PROFESSOR : 'ของผม' [BL] Rewrite

ตอนที่ 5 : CHAPTER.︱4

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 7,242
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 314 ครั้ง
    3 ส.ค. 63

CHAPTER.︱4


 

เหมือนเดิม

ทั้งอาทิตย์ผมไม่ได้เจอโปรเฟสเซอร์เลยสักครั้ง เขามีสอนแค่ช่วงเช้าของวันจันทร์ อังคาร และพฤหัสบดี ส่วนผมก็มีเรียนสามวันเหมือนกัน เช้าบ่ายเกือบทุกวันยกเว้นวันจันทร์ที่มีแค่เช้าซึ่งก็คือวิชาของเขา

ตลอดทั้งสัปดาห์ผมคิดที่จะหาโอกาสเจออีกฝ่าย แต่มันก็ช่างไร้ค่า คนที่อยากเจอกลับไม่เคยเจอ ส่วนคนที่ไม่ต้องการจะเจอ...ผมกลับเจอมันทุกเมื่อเชื่อวัน

อย่างวันอังคารก่อน นายภาคินที่ผมพยายามตีตัวออกหากอย่างสุดความสามารถ หลังจากที่โปรเฟสเซอร์บอกว่าเขาต้องการเป็นเพื่อนกับผม...ซึ่งผมไม่เชื่อ และยิ่งไม่อยากจะเชื่อเข้าไปใหญ่เมื่อหมอนี่เอาแต่กวนประสาทผมแทบทุกวัน

วันนั้นผมกำลังจะไปเข้าห้องน้ำในระหว่างที่เรียนวิชาจิตชีวฯ อยู่...

 

ไปไหน?’

อีกฝ่ายถามขณะที่ผมลุกจากเก้าอี้ และเป้าหมายที่เล็งไว้ก็คือห้องน้ำที่อยู่ไม่ไกลจากห้องเรียนนัก

ห้องน้ำ’

ผมตอบเพื่อปัดรำคาญ

ไปด้วย’

แต่ต้นเหตุของความรำคาญกลับไม่เคยรู้ตัว

ไม่ให้ไป’

เดี๋ยวไปเป็นเพื่อน กลัวนายเหงา’

เอ๊ะ! ก็บอกว่าไม่ต้องไงเล่า’

น่าๆ ไม่แอบดูหรอก สัญญา’

อย่าตามมานะ!’

ฮ่า ๆ ๆ’

 

สุดท้ายหมอนั่นก็ตามมาด้วยจนได้ และมันไม่ได้หมดเพียงเท่านี้หรอก คนอื่น ๆ ก็ทำตัวแปลก ๆ กับผมเหมือนกัน ยกตัวอย่างเช่น

 

มีใครเอาลูกอมบ้าง?’

ในบ่ายวันหนึ่งของวิชาเรียนตัวไหนสักวิชา เสียงของผู้หญิงในเซคก็ดังขึ้นมาพร้อมด้วยคำถาม

กู ๆ ๆ ๆ’

กูขอสอง’

กูด้วย ๆ’

เสียงที่ดังจนน่ารำคาญทำให้ผมต้องลืมตาขึ้นมามองด้วยความหงุดหงิด ว่าจะพักสายตาสักหน่อยแต่ก็มีเสียงรบกวนเสียได้ อยู่กันเงียบ ๆ ไม่ได้เลยรึไง

รณเอาด้วยปะ?’

มือเล็กยื่นมาตรงหน้าผมพร้อมกับลูกอมมิ้นต์เม็ดเล็กในมือ ผมมองมันนิ่งและไม่ได้พูดอะไร ก่อนจะเหลือบสายตาขึ้นไปมองเจ้าของมือนั้นเขม็ง กล้ามากนะที่มารบกวนการนอนของผม

‘.....’

อร่อยนะ’

‘.....’

ทำหน้าเหมือนไม่เชื่อ อะ เดี๋ยวแกะให้ อ้าปาก’

นี่เธอ...อะ!’

ไง สดชื่นไหม ฮ่า ๆ ไม่ต้องขอบใจหรอก เรื่องเล็กน้อย’

ปั่ก ๆ!

ธะ...เธอยัดลูกอมเข้ามาในปากผม! แถมยังตีไหล่ผมตั้งสามทีก่อนจะผละออกไปแล้วหัวเราะชอบอกชอบใจใหญ่ หะ...หาเรื่องอย่างนั้นเหรอ?

หรือนี่จะเป็นสาส์นท้าดวล?

 

ผมหวาดระแวงไปหมดแล้วในตอนนี้ ใคร ๆ ก็เอาแต่เข้ามาก่อกวน พวกเขาเหมือนจะไม่ชอบใจผมไปเสียหมด ส่วนใหญ่ก็เอาแต่ส่งยิ้มน่าขนลุกมาให้ตลอด ปกติผมรักวันจันทร์นะ แต่ผมเริ่มจะเกลียดมันเพราะไอ้คนที่นั่งข้าง ๆ นี่แหละ

ผมอุตส่าห์รอคอยวันนี้มาทั้งสัปดาห์เลยนะ!!

นายเชียร์ทีมไหนคืนนี้”

“..…”

รณ”

อะไร!”

เพราะสุดจะทนกับคนอย่างหมอนี่ ผมจึงจำต้องขานรับด้วยความไม่เต็มใจ บวกความรำคาญ บวกความเบื่อหน่าย บวกทุกความรู้สึกติดลบในตัวคนคนนี้ไปให้หมดทุกอย่างนั่นแหละดี ผมหวังให้เขาหุบปากเสียที แต่ทำไมเจ้าตัวไม่รู้สึกตัวสักทีนะ

เชียร์ทีมไหนคืนนี้”

เชียร์อะไร?”

บอลไง คืนนี้ไปดูด้วยกันปะ?”

