โหม๋ : chanbaek

ตอนที่ 13 : สิสา : โหม๋และโจรที่ทำให้เสียน้ำตา

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 227
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 24 ครั้ง
    24 ต.ค. 63

**รบกวนอ่านทอล์คด้วยนะคะ**

 

 

“ตาพี่อธิบายแล้ว”

“อะไร?”

แบคฮยอนที่น้ำตาเหือดแห้งจนสิ้นแล้วขมวดคิ้ว จ้องมองใบหน้าของคนอ่อนวัยด้วยความไม่เข้าใจ

“ลุงคนนั้นเป็นใคร แล้วพี่ทำงานอะไรกันแน่ บอกตรง ๆ นะ ผมไม่ได้ตั้งใจจะดูถูกพี่ แต่ภาพที่เห็นนี่มันชวนให้คิดดีไม่ได้จริง ๆ”

“นิสัยไม่ดีนะชานยอล คิดอย่างนั้นได้ยังไงเล่า บาปกินหัวหมด”

อกุศลอย่างนี้ต้องทุบ ทุบลูกเดียวเท่านั้น แต่หนนี้แบคฮยอนจะไม่ถือสาหาความก็แล้วกัน ชานยอลใจร้อนทีไรก็ไม่มีสติระมัดระวังแม้กระทั่งคำพูด ไม่รู้ต้องอบรมกันซ้ำอีกกี่ครั้งกี่หนถึงหายขาดดี

“เขาเป็นใคร?”

พรูลมหายใจก่อนให้คำตอบ “เขาเป็นพ่อ พ่อของเพื่อนเรา แล้วก็กำลังจะเป็นพ่อทูนหัวของเราด้วย”

“ฮะ?”

“ตอนเด็ก ๆ บ้านเรากับบ้านเขาสนิทกันมาก คุณป๋าอยากอุปการะ ส่งเสียเราเพราะเอ็นดูมาตั้งแต่ไหนแต่ไร ซึ่งเราก็ปฏิเสธ ไม่อยากจะรบกวนเขาน่ะเข้าใจไหม ญาติมิตรก็ไม่ใช่ ให้ไปเกาะกินเป็นกาฝากน่ะน่าละอายใจจะตายไป”

จากทุนการศึกษาและคุณภาพชีวิตที่ถูกยกระดับจึงเหลือเพียงแค่มิตรภาพดี ๆ ระหว่างสองครอบครัวซึ่งมีความแตกต่างกันค่อนข้างมาก แต่กระนั้นแล้วคุณป๋าก็ยังพยายามหยิบยื่นทรัพย์สินมาให้แก่กันเสมอ ทั้งผ่านทางขนมฝรั่ง มื้ออาหารในห้างสรรพสินค้า และอีกสารพัดที่คงสาธยายกันไม่หวาดไม่ไหว ของเหล่านี้แบคฮยอนปฏิเสธไม่เคยได้ เพราะอีกฝ่ายมักอ้างเรื่องมารยาทและความอาวุโสขึ้นมากดดันให้รับเอาไปอยู่ดี

“เขาย้ายมาอยู่เมืองหลวงตั้งแต่เราขึ้นมหาวิทยาลัย ส่วนเพื่อนสนิทเราก็บินไปเรียนต่อที่เมืองนอก แต่ก่อนจะจากกัน ทางครอบครัวนั้นเขาก็ทาบทามทิ้งไว้ ว่าถ้าตอนนี้ยังรับข้อเสนอไม่ได้ ก็ขอให้พึงระลึกไว้ว่าที่ตรงนี้จะเป็นของเราเสมอ เขาอยากสนับสนุน ส่งเสริม หยิบยื่นทุกโอกาสที่เราต้องการให้ ตราบใดที่ทุกสิ่งอยู่ในขอบข่ายอำนาจของเขา”

“ซึ่งก็คือ?”

“ลูกสาวเขากำลังเปิดแบรนด์เสื้อผ้า งานแรกของเราคือเป็นแบบให้ห้องเสื้อ แต่ต่อไปไม่รู้หรอก คุณป๋าบอกว่าถ้าอยากขับเคลื่อนสังคม วิธีที่ง่ายที่สุดคือต้องทำให้ตัวเองเป็นที่สนใจ เขาช่วยเราเรื่องสป็อตไลท์ได้ เมื่อไรที่มีคนรู้จักมากพอก็เริ่มเรื่องประเด็นความเป็นอยู่ของชนกลุ่มน้อยได้เลย”

หากไม่สิ้นไร้ไม้ตอกจริง ๆ แบคฮยอนก็คงไม่บากหน้ากลับไปขอรับโอกาสจากคุณป๋าและแชยอง เขาเกรงใจ ไม่เคยคิดว่าตนเองคู่ควร แต่ไอ้ความหน้าบางนั่นต้องทิ้งไปก่อนเพราะมีอีกหลายชีวิตต้องการความช่วยเหลือ ส่วนเรื่องงาน แบคฮยอนก็เคยมีประสบการณ์จากช่วงมหาวิทยาลัยมาบ้างอยู่หรอก ทำงานจริงคงไม่ขี้ริ้วขี้เหร่ ทว่าจะถูกใจซูยองไหมนั่นก็อีกเรื่องหนึ่ง

“นายแบบ?”

“จะพูดอย่างนั้นก็ได้”

“ไม่ ผมไม่โอเค”

แค่คิดก็ไมเกรนขึ้น ชานยอลเห็นมานักต่อนักแล้ว อาชีพนี้น่ะเปรียบได้กับไม้แขวนเสื้อมีชีวิตดี ๆ นี่ล่ะ เขาให้ใส่อะไรก็ต้องใส่ ทำอะไรก็ต้องทำ เกิดวันหนึ่งเพื่อนของแบคฮยอนเกิดอยากออกคอลเลกชันกางเกงชั้นในขึ้นมาจะทำอย่างไร ไม่ต้องไปเปิดก้นโชว์ใครต่อใครเขาไปทั่วเหรอ?

