The Perverse Mist : หมอกวิปลาส (ตีพิมพ์กับ สนพ.สยามอินเตอร์)

ตอนที่ 6 : บทที่5 : ความฝัน

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 215
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 1 ครั้ง
    4 ม.ค. 55

                                   

บทที่ 5

ความฝัน

 

เสียงฮัมเพลงดังแว่ว เด็กสาวกำลังวิ่งไปโดยไร้จุดหมาย

 

รอบตัวเธอคือม่านหมอกขาวหม่นมัวซัว จนแทบไม่เห็นแม้แต่ปลายเท้าของตัวเอง อลิสาไม่รู้ว่าเหตุใดเธอต้องวิ่ง แล้วกำลังจะวิ่งไปที่ไหนกัน ราวกับว่าในหัวของเธอขาวโพลนว่างเปล่าและทำได้เพียงปล่อยให้ร่างเล็กๆ นั้นขับเคลื่อนไปตามจิตใต้สำนึก

 

เอ๊ะนั่น!เด็กสาวอุทานเมื่อได้ยินเสียงเอี๊ยดอ๊าดของชิงช้าที่แกว่งไกว เธอจึงมุ่งหน้าวิ่งตามเสียงนั้นไปในทันที

 

ภาพสลัวรางแจ่มชัดขึ้น ทีละนิด ทีละนิด และที่นั่นใต้ต้นไม้ใหญ่ซึ่งมีส่วนลำต้นและกิ่งก้านโล้นเลี่ยนเปลือยเปล่าปรากฏร่างของเด็กสาวผมยาวสีดำสนิทกำลังฮัมเพลงและนั่งอยู่บนแผ่นไม้กระดานอยู่เดียวดาย

 

ฮือ~ฮึม~ฮือ~ฮือ

 

 ร่างบางบนแผ่นไม้โยกไปตามแรงไกว...ช้า และ เบา

 

สวัสดี...อลิซอลิสาหลุดปากทัก ราวกับเด็กสาวแปลกหน้าคนนั้นเป็นเพื่อนสนิทที่คุ้นเคย ก่อนจะขบริมฝีปากบางด้านล่างเบาๆ ด้วยนึกแปลกใจในตัวเอง

 

กลุ่มหมอกลอยเอื่อยผ่านหน้าเธอไป เผยให้เห็นเรือนหน้าของอลิซที่กำลังแสยะยิ้มอยู่บนชิงช้าที่หยุดนิ่ง

 

ฮิฮิเสียงหัวเราะเล็กแหลม ฟังดูน่าเกลียดน่าชังเช่นเดียวกับใบหน้าของเจ้าของเสียงนั้นดังขึ้นราวกับดีใจ

 

ร่างบางเพ่งพิศดูแล้วก็ต้องรีบเบี่ยงสายตาลง

 

อย่าหวาดกลัวฉันเลย ฉันคืออลิซเด็กสาวอัปลักษณ์กล่าวเสียงเนิบช้าฉันไม่ใช่คนแปลกหน้าที่เธอจำเป็นจะต้องทำสีหน้าเช่นนั้นหรอก เพราะฉันเป็นมากกว่าส่วนหนึ่งของเธออลิสาถ้อยคำอันแปลกประหลาดนั้น อลิสาฟังแล้วก็มิอาจเข้าใจสิ่งใดได้เลย

 

ที่นี่มันที่ไหนกัน?” เด็กสาวเงยหน้ามองไปรอบๆ ตัว ที่มีแต่สีขาวโพลน ทำไมฉันถึงมองไม่เห็นอะไรเลย

 

ที่นี่คือบ้านของเธออลิซตอบด้วยน้ำเสียงเย็นเยือกพลางยกมือข้างหนึ่งขึ้นมาและเผยฝ่ามือออก แม้หมอกจะหนาตา แต่อลิสาก็พอมองเห็นเรียวแขนและส่วนมือเล็กๆ ที่ดูเน่าเฟะและแหว่งวิ่นราวกับถูกตัวอะไรฉีกทึ้งดึงเนื้อดึงหนังของอีกฝ่ายไป

 

แต่อีกหน่อยเธอก็จะชินไปเองล่ะร่างนั้นปล่อยมือจากโซ่เส้นเล็กๆ แล้วยืนขึ้น

 

บ้านของฉันไม่ใช่ที่นี่...นี่มันอะไรกันความตื่นกลัว สงสัย ขับข้องใจ เกิดขึ้นพร้อมกันทันที

 

นี่มันอะไรกัน?”

