Death Agents (ก๊วนยมทูตอลเวง!)

ตอนที่ 8 : (EP1) 6 : สนามสอบ

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 9,218
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 252 ครั้ง
    24 ก.ค. 61

----6----

สนามสอบ

 

 

 

 

 

“คุณเฟรย์ครับตื่นได้แล้ว....”

“อือ....”

เสียงขานรับแบบเนือยๆ ดังขึ้น ความง่วงนั้นหนักหน่วงพอๆ กับความรำคาญและแสงสว่างจากดวงอาทิตย์ที่พุ่งเข้ามาแยงดวงตาที่ยังจับโฟกัสอะไรไม่ได้เอาเสียเลย กระทั่งค่อยๆ ปรือตาออกมาแล้วจนได้เห็นใบหน้าของเจ้าฝาแฝดคู่หนึ่งปรากฏขึ้น เท่านั้นเองความสุขที่ได้นอนหลับอย่างสบายนั้นก็หายวับไปในพริบตา

“เช้าแล้วนะครับ เดี๋ยวเราจะไปสอบสายนะ”

คำพูดด้วยน้ำเสียงที่เหมือนกับจะอ่อนโยนประหนึ่งเป็นคุณแม่ที่เข้ามาสะกิดลูกชายให้ตื่นไปโรงเรียนได้แล้วนั้นทำให้หลอดความหงุดหงิดของเฟรย์พุ่งสูงปรี๊ดขึ้นในทันที หากมีรางวัลโนเบลสาขากวนประสาทล่ะก็ เจ้าสองแฝดนี่คงได้มันไปคลองแบบไร้คู่แข่งโดยสิ้นเชิง

“ถ้าจะย่องเข้ามาปลุกซะขนาดนี้ พวกแกสองคนไม่อุ้มฉันไปอาบน้ำและปะแป้งให้เลยล่ะ?”

เฟรย์พูดขึ้นด้วยน้ำเสียงที่งัวเงียและหงุดหงิดผสมกันไป นั่นยิ่งทำให้เจ้าสองตัวป่วนฉีกยิ้มกว้างขึ้น

“ได้ด้วยเหรอครับ?” พวกมันประสานเสียง

“ได้สิ ถ้าพวกแกไม่กลัวโดนฉันถีบล่ะก็นะ”

พูดด้วยน้ำเสียงเหนื่อยหน่ายแล้วก็ลุกขึ้นมาจากที่นอนอย่างรวดเร็ว

ความรู้สึกเหนื่อยล้าของเมื่อวานนั้นหายเป็นปลิดทิ้งไปแล้วจนเขายังต้องแปลกใจ ทั้งๆ ที่เมื่อวานหลังจากที่ตายมาใหม่ๆ นั้นร่างกายมันหนักอึ้งเหมือนกับเพิ่งจะไปวิ่งออกกำลังกายมาอย่างหนักหน่วงเสียด้วยซ้ำ

“เป็นยังไงบ้างครับคุณเฟรย์?” จอนนี่ถาม “ยังรู้สึกปวดเนื้อปวดตัวหรือเหนื่อยๆ รึเปล่าครับ?”

“ไม่แล้ว...”

คำถามที่รู้งานของเจ้าเอเจนซี่ส่งให้เฟรย์ต้องเลิกคิ้วขึ้นและส่ายหน้านิดๆ ซึ่งนั่นก็ทำให้เจ้าสองแฝดฉีกยิ้มกว้าง

“นี่ล่ะครับพลังจากอาหารของร้านลิตเติ้ลโซล ต่อให้มีอาการเหนื่อยล้ามาจากผลที่วิญญาณเพิ่งจะตัดขาดจากร่างกายมาก็ตามที แต่ได้ทานอาหารดีๆ แล้วก็นอนพักให้เต็มอิ่มแล้ว ระดับคุณเฟรย์คงจะพักฟื้นจนพลังวิญญาณกลับมาเต็มถังได้ไม่ยากแน่ๆ ครับ” จอนนี่อธิบาย

“เท่านี้ก็พร้อมสำหรับการสอบเป็นยมทูตในวันนี้แล้วล่ะครับ!”

เฟรย์เพียงหัวเราะหึขึ้นมาเบาๆ พอจะรู้แล้วว่าทำไมเจ้าสองแฝดนี่ถึงได้พาเขาไปทานอาหารร้านดังในเวลาแบบนี้ ว่าแล้วเจ้าตัวก็ดันกายขึ้นมายืนได้ในที่สุด เป็นจังหวะที่สองแฝดนั้นยิ้มแฉ่งและพากันเดินออกไปด้านนอก

“ถ้างั้นก็รีบแต่งตัวนะครับ พวกเราจะไปรอด้านนอก”

ทิ้งคำไว้ทั้งอย่างนั้นแล้วประตูห้องนอนก็ปิดสนิทลงในที่สุด ดวงตาสีไวโอเล็ตจ้องมองค้างอยู่หลายวินาทีก่อนจะตั้งสติได้แล้วเบือนสายตามาอีกด้าน กระทั่งได้เห็นทิวทัศน์ด้านนอกผ่านบานกระจกระเบียงบ้านแลเห็นทะเลสาปที่กำลังสะท้อนแสงกับดวงอาทิตย์ในยามเช้าระยิบระยับสวยงามแล้วเฟรย์ก็ต้องถอนใจออกมาบางเบา

“เราตายแล้วจริงๆ นี่นะ” ว่าแล้วก็ยิ้มจางๆ ก่อนจะยกมือขึ้นบิดขี้เกียจ “เอาล่ะถ้างั้นก็ได้เวลาออกไปหางานทำในโลกใบใหม่กันเสียที”

 

 

 

“เมื่อคืนพวกผมสองคนลองไปตรวจสอบข้อมูลมาให้คร่าวๆ แล้วนะครับคุณเฟรย์”

เจ้าดอนนี่เอ่ยขึ้นพลางยื่นเอกสารฉบับหนึ่งมาให้เฟรย์อ่าน ขณะที่ตอนนี้เขากำลังหยิบเอาแซนวิชที่เจ้าสองแฝดเตรียมเอาไว้ให้ในยามเช้าขึ้นมากัดพอดีคำ

“เอกสารอะไร?”

เฟรย์ถามขึ้น ซึ่งตอนนี้พวกเขาทั้งสามคนก็ได้มานั่งกันอยู่บนรถไฟโดยสารประจำโลกหลังความตายที่กำลังเดินทางมุ่งหน้าไปยังเกาะยมทูต เป็นจังหวะที่เขากรอกสายตาลงไปในแผ่นกระดาษที่ได้รับมา ตัวหนังสือที่เพิ่งจะเคยเห็นเป็นครั้งแรกนั้นทำให้เขาต้องมึนตึบว่ามันเป็นภาษาอะไร ...ทว่าที่น่าแปลกก็คือ เพียงไม่กี่วินาทีเขากลับอ่านตัวหนังสือตัวหนังสือพวกนั้นได้ทุกตัวอย่างง่ายดาย

“รายละเอียดในการสอบของคุณน่ะสิครับ” ดอนนี่เสริมขึ้นพลางชี้นิ้วไปที่เอกสาร “จำนวนของดวงวิญญาณที่จะเข้าสอบการเป็นยมทูตมีมากกว่า 800 ดวง เป็นเป็นดวงวิญญาณที่เฉลี่ยอายุจากการตายแล้วราวๆ 3-4 ปีขึ้นไป น่าจะเป็นพวกที่เจนสนามสอบมาพอควร แล้วก็จากหลักสูตรการเข้าสอบจากสามปีที่แล้ว ส่วนมากข้อสอบมักจะเป็นการสอบปฏิบัติทั้งหมด ข้อสอบส่วนใหญ่จะวัดความเหมาะสมทางร่างกายและพลังของวิญญาณว่ามีเพียงพอที่จะทำงานเป็นยมทูตได้รึเปล่าครับ”

“หมายความว่า?”

