PROFESSOR : 'ของผม' [BL] Rewrite

ตอนที่ 4 : CHAPTER.︱3

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 8,311
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 336 ครั้ง
    2 ส.ค. 63


CHAPTER.︱3


 

วันจันทร์’

ผมรักวันนี้จัง ผมกลายเป็นคนเกลียดวันเสาร์อาทิตย์ที่มาคั่นกลางวันจันทร์ของผม และเกลียดวันอื่น ๆ ที่มันยาวนานจนทำให้วันจันทร์ดูไกลออกไป ผมเกลียดอะไรก็ตามที่ทำให้วันจันทร์มาถึงช้าที่สุด

เมื่อเช้ารถติด ผมก็เกลียดการจราจรของประเทศนี้ นักเรียนข้ามทางม้าลาย ผมก็อยากจะขับรถชนให้คอซองหลุดไปเลย แต่สิ่งที่ทำได้จริง ๆ ก็มีแค่จอดรออย่างใจเย็น เพราะตำรวจกำลังพาเด็กน้อยเดินข้ามถนนอยู่ ผมไม่เก่งกับคนมีปืน เดี๋ยวจะไม่ได้รอวันจันทร์อีกตลอดชีวิต แบบนั้นคงไม่สนุกแน่

รหัส 02224 ตอบคำถามแบบฝึกหัดข้อแปดครับ”

เพราะวันจันทร์มีเขาไงผมเลยชอบ ถ้าวันจันทร์ไม่ได้มีโปรเฟสเซอร์นนนผมก็คงจะเกลียดมันไม่ต่างจากวันอื่น ๆ นั่นแหละ

รหัส 02224 ครับ”

“.....”

ทำไมเขาสูงจังนะ หุ่นก็ดีมากด้วย ขนาดใส่แว่นก็ยังดูดีสุด ๆ ไปเลย นึกว่าคนใส่แว่นทุกคนจะเนิร์ดกว่านี้เสียอีก เพราะขนาดผมเวลาใส่แว่นทีไรก็ยังดูเด๋อจนแทบดูไม่...

คุณรณกฤต”

ครับ!”

ผมขานรับเสียงดังเกือบกลายเป็นตะโกนหลังจากหลุดออกจากภวังค์ส่วนตัวที่สร้างขึ้นเองได้ เขาเรียกผมทำไม โปรเฟสเซอร์เรียกผมใช่ไหม? ผมได้ยินไม่ผิดแน่ใช่หรือเปล่า แล้วทำไมผมดูลนลานจนหลุดมาดไปได้ล่ะเนี่ย? ปกติผมจัดการความรู้สึกนึกคิดตัวเองได้ดีกว่านี้นะ นี่ผมเป็นไอ้ไก่อ่อนแบบนี้ตั้งแต่เมื่อไหร่กัน!

มันต้องเป็นเพราะคอนดอมไซส์ใหญ่สุดที่ประเทศไทยไม่มีขายนั่นแน่ ๆ ...ผมก็อยากเห็นเขาตอนใส่มันเหมือนกันนะ

ตอบคำถามข้อแปดครับ”

เอ๊ะ?”

ข้อแปดครับ”

อะ...อ้อ ครับ”

ข้อแปดไหนวะ? ผมไม่ได้ดูหนังสือเลยไม่รู้ว่าเรียนกันไปถึงไหนแล้ว สายตาภายใต้กรอบแว่นของคนหน้าห้องก็กดดันจนผมต้องทำเป็นก้ม ๆ เงย ๆ ที่หนังสือตัวเองแบบล่ก ๆ เอาแล้วไอ้รณ เหม่อจนได้เรื่องเลยไหมล่ะ

แต่ในขณะนั้นเอง ช่วงเวลาที่สมองโล่งจนคิดอะไรไม่ออก หนังสือที่ถูกเลื่อนมาจากคนที่นั่งข้างตัวทำให้ผมหันไปมองที่มาของมันด้วยความสงสัย และต้นเหตุของมันก็เป็นใครไม่รู้ที่ผมไม่น่าจะรู้จักมาก่อน กำลังทำท่าทางส่งซิกบางอย่างมาให้ มือหนาก็จิ้มลงบนหนังสือหน้าที่เปิดค้างไว้จึก ๆ

อ่า...ช่างเถอะ จะใครก็เอาไว้ก่อนแล้วกัน ตอนนี้ผมต้องหาทางตอบคำถามคนหน้าตึงที่เริ่มจะเคาะนิ้วลงบนโต๊ะกึก ๆ ให้รู้สึกโคตรกดดันยิ่งกว่าเดิมเสียก่อน

เอ่อ...มองไม่ชัดอะ” เพราะต้องลุกขึ้นยืนเพื่อตอบคำถาม ทำให้ผมต้องมองตัวหนังสือจากระยะห่างที่ไกลพอสมควร แล้วขอโทษนะ ตัวหนังสือเล็กเป็นเม็ดแมงลักขนาดนี้นี่ทำออกมาให้ยุงอ่านหรอกเหรอ?

จากหัวข้อ Counseling Technique จงยกตัวอย่างประโยคในขั้นตอน Opening the Interview มาสักหนึ่งประโยคครับคุณรณกฤต”

อ่า...”