ไม่ดู! ไม่เชียร์ไรทั้งนั้นแหละ อย่ามากวนได้ไหม”

อะไรวะ? คนอุตส่าห์ชวนคุย”

มันใช่เวลามาคุยไหมเนี่ย แทนที่ผมจะได้นั่งเงียบ ๆ พินิจพิเคราะห์ใบหน้าเย็นชาที่ผมชอบนักชอบหนาของโปรเฟสเซอร์นนน กลับกลายเป็นไอ้คนข้าง ๆ นี่ก็เอาแต่ถามนั่นถามนี่ไม่หยุด ยิ่งหมอนี่พกเพื่อนตัวเองมาด้วยยิ่งแล้วใหญ่ เหมือนมีนายภาคินสองคนอย่างไรอย่างนั้น

หลังห้องอย่าคุยกันสิครับ มันรบกวนเพื่อนคนอื่น ๆ ที่เขาตั้งใจเรียนอยู่นะ”

เสียงโปรเฟสเซอร์นนนปรามขึ้นมาเสียงเรียบ แต่สายตากลับจ้องอยู่ที่แล็ปท็อปของตัวเองเหมือนไม่ได้สนใจกับคำพูดนั้นมากนัก แต่ผมรู้ว่ามันไม่ใช่ ที่จริงเขากำลังหงุดหงิดสุด ๆ เลยต่างหาก เพียงแต่นิสัยสุภาพแปลก ๆ ของเขามันทำให้แสดงออกมากไปกว่าการปรามเสียงนิ่งไม่ได้

ผมเปล่าคุยนะครับโปรเฟสเซอร์ พวกเขาต่างหากที่เอาแต่ชวนผมคุยไม่หยุด น่ารำคาญจะตาย”

อ้าวเฮ้ย! แล้วจะฟ้องทำไมวะ” นายภาคินโวยวายขึ้นมาอีกครั้ง

ก็นายเอาแต่ถามนั่นถามนี่ มันน่ารำคาญไม่รู้หรือไง”

เออไอ้ภี มึงอะปากมาก ขนาดกูยังรำคาญเลย” และนี่คือเสียงของอีกหนึ่งตัวแถมที่ผมไม่ได้เชิญ ไม่มีใครเชิญ ไม่ว่าจะนายภาคินหรือเพื่อนของเขาคนนี้ก็ด้วย ผมยอมถอยมานั่งหลังสุดของห้องแล้ว แต่กาฝากสองตัวนี้ก็ยังจะตามมาอยู่ได้ พวกเขาบุลลี่ผม! โปรเฟสเซอร์จะต้องรู้เรื่องนี้แน่!

นายก็ด้วย! เลิกสั่นขาสักทีได้ไหม มันสะเทือนไปโต๊ะคนอื่นน่ะหัดดูเสียบ้าง”

ผมหันไปเอาเรื่องกับอีกคนทันที คนตาตี่แบบลูกชาวจีนเลยต้องรีบหาข้ออ้างมาแก้ต่างให้ตัวเองไปด้วยอีกคน

ก็กูเป็นสันนิบาตนี่ไอ้รณ! มันหยุดสั่นไม่ได้โว้ย!”

ฮ่า ๆ กูก็ว่าอะไรสั่นกึก ๆ อยู่นั่น เชี่ยหมีมึง ฮ่า ๆ” นายภาคิน นายยังจะมีหน้าไปหัวเราะเขาอีกเหรอ

หุบตูดมึงเลยไอ้ภี!”

ปากพอไอ้สัด!”

โอ๊ยยย! หยุดทั้งคู่นั่นแหละ รำคาญ!”

ผมล่ะหนวกหูกับสองคนนี้ที่เสียงดังข้ามหัวผมไปมาจริง ๆ ทำไมผมต้องมานั่งตรงกลางระหว่างสองคนนี้ด้วยวะเนี่ย! พวกเขากำลังพยายามทำลายวันจันทร์ที่ผมรักอยู่นะ ผมไม่ได้ต้องการแบบนี้สักหน่อย! เลิกยุ่งกับผมไปเลยได้ไหม!

เป็นเพื่อนกันก็อย่าทะเลาะกันสิครับ คุณภาคินก็เลิกชวนคุณรณกฤตคุยได้แล้วครับ ผมได้ยินนะ” โปรเฟสเซอร์พยายามยื่นมือเข้ามาช่วยไกล่เกลี่ย แต่นั่นมันไม่ได้ทำให้สถานการณ์ของผมดีขึ้นเลยสักนิด ในทางกลับกัน...

คร้าบบบ”

ไม่ใช่เพื่อนสักหน่อย”

ว่าไงนะครับคุณรณกฤต?”

ผมมองโปรเฟสเซอร์นนนด้วยสายตาติดจะเคืองเล็ก ๆ ก็บอกไปแล้วว่าพวกนี้โกหก โปรเฟสเซอร์เองก็ยังจะโกหกไม่เลิก เขาไม่ชอบผม เพราะอย่างนั้นก็เลยยกเรื่องนี้มาพูดเพื่อทำให้ผมหงุดหงิดงั้นสินะ หน้าไหน ๆ ก็เหมือนกันหมด

ผมถามว่าบ้านโปรเฟสเซอร์อยู่แถวไหนครับ”

เมื่อกี้นายไม่ได้พูดคำนี้นี่?”

เงียบน่า!”

ผมหันไปตวาดใส่ไอ้ภาคินด้วยเพราะโมโห ชอบวุ่นวายไม่เข้าเรื่อง แถมยังทำตัวเป็นคนขี้สงสัยตลอดเวลาอีก เพื่อนหมอนี่ก็เหมือนกัน ทำหน้าทำตาประหลาด นิสัยก็ประหลาด มีแต่พวกประหลาด ๆ

แต่เมื่อกี้ผมคงไม่ได้เรียกหมอนั่นว่า ไอ้’ ในใจไปหรอกใช่ไหม? คงไม่ใช่หรอกเนอะ ก็เราไม่ได้สนิทกันจนถึงขั้นเรียกกันแบบนั้นได้สักหน่อย น่าขนลุกจะตายไป

โปรเฟสเซอร์ บ้านคุณน่ะครับบ้านคุณณณ”

ไม่ใช่ที่วิ่งเล่นของเด็ก ไม่ต้องรู้หรอกครับ”

“.....”

