PROFESSOR : 'ของผม' [BL] Rewrite

ตอนที่ 9 : CHAPTER.︱8

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 7,290
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 319 ครั้ง
    6 ส.ค. 63

CHAPTER.︱8


 

หลังจากวันทำความสะอาดบ้านครั้งใหญ่ผ่านพ้นไป ในคืนของวันนั้นผมใช้เวลาหมดไปกับการนอน ไม่ได้บุกเข้าห้องใคร ไม่ได้ออกไปเที่ยวไหนเพราะไม่ไหวจริง ๆ พูดให้เข้าใจง่าย ๆ คือเหนื่อย และเมาค้างจนไม่สามารถขยับตัวไปไหนได้เลยนั่นเอง

 

ตื่นขึ้นมาอีกทีก็เป็นเช้าของวันใหม่แล้ว วันนี้ผมมีเรียนวิชาของโปรเฟสเซอร์นนน คลาสเริ่มแปดโมงเช้า ตอนนี้ก็เจ็ดโมงนิด ๆ แล้ว ปกติก็ไม่ใช่จะตื่นเช้าขนาดนี้หรอก แต่เพราะว่าเมื่อวานผมนอนตั้งแต่หัวค่ำ และลากยาวมาจนถึงเช้ามืดของอีกวันน่ะสิ รู้สึกว่าได้พักผ่อนอย่างเต็มที่เป็นครั้งแรกในรอบหลายปีเลยมั้งเนี่ย

 

“อรุณสวัสดิ์ครับ”

 

ผมเอ่ยทักเจ้าของบ้านที่ยืนชงกาแฟในครัวขณะที่เดินเข้ามาหาน้ำดื่มเช่นกัน จะว่าไปแล้วผมยังไม่ได้กินข้าวกินน้ำตั้งแต่เมื่อวานเย็นเลยนี่หว่า เพราะหลับยาวจนลืมว่าตัวเองยังไม่มีอะไรตกถึงท้อง ตอนนี้เลยรู้สึกหิวขึ้นมานิด ๆ แล้ว แต่เอาไว้เรียนเสร็จค่อยหาอะไรกินแล้วกัน ผมไม่อยากเสียเวลาเวฟข้าวเพราะกลัวไปเรียนสาย อีกอย่างนะ จากที่นี่ไปมหา'ลัยก็ไม่ได้ใกล้เหมือนตอนที่อยู่คอนโดผมด้วย ขับรถอย่างช้าก็เกือบครึ่งชั่วโมงไปแล้ว

 

“ดื่มกาแฟด้วยเหรอลุง?”

 

ถามพลางยกน้ำขึ้นดื่มไปด้วย คนถูกถามก็ไม่ได้ตอบอะไรมากนอกจากพยักหน้าน้อย ๆ เขาก็เป็นแบบนี้ทุกที พูดน้อยแต่ต่อยหนัก บางทีก็ไม่พูดเลย เหมือนเก็บเสียงไว้ไปประกวดร้องเพลง กลัวเสียงไม่ก้องกังวานเหรอ เหอะ!

 

“ลุงจะไปมหา'ลัยเลยไหม?”

 

“อืม ดื่มกาแฟหมดก็ว่าจะออกไปแล้ว”

 

ตอบพร้อมยกแก้วกาแฟดำในมือขึ้นจิบช้า ๆ ผมชอบวิวแบบนี้แฮะ ร่างสูงในชุดสูทกึ่งทางการ ทรงผมที่เซตแบบสุภาพเหมาะกันดีกับแว่นตากรอบสี่เหลี่ยมที่เกาะอยู่ระหว่างกลางสันจมูกโด่ง ไหนจะท่ายกแก้วกาแฟขึ้นแตะชิดริมฝีปากเรียบตรงนั่นอีก

 

ให้ตายเถอะ ผมคลั่งลุคโปรเฟสเซอร์ของเขาพอ ๆ กับลุคคุณลุงเจ้าระเบียบเลยล่ะครับ

 

“ติดรถไปด้วยสิครับ ขี้เกียจขับรถน่ะ”

 

“ไม่ได้ ถ้าใครเห็นเข้ามันจะไม่เหมาะ”

 

“อ๋า นั่นสิเนอะ” ผมพยักหน้าคล้ายเห็นด้วยกับตัวเองเบา ๆ

 

“.....”

 

“นี่เราทำตัวเหมือนอาจารย์กับลูกศิษย์ที่ลักลอบอยู่กินด้วยกันเลยหรือเปล่า? เราแอบตื่นเต้นนะ รู้สึกเหมือนว่ากำลังมีความลับที่บอกใครไม่ได้งั้นแหละ น่าสนุกจัง หึ ๆ”

 

จริง ๆ มันก็ไม่ได้ต่างจากที่พูดไม่ใช่เหรอ ที่ผมกับโปรเฟสเซอร์เป็นอยู่น่ะ ก็เราอยู่ด้วยกันจริง ๆ แถมยังเป็นการอยู่ด้วยกันที่บอกใครไม่ได้ด้วยใช่ไหมล่ะ ความสัมพันธ์ที่ Secret ไง เร้าใจจะตาย หลบ ๆ ซ่อน ๆ

 

“มันไม่ได้เป็นอย่างที่เธอฝันหรอก แล้วเวลาอยู่มหา'ลัยก็ห้ามเรียกฉันว่าลุง ถ้ามีคนรู้เรื่องที่ว่าเธอมาอยู่กับฉันเข้า”

 

“แล้วมันจะทำไมเหรอครับ?”

 

“เธอก็ต้องเก็บของแล้วออกจากบ้านฉันไปไง ถ้าเข้าใจแล้วก็อย่าทำอะไรที่มันมีพิรุธให้คนอื่นจับได้ โดยเฉพาะเพื่อนของเธอ ห้ามเอาเรื่องนี้ไปบอกพวกเขา”

 

“บอกว่าไม่ใช่เพื่อนไง! ไม่ใช่น่ะเข้าใจไหมลุง”

 

“เพื่อนแน่ ๆ”

 

เขาพูดทิ้งท้ายไว้แค่นั้นแล้วเดินออกจากครัวไปหลังจากที่ภายในแก้วกาแฟไม่มีอะไรเหลืออยู่แล้ว ผมมองตามเขาอย่างขัดใจได้ไม่นานก็ยอมเดินตามออกมาด้านนอกเพื่อจะไปเรียนเช่นกัน ผมไม่ตื๊อเขาแล้วล่ะเรื่องที่ว่าจะขอติดรถไปด้วยน่ะ ก็เข้าใจดีนะครับว่าเราทำแบบนั้นไม่ได้อยู่แล้ว

 

ผู้ชายกับผู้ชายมันอาจจะไม่แปลกมากนักที่นั่งรถไปด้วยกัน แต่ที่แปลกนั่นก็คือผู้ชายที่มีชื่อเสียงด้านลบแบบรณกฤต กับผู้ชายที่เป็นถึงศาสตราจารย์ที่น่านับถือของนิสิตอย่างโปรเฟสเซอร์นนนนี่ล่ะที่แปลก เราสองคนไม่น่าจะมาอยู่ด้วยกันได้เลยคุณคิดแบบนั้นไหม? ผมคิดนะ...ในตอนที่ยังไม่รู้นิสัยที่แท้จริงของโปรเฟสเซอร์นนนของทุกคนนะครับ เหอะ ๆ

