไปสู่สภาพเดิมที่เคยเป็นและตบปุ่มปิดพัดลม ก่อนจะลุกขึ้นก้าวขาพาตนเองออกไปด้านนอก แสงอาทิตย์ยามสายสาดลอดเข้ามาทางบานหน้าต่างรอบตัวบ้าน ประตูไม้เปิดรับลมเย็นที่พัดโกรกเข้ามาเป็นระยะ ทั้งยังมีเสียงพวงโมบายล์ช่วยเสริมบรรยากาศให้ยิ่งสดชื่นขึ้นไปอีก

ชานยอลยืนเท้าสะเอวกวาดสายตาหาคนตัวเล็กอยู่บนเทอร์เรซหน้าบ้าน หากไม่พบสิ่งใดนอกจากเสื้อและกางเกงนักเรียนที่ถูกซักตากแดดเอาไว้จนหอมฟุ้ง เผลอวาดยิ้มละมุนเมื่อนึกถึงเจ้าของความเอาใจใส่ดังกล่าวนั้น ดูเหมือนว่ายิ่งรู้จักและใกล้ชิดกับแบคฮยอนมากขึ้นเท่าไร ความน่ารักของอีกฝ่ายก็คล้ายไม่มีที่สิ้นสุด แล้วมนุษย์ธรรมดาอย่างเขาจะทนไปได้อีกสักกี่น้ำ...

แต่ก่อนที่เด็กหนุ่มจะถลำลงไปสู่ห้วงความคิดอันลึกล้ำ เสียงจากหลังบ้านก็ฉุดดึงเขาออกจากภวังค์เสียก่อน เช่นนั้นเองสองขายาวจึงเริ่มก้าวเดินอีกครั้ง มือใหญ่ผลักดันบานประตูไม้ซึ่งเชื่อมต่อกับส่วนครัวออกกว้าง กรอบสายตาปรากฏภาพร่างเล็กกำลังวุ่นวายอยู่หน้าเตาแก๊ส หม้อหุงข้าวบนโต๊ะพ่นควันขาวพวยพุ่ง กลิ่นกระเทียมเจียวหอมฟุ้งจนชานยอลท้องร้องโครกคราก

“ทำไรอะ”

“ชายอ ตื่อแล้เหรอ ไปล้าหน้าแปรฟาไว ๆ จะได้มากีข้า”

แบคฮยอนพูดในระหว่างที่มือจับตะหลิวคนผัดผักในกระทะ ก่อนจะชะโงกหน้าคว้าทัพพีมาช้อนฟองบนผิวซุปทิ้ง หูได้ยินเสียงสียงสีฟันของชานยอลอยู่ไกล ๆ

“โห บริการทุกระดับประทับใจ”

ไม่นานนักชานยอลก็พาตัวเองในสภาพสดชื่นมายืนข้าง ๆ แอบกวาดสายตาสำรวจอาหารที่แบคฮยอนกำลังทำด้วยความสนอกสนใจ

“กีได้ไหม มีผะผะ หมูท่อ แล้ก็แกจื่อไข่น้า”

“ได้ดิ นี่ทำเองหมดเลยอ่อ”

“อื้อ”

พอผักในกระทะสุกดีแล้ว แบคฮยอนจึงปิดเตาเอามันใส่จาน เช่นเดียวกันกับแกงจืดไข่น้ำควันฉุย วันนี้มื้อเช้ามีแต่อาหารจืด ๆ เพราะชานยอลกินเผ็ดไม่ได้ ซึ่งขัดกับสภาพปกติที่เขามักจะเริ่มต้นวันใหม่ด้วยน้ำพริกนรกและผักสดกรอบ ๆ

“สุดยอดอะ พี่สาวผมยังทำกับข้าวไม่เป็นเลยเชื่อปะ ซื้ออาหารตามสั่งไม่ก็ข้าวเซเว่นเอาตลอด”

“อาหากล่อไม่ดี”

“ดิสเครดิตองค์กรตัวเองซะอย่างนั้นอะคนเรา”

“ก็พู่จี ๆ นี่”

“แล้วจะให้ผมทำไงอะ”