เฟรย์ถามย้อนขณะที่เคี้ยวแซนวิชในมือตุ้ยๆ

“ก็หมายความว่าส่วนใหญ่แล้วเป็นการสอบแบบใช้กำลังมากกว่าสมอง เพราะงั้นน่าจะเข้าทางคุณเฟรย์แน่ๆ ยังไงล่ะครับ”

เจ้าแฝดตัวกวนพูดขึ้นด้วยสีหน้ายิ้มแย้มทว่าไอ้คำที่เหมือนกับจะหลอกด่านั้นทำเอาเฟรย์ต้องออกอาการเบ้ปาก แต่ก็ขี้เกียจจะถือสาและรีบทานแซนวิชในมือให้หมดเกลี้ยงเพื่อที่จะได้พร้อมสำหรับการสอบในอีกไม่กี่นาทีข้างหน้านี้ของเขา

“แล้วไอ้การสอบแนวที่ใช้กำลังที่ว่านั่นน่ะ ส่วนใหญ่ต้องทำยังไงบ้างล่ะ หรือจะให้ไปกระทืบใครอีก?”

เฟรย์ถาม มันคงตลกสิ้นดีถ้าหากบททดสอบการเข้าทำงานเป็นยมทูตคือให้ไปสู้กับใครแบบตัวต่อตัวอย่างที่เขาทำไปเมื่อวานนี้ เพราะถ้าแบบนั้นจะไปหานักเลงหัวไม้ที่ไหนมาทำงานด้วยก็คงจะได้

“ไม่หรอกครับ” จอนนี่ส่ายหน้า “ถ้าหากเป็นการสอบครั้งสุดท้ายที่เราพาลูกค้าเข้าไปสอบน่ะ มันก็จะเป็นช่วงซักเกือบๆ 20 ปีที่แล้วได้มั้งครับ ตอนนั้นทางแผนกยมทูตจะเปิดสนามสอบขนาดใหญ่มากๆ ให้พวกผู้เข้าสอบทุกคนวิ่งไล่ล่าพวกซินที่จำลองขึ้นมาน่ะครับ ผู้เข้าสอบคนไหนที่จัดการซินได้มากจนผ่านเกณฑ์ก็จะถือว่าสอบผ่านน่ะครับ”

เฟรย์เพียงพยักหน้ารับในคำอธิบายนั้น ก่อนหน้านี้เองเขาก็พอจะได้ยินเจ้าสองแฝดนี้พูดถึง “ซิน” ขึ้นมาบ้างว่ามันคือพวกดวงวิญญาณอาฆาตที่ไล่กัดกินดวงวิญญาณของพวกมนุษย์ที่ยังไม่ตาย เพราะฉะนั้นการที่จะทดสอบว่าดวงวิญญาณที่จะเข้ามาทำงานเป็นยมทูตนั้นมีศักยภาพเพียงพอที่จะปราบซินได้รึเปล่ามันก็เข้าท่าดีอยู่ แต่มันก็มีอะไรบางอย่างที่คาใจเขาอยู่

“แล้วเจ้าซินที่พวกนายพูดถึงน่ะมันหน้าตาเป็นยังไง แล้วมีพลังแบบไหนบ้างล่ะ?”

“ซินแต่ล่ะตัวจะมีหน้าตาที่ไม่เหมือนกันครับคุณเฟรย์” จอนนี่อธิบาย “พวกมันคือความบิดเบี้ยวของแรงอาฆาตในจิตใจของดวงวิญญาณที่จะบิดเบือนรูปร่างให้กลายเป็นปีศาจที่อัปลักษณ์ ส่วนพลังของพวกมันนั้นจะมีแกนขั้นต้นเหมือนกับดวงวิญญาณต้นแบบทั้งหมดครับ แต่จะทวีความรุนแรงมากขึ้นตามแรงปนเปื้อนของความอาฆาตและความดำมืดในโลกมนุษย์ครับ ยิ่งมันอาฆาตมากพลังวิญญาณของมันก็ยิ่งรุนแรงไปด้วย โดยที่พวกหน่วยยมทูตจะแบ่งระดับความอันตรายของซินไว้ที่  10 ระดับด้วยกันน่ะครับ”

“ยิ่งตัวเลขของระดับมากเท่าไรความอันตรายของมันก็จะยิ่งมากขึ้นเท่านั้นครับ” ดอนนี่เสริม “แต่ไม่ต้องกังวลหรอกนะครับพวกซินที่พวกยมทูตเอามาใช้ในการสอบน่ะมันจะเป็นเพียงดวงวิญญาณจำลองที่เลียนแบบพฤติกรรมของซินเท่านั้นเองครับ ถึงจะมีอันตรายแต่ก็เป็นในระดับที่ควบคุมอยู่ไม่มากพอที่จะทำให้ดับสูญได้ อีกอย่างส่วนมากซินที่ใช้ในการสอบก็ไม่ค่อยมีเกินในระดับ 2 หรอกครับ เพราะงั้นวางใจได้”

เฟรย์พยักหน้ารับในส่วนนั้น แม้จะยังไม่รู้ว่าต้องรับมืออย่างไร แต่ถ้าเป็นเรื่องการใช้กำลังแก้ไขปัญหา ทำไมเขาถึงมั่นใจขึ้นมานิดๆ ก็ไม่รู้ ...บางทีเขาอาจจะถนัดใช้แรงมากกว่าสมองอย่างที่เจ้าสองแฝดนี่ว่าก็ได้แฮะ (พอคิดแบบนี้แล้วมันรู้สึกหงุดหงิดยังไงก็ไม่รู้)

“ผมว่าการสอบของปีนี้ก็คงไม่พ้นอะไรราวๆ นี้ล่ะครับคุณเฟรย์” จอนนี่พูด “อีกอย่างผมว่าอย่างคุณเฟรย์น่ะเข้าๆ ไปสอบเถอะครับ ลองมองๆ ดูรอบด้านเดี๋ยวก็หาทางผ่านออกมาได้เองล่ะครับ”

“ข้อนี้เห็นด้วยเลย”

ว่าแล้วเจ้าสองแฝดก็ยิ้มแฉ่งจนเฟรย์เกือบจะเอาขวดน้ำดื่มขึ้นมาขว้างใส่เจ้าพวกบ้านี่ในฐานะที่พวกมันช่างทำตัวเป็นเอเจนซี่ที่มีความรับผิดชอบสูงมากเสียเหลือเกิน!

“สถานีต่อไป วันเดอร์บลู ...วันเดอร์บลู”

ทว่าเพียงไม่นานนักเสียงประกาศจากรถไฟก็ดังขึ้นมาเรียกให้ทั้งสามคนชะงักไป เบือนสายตามองไปที่กระจกนั้นรถไฟที่นั่งมาก็วิ่งพ้นอุโมงค์สีดำผ่านมาจนถึงเกาะ “วันเดอร์บลู” ที่เพิ่งจะเดินทางไปเมื่อวานในที่สุด ทุกๆ อย่างยังคงเหมือนเดิม บ้านเมืองที่เก่าแก่ ปราสาทหลังโตที่ตั้งอยู่ด้านใน รวมไปถึงทิวทัศน์ที่สวยงามตระการตา

หากแต่มันก็มีบางอย่างที่ดูแตกต่างจากเมื่อวานอยู่บ้าง

อะไรน่ะเหรอ?

ก็ดวงวิญญาณจำนวนมหาศาลที่มารวมตัวกันอยู่ในเกาะแห่งนี้จนล้นทะลักมาถึงสถานีรถไฟเลยน่ะซี่!

“อะไรวะเนี่ย...”