 

แต่ถึงแม้จะบอกกับตัวเองอยู่ตลอดว่าอย่าไปสนใจ สุดท้ายมันก็อดคิดไม่ได้ว่าคนคนนี้มีเหตุผลอะไรถึงยอมให้ผมย้ายเข้ามาอยู่ด้วยกันแน่นะ? เขาปฏิเสธผม ผลักไสผม แล้วก็ยื่นมือมาให้ตอนที่ผมจนตรอก ให้ที่อยู่ ยอมให้ผมเข้าไปใกล้เขามากขึ้นอีกนิด แต่ก็ไม่ยอมบอกเลยว่าทำแบบนั้นทำไม

 

เขาทำเหมือนกับว่าผมเป็นลูกหมาจรจัดบาดเจ็บ ที่เจ้าตัวรับมารักษาก่อนจะปล่อยมันไปยามเมื่อมันหายดี อืม ก็ฟังดูเป็นโปรเฟสเซอร์นนนอยู่หรอก

 

“ว่าจะถามหลายครั้งแล้ว เงินเดือนอาจารย์นี่มันเท่าไหร่เหรอลุง?”

 

“ถามทำไม?”

 

เขาถามกลับขณะที่อีกไม่กี่ก้าวเราก็จะถึงรถของตัวเองกันแล้ว แต่ที่สงสัยจนต้องถามนั่นก็เพราะว่า รถของเราที่ว่ามันเป็นรถของผมไปแล้วหนึ่ง ส่วนที่เหลืออีกห้าคันเนี่ย...มันเป็นรถของเขาทั้งหมดเลยไง! แล้วแต่ละคันนะสปอร์ตคาร์ทั้งนั้น ยี่ห้อดัง ๆ ทุกคันผมไม่อยากจะเอ่ยชื่อ ขนาดผมยังขับแค่ BMW เลย มันน่าสงสัยอย่างที่บอกไหมล่ะ

 

“เงินเดือนอาจารย์นี่มันเยอะมากเลยเหรอ ทำไมลุงถึงมีเงินซื้อรถสปอร์ตได้อะ เป็นอาจารย์ต้องรวยขนาดนี้จริงดิ?”

 

“ถามอะไรแบบนั้น เงินเดือนอาจารย์มันได้ไม่กี่หมื่นหรอก”

 

“งั้นแสดงว่าลุงเก็บเงินจากเงินเดือนไม่กี่หมื่นซื้อรถสปอร์ตสี่คันและ LAND ROVER อีกหนึ่งอย่างนั้นใช่ไหม?”

 

“ถ้าแบบนั้นจะต้องเก็บเงินเดือนละเท่าไหร่ และต้องใช้ระยะเวลากี่ปีล่ะถึงจะได้รถสักคัน รถคันหนึ่งราคาไม่ต่ำกว่า 15 ล้าน เก็บเอาไปคิดเป็นการบ้าน ถ้าได้คำตอบแล้วค่อยมาบอกฉัน ไปเรียนได้แล้วเดี๋ยวสาย”

 

“.....”

 

เอ๊ะ? คันละ 15 ล้าน ถ้าเก็บเดือนละหมื่นจากเงินเดือนไม่กี่หมื่น คิดเป็นปีจะได้ปีละ 120,000 บาท/ปี โปรเฟสเซอร์เริ่มรับราชการ...ตอนไหนล่ะ? ผมอ่านประวัติของอีกฝ่ายที่ให้คนของตัวเองไปสืบแค่สามบรรทัดเองนะ เอาเป็นว่าเดาแล้วกัน ถ้าอายุงาน 10 ปี สิบคูณ 120,000 เท่ากับ...ล้านสอง?

 

ทำงานทั้งชีวิตยังไม่ได้รถคันหนึ่งเลยไม่ใช่หรือไง? แล้วเขาจะต้องเก็บเงินเดือนละเท่าไหร่วะเนี่ย สองหมื่นเหรอ? แล้วสรุปเขาได้เงินเดือนเดือนละกี่หมื่นกันแน่ ถ้าต้องให้ได้เงินเท่ากับราคาของรถสี่คัน (ไม่รวมแลนด์ฯ ของเขา) ราคาคันละ 15 ล้านเป็นอย่างต่ำล่ะก็...โอ๊ยยย! ไม่รู้แล้ว! ทำไมต้องให้มาคิดอะไรแบบนี้ด้วยเนี่ย ไม่อยากรู้แล้วก็ได้ ไปเรียน!

 

 

 

ภายในห้องเรียนที่แสนเงียบสงบ ปราศจากเสียงรบกวนนอกเหนือจากเสียงทุ้มน่าฟังของอาจารย์ผู้สอน...ในความคิดของคนอื่น แต่ทว่าในส่วนของผมนั้น มันไม่ได้เป็นอย่างนั้นเสียทีเดียว

 

เพราะ…

 

“หมีมึงดันป้อมดิดันป้อมมม”

 

“ก็กำลังพยายามอยู่ แต่คริซี่มันเฝ้าไม่ยอมไปไหนเลยเนี่ย แม่งกันป้อมโคตรเหนียว”

 

“…..” ผมพยายามใจเย็น พยายามโฟกัสแค่คนหน้าห้อง ท่องเอาไว้วันนี้วันดี ไม่โมโห ไม่หัวร้อน ไม่ฆ่าสัตว์ตัดชีวิต

 

“มึงจะไปกลัวมันทำไมวะ มึงเป็นไวโอเลตนะเว้ย! ยิงมันไปเลยดิ”

 

“มึงฟาร์มอยู่จะไปรู้อะไรไอ้ภี เมจแม่งเวทโคตรแรง มึงมาแก๊งกลางช่วยกูเอามันปะล่ะ เวลห้าแก๊งได้แล้วมั้ง แล้วเมจทีมกูทิ้งเลนไปออฟเฉย มันคิดว่ามันเป็นไฟต์เตอร์มั้ง เมจมึงไม่มาอยู่กลางล่ะเฮ้ย!”

 

“....!” ไม่ฆ่าสัตว์แต่น่าจะฆ่าไอ้พวกเด็กเหี้ยได้แหละ มีสองตัวเลยข้าง ๆ ผมเนี่ย

 

“งั้นรอเดี๋ยว กูเก็บบัฟแดงก่อนเดี๋ยววิ่งแก๊งให้...ไอ้เหี้ยยย นาครอสเอามังกรกูววว”

 

“ไอ้เหี้ยภี! ฟาร์มยังไงของมึงไม่ไปเอามังกรวะ เป็นถึงมูราดมึงปล่อยให้นาครอสทีมนั้นได้มังกรตัวแรกไปได้ยังไง ควายเอ๊ย!”

 

ไม่ไหวแล้วโว้ยยย!

 

“โปรเฟสเซอร์ครับ! สองคนนี้เขาเล่นเกมเสียงดังรบกวนสมาธิผมครับ!”