อยากขอบคุณโปรเฟสเซอร์อยู่หรอกที่อ่านคำถามให้ฟังอย่างชัดถ้อยชัดคำ แต่มันก็เพราะเขาไม่ใช่หรือไงที่ทำให้ผมตกอยู่ในสถานการณ์กระอักกระอ่วนแบบนี้ แล้วก็สุ่มเรียกตอบคำถามได้ถูกคนด้วยนะ เวลาอื่นไม่เคยจะสนใจกันขนาดนี้หรอก ผมสบสายตากับคนหน้าห้องด้วยสายตาคาดโทษ ในหัวคิดแต่จะหาทางเอาคืนอีกฝ่ายให้ได้

แต่แน่นอนว่าไม่ใช่ตอนนี้ หรือในเวลาเรียนแบบนี้แน่ เพราะฉะนั้นผมจึงเลือกตอบคำถามอีกฝ่ายไปแต่โดยดี คำถามไม่ได้ยากเย็นอะไรเลย เพียงแค่ผมตื่นเต้นมากไปจนทำอะไรไม่ถูกเท่านั้น เมื่อคนหน้าดุได้คำตอบที่น่าพอใจแล้วก็ล่าถอยกลับไป ไม่ได้เซ้าซี้อะไรผมอีก หลังจากทุกอย่างกลับมาเป็นปกติอีกครั้ง ทางนี้จึงได้มีเวลาทบทวนกับเหตุการณ์เมื่อครู่อย่างละเอียดมากขึ้น

ขอบใจ”

ผมพูดขึ้นมาลอย ๆ แต่ตาก็ยังจับจ้องไปบนกระดานทำทีเป็นว่าตั้งใจเรียนอย่างเต็มที่ ก็ถ้าโปรเฟสเซอร์เกิดนึกอยากจะถามผมขึ้นมาอีกก็แย่สิครับ ผมกำลังพยายามมีสมาธิที่สุดแม้ว่ามันจะไม่เป็นผลเลยก็ตาม

อืม คราวหน้าก็อย่าเหม่ออีกล่ะ”

เหลือบมองคนพูดด้วยหางตาเล็กน้อยก่อนจะก้มหน้าเลกเชอร์ไปเงียบๆ ...ไม่ได้! มันติดใจอยู่อย่าง หมอนี่มันเป็นใครกัน? ค้างคานะเนี่ย หันไปถามเลยได้ไหม?

เราเคยนอนด้วยกันเหรอ?” ไม่ได้ก็ต้องได้แล้วล่ะ ผมถามออกไปแล้วนี่

ฮะ?!”

ไม่เคยเหรอ?”

ไม่เคยดิ! ถามอะไรเนี่ย?”

อีกฝ่ายทำหน้าเหมือนคนเจอผี ดวงตาคู่นั้นมองมาอย่างเหลือเชื่อ ริมฝีปากเผยอค้างเล็กน้อย และสีหน้าโดยรวมแสดงออกว่าไม่เข้าใจอย่างถึงที่สุด อ่า...ถ้าไม่ได้เป็นหนึ่งในวันไนท์ฯ แล้วจะมาช่วยทำไม? มาเตือนทำไม? จะบอกว่าหวังดีจริง ๆ หรือไง? เหอะ มันมีคนแบบนั้นอยู่รอบตัวผมที่ไหน เป็นไปไม่ได้หรอก

แล้วมาช่วยทำไม?”

ผมเท้าคางเอียงหน้าถามคนข้าง ๆ อย่างต้องการคำตอบ คำตอบจริง ๆ และสิ่งที่หมอนี่ต้องการจากผมคืออะไรกันแน่

ก็นายไม่รู้ว่าหน้าไหนไม่ใช่เหรอ?”

ก็ใช่”

ก็ตามนั้น ไม่รู้ไงก็เลยบอก”

ไม่ใช่คำตอบนี้สิ…

แล้วบอกทำไม?”

อ้าว? ก็ต้องการความช่วยเหลืออยู่ไม่ใช่หรือไง?”

ก็ใช่...แต่ก็ไม่ได้ขอให้ช่วยนี่”

โทษนะ แสดงว่ากูเสือกเองงี้เหรอ?”

เจ้าตัวชี้นิ้วเข้าหาตัวเอง สูดลมหายใจเข้าลึก ๆ ก่อนจะผ่อนออกมาทางปากพร้อมกับประโยคข้างต้น ผมขมวดคิ้วฉับเมื่อได้ยินดังนั้น แน่ใจว่าตัวเองไม่ได้เผลอพูดคำหยาบกับอีกฝ่ายแน่ แล้วเขามาใช้คำหยาบกับผมทำไม?

ทำไมใช้กูล่ะ? ไม่ได้สนิทกันสักหน่อย” ถามไปอย่างนั้นเพราะแอบไม่เข้าใจและไม่พอใจอยู่บ้างเล็กน้อย

เอ่อ...ก็รุ่นเดียวกัน เรียนด้วยกันมาสามปี ก็เพื่อนกันปะวะ?”

เพื่อน...เหรอ?”

ผมชะงักไปกับคำตอบนั้น สายตาระแวดระวังส่งผ่านออกไปเนื่องจากไม่ไว้ใจคนตรงหน้า ไม่มีหรอกของแบบนั้น ไม่เคยรู้เลยด้วยว่าเพื่อนมันเป็นยังไง ปกติก็มีแต่คู่นอน มีอะไรกันเสร็จตื่นเช้าก็แยกย้าย ผมกินข้าวคนเดียว ดูหนังคนเดียว เดินห้างคนเดียว ไม่เคยมีเพื่อนสักหน่อย แล้วหมอนี่จะมาเป็นเพื่อนได้ยังไง ก็ไม่เคยคุยกันมาก่อนเลยนี่

โกหกงั้นสินะ

เออ ก็เพื่อนร่วมเซคร่วมสาขาไง งงอะไรเนี่ย?”

โกหก”

ฮะ?”

ไม่ใช่เพื่อนสักหน่อย”

ผมจ้องอีกฝ่ายตาไม่กะพริบ พยายามจับพิรุธคนแปลกที่เอาแต่ทำหน้าตาหมาสงสัยไม่เลิก คิ้วเข้มทั้งสองขมวดชิด ริมฝีปากเผยอค้าง นัยน์ตาเหลือบมองซ้ายทีขวาที บนบ้างล่างบ้างสลับกันไปเหมือนใช้ความคิด แต่สุดท้ายก็อุทานออกมาคำเดิมแบบที่แล้ว ๆ มา

“...ฮะ?”