“ลอหะทาซี่ ไม่ย่าหรอก ไข่เจียอย่านี้อะ ก็แค่ต่อ เอาซ่อตี ๆ ใส่ซีอิ๊ขา ต้าน้ำมาให้ร้อ แล้ก็ท่อด แค่เนี้ย! ”

“พูดอะมันง่ายนะ เกิดผมเผาครัวแล้วตายในกองไฟทำไงอะ”

“ก็ตาไปเลอ”

“ไม่เอาอะ กลัวถูกคิดถึง”

เด็กหนุ่มวาดยิ้ม ส่งสายตากะลิ้มกะเหลี่ยให้พ่อครัวตัวกระจ้อยเหวี่ยงค้อนใส่วงใหญ่เบ้อเริ่ม ก่อนจะรับเอาจานที่แบคฮยอนตักข้าวใส่มาให้จนพูนจานวางเอาไว้บนโต๊ะ

“มาฝากท้องกับพี่แทนได้ปะ เนี่ยเดี๋ยวมานอนด้วยบ่อย ๆ แลกกับการที่พี่ทำข้าวให้ผมกินไง”

“คาขอ!”

“ก็คนแถวนี้ปะ ที่เมื่อคืนชวนผมเข้าบ้านอะ”

“นะ นะ นะ ไม่ห่วงผมแล้วเหรอ ขอรบกวนแค่นิดเดียวเอง”

“ผมกินไข่เจียวทุกมื้อก็ได้นะ”

“ผมเป็นเด็กเลี้ยงง่าย เผื่อพี่ยังไม่รู้”

“ค่าขนมที่ผมให้พี่อะ ตั้งหลายบาทนะ จะตอบแทนกันหน่อยไม่ได้เลยเหรอ”

“ซ้าซี้!!”

แบคฮยอนขุดหลุมฝังตัวเองชัด ๆ ใครจะรู้ว่าการชวนชานยอลมานอนด้วยกันที่บ้านแค่เพียงครั้งเพราะความเป็นห่วงนั้นนำพามาซึ่งสถานการณ์อันรับมือได้ยาก นี่ถ้าหากอีกฝ่ายออดอ้อนต่อด้วยสีหน้าและแววตาเหมือนหมาตัวใหญ่อีกสักหน่อย สุดท้ายแล้วคงไม่พ้นต้องจบลงที่เขายอมตามใจอย่างไม่มีข้อแม้แน่

“ก็ใจอ่อนสักทีดิ”

“นะ”

“นะครับ”

“พี่โหม๋คร้าบ”

“ฮื่อ! ราคา! ยอก็ได้!”

แบคฮยอนมุ่ยหน้า เพราะหมั่นไส้เลยประเคนฝ่ามือใส่ช่วงไหล่หนาไปครั้ง ก่อนจะก้มหน้าซ่อนผิวแก้มแดง ๆ ให้พ้นจากสายตาของอีกฝ่าย รู้ถึงไหนอายถึงนั่น อายุตั้งยี่สิบห้าแล้วแต่ดันมาตกม้าตายเพราะคำว่าคร้าบยาว ๆ ของหนุ่มแรกรุ่น เห็นทีหลังจากนี้คงต้องระวังตัวให้มากขึ้นแล้วเชียว ประเดี๋ยวเกิดไฟช็อตขึ้นมาจะพาลวุ่นวายกันไปใหญ่

“You the best ขอบคุณครับ ผมอาบน้ำก่อนนะ”

“เสื้อยาไม่แห้เลอ รอก่อได้มะ เดี๋ยรอหมาดก่านี้หน่อจะรี่ห้า”

“ตากไว้นี่ก่อนก็ได้ ผมมีชุดกีฬาอยู่ที่รถ ใส่เข้ามอได้อยู่”

เตียงใหญ่ ไม่เบียด แม้ไม่มีแอร์แต่ก็สบายเพราะได้พัดลมส่วนตัว อาหารเช้าน่าทาน บวกข้าวหอมที่เติมไม่อั้น ห้องน้ำสะอาด แปรงสีฟันใหม่ เรือนกายรูมเมทหอมตรึงใจ ซักเสื้อผ้าสะอาดพร้อมลงน้ำยาปรับผ้านุ่มให้เรียบร้อย มีโรงแรมที่ไหนยอมให้ลูกค้ามากเท่านี้บ้างภายใต้ค่าบริการเพียงศูนย์บาท แบคฮยอนดูแลกันดีมากจนเขากลัวสิ่งที่เรียกว่าความเคยชิน