 

อลิสา เธอจงดูต้นไม้นี้

 

เด็กสาวมองไปตามปลายมือที่อลิซวาดขึ้นชี้นำให้ดูต้นไม้สูงใหญ่ที่ยืนต้นตายเหนือศีรษะของเธอ

 

ทันใดนั้นอลิซก็โผล่กายเข้ามาวางมือขาวซีดเป็นเมือกลื่นๆ บนไหล่เล็กๆ ทั้งสองข้างพร้อมทั้งกระซิบที่ใบหูของเธอจากทางด้านหลัง

 

เธอเห็นอะไร…?”

 

ว้าย!เด็กสาวร้องลั่นแล้วรีบผละตัวออกอย่างรวดเร็ว

 

ความตาย?” ดวงตาโตขุ่นขาวที่ข้างหนึงปูดโปนอีกข้างหนึ่งหรี่เล็กเพราะหนังตาหลุบลงมามองนิ่งมายังเธอเปล่าเลยอลิสา เปล่าเลยอลิซส่ายศีรษะเบาๆ

แต่ต้นไม้ต้นนี้มันกำลังเติบโตอยู่ต่างหากใบหน้าเล็กๆ แสดงสีหน้าประหนึ่งซ่อนเล่ห์เพทุบายเอาไว้

 

เปลือกของมันอลิซกล่าวส่งกระแสดวงตาอันดุดันออกมากิ่งก้านของมันปลายนิ้วทั้งห้าลูบไปที่ลำต้นของต้นไม้เผยให้เห็นเล็บสีม่วงคล้ำจนเกือบดำมีชีวิตอยู่ภายใต้ร่างอันผุผังเน่าเปื่อย

 

แต่ทว่ารากของมันกลับกำลังชอนไชและดูดกิน

 

อลิสามองตาม เพิ่งสังเกตเห็นส่วนรากแขนงมากมายของต้นไม้ที่โผล่พ้นพื้นดินแล้วก็รู้สึกใจคอไม่ดี จนต้องกลืนน้ำลาย

 

เหมือนกับฉันไงอลิสากล่าวก่อนจะหัวเราะเสียงเล็กแหลมออกมาเบาๆ

 

ฉันเองก็กำลังเติบโต เติบโตไปพร้อมกับเธอพูดแล้วร่างนั้นก็สืบเท้าเข้ามาหาเด็กสาว

อลิสาถอยกรูดด้วยความหวาดผวา

 

นี่เธอจะทำอะไร!ร่างบางตวาดปากคอสั่น

 

อ๊ะ!ทันใดนั้นเองที่อลิสามองเห็นโลหิตสีแดงฉานไหลทะลักออกมาจากส่วนนั้นจากกายเธอลงมาตามง่ามขาย้อยลงสู่พื้นดินเบื้องล่าง

 

กรี๊ดด!เด็กสาวกรีดร้องอย่างตื่นกลัว พลันถอยกรูด

 

อลิสา เลือดของเธอกำลังไหลใหญ่เชียวอลิซพูดด้วยสีหน้าตระหนก แต่น้ำเสียงกลับฟังดูเย้ยหยัน ใบหน้าเหยเกบิดเบี้ยวนั้น ยิ่งทำให้เด็กสาวกลัวจนตัวสั่นเทิ้ม

 

ยามใดที่หยดหยาดเลือดแห่งวัยสาวได้รินไหลออกจากกายเธอ เมื่อนั้นม่านหมอกอันมืดมัวจะเข้าปกคลุมทุกสรรพสิ่ง และกลืนกินพวกเศษสวะมนุษย์ทุกผู้ ทุกตัวคน ประตูปีศาจจะเปิดออก ให้วิญญาณอันหยาบช้าด้วยกิเลศตัณหากลับคืนสู่บ้านเกิดในนรกอเวจี

 

เด็กสาวในชุดพลีทขาวขะมุกขะมอมประกาศกร้าวก่อนจะระเบิดเสียงหัวเราะออกมา

ฮ่า ฮ่า ฮ่า!