“ไม่โอเคได้ยังไงเล่า เซ็นสัญญาไปแล้ว”

“พี่เซ็นโดยไม่ปรึกษาผมได้ยังไง ผมไม่ยอมนะ เมียผมจะไปเปิดเนื้อเปลือยหนังให้คนอื่นเห็น มันไม่ได้ ไม่ได้เลยเรื่องนี้”

“หยุดเป็นบ้าก่อนชานยอล”

อยู่ดี ๆ ก็เป็นบ้า มาโวยวายทำหน้าขึงขัง เพิ่งมีสถานะมารับรองตัวเองแค่ไม่ถึงชั่วโมงก็ออกลายเผด็จการซ้ำ แบคฮยอนมุดหนีจากอ้อมแขนของอีกฝ่าย หยัดกายลุกขึ้นนั่ง ยังไม่ทันได้หนีไปไหนไกลก็มีงูยักษ์ตามมารัดเอาไว้เสียแน่น

“จะไม่ให้ผมเป็นบ้าได้ไงอะ พี่เป็นของผมนะ คนอื่นไม่มีสิทธิ์มอง ไม่มีสิทธิ์เห็น”

พูดเสียงอู้อี้พลางซุกหน้าลงกับลาดไหล่ ชานยอลคิดว่าตอนไม่มีสถานะก็น่าหนักใจมากพอแล้ว พอมีกลับยิ่งหนักเข้าไปใหญ่ เขาอยากจะทำตัวป๋าเหมือนอย่างพระเอกในหนัง ที่ออกปากสั่งให้นางเอกอยู่กับบ้านสบาย ๆ มีเงินเดือนให้ใช้ไม่ขาดมือ แต่แค่คิดก็รู้แล้วว่าจุดจบบจะเป็นเช่นไร ทั้งเมียทั้งแม่คงพากันรุมด่า คนหนึ่งก็อยู่เฉยไม่เป็น อีกคนก็รักลูกคนอื่นมากกว่าลูกในไส้ เกิดเป็นชานยอลนี่มันดีจริง ๆ

“ทำใจให้ชินเอาไว้เถอะ เราต้องทำงาน”

ขึ้นหลังเสือแล้วอยากลงตอนนี้คงไม่ทัน แบคฮยอนคิดว่าเขาจะอำนวยความสะดวกให้ทุกคนที่ตัวเองต้องทำงานด้วยให้มากที่สุด ถูกสั่งให้บุกน้ำลุยไฟในชุดไหนก็พร้อมยอมทำ ด้วยตระหนักว่าตนเข้ามายืนอยู่ตรงจุดนี้ได้โดยช่องทางลัด ไม่ได้ดิ้นรนหาโอกาสอย่างยากลำบากเยี่ยงคนอื่นเขา  

“ผมจะมาเก็บค่าเสียขวัญย้อนหลังแน่”

“อย่าให้มันมากนักเลย ชานยอลก็แค่หาข้ออ้างมาเอาเปรียบเราเท่านั้นแหละ”

“ผมเปล่านะ”

“ไม่ต้องมาผมเปล่านะเลย”

ปากว่าเปล่าแต่ตาใสแจ๋ว ขี้จุ๊ยิ่งกว่าใคร แบคฮยอนหมั่นไส้จนต้องหยิกหลังมือใหญ่ไปครั้ง แล้วก็ทิ้งน้ำหนักให้คนที่นั่งเป็นพนักพิงแบกรับเอาไว้เป็นการลงโทษ

“เฮ้อ คิดถึงพี่”

สูดกลิ่นหอม ๆ ของแป้งเด็กบนซอกคอขาวเข้าปอด ชื่นใจและทำให้รู้สึกดีมากกว่าน้ำหอมราคาแพงของแชยองเป็นไหน ๆ เขาจะไม่หลงผิดพาตัวเองไปพิสูจน์ความรู้สึกประเภทใดโดยการเอาหัวใจแบคฮยอนไปเสี่ยงอีกแล้ว รอบเดียวเกินพอ จากนี้ขอเป็นฝ่ายบำรุงรักษาเท่านั้น เพราะอยากให้อีกฝ่ายอยู่ด้วยกันไปนาน ๆ

“ทำเป็นปะเหลาะ”

“ผมคิดถึงพี่จริง ๆ นะ”

“คิดถึงอีท่าไหนล่ะถึงได้มีกลิ่นผู้หญิงติดตัวมาทุกวัน”

“ก็เขามาใกล้ผมเอง”

ชานยอลกล้าสาบานว่าระหว่างเขาและแชยองไม่มีอะไรเกินเลย ที่มีกลิ่นติดตัวมาบ้างเพราะเธอชอบพาตัวเองเข้ามาใกล้ เดี๋ยวก็กอดแขน เดี๋ยวก็เบียดเท่านั้น แต่พอชานยอลรู้สึกว่าตัวเองถูกคุกคามก็ถอยห่างตลอด ไม่ได้นิ่งเฉยให้อีกฝ่ายหาเศษหาเลยเสียเมื่อไร

“โทษผู้หญิงได้ยังไง ชานยอลเนี่ยตัวดีเลย”

ถึงจะเป็นความผิดที่ไม่น่าอภัย หากแบคฮยอนเชื่อในโอกาสที่สอง และเขายอมมอบมันให้กับชานยอลเพราะรักอีกฝ่าย อาจต้องเสียใจบ้างเนื่องจากต่างทั้งประสบการณ์ ทั้งช่วงวัย ทั้งวุฒิภาวะ แต่ต่างฝ่ายต่างต้องปรับจูนเข้าหากันไปเพื่อรักษาความสัมพันธ์ กระนั้นแล้วก็ยังมีข้อแม้

“อย่าให้มีอย่างนี้อีกนะ ถ้าเกิดอะไรขึ้นมา เราจะไม่มีวันให้อภัยชานยอลเลย”

“ทำไมใจร้ายนัก”

“ไม่มีเหตุผลอะไรให้เราใจดีกับคนใจร้ายนี่”

รักษาความดีเอาไว้ในวันที่ยังมีโอกาส เพราะความใจดีของแบคฮยอนมีจำนวนจำกัด หากชานยอลยังทำผิดอย่างไม่น่าอภัยซ้ำ เขาคงลังเลที่จะนำหัวใจไปเสี่ยง

“ผมสัญญาว่าจะไม่ทำอย่างนั้น”

“ถ้าจะทำก็ทำ ไม่ต้องสัญญา รักษาไม่ได้ขึ้นมามันจะเป็นเรื่องเอา”

 

 

*********

 

 

“ไงมึง แฮปปี้ดี๊ด๊าเลยดิ มีแฟนเป็นนายแบบ”

“แฮปปี้ก็เหี้ย หงุดหงิดชิบหาย ใครจะไปรู้วะว่าจะดัง”

“เอ้า ไอ้ห่านี่ ขัดขวางความเจริญพี่เขาเฉย”

“กูไม่มีปัญหากับเรื่องชื่อเสียงนะ แต่ไอจีเนี่ยมันอะไร แม่ง มีอย่างที่ไหนคนฟอลงอกเป็นหมื่น ทำงานแค่เดือนเดียว”