นายไม่ใช่เพื่อนเราสักหน่อย บอกมาเลยดีกว่าว่าต้องการอะไร”

อะไร? ก็ไม่...”

อยากนอนกับเราเหรอ?” ผมตัดบทด้วยการตั้งคำถามใหม่ และผลตอบรับของคำถามนั้นก็ดูจะรุนแรงไปสักหน่อยจนอีกฝ่ายยั้งเสียงของตัวเองไม่ได้

ว่าไงนะ!”

รหัส 02243 คุณภาคิน อย่าเสียงดังรบกวนคนอื่นครับ”

ขอโทษครับโปรเฟสเซอร์”

คนที่ผมยังไม่เข้าใจการกระทำกล่าวขอโทษโปรเฟสเซอร์นนนที่ปรามเขาให้เบาเสียงลงสั้นๆ ก่อนจะหันสายตากลับมาจ้องผมนิ่ง ๆ โดยที่ไม่พูดอะไรออกมาสักคำ ผมเองก็ไม่ได้หลบสายตาไปไหนตั้งแต่แรก ในเมื่อผมยังหาคำตอบไม่ได้ว่าอีกฝ่ายต้องการอะไร ผมก็ต้องถามไปจนกว่าจะรู้ว่าทำไมเขาถึงทำตัวแบบนี้

ตกลงว่ายังไง นายอยากนอนกับเราหรือเปล่า?”

ผมถามเพราะสงสัยจริง ๆ ไม่ได้ถามเพราะความต้องการส่วนตัวแต่อย่างใด นายภาคินตามที่โปรเฟสเซอร์นนนเรียกยังคงจ้องผมนิ่งนานไม่ยอมละสายตาไปไหน เขาไม่ได้ตอบคำถามในทันที แต่สุดท้ายก็ยอมตอบคำถามด้วยน้ำเสียงที่แข็งผิดกว่าก่อนหน้านี้มากทีเดียว

ทำไมถึงคิดว่าคนอื่นต้องอยากนอนกับนายนัก? มีอะไรดีนักเหรอถึงเอาแต่ยกเรื่องนี้มาพูด”

สีหน้าแบบนั้นผมเองก็เคยเห็นจนชินตา ร่องรอยของความดูถูกดูแคลนเด่นชัดอยู่บนใบหน้าของอีกฝ่าย มันไม่ได้ทำให้ผมรู้สึกอะไรมากเกินไปกว่าความด้านชา รสชาติเดิม ๆ ที่ถูกเสิร์ฟมาพร้อมกับถ้อยคำระคายหู ไม่ได้พิเศษไปกว่านั้นสักนิด

ถามอะไรแบบนั้นล่ะ? คนอื่นที่นายว่าก็เข้าหาเราเพราะเหตุผลนั้นเหตุผลเดียวนั่นแหละ ไม่เห็นจะเข้าใจยากตรงไหน”

“.….”

ชายหนุ่มแปลกหน้าชะงักไปอีกครั้ง แต่ครั้งนี้ในแววตาคู่นั้นกลับมีอะไรบางอย่างซ่อนอยู่ เป็นบางอย่างที่ทำให้ผมเผลอกำมือเข้าด้วยกันจนแน่น กล้าดียังไง...กล้าดียังไงมาสงสารคนอย่างผม!

อย่ามามองด้วยสายตาแบบนั้นนะ”

น้ำเสียงที่ดังออกมาจากลำคอผ่านฟันที่กัดกันจนขึ้นแนวสันกราม ฟังคล้ายแมวป่าที่กำลังคำรามขู่ ผมเกลียดใครหน้าไหนก็ตามที่มองมาด้วยสายตาเวทนา หมอนี่ไม่ได้รู้จักผมเลย ไม่แม้แต่จะเคยพูดคุยกันมาก่อน เขาไม่มีสิทธิ์หยิบยื่นความรู้สึกเหล่านั้นแล้วส่งมาให้ผม ผมไม่ยินดีรับรู้ และไม่ต้องการให้ใครมาทำเหมือนผมเป็นไอ้ตัวน่าสงสาร

เพราะผมไม่ใช่—ผมไม่ได้อ่อนแอ

เฮ้ ใจเย็น ฉันแค่....”

“.....”

ฉันมาดีโอเค้? ไม่ได้มีเจตนาเหมือนคนพวกนั้น เราเรียนด้วยกันมาสามปีนายจำไม่ได้เหรอ?”

อีกฝ่ายพยายามอธิบาย ท่าทางร้อนรนของเขาอาจทำให้ใจผมสงบลงมาได้บ้าง หรือไม่ก็คงเป็นเพราะความสับสนที่มีต่อการกระทำของเจ้าตัวนั้นด้วย ที่ทำให้ผมยังไม่หมดความอดทนไปเสียก่อน และเลือกที่จะรอว่าทางนั้นจะแก้ต่างให้ตัวเองอย่างไร

“.....”

จำไม่ได้จริงเหรอ? เป็นไปได้ยังไง?”

ทำไมต้องจำ ในเมื่อไม่ได้สนใจขนาดนั้น ก็แค่มาเรียนแล้วก็กลับ ทำไมต้องไปจำหน้าใครด้วย ไม่เห็นจะเข้าใจคำถามเลยสักนิด

งั้นไม่เป็นไร ถ้าอย่างนั้นนายก็จำฉันเอาไว้ตั้งแต่วันนี้เลย ฉันชื่อภีนะ นายล่ะ?”