 

ผมจะฟ้องคุณครู ผมไม่ไหวกับไอ้เด็กสองคนนี้แล้ว เด็กติดเกมสองคนรวมหัวกันแกล้งผม พวกเขาสองคนบุลลี่ผมครับโปรเฟสเซอร์!

 

“เฮ้ย! ไอ้รณ!” นายตัวแถมเพื่อนนายภาคินพยายามจะปิดปากผมด้วยมือเหม็น ๆ ของเขาครับโปรเฟสเซอร์!

 

“ไอ้! ...ป้อมล่าง ๆ อลิซดูป้อมล่างหน่อย”

 

ยังไม่จบอีกนะ! เล่นเกมเสียงดังรบกวนคนอื่นแล้วยังไม่สำนึกอีก ผมหันไปมองเขม่นพวกนั้นด้วยความหงุดหงิด โปรเฟสเซอร์ก็ทำแค่หันมามองแล้วก้มหน้าลงไปเปิดหนังสือต่อ เขายอมช่วยปรามพวกนั้นให้ผมนิดหน่อย...นิดหน่อยจริง ๆ นะ!

 

“ถ้าไม่ตั้งใจฟังที่ผมสอนก็อย่าเสียงดังรบกวนเพื่อนนะครับ คุณรณกฤตฟ้องเรื่องที่พวกคุณกวนเขาหลายรอบแล้วนะ เบา ๆ เสียงหน่อย”

 

“ค้าบบ” สองคนนั้นประสานเสียงรับพร้อมกัน แต่มือทั้งสองข้างก็ยังไม่หยุดกดหน้าจอโทรศัพท์ไปด้วย พวกเขาไม่สำนึกเลย ไม่ได้รู้สึกผิดสักนิดที่รบกวนผม!

 

“ไม่ได้เรียกว่าฟ้องสักหน่อย”

 

ผมบ่นกับตัวเองเบา ๆ ก่อนจะยึดโทรศัพท์ของหนึ่งในพวกนั้นมาถือไว้เอง เจ้าตัวหันมองตามมือถือตัวเองหน้าตาตื่น ก่อนจะกระซิบกระซาบกลับมาเสียงค่อยเพราะไม่กล้าโวยวายเสียงดัง เอาสิ อยากได้ก็แย่งไปให้ได้ ถ้าเสียงดังอีกคราวนี้โดนโปรเฟสเซอร์ไล่ออกจากห้องแน่ไอ้พวกบ้า

 

“ไอ้รณ เอามาาา”

 

นายตัวแถมเพื่อนนายภาคินอ้อนวอนขอมือถือจากผมคืน สีหน้าร้อนใจของอีกฝ่ายทำให้ผมรู้สึกดีขึ้นมาได้บ้าง หลังจากที่ทั้งสองคนทำให้ผมหงุดหงิดมาร่วมชั่วโมง แค่นี้มันยังน้อยไปไอ้หนู

 

“ไม่ พวกนายต้องเลิกเสียงดังก่อน”

 

“ก็เบาแล้วเนี่ย มันต้องคุยกับทีมด้วย เดี๋ยวแพ้แล้วแรงค์จะร่วงงง”

 

“ไอ้หมีรีบ ๆ เอาโทรศัพท์คืนสิวะ! ป้อมล่างจะแตกแล้วเนี่ย”

 

“มึงมาช่วยกูเอาคืนไหมล่ะ ไอ้รณมันไม่ยอมให้เนี่ย มึงคืนกูเถอะรณ กูสัญญาจะพูดเบา ๆ แล้ว นะ ๆ ๆ”

 

เรื่องอะไรจะคืน ผมคิดอะไรดี ๆ ออกแล้ว ไหน ๆ มันก็กวนผมจนไม่มีสมาธิเรียน ผมก็จะกวนคืนด้วยการเล่นให้พวกเขาแพ้แล้วถูกคนในทีมด่าไปเลย ผมรู้จักเกมนี้นะ รู้ว่ามันเป็นเกมออนไลน์ แต่ผมไม่เคยเล่นหรอก ไม่ค่อยชอบเล่นเกมมือถือเท่าไหร่

 

ผมยักคิ้วกวน ๆ ส่งไปให้เจ้าของโทรศัพท์ก่อนจะก้มลงกดปุ่มอะไรไม่รู้เยอะแยะในเกม กดไปมั่ว ๆ เดินไปมั่ว ๆ ก็ไม่เห็นจะต้องสนเลยว่าจะเล่นเป็นหรือไม่เป็น แค่ทำให้พวกนี้แพ้ได้ก็พอแล้ว สมน้ำหน้าพวกเด็กติดเกม เล่นอยู่นั่นไม่เห็นมันจะสนุกตรงไหน เด็กน้อยเอ๊ย!

 

 

 

10 minute later

 

“ดูดาร์ก ๆ พวกมันไปเอาดาร์กหรือเปล่าวะ? มันจะจบเกมแล้วแน่เลย ยื้อนานแล้วด้วย” นายภาคินบอกอย่างนั้น

 

“ดาร์กไหน? ไอ้ตัวใหญ่ ๆ ข้างล่างนี่ปะ?” ผมถามด้วยความไม่แน่ใจ

 

“เออ นั่นแหละ มึงเดินไปดูสิมันเอารึยัง”

 

“ไม่กล้า กลัวมันอยู่ในป่า นายไปดูสิ นายมีสกิลหนีไม่ใช่เหรอ” จำได้ว่าตัวฮีโร่ที่นายภาคินเล่นมีสกิลหลบหนีเยอะเลย ส่วนตัวที่ผมเล่นทำได้แค่กลิ้งหลบเท่านั้น แต่ยิงแรงอยู่นะ ยิงทีหน้าสั่นอะ

 

“ไอ้รณ...เอาคืนมา” เสียงเด็กเกาะเบาะข้างหลังสะกิดแขนขอเล่นด้วยมาสักพักแล้ว แต่ไม่มีใครสนใจเจ้าตัวสักคน

 

“เดี๋ยวสิ ภาคินมันเอาคองอยู่ปะ?”

 

“เอาอยู่ ๆ เดี๋ยวกูรอลาส มึงเคลียร์ครีปล่างรอเลย ลาสเสร็จเดี๋ยวรีบสกิลกลับป้อม”

 

“โอเค ๆ เด็กเตี้ยมาช่วยหน่อยจะได้เร็ว ๆ”

 

(เราเป็นอลิซเลยนะ เรียกเด็กเตี้ยเดี๋ยวก็ไม่ช่วยซะหรอก)

 

เสียงผู้หญิงที่เล่นตัวละครเด็กเตี้ยดังออกมาจากลำโพงมือถือ ผมยิ้มขำเล็กน้อยก่อนจะยอมลงให้คุณเขาก่อนเพราะต้องการกำลังเสริม

 

“ครับ ๆ ชื่ออะไรก็ช่างเถอะ มาช่วยกันก่อนป้อมจะแตกแล้วคุณ”

 

(ค่าาา)

 

“โทรศัพท์กู เกมกู ตัวกูแท้ ๆ ไอ้นี่เล่นอย่างกับเป็นของตัวเองเชียวนะมึง ทีครั้งแรกล่ะฟ้องโปรเฟสเซอร์เสียดิบดีว่าพวกกูเล่นเกม มึงนะมึงไอ้รณ”

 

“.....”