“แหม ก็ผู้สนับสนุนหลักพี่เขาใหญ่เบอร์นั้น คนไม่รู้จักเลยคงยาก”

“ตอนแรกบอกกูว่าเป็นแบบให้แบรนด์เสื้อผ้าของเพื่อนเขาเฉย ๆ ไหงงอกไปทั่วอย่างนี้ก็ไม่รู้”

เป็นเวลาราวสองเดือนเศษแล้วที่ปาร์ค ชานยอล ตัวแทนนักกีฬาเทนนิสระดับมหาวิทยาลัยเลือกใช้ช่วงพักซ้อมไปกับการขบเขี้ยวเคี้ยวฟัน ในมือข้างหนึ่งของเขามักมีโทรศัพท์ที่แสดงผลหน้าอินสตาแกรมของคนรักหรา B.Baekhyun คือนายแบบคนล่าสุดของวงการที่แจ้งเกิดและประสบความสำเร็จได้ภายในระยะเวลาอันสั้น ด้วยเสน่ห์ ความซื่อตรง ตลอดจนถึงความอ่อนเดียงสาบนใบหน้า กอปรกับปูมหลังที่น่าชื่นชมของอีกฝ่าย ทำให้ใครต่อใครพากันเอ็นดูและให้ความสนใจ จนเป็นที่มาของฟอลโลว์เวอร์เรือนหมื่นซึ่งพร้อมจะแห่แหนมาแจกหัวใจ คอมเมนต์ปอปั้นทักทายประปรายในทุกภาพที่เจ้าตัวโพสต์

แน่นอนล่ะว่าไอ้ชานยอลคนนี้ คนที่เป็นแฟนและผัวทางพฤตินัยก็เป็นหนึ่งในมวลมหาชาวประชาที่ว่า ทั้งกลมกลืนและมีสิทธิ์เทียบเทียมคนทั่วไปทุกกระเบียด คอมเมนต์คิดถึง – จม ชมว่าน่ารัก – หาย ดีเอ็มไปไม่เคยตอบ น่าแกล้งงอนให้ง้อจนตัวช้ำเสียให้เข็ด แต่พราะความจริงแบคฮยอนหัวช้าด้านเทคโนโลยี มีไอจีเอาไว้ก็เพื่อประดับบารมีเท่านั้น สกิลความเก่งกาจถูกขุดเอามาใช้จนหมดไปแล้วตั้งแต่วันที่ค้นหาชื่อชานยอลเพื่อจับผิดเรื่องแชยอง

เจ้าตัวเล่าว่าที่อัพเดทแทบจะเรียลไทม์อยู่ทุกวันนี้มีแอดมินคอยดูแลให้ ส่วนแอปพลิเคชันในมือถือมีเอาไว้เผื่ออยากทักทายกับผู้ติดตาม ซึ่งชานยอลไม่เคยเห็นพี่เขาทำ และแม้อีกฝ่ายจะต้องการเขาก็คงพยายามขัดขวางอย่างไม่ต้องสงสัย ทุกวันนี้แบคฮยอนทำงานหนักไม่ต่างกับตอนอยู่ร้านสะดวกซื้อเลยสักนิด ดีแค่ไหนแล้วที่ได้พักผ่อนเต็มอิ่ม จะเอาเวลาไปลงกับการกดโทรศัพท์ก็ดูจะสิ้นเปลืองโดยใช่เหตุ

“มึงน่าจะดีใจกับพี่เขานะ อยู่ท่ามกลางแสงไฟ เสียงของตัวเองก็ดังยิ่งกว่าครั้งไหน ๆ กูเห็นโครงการที่พี่เขาทำร่วมกับมูลนิธิแล้ว ดีมากเลยว่ะ พวกคนเมืองก็ดูสนใจกันเยอะ”

“ที่จริงก็น่าจะสนใจกันตั้งนานแล้วนะ ไม่ต้องให้ถึงมือเมียกูหรอก”

“สังคมเราก็เป็นอย่างนี้แหละ ทำใจ”

“ละนี่ถ่ายอะไรอีกเนี่ย ไอจีอะอัพจัง อัพเก่งเหลือเกินแม่ง”

อยากจะจับคอแอดมินมาเขย่า เอาให้หลาบจำเลยว่าทีหน้าทีหลังอย่าถ่ายรูปแฟนเขาออกมาน่ารักขนาดนี้ แล้วก็อัพให้ถี่น้อยลงอีกหน่อย ลงรูปไม่บ่อยก็ไม่ได้แปลว่าเรตติ้งจะตกเสียเมื่อไร

“มันเป็นงานเขา มึงนี่ก็ ฟาดงวงฟาดงาไปทั่ว”

จงอินโคลงศีรษะอย่างระอิดระอา ได้ข่าวว่ายุให้พี่เขาเปลี่ยนแปลงตัวเองเองแล้วก็มาบ่นเป็นหมีกินผึ้งอยู่ทุกคืนวัน ไม่รู้มันเป็นไบโพล่าร์หรืออย่างไร

ไม่สนใจแล้วดีกว่า ถึงเวลาอัพเดทข่าวคราวพี่ตัวเล็กสักหน่อย รูปใหม่ในไอจีนี่น่ารักมาก เห็นแล้วไม่แปลกใจว่าทำไมชานยอลถึงเป็นบ้า ถ้าจงอินมีแฟนที่น่าดึงดูดขนาดนี้เขาก็คงมีอาการไม่ต่าง เอาเป็นว่าเขารู้สึกเข้าอกเข้าใจไอ้เพื่อนสนิทขึ้นมานิดหน่อย

“น่ารักเชียวว่ะ พี่เขาแบบ เข้าได้กับทุกลุคเลย กูเห็นหนก่อนหน้านี้แต่งแบบน่ารัก ๆ ตอนนี้ดูเข้ม ๆ เป็นทางการหน่อย ไม่น่าแปลกใจที่ใครเขาก็อยากได้ตัวไปทำงานด้วย”

ใช่ เพราะใครต่อใครก็อยากได้แฟนเขาไปทำงานให้ นั่นจึงเป็นบ่อเกิดของการไม่มีเวลาเป็นของเราสองคนเลย

“ช่วงนี้กูไม่ค่อยได้เจอพี่เขาเลย บางทีก็ไม่ได้กลับมานอนด้วยกัน พ่อทูนหัวเขาหวงตาย”