“อ๋อ ถ้าอย่าน้าก็ด้า”

“ครับ ขอบคุณนะที่ซักเสื้อให้ ปกติบ้านผมไม่ทำอะไรอย่างนี้เลย ส่งร้านตลอด”

“เดี๋ยมือก็หงิโหมะ ทาอะไรไม่เป” แบคฮยอนบ่นเสียงขรมไล่แผ่นหลังกว้างด้วยใบหน้ายุ่งเหยิง “โส่ร้านแพจาตา ซะเอหอกว่าต้าเยอะ”

แน่นอนว่าหลังจากที่ชานยอลอาบน้ำแต่งตัวเสร็จ แบคฮยอนก็เร่งเร้าให้รีบเริ่มมื้ออาหารก่อนมันจะเย็นเสียหมด เด็กหนุ่มพบว่าพี่พนักงานตัวน้อยทำกับข้าวถูกปากมากจนอยากฝากท้องด้วยทุกมื้อ หลังจากนี้คงต้องหาเรื่องมาค้างด้วยบ่อย ๆ เหมือนปากว่า แลกกับค่าน้ำมันเพียงไม่กี่บาท มองอย่างไรก็คุ้ม

เมื่ออิ่มหมีพีมันกันดีแล้ว แบคฮยอนก็เข้าอาบน้ำชำระร่างกายและกลับออกมาอีกครั้งในชุดฟอร์มร้านสะดวกซื้อ โดดเด่นด้วยกลิ่นหอมแป้งเด็กที่โอบล้อมอยู่รอบตัวชานยอลทุกคราเมื่อมีอีกฝ่ายอยู่ใกล้ เด็กหนุ่มจูงรถมอเตอร์ไซค์ออกจากบ้าน ยกหมวกเต็มใบขึ้นสวมศีรษะ ขณะรอให้ร่างเล็กใส่คล้องโซ่ใส่กุญแจรั้วเพื่อความปลอดภัยจนเรียบร้อยดีก็เปิดช่องเก็บของเอาหมวกนิรภัยอีกใบที่ซ่อนอยู่ออกมาคอยผู้โดยสาร

“อะ ใส่หมวกด้วย ออกถนนใหญ่เดี๋ยวโดนตำรวจจับ”

“หมัวะสาที่หนาล่ะ สีแบ่นี้”

แบคฮยอนหรี่ตาจับผิดสารถี รับหมวกสีชมพูขึ้นมาสวมศีรษะเพราะไม่อยากเอากะโหลกไปวัดกับพื้นคอนกรีต

“แฟนเก่า เลิกกันแล้ว ตอนนี้ผมโสด”

ชานยอลไหวไหล่ จะว่าไปแล้วพักนี้ชานยอลก็ไม่ได้วุ่นวายกับสาวเจ้าเลย...ล่าสุดที่ได้ยินข่าวมานั่นเห็นควงอยู่กับเดือนบริหาร หล่อไม่ได้เศษเล็บของเขาด้วยซ้ำ แค่มีเบนซ์ขับมันน่าดึงดูดขนาดนั้นเลยหรืออย่างไร ชานยอลแค่ขับมอเตอร์ไซค์ ไม่ได้แปลว่าที่บ้านไม่มีเงินเสียหน่อย ผู้หญิงนี่เข้าใจยากจริง ๆ

แต่ช่างเถอะ ช่วงนี้คงไม่ได้เจอกันไปอีกพักใหญ่ เขาต้องซ้อมหนัก ส่วนเวลาที่เหลือก็ไม่พ้นต้องอุทิศให้กับแบคฮยอน พูดก็พูดเถอะ อยู่กับพี่เขาทีไรชานยอลสบายใจทุกที หน้าหมวย ๆ นั่นมองคราวใดก็เพลินตา กิริยาอาการเป็นธรรมชาติไม่ผ่านการปั้นแต่งเข้าหากัน ธรรมดา เรียบง่าย ไม่หวือหวา แปลกใหม่สำหรับคนที่เผชิญหน้ากับความตื่นเต้นมาทั้งชีวิตเสียเหลือเกิน