 

อย่านะ เธอต้องการอะไร ออกไปนะ ออกไปอลิสาฝืนทำเป็นเสียงแข็งพลางยกมือยกไม้ปัดป่ายไปมา

 

ร่างนั้นยังคงก้าวเข้ามา

 

แผ่นหลังของอลิสากระแทกเข้ากับต้นไม้ใหญ่ดังปึ้ก ขณะที่อลิซอยู่ห่างจากเธอไปเพียงไม่กี่ก้าว สายหมอกบดบังส่วนขาจนดูราวกับวิญญาณเด็กสาวคนนั้นกำลังลอยเข้ามาใกล้มากกว่าย่างเท้าก้าวเดิน

 

ทันใดนั้นเองเปลือกของต้นไม้ก็พลันปริแตกออก พร้อมกับมีส่วนแขนและมือสีคล้ำซีดมากมายโผล่พรวดออกมาโอบรัดร่างของเธอตรึงไว้

 

กรี๊ดด...อุปส์ฝ่ามือหนาหนักเลื่อนเข้ามาปิดปากไม่ให้ส่งเสียง เธอพยายามดิ้นแต่ก็ถูกบางสิ่งบางอย่างจับยึดข้อเท้าไว้เช่นกัน ดวงตาของเด็กสาวเบิกค้างน้ำตาใสคลอหน่วยก่อนจะไหลลงอาบมือปีศาจนั่น ราวกับมันต้องการให้เธอมอง มองเรือนหน้าอันน่าเกลียดน่ากลัวนั้นให้ถนัดชัดเต็มสองตา

 

อี๊...อลิสาพยายามเปล่งเสียง แต่ก็มีเพียงเสียงดังออกมาจากลำคอเท่านั้น

 

ดวงตาโตมองเห็นสภาพใบหน้าของเด็กผู้หญิงที่ซีดขาวราวกระดาษ ปรากฏรอยเส้นเลือดฝอยสีคล้ำขึ้นมาเต็มเรือนหน้าทีเปื่อยยุ่ย จนเห็นเศษเนื้อหลุดลอกเป็นชิ้นเล็กๆ

 

อลิสาอย่ากลัวฉัน ฉันจะช่วยเธอ จับมือฉันไว้ร่างนั้นหยุดยืนอยู่เบื้องหน้าเธอห่างออกไปประมาณสองช่วงแขน อลิซยื่นแขนข้างหนึ่งขึ้นแล้วเหยียดตรงออกมา สีหน้าฉายแววอาทร

 

เธอคงไม่รู้อะไรสินะ น้องรัก ฉันน่ะเป็นพี่สาวของเธอนะรู้มั๊ย

 

ยื่นมือมาจับมือฉันสิอลิสา แล้วเธอจะปลอดภัยอลิซกล่าว รอให้เด็กสาวในชุดสีขาวเช่นเดียวกันยื่นมือของตัวเองออกไปจับ

 

ฉับพลันแผ่นดินเบื้องล่างพลันไหวอย่างรุนแรง แม้จะมีม่านหมอกโปรยคุลมไปทั่ว แต่ อลิสาก็ได้ยินเสียงปริแยกของพื้นปฐพีดังสนั่นหวั่นไหว

 

ครืนนน!

 

เร็วเข้าสิเอิง ยื่นมือออกมา จับมือพี่ มีเพียงเธอเท่านั้นที่จะหยุดยั้งความหายนะนี้ได้เด็กสาวอัปลักษณ์เอ่ยปากเร่งเร้า

 

แต่ทว่าด้วยความกลัว ร่างบางกลับไม่กล้าที่จะเหยียดแขนออกไป แผ่นพื้นที่สะท้านสะเทือนอยู่เบื้องล่างเริ่มแยกออกจากกัน เธอเบิกตากว้างและมองเห็นผืนดินที่อลิซยืนอยู่ค่อยๆ ห่างออกไป ห่างออกไป เด็กสาวในชุดพลีทเหยียดนิ้วออกมา แต่อลิสากลับเบือนหน้าหนีด้วยความกลัว สร้างความโกรธเกรี้ยวให้แก่อีกฝ่ายหนึ่งจนสีหน้าบิดเบี้ยว