เนื่องจากแบคฮยอนทำงานหนักมาก พ่อทูนหัวของอีกฝ่ายจึงพาไปนอนพักที่บ้านใหญ่บ่อย ๆ เพื่อความสะดวกและคล่องตัว หากโชคดี ในหนึ่งสัปดาห์อีกฝ่ายจะเหลือเวลามาขลุกอยู่กับชานยอลหนึ่งถึงสองวัน แต่หากโชคร้ายก็ไม่มีเหลือ ซึ่งถึงจะได้โทรคุยแก้กษัยทุกวัน หากมันก็ทดแทนการพบเจอต่อหน้าไม่ได้

“มึงเล่นไปทำเรื่องไว้ตั้งแต่เจอหน้ากันครั้งแรก ดีแค่ไหนแล้วที่เขายังให้คบกันต่อ มีสติให้มากขึ้นบ้างเถอะพ่อ ระวังจะเจอปัญหาที่แก้ไม่ได้เข้าสักวัน”

จงอินไม่ได้ฟันธงหรอกว่าพ่อตาตั้งใจกลั่นแกล้งชานยอล หากมันก็เป็นเรื่องที่น่าคิดไม่ใช่หรืออย่างไร? เพราะถึงเวลาจะหลงเหลือให้หยิบใช้น้อยนิดมากเพียงใด แต่คนอยากเจอกันอย่างไรมันก็หาเวลามาให้กันได้อยู่แล้ว นี่พ่อเขาเล่นไม่ปล่อยตัวลูกมาเพ่นพ่านกับคนรัก ตกเย็นกลับบ้านทานข้าวพร้อมหน้าพร้อมตา กว่าจะแยกขึ้นห้องนอนก็ดึกดื่น คุยกันได้ไม่ถึงครึ่งคืนพี่แบคฮยอนก็ผล็อยหลับนำไปก่อนแล้วเพราะเหนื่อย

“นั่นก็อีกเรื่อง”

นั่งคิดนั่งมองอะไรเพลิน ๆ แล้วก็ต้องชะงักเพราะสายตาดันไปปะทะกับหญิงสาวเจ้าของสถานะแฟนเก่า ก่อนพยักพเยิดให้ชานยอลรู้ตัวว่าหายนะกำลังคืบคลานเข้ามาหา นาทีนั้นร่างสูงผ่อนกระแทกลมหายใจ ทำท่าจะกอบโกยข้าวของของตนเองใส่กระเป๋าแล้วจากไปเพราะไม่อยากถูกกวนอารมณ์แต่เช้า

“อยู่นี่แหละ อย่าเอาตัวเองไปอยู่สองต่อสองกับนาง เดี๋ยวซวยแล้วไม่มีใครช่วยได้”

แต่เพราะจงอินรั้งเอาไว้ชานยอลเลยไม่ได้ขยับไปไหนทั้งนั้น ซึ่งนั่นเป็นความคิดที่เข้าท่า แถมที่ผ่านมาเขาก็เหนื่อยกับการหนีเธอเต็มทน ลองพูดตามตรงอย่างจริงจังอีกสักหนผื่อจะเปลี่ยนแปลงผลลัพธ์ได้

“ชานยอล”

“แชยอง เราว่าเราพูดไปชัดแล้วนะ”

ว่าระหว่างเราคงไม่สามารถกลับมาเป็นเหมือนเดิมได้อย่างที่อีกฝ่ายคาดหวัง ชานยอลมีรักใหม่แล้ว และไม่อยากทำให้คนของเขาเสียใจ ที่ผ่านมาขอโทษด้วยที่แสดงพฤติกรรมคล้ายยังมีความรู้สึกดี ๆ ให้ ทั้ง ๆ ที่มันสลายหายไปตั้งนานแล้ว

“แชยองไม่สนใจหรอก บอกแล้วไงคะว่าชานยอลก็แค่หลง แค่สนุกกับของเล่นถูก ๆ ที่ตัวเองไม่เคยหยิบจับก็เท่านั้น เบื่อเมื่อไรเดี๋ยวก็กลับมาหาแชยองเหมือนเดิม”

แชยองอาจรับฟังแต่เธอไม่ยอมนำพา รังแต่จะวนเวียนอยู่รอบ ๆ ชานยอลเหมือนผีไม่มีญาติ เฝ้ายัดเยียดความคิดแปลกประหลาดให้กับเขาอยู่เสมอ หากเด็กหนุ่มก็ไม่ได้โอนอ่อนผ่อนตาม มิหนำซ้ำยิ่งฟังยังยิ่งรำคาญจนอยากพูดแรง ๆ ใส่

“แชยองนี่รู้ดีเหมือนนั่งอยู่ในใจชานยอลเลยเนอะ”

“ก็แน่สิ เรากับชานยอลคบกันมาตั้งนานนี่นา”

“ความต่างของการคบหาดูใจกับสูบเลือดสูบเนื้อไปบำรุงบำเรอตัวเองมันก็ต่างกันอยู่โขนะ แชยองน่าจะแยกออกว่าที่ผ่านมาตัวเองทำอะไรกับเพื่อนเรา”

โด คยองซูผู้ซึ่งเพิ่งกลับมาจากซื้อกาแฟกับจงแดแลเซฮุนพอดิบพอดีโพล่งขึ้นหลังจากได้ยินบทสนทนา แล้วยังมองเธอด้วยหางตาอย่างไม่ให้ค่าอีกด้วย เขาไม่สนหรอกว่าแชยองเกิดมาเป็นเพศไหน หากทำตัวไม่มีเกียรติก็สมควรแล้วที่จะถูกดูแคลน

“แชยอง เราจะพูดอีกครั้งนะ ว่ามันไม่มีทางเป็นไปได้ ระหว่างเราน่ะ ให้มันเหลือความเป็นเพื่อนเอาไว้บ้างเถอะ ยังต้องอยู่ด้วยกันในมหาวิทยาลัยตั้งหลายปี เดี๋ยวจะมองหน้ากันไม่ติดซะเปล่า ๆ – เรารักเขา รักมาก รักจนไม่อยากทำให้เขาเสียใจ ไม่ว่าจะด้วยเรื่องเล็กน้อยแค่ไหนก็ตามที”

“ผู้ชายถูกสร้างขึ้นมาให้คู่กับผู้—”

“นี่ถ้าจะยกเอาเรื่องผู้ชายกับผู้หญิงมาอ้างก็เงียบเถอะ เผื่อไม่เคยเรียนนะ ก่อนคริสตกาล กรีกมีกองทัพที่ประกอบด้วยนักรบชายถึงสามร้อยราย และทั้งหมดนั้นเป็นคู่รักกัน ไหนจะยังมีตำนานของเฮราคลีสกับไอโอลอสอีก – โลกมันไปถึงไหนแล้ว สังคมเราทุกวันนี้ก็เริ่มต่อต้านเพศที่สามน้อยลงตั้งมาก กลุ่มเคลื่อนไหวกำลังพยายามผลักดันประเด็นการสมรสเท่าเทียมอยู่ เราล่ะสงสัยจริง ๆ ว่าวัน ๆ เธอสนใจดูอะไรบ้างนอกจากเว็บขายสินค้าออนไลน์? ถึงได้ไม่รู้ว่าการอ้างถึงเพศสภาพและความรักในปัจจุบันนี้มันโคตรจะเสล่อ”

“นี่!”