ใครบอกว่าจะไปวิ่งเล่นกันล่ะ ผมจะไป เล่น’ กับคุณบนเตียงต่างหาก

เปิดหน้าต่อไปแล้วตั้งใจเรียนกันด้วยนะครับ สามคนที่เป็นเพื่อนกันหลังห้องก็ด้วยนะ”

บอกว่าไม่ใช่เพื่อนกันไงเล่า! จำไว้เลยนะโปรเฟสเซอร์ ผมจะไปบุกบ้านคุณเพื่อแก้แค้นเรื่องวันนี้แน่ แค่หาที่อยู่ของคุณน่ะมันไม่ยากหรอก ไม่อยากบอกผมก็หาเองได้ คอยดูแล้วกัน!

 

 

เวลาเกือบ ๆ จะบ่ายของวันเดียวกันนั้น

โปรเฟสเซอร์!”

ผมกระโดดออกมาจากที่ซ่อนเมื่อร่างหนาคุ้นตาของคนที่อุตส่าห์มายืนรอตั้งแต่เลิกเรียน ในที่สุดก็ยอมปรากฏตัวออกมาได้สักที ยืนมาจะชั่วโมงแล้ว เมื่อยน่องไปหมด

คุณรณกฤต?”

เขาดูแปลกใจเล็กน้อยที่เจอผม หัวคิ้วขมวดชนกันไม่นานก่อนจะค่อย ๆ คลายปมออก พร้อมกับละสายตาจากผมแล้วเดินหน้าต่อไปทันที

เฮ้! นี่จะทักกันแค่นี้จริง ๆ เหรอ ผมมายืนรอคุณตั้งนานสองนานนะโปรเฟสเซอร์!

ผมมายืนรอคุณ”

ผมกระโดดเตาะแตะตามมาเดินข้าง ๆ เขา ก่อนจะชะโงกหน้าเข้าไปคุยกับอีกคน และส่งยิ้มบาง ๆ ไปให้ในแบบที่ชอบทำอยู่บ่อย ๆ โปรเฟสเซอร์ไม่ตอบรับหรือมีปฏิกิริยาแปลกใจใด ๆ เขาทำเพียงแค่เดิน เดิน เดินไปข้างหน้าด้วยจังหวะที่มั่นคงอย่างเสมอต้นเสมอปลาย

ไม่สงสัยเหรอว่ามารอทำไม?” ผมเป็นฝ่ายตั้งคำถามอีกครั้ง

สงสัยครับแต่ไม่อยากรู้”

ผมหิวข้าว”

มาบอกผมก็ไม่ทำให้คุณอิ่มขึ้นหรอกนะครับ”

มันก็จริง แต่นั่นไม่ใช่เมนพอยท์ที่ผมสู้ทนอุตส่าห์มายืนรออีกฝ่ายแบบนี้หรอกนะ ความตั้งใจแรกของผมคือการมาชวนอีกฝ่ายไปกินข้าวด้วยกัน แล้วไปต่อด้วยการกินเขาเป็นของหวานตบท้ายต่างหาก นี่คือแผน

ไปกินข้าวกัน คุณเลี้ยง”

ไม่ทานครับ และผมก็ไม่ชอบเลี้ยงเด็กดื้อด้วย”

ผมหยุดเดินทันทีเมื่อฟังประโยคนั้นจบ หมายความว่าผมดื้อเหรอ? ผมไม่ชอบคำนี้เลยจริง ๆ ผมอยากเป็นเด็กเปรตมากกว่า เขามองผมเป็นไอ้ตัวติงต๊องไปเสียได้ ผมน่ะ ไม่ทำเรื่องปัญญาอ่อนแบบเด็กดื้อที่คุณว่าหรอกนะโปรเฟสเซอร์

คุณทำผมหงุดหงิดนะครับโปรเฟสเซอร์”

ผมพูดขึ้นอีกครั้งเมื่อเดินทันอีกฝ่ายแล้ว และตอนนี้ก็เดินมาถึงรถที่เขาจอดเอาไว้แล้วด้วย ผมยังไม่อยากแยกกับเขาเลย ยังอยากกวนโมโหเขาต่ออีกหน่อย

นั่นควรจะเป็นคำพูดของผมมากกว่านะครับคุณรณกฤต”

ผมไม่ชอบที่คุณบอกว่าผมดื้อ”

ครับ ก็คุณดื้อจริง ๆ”

ผมเปล่า!”

ดื้อครับ...ดื้อด้าน”

จุกใช้ได้เลยนะ รู้สึกเหมือนมีมีดที่มองไม่เห็นทิ่มแทงที่อกเป็นพัน ๆ เล่ม ก็รู้นะว่าเขามันปากร้าย แต่ไม่คิดว่ามันจะแข็งแกร่งจนผมไม่สามารถทำอะไรกับอีกฝ่ายได้เลยนี่สิ คุณมันเหลือเกินจริง ๆ โปรเฟสเซอร์ อยากโกรธแต่ก็ดันเผลอรู้สึกดีไปเสียก่อน ยิ่งเขาร้าย...ผมก็ยิ่งต้องการมากขึ้น มากขึ้น มากขึ้นไปอีก

จนกว่าจะได้มาครอบครอง...

คุณรู้ว่าผมต้องการอะไรใช่ไหมครับ?” คำถามนั้นยังคงเป็นผมเช่นเคยที่เอ่ยถามออกไป ส่วนคนที่ต้องตอบก็ไม่มีปฏิกิริยาอื่นใดนอกจากสายตานิ่งสงบที่ติดจะเบื่อหน่ายเล็กน้อยเท่านั้น

พยายามไม่รับรู้อยู่ครับ”

คุณรู้ว่าผมต้องการคุณ”

ไม่ใช่ทุกอย่างที่อยากได้แล้วจะได้อย่างใจนึกหรอกนะครับ”

ผมจ้องลึกเข้าไปในดวงตาของเขา ดวงตาที่ไม่ได้ต่างจากเหยี่ยว เขาเย็นชา เย็นชาจนแทบจะกลายเป็นน้ำแข็ง หัวใจของเขา กำแพงของเขา มันหนาและอันตรายเกินไป

หรือผมควรจะหยุด?