“.....” ผมไม่ตอบคำถาม เพราะยังไม่เห็นประโยชน์ของมันเท่าไหร่นัก เราไม่จำเป็นต้องรู้จักกันด้วยซ้ำ เรื่องแบบนั้นมันน่ารำคาญจะตาย

เอ่อ...จริง ๆ ฉันรู้อยู่แล้วว่านายชื่ออะไร แต่แค่อยากจะเริ่มต้นกันใหม่ด้วยการแนะนำตัวเฉย ๆ”

ชื่อภาคินไม่ใช่เหรอ?” ผมถาม

ฮะ? อ๋อ นั่นก็ชื่อฉัน แต่มันเป็นชื่อจริงไง นายจะเรียกฉันว่าภีสั้น ๆ ก็ได้”

แต่โปรเฟสเซอร์เรียกนายว่าภาคิน”

ก็ใช่ ปกติเขาก็เรียกทุกคนด้วยชื่อจริงอยู่แล้ว นายก็ด้วย”

นั่นสินะ เขาก็เรียกผมว่าคุณรณกฤตตลอด ทั้งที่อยากให้เรียกแค่รณเฉย ๆ แท้ ๆ

แล้วรู้ชื่อได้ยังไง?”

หืม? ชื่อนายอะนะ?”

อืม รู้เพราะสนใจเหรอ?”

ไม่ใช่เว้ย! ก็บอกแล้วไงว่าเรียนด้วยกันมาสามปีแล้ว แค่ชื่อทำไมจะไม่รู้วะ”

ผมไม่เห็นจะรู้ชื่อเขามาก่อนเลย ก็เรียนด้วยกันมาสามปีเหมือนกันไม่ใช่รึไง ช่างเถอะ มันไม่ได้สำคัญอะไรขนาดนั้นสักหน่อย ทำไมต้องมาบอกชื่อตัวเองแล้วก็รู้ชื่อคนอื่นด้วยนะหมอนี่ น่ารำคาญจัง ไม่ชอบคนแบบนี้เลย ไม่เห็นจะเข้าใจเลยว่าทำไมถึงทำตัวแบบนี้ ทำแบบนี้ไปทำไมกัน...

ให้ตัวแทนรวบรวมงานอาทิตย์ที่แล้วไปส่งที่ห้องผมด้วยนะครับ อย่าลืมว่าก่อนเที่ยงนะ วันนี้พอแค่นี้ครับ”

ครับ/ค่ะ”

อ้าว? เลิกเรียนแล้วเหรอ มัวแต่คุยกับหมอนี่จนลืมโปรเฟสเซอร์ไปเลย บ้าเอ๊ย! เพราะนายคนเดียวเลย จะมาทำตัวแปลก ๆ ให้สงสัยทำไมก็ไม่รู้ น่าหงุดหงิดชะมัด!

ใครจะเป็นคนรวบรวมงานไปให้โปรเฟสเซอร์อะ? เราฝากส่งหน่อย”

ผู้หญิงคนหนึ่งในห้องพูดขึ้นก่อนจะยื่นกระดาษแผ่นหนึ่งออกไปข้างหน้าพลางกวาดสายตามองไปรอบห้อง หืม? รู้สึกเหมือนว่าผมจะลืมใจความสำคัญบางอย่างไปแฮะ

 

ให้ตัวแทนรวบรวมงานอาทิตย์ที่แล้วไปส่งที่ห้องผมด้วยนะครับ อย่าลืมว่าก่อนเที่ยงนะ สำหรับวันนี้พอแค่นี้ครับ’

 

อา...คิดอะไรดี ๆ ออกแล้วสิ

ปล่อยให้เป็นหน้าที่เราเอง” ผมยืนขึ้นในตอนนั้น ก่อนจะอาสาเป็นคนทำหน้าที่อันแสนสำคัญนี้อย่างคนใจกว้าง

ฮะ? ...นายจะเอาไปส่งโปรเฟสเซอร์ให้จริงเหรอ?”

ผู้หญิงคนเดิมถามขึ้นด้วยสีหน้าออกจะเหลือเชื่อไปสักหน่อย ทำเอาผมต้องขมวดคิ้วฉับด้วยความไม่เข้าใจ ทำไมล่ะ ทำไมจะเป็นผมไม่ได้ มันน่าตกใจตรงไหน? ก็แค่เอางานไปส่งให้ตามที่โปรเฟสเซอร์บอกเท่านั้นเอง

ใช่ มีปัญหาเหรอ?”

มะ...ไม่มี ๆ งั้นฝากด้วยนะ ขอบใจมากจ้ะ”

ผมรับแผ่นกระดาษที่อีกฝ่ายยื่นมาให้แบบงง ๆ ก็แล้วทำไมต้องทำท่าทางตื่น ๆ แบบนั้นด้วยล่ะ เมื่อกี้ยังทำหน้าตาตกใจอยู่เลยไม่ใช่เหรอ? ทำไมวันนี้คนพวกนี้ถึงทำตัวแปลกกว่าทุกวัน ปกติก็เห็น...ปกติพวกเขาทำตัวยังไงนะ? ผมไม่ได้สังเกตเลยนี่นา อ่า...น่ารำคาญอีกแล้ว ผมมัวมาคิดเรื่องอะไรอยู่เนี่ย

อะ ฝากด้วยนะแก”

แกไหน?

ไอ้รณ ทำไมวันนี้ทำตัวแปลก ๆ วะ แต่ก็ช่างเถอะ เอ้านี่ ฝากส่งด้วยเว้ย”

ทำไมเรียกไอ้?

ใจดีเชียวมึง เรียนด้วยกันมาสามปีก็พึ่งจะเคยเห็นครั้งนี้นี่แหละที่มึงอาสาส่งงานแทนเพื่อน ไม่เลวนี่หว่า ขอบใจนะ อะ ของกูด้วย”

ทำไมเรียกมึง ทำไมแทนตัวเองว่ากู? ทำไมล่ะ ทำไมแต่ละคน...ถึงทำตัวเข้าใจยากกันไปหมดเลยวันนี้! โอ๊ยยย สับสนนน!