“ไม่ต้องมากระทืบเท้า เดี๋ยวส้นเข็มหักแล้วจะลำบากเพื่อนเราต้องอุ้มต้องหาม ชานยอลมันเคลียร์ใจจนกระจ่างไปถึงไหนต่อไหนแล้ว หัดรับฟังแล้วนำไปคิดซะบ้าง อยู่อย่างนี้ก็มีแต่จะเป็นขี้ปากคนอื่น”

คนอย่างแชยองพูดดีไปก็เท่านั้น ถ้าชานยอลยังเกรงใจไม่จบสิ้นสู้ปล่อยให้คยองซูจัดการเองเสียยังดีกว่า มัวแต่ประนีประนอมกันไปมาเมื่อไรจะจบ

“ขอตัวชานยอลนะ ต้องเข้าเรียนแล้ว”

ทิ้งท้ายเอาไว้เพียงเท่านั้นก็ลากตัวชานยอลออกมา โดยในระหว่างนั้นคยองซูก็แสดงทีท่ากระฟัดกระเฟียดเพราะแสนรำคาญใจ

“แม่ง พูดจาไม่รู้เรื่อง” 

“ผู้หญิงห่าอะไร ทนทายาทฉิบหาย กูล่ะนับถือเขาเลยจริง ๆ” จงอินว่าพลางส่ายศีรษะอย่างเหนื่อยหน่าย

“เพื่อนมึงนี่ไงที่ไม่เด็ดขาด ตัดไฟตั้งแต่ต้นลมได้เสือกไม่ตัด ยื้อแม่งอยู่ได้ อ้างไปดิลังเลนู่นนี่ ผลสุดท้ายเป็นยังไง ตามติดยิ่งกว่าปลิง อินซิเดียสยังเรียกพ่อ”

“กูพยายามแล้ว”

“มึงพยายามได้มากกว่านี้ชานยอล เลิกคำนึงถึงเรื่องเพศสภาพสักที ด่าแม่งไปเลยก็ดีถ้าพูดไม่รู้ฟัง”

“เอาไว้กูหมดความอดทนเมื่อไรก็คงมีวันนั้นเอง มึงไม่ต้องบอกกูหรอก”

ก่อนที่บรรยากาศจะมาคุไปมากกว่านี้ จงแดตัดสินใจละลายพฤติกรรมและความรู้สึกก่อนเข้าเรียนด้วยเรื่องงานวันเกิดของชานยอลที่กำลังจะเวียนมาถึงในเวลาอันใกล้

“เออ แล้วนี่วันเกิดมึงจะเอายังไง จัดที่ร้านเฮียไหม? กูจะได้บอกเขาแต่เนิ่น”

“ปีนี้จัดที่บ้านดีกว่าว่ะ จะได้เต็มที่ ไปร้านเฮียเดี๋ยวก็ต้องลำบากขนศพกลับบ้านอีก”

“ก็คือนอนบ้านมึงได้เลยใช่ปะ”

“อือ”

“งั้นปีนี้ชวนแต่คนสนิทแล้วกัน หว่านมาหมดเดี๋ยวโดนยกเค้า บ้านมึงยิ่งของเยอะ ๆ อยู่”

“ดี คนเยอะวุ่นวาย เดี๋ยวจะมาวอแวกับแฟนกูอีก”

“พี่ตัวเล็กจะมาด้วยเหรอ?”

“ไม่รู้ แต่ถ้าชวนเขาก็น่าจะมา”

หรือต่อให้ไม่ชวนชานยอลก็หวังว่าหมวยจะจำวันสำคัญของเขาได้ อย่างน้อย ๆ เราควรได้ใช้เวลาร่วมกัน แต่ชานยอลไม่รู้เลยว่ามันจะเป็นไปได้ไหม

“งานเยอะขนาดนั้นจะมีเวลาเหร๊อ”

เสือกจี้ถูกจุดอีกนั่น สู่รู้นักนะไอ้ควายจงอิน

“มึงก็อย่าพูดให้มันใจเสียดิวะ ช่วงนี้ยิ่งนอยด์ ๆ อยู่เรื่องแฟนไม่สนใจ สะกิดต่อมแบบนี้มันร้องไห้ขึ้นมาจะทำยังไง ปลอบเป็นกันหรือไงฮะ?”

“พวกมึงหุบปากไป กูไม่ใช่ลูกแหง่”

“เออ ก็จริง เพราะมึงไม่ได้ติดแม่ แต่ติดเมีย”

 

 

*********

 

 

“เหนื่อยไหมแบคฮยอน”

“อื้อ นิดหน่อย”

ในเวลาสี่ทุ่มเศษบนรถตู้คันใหญ่ แบคฮยอนกำลังเอนหลังพิงเบาะด้วยความเหนื่อยล้า วันนี้เขาวุ่นวายอยู่หน้ากล้องตั้งแต่เช้าจรดค่ำ ยิ้มจนเมื่อยแก้มอีกทั้งดวงตายังสู้แสงจนรู้สึกเคืองไปหมด แต่มันก็ไม่ได้ผิดเพราะใครอื่นไกล เป็นแบคฮยอนเองนี่ล่ะที่มีเรื่องกังวลใจจนสติไม่อยู่กับเนื้อกับตัวบ่อยครั้ง เลยต้องถ่ายซ่อมกันให้วุ่นวายไปหมด

“อะนี่ ดื่มน้ำผลไม้กับกราโนล่าบาร์เป็นของว่างไปก่อน เดี๋ยวกลับบ้านค่อยไปกินสลัด”

“ขอบคุณนะ”

แบคฮยอนรับเอาความหวังดีของเพื่อนมากินรองท้องเงียบ ๆ ดวงตาเหม่อมองไปนอกหน้าต่าง ความเงียบทำให้กระแสความกังวลตีตื้นขึ้นมาอีกครั้ง เมื่อไม่กี่วันก่อนแบคฮยอนเพิ่งจะมีปากเสียงกับชานยอลไป ทั้ง ๆ ที่ไม่ได้เจอกันบ่อยแท้ ๆ แต่ได้คุยกันทีไรก็มีแต่เรื่องให้ผิดใจ เนื่องจากอีกฝ่ายไม่ได้ใจกว้างยอมรับข้อจำกัดหลายประการได้ทั้งหมด