แต่ว่า...”

แต่ว่าใจมันไม่ได้บอกให้ทำแบบนั้น

“.....”

แต่ว่าผมก็ยังต้องการคุณอยู่ดี”

“.....”

อะไรที่ผมอยากได้แล้วไม่ได้ สิ่งนั้นจะเป็นอะไรก็ได้ครับ”

ผมเดินเข้าไปใกล้เขา มือเรียวยื่นออกไปคว้าเนกไทสีเข้มก่อนจะออกแรงดึงเบา ๆ ให้อีกฝ่ายโน้มตัวต่ำลงมา เพื่อที่ใบหน้าของเราจะได้อยู่ในระดับเดียวกัน ยิ่งใกล้ผมก็ยิ่งรู้สึกมั่นใจ ผมเลือกคนไม่ผิด คนที่ผมเลือกต้องเป็นคนที่ผมมั่นใจว่าใช่ตั้งแต่ครั้งแรกที่เจอเท่านั้น และผมจะไม่ถอดใจกับแค่คำพูดไม่กี่คำของเขาแน่

ยกเว้นคุณ”

ผมเบี่ยงหน้าไปด้านข้างช้า ๆ ขยับมันเข้าไปใกล้ใบหน้าของอีกฝ่ายอย่างอ้อยอิ่ง อีกไม่กี่เซ็นฯ ริมฝีปากผมก็จะแตะลงที่แก้มสากของเขาแล้ว อีกแค่นิดเดียว

...แต่ก็วืด

ผมก็ไม่เป็นข้อยกเว้นครับ”

นี่ผม...ถูกปฏิเสธ...อีกแล้วงั้นเหรอ?

โอ้ ให้ตายเถอะโปรเฟสเซอร์ อีกแค่นิดเดียวมันก็จะเป็นจูบเล็ก ๆ ครั้งที่สองระหว่างเราแล้วนะ คุณนี่จะขัดใจผมให้ได้ทุกครั้งไปเลยหรือยังไง

โปรเฟสเซอร์! กลับมาให้จูบเดี๋ยวนี้เลยนะ!”

ตะโกนให้คอแตกตาย รถคันนั้นก็ไม่เลี้ยวกลับมาหรอก...ไม่มีทาง!

 

 

เสียงเพลงที่ดังกระหึ่มในสถานที่อโคจรแห่งนี้ทำให้ผมเบ้หน้าเล็กน้อยเพราะความรำคาญ สายตาที่เริ่มพร่าเพราะฤทธิ์แอลกอฮอล์ทำให้รู้ตัวแล้วว่าอีกไม่นานจะต้องพ่ายแพ้ให้กับอำนาจของมัน

ผมนั่งดื่มคนเดียวที่บาร์มาหลายชั่วโมงแล้ว ตั้งแต่ห้าทุ่มหรือเปล่านะ? ช่างเถอะ ผมจำไม่ได้แล้ว รู้สึกตัวตลอดว่าเหมือนมีคนต้องการมานั่งด้วย แต่เพราะไม่เปิดโอกาสให้ใครสักคนเลยทำให้ที่นั่งข้าง ๆ ว่างมาจนถึงตอนนี้

ยังก่อน...ยังไม่ใช่ตอนนี้ ช่วงนี้ถ้าไม่ไร้สติจริง ๆ ผมจะไม่สามารถนอนกับใครแล้วเสร็จได้เลยสักคน มันเป็นเพราะในหัวผมเอาแต่คิดถึงสายตาของใครบางคน ใครบางคนที่ปฏิเสธผมแล้วปฏิเสธผมเล่า แต่ผมก็ยังจะทนวิ่งตามเขาไม่รู้จักหยุดพัก สุดท้ายก็เสร็จเพราะมือตัวเองทุกคืน แล้วจะมีคู่นอนไปทำไมถ้ามันไม่ได้ช่วยให้รู้สึกสุขสมได้เลย งดไปอีกสักคืนก็ดีเหมือนกัน

ขอโทษนะครับ ผมขอนั่งด้วยคนได้ไหม?”

“.....”

ขอบคุณครับ”

หน้าด้านจริง ๆ เออออไปเองทั้งนั้น ผมเบื่อคนจำพวกนี้ที่สุด แต่ก็ไม่คิดจะห้ามอะไรใครหรอกนะ เก้าอี้มันว่าง และผมก็ไม่ได้ซื้อมาวางเอาไว้ เพราะฉะนั้น ใครจะอยากนั่งหรือยืนก็ทำไปเถอะ ตราบเท่าที่ไม่ทำให้ผมรำคาญ

มาคนเดียวเหรอครับ?”

“.....”

ผมเหลือบสายตามองผู้มาใหม่ด้วยหางตาเล็กน้อย ก่อนจะกระดกวอดกาในมือเข้าปากช้า ๆ รสชาติขมปร่า และความรู้สึกแสบร้อนช่วงลำคอทำให้ต้องหลับตาซึมซาบความทรมานนั้นสักพัก ผมชอบที่มันทำให้ผมเจ็บปวดเพราะฤทธิ์ความร้อนแรงอันเป็นเสน่ห์ของตัวมันเอง

มันทรมาน...แต่ก็รู้สึกดี

เหมือนคุณกำลังคิดถึงใครบางคนอยู่นะ”

“.....”