เฟรย์ออกอาการเบ้ปากขณะที่เขาลุกขึ้นจากที่นั่งและเดินตรงไปยังประตูทางออกของรถไฟ ที่น่าแปลกใจก็คือทั้งๆ ที่รถไฟขบวนที่พวกเขาโดยสารมานั้นแทบจะไม่มีใครนั่งมาด้วยแท้ๆ แต่ตรงปลายสายกลับมีผู้คนจำนวนมากมารวมตัวกันแน่นขนัดไปหมดแล้ว หนำซ้ำทุกคนยังแต่งตัวเหมือนกับเฟรย์ทั้งหมด

ซึ่งนั่นก็เดาได้เลยว่าพวกนี้ก็คือ....

“อย่าบอกนะว่าพวกนี้คือพวกที่จะมาสอบเป็นยมทูตทั้งหมดน่ะ?”

เฟรย์ถามขึ้นอย่างทึ่งๆ ขณะที่ก้าวเท้าออกมาจากรถไฟ จากนั้นก็ไม่อาจขยับเขยื้อนออกไปจากชานชะลาได้เลย และนั่นก็ทำให้สองเอเจนซี่ต้องแย้มรอยยิ้มกว้างออกมา

“ถูกต้องแล้วล่ะครับ ผมก็บอกแล้วไม่ใช่เหรอว่ามีดวงวิญญาณมากกว่า 800 ดวงน่ะครับ?”

“ก็ไม่คิดว่าจะเยอะขนาดนี้....”

เฟรย์พูดด้วยสีหน้าอึ้งสุดๆ โอเคก็พอจะรู้ว่าวันๆ นึงนั้นจะมีมนุษย์ตายกลายเป็นดวงวิญญาณเยอะแค่ไหน เขาเองก็พอจะรู้ว่าแผนกยมทูตเองก็ต้องการเจ้าหน้าที่เข้ามาเพิ่มมากแค่ไหน แต่ไอ้จำนวนดวงวิญญาณกว่าพันหรือบางทีอาจจะมากกว่านั้นที่มารวมตัวกันจนแน่นลานกว้างภายในเมืองนี้มันก็ออกจะเกินไปหน่อย!

“ก็อย่างที่ผมบอกใช่มั้ยล่ะครับ ยมทูต คืองานที่ทรงเกียรติของเฮเวน ไม่ว่าใครก็อยากจะเป็นทั้งนั้นล่ะครับ”

จอนนี่ยิ้มแฉ่งพลางผ่ายมือไปยังดวงวิญญาณอื่นๆ ที่ตอนนี้กำลังยืนรวมตัวกันด้วยสีหน้าตื่นเต้น เห็นได้ชัดว่าพวกเขาคงจะเตรียมตัวสำหรับการสอบมาเป็นดิบดีแน่

“แล้วคนมาสอบมากขนาดนี้ มันไม่แย่เหรอ?” เฟรย์เบ้ปาก

“ไม่แย่หรอกครับ ยังไงซะยมทูตก็เป็นแผนกที่ใช้บุคลากรมหาศาลมาแต่ไหนแต่ไรแล้ว ถ้ามีศักยภาพเพียงพอล่ะก็พวกเขายินดีจะอ้าแขนต้อนรับเลยล่ะครับ อีกอย่างเขาไม่ได้จำกัดจำนวนคนสอบผ่านหรอกนะครับ ขอแค่ทำให้ได้ตามเกณฑ์ที่วางเอาไว้ล่ะก็ยังไงก็สอบผ่านครับ”

ด้วยจำนวนดวงวิญญาณมหาศาลแบบนี้น่ะนะ?

เฟรย์นึกในใจพลางทอดสายตามองยาวออกไปคำนวณด้วยสายตาคร่าวๆ แล้วน่าจะมีมากกว่า 1,500 ดวงขึ้นไปแน่ๆ คือไม่ต้องคิดถึงว่าจะสอบผ่านได้ง่ายๆ รึเปล่าเลยนะ แค่ทำให้ไม่เหยียบกันตายก่อนน่าจะเป็นอะไรที่เข้าท่ามากกว่าด้วยซ้ำ!

“ไงครับรุ่นพี่ ปีนี้ทั้งสองคนพาดวงวิญญาณมาสอบเข้าแผนกยมทูตด้วยเหรอครับเนี่ย ประหลาดใจจัง!

กระทั่งมีเสียงทักทายที่สดใสดังขึ้นมาจากด้านหลัง เรียกสายตาของเฟรย์ให้หันไปมองแลเห็นว่ามีชายหนุ่มคนหนึ่งในชุดสูทสีดำและเน็คไทสีแดงที่เป็นสัญลักษณ์ของพวกเอเจนซี่เดินเข้ามาทักทายเจ้าสองแฝดด้วยรอยยิ้มกว้าง

“เฮ้ย! เป็นไงบ้างโยฮัน!” จอนนี่เอ่ยทักพลางเอื้อมมือไปจับไหล่วิญญาณแปลกหน้าเอาไว้

“ไม่ได้เจอหน้านายนานเลยนะ ได้ข่าวว่าเดี๋ยวนี้เป็นขาประจำของแผนกยมทูตไปแล้วนี่!” ดอนนี่ทักทายอีกคน

ดูเหมือนว่าชายคนนี้จะเป็นที่รู้จักและน่าจะสนิทสนมกับเจ้าเอเจนซี่สองแฝดนี้เป็นอย่างดี เขาเป็นชายหนุ่มร่างสันทัดผมสั้นสีทองหน้าตาออกจะดูเด็กราวๆ อายุ 15 ปีเห็นจะได้ด้วยซ้ำ ท่าทางเป็นคนดูนอบน้อมและอารมณ์ดีไม่หยอก

“ไม่หรอกครับ ผมก็แค่โชคดีได้เจอกับดวงวิญญาณเก่งๆ เท่านั้นล่ะครับ” ฝั่งตรงข้ามยิ้มกว้าง “ว่าแต่รุ่นพี่สองคนนี่หายหน้าหายตาไปจากแผนกยมทูตนานเลยนะครับเนี่ย เกือบๆ 20 ปีได้แล้วใช่มั้ยครับ?”

“ก็พวกฉันสองคนมันพวกเน้นคุณภาพมากกว่าปริมาณนี่หว่า” ดอนนี่โบกมือหย็อยๆ “เฮ้ย! อย่าเข้าใจผิดฉันไมได้แขวะแกนะไอ้หนู ได้ข่าวว่าทุกปีนี่แกป้อนดวงวิญญาณชั้นยอดเข้าแผนกยมทูตมาตลอดเลยนี่ ท่านมิวตี้น่ะเอ่ยชื่อแกตอนประชุมใหญ่บ่อยมากเลยนะ ...ได้หน้าได้ตาใหญ่แล้วนะเดี๋ยวนี้”

“ยังหรอกครับ ผมยังห่างชั้นรุ่นพี่แฝดกับคุณวิเวียนอีกหลายขุมเลยครับ” เจ้าหนุ่มผมทองยิ้มเจื่อนกระทั่งเหลือบสายตามาเห็นเฟรย์เข้า “ว่าแต่คุณคนนี้ก็คือ?”

