The Perverse Mist : หมอกวิปลาส (ตีพิมพ์กับ สนพ.สยามอินเตอร์)

ตอนที่ 2 : บทที่1 : เธอขื่ออลิซ

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 556
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 0 ครั้ง
    30 พ.ย. 54

                                                                                                   
                                            
                                                                                                

Chapter 1

เธอชื่ออลิซ



      หลังจากวันนั้นไปอีกหลายปี

 

เสียงฮัมเพลงดังแว่วขณะที่ ร่างเล็กบางกำลังเพลิดเพลินกับการเด็ดดอกไม้ดอกนั้นดอกนี้ไม่ว่าจะเป็นทิวลิป กุหลาบ หงอนไก่ กระดุมเงิน รักเร่ฯลฯ ซึ่งบานสล้าง แย้มกลีบสดสวยหลากสีสันอย่างละลานตาท่ามกลางทุ่งดอกไม้อันกว้างใหญ่สุดลูกหูลูกตาใส่ตะกร้าหวายใบย่อม ประเดี๋ยวหนึ่ง ดอกแดนดิไลออน หรือ ดอกปุยฝ้ายสีขาวราวสำลีก็ปลิดมวลเกสรให้ลอยละลิ่วจากก้านดอกโผบินสู่เบื้องสูงเป็นทิวแถว สร้างความตื่นตาตื่นใจให้แก่เด็กสาวยิ่งนัก เธอหัวเราะคิกคักสองมือเอื้อมคว้าจับปุยขาวหมุบหมับอย่างสนุกสนาน

 

จะไปไหน จะไปไหนเจ้าดอกไม้ พวกเจ้าจะบินไปไหนกันเด็กสาวพูดเสียงใสพลางไล่จับเกสรดอกปุยฝ้ายที่ติดอยู่เต็มไม้เต็มมือยัดลงไปในตะกร้าอย่างไม่ปรานีปราศรัย หมู่มวลลำต้นเขียวซึ่งสูงยาวเทียมศีรษะของเธอไหวเอนไปทางซ้ายทีขวาทีเป็นระลอกริ้วราวต้องลม

 

ทว่าจู่ๆ เมฆหมอกสีดำทะมึนก็เคลื่อนเข้ามาบดบังท้องฟ้าอย่างรวดเร็ว เหล่าบุปผา อันพิสุทธิ์งดงามพากันเหี่ยวเฉาโรยราลงในทันทีเมื่อความมืดโปรยคลุมไปทั่วทั้งแผ่นผืนนภา ก้านดอกสูงที่เคยชูเชิดคอผลิกลีบสวยต่างโค้งงอลงหน้าทิ่มดิน สีสันสดใสแปรเปลี่ยนเป็นสีน้ำตาลคล้ำ ลำต้นที่อวบเปล่งกลายเป็นแห้งกรอบในบัดดล ประหนึ่งดังพลังชีวิตของพวกมันได้ถูกสูบจนเหือดหายไปเสียหมดสิ้น ความตายของดอกไม้ที่รายล้อมรอบตัวเธอทำให้เด็กสาวตระหนกตกใจ เธอเริ่มกลัว และหวาดกลัวมากยิ่งขึ้นๆ ในทุกลมหายใจ

 

           ‘เกิดอะไรขึ้นนี่มันเกิดอะไรขึ้น ฉันอยากกลับบ้าน อยากกลับบ้าน

 

ชายผ้าสีขาวมันวาว ระไปตามทุ่งซากดอกไม้ เธอวิ่งไป ฝ่าไป โดยไม่ได้คำนึงถึงสิ่งใด ยกเว้นความคิดที่จะหลุดพ้นออกไปจาก ณ ที่แห่งนี้ให้เร็วที่สุด

 

ชั่วกะพริบตาเด็กสาวร่างบาง ก็โผล่พรวดออกมาจากทุ่งดอกไม้และล้มลงตรงทางเดินดินเล็กๆ แคบๆ แม้สองฝากฝั่งทั้งซ้ายและขวาจะยังคงรกชัฏด้วยซากดอกไม้ที่ไร้ชีวิตเรียงกันหนาแน่นอยู่เต็มสองข้างทาง แต่การที่เธอค้นพบทางเดินดินนี้ก็นับว่าเป็นโชคดี บางทีมันอาจจะนำพาให้เธอกลับไปถึงบ้านได้

 