ผมเดาถูกใช่ไหม? หึ ๆ”

ผมชะงักไปกับความสอดรู้สอดเห็นของผู้มาใหม่เล็กน้อยเท่านั้น ไม่ใช่ว่าไม่รู้ตัวว่าตัวเองกำลังคิดอะไรอยู่ เพราะฉะนั้นก็อย่ามาแส่ถ้าไม่ได้ขอให้ทำตัวปากมาก

ดื่มไปเงียบ ๆ และไม่ต้องมายุ่งกับผม”

แต่ผมอยากรู้จักคุณ ให้ผมเลี้ยงเครื่องดื่มคุณวันนี้เถอะนะครับ”

ถ้าเป็นเวลาปกติคงตกลงรับข้อเสนอนั้นไปแล้ว ไม่มีเหตุผลต้องปฏิเสธของฟรีที่พวกหน้าโง่อาสาจะจ่ายแทนสักหน่อย แต่เพราะวันนี้ผมไม่มีอารมณ์จะนอนกับใคร ก็ถ้าต้องไปเป็นที่รองรับความใคร่ของคนอื่น แต่ตัวเองไม่เสร็จสักครั้งใครมันจะไปยอมนอนให้เอาเฉย ๆ ล่ะ อย่ามาพูดให้ขำ

ผมไม่ได้ซื้อได้ด้วยเหล้าราคาแค่ไม่กี่ร้อยบาทหรอกนะ

ถ้ายังไม่หยุดพล่ามจะฆ่าให้ตายตรงนี้จริง ๆ นะ”

นี่เป็นคำเตือน และเมื่อมีคำเตือน ย่อมต้องแปลว่าผมปรานีแล้ว หากบอกให้หยุดคือหยุด ไม่คือไม่ มันไม่ควรมีอะไรซับซ้อน และผมไม่ใช่คนที่ชอบพูดอีกคำแต่ความหมายอีกอย่าง แบบนั้นมันน่ารำคาญออกจะตายไป

หึ ๆ เหรอครับ? แต่ผมไม่เห็นรู้สึกเลยว่าคุณจะทำแบบนั้นจริง ๆ ไม่เอาน่า ใคร ๆ เขาก็พูดกันว่าคุณน่ะ...”

“.....”

ง่าย”

“.....”

ถ้าไม่จริงก็ปฏิเสธได้นะครับ ผมก็ได้ยินเขามาอีกทีเหมือนกัน เรื่องชื่อเสียงของคุณน่ะ...คุณชายนักท่องราตรี

ใช่ อย่างผมน่ะเหล้าซื้อไม่ได้ เงินก็ซื้อไม่ได้ ไม่ว่าจะเอาอะไรมาแลกก็ไม่มีทางได้ร่างกายผมไปกกกอดหรอก...หากผมไม่ยินยอมเสียอย่าง อยากได้ผมไม่ต้องเสียอะไร ถ้าจะให้เดินเข้ามาตัวเปล่าก็ได้ไม่ยากนักหรอก

แต่มันก็มีข้อแม้สำหรับบางคนอยู่นะ บางคนที่ผมเตือนไปแล้วแต่กลับเมินเฉยต่อคำเตือนของผมน่ะ คนพวกนั้นมันต้องถูกจัดการ...สถานเดียว คนที่อยากได้แต่ไม่ศึกษาข้อมูลมันก็ต้องสั่งสอนให้รู้ว่าของง่าย ๆ บางทีก็ไม่ได้มีไว้สำหรับสวะ

ติ๊กต็อก ติ๊กต็อก ติ๊กต็อก”

ผมเลียนเสียงนาฬิกาเดินด้วยรวยยิ้มที่ค่อย ๆ กว้างขึ้นทีละนิด จากที่เป็นเพียงการพึมพำแผ่วเบาก็เพิ่มระดับเสียงมากขึ้นจนเกือบเป็นตะโกน เสียงหัวเราะผสมไปกับการเลียนเสียงเดิมวนไปมาซ้ำ ๆ โยกหัวไปตามจังหวะคำที่เอ่ยด้วยสติที่ยังครบถ้วน วันนี้อารมณ์ไม่ดีเลย และผู้ชายคนนี้ก็ดวงซวยเองนี่นะ

หืม? เมาแล้วเหรอครับคนดี คุณเป็นแบบนี้ก็น่ารักดีนะ น่ารักไปทั้งตัวเลย”

งั้นเหรอ? แล้วถ้าเจอแบบนี้จะยังน่ารักอยู่ไหมนะ :)

หมดเวลาสนุกแล้วสิ หมดเวลา...” ผมหัวเราะคิกคักกับตัวเอง ส่งรอยยิ้มหวานเยิ้มให้กับคนข้างกาย ก่อนจะต่อประโยคเดิมที่พูดค้างเอาไว้จนจบ

สำหรับสวะแล้ว”

วะ...ว่าไงนะ!”

จัดการเขาซะ”

จบคำสั่งของผม ก็มีกลุ่มคนจำนวนหนึ่งตรงเข้าไปยังสวะตัวนั้น ที่ตอนนี้ถูกล็อกตัวแล้วลากออกไปทางด้านหลังร้านเรียบร้อยแล้ว เสียงร้องโวยวายของมันไม่ได้ดังไปกว่าเสียงเพลงในร้านเลยด้วยซ้ำ

ผมไม่รู้สึกเสียใจกับการกระทำของตัวเองหรอกนะ ก็นี่มันถิ่นผม คนพวกนั้นก็คนของผม คุณคิดว่าทำไมผมถึงกล้าออกมาดื่มจนเมามายคนเดียวทุกวันล่ะ ก็เพราะว่าต่อให้เมาเหมือนหมาไร้สติแค่ไหน ผมก็จะปลอดภัยเพราะมีบอดี้การ์ดคอยดูแลยังไงล่ะ ทำไมถึงคิดว่าผมจะตัวคนเดียว ทั้ง ๆ ที่โลกภายนอกมันโสมมขนาดนี้

ผมเหรอ? ผมเองก็คงโสมมไม่ต่างกัน ผมกับโลกน่ะอยู่ข้างเดียวกันไม่รู้หรือไง

นายน้อยครับ ให้จัดการขั้นไหนดีครับ?”

ผมรินวอดกาใส่แก้วใสตรงหน้าให้ตัวเอง โดยที่ในหัวก็คิดตามคำถามของหนึ่งในบอดี้การ์ดพวกนั้นไปด้วย ไม่แน่ใจว่าเขาชื่ออะไร แต่ผมรู้ว่าเขาเป็นหัวหน้าของพวกที่เหลือ

ระดับสอง...สามเลย เอาให้มันสำนึก”

รสชาติร้อนแรงที่ไหลผ่านลำคอทำให้ผมยกยิ้มออกมาอย่างพอใจ ผมรักวอดกาก็ตรงนี้

คราวหลังจะได้ไม่กล้ามาทำตัวหยาบคายกับเรา”

ครับนายน้อย”

เราจะกลับแล้ว” ถึงจะพูดอย่างนั้น แต่มือก็ยังยกแอลกอฮอล์ดีกรีแรงลงคอไม่หยุด เพราะหงุดหงิดนั่นแหละ หมอนั่นทำให้ผมอารมณ์เสียก่อนนอนจนได้

ผมจะไปเตรียมรถให้ครับ”

ไม่ต้อง วันนี้เราจะกลับเอง”

แต่ว่า...”