เพราะยังเด็กและเคยชินกับการได้รับความสนใจซึ่งแบคฮยอนมีให้มาโดยตลอด พอถูกหน้าที่การงานพรากเอาไป ชานยอลก็ชักไม่เข้าใจ ตลอดเวลาที่ผ่านมา เขาพยายามไกล่เกลี่ย ประคับประคอง ตลอดจนถึงแก้ไขสถานการณ์ให้ความสัมพันธ์ของเราไม่ดิ่งลงเหวทั้ง ๆ ที่เพิ่งเริ่มต้นได้ไม่นาน แต่ฟางเส้นสุดท้ายก็เป็นอันต้องขาดลงเมื่อแบคฮยอนไม่สามารถรับปากเรื่องการปรากฏตัวที่งานวันเกิดของอีกฝ่าย

“ซูยอง”

“หือ?”

“วันนี้เราขอไม่กลับบ้านได้ไหม”

“อ้าว ทำไมล่ะ? พรุ่งนี้ว่าจะเรียกคนมานวดให้พอดี ได้หยุดทั้งทีนะ”

“วันนี้วันเกิดชานยอลน่ะ เราอยากไปหาเขาหน่อย ช่วงนี้ไม่ค่อยได้เจอกันเลย พอมีวันว่างก็อยากจะอยู่ด้วยกัน”

คำอธิบายเรื่องงานสำคัญมากเพียงใดไม่อาจเพิ่มน้ำหนักความน่าเชื่อถือได้ สุดท้ายแล้วเรื่องเลยค้างคาอยู่อย่างนั้น ชานยอลไม่เหมือนเดิมกับแบคฮยอนตลอดระยะเวลาสามวันหลังเรามีปากเสียงกัน ซึ่งหากปล่อยไปเรื่อย ๆ มีหวังคงพังไม่เป็นท่า ฉะนั้นแล้วพอได้รู้ว่าตัวเองมีเวลาว่างหนึ่งวันหลังงานเฉลิมฉลองของชานยอล แบคฮยอนจึงตัดสินใจจะมอบมันให้อีกฝ่ายอย่างไม่ลังเล

“อ้อออ คนมีความรักอะเนาะ ได้สิ เดี๋ยวเราให้คนรถไปส่งแบคฮยอนก่อนแล้วกัน แล้วเราก็เจอกันอีกทีวันมะรืนเลยนะ มีตารางเช้าด้วย เราส่งคนรถไปรับสักเจ็ดโมง โอเคไหม?”

“อื้อ”

ราวหนึ่งชั่วโมงหลังจากนั้น ชายคาบ้านที่เขาไม่ได้เห็นมาสักพักใหญ่ก็ปรากฏอยู่เบื้องหน้า แบคฮยอนเอ่ยลาซูยองและอวยพรให้เธอเดินทางกลับอย่างปลอดภัย ก่อนจะใช้กุญแจเปิดประตูเข้าไปด้านในด้วยความเคยชิน กลิ่นแอลกอฮอล์หมักคละคลุ้งที่ผสมปนอยู่ในลมแอร์ทำให้ร่างเล็กเบ้หน้า ส่วนภาพซากมนุษย์เกลื่อนกลาดก็ทำให้ศีรษะโคลงไปมาเพราะแสนอ่อนใจ

ดูเหมือนแบคฮยอนจะมาช้าเกินไปเพราะตลาดวายกันหมดแล้ว เด็ก ๆ ทั้งในส่วนที่เขาเคยพบและไม่เคยล้วนสลบกันถ้วนหน้าเพราะฤทธิ์เครื่องดื่ม จะมีบ้างที่สะลึมสะลือโงหัวขึ้นดูว่าใครมาในยามแบคฮยอนเดินผ่าน เห็นทีพรุ่งนี้แม่บ้านคงรับบทหนักเป็นแน่แท้

เนื่องจากชานยอลไม่ได้อยู่ที่นี่ ร่างเล็กเลยทึกทักเอาว่าอีกฝ่ายคงพาตัวเองไปบนห้องเรียบร้อยแล้ว ก็เลยตรงขึ้นบันไดไปโดยไม่คิดลังเล ในใจเต็มเปี่ยมด้วยความคิดถึงและห่วงใย ต่อให้เปิดไปเจอชานยอลกำลังหลับไหลไม่รู้เรื่องราว แบคฮยอนก็จะโอบกอดเอาไว้เพื่อชดเชยเวลาที่ถูกปันไปให้กับคนอื่นตลอดทั้งคืน

ความเคยชินทำให้คนแก่วัยไม่คิดจะเคาะส่งสัญญาณ โดยไม่รู้ว่านั่นคือการตัดสินใจที่ผิดมหันต์ เพราะทันทีที่ประตูบานดังกล่าวถูกเปิดออกกว้าง ห้องนอนซึ่งถูกเปิดไฟสว่างก็ทำให้แบคฮยอนนิ่งค้าง ความชาและอุณหภูมิเย็นเยือกไล่ลามตั้งแต่ศีรษะจรดปลายเท้า เมื่อบนเตียงที่เขาเคยหลับนอน บนร่างของคนที่เรียกได้เต็มปากว่าแฟน บัดนี้กำลังถูกคลานค่อมโดยผู้หญิงคนหนึ่ง

เพียงแค่รูปพรรณสัณฐานคร่าว ๆ  แบคฮยอนก็รู้โดยสัญชาติญาณว่านั่นคือแชยอง เธอกำลังปรนนิบัติชานยอลด้วยริมฝีปากอย่างตั้งอกตั้งใจ ยิ่งไปกว่านั้นคนใต้ร่างกลับไม่มีท่าทีว่าจะผลักไสการกระทำ ซ้ำยังกำซาบความรู้สึกนั้นด้วยใบหน้าสุขสม มือบางบีบกำถุงกระดาษในมือจนขึ้นรอยยับ ริมฝีปากกระตุกสั่นขณะที่หยดน้ำตาเริ่มรินไหล ไม่นานแรงสะเทือนก็ไล่ลามไปทั่วทั้งร่างกาย สวนทางกับจังหวะหัวใจที่เคลื่อนไหวน้อยลงทุกที

 “ชานยอล...”

“.........”