พ่อจ๋า แม่จ๋า ช่วยหนูด้วยน้ำตาเม็ดโตไหลหยดลงมาเต็มสองพวงแก้มขาว

ร่างบางลุกขึ้นยืนแล้วออกเท้าวิ่งอีกครั้งตรงไปตามทางที่ทอดยาวไกลเบื้องหน้านั่น สุดสายตานั้นคือความมืดดำที่เธอไม่อาจหยั่งรู้

 

อลิสา วิ่งตรงไป วิ่งไป ผมสีดำยาวเคลียไหล่สยายพลิ้ว แม้จะรู้สึกเหนื่อย แต่ก็ยังคงวิ่งต่อไป แม้จะวิ่งมานานแล้วแต่ก็มองไม่เห็นสิ่งอื่นใดนอกจากภาพอันน่าหวาดหวั่นพรั่นพรึงของก้านดอกไม้ที่โค้งงอล้มตายลงระเนระนาดอย่างน่าอเนจอนาถ ราวกับตอนนี้เธอกำลังพายเรือวนอยู่ในอ่าง หรือวิ่งวนกลับมาอยู่ ณ ที่เดิม

เด็กสาวทิ้งตะกร้าหวายคะมำลงกับพื้นอย่างไม่ใยดีมันอีกต่อไป ก่อนจะหยุดยืนก้มตัวเอามือเล็กผอมทั้งสองข้างชันเข่าหายใจหอบด้วยความเหนื่อยล้า

 

ไม่ไหวแล้ว ไม่ไหวแล้ว จะตายแล้วเธอระบายถ้อยคำออกมาปานจะขาดใจ

 

ฮือ~ฮึม~ฮือ~ฮือ

 

ทันใดนั้นเองที่ร่างเล็กๆ อันบอบบางได้ยินเสียง เสียงหนึ่งแว่วเข้าหู มันเป็นเสียงฮัมเพลงระคนเสียงเอี๊ยดอ๊าด ดังเอื่อยๆ อยู่ไม่ไกล

 

อลิสารีบเดินโซซัดโซเซมุ่งตรงไปยังเสียงแห่งความหวังนั้นในทันที ตรงใต้ต้นไม้ใหญ่ที่ยืนต้นตายเหลือแต่กิ่งก้านเปลือยเปล่า ใต้แสงสลัวราง ซึ่งปรากฏขึ้นมาตั้งแต่ตอนไหนเธอเองยังนึกสงสัย

 

เมื่อก้าวเท้าไปถึงเด็กสาวก็ได้พบกับเด็กผู้หญิงผมยาวรุ่นราวคราวเดียวกันคนหนึ่งสวมใส่ชุดพลีทยาวสีขาวซึ่งเปรอะเปื้อนคราบสกปรกจนดูมอซอ กำลังก้มหน้าฮัมเพลงอยู่บนไม้กระดานแผ่นเล็กๆ ร่างบางที่มีผิวขาวซีดราวกับกระดาษนั้นแกว่งไกวอยู่บนชิงช้า โดยมีโซ่เส้นเล็กยาวตรึงยึดระหว่างกิ่งไม้ใหญ่ กับแผ่นกระดานทั้งสองด้าน

 

หวัดดี เธอ... รู้มั๊ยที่นี่มันที่ไหนกัน?” เด็กสาวเอ่ยถาม

 

แต่ร่างนั้นไม่ตอบ และยังคงก้มหน้าไกวชิงช้าเอื่อยๆ พร้อมกับฮัมเพลงต่อไป

 

นี่เธอชื่ออะไร ช่วยฉันที ฉันอยากกลับบ้านอลิสาอ้อนวอน

 

เสียงฮัมเพลงเงียบลง ชิงช้าค่อยๆ ไกวช้าลง ช้าลงจนหยุด เด็กผู้หญิงคนนั้นก้มหน้านิ่ง

 

~ลิ~เสียงนั้นตอบกลับมาราวเสียงกระซิบอันแผ่วเบาฉัน~ชื่อ~อลิซ

 

อลิซ ช่วยฉันทีได้โปรดเธอรู้ใช่มั๊ยว่าฉันจะกลับบ้านได้ยังไงเด็กสาวกล่าวเสียงสั่นน้ำตาไหล

 