เราจะนั่งแท็กซี่กลับ เราไม่ขับรถหรอกน่า”

แต่นายน้อย...”

เราไม่เป็นไร คุณก็กลับไปพักผ่อนเถอะ แล้วอย่าลืมเก็บกวาดให้เรียบร้อยด้วย ผมไปนะ”

ไม่อยู่รอฟังคำคัดค้านของอีกฝ่ายนานนัก พยุงตัวเองออกจากเก้าอี้ได้ก็เดินเซ ๆ ออกไปทางหน้าร้านทันที อา...มึนหัวเหมือนกันแฮะ ตอนนั่งรู้สึกโลกไม่เอียงขนาดนี้ ผมยกนาฬิกาข้อมือขึ้นมาดูเมื่อออกมาข้างนอกได้แล้ว มองเวลาถึงได้รู้ว่าตอนนี้ปาเข้าไปเกือบตีหนึ่ง

อืม...เอาไงต่อดี

ในจังหวะที่กำลังคิดว่าจะทำอะไรต่อ ในหัวก็ฉายภาพใบหน้าของคนบางคนขึ้นมาให้ได้เผลอแค่นยิ้มออกมาอย่างช่วยไม่ได้ โอเค งั้นก็ตามนั้น

ผมหยิบโทรศัพท์ขึ้นมา กดเข้าไปที่เบอร์ผู้ติดต่อที่เซฟเอาไว้ เลื่อนหาไม่กี่ครั้งก่อนจะเจอชื่อของคนที่ไม่ยอมออกไปจากหัวผมสักที กดโทรออก และรอให้อีกฝ่ายรับสาย

(สวัสดีครับ นนนครับ)

เสียงรอสายดังอยู่ไม่นานก็มีเสียงทุ้มติดแหบตอบกลับมาให้ได้ยิน เพียงแค่นั้นรอยยิ้มยินดีก็แต่งแต้มลงบนริมฝีปากฉ่ำน้ำของผมอย่างง่ายดาย แค่เสียงของเขาก็เยียวยาจิตใจอันห่อเหี่ยวของผมได้แล้วดูสิ นี่มันน้ำเสียงหรือน้ำมนต์ ปลุกเสกที่วัดมาแล้วถูกไหม?

“.....”

(ไม่ทราบว่าใคร...)

ผมเอง”

(...คุณรณกฤต?)

รณเฉย ๆ ต่างหาก”

พึมพำแผ่วเบา ขณะที่เปิดประตูรถแท็กซี่ที่แล่นเข้ามาจอดตรงหน้าผับพอดิบพอดี เหมือนรู้ว่าผมต้องการใช้บริการเลยว่าไหม ถ้าเดาไม่ผิดก็คงจะเป็นหนึ่งในบอดี้การ์ดพวกนั้นที่จัดการเรียกรถให้ เอาไว้พรุ่งนี้ค่อยขอบใจแล้วกัน

ไปไหนครับ?” คนขับแท็กซี่หันมาถามด้วยน้ำเสียงสุภาพ

เขาไม่ได้บอกเหรอครับว่าให้ไปส่งที่ไหน” ผมเองก็ตอบกลับไปอย่างคนรู้ทันเช่นกัน เงินก็รับมาแล้ว เขาควรจะขับไปเงียบ ๆ โดยไม่ต้องพูดอะไรออกมาอีกแล้วสิ ให้ตาย ผมจะเหวี่ยงใส่ทุกคนแบบนี้ไม่ได้นะ

เอ่อ...บอกครับ คอนโด Q นะครับ?”

ผมไม่ตอบอีกฝ่าย และเลือกที่จะสนใจคนในสายมากกว่าเจ้าของรถคันนี้แทน ผมรู้ขั้นตอนการทำงานของคนของตัวเอง พวกเขาต้องย้ำกับคนขับมาแล้วกว่าสิบรอบ จ่ายเงินค่าโดยสารมากกว่าจำนวนจริงที่ต้องจ่าย เพื่อที่อีกฝ่ายจะได้ขับแค่รถอย่างเดียว ไม่ชวนผมคุยเรื่องพระเครื่องหรือเรื่องการเมืองอีก และเมื่อรถออกตัว รถคันข้างหลังก็จะขับตามมาจนกว่าแท็กซี่คันนี้จะส่งผมถึงที่หมาย นั่นคือการทำงานของพวกเขา และผมก็ไปเปลี่ยนอะไรมันไม่ได้ แม้จะไม่ได้ชอบใจนักก็ตาม

(มีธุระอะไรด่วนหรือเปล่าครับ แล้วรู้เบอร์ผมได้ยังไง?)

พอได้ยินเสียง พลันความคิดบางอย่างก็แล่นขึ้นมาให้ขบคิด ในตอนนั้นเองที่ผมกดวางสายของโปรเฟสเซอร์ ก่อนจะพิมพ์สิ่งที่ต้องการแล้วยื่นโทรศัพท์ไปให้คนขับพร้อมกับตอบข้อสงสัยของตัวเอง

เดี๋ยว”

ครับ?”