 

แหะๆ ก็ใครจะไปรู้ว่ามันสนุกแบบนี้กันล่ะครับ เกมนี้มันอยู่เหนือความคาดหมายของผมนี่ เพราะฉะนั้นถ้าต้องมีใครสักคนที่ผิด...ก็คงจะเป็นเด็กเตี้ยตัวชมพู ๆ ในเกมนั่นแหละ ไม่ใช่ความผิดของผมแน่ ๆ

 

และตลอดทั้งช่วงเช้า ผมก็เอาแต่เล่นเกมกับพวกนั้นจนไม่เป็นอันเรียนหนังสือหนังหา ผมโหลดเกมนั้นมาไว้ในเครื่อง ลงทุนเติมเกมและซื้อตัวที่อยากเล่นทันที ผมรู้สึกว่าชอบยัยเด็กเตี้ยเป็นพิเศษ และผมก็ซื้อมันมาเป็นของตัวเองจนได้

 

 

 

กลับมาถึงบ้านผมก็เอาแต่เล่นเกม ทั้ง ๆ ที่อาทิตย์หน้าต้องสอบแล้วแท้ ๆ แต่ก็ยังไม่ยอมไปอ่านหนังสือเตรียมสอบสักที ทำไมต้องมาติดเกมเอาเวลานี้ด้วยวะเนี่ย แถมเล่นแรก ๆ ก็ตีเบา ๆ ยังไงไม่รู้ ไม่เห็นเหมือนตอนเล่นของหมีเลย ตอนนั้นผมรู้สึกว่ามันสนุกกว่านี้นะ แต่เอ๊ะ? ...รู้สึกเหมือนผมจะเรียกชื่อใครสักคนถูกด้วยหรือเปล่า? รู้สึกถึงการเปลี่ยนแปลงที่เกิดขึ้นหลังจากมาเล่นเกมนี้...นิดหนึ่งแล้วสิ

 

“อาทิตย์หน้าจะสอบแล้วทำไมไม่ไปอ่านหนังสือ”

 

หากใครสงสัย คือตอนนี้ผมกำลังนอนเล่นเกมอยู่ที่โซฟาห้องนั่งเล่น โดยมีโปรเฟสเซอร์นั่งทำงานอยู่ใกล้ ๆ อีกทีน่ะครับ เขาถามผมเสียงเรียบด้วยสีหน้าแบบไหนอันนี้ก็ไม่ทราบเหมือนกัน เพราะผมเอาแต่จ้องหน้าจอโทรศัพท์ในมือไม่วางตา ก็ป้อมจะแตกแล้วเนี่ย ทีมต้องการซัพพอร์ทนะครับ ผมทิ้งทีมไปตอนนี้ไม่ได้

 

เดี๋ยวไป จบตานี้ก่อน”

 

ก่อนหน้านี้เธอก็พูดแบบนี้ วางเลย ไม่ต้องเล่นแล้ว เข้าห้องไปอ่านหนังสือ”

 

แป๊ปลุง จบตานี้เดี๋ยวไปจริง ๆ สัญญา...แทงค์ก็ทำไมไม่เข้าล่ะ เล่นแบบนี้แพ้แน่ ๆ”

 

(อลิซไม่เข้าวะ! ยืนโง่ทำไมอะ เปิดอัลติดิ)

 

ผมไม่ได้เปิดไมค์เวลาเล่นนะครับ แต่ก็เปิดลำโพงไว้ฟังเสียงคนในทีมคุยกันตลอด แต่เมื่อสักครู่ที่ผมไม่เข้าเพราะแทงค์ยังไม่มาอะ แล้วตำแหน่งฟาร์มในทีมก็โผล่เข้าไปโง่ ๆ กลางดงฝ่ายตรงข้ามเอง ต่อให้เปิดอัลติก็ช่วยอะไรเขาไม่ได้หรอก ใครบอกให้ทะเล่อทะล่าเข้าไปเอง ตายโง่แล้วมาพาลคนอื่นชัด ๆ

 

เข้าไปทำไมล่ะครับ ก็เห็นอยู่เขาอยู่กันเป็นทีม ไม่มีแทงค์ก็อย่าเก่ง”

 

ผมเปิดไมค์ตอบกลับไปด้วยความหงุดหงิด เป็นเกมที่เล่นแล้วหัวร้อนมาก ไม่ไหวนะแบบนี้ เสียสุขภาพจิตสุด ๆ เจอคนประเภทเล่นไม่ดูทีมแต่ชอบพาลเนี่ย

 

(แล้วมึงไม่เห็นเหรอว่าเพื่อนโดนรุมอะ! มึงก็เปิดอัลติช่วยหน่อยก็ได้ปะวะ กูเลยตายฟรีเลย เมจทีมนั้นอีกนิดก็ตายแล้ว แม่ง!)

 

เปลืองอัลติ ตายไปก็รอเกิดแค่นั้น จะโวยวายทำไม เสนอหน้าเข้าไปเองแท้ ๆ”

 

(เอ้าไอ้….] +|*~.! ,,+] |? €\ [<,)

 

ผมขมวดคิ้วทันทีเมื่อโดนด่าด้วยคำพูดหยาบคาย ทำไมต้องใช้คำพูดคำจาไม่น่าฟังแบบนี้ล่ะ สนิทกันเหรอ รู้จักกันมาก่อนก็ไม่ คนพวกนี้นี่มันยังไง พิลึกคน

 

รณ เลิกเล่น” เสียงของโปรเฟสเซอร์ดูจะเข้มขึ้นอีกระดับ แต่ผมไม่ทันได้คิดอะไรมาก เพราะกำลังโฟกัสกับเกมในมือมากไปหน่อย

 

เดี๋ยวก็จบแล้วครับ แป๊ปเดียวน่า”

 

(มึงมันก็พวกไก่แหละวะ! ไอ้...] €|~>^|-&’)

 

ไอ้เด็กนี่ก็ยังจะปากดีไม่เลิก ขนาดผมเลิกตอบโต้กับมันแล้วนะ แถมคนในทีมยังรุมด่ามันอีกต่างหาก บอกแล้วว่าอีกฝ่ายเล่นโง่เอง

 

พอแล้ว ถ้าเล่นแล้วต้องเจอสังคมแบบนี้ก็พอ วาง”

 

แต่มัน....”

 

วาง! แล้วเข้าห้องไปอ่านหนังสือ อย่าให้ต้องพูดซ้ำนะรณ”

 

ครับลุง” รับคำเสียงหงอยเมื่อเจอคนเป็นผู้ปกครองดุ พอกลับบ้านทีไรลุงก็จะแปลงร่างเป็นคนแก่จอมจุ้นจ้านทันที คิดผิดคิดถูกเนี่ยมาอยู่กับเขา เฮ้อ

 

(ฮ่า ๆ ๆ ลูกแหง่! โคตรเด็กเจอลุงด่า ไอ้ไก่!)