ได้สิฉันจะช่วยเธอเองเสียงนั้นตอบกลับมา ก่อนที่อลิซจะเงยหน้าขึ้นมาเผยให้เห็นอวัยวะบนเรือนหน้าเรียวที่ดูบิดเบี้ยวและอัปลักษณ์จนอลิสาตกตะลึง ดวงตาสีขาวขุ่นที่ข้างหนึ่งปูดโปนแทบถลน แต่อีกข้างหนึ่งกับหรี่เล็ก มองมายังเธอ ส่วนคิ้วหนาเข้มที่ดูผิดสัดผิดส่วนกับจมูกเล็กๆ งองุ้มนั้นแลดูไม่ต่างอะไรไปจากแม่มดในนิทานปรัมปรา ริมฝีปากบางเบี้ยวโย้ไม่เท่ากันอย่างเห็นได้ชัดแสยะยิ้มให้แก่เธอ แล้วจึงยกแขนขวาขึ้นขนานตั้งฉากกับลำตัวกดข้อมือชี้นิ้วชี้ทิ่มลง

 

บ้านของเธออยู่ที่นั่นเสียงนั้นแผ่วเบาและเยียบเย็น

 

อะไรกัน เธอหมายความว่ายังไง บ้านฉันอยู่ข้างล่างนี่...ใต้ดินน่ะเหรอ?”

 

เสียงเปรี๊ยะปร๊ะ คล้ายๆ กับเสียงไม้ปริแตกดังขึ้น พร้อมกับเสียงฮือๆ ราวกับคนทำเสียงครางในลำคอดังตามมา

 

อลิซส่ายศีรษะเบาๆ เปลือกตากะพริบดวงตาขุ่นมองมายังเธอ ดูน่าสยดสยองเหมือนผีดิบที่ไร้วิญญาณ กระหายแต่หยาดเลือดและความตาย

 

ไม่ใช่เสียงของเด็กสาวอัปลักษณ์ตอบพร้อมกับส่ายหน้าเบาๆ

 

บ้านของเธออยู่ในนรกต่างหากคำพูดนั้นทำให้อลิสาหน้าถอดสี

 

พูดแล้วอลิซก็กรีดเสียงหัวเราะแหลมสูง จังหวะเดียวกันกับที่มีมือสีคล้ำตะเกียกตะกายออกมาจากโพรงต้นไม้ ก่อนศีรษะของมนุษย์เพศชายที่บิดผิดรูปผิดร่างจะโผล่พ้นตามออกมา ดวงตานั้นเบิ่งค้างมองขึ้นไปยังเบื้องบนนิ่ง ราวกับศพ ขณะที่ส่วนของช่วงลำตัวนั้นอยู่ในท่านอนคว่ำราบลงกับพื้น ลิ้นสองแฉกที่เลื้อยไล้ออกมาจากปากตวัดแผล็บๆ สะเปะสะปะไปทั่วบริเวณหน้าของมันราวกับอสรพิษ สองมือและส่วนแขนค่อยๆ คืบคลานมายังเธออย่างช้าเชื่อง ร่างที่เถือกไถลกับดินโคลนดังครืดๆ ประสานเสียงฮือ ฮือซึ่งเปล่งออกมาจากลำคอของมัน ทำให้เด็กสาวถึงกับสั่นสะท้านไปทั้งกาย ความกลัวพุ่งปรี๊ดขึ้นทันที พร้อมกับความรู้สึกที่เหมือนปัสสาวะราดรดต้นขา และเมื่อเธอกวาดตามองไปโดยรอบก็พบว่าอมนุษย์ที่เธอเห็นนั้นมีมากกว่าหนึ่ง แต่ละตัวก็ต่างมีใบหน้าที่แตกต่างกันและมีทั้งหญิงและชาย

 

พวกนี้น่ะก็แค่ตัวอ่อน...อลิซเปรยขึ้น แต่อีกไม่นานนักอลิสา หายนะครั้งใหญ่จะเกิดขึ้นกับเมืองนี้ และเมื่อถึงวันนั้นก็จะถึงตาของเธอ ฮิฮิฮิอลิซหัวเราะ

 

เด็กสาวไม่รู้ว่าสิ่งที่ยัยอัปลักษณ์นั่นกำลังพูดถึงนั้นหมายถึงอะไร แต่ร่างของอมนุษย์ อสูรกาย หรือจะเรียกว่าอะไรก็ช่างเถอะ ที่กำลังคืบคลานมาหาเธอจากทุกทิศทุกทาง ก็มิอาจทำให้เธอยืนอยู่ต่อไปได้อีก เธอรีบถดเท้าถอยหนี

 

ไม่นะ ไม่ครวญปากคอสั่น

 