ไปตามที่อยู่นี้ครับ”

อ่า...ได้ครับ ๆ”

ผมว่าเสียงจากโทรศัพท์มันคงไม่เพียงพอที่จะทำให้หยุดคิดเรื่องของชายคนนั้นได้แล้ว

 

 

ใช้เวลาไม่นาน รถแท็กซี่ก็ขับมาจอดที่หน้าบ้านหลังหนึ่งในโครงการอะไรสักอย่างที่ผมลืมไปแล้ว ผมจ่ายเงินให้คนขับก่อนจะลงจากรถมายืนวังเวงอยู่คนเดียว โดยมีวิวด้านหน้าเป็นประตูรั้วของบ้านหลังดังกล่าว ในที่สุดผมก็มาบ้านเขาจนได้

บ้านโปรเฟสเซอร์นนน

ผมหยิบโทรศัพท์ขึ้นมาอีกครั้ง กดเบอร์ที่พึ่งโทรออกไปเมื่อไม่นานแล้วรอเสียงสัญญาณอยู่ครู่ใหญ่ ก่อนที่จะมีเสียงตอบรับจากปลายสายดังขึ้นมาอีกครั้ง

(มันดึกมากแล้วนะครับคุณรณกฤต ทำไมคุณไม่หลับไม่นอน)

ผมยังหลับไม่ได้หรอกครับ”

(แต่ผมหลับแล้วครับ เลิกโทรมารบกวนได้แล้ว)

ขนาดคุยกันผ่านเครื่องมือสื่อสารเขาก็ยังใจร้ายไม่เปลี่ยน สมกับที่ได้รับตำแหน่งเจ้าพ่อเย็นชาจากผมจริง ๆ

โปรเฟสเซอร์รู้ไหมครับว่าตอนนี้ผมอยู่ที่ไหน”

(ไม่อยากรู้ครับ)

แน่ใจเหรอครับ ถ้าคุณรู้คุณอาจจะตกใจสุด ๆ เลยก็ได้นะ”

(เฮ้อ...แล้วอยู่ที่ไหนครับ)

ผมอมยิ้มเล็ก ๆ เมื่อในที่สุดเขาก็ยอมถาม

ผมอยู่หน้าบ้านคุณครับ”

(.....)

เสียงปลายสายเงียบไปแล้ว แต่เพียงไม่นานเสียงกุกกักคล้ายคนขยับตัวก็ดังแว่วเข้ามาในสายให้หลุดยิ้มกว้างออกมาจนลืมเมาไปเลยทีเดียว ผ้าม่านในบ้านเปิดออกไม่กว้างนัก ตรงนั้นมีคนที่อยู่ในสายเป็นคนเปิดมันเอง ผมโบกมือให้เขาพร้อมกับรอยยิ้มกว้างที่แปะอยู่บนหน้ามาสักพักแล้วด้วยความดีใจ

มาเจอกันหน่อยไหมครับ”

(.....)

“.....”

(รออยู่ตรงนั้น เดี๋ยวผมออกไป)

พูดจบก็ตัดสายไปเลย แต่ผมไม่โกรธหรอกนะ ก็เขาบอกจะออกมาหานี่นา ผมยืนรอคนในบ้านอย่างตื่นเต้น อาจจะเพราะเมาจึงยืนไม่ค่อยตรงนัก รู้สึกโลกหมุน ๆ แต่ก็ยังพอทนไหว อ่า...ข้างนอกนี่หนาวเหมือนกันแฮะ

มีธุระอะไรทำไมไม่เอาไว้คุยกันพรุ่งนี้ครับ แล้วดึกดื่นป่านนี้ออกมาทำไมคนเดียวข้างนอก”

โปรเฟสเซอร์”

ผมยิ้มจนตาแทบปิดเมื่อได้ยินเสียงอีกฝ่ายนำมาก่อนตัวเสียอีก เขาเดินตรงมาทางผมช้า ๆ ไม่ได้รีบเร่งอะไร วันนี้โปรเฟสเซอร์ไม่ได้สวมชุดสูทแบบทุกที แต่มันเป็นชุดวอร์มขายาวกับเสื้อกันหนาวเข้าคู่กันแทน เขาดูไม่เหมือนคนที่เป็นถึงศาสตราจารย์เลยสักนิด เขาควรไปเป็นนายแบบมากกว่า

นี่คุณดื่มมาเหรอ?”

คนที่อยู่หลังประตูรั้วอีกด้านตั้งคำถามขึ้นมา คิ้วเข้มยับย่นคล้ายไม่ชอบใจกับสภาพคนเมา และคงมีกลิ่นละมุดลอยอบอวลอยู่รอบตัวผมเท่าไหร่ ผมยิ้มเผล่ไปขัดตาทัพทันทีเมื่อรู้ว่าตัวเองมีความผิด แต่ก็ไม่ได้หมายความว่ารู้สึกผิดหรอกนะ

ขอโทษที่เมาแล้วโทรหาตอนตีสอง

ดูออกชัดขนาดนั้นเลยเหรอครับ?”

กลิ่นเหล้าน่ะ คุณเมาหรือเปล่า?”

ครับ แต่ยังมีสติครบร้อยแน่นอนไม่ต้องห่วง”

“.....”

เขาใจร้ายกับผมอีกอย่าง ตรงที่ไม่ยอมเปิดประตูออกมาคุยกันดี ๆ นี่แหละ ให้มายืนเกาะรั้วอย่างกะคุยกับนักโทษงั้นล่ะ แม้มันจะเป็นรั้วที่สูงแค่อกผมก็เถอะ แต่ตามมารยาทเขาก็ควรจะเชิญผมเข้าบ้านหน่อยไม่ใช่หรือไงกัน

ถ้าเมาก็กลับบ้านไปนอนสิครับ จะมาที่นี่ทำไม”

“...นั่นสิ”

ผมก็ไม่รู้เหมือนกันว่าจะมาทำไม แต่มันรู้สึกว่าอยากมา อยากเห็นหน้า อยากเจอ อยากกอด อยากจูบ อยากทำ...แต่เขาคงไม่ให้ เพราะงั้นก็ไม่บอกหรอก เพราะผมก็ไม่รู้เหมือนกันว่าจริง ๆ แล้วเหตุผลที่มาน่ะมันใช่เรื่องนั้นแน่เหรอ

กลับไปเถอะครับ มันดึกมากแล้ว เดี๋ยวที่บ้านจะเป็นห่วง”

ไม่มีใครเป็นห่วงผมหรอก

คุณรณกฤต ได้ยินที่ผมบอกไหม?”

“.….”

ไหวไหมเนี่ยคุณ?”