 

 

ฝากด้วยนะ!!”

เสียงที่ดังตามมาทำให้ผมยิ่งต้องเร่งฝีเท้าเร็วขึ้นไปอีกด้วยความระแวง ผมยังไม่ได้รับคำตอบจากการกระทำของนายภาคินแบบจริง ๆ จัง ๆ เลย แล้วก็ยังจะต้องมาเจอพฤติกรรมแปลก ๆ จากคนพวกนั้นอีกด้วย ไม่รู้จะเริ่มตั้งคำถามไหนก่อนดี

ทำไมถึงตีสนิท?

ทำไมถึงใช้คำหยาบ?

ทำไมถึงยิ้มให้?

ทำไม...ทำไม   ๆ! เฮ้อ...ช่างเถอะ เลิกสนใจเรื่องไร้สาระจะดีกว่าไหมเนี่ย

เชิญครับ”

เสียงทุ้มที่ดังแว่ว ๆ ออกมาจากข้างในห้องเอ่ยอนุญาตหลังจากผมเคาะประตูไปแค่สามครั้ง ผมหมุนลูกบิดเบา ๆ ก่อนจะแทรกตัวผ่านช่องประตูเข้าไป และปิดมันกลับคืนไปเงียบ ๆ เดินตรงเข้าไปหาเจ้าของห้องที่เอาแต่ก้มหน้าก้มตาเขียนอะไรสักอย่างบนโต๊ะไม้โอ๊กตัวใหญ่

ผมเอางานมาส่งครับ”

คนที่เอาแต่ก้มหน้ามาโดยตลอดรีบเงยหน้าขึ้นมาทันทีเมื่อรู้ว่าใครเป็นธุระแทนคนในห้อง ก็รู้ว่าเขาคงจะตกใจที่เป็นผม คงไม่อยากเจอหน้ากันอีกตามเคยนั่นแหละ ดูสิขมวดคิ้วจนแทบจะพันกันเป็นโบว์ได้อยู่แล้ว

ตกใจเหรอครับที่เป็นผม?”

มันก็น่าตกใจอยู่นะครับ แล้วคุณมณีรัตน์ไปไหนล่ะ ปกติเธอจะเป็นคนรวบรวมงานมาส่งผมทุกครั้ง”

มณีรัตน์?”

เพื่อนในเซคคุณไงครับ”

“.....”

จำไม่ได้อะ มณีรัตน์...ใครกันล่ะนั่น? ผมปัดเรื่องนี้ทิ้งไปก่อนจะเลิกให้ความสนใจกับมันอีก เรื่องไหนไม่สำคัญกับชีวิตก็ช่างมันไปบ้างเถอะ ผมจะเก็บทุกเรื่องมาใส่ใจไม่ได้หรอกนะ

ไม่ทราบครับ แต่วันนี้ผมรับหน้าที่นั้นแทน นี่ครับ”

ครับ ขอบคุณ”

ไม่เป็นไรครับ ผมก็แค่หาเรื่องมาเจอศาสตราจารย์เท่านั้นเอง”

เราสบตากันโดยที่สื่อความหมายกันคนละความหมาย ผมหมายความตามที่พูด ส่วนเขาก็ส่งสายตาเอือมระอากลับมาให้ ผมชอบจังสายตาเกรี้ยวกราดแบบนี้ มันทำให้ผมอยากจะยิ้มให้กับเขา ยิ้มให้กับความเย็นชาที่ผมหลงใหลจนแทบไร้สติ

ถ้าหมดธุระแล้วก็เชิญครับ ผมมีงานต้องทำ”

ธุระส่วนรวมไม่มีแล้วครับ มีแต่ธุระส่วนตัว ผมอยู่ต่อได้แล้วใช่ไหม?”

ผมส่งยิ้มบาง ๆ ให้เขาอีกครั้ง และครั้งนี้เขาก็ยอมวางปากในมือและยกแขนขึ้นมากอดอกจ้องหน้าผมแทน ทางนี้ก็เลยต้องนั่งลงบนเก้าอี้หน้าโต๊ะทำงานของเจ้าของห้องด้วยความเต็มใจ ไม่ใช่เพราะเขายอมคุยกับผมหรอกนะ แต่เป็นเพราะเขากำลังจะหาทางไล่ผมต่างหาก

ผมมีเรื่องจะปรึกษาครับ”

คุณไม่ได้หมายความตามที่พูดจริง ๆ หรอกใช่ไหมครับ?”

ครับ มันก็แค่ข้ออ้างที่ผมพึ่งคิดได้เมื่อสองนาทีที่แล้ว”

แถมยังใช้มุกซ้ำด้วย”

ผมยิ้มเผล่ทันทีเมื่อดวงตาคมวาวโรจน์ด้วยความหงุดหงิด ให้ตายเถอะ ใจผมสั่นแรงมาก มันเต้นดังจนผมกลัวว่าอีกฝ่ายจะได้ยินด้วยซ้ำ การกระทำที่ร้ายกาจของเขามันทำให้ผมตื่นเต้นจนแทบบ้า

รู้ตัวไหมครับว่าคุณกำลังกวนโมโหผม”

ผมทำแบบนั้นเหรอครับ?” คำตอบมาพร้อมกับแววตาอันใสซื่อ ที่ไม่ว่าใครก็น่าจะมองออกว่าเสแสร้งแกล้งทำ

คุณรณกฤต ทางที่ดีคุณอย่าทำให้ผมหงุดหงิดดีกว่านะครับ ผมมีงานต้องทำ ออกไปได้แล้วครับ”

แต่ผม...”