“ใช่ ลูกค้าคนสำคัญของพวกเราเอง” เจ้าสองแฝดประสานเสียง

ว่าแล้วทั้งคู่ก็รีบเดินมาจับไหล่ของเฟรย์เอาไว้ราวกับอยากจะพรีเซนต์สินค้าสำคัญของตัวเองจะแย่

“เขาชื่อว่าเฟรย์ เป็นสุดยอดดวงวิญญาณที่พวกเราสองคนค้นพบมาเลยล่ะ” จอนนี่เริ่ม

“จำหน้าของเขาไว้ให้ดีล่ะโยฮัน นี่ล่ะจะเป็นยมทูตในระดับตำนานอีกดวงนึงเลย” ดอนนี่เสริม

ว่าแล้วเจ้าสองแฝดก็เชิดหน้าขึ้นเหมือนกับมั่นใจในคำพูดของตัวเองเสียเหลือเกิน ทำเอาเจ้าคนโดนอวย (เกินกว่าเหตุ) ต้องออกอาการเบ้ปากออกมา กระทั่งเฟรย์หันมาเห็นว่าเจ้าเอเจนซี่หนุ่มผมทองตรงหน้าฉีกยิ้มกว้างมาให้

“ถ้าเกิดว่ารุ่นพี่แฝดพูดแบบนั้นมันก็คงจะใช่ล่ะครับ” โยฮันพยักหน้ารับก่อนจะยื่นมือมาให้ “สวัสดีครับคุณเฟรย์ ปีนี้ผมเองก็พาลูกค้าคนสำคัญที่มีฝีมือมาสอบเหมือนกัน ยังไงซะก็ฝากเนื้อฝากตัวด้วยนะครับ”

“อื้อ”

เฟรย์พยักหน้ารับนิ่งๆ ก่อนจะยื่นมือไปจับด้วยตามมารยาท นึกรู้เลยว่าเจ้าเอเจนซี่หน้าอ่อนคนนี้คงจะเป็นหนึ่งในพวกที่เข้าหาชาวบ้านเก่งแน่ๆ เพราะดูๆ ไปแล้วเจ้าสองแฝดท่าทางจะเอ็นดูหมอนี่พอควร ผิดกับเจ้าเอเจนซี่มาดลุงที่เจอเมื่อวานในร้านอาหารลิบลับ

“เอ้อ! ได้ข่าวว่าปีนี้เจ้าวิลกิ้นพาโรเจอร์มาสอบด้วยสินะ?” จอนนี่ถาม

“ใช่ครับ คุณวิลกิ้นเองก็หมายมั่นปั้นมือกับคุณโรเจอร์มากเลยนะครับ ถึงขนาดดึงตัวไว้ตั้งสอบปีเพื่อให้สั่งสมประสบการณ์ให้เต็มที่แล้วค่อยเอามาสอบปีนี้ทีเดียว คุณโรเจอร์เองก็ไปฝึกงานอยู่ในโลกมนุษย์ปีนึงเต็มๆ ตอนนี้คงพร้อมสำหรับการสอบเต็มที่เลยล่ะครับ”

คำตอบจากเอเจนซี่ผมทองนั้นส่งให้เจ้าสองแฝดต้องออกอาการเหม็นเบื่อทางสีหน้าอย่างเปิดเผย

“เชอะ! ยังไงซะมันก็เป็นดวงวิญญาณที่ฉันแนะนำให้ มันต้องสอบผ่านอยู่แล้วล่ะ” ดอนนี่พูด

“อย่าไปยอมแพ้นะครับคุณเฟรย์ คุณต้องทำคะแนนในการสอบเข้าให้เยอะกว่าเจ้าโรเจอร์ให้ได้นะครับ”

จอนนี่หันมามองเฟรย์ด้วยสายตาที่แอบคาดคั้นนิดๆ ส่งให้ชายหนุ่มเจ้าของเรือนผมสีขาวต้องเลิกคิ้วขึ้นแต่ก็พยักหน้าตามน้ำไปแบบส่งๆ ก่อนเท่านั้นเอง

“ว่าแต่พวกรุ่นพี่ได้ไปลงทะเบียนรึยังครับ?” โยฮันถาม

“เออพวกฉันสองคนเพิ่งมาถึงเอง” จอนนี่ตอบ “แล้วจุดลงทะเบียนยังอยู่ที่เดิมรึเปล่า?”

“เขาเปลี่ยนไปหมดแล้วล่ะครับ ก็พวกรุ่นพี่ไม่ได้พาคนมาสอบตั้ง 20 กว่าปีแล้วนี่นะ เดี๋ยวผมนำทางไปเอง”

โยฮันพยักหน้าให้ด้วยท่าทางหวังดี ส่งให้เจ้าสองแฝดยิ้มรับก่อนจะหันหน้ามามองนายเฟรย์ในที่สุด

“ถ้างั้นคุณเฟรย์ไปรวมตัวกับพวกดวงวิญญาณอื่นๆ ได้เลยนะครับ เดี๋ยวพวกผมจะไปจัดการเรื่องลงทะเบียนให้เอง ที่เหลือก็ลุยไปให้เต็มที่ตามที่ต้องการได้เลยครับ”

“หะ?”

คำกล่าวของเจ้าจอนนี่ทำเอาเฟรย์เป็นอันต้องชะงักไปในทันที

“เดี๋ยวนะพวกแกสองคนจะปล่อยฉันไปต่อเองตรงนี้คนเดียวงั้นเหรอ?” เฟรย์ถาม

“ก็คงจะเป็นแบบนั้นล่ะครับ จากตรงนี้ไปเขาไม่ให้เอเจนซี่เข้าไปยุ่งแล้ว”

คำตอบนี้เองที่ทำเอาเฟรย์ต้องเผยอปากขึ้น เอาตรงๆ ก็คือเขายังไม่รู้เหนือรู้ใต้อะไรเลยซักนิด แต่ตอนนี้กำลังจะโดนคนรู้จักเพียงสองคนในโลกใบนี้ทอดทิ้งไปเสียดื้อๆ แล้ว!

“ไม่ต้องห่วงนะครับตามๆ ชาวบ้านเขาไปเดี๋ยวก็รู้เองครับ”

“ใช้เซนส์ของคุณในการสอบให้เต็มที่ครับ ยังไงก็สอบผ่านแน่นอนอยู่แล้ว”

ไม่พูดเปล่าเจ้าสองแฝดนั้นพากันเดินจากไปพร้อมกับเอเจนซี่หน้าอ่อนคนนั้นเสียดื้อๆ ปล่อยให้เฟรย์ได้แต่ยืนนิ่งอยู่อยู่นั้น ความรู้สึกเคว้งคว้างที่วูบหนึ่งแอบนึกไปถึงเด็กอนุบาลที่เข้าโรงเรียนครั้งแรกแล้วต้องเห็นผู้ปกครองเดินจากไปนั้นมันทำให้เขาหงุดหงิดชอบกล สุดท้ายเจ้าตัวจึงถอนใจออกมายาวๆ ก่อนจะหันกลับไปมองฝูงดวงวิญญาณตรงหน้า

“ให้มันได้อย่างนี้สิ....”

เฟรย์รู้สึกเลยว่าสิ่งแรกที่เขาจะต้องทำก็คือการหาข้อมูลในการสอบครั้งนี้

สำหรับเขาแล้วมันไม่ได้เป็นเพียงหน้าใหม่ในแผนกยมทูตเท่านั้น แต่เขายังเป็นหน้าใหม่ของโลกเฮเวนแห่งนี้ด้วย เขาที่แทบจะไม่รู้เรื่องอะไรเลยซักนิด แต่ต้องมาเข้ารับการสอบแสนสำคัญที่ดวงวิญญาณเป็นพันๆ ดวงต้องมาแข่งขันกันแบบนี้ ....มันใกล้เคียงกับการวิ่งไปฆ่าตัวตาย (อีกรอบ) เลยนะนั่น

สุดท้ายเฟรย์ก็ตัดสินใจลองก้าวเท้าเดินเข้าไปในฝูงชนตรงหน้าพยายามมองซ้ายมองขวาหาทางรอด แน่นอนว่าเขาไม่รู้จักใครในโลกใบนี้ซักคนเพราะงั้นการจะให้เขาเข้ามาทักก่อนนั้นแทบจะเป็นไปไม่ได้ แถมพอมองไปเรื่อยๆ แล้วจึงได้รู้ว่าผู้เข้าสอบคนอื่นๆ นั้นล้วนมาด้วยกันเกือบทั้งสิ้น แต่ล่ะคนพูดคุยกันดูสนิทสนม บ้างก็กำลังแลกเปลี่ยนข้อมูลกันด้วยสีหน้าเคร่งเครียด

เห็นทีเขาต้องไปผูกมิตรกับใครซักดวงบ้างแล้วล่ะ

“เพิ่งมาถึงงั้นเหรอเฟรย์”

กระทั่งเสียงเรียกของใคงบางคนนั้นทำให้เฟรย์ต้องชะงักไป เขาตวัดดวงตากลับมามองตามเสียงนั้นจึงได้เห็นชายหนุ่มคนหนึ่งฉีกยิ้มโชว์ฟันขาวเรียงเป็นระเบียบมาให้ ชายหนุ่มผู้มีผิวสีน้ำผึ้งและรอยยิ้มที่เป็นมิตร เห็นปราดเดียวก็จดจำได้ทันทีว่าหมอนี่เป็นหนึ่งในไม่กี่คนที่เขารู้จัก (หรืออาจจะเคยได้ยินชื่อมาบ้าง)

“นาย...ดวงวิญญาณที่ฉันเจอเมื่อวาน อ่า ...โรเจอร์ ใช่มั้ย?”