ผมรู้แล้ว…”

ครับ?”

หลังจากที่ยืนฟังเสียงเขาบ่นก็เพิ่งจะนึกออก เหตุผลที่มาที่นี่น่ะ...ผมรู้แล้ว

ที่มา ที่โทรหา”

“.....”

เพราะคิดถึงน่ะ”

“.....”

ใช่...

ผมคิดถึงคุณ”

เราสบตากันในความมืด โดยมีรั้วไม้เตี้ย ๆ กั้นกลางระหว่างเราทั้งคู่ ผมไม่คิดจะพูดอะไรอีก เพราะแค่ยืนให้ตรงก็ยากมากพออยู่แล้ว แถมในหัวก็คิดออกอยู่เรื่องเดียว—คิดถึงคุณไงครับโปรเฟสเซอร์

ไม่รู้ว่าผ่านไปนานแค่ไหนที่เราทั้งคู่ยืนจ้องตากัน โดยที่ต่างฝ่ายต่างก็ไม่คิดจะหลบสายตาไปก่อน ผมเงียบเพราะคิดอะไรไม่ออกจากฤทธิ์แอลกอฮอล์บวกกับหนาวนิด ๆ ด้วย ส่วนเขา...ไม่รู้สิ ผมก็เดาท่าทางนิ่ง ๆ กับแววตาใต้กรอบแว่นของเขาไม่ออกหรอก ได้แต่ปล่อยให้เวลาทำหน้าที่ของมันต่อไปเพียงเท่านั้น

ในความเงียบ...ผมได้ยินเสียงหัวใจตัวเองชัดเจนที่สุด

 


______________________________

100%




    #นนนรณกฤต    
Twitter : Click
Fanpage : Click

ผลการค้นหารูปภาพสำหรับ erotic mam x mam gif

NANON

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 314 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

926 ความคิดเห็น

  1. #852 ttni♡ (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 30 เมษายน 2563 / 00:53
    ไม่ธรรมดาๆ><
    #852
    0
  2. #844 Sansuyu (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 29 เมษายน 2563 / 23:46
    อมก.น้องมีอิทธิพลนะเนี่ยๆๆๆๆ
    #844
    0
  3. #821 cutieyou (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 29 เมษายน 2563 / 12:16
    อยากรู้ว่าแต่ก่อนน้องเจออะไรมา ทำไมถึงได้เป็นแบบนี้
    #821
    0
  4. #787 piechicofic (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 6 เมษายน 2563 / 22:24
    น้องเป็นมาเฟียมั้ยเนี่ย อู้ว
    #787
    0
  5. #762 canookss (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 5 เมษายน 2563 / 14:08
    จริงๆแล้วเป็นคนอ่อนไหวสินะะะ น้องรณณณ
    #762
    0
  6. #734 เลดี้วาย (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 2 เมษายน 2563 / 15:42
    น้องต้องเจออะไรที่มันหนักหนาสาหัสมาแน่เลยอ่ะ พี่ก็ยอมให้น้องหน่อยน้าาาา
    #734
    0
  7. #633 exoxoxo1122 (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 10 กรกฎาคม 2562 / 13:15
    น้องน่าสงสารจังอ่ะ ต้องมีแผลในใจแน่เลย
    #633
    0
  8. #585 Kim-kibom (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 13 มิถุนายน 2562 / 10:03

    น้องน่าสงส่าร เหมือนมีปม ทำตัวกร้านโลกแต่ก็น่าจะขี้เหหงา

    #585
    0
  9. #398 Piglet_88 (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 15 กุมภาพันธ์ 2562 / 14:22
    สมชื่อ รณ จริง ๆ รนหาที่ 555
    #398
    0
  10. #379 FNnp142 (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 11 กุมภาพันธ์ 2562 / 09:34
    รณ นี่ก็น่าจะไม่ธรรมดานะเนี่ยะ มีการ์ด มีอะไรด้วย ออหอ
    #379
    0
  11. #346 pearwah16 (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 9 กุมภาพันธ์ 2562 / 17:20

    ฮือออ น้องเหมือนจะมีปม นนนช่วยน้องด้วยยย
    #346
    0
  12. #344 ananarnaaa (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 9 กุมภาพันธ์ 2562 / 14:54
    รณนี่ไม่ธรรดาแน่ๆอะ แต่คุณนนนต้องรับรู้ความคิดถึงนี้! มาหาถึงบ้านเลยนาาาา
    #344
    0
  13. #248 pparpbebi。 (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 31 ตุลาคม 2561 / 00:16
    เหมือนน้องเป็นลูกมาเฟียเลยยย สนุกมากๆเลยค่ะ รอวันที่น้องชนะโปรเฟสเซอร์อยู่น้า
    #248
    0
  14. #220 Orracha Jultha (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 23 ตุลาคม 2561 / 14:20
    ชอบบบบบยิ่งอ่านยิ่งชอบมักๆ
    #220
    0
  15. #179 Kazama1001 (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 24 ตุลาคม 2560 / 19:08
    ใจมันรักอ่ะเนอะ
    #179
    0
  16. #131 winterwinddd (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 10 กันยายน 2560 / 23:46
    สนุกมากกกกค่ะ
    #131
    0
  17. #20 noowiwie (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 22 สิงหาคม 2560 / 22:24
    สู้เค้าลูก สู้เค้านะรณ !! // ป.ล. ช่วงนี้แอพเด็กดีไม่ค่อยแจ้งเตือนนิยายเลยง่าาาา ถ้าไม่ดูทวิตก็ไม่รู้ว่าไรท์อัพ แง้~ TT
    #20
    1
    • #20-1 DARA T.(จากตอนที่ 5)
      22 สิงหาคม 2560 / 22:25
      ก็ว่าวันนี้คนอ่านไม่มี ใจแป้วไปแล้วง่า ฮืออออิออ
      #20-1
  18. #17 Akira (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 21 สิงหาคม 2560 / 20:24
    หน้าสงสาร 555
    #17
    0
  19. #16 Beer Sakunrat (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 21 สิงหาคม 2560 / 19:48
    นก...ฟีนิกซ์ //บินนนนน
    #16
    0