 

เดี๋ยวเจอตบเกรียนแตกไอ้เด็กนี่ หงุดหงิดฉิบหาย อ่านหนังสือเสร็จออกไปหาเหล้าดื่มดีกว่าคืนนี้ เกมบ้าอะไรยิ่งเล่นยิ่งหัวร้อน ลบทิ้งเลยดีไหมเนี่ย โมโห! เจอเด็กเกรียนด่านี่โตตรอารมณ์เสียเลย

 

ไปอ่านหนังสือไป”

 

เขาเตือนอีกครั้งเมื่อเห็นผมยังนอนนิ่งไม่ยอมขยับ ผมเลิกเล่นเกมแล้วแหละ กดปิดเกมไปแล้วด้วย แต่ที่ยังไม่ขยับเพราะขี้เกียจ นี่เพิ่งจะหนึ่งทุ่มอยู่เลย สักสี่ทุ่มกว่า ๆ ค่อยออกไปข้างนอกแล้วกัน วันนี้ผมว่าจะกลับไม่ดึก ไปดื่มแค่พอให้หายเบื่อก็พอ ยังไม่อยากเมาเท่าไหร่เพราะพรุ่งนี้ยังมีเรียนเช้าบ่ายต่อ

 

ไม่เห็นมีไรให้อ่านเลย”

 

วันนี้บอกแนวข้อสอบไปแล้ว ได้จดไหม?”

 

“.....”

 

บะ...บอกเมื่อไหร่? ทำไมไม่เห็นจะรู้เรื่อง ซวยแล้วไงไอ้รณ โดนเกมบ้านี่เล่นเข้าให้แล้วไหมล่ะ!

 

ไม่ได้จดสินะ ถ้าไปดรอปตามที่บอกตั้งแต่แรกก็หมดปัญหาไปแล้ว”

 

ไม่มีทาง!”

 

ผมเด้งตัวขึ้นมาจากโซฟาทันทีเมื่อโดนพูดจาแบบนั้นใส่ จะไปดรอปได้ยังไง ก็ลุงไม่ยอมทำอะไรผมสักทีนี่ ทุกวันนี้ขนาดได้มาอยู่บ้านเดียวกันแบบนี้แล้วยังไม่มีอะไรคืบหน้าเลย นี่ผมมาถูกทางแล้วแน่เหรอวะเนี่ย? ชักจะไม่แน่ใจแล้วว่าที่ทำอยู่นี่มันโอเค ดูไม่ค่อยจะมีความหวังเท่าไหร่เลย

 

ถ้าอย่างนั้นทำไมไม่ตั้งใจเรียนกว่านี้ล่ะ?”

 

ก็ตั้งใจแล้วนะครับ แต่วิชาลุงมันยากนี่นา มีแต่ให้วิเคราะห์เต็มไปหมด”

 

เธอไม่สนใจเองมากกว่า”

 

ขนาดพูดกับผมเขายังไม่มองหน้าผมเลย เอาแต่มองจอแมคบุ๊คอยู่ได้ เย็นชายังไงก็เย็นชาอย่างนั้นไม่เปลี่ยน ทำเอาผมรู้สึกแย่ขึ้นมากับคำพูดนั้นของเขาเลยดูสิ คุณนี่ชอบทำให้คนอื่นรู้สึกย่ำแย่ได้ตลอดเวลาที่อยู่ด้วยจริง ๆ สินะโปรเฟสเซอร์

 

งั้นบอกอีกรอบได้ไหม? เดี๋ยวครั้งนี้จดเลย”

 

ไม่ได้”

 

ทำไมล่ะ? ก็แค่บอกแนวข้อสอบเองนี่ ไม่ได้ขอดูข้อสอบสักหน่อย นะลุงนะ นะ ๆ ๆ บอกอีกรอบเถอะ”

 

ผมคลานเข่าเข้าไปเกาะขาเขาเขย่าไปมาและออดอ้อนขอความเมตตา แต่ดูเหมือนความเมตตาจะไม่ว่างในช่วงนี้ เพราะไร้วี่แววว่าคนเป็นอาจารย์จะเห็นใจกัน

 

มันไม่ใช่หน้าที่ของฉันที่ต้องมาแก้ปัญหาให้คนไม่มีความรับผิดชอบอย่างเธอ ถ้าหาแนวข้อสอบด้วยตัวเองไม่ได้ ก็ไปอ่านมันทั้งเล่มนั่นแหละ”

 

จะบ้าเหรอ! มันเยอะนะลุง อ่านหมดเล่มก็ไม่ต้องอ่านมันแล้ววิชาอื่น”

 

ปัญหาของเธอ ไม่ใช่ปัญหาของฉัน”

 

โปรเฟสเซอร์!!”

 

ผ่าหัวใจเขาออกมาดูคงเป็นสีดำทั้งดวงเลยสินะ ก็ใจจืดใจดำขนาดนี้นี่ ลูกศิษย์ขอแนวข้อสอบคุณอยู่นะโปรเฟสเซอร์ ทำไมคุณไม่ไยดีกันเลย ผมเกาะขาเอาคางพาดเข่าคุณ พร้อมส่งสายตาวิ้ง ๆ ไปให้ยังไงก็ไม่ได้ผลเลยใช่ไหม!

 

อยู่ที่บ้านฉันไม่ใช่โปรเฟสเซอร์ของเธอ”

 

แน่สิ ก็ลุงเป็นลุงของเรานี่”

 

เป็นผู้ปกครองต่างหาก ไปอ่านหนังสือ”

 

เหอะ ไปก็ได้!”

 

ผมลุกขึ้นยืนกะว่าจะกระทืบเท้าด้วยความคับแค้นใจใส่อีกคน แต่ก็นึกขึ้นได้ว่ามีกฎข้อหนึ่งบอกไว้ว่าห้ามเสียงดัง เพราะงั้นจากที่จะกระแทกเท้าก็เลยต้องเปลี่ยนมาเดินย่องด้วยความสงบแทน ผมเกลียดกฎของบ้านนี้จริง ๆ มันเป็นกฎไร้สาระที่ผมก็ยังยอมทำมันได้ทุกวัน ผมเซ็งตัวเองที่ต้องมาทำอะไรแบบนี้เพียงเพราะแค่ผู้ชายคนเดียว

 

ทำไมเรื่องเรียนผมไม่ตั้งใจแบบนี้บ้างนะ

 

 

 

ผมหลบเข้ามาอยู่ในห้องนอน กลิ้งไปกลิ้งมาบนเตียงกับหนังสือจิตวิทยาการปรึกษาเล่มหนาเตอะ ผมจะอ่านและจำมันทั้งหมดนี้ไม่ได้ เรียนมาสามบท แต่ละบทเกือบ ๆ สามสิบหน้า ให้จำทุกหน้า ทุกเรื่อง ทุกตัวอักษรมันเป็นไปไม่ได้อยู่แล้ว

 

และไม่รู้ว่าอะไรดลใจให้กดโทรศัพท์ส่งข้อความไลน์หาใครบางคน ใครบางคนที่ลากผมเข้ากลุ่มเกมบ้า ๆ ของพวกมัน จริง ๆ ผมก็ไม่รู้ว่าจะทำแบบนี้ทำไม ไม่รู้ว่าจะได้เรื่องไหม แต่ก็ดีกว่าไปขโมยแนวข้อสอบจากโปรเฟสเซอร์แหละนะ ถ้าไม่ทำอะไรสักอย่างมีหวังสอบไม่ผ่านมิดเทอมครั้งนี้แน่

 

 

อ๊า...โอ้ว...หวี (3)

 

แล้วดูชื่อกลุ่ม เหมาะกับพวกนั้นดีใช่ไหมล่ะ เหอะๆ เสื่อมซะไม่มี

 

 

R.