“ปาร์ค ชานยอล”

“.........”

“ปาร์ค ชานยอล!!”

คนที่ผละออกห่างไม่ใช่เจ้าของชื่อเรียกจากปากแบคฮยอนแต่อย่างใด หากเป็นแชยองที่ยอมล่าถอยไปจากกิจกรรมซึ่งกำลังดำเนินอยู่ เป็นเวลาเพียงครู่หนึ่งเท่านั้นที่เธอแสดงทีท่าตกอกตกใจ ก่อนมันจะแปรเปลี่ยนไปเป็นรอยยิ้มร้ายกาจบนใบหน้า ราวกับว่าเธอพยายามเยาะเย้ยกันอยู่อย่างไรอย่างนั้น

ส่วนชานยอลดูท่าว่าคงเมาจนไม่รู้เหนือใต้ เพราะขนาดแผดเสียงเรียกยังไม่ยอมตื่นขึ้นมา เอาแต่นอนหลับตาพริ้มอยู่อย่างนั้น ซึ่งนั่นดีแล้ว เพราะแบคฮยอนไม่มีอะไรจะพูดกับชานยอล แม้กระทั่งหน้ายังไม่อยากมอง ส่วนอ้อมกอดที่เคยต้องการมอบให้ก็กลับไม่เป็นเช่นนั้นอีกต่อไป เนื่องด้วยความไว้เนื้อเชื่อใจถูกน้ำตาชะล้างไปจนแทบไม่เหลืออยู่

แบคฮยอนไม่รู้เลยว่าแท้จริงแล้วในระหว่างเขากำลังทำเพื่อคนอื่นนั้น ชานยอลเลือกที่จะทำอะไรกับใครบ้าง แต่มันชัดเจนแล้วว่าแชยองยังไม่หายไป ปัญหาที่ชานยอลจัดการเรียบร้อยแล้วยังเป็นเสี้ยนหนามเสียดแทงความสัมพันธ์ของเรา

“มีธุระอะไรหรือเปล่าคะ?”

“.........”

“ถ้าไม่มี...รบกวนออกไปก่อนได้ไหมคะ พอดีว่ากำลังทำเรื่องสำคัญกันอยู่”

“...ฝากของขวัญนี่ให้ชานยอลด้วย”

แบคฮยอนใช้ความพยายามมากเหลือเกินในการประคองเสียงไม่ให้สั่นทั้ง ๆ ที่น้ำตายังรินไหล

“อ๋อ ค่ะ วางไว้แถว ๆ นั้นเลยค่ะ” เธอพยักพเยิดบอกทิศทางพลางแต้มยิ้มบาง “แล้วจะให้บอกว่าใครฝากไว้คะ?”

“.........”

“ว่ายังไงคะ?”

“เรื่องนั้นไม่สำคัญหรอก แค่ส่งให้ถึงมือเขาก็พอ”

แสร้งทำเป็นเข้มแข็งทั้ง ๆ ที่หัวใจกำลังแหลกสลายโดยเงื้อมมือของผู้ชายที่เคยจุดประกายความหวัง

“ได้ค่ะ คุณคนไม่สำคัญ”

และหันหลังจากมาเพราะรู้สึกว่าที่ตรงนั้นไม่ใช่ของตัวเองอีกต่อไปแล้ว แบคฮยอนไม่ได้โทษชานยอลแต่เพียงผู้เดียวหรอก เนื่องจากเขาเองก็มีส่วนผิดเหมือนกัน ไม่ว่าจะเพราะไม่ได้อยู่ตรงนั้นในตอนที่อีกฝ่ายต้องการ หรือเพราะมัวใส่ใจกับความเป็นอยู่ของคนด้อยโอกาสจนหลงลืมความสำคัญของคนใกล้ตัวไป

สองขาของแบคฮยอนไร้เรี่ยวแรงหลังจากเข้มแข็งพาตัวเองมาอยู่ที่ชั้นพักบันไดได้ เขาทรุดตัวลงนั่ง ซุกใบหน้ากับฝ่ามือเพื่อร่ำไห้ให้กับหายนะบนความสำเร็จ ริมฝีปากล่างเจ็บไปหมดเพราะพยายามกลั้นเสียงสะอื้นซึ่งตีตื้นขึ้นมาเอ่อลำคอ หัวสมองสูญเสียความสามารถในการประมวลผลใด ๆ เมื่อหัวใจถูกปกคลุมด้วยความเจ็บปวดของการถูกหักหลัง

แทบขาดใจเมื่อแม้กระทั่งภายใต้ความมืดที่ขังตัวเองไว้ยังปรากฏภาพการกระทำของสองคนนั้น ที่สุดแล้วแบคฮยอนก็หมดความอดทน เขาไม่พยายามที่จะเข้มแข็งอีกแล้ว หยดน้ำตาทะลักทะลายไหลอาบแก้มเป็นสาย ช่วงไหล่ไหวสั่นจนคล้ายลูกนกกำลังเปียกปอน สุรเสียงหวานขาดห้วงอย่างน่าสงสารท่ามกลางห้วงนิทราของสักขีพยานที่เกลื่อนกลาดอยู่ชั้นล่าง เขาไม่รู้เลยว่าจะทำอย่างไรกับความผิดหวังซึ่งถาโถมเข้ามาใส่ ไม่รู้เลยว่าเพราะเหตุใดตนเองจึงไม่เคยมีความรักที่สมหวัง ตั้งแต่ผู้เป็นพ่อจนกระทั่งชายผู้เป็นที่รัก ล้วนทำให้เจ็บหนักอยู่ร่ำไป

แม้กำลังอ่อนแอแต่เมื่อตระหนักว่าตนเองไม่ควรอยู่ที่นี่อีกต่อไป แบคฮยอนก็กัดฟันหยัดกายลุกขึ้นอีกครา เรียวขาวาดเดินอย่างเชื่องช้าตรงสู่ประตูหน้า ทุกก้าวย่างหนักอึ้งและเต็มไปด้วยความเจ็บปวดเกินบรรยาย

หากยังไม่ทันพ้นจากธรณีประตูออกไป เรือนกายบอบบางก็ต้องกระดอนถอยหลังเพราะแรงปะทะ เป็นช่วงเวลาสั้น ๆ ที่ความเจ็บปวดในใจของแบคฮยอนลางเลือน ก่อนจะเด่นชัดขึ้นมาอีกครายามช้อนสายตาขึ้นมาพบกับคนคุ้นเคย

“แบคฮยอน?”

“...ฮึก”

“พี่มาทำอะไรที่นี่?”