นึกชื่อมาเล็กๆ แล้วก็ทักไปด้วยรอยยิ้มที่เบาใจขึ้นมาทันที

“นึกว่านายจะจำฉันไม่ได้แล้วซะอีก” ฝั่งตรงข้ามเผยรอยยิ้มขึ้น “ฉันเห็นนายเดินทะเล่อทะล่าเข้ามาแล้วคิดว่าน่าจะใช่แน่ๆ ก็เลยเข้ามาทักน่ะ หวังว่าคงไม่ได้รบกวนหรอกใช่มั้ย?”

“ไม่เลยๆ” เฟรย์รีบโบกมือหย็อย “อันที่จริงนายช่วยฉันได้เยอะเลยล่ะ”

เห็นท่าทางโล่งอกนั้นแล้วนายโรเจอร์คนนี้ก็แย้มรอยยิ้มขึ้นคล้ายกับเข้าใจได้ในทันทีว่าเฟรย์แทบจะไม่รู้จักกับใครในที่นี้เลยซักคนเดียว

“กะแล้วเชียว” โรเจอร์พูดอย่างอ่อนใจ “เมื่อวานพอพวกเราสองคนแยกกันน่ะ เอเจนซี่ของฉันก็นึกเอะใจเรื่องของนายเขาเลยไปสืบข้อมูลของนายมา เท่าที่รู้ก็คือนายเพิ่งจะตายมาได้แค่หนึ่งวันกว่าๆ เท่านั้นเอง ไม่แปลกที่นายจะไม่รู้เรื่องอะไรเลยแบบนี้ล่ะนะ แล้วท่าทางแบบนี้คงจะโดนสองแฝดนั้นทิ้งมาล่ะสิ”

“ก็...คงงั้น”

เฟรย์ยิ้มออกมาเจื่อนๆ อีกหนึ่งความเป็นจริงที่แสนโหดร้ายสิ้นดี นั่นยิ่งทำให้ฝั่งตรงข้ามยิ้มอย่างอ่อนใจ

“นี่ก็เป็นการสอบครั้งแรกของฉันเหมือนกัน รังเกียจมั้ยล่ะถ้าเกิดว่าจะมาจับทีมกับฉัน?”

ช่างเหมือนเสียงสวรรค์ แต่ก็มีบางอย่างที่เฟรย์ไม่ค่อยแน่ใจนัก

“คือก็ไม่ได้รังเกียจหรอกนะ แต่ว่าในการสอบมันจะไม่ผิดกฎอะไรเหรอที่จะจับกลุ่มกันสอบน่ะ?”

“ไม่ผิดหรอก” โรเจอร์ยิ้มกว้าง “ปกติแล้วยมทูตก็ต้องทำงานกันเป็นทีมอยู่แล้วล่ะ อีกอย่างการมารวมตัวกันอยู่ที่ลานกว้างนี้ก็จัดว่าเป็นหนึ่งในการทดสอบขั้นหนึ่งแล้วรู้มั้ย ยิ่งจับกลุ่มกันเป็นทีมได้ดีแค่ไหนโอกาสที่จะสอบผ่านก็ยิ่งมากไปด้วยน่ะ เพราะว่าเขาไม่ได้จำกัดจำนวนคนที่จะสอบผ่านนี่ หรือว่าสองแฝดนั่นไม่ได้บอกอะไรนายเลยเหรอ?”

เฟรย์ส่ายหน้าด้วยท่าทางอ่อนใจสุดๆ เกือบๆ จะยกมือขึ้นมาก่ายหน้าผากเสียด้วยซ้ำ

“แล้วว่ายังไงล่ะ ตอนนี้ทีมของฉันเพิ่งจะมีกันสองคนเท่านั้นเอง ถ้าได้นายมาด้วยก็คงช่วยได้มากเลย”

“จะดีเหรอ?” เฟรย์ถามย้ำ “คือฉันอาจจะไปเป็นตัวถ่วงพวกนายก็ได้นะ นายก็เห็นนี่ว่าฉันเพิ่งจะตายมาแค่วันเดียวเท่านั้นเอง ฉันแทบจะไม่รู้เรื่องอะไรเลย”

“ฉันว่าคนที่เก่งขนาดอัดเจ้าจอนสันจนน็อคคาที่น่ะคงจะเอามาเรียกว่าเป็นตัวถ่วงไม่ได้หรอกมั้ง?”

คำกล่าวนี้เองที่ทำให้เฟรย์ต้องชะงักไปทันที เนื่องด้วยเรื่องที่เขาเพิ่งจะเล่นงานยมทูตที่ชื่อว่า “จอนสัน” นั้นไปมันเพิ่งจะเกิดขึ้นเมื่อวานนี้ หนำซ้ำยังในห้องซ้อมลับๆ ที่มีคนอยู่เพียงไม่กี่คนเท่านั้นเอง แต่ว่าเจ้าหนุ่มผิวเข้มตรงหน้าเขานั้นกลับรู้เรื่องนี้ได้

“ถึงเอเจนซี่ของฉันจะปากเสียแล้วก็ขี้วีนไปหน่อย แต่เรื่องสายข่าวกรองจากเขาน่ะเชื่อใจได้เลยนะ”

โรเจอร์พูดในสิ่งที่เฟรย์กำลังคิดอยู่ด้วยรอยยิ้มละไม ซึ่งนั่นก็ทำให้ฝฝั่งตรงข้ามต้องยิ้มออกมาอ่อนๆ นึกดีใจแทนหมอนี่จริงๆ ที่เอเจนซี่รู้เรื่องอะไรก็เอามาบอกหมดผิดกับเขาลิบลับ!