 

แนวข้อสอบโปรเฟสเซอร์นนน มีไหม?

 

 

ทักไปแค่นั้นแล้วโยนโทรศัพท์ตัวเองทิ้งทันที แอบขนลุกที่อยู่ในกลุ่มอะไรแบบนี้ แบบที่มีกันมากกว่าหนึ่ง ผมไม่เคยมีกลุ่มไลน์หรือกลุ่มอะไรเลย อยู่ ๆ ไปเผลอเข้ากลุ่มพวกนี้ได้ยังไงก็ไม่รู้ ตอนนั้นเหมือนถูกลวงมาก ๆ เขาพูดอะไรก็เชื่อไปหมด อารมณ์ติดเกมมันทำให้ผมเบลอ ๆ แปลก ๆ พอตอนนี้ได้สติก็รู้สึกอยากจะออกจากกลุ่มนั้นเดี๋ยวนี้ เอาเป็นว่าออกเลยแล้วกัน ไม่รู้จะอยู่ไปทำไมแล้ว

 

ติ๊ง!

 

แต่ยังไม่ทันได้จับโทรศัพท์ด้วยซ้ำ เสียงข้อความใหม่ที่ดังขึ้นก็ทำให้หยุดความคิดนั้นเอาไว้ชั่วคราว หนึ่งในคนพวกนั้นตอบกลับมาแล้ว

 

 

ภ.

 

เนี่ย

 

* (แนบรูปภาพ)

 

 

BEAR

 

เออ กูก็กำลังจะถามพอดี

 

ขอบใจหลาย ๆ

 

 

ภ.

 

จะอ่านแล้วเหรอรณ?

 

รีบจังวะ

 

 

ผมมองข้อความพวกนั้นอย่างชั่งใจว่าจะเอายังไงดี จะกดออกกลุ่มตอนนี้หรือหลังตอบคำถาม คิดอยู่นานสุดท้ายก็เลือกตอบก่อน เอาน่า ยังไงพวกนี้ก็อุตส่าห์หาแนวข้อสอบมาให้ ยังไงก็ต้องขอบคุณหน่อยแหละนะ ขอบคุณตามมารยาทเท่านั้นแหละ

 

 

R.

 

อืม

 

ลุงบอกให้อ่าน

 

Thank.

 

 

ผมตอบแค่นั้น ก่อนจะกดไปที่ตั้งค่า กะว่าจะออกจากกลุ่มแล้ว แต่ในขณะที่มือกำลังจะกดไปโดนปุ่มออก...

 

 

ภ.

 

เออ สู้ๆ

 

ตั้งใจอ่านหนังสือ

 

อย่าเอาแต่เล่นเกมนะ

 

เที่ยวก็งดไปก่อนช่วงนี้

 

ถ้าไม่เข้าใจเดี๋ยวให้พวกในเซคมันติวให้

 

 

ทำไมล่ะ...

 

 

BEAR

 

เออ พวกนั้นมันเก่งนะ

 

อย่าหักโหมมากนะมึง เดี๋ยวพรุ่งนี้ไปเรียนไม่ไหว

 

กูไปอาบน้ำละ

 

 

ทำไมถึงต้องมาทำดีด้วย?

 

 

ภ.

 

โอเค กูก็จะไปกินข้าวแล้ว

 

แฟนโทรตาม

 

ฝันดีล่วงหน้าพวกมึง

 

 

ทั้ง ๆ ที่ก็ไม่ได้สนิทกันขนาดนั้นแท้ ๆ แต่ก็ยังจะมาบอกฝันดี

 

ทั้ง ๆ ที่ไม่ได้ถามแท้ ๆ แต่ก็ยังคอยบอกว่าจะไปไหน ทำอะไร

 

ทั้ง ๆ ที่จะไปเรียนไหวหรือไม่ไหว...ก็ไม่ใช่ธุระกงการอะไรของตัวเองเสียหน่อย

 

ทำไมล่ะ...ทำไมถึงเป็นคนที่ทำตัวเข้าใจยากกันจัง

 

 

R.

 

อืม

 

ฝันดี

 

 

แล้วทำไม...ผมต้องบอกฝันดีกลับให้คนที่ไม่สนิทขนาดนั้นด้วยล่ะครับ?

 

ผมกดล็อกโทรศัพท์ไปโดยไม่ได้ออกจากกลุ่มชื่อประหลาด ๆ อย่างที่ตั้งใจแต่แรก เอาไว้วันหลัง ใช่ วันหลังแล้วกัน วันหลังค่อยออกก็ได้

 

ใช่...

 

 

 

นอนอ่านหนังสือไปเรื่อย ๆ จนลืมดูเวลาว่าตอนนี้มันกี่โมงแล้ว แต่เพราะกำลังเคร่งเครียดกับเนื้อหาที่ไม่ค่อยเข้าใจ ที่แม้ว่าจะอ่านทวนสักกี่ครั้งก็ยังไม่เข้าใจอยู่ดี สุดท้ายก็ยอมแพ้ ไม่ไหวหรอก อ่านยังไงก็ไม่เข้าหัว ลองไปถามเจ้าของวิชานี้ดูก่อนแล้วกันเผื่อเขาอาจจะใจดีตอบให้ก็ได้

 

ผมเดินออกมาจากห้องพร้อมกับหนังสือในมือ ไฟที่ห้องนั่งเล่นถูกปิดไปแล้ว มีแค่ไฟทางเดินนี้เท่านั้นที่ยังส่องสว่างอยู่ ผมคิดว่าโปรเฟสเซอร์คงอยู่ในห้องนอนของตัวเอง เอาไงดี นี่เขาหลับไปแล้วจริง ๆ เหรอ? หันไปมองนาฬิกาข้างฝาผนัง...สี่ทุ่มครึ่งเนี่ยนะ? หลับแล้วจริงดิ? จะอนามัยเกินไปหรือเปล่า

 

ลองเคาะห้องดูก่อนแล้วกัน ถ้าโชคดีก็อาจจะยังไม่นอน แต่ถ้าโชคร้ายก็แค่โดนด่าเพราะมารบกวนยามวิกาลแค่นั้นแหละมั้ง ลองดูก็ไม่เสียหายนี่ มันคงไม่แย่ไปมากกว่านี้แล้วล่ะ

 

ว่า”

 

ยังไม่นอนเหรอครับ?”

 

ถามเมื่อเห็นอีกฝ่ายโผล่หน้าออกมาจากประตู ร่างสูงไม่ได้มีใบหน้าง่วงงุนเหมือนคนเพิ่งตื่นแต่อย่างใด แสดงว่าผมโชคดีที่เขาไม่ได้หลับไปแล้ว ก็หวังว่าการมาในครั้งนี้จะไม่เสียเวลาเปล่านะ

 

กำลัง เธอมีอะไร?”