“กอดผมไว้ด้วยดิ ร่วงขึ้นมาไม่รับผิดชอบนะ”

เอี้ยวตัวไปกล่าวเตือนคนตัวเล็กที่นั่งเกร็งอยู่ด้านหลัง เมื่อวานแค่ขับในซอย เขาเลยใช้ความเร็วได้ไม่เท่าไร วันนี้ออกถนนใหญ่ เดี๋ยวจะพาแบคฮยอนซิ่งเอพริเลียจนลืมอเตอร์ไซค์ดาษดื่นไปเลย

อีกครั้งที่ร่างเล็กไม่เห็นประโยชน์ในการขัดคำสั่ง ทันทีที่เครื่องยนต์ส่งเสียงดังกระหึ่ม สองแขนขาวก็สอดกอดรอบเอวสอบเอาไว้ ใบหน้าซับสีระเรื่อเมื่อไออุ่นจากกายหนาแผ่ผ่านเนื้อผ้ามาทำให้หัวใจเต้นผิดจังหวะ เขารู้สึกถึงแรงบีบเบา ๆ บริเวณหลังฝ่ามือ ก่อนมันจะผละออกไปบีบกำอยู่ที่แฮนด์มอเตอร์ไซค์ และเพียงชั่วอึดใจ ม้าเหล็กสีดำของชานยอลก็ทะยานไปข้างหน้าเพื่อพาเราตรงสู่จุดหมาย

.

.

.

“อย่าลืมนะ ถ้าไม่มีใครไปส่งก็โทรมาหาผม”

“อื้อ”

แบคฮยอนพยักหน้าหงึกหงัก เผลอเงยคางขึ้นโดยอัตโนมัติเมื่อชานยอลเอื้อมมือมาปลดเซฟตี้ล็อกของหมวกกันน็อคให้ ทั้งยังฉวยโอกาสยีผมของเขาจนกลิ่นยาสระผมฟุ้งทั่วบริเวณ

“ขอบคุณนะครับสำหรับที่นอนกับอาหารอร่อย ๆ”

“รู้แล้น่า รี่ ๆ ไปโรเรียได้แล้”

“ครับ ไว้เจอกันนะ”

ทิ้งท้ายเอาไว้เพียงเท่านั้นแล้วชานยอลก็จากไป ทิ้งไว้เพียงความร้อนและสีระเรื่อบนผิวแก้มนิ่ม แบคฮยอนกัดริมฝีปาก พยายามบอกตัวเองให้เพิกเฉยอาการประหลาดดังกล่าวนั้นไป ตีวงจำกัดความคิดเข้าข้างตัวเองด้วยคำว่าทุกสิ่งที่ชานยอลกระทำต่อกันมันเป็นเพียงเพราะนิสัยขี้เล่นขี้หยอกของอีกฝ่าย ไม่มีอะไรมากกว่านั้น...

แล้วทำไมไอ้แก้มนี่ยังไม่หายแดงไม่ทราบ!!

“หวา วันนี้มีสารถีมาส่งถึงหน้าร้านเลย”

จีซูเย้าทั้งคำพูดและใบหน้า ขณะที่มือก็ยังขยับไม้ถูพื้นอย่างแข็งขัน จริงอยู่ที่เขาเห็นชานยอลแวะมาเล่นกับพี่หมวยบ่อย ๆ แต่ไม่รู้เลยว่าถึงขั้นไปรับไปส่งกันแล้ว

“มีอะไรที่ผมยังไม่รู้ปะเนี่ย”

“ม่ะมี!”

โอ๊ยยย แล้วจะทำเสียงดังใส่เจ้าจีซูไปทำไม อย่างนี้ก็ยิ่งดูน่าสงสัยน่ะสิ! แบคฮยอนนี่โง่จริงเชียว!

“มี! มีพิรุธ!”