“ก็ถ้านายไม่รังเกียจฉันก็ไม่มีปัญหาอะไรหรอกนะ” เฟรย์ถอนใจยิ้มๆ “อันที่จริงมันช่วยฉันได้มากเลยล่ะ”

“เยี่ยม งั้นตามมาเลยเพื่อน เดี๋ยวจะแนะนำเพื่อนของฉันอีกคนให้นายรู้จัก”

ว่าแล้วก็กวักมือเรียกให้เดินตามไปติดๆ เฟรย์ก็เลยทำได้แค่เป่าปากอย่างโล่งอกที่สุด อันที่จริงเขาเองก็ยังคิดหนักอยู่แท้ๆ ว่าจะไปผูกมิตรกับชาวบ้านรอบๆ ด้านอย่างไรดี มันติดที่ว่าวิญญาณแต่ล่ะดวงนั้นดูท่าทางจะมีอายุที่แก่กว่าเขามากโข ไม่ใช่เรื่องอายุขัยของดวงวิญญาณ แต่เขาหมายถึงหน้าตาที่บางคนเหมือนตาลุงอายุ 40 กว่าๆ ด้วยซ้ำ ผิดกับนายโรเจอร์ที่ดูจะมีอายุพอๆ กับเขาได้

กระทั่งโรเจอร์พาเขาเดินแหวกผู้คนจนมายืนตรงลานน้ำพุใจกลางเมืองได้ ที่ตรงนั้นดูจะมีดวงวิญญาณคนอื่นๆ จับกลุ่มกันเป็นทีมใหญ่ๆ แบบที่ได้ยินไว้ไม่มีผิด บ้างเป็นกลุ่มใหญ่ขนาดเกือบยี่สิบคน บ้างก็เป็นกลุ่มเล็กๆ ที่มีกันสามสี่คนเท่านั้นเอง กระทั่งนายผิวเข้มตรงหน้าพาไปหยุดตรงเด็กสาวคนหนึ่งที่ยืนอยู่ลำพังตรงหน้าน้ำพุพอดิบพอดี

“นี่ไงฉันไปพาคนมาเพิ่มในทีมเราได้แล้วเห็นรึเปล่า”

โรเจอร์พูดด้วยน้ำเสียงสดใสกับเด็กสาวคนนั้น จนกระทั่งเธอเงยหน้าขึ้นมาเห็นเฟรย์เขาและพยักหน้ารับเนือยๆ โดยปราศจากคำพูดใดๆ ทั้งสิ้น

“ยัยนี่เป็นเพื่อนของฉันเองเรารู้จักกันตั้งแต่สมัยลงไปฝึกงานในโลกมนุษย์แล้วล่ะ เธอชื่อว่า ลูซี่”

คนพูดเก่งพยายามจะแนะนำให้ผูกมิตรกันไว้ ซึ่งเฟรย์ก็เซนส์ไวพอที่จะรีบสานต่อ

“ฉันชื่อเฟรย์ ยินดีที่ได้รู้จักนะ”

ว่าแล้วเขาก็ยื่นมือไปตรงหน้าของเธอ แน่นอนว่าเธอไม่ได้พูดอะไรกลับมาซักคำ เพียงพยักหน้ารับและยกมือขึ้นจับด้วยใบหน้าเรียบเฉยที่สุด เท่านั้นเองเฟรย์ก็ทำได้แค่กะพริบตาปริบๆ อยู่ทั้งอย่างนั้นเอง

“คือว่าลูซี่เธอเป็นคนไม่ค่อยพูดเท่าไรน่ะ แต่ว่านิสัยฮามากเลยนะ เดี๋ยวนายจะชอบเธอเชื่อสิ”

“งั้นเหรอ....”

ส่วนไหนของแม่สาวคนนี้ที่ “ฮามาก” เฟรย์อยากจะรู้นัก แค่ใบหน้าของแม่เจ้าประคุณก็ราบเรียบเสียจนคาดเดาอารมณ์ไม่ได้แล้ว เท่าที่ดูแล้วเธอมีรูปลักษณ์ที่เหมือนกับเด็กสาวอายุไม่ถึง 15 ปีดี ดวงหน้ารูปไข่ผิวขาวตาสีฟ้าสวย ผมยาวรวบเป็นหางม้าสีน้ำตาลอ่อน จัดว่าเป็นเด็กสาวที่น่ารักทีเดียว

“ไม่ต้องห่วงนะฝีมือของเธอไม่เล็กเหมือนรูปร่างแน่ๆ”

เป็นอีกครั้งที่โรเจอร์พูดออกมาในสิ่งที่เฟรย์คิดจนเขาต้องชะงักไป

“เธอน่ะหมายมั่นปั้นมือที่จะไปทำงานในหน่วยกวาดล้างเลยล่ะ ลูซี่น่ะทักษะในการต่อสู้ที่สูงมากเลยนะ”

แม้ไม่ได้พูดอะไรออกมาแต่แม่สาวน้อยร่างเล็กก็ชูสองนิ้วออกมาเพื่อยืนยันคำพูดของนายโรเจอร์ด้วยสีหน้าที่เรียบเฉยดูตลกไปอีกแบบ

“แล้วนายล่ะอยากจะไปทำงานฝ่ายไหนในแผนกยมทูตงั้นเหรอ?”

“ไม่รู้สิ” เฟรย์ตอบด้วยสีหน้าเรียบเฉย “เอาตรงๆ นะฉันยังไม่รู้อะไรเกี่ยวกับแผนกยมทูตเลยด้วยซ้ำ แต่ก็เพราะเจ้าสองแฝดบอกว่ามันเหมาะกับตัวฉันดีเท่านั้นล่ะ ฉันก็เลยตัดสินใจที่จะมาสอบ เพราะไม่ว่ายังไงการจะมาอยู่ที่โลกเฮเวนมันก็ต้องมีงานทำใช่มั้ยล่ะ”

“ก็นั่นสินะ....”

โรเจอร์ยิ้มอย่างอ่อนใจ จนเขารู้สึกได้เลยว่าหมอนี่น่าจะแอบคิดอะไรแปลกๆ อยู่ในหัวแน่

“ฉันหวังว่าสองแฝดนั่นจะมีสายตาที่เฉียบคมเหมือนเคยล่ะนะ ไม่อย่างนั้นการสอบในวันนี้คงจะเป็นเหมือนการตกนรกทั้งเป็นของนายแน่ๆ” โรเจอร์ยิ้มอ่อน “นายคงไม่คิดหรอกใช่มั้ยว่างานยมทูตน่ะมันเป็นงายง่ายๆ ที่ใครก็สามารถทำได้?”

เฟรย์ส่ายหน้าค้านในทันที

“ดูจากจำนวนคนที่เข้ามาสอบ กับการกวดขันในการคัดคนเข้ามาสอบแล้ว ฉันก็พอจะเดาได้ว่ามันเป็นงานที่เสี่ยงอันตรายสูงมาก”

“ใช่” โรเจอร์พยักหน้ารับ “ถ้าหากจะอาศัยอยู่ในเฮเวนในฐานะของเอเจนท์น่ะ มันยังมีหน้าที่อีกมากมายที่สามารถทำได้ในโลกหลังความตายนะ แต่งานยมทูตน่ะมันเป็นอีกเรื่องนึงเลย ถ้าจะบอกว่ายมทูตคือคนที่เอาวิญญาณตัวเองไปเสี่ยงให้แตกสลายแทบจะตลอดเวลาก็คงจะได้นั่นล่ะ มันก็ไม่ใช่งานที่สวยหรูอะไรนักหรอก ดีไม่ดีจะเป็นงานที่ต้องเปลืองแรงที่สุดในเฮเวนแล้วก็ว่าได้"

เฟรย์เพียงพยักหน้ารับ เขาเองก็คิดเอาไว้ตั้งแต่แรกแล้วว่ามันคงไม่ใช่งานที่ง่าย อย่างที่เจ้าสองแฝดพูดแน่ๆ แต่ก็อย่างที่บอก สัญชาตญาณของเขามันร้องเตือนว่าที่นี่ล่ะ ...ดีแล้ว

ซึ่งพอได้เห็นสีหน้าที่หนักแน่นของเฟรย์แล้วโรเจอร์ก็ทำได้เพียงแค่ยิ้มอ่อนออกมาเท่านั้นเอง

“ตอนนี้น่ะในวงของเอเจนซี่กำลังพูดคุยกันมากเกี่ยวกับเรื่องของนายนะ” โรเจอร์พูด

“เรื่องที่ฉันสามารถเอาชนะเจ้าจอนสันอะไรนั่นได้น่ะเหรอ?” เฟรย์ถาม

“เปล่าหรอก” ว่าแล้วก็ส่ายหน้า “อันที่จริงเรื่องนั้นก็นับว่าน่าตกใจอยู่หรอกนะ แต่นายไม่ใช่คนแรกหรอกที่เล่นงานเจ้าจอนสันนั่นจดหมดสภาพได้ตั้งแต่เป็นดวงวิญญาณฝึกงานแบบนี้ แต่สิ่งทีพวกเอเจนซี่กำลังคุยกันน่ะก็คือเรื่องที่สองแฝดนั่นตัดสินใจส่งดวงวิญญาณเข้ามาสอบเป็นยมทูตต่างหากล่ะ”