ซ...เซฮุน

 

 

*********

จริง ๆ ใช้เวลาคิดอยู่นานว่าจะอัพฟิคดีไหม เพราะช่วงนี้สถานการณ์บ้านเมืองค่อนข้างตึงเครียด อ๋อกลัวว่าจะเป็นการกระทำที่ไม่เหมาะสมหากทำอะไรลงไป แล้วก็ไม่อยากจะเพิ่มความทุกข์ให้ทุกคนจากเนื้อหาของฟิคด้วย แต่ไป ๆ มา ๆ อ๋อเห็นว่าการหายหัวไปเฉย ๆ โดยไม่แจ้งอะไร ก็อาจจะทำให้คนที่รออยู่กังวล

วันนี้เลยตัดสินใจอัพฟิคเพื่อที่จะได้มีโอกาสถามทุกคนให้รู้เรื่องว่ามีความเห็นกันยังไง จะโอเคกันไหมคะถ้าอ๋อจะอัพฟิคเป็นปกติ เพราะเนื้อเรื่องตอนหน้า (14) มันก็จะค่อนข้างตึงเหมือนตอนนี้ ส่วนตอนจบ (15) ก็จะเบาลงมา อ๋อไม่อยากเสี่ยงให้ทุกคนอ่านแล้วรู้สึกไม่ดีต่อเลย

หรือว่าอยากจะให้อ๋อดูสถานการณ์และความเหมาะสม พักไปก่อนดีไหม ให้ทุกอย่างโอเคขึ้นแล้วค่อยกลับมาอีกครั้ง อันนี้ขึ้นอยู่กับการตัดสินใจของทุกคนนะคะ อ๋อยืดหยุ่นกับตรงนี้ได้ คิดเห็นยังไงบอกอ๋อให้รู้ด้วยนะ

เหนือสิ่งอื่นใด ขอให้ทุกคนปลอดภัย ช่วยกันต่อสู้ ผ่านสถานการณ์ครั้งนี้ไปให้ได้ และขอให้ชัยชนะกับประชาธิปไตย ตกเป็นของประชาชนทุกคนค่ะ

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 24 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

175 ความคิดเห็น

  1. #175 ยัยหนูตัวเล็ก (@bambynaeer) (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 13 พฤศจิกายน 2563 / 16:19
    มาอัพได้แล้ววว นานมากแล้วไรท์😭😭
    #175
    0
  2. #174 Phit_Ch (@chittayapornfang) (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 8 พฤศจิกายน 2563 / 04:36
    อัพต่อเลยค่า ตอนนี้ปวดใจมาก อยากต่อแล้ว ฮือ

    y-y
    #174
    0
  3. #173 achilata (@achilata) (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 29 ตุลาคม 2563 / 02:42
    ขอบคุณที่มาอัพนะคะ อย่างน้อยในสถานการณ์แบบนี้ก็ยังมีพี่โหม๋ที่คอยผ่อนคลายได้บ้าง
    #173
    0
  4. #172 ยัยหนูตัวเล็ก (@bambynaeer) (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 27 ตุลาคม 2563 / 15:04
    รักกันแต่คิดถึงใจกันน้อยลง เป็นพี่น้องกันเถ๊อะะะะะ ปล.ส่วนตัวอยากให้อัพนะคะเพราะคิดว่ามันคนละส่วนกันค่ะ อยากอ่านต่อน้า
    #172
    0
  5. #171 มนุษย์ขี้ชิป (@Kkkaewalin) (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 26 ตุลาคม 2563 / 10:14
    สำหรับเค้าอยากให้อัพต่อนะคะ บางทีมันตึงเครียดเกินไปอะค่ะ แต่ก็เคารพการตัดสินใจของไรท์นะคะเอาที่ไรท์สบายใจด้วยยังไงเค้าก็ติดตามเสมอค่าา💖
    #171
    0
  6. #170 natw (@natw) (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 25 ตุลาคม 2563 / 07:46
    อยากอ่านต่อค่ะ อยากเปลี่ยนให้เซฮุนเป็นพระเอกด้วยค่ะ
    #170
    0
  7. #169 benjamin94 (@benjamin94) (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 25 ตุลาคม 2563 / 05:58
    ส่วนตัวอยากอ่านต่อนะคะ แต่ก็ขึ้นอยู่กับความสะดวกใจของไรเตอร์ด้วยค่ะ ถ้าต้องอัพแล้วทำให้เกิดความกังวล ก็เลือกด้านที่ทำให้ตัวเองสบายใจดีกว่า
    #169
    0
  8. #168 benjamin94 (@benjamin94) (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 25 ตุลาคม 2563 / 05:52
    อัพต่อเถอะค่ะ หลายๆคนคงต้องการเปลี่ยนอารมณ์จากเรื่องที่ตึงเครียดอยู่ในตอนนี้ค่ะ แต่เลือกวันลงที่เหมาะสม เลี่ยงไม่ลงวันที่สถานการณ์รุนแรงค่ะ
    #168
    0
  9. #167 realmm (@realmm) (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 25 ตุลาคม 2563 / 04:31

    อัพต่อได้เลยค้าบบบบ
    #167
    0
  10. #166 Whiolet_due (@Pinoxchio) (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 24 ตุลาคม 2563 / 21:56
    อ่านก็ปวดใจ ไม่ได้อ่านก็ปวดใจจจจจ
    #166
    0
  11. #165 J_kanp (@JeepKannap) (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 24 ตุลาคม 2563 / 20:57
    คืออยากสบถหยาบใส่แชยองมาก ไม่ไหวแล้วนะ คือประสาทหรอ เป็นอะไรมากรึเปล่า คือทุเรศมากจริงๆทำตัวแบบนี้ ตอนคบกันชานยอลหลับหูหลับตาคบหรอ ผู้หญิง-อะไรเนี่ย
    #165
    0
  12. #164 AMPJK (@AMPJK) (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 24 ตุลาคม 2563 / 20:48

    อัพต่อได้เลยค่าาา
    #164
    0
  13. #163 Autumn.Devil (@suju1004) (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 24 ตุลาคม 2563 / 20:33
    ฮืออออออ ขอบคุณที่มาอัพนะคะ รอนานมากกก ตอนนี้ต้องการกำล้งใจ แต่อ่านตอนนี้แล้วเจ้บปวดใจ แงงงงงง รีบมาอัพตอนต่อไปนะคะ จะรอๆๆๆ
    #163
    0
  14. #162 NiNoonis (@NiNoonis) (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 24 ตุลาคม 2563 / 20:26
    รอตอนต่อไปค่าาา
    #162
    0