“อะรา ถูพื้อไปซี่ จะมาซ้าซี้ทะมา”

พอได้สติแบคฮยอนก็ยิ่งพยายามเก็บอาการ เขาค่อย ๆ สับเท้าก้าวตรงเข้าหาประตูด้านหลังร้านเพื่อเอาสัมภาระส่วนตัวไปเก็บพร้อมใบหน้าไม่ยินดียินร้าย และต่อบทสนทนากับพนักงานรุ่นน้องด้วยน้ำเสียงซึ่งสุขุมมากกว่าที่เคย

“แก้มแดงน้าา” 

“น่ามอเตอไซมา มะร้อน”

“อะ ๆ ผมจะทำเป็นเชื่อก็ได้”

อมพระมาพูดก็ไม่เชื่อ มองจากนอกโลกยังรู้เลยว่ามีอะไรในกอไผ่ จีซูพอจะเข้าใจว่านั่งมอเตอร์ไซค์ตากแดดมันร้อน ทว่าเรื่องที่เลือดแดง ๆ นั้นเห่อขึ้นไปกองอยู่บนสองแก้มนี่มันผิดธรรมชาติไปหน่อยไหม...

แต่อย่างไรก็ช่าง จากที่จีซูเห็นมานั้นชานยอลดูเป็นคนดี ถ้าสองคนนี้มีความรู้สึกลึกซึ้งให้แก่กันคงไม่มีใครในสาขาคิดขวาง พี่หมวยอยู่ตามลำพังมานานมากแล้ว อีกทั้งช่วงชีวิตที่ผ่านมายังน่าสงสารเพราะความเหลื่อมล้ำต่ำสูงทางสังคม หากมีคนเข้าอกเข้าใจและยอมรับความแตกต่างของอีกฝ่ายได้ คงถือเป็นโชคดีไม่น้อยเลย

 

 

 

*********

#โหม๋

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 67 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

175 ความคิดเห็น

  1. #135 @_@ (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 11 สิงหาคม 2563 / 01:13

    เอ็นดูพี่โหม๋ นางน่ารักน่าบีบละเกินนนนนนนนนนน

    ชวนผุ้ชายค้างบ้านอ่อคะพี่หมวย แอร้ยยยย555555555

    ต่อไปคงได้ต้อนรับชานยอลบ่อยๆแล้วดิเนี่ย อิอิอิ

    #135
    0
  2. #103 Renoir92 (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 29 กรกฎาคม 2563 / 07:23
    น่าร้ากกกกก ฮือ พาหมวยไปอยู่ด้วยเลยชานยอล
    #103
    0
  3. #77 ออมม่า (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 14 กรกฎาคม 2563 / 12:48