 

นังโง่จับมือฉันสิ จับมือฉัน ไม่งั้นแกตายแน่ แกอยากตายใช่มั๊ยเอิงเสียงนั้นตะคอกออกมาอย่างเหลืออด พร้อมๆ กับที่มีลาวาและถ่านหินสีแดงระอุ ปะทุขึ้นจากใต้พื้นผสุธา ไอร้อนพวยพุ่งสูงหนาแน่นจนเห็นเป็นกลุ่มควันสีเทาแทนที่หมอกขาว เกิดลมแรงพัดเส้นผมสีดำของทั้งสองพลิ้วสะบัด

 

แผ่นดินที่เลื่อนลั่นสั่นไหว ทำให้อลิซจำต้องก้าวถอยหลัง เกรงกลัวจะพลัดตกลงไปในลาวาร้อนจากนรกที่หลอมละลายทุกสิ่งทุกอย่างไม่เว้นแม้แต่ดวงจิตวิญญาณของเธอ

 

โอ้ความหายนะได้เกิดขึ้นแล้วเธอเงยหน้ามองเหล่าถ่านหินที่พุ่งขึ้นจากรอยแยกสู่เบื้องบนก่อนจะตกลงกระเด็นกระดอนพื้นดินแข็งดังป็อกแป็กราวกับห่าฝน พลางมองไปรอบกาย เห็นผิวดินแตกระแหงและกลุ่มควันโขมงมากมาย จึงได้ปรารภออกมา

 

ประตูนรกแง้มเปิดแล้ว!เสียงนั้นดังก้องไปทั่ว ก่อนที่อลิซจะมองตรงมา แกจะต้องเสียใจเอิง แกจะต้องเสียใจที่ไม่เชื่อฟังคำพูดของพี่แล้วเด็กสาวผู้มีใบหน้าอัปลักษณ์ก็หัวเราะออกมาอย่างบ้าคลั่ง

 
                                                               

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 1 ครั้ง

230 ความคิดเห็น

  1. #133 ทีมสตาร์ไลท์ (@doxther) (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 3 กุมภาพันธ์ 2555 / 23:58
    อืมมม อ่านตอนนี้แล้วมันส์พะยะค่ะ แต่งงๆ กะบางจุด 1. ความรู้สึกที่เอิงมีให้อลิซคืออะไรกันแน่คะ ถ้าเป็นความกลัว ทำไมเจอปุ๊บก็ไปสวัสดีเค้าซะงั้น 2. ฉากที่อลิสาตกไปที่ต้นไม้น่ะค่ะ ไหงแม่นางอลิซจะช่วยล่ะ ตอนแรกยังพูดเหมือนว่าจะอยากให้มีวฺญญาณออกมา แต่พอตกต้นไม้นี่ให้จับมือไว้เฉยเลย สรุปว่างงกับอารมณ์ตัวละครมากค่ะ สำหรับบทนี้ อืมมม แต่ชอบฉากที่อลิซบอกว่าต้นไม้กำลังเติบโตภายใต้เปลือกที่เน่าเฟะนะคะ บรรยายสิ่งที่อลิซเป็นได้สุดยอดมาก
    #133
    0
  2. #132 อลิคเซีย (@doggilike) (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 1 มกราคม 2555 / 21:18
     เดี๋ยวนะ อลิซเองหรอที่ตกน้ำ เอ๊ะ แล้วที่เอิงบอกว่าจมน้ำหล่ะ งง??
    #132
    0
  3. #131 Jan.Moe-kuen. (@crazy-jan) (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 1 เมษายน 2554 / 00:17
    อื่มม ! แต่เป็นเค้า เค้าจะจับมือนะเออ กลัวตาย 555
    #131
    0
  4. #130 Art of Age (@Dark-elf) (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 12 มีนาคม 2554 / 15:36
    ชอบจัง 'ฉันเป็นมากกว่าส่วนหนึ่งของเธอ'
    #130
    0
  5. #129 Ladybluesnowy Van helsing (@auroza-100) (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 7 มีนาคม 2554 / 13:39

    อยากเจอแบบนั้นบ้าง~ฮ่าๆๆๆ

    #129
    0