กรี๊ดดด!เสียงกรีดร้องด้วยความขวัญผวาดังขึ้น ก่อนที่ร่างเล็กบางจะพลิกตัววิ่งร้องห่มร้องไห้ย้อนกลับไปยังทางเดิม เธอก้าวขาอย่างสุดแรงกำลังเพื่อต้องการหลีกหนีให้ห่างจากความสยดสยองที่พึ่งประสบพบเจอมา วิ่งไป วิ่งไป โดยไร้จุดหมาย ฝ่าเท้าเล็กๆ เปลือยเปล่าเหยียบย่ำจมลึกลงไปในดินชื้นแฉะ ก้าวแล้วก้าวเล่า

 

พลั่ก!

 

ร่างบางล้มลงเมื่อขาข้างหนึ่งไปสะดุดกับอะไรบางอย่างเข้า

 

โอ๊ย!เธออุทานแล้วตะแคงตัวเอื้อมมือไปจับที่ข้อเท้า เมื่อกวาดตามองไปอีกทีอลิสาก็แทบมองอะไรไม่เห็นนอกจากความมัวซัวของคลื่นหมอกสีขาวที่กลืนกินร่างของเธอไปเสียหมดสิ้นแล้ว

เด็กสาวหันไปรอบๆ ไม่อาจเห็นอะไรอื่นนอกจากสีขาวโพลนของม่านหมอก

 

ฮือๆ…” เธอร้องไห้น้ำตาพรั่งพรูอย่างน่าเวทนาไม่กล้าแม้แต่จะลุกขึ้นยืนเพราะความกลัวจับหัวใจ

 

ทันใดนั้นเองที่ได้ยินเสียงสวบสาบดังใกล้เข้ามา พร้อมกับเสียงครางฮือ ฮือ ในลำคอ

            เด็กสาวตัวสั่นงันงกพยายามหันซ้ายแลขวาเพ่งสายตามอง เสียงของมันดังใกล้เข้ามา ใกล้เข้ามาแล้ว มันอยู่ที่ไหนเธอไม่อาจมองเห็น ทว่าแค่เสียงสะพรึงที่ดังแว่วมาจากสายหมอกนั้น มันก็เกินพอแล้วสำหรับเธอ

 

กรี๊ดดด!


                                                                        

                                                                                                                                                                      

230 ความคิดเห็น

  1. #228 มุมุ มิมิ (@areeya555) (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 20 มิถุนายน 2555 / 21:10
     โห...
    #228
    0
  2. #212 ~e' Fay Sirinya~ (@fritofay) (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 26 เมษายน 2555 / 22:11
     แง๊ คนกลายเป็นผีตะกวด น่ากลัวแท้!!!
    #212
    0
  3. #107 ทีมสตาร์ไลท์ (@doxther) (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 31 มกราคม 2555 / 02:20
     หลอน
    หามานานแล้ว เรื่องหลอน ๆ ทำนองนี้เนี่ย โดนเลยค่ะ
    ท่าจะเป็นคำสาปรึเปล่านะ 
    แล้วอลิซก็น่ากลัวได้ใจมากค่ะ
    #107
    0
  4. #106 อลิคเซีย (@doggilike) (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 1 มกราคม 2555 / 20:59
     สงสารอลิสา แล้วเด็กในบทที่แล้วหายไปไหน หรือว่าเป็นอลิซ
    #106
    0
  5. #105 babybaby1234 (@babybaby1234) (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 11 ธันวาคม 2554 / 10:35
    บรรยายดี เนื้อเรื่องสนุก แต่มีข้อสงสัยอยู่ตรงที่ว่า

    อลิสาไม่วิ่งหนีอลิซหรือ เมื่อเห็นใบหน้าของเธอบิดเบี้ยวขนาดนั้น เพราะเห็นยังถามเรื่องบ้านต่อ
    #105
    0
  6. #104 โรหิณี (@wagareru) (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 2 เมษายน 2554 / 15:53
    อ่านแล้วดูตื่นเต้นจังค่ะ
    #104
    0
  7. #103 Jan.Moe-kuen. (@crazy-jan) (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 31 มีนาคม 2554 / 00:48
    โอเคนะ อ่านแล้วหัวใจเต้นเร็วขึ้น ๆ =O=
    #103
    0
  8. #102 Ladybluesnowy Van helsing (@auroza-100) (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 3 มีนาคม 2554 / 01:34
    สยองลึกแฮะ
    #102
    0