    ชีวิตหมวย ต้องน่าสงสารมากแน่ ๆ เกริ่นมาขนาดนี้

    #77
    0
  4. #49 moomewmoomew (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 4 มิถุนายน 2563 / 20:49
    แง น่ารักมากๆเลยค่ะ ฮืออออ อ่านไปอมยิ้มไป แก้มแตกตามพี่โหม๋แล้ววววว อยากอ่านตอนต่อไปจังค่ะ รอนะคะ ฮือออ
    #49
    0
  5. #48 LoveekiL (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 21 พฤษภาคม 2563 / 23:50
    ตอนนี้น่ารัก พี่โหม๋จะไม่เหงาแล้ว น้องคงมากวนพี่บ่อยแน่ๆ อยากรู้รีแอคเพื่อนๆชานยอลแล้ว
    #48
    0
  6. #44 b728 (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 14 กุมภาพันธ์ 2563 / 22:40
    น่ารักมาก อยากร้องไห้ น่ารักมากมากมากมากมาก
    #44
    0
  7. #43 Girlintheworld (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 2 ตุลาคม 2562 / 02:12
    น้องน่ารักมากๆๆๆๆๆ
    #43
    0
  8. #42 ellecake (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 17 กันยายน 2562 / 05:39
    ขอบคุณไรท์มากๆนะคะที่มาแต่งต่อ จำได้ว่าเราอ่านเรื่องนี้เมื่อไม่กี่เดือนเองนี่ค่ะ ไม่ชัวร์ว่าเมื่อไหร่แต่ตอนนั้นยังมีแค่สามตอนเองค่ะ ยังคุยกับตัวเองอยู่เลยว่าเสียดายจังที่ไรท์ไม่มาต่อตั้งเกือบปีแล้ว เพราะเห็นว่าล่าสุดที่อัพคือปี61 เสียดายน้องโหม๋อ่านไปแค่3ตอนยังเอนดูพี่เค้าขนาดนี้เลย แต่พอเห็นว่ามีแจ้งเตือนเรื่องนี้ก็คือดีใจมากๆเลยค่ะ แบบใจฟูไปหมดเลย เราอ่านจบได้แต่นอนยิ้มเหมียนคนเมากาวมากค่ะตอนนี้ มันเพนเขิน เพนน่ารัก แบบ ฮืออ ความเอนดูแบคฮยอนของไรท์มันออกมาจากตัวหนังสือผ่านยัยน้องโหม๋เรยค่ะ มีแต่คำว่าน่ารัก น่ารัก น่ารักเตมไพหมดเบย เจ้าชานยอลก้อแกล้งเก่ง แกล้งเค้ามากๆระวังจาตกหลุมพี่โหม๋โดยมะรุ้ตัวน้า อิอิ อ่านแร้วมีฟามสุขมากๆเรยค่ะ ขอบคุณไรท์อีกครั้งนะคะที่กลับมาแต่งต่อ ติดตามนะคะTT เป็นกำลังใจให้นะคะ เรามีความสุขจริงๆที่ได้อ่าน อยากเลี้ยงของอร่อยๆเลยค่ะ ถ้าไม่เป็นการรบกวนอยากให้อัพลงในรี้ดอะไรท์ด้วยเลยค่ะ จะแอบไปโอนค่าขนมนมเนยเล็กๆน้อยๆให้ไรท์ในนั้น อยากตอบแทนไรท์ที่แต่งฟิคสนุกๆและน่ารักน่าเอ็นดูแบบนี้ให้อ่าน ฮือ ถ้าอัพลงในรี้ดอะไรท์กระซิบบอกเราหน่อยนะคะ แต่ถ้าไม่สะดวกไม่เป็นไรนะคะ เอาตามที่ไรท์สะดวกเลยค่ะ เราจะติดตามผลงานนะคะ <3
    #42
    0
  9. #41 NiNoonis (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 15 กันยายน 2562 / 10:47
    น่ารักมากๆๆๆๆ
    #41
    0
  10. #39 จีวอนชิ':) (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 3 กันยายน 2562 / 20:52
    น้อน่าเอดูม่าๆ เลออออออออ แงง ยัยโหม๋ลูก ;----;
    #39
    0
  11. #38 UNFOUND (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 2 กันยายน 2562 / 01:27
    แหน๊ เสียงดังกลบเกลื่อนความเขินตลอดเลยอ่ะยัยโหม๋ ดูออก
    #38
    0
  12. #37 J_kanp (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 1 กันยายน 2562 / 23:51
    ไม่ไหวแล้วแม่ น้องพี่โหม๋น่าเอ็นดูมากกกกกกกกกก เอดูจีจี มะหวาแล้ น้อโหม๋น่าระ พี่ชายอหวามะ นี่มะหวาแล้ กรี๊ดดดดดดด อยากกินแก้มมมมมมมมม
    #37
    0
  13. #36 Tnpvoi (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 1 กันยายน 2562 / 22:29
    น่ารักกง่าาาา
    #36
    0
  14. #35 ดาร์เรลช่า (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 1 กันยายน 2562 / 22:13
    ต้าวโหม๋น่ารักกกกกมาต่อนะคะไรท์เค้าจะรอน้าาา
    #35
    0
  15. #34 achilata (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 1 กันยายน 2562 / 22:03
    พบคนเขินสองอัตรา
    #34
    0
  16. #33 peepearth (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 1 กันยายน 2562 / 20:19
    มาต่อไวๆนะค้าาาาาา
    #33
    0
  17. #32 peepearth (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 1 กันยายน 2562 / 20:18

    โอ้ยยยยยน่ารักอ่าาาาาาา
    #32
    0