ฟังตรงนี้แล้วเฟรย์ก็ชะงักงันไปในทันที อันที่จริงก่อนหน้านี้ก็เหมือนกับเพิ่งจะได้ยินมาบ้างว่าเจ้าสองแฝดนั้นไม่ได้พาเด็กมาสอบเข้าที่แผนกยมทูตเกือบยี่สิบปีเห็นจะได้แล้ว ดูจากสีหน้าของโรเจอร์แล้วมันน่าจะมีเรื่องซับซ้อนอะไรอยู่ภายในเป็นแน่

“มันหมายความว่าไงเหรอ?” เฟรย์ถาม

“ก็นะ ฉันไม่ได้อยู่ในจุดที่ควรจะพูดเรื่องนี้เท่าไร” โรเจอร์ไหวไหล่ “มันมีเหตุให้เจ้าสองคนนั้นไม่กล้าที่จะส่งคนเข้ามาทำงานในแผนกยมทูตอยู่น่ะ แต่การที่จะมีดวงวิญญาณซักดวงที่เปลี่ยนใจเอเจนซี่ระดับสองแฝดนั้นได้ล่ะก็ มันต้องไม่ใช่เรื่องธรรมดาแน่”

ว่าแล้วโรเจอร์ก็เผยรอยยิ้มละไมออกมาให้เห็น ซึ่งนั่นอาจจะรวมสายตาของแม่สาวน้อยที่ชื่อว่าลูซี่จ้องผสมเข้ามาด้วย มันจึงทำให้เฟรย์ต้องเลิกคิ้วขึ้นนิดๆ

“มัน...เป็นเรื่องดีรึเปล่าเนี่ย?” เขาถามแบบไม่แน่ใจนัก

“ต้องเป็นเรื่องดีอยู่แล้วสิ” โรเจอร์ยิ้มร่าเอื้อมมือไปตีไหล่ของเฟรย์เบาๆ “สองแฝดนั่นคงมองเห็นอะไรบางอย่างในตัวนายถึงได้ตัดสินใจส่งนายเข้ามาสอบเป็นยมทูตทั้งๆ ที่เพิ่งจะตายไปแค่วันเดียวเท่านั้น และการที่ท่านมิวตี้เองก็อนุมัติให้นายเข้ามาสอบได้จริงๆ เนี่ย นายคงจะมีของอะไรซักอย่างอยู่ในตัวแน่ๆ”

ฟังแล้วเฟรย์ก็ได้แต่ทำหน้าปุเลี่ยนๆ ออกมาเท่านั้นเอง ซึ่งมันก็ทำให้โรเจอร์ต้องยิ้มร่ายกมือขึ้นมาตีไหล่ฝั่งตรงข้ามเบาๆ

“ขอโทษๆ ฉันไม่น่าพูดอะไรแปลกๆ ให้นายเครียดเลยสินะ แค่นายเข้ามาสอบโดยไม่รู้เรื่องอะไรก็คงเซ็งจะแย่แล้ว” เขาว่าด้วยน้ำเสียงที่สดใสขึ้น “ยังไงซะเรามาช่วยกันสอบให้ผ่านเลยเถอะ เรื่องที่นายไม่รู้น่ะเดี๋ยวพอเข้าไปลองทำงานดูเดี๋ยวก็ได้เรียนรู้เองแหละ ตอนนี้เดี๋ยวฉันกับลูซี่จะช่วยนายเองไม่ต้องห่วง”

ได้ยินดังนั้นเฟรย์ก็ยิ้มและพยักหน้ารับโดยที่ไม่ได้พูดอะไรออกมาอีกเลย แน่นอนว่าในตอนนั้นที่เขาเบือนสายตาไปอีกด้านด้วยสัมผัสบางอย่าง และได้เห็นว่าเอเจนซี่แฝดของเขาสองคนนั้นเดินไปรวมตัวกันเอเจนซี่คนอื่นๆ อีกด้านหนึ่งเหมือนจะกำลังจะลงทะเบียนการสอบให้กับเขาอยู่

เท่านั้นเองเขาจึงถอนใจออกมาบางเบา ก่อนจะหรี่ตาลง

“ท่าทางสอบเสร็จฉันต้องคุยอะไรกับเจ้าสองแฝดนั่นหน่อยแล้วมั้ง”

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 252 ครั้ง

849 ความคิดเห็น

  1. #849 tacbe (@Xinso) (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 9 กรกฎาคม 2563 / 15:50

    รออยู่นะ
    #849
    0
  2. #845 Femiella (@Femiella) (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 29 มีนาคม 2563 / 19:18
    อยากอ่านต่อค่าาา
    #845
    0
  3. วันที่ 7 มีนาคม 2563 / 22:03

    รอค่าาา

    #842
    0
  4. #840 SP'c Yu (@klanla) (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 12 มกราคม 2563 / 09:48
    รออ่านต่อนะคะ
    #840
    0
  5. #836 Élisabeth (@bananakungs) (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 9 พฤศจิกายน 2562 / 12:22
    รอคร้าบบบบ
    #836
    0
  6. #833 SaifahJanta (@SaifahJanta) (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 11 สิงหาคม 2562 / 12:02
    สนุกมาก
    #833
    0
  7. #830 KanitinMax (@KanitinMax) (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 8 มกราคม 2562 / 20:48

    รออยู่ครับ

    #830
    0
  8. #828 bewbeaubew (@beaubababobo-40) (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 11 ธันวาคม 2561 / 11:34
    รอค่าาา

    สนุกมาก
    #828
    0
  9. #822 ไอ- - *หมี (@ambuster20) (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 23 สิงหาคม 2561 / 16:07
    รออ่านต่อเลยครับสนุกมาก
    #822
    0
  10. #821 kan_kana (@kan_kana) (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 16 สิงหาคม 2561 / 15:19
    เข้ามาดูวันละสองรอบเลย //อัพๆหน่อยนะคะ ชอบคุณเฟรย์
    #821
    0
  11. #819 kan_kana (@kan_kana) (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 8 สิงหาคม 2561 / 10:45
    รอนะคะ
    #819
    0
  12. #817 NiGhte N.S.N. (@shigamorinice) (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 28 กรกฎาคม 2561 / 13:45
    ตามยาวๆค่ะะะะ
    //คุณเฟรย์มีปาร์ตี้แล้วววว
    #817
    0
  13. #816 pommijika (@5354) (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 27 กรกฎาคม 2561 / 01:58

    รรีวนกี่ครั้งไม่เคยบ่นเคยแค่หน้าบึ้งหงิกมุ่ยด้วยความค้าง


    แต่จริงจัง ชอบค่ะ งานคุณภาพดีขึ้นน่าติดตาทขึ้นเรื่อยๆเลย!