 

คือ...เป็นไปได้ไหมที่ลุงจะอธิบายบางข้อที่เราไม่เข้าใจ หมายถึง เราพยายามอ่านมันแล้วแต่ก็ยังหาข้อสรุปของมันไม่ได้ ก็เลย...ช่วยหน่อยได้ไหมครับ? แหะ ๆ”

 

“.....”

 

ไม่ได้สินะ หน้านิ่งเชียว

 

งั้นไม่เป็น...”

 

เรื่องอะไร ว่ามาสิ” คนหน้านิ่งเอ่ยออกมาแค่นั้น แต่มันกลับทำให้ใจผมลิงโลดแบบสุด ๆ! หลังจากที่ซุ่มอ่านและทำความเข้าใจลำพังมาตั้งนาน พระเจ้าเห็นถึงความพยายามของลูกแล้วใช่ไหมครับ

 

ได้เหรอครับ!?”

 

ว่ามาก่อน”

 

อ้อ ตรงนี้ครับ...”

 

ผมยื่นหนังสือไปตรงหน้าร่างสูงแล้วชี้ให้ดูว่าส่วนไหนบ้างที่ไม่เข้าใจ ผมอธิบายว่าทำไมถึงไม่เข้าใจ และตรงไหนบ้างที่ต้องการจะรู้ ก่อนจะเงยหน้าขึ้นไปมองผู้ปกครองในบ้าน และอาจารย์ที่มหาลัยด้วยสายตาอ้อนวอน ได้โปรดชี้ทางสว่างให้ทีเถอะ ไม่งั้นผมนอนไม่หลับจริง ๆ นะคืนนี้

 

โปรเฟสเซอร์ก้มหน้ามองผมอยู่อย่างนั้นนิ่งนาน ก่อนจะพิงกรอบประตูขณะที่ยังมองผมไม่วางตา มองอะไรนักหนา ตอบคำถามสักทีสิ เดี๋ยวหวั่นไหวมากไปกว่านี้ก็ไม่เป็นอันอ่านหรอกหนังสือหนังหาเนี่ย

 

ก่อนอื่นเลย เธอเข้าใจความหมายของวิชาจิตวิทยาการปรึกษาดีแค่ไหน”

 

ก็...เป็นวิชาที่ให้คำปรึกษาผู้ที่ประสบปัญหาทางด้านจิตใจ...หรือเปล่า?”

 

ผมได้รับคำตอบเป็นการส่ายหน้าปฏิเสธช้า ๆ จากเขา ก็ว่าแล้วว่าต้องเป็นแบบนี้ ก็ผมไม่ค่อยเข้าใจนี่ อ่านกี่ที ๆ ก็ยังงง ๆ อยู่เลย ตกลงมันให้คำปรึกษาแบบไหนกันแน่เนี่ย

 

จิตวิทยาการปรึกษา เป็นศาสตร์ที่ศึกษาเกี่ยวกับการปรึกษาเชิงจิตวิทยา มีกระบวนการที่มุ่งเน้นให้ผู้มีปัญหาได้ทำความเข้าใจกับปัญหาของตัวเอง และมองเห็นแนวทางในการแก้ปัญหาได้ด้วยตัวเองต่างหาก”

 

เป็นคำตอบที่ยาวและงงยิ่งกว่าเดิมเสียอีก

 

ถ้าเขาแก้ปัญหาได้ด้วยตัวเองแล้วเขาจะมาหาเราทำไมครับ? ไม่เข้าใจ?”

 

ก็มาให้เราช่วยไง”

 

ก็ยังไม่เข้าใจอยู่ดี

 

ยังไง?”

 

ฟัง นักจิตวิทยาการปรึกษา มีหน้าที่เป็นผู้เอื้อให้ผู้ที่มีปัญหาได้เข้าใจปัญหาของตนอย่างชัดเจนที่สุด เราจะไม่เข้าไปบงการ แนะนำ หรือ แทรกแซง ผู้รับบริการ แต่จะช่วยให้เขาสามารถจัดการปัญหานั้นได้ด้วยตัวของเขาเอง”

 

เอ่อ...เริ่มจะเห็นภาพแล้ว

 

และหลังจากนั้นอีกเกือบสิบนาทีที่ผมยืนฟังโปรเฟสเซอร์บรรยายหน้าห้อง ที่ไม่ใช่หน้าห้องเรียน แต่เป็นหน้าห้องนอน เขาไม่ได้เฉลยข้อสอบข้อไหน ไม่ได้โยงถึงแนวข้อสอบด้วยซ้ำ เพียงแค่บรรยายเนื้อหากว้าง ๆ ให้มันแคบลง ซึ่งก็ไม่ต่างจากตอนที่เขาสอนในห้องเรียนเท่าไหร่

 

อ้อ อย่างนี้นี่เอง”

 

ทีนี้เข้าใจแล้วนะ”

 

ก็พอจะเข้าใจบ้างครับ แต่ไม่รู้จะเรียบเรียงเป็นประโยคที่สวยงามแบบลุงได้รึเปล่า มันยาวเกินไป เราคงจำทั้งหมดนั่นไปตอบไม่ได้”

 

ถ้าเธอเข้าใจจุดประสงค์ของวิชานี้ เรื่องอื่น ๆ ก็ไม่ได้ยากแล้วล่ะ เพราะมันก็มีแค่แนวทางการปฏิบัติจริงในแต่ละสถานการณ์ที่แตกต่างกันไป ในหนังสือก็มีบอก ไม่ได้ออกนอกเหนือจากที่เรียนมาเลย”

 

เขาบอกเสียงเรียบและอ้าปากหาวปิดท้าย ผมมองท่าทางเหมือนเด็กง่วงนอนของอีกฝ่ายก็เผลอยิ้มเล็ก ๆ กับความน่ารักแบบเด็ก ๆ ของคนตรงหน้า คงจะเลยเวลานอนเจ้าตัวมาแล้วสินะ ถ้างั้นก็คงต้องปล่อยให้เด็กตัวโตกลับไปพักผ่อนเสียที

 

ถ้าง่วงแล้วเราก็ไปนอนกันเถอะครับ ปะ”

 

ผมบอกแล้วคล้องแขนแกร่งเอาไว้หลวม ๆ ก่อนจะดันประตูให้เปิดกว้างอีกนิดเพื่อแทรกตัวเองเข้าไปด้านในบ้าง

 

เดี๋ยว”

 

หืม? อะไรเหรอครับ?”

 

ถามเสียงซื่อทำตาใสมองไปยังคนที่ตัวสูงกว่าด้วยใบหน้าที่ (พยายาม) ไร้พิษสง โปรเฟสเซอร์ก้มลงมองมือที่เกาะแขนเขาเล็กน้อย ก่อนจะค่อย ๆ เงยหน้ากลับมาสบตาผมช้า ๆ พร้อมกับเอ่ยปากพูดว่า...