ออกไปครับ”

ไม่เห็นต้องจริงจังก็ได้นี่นา ผมก็แค่...แค่อยากให้คุณพูดแรงกว่านี้อีกหน่อย ใช้สายตาเย็นชานั้นมองผมให้นานกว่านี้อีกนิด...ก็เท่านั้น

ก็คนพวกนั้นทำตัวแปลก ๆ”

คุณรณกฤต!”

พอบอกว่าจะเอางานมาส่งให้! ก็เอาแต่พูดอะไรก็ไม่รู้...ไม่เห็นจะเข้าใจเลยสักนิด”

“.....”

ไม่รู้ว่าอะไรดลใจทำให้ผมพูดเรื่องนั้นออกไปในเวลานี้ แค่จู่ ๆ ข้างในอกมันก็เหมือนจะระเบิดออกมาให้ได้ อึดอัด หายใจไม่ออกจนต้องทำอะไรสักอย่างกับมัน

ศาสตราจารย์ทราบไหมครับว่าพวกเขาทำแบบนั้นทำไม? ผมไม่ชอบเลย บางคนเอาแต่ยิ้มให้ผม บางคนก็มาตีสนิท แล้วพวกเขาก็พูดคำหยาบกับผมด้วย”

“.....”

มันแปลกใช่ไหมล่ะ?”

ผมยกมือที่สั่นเทาขึ้นมาปิดหน้าเอาไว้เพราะไม่รู้จะทำยังไง ใช่...ผมไม่รู้ว่าพวกเขาต้องการอะไรจากผม จริง ๆ ผมยังหยุดคิดเรื่องนั้นไม่ได้ มันวนเวียนอยู่ในหัวไม่หยุด ทั้ง ๆ ที่ไม่เคยมาคุยด้วยเลยสักครั้งแท้ ๆ แต่วันนี้กลับทำตัวอย่างกับเป็นคนละคน

ทำแบบนี้ทำไมกัน...

นี่คือเรื่องที่คุณอยากจะปรึกษาผมเหรอครับ?”

ผมพยักหน้าแทนคำตอบ ก้มหน้าลงกับฝ่ามือตัวเองอยู่แบบนั้น เกิดความเงียบขึ้นมาภายในห้องสี่เหลี่ยมนี้อีกครั้ง แต่เพียงไม่นานมันก็ถูกทำลายลงด้วยเสียงของการเคลื่อนไหวจากบุคคลที่อยู่ด้วยกันในที่แห่งนี้

เสียงฝีเท้าดังเป็นจังหวะที่มั่นคง ก่อนที่เสียงนั้นจะหยุดลงข้างตัว ผมไม่รู้ว่าเขากำลังทำอะไร มีสีหน้าแบบไหน เพราะไม่ได้เงยหน้าขึ้นจากฝ่ามือที่กำลังปิดบังใบหน้าเอาไว้ ผมจึงยังไม่เข้าใจการกระทำของอีกฝ่าย

เงยหน้ามองผมครับ”

ไม่เอา” ปฏิเสธในทันทีโดยไม่คิดไตร่ตรองให้เสียเวลา

คุณรณกฤต”

ทำไมต้องทำแบบนั้น”

เงยหน้าขึ้นมาครับ”

มะ...ฮะ...เฮ้ย!”

คำสั่งมาพร้อมกับการกระทำอันแสนอุกอาจ แขนทั้งสองข้างที่ยกขึ้นมาปิดหน้าถูกมือหนากระชากออกอย่างแรง และเพราะเหตุนั้นแม้ไม่อยากจะเงยหน้าขึ้นไปมองแค่ไหน สุดท้ายผมก็ต้องทำอยู่ดี

ทำอะไรของคุณ!”

ผมเผลอตะคอกออกไปโดยไม่รู้ตัว เพิ่งนึกขึ้นได้ว่าไม่ควรก็เมื่อได้ยินเสียงของตัวเองแล้ว ให้ตายเถอะ ผมไม่ชอบบรรยากาศแบบนี้เลยสักนิด มันอึดอัด ไม่ชอบ

เล่ามาครับ”

เล่าอะไร?”

เรื่องที่พูดก่อนหน้านี้”

“.....” ไม่อยากทำแล้ว

ก็คุณขอคำปรึกษา ถ้าอย่างนั้นก็เล่ามา ผมจะรับฟังเงียบ ๆ”

หมายความว่าคุณรู้เหรอว่าพวกเขาทำแบบนั้นทำไม?”

ผมถามขึ้นมาอย่างตื่นเต้น ถ้ารู้ก็ดีสิ ผมจะได้เลิกคิดถึงมันให้ปวดหัวสักที ผมไม่อยากเก็บมันมาใส่ใจ มันไม่ใช่ตัวตนของผมเลยสักนิด

ยังไม่ทราบครับถ้าคุณไม่เล่ามาก่อน คุณต้องพูดในสิ่งที่ตัวเองคิดจริง ๆ กับผม แล้วเราจะหาทางออกด้วยกัน”

ทำได้เหรอครับ?”

อยู่ที่ว่าคุณจะพูดความจริงมากแค่ไหน”

ผมจะพูด...ถ้าศาสตราจารย์รับปากว่าจะช่วย”

ครับ ผมจะช่วย”

จริงนะ!”

ผมคว้ามือทั้งสองข้างของเขาเอาไว้แน่นด้วยความดีใจ ตาคมเหลือบมองมือของผมที่กุมมือเขาไว้แน่นเล็กน้อย ก่อนจะเบือนสายตากลับมาสบตากันอีกครั้ง ผมยิ้มให้เขา ยิ้มกว้างด้วยความดีใจ...ผมชอบแบบนี้นะ

คุณพร้อมจะเล่าหรือยังล่ะครับ? คุณเจออะไรมาบ้างครับวันนี้ หืม?”