    #816
    0
  14. #815 Fah.Tanong (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 26 กรกฎาคม 2561 / 21:12

    รอค่ะ อย่าหายไปอีกนะคะ #จะอ่านวนไปจนกว่าจะมาค่ะ

    #815
    0
  15. #814 littledaydreame (@littledaydreame) (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 25 กรกฎาคม 2561 / 17:02
    รอต่อค่าาา
    #814
    0
  16. #813 Vincensia (@sharantree) (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 25 กรกฎาคม 2561 / 12:36

    ต่อออออ

    #813
    0
  17. #812 Eheh072 (@tunkhowfang) (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 25 กรกฎาคม 2561 / 06:04
    จะสอบแล้วว รอเลยค่า
    #812
    0
  18. #811 S.S.A. (@4349) (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 25 กรกฎาคม 2561 / 00:04
    รอตอนต่อไปค่ะ
    #811
    0
  19. #810 Fresher Aeolus Zephyrus (@fresherzephyr) (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 24 กรกฎาคม 2561 / 22:19
    รอตอนต่อปายยยยย
    #810
    0
  20. #809 Piyanoot Toommarin (@azaleawhite) (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 24 กรกฎาคม 2561 / 21:58
    ต่อเร็วๆนะรอๆๆๆๆๆ
    #809
    0
  21. #808 นำหนึ่ง (@pawarisa) (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 24 กรกฎาคม 2561 / 21:33
    สนุกมากๆ ค่า จากก่อนปรับเนื้อเรื่องเดินไวกว่านี้มาก แต่อันนี้ค่อยๆ ปูเนื้อเรื่องไปเรื่อยๆ ทำให้ชวนติดตามมากขึ้น แถมความ ‘เกรียนแตก’ ของสองแฝดทำไมรู้สึกว่ามีมากกว่าเดิม แต่น่ารักมีสีสันมากค่ะ รอตามต่อเรื่อยๆ นะคะ
    #808
    0
  22. #807 ลำนำมาร (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 24 กรกฎาคม 2561 / 21:09

    เปลี่ยนเยอะแหะ แต่ยังดีเหมือนเดิม 5555 เดาว่าเหตุผลที่สองแฝดไม่ส่งคนมาแผนกนี้ อาจจะเพราะเคยมีคนรู้จักตายก็ได้

    #807
    0
  23. #806 Reader (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 24 กรกฎาคม 2561 / 20:46

    ต่อเร็วๆนะคะ ติดตามค่าาา

    #806
    0
  24. #805 cefah31 (@cefah31) (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 24 กรกฎาคม 2561 / 20:19
    ต่อเลยครับไรท์
    #805
    0
  25. #804 Yugime (@deknaruk61542) (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 24 กรกฎาคม 2561 / 19:45
    ไรท์ดองนาน ลืมหมดแล้ว 555
    #804
    0
  26. #181 Black22 (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 7 มิถุนายน 2558 / 21:46
    สนุกมากครับ ^^
    #181
    0
  27. #179 คุณหญิง Ma-E (@hana-yuki) (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 7 มิถุนายน 2558 / 20:46
    ดีโฟนเนี่ย สตีฟ จ๊อบไปช่วยทำให้สินะ
    #179
    0
  28. #177 Tsuna_10 (@manami_01) (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 7 มิถุนายน 2558 / 20:17
    รู้สึกว่าพระเอกเราจะปรับตัวกับสองแฝดนรกนี้ไม่ทันซะทีนะ

    ลุ้น ๆ กำลังจะไปทำภารกิจแล้วจะเป็นไงต่อไปนะ
    #177
    0
  29. #176 m-mier (@mod_dumdum) (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 7 มิถุนายน 2558 / 18:37
    แอดไลน์ 5555555
    #176
    0
  30. #175 N เอ็น (@nlm1122) (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 7 มิถุนายน 2558 / 17:25
    น่านมีไลน์กะเค้าด้วย ไอดีอะไรคะเดี๋ยวแอดไป 55
    #175
    0
  31. #174 kingace (@kingace) (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 7 มิถุนายน 2558 / 14:43
    ตกลงไอ้สองแฝดนี่มันหัวสายงานขายตรงหรือยมฑูตกันแน่นิ
    #174
    0
  32. #173 Summer Tea (@pimlada45) (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 7 มิถุนายน 2558 / 13:07
    หวังว่าพี่เฟรย์คงไม่ต้องเล่นเฟสบุค ตามไปกดไลค์รูปและคอมเม้นท่านมิวตี้หรอกใช่ไหมคะ //แต่ถ้ามีคงฮาน่าดู 5555
    #173
    0
  33. #172 JENNYHA (@jennyha) (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 7 มิถุนายน 2558 / 13:03
    ตื่นเต้นๆๆๆ
    #172
    0
  34. วันที่ 7 มิถุนายน 2558 / 12:16
    4เดือน 0-0
    #171
    0
  35. วันที่ 7 มิถุนายน 2558 / 10:36
    เห็นยมทูตมีโทรศัพท์ มาแอดไลน์กันอีก อึ้งขั้นสุด 555555555
    #170
    0
  36. #169 น้องประภพ (@praphop) (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 7 มิถุนายน 2558 / 10:31
    สำลักน้ำลายตอนขำ
    #169
    0
  37. #168 yutoteru (@yutoteru) (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 7 มิถุนายน 2558 / 10:01
    ไลน์ แอปพลิเคชัน ? ดีโฟน? 4G ? สรุปมันไม่ได้ต่างกับมนุษย์เลยนะเนี่ย บอกตามตรงเลยค่ะ
    #168
    0
  38. #167 mcpc ^_^ (@greenare) (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 7 มิถุนายน 2558 / 09:34
    ยมทูตใช้ไลน์...ดีโฟน5555555555
    #167
    0
  39. วันที่ 7 มิถุนายน 2558 / 08:10
    สะพรึงงง มีแอดลงแอดไลน์ =[]=
    #166
    0
  40. #165 jarafa (@fai7461) (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 7 มิถุนายน 2558 / 08:08
    ดีโฟน เงิบแทนเฟรย์ 555
    #165
    0
  41. #164 Greed12 (@dukkung) (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 7 มิถุนายน 2558 / 07:00
    D-Phone เหมือนที่พระเอกร้อยเรื่องเล่า เรื่องเล่าที่101 ใช้เรย
    #164
    0
  42. #163 shinamon69 (@shinamon69) (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 7 มิถุนายน 2558 / 04:02
    ไอ้เราก็นึกว่าจะได้ ดีโฟน 6 พลัส
    #163
    0
  43. #162 crimbo (@crimbo-prae) (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 7 มิถุนายน 2558 / 03:45
    มาต่อไวๆน้าา
    #162
    0
  44. #161 The Memorial (@golflovenaru) (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 7 มิถุนายน 2558 / 01:22
    ชื่อโทรศัพท์คุ้นๆนะ 55 ชอบเรื่องนี้แฮะ เปิดเรื่องมาเขียนแล้วรู้สึกฮา

    ปล. ขอร้องอเถอะรอบนี้อย่าเจอส่วนข้ามยาวแบบพระเอกหายไปหลายปีเลย เจอมาทั้ง 2 เรื่องรู้สึกเหมือนโดนจำกัดเล่มจำกัดหน้าอย่างบอกไม่ถูก
    #161
    0
  45. #160 |aTtePops (@lattepops) (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 6 มิถุนายน 2558 / 23:45
    Dphone 6 Minus! ยมทูตใช้ไลน์ แหมะ ไอเดียบรรเจิดมากครับ 5555
    #160
    0
  46. #159 นานา (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 6 มิถุนายน 2558 / 23:29
    สนุกมากอ่าาาา รอมาต่อนะคะ
    #159
    0
  47. #158 mint (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 6 มิถุนายน 2558 / 23:16
    น่าจะพิมพ์ว่า "แอพพลิเคชั่น" นะคะ

    แอปปริเคชั่น อ่านแล้วดูขัดๆอ่ะค่ะะะ แต่เรื่องสนุกเหมือนเดิม
    #158
    0
  48. #157 Valhala (@flkvangr) (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 6 มิถุนายน 2558 / 22:54
    รอออออออ
    #157
    0
  49. #156 ลoJเล่u (@pramonvza) (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 6 มิถุนายน 2558 / 22:47
    สนุกดีครับ รออ่านตอนต่อไป
    #156
    0
  50. #155 MiiMoZaa_002 (@MiiMoZaa_002) (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 6 มิถุนายน 2558 / 22:38
    ตื่นเต้น ๆๆๆ ><'
    #155
    0