 

กลับไปที่ห้องของเธอ”

 

ไม่มีห้องของเธอนะลุง มีแต่ห้องของเรา ง่วงจนเบลอแล้วลุงเนี่ย ปะ ไปนอน”

 

ผมยังคงพยายามเนียนต่อไป ทำไมล่ะ ผมอยากนอนห้องนี้มากกว่านะ เตียงสีเข้มมันดูน่านอนกว่าเตียงสีขาวเป็นไหน ๆ ให้ผมนอนด้วยคนเถอะนะลุง เตียงออกจะกว้าง อย่างกสิ

 

กลับ ไป”

 

ส่ายหน้าพรืดและเกาะแขนอีกฝ่ายแน่น ไม่เอานะ ผมจะอยู่ ผมจะนอนกับลุง!

 

แน่ใจเหรอ? ไม่กลัวว่าฉันจะทำอะไรเธอหรือไง?”

 

นั่นแหละที่ต้องการ ลุงคิดได้แล้วใช่ไหมว่าต้องทำอะไรเรา? เอาเลยลุง เต็มที่”

 

เธอไม่มีทางสมหวังหรอก กลับไป!”

 

แล้วก็ถูกดีดออกมาจากห้องจนได้ น่าเสียดายนะ ผมนึกว่าเขาจะคิดได้แล้วเสียอีกว่าการที่ผมมาอยู่ตรงนี้ก็เพื่อต้องการเสียตัวให้เขา ทำไมกันนะ ทั้ง ๆ ที่ผมก็ไม่ได้ยากขนาดนั้นเสียหน่อย ผมใจง่ายนะลุง ทำอะไรผมสักทีสิ

 

เราไม่ปล่อยให้ลุงได้เล่นตัวนานนักหรอก หลังสอบเสร็จได้เห็นดีกันแน่ หึ ๆ”

 

ผมจะรุกลุงหนัก ๆ จนลุงต้องขอร้องอ้อนวอนให้ผมไว้ชีวิตเลยล่ะ คอยดู!

 

จำไม่ได้ว่าพูดคำนี้ไปกี่ครั้งแล้ว แต่จนแล้วจนรอดผมก็ยังไม่ได้แสดงอะไรออกไปจริง ๆ สักที อาการเก่งแต่ปากมันเป็นแบบนี้เองสินะ

 




______________________________

100%



    #นนนรณกฤต    
Twitter : Click
Fanpage : Click

ผลการค้นหารูปภาพสำหรับ erotic mam x mam gif

NANON
ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 319 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

929 ความคิดเห็น

  1. #922 thanida2000 (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 20 สิงหาคม 2563 / 19:24
    คือชอบเนื้อเรื่องมากก แล้วไรท์บรรยายไปวิชาที่เรากำลังเรียนพอดี แถมเรายังอินกับวิชานี้มากๆด้วยค่ะ ฮืออ รักเรื่องนี้มากค่ะ
    #922
    0
  2. #860 ttni♡ (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 30 เมษายน 2563 / 01:57
    จริงๆน้องก็น่ารักออกนะลุง555555
    #860
    0
  3. #851 Sansuyu (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 30 เมษายน 2563 / 00:40
    หรือว่าที่ลุงยอมให้น้องอยู่บ้านด้วยเพราะเรื่องปัญหาจองน้องหรือเปล่า
    #851
    0
  4. #826 cutieyou (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 29 เมษายน 2563 / 12:48
    น้องยินยอมพร้อมใจมาก
    55555555 ว่าแต่กว่าน้องจะได้กินลุง ปัญหาของน้องคงจะดีขึ้นมากแน่ๆ
    #826
    0
  5. #825 cutieyou (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 29 เมษายน 2563 / 12:48
    น้องยินยอมพร้อมใจมาก55555555 ว่าแต่กว่าน้องจะได้กินลุง ปัญหาของน้องคงจะดีขึ้นมากแน่ๆ
    #825
    0
  6. #791 piechicofic (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 7 เมษายน 2563 / 00:07
    อยากดูแลน้อง แต่ไม่ได้จะชอบน้องใช่ม้า ฮือ ;-;
    #791
    0
  7. #768 canookss (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 5 เมษายน 2563 / 23:45
    น้องเป็นเด็กแสบที่น่าเอ็นดูอ่ะ 5555 ตั้งใจเรียนนะลูกกก
    #768
    0
  8. #739 เลดี้วาย (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 3 เมษายน 2563 / 13:10
    ยัยน้อนเอ้ยยยยย55555 เนียนเก่งจริงๆเด็กคนนี้ แต่ทำไรลุงเค้าไม่ได้ซ้ากกกที
    #739
    0
  9. #637 exoxoxo1122 (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 11 กรกฎาคม 2562 / 23:54
    เพราะเหตุนี้นนนเลยให้รณมาอยู่ด้วย?
    #637
    0
  10. #546 parestory (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 5 มิถุนายน 2562 / 14:34
    ลุงต้องรู้ว่าน้องมีปัญหาแน่ เลยให้มาอยู่ เพื่อช่วยรักษา
    #546
    0
  11. #520 ppp_12 (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 4 มิถุนายน 2562 / 01:54
    ที่ลุงให้มาอยู่เพราะจะช่วยน้องป่ะเนี่ย
    #520
    0
  12. #269 ^^นูน่าหัวสีชมพู^^ (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 21 พฤศจิกายน 2561 / 23:25
    ลุงอ่า อย่าเล่นตัวนักสิ5555
    #269
    0
  13. #223 Orracha Jultha (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 23 ตุลาคม 2561 / 14:45
    ลุงเนี่ยยยนานเเล้วนะไหร่จะตกหลุมน้องสักที
    #223
    0
  14. #129 TWICE_PN (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 10 กันยายน 2560 / 20:52
    รณ เจตนาAFK กับ เจตนาก่อกวนอ่ะ 555
    #129
    1
    • #129-1 DARA T.(จากตอนที่ 9)
      10 กันยายน 2560 / 20:54
      อยากจะแหมมมมมมมมวนรอบดาวเสาร์
      #129-1
  15. #108 Lyly1307 (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 9 กันยายน 2560 / 00:55
    ไรท์สู้ๆ ไรท์สู้ตาย ไรท์ไว้ลาย สู้ตายสู้ๆ ฮึบบบบบบ เปนกำลังใจให้นะคะ
    #108
    0
  16. วันที่ 31 สิงหาคม 2560 / 16:56
    สู้ๆน้าไรท์
    #32
    0
  17. #31 อาจุมม่า (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 30 สิงหาคม 2560 / 10:53
    น้องรณพัฒนาขึ้นนะคะ เริ่มมีปฏิสัมพันธ์กับคนรอบข้างบ้างแล้ว
    #31
    0
  18. #30 noowiwie (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 29 สิงหาคม 2560 / 23:33
    ไปอ่านหนังสือเถอะรณ ~ ลุงกริ้วแล้วเด้ออออ
    #30
    0
  19. #29 s a l m o n (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 29 สิงหาคม 2560 / 19:59
    ระดับรณแล้วทำเรื่องเล็กเป็นเรื่องใหญ่เลยรณ สั่งคนไปเก็บเด็กนั่น แต่ก็นะวงวารรณจริงๆ ลุงก็โหดกับรณจริมๆ
    #29
    1
    • ความเห็นย่อยนี้ถูกลบแล้ว :(
  20. #28 dark.tz (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 29 สิงหาคม 2560 / 19:30
    โดนลุงดุเลยเห็นมั้ย ไปอ่านหนังสือไปรณ555555555
    #28
    0