“...ก็พวกเขาทำตัวแปลก ๆ” ผมเริ่มต้นด้วยประโยคที่กว้างเกินไป จนโปรเฟสเซอร์ต้องตั้งคำถามขึ้นมาเพื่อให้ขอบเขตมันน้อยลงอีกหน่อย

แปลกแบบไหนครับ?”

เขาเข้ามาคุยด้วย แล้วก็บอกว่าไม่ได้ต้องการจะนอนกับผม พูดว่าแค่อยากช่วย”

นอน?” คนตัวสูงขมวดคิ้วถามด้วยความสงสัย ผมยักไหล่สบาย ๆ ก่อนตอบคำถามง่าย ๆ

เหมือนที่ผมอยากทำกับศาสตราจารย์น่ะครับ”

ทำอะไรครับ?”

ก็ทำ...กับไอ้นั่นที่ไซส์ใหญ่สุดแต่ไม่มีขายใน...”

พอครับ ผมไม่อยากรู้แล้ว เล่าเรื่องที่คุณสงสัยต่อสิ”

แต่ผมอยากคุยเรื่องนั้นมากกว่านี่นา มันสนุกกว่าเรื่องของคนพวกนั้นตั้งเยอะ

เขาบอกไม่ได้อยากนอนกับผม...ฮ่า ๆ มันเป็นไปไม่ได้ศาสตราจารย์เข้าใจใช่ไหม ไม่มีใครที่พูดแบบนั้นเลยเวลาเข้ามาทักผม พวกเขาเอาแต่ขออยู่เรื่องเดียว ๆ”

“.....”

แต่หมอนั่นก็บอกว่าไม่ได้ต้องการแบบคนอื่น ๆ ผมว่าเขาโกหก...เพราะเขาบอกว่าเราเป็นเพื่อนกัน”

“.....”

คนในห้องก็ด้วย เขารู้จักชื่อผม แล้วก็เรียกชื่อและแทนตัวเองแบบสนิทสนม บางคนก็ส่งยิ้มน่าขนลุกมาให้”

ยิ้มน่าขนลุก?”

ผมยักไหล่นิด ๆ ก่อนจะตอบ

ยิ้มแบบจริงใจน่ะ มันน่าขนลุก”

อย่างนั้นเองสินะ แล้วยังไงต่อครับ?”

ไม่มีแล้ว”

หืม?”

ผมดึงสายตาที่มองออกไปไกลกลับมาสบตากับคนโตกว่า ในหัวของผมมีแต่ความว่างเปล่า มันไม่อาจตกตะกอนต่อสิ่งที่ค้างคาในความรู้สึกนี้ได้ นัยน์ตาคมลึกล้ำไม่สามารถตีความหมายได้เลย แม้เราจะสบตากัน แต่ก็มีเพียงผมเท่านั้นที่เปิดเผยความรู้สึกผ่านการประสานสายตาในครั้งนี้

ก็เท่านั้นแหละที่ผมสงสัย ทำไมเขาต้องทำตัวแบบนั้น ทั้ง ๆ ที่เราไม่ได้รู้จักกันเสียหน่อย แถมพวกเขาก็เอาแต่พูดเรื่องเพื่อน ทั้ง ๆ ที่ไม่เคยคุยกันเลยสักครั้งแท้ ๆ ผมไม่เข้าใจว่าเขาโกหกทำไม และผมก็หาคำตอบจากการกระทำนั้นไม่ได้...มันน่าหงุดหงิดที่ผมเอาแต่คิดถึงเรื่องพวกนี้ไม่หยุด”

“.....”

ศาสตราจารย์รู้หรือยังครับว่าพวกเขาทำแบบนี้ไปทำไม?”

ผมถามหลังจากเล่าเรื่องที่คิดทั้งหมดออกไปแล้ว สีหน้าของโปรเฟสเซอร์นนนแลดูเครียดกว่าทุกครั้ง เขาขมวดคิ้วแถมยังมองผมด้วยสายตาแปลก ๆ ผมเดาความรู้สึกเขาไม่ออก เขาซ่อนความรู้สึกตัวเองไว้ลึกกว่าทุกที

ปัญหามันไม่ได้อยู่ที่พวกเขาครับ”

ทำไมล่ะ?”

คุณคุยกับเพื่อนครั้งล่าสุดเมื่อไหร่ครับคุณรณกฤต?”

ผมก้มหน้าลงมองพื้นช้า ๆ เมื่อเจอสายตาและคำถามข้างต้น ทำไมถึงถามล่ะ...

ของแบบนั้น...จำเป็นด้วยหรือไง”

จำเป็นครับ คุณก็มีใช่ไหมครับ เพื่อนน่ะ”

“.....”

คุณรณกฤต?”

เมื่อยังถูกจี้ด้วยคำถามเดิมซ้ำ ๆ คนถูกถามก็เริ่มไปไม่เป็นขึ้นมาบ้างแล้ว ผมกลืนไม่เข้าคายไม่ออก ไม่รู้ว่าคำตอบแบบไหนเป็นคำตอบที่ถูกต้อง รู้เพียงแค่ว่าผมมีคำตอบเดียวที่คิดได้ ไม่สิ...มันก็มีเพียงคำตอบนี้คำตอบเดียวเท่านั้นในชีวิตผม

ไม่เห็นต้องมีก็ได้นี่”

คุณควรมีใครสักคนไว้คอยให้คำปรึกษานะครับ” โปรเฟสเซอร์บอกกับผมแบบนั้น

ศาสตราจารย์ไง เป็นคุณก็ได้ไม่ใช่เหรอ?”

ผมไม่เป็นเพื่อนกับนักศึกษาครับ”

ผมก็ไม่ได้บอกว่าจะเป็นเพื่อนด้วยสักหน่อย แล้วผมก็ไม่ได้อยากเป็นนักศึกษาสำหรับคุณด้วย เคยบอกไปแล้วนี่ครับ"

อยากเป็นอะไรก็ได้ที่ได้นอนกับเขา แค่มีอะไรกันก็ถือว่าประสบความสำเร็จในชีวิตของผมแล้ว ผมซีเรียสนะครับ

ใครสักคนที่คอยช่วยเหลือคุณยามที่คุณลำบาก คนที่จะไปกินข้าว เที่ยว หรือหัวเราะกับคุณก็คือเพื่อนนะครับ คุณไม่ต้องการเหรอ?”

ผมทำทั้งหมดนั่นคนเดียวมาตลอด มันก็ไม่ได้ลำบากอะไรสักหน่อยนี่”

“.....”

ก็มันจริงนี่ ผมไม่เห็นต้องพึ่งของพวกนั้นเลย อยู่คนเดียวก็สบายออก ไม่ต้องห่วงใคร ไม่ต้องรอใคร อยากทำอะไรก็ทำ ผมแฮปปี้ดี คนเราต้องการปัจจัยเหล่านั้นจริง ๆ เหรอ? ไอ้เพื่อนอะไรเนี่ย...มันเอาไว้ทำแค่นั้นเองหรือไง

พวกเขาต้องการเป็นเพื่อนกับคุณครับ”

ไม่จริงหรอก”

คำตอบของโปรเฟสเซอร์นนนถูกปฏิเสธโดยไม่ต้องคิดด้วยซ้ำ เรื่องแบบนั้นมันไม่มีทางเกิดขึ้นกับผมหรอก ไม่ว่าจะกี่ครั้ง...คนเหล่านั้นก็จะหายไป มันก็เหมือนอย่างทุกที

พอจะบอกเหตุผลได้ไหมครับว่าทำไมคุณถึงเชื่ออย่างนั้น?”

ก็...ก็มัน...”

ไม่ต้องรีบเข้าใจทุกอย่างก็ได้ครับ แค่ค่อยๆ เปิดใจรับฟังพวกเขาบ้าง”

“...ยังไง?”

อันดับแรกก็เลิกตั้งคำถามว่าทำไม แล้วก็เปิดใจรับฟังเหตุผลคนอื่น คุณทำแค่นี้ให้ได้ก่อน แล้วผมจะบอกวิธีต่อไปถ้าคุณทำได้แล้ว”

มันจะเป็นแบบที่โปรเฟสเซอร์บอกจริง ๆ น่ะเหรอ? แล้วมันจะได้ผลจริง ๆ หรือเปล่า? อ่า...ไม่เห็นจะรู้สึกดีขึ้นตรงไหนเลยแฮะ สุดท้ายผมก็ยังคิดถึงเรื่องนั้นอยู่ดีนั่นแหละ โดนหลอกเสียแล้วล่ะมั้งเนี่ย

ศาสตราจารย์ครับ”

ครับ?”

เรื่องที่เล่าไปน่ะ...”

หืม?”

ผมโกหกแหละ” ส่งยิ้มที่คิดว่าปรุงแต่งอย่างดีแล้วให้กับคนตรงหน้า ผมพยายามปัดไอหมอกจาง ๆ ที่ปกคลุมร่างกายตัวเองออกไป มองข้ามทุกความรู้สึกที่กำลังมีอิทธิพลต่อตัวเองไปให้หมดสิ้น ไม่เป็นไร ไม่เป็นไรเลย

ผมจะไม่เป็นอะไรทั้งนั้น...

“.....”

จริง ๆ แล้วผมแค่อยากอยู่กับศาสตราจารย์นาน ๆ”

“.....”

ไม่โกรธใช่ไหมครับ?”

ผมยิ้มกว้างเมื่อพูดจบ แต่ที่น่าแปลกคือแทนที่โปรเฟสเซอร์จะมีสีหน้าไม่พอใจหรือหงุดหงิดเช่นทุกครั้ง แต่ทว่าครั้งนี้เขากลับมองมาที่ผมด้วยสายตาที่อ่านยากยิ่งกว่าครั้งไหน ๆ และมันทำให้ผมกระสับกระส่ายเพราะอึดอัดลึก ๆ ในใจ ผมว่าวันนี้เราเล่นสนุกแค่นี้ก่อนดีกว่า ดูท่าแล้วไม่น่าจะดีเท่าไหร่นักถ้ายังคิดจะอยู่ต่อ กลับไปตั้งหลักก่อนก็เป็นความคิดที่ไม่เลว

งั้น...ผมกลับแล้วนะครับ เอาไว้เดี๋ยวมาเล่นด้วยใหม่”

ในจังหวะที่ลุกขึ้นยืน อยู่ ๆ ผมก็นึกอะไรขึ้นมาได้ ก่อนกลับเราก็ควรจะมีอะไรติดไม้ติดมือกลับไปด้วยสิถึงจะถือว่าคุ้มค่า เรายังมีเรื่องต้องคิดบัญชีกันอยู่ใช่ไหมล่ะ ในคลาสเรียนวันนี้เขาเล่นงานผมก่อนนี่ ช่วยไม่ได้ล่ะนะ

ผมโน้มตัวเข้าไปใกล้โปรเฟสเซอร์ที่นั่งอย่างหมิ่นเหม่บนโต๊ะทำงานโดยไม่ให้อีกฝ่ายได้ตั้งตัว ก่อนจะเอียงใบหน้าเขย่งปลายเท้าเล็กน้อย แล้วแตะริมฝีปากลงบนแก้มขวาเขาเร็ว ๆ พร้อมกับหันหลังเตรียมชิ่งหนีทันที

นี่คุณ!”

ฮ่า ๆ แก้มศาสตราจารย์ห๊อมหอมครับ ผมหัวใจพองโตสุด ๆ ไปเลยเชื่อไหม” พูดพลางยกมือขึ้นมากุมใจตัวเองไปด้วย ริมฝีปากยกยิ้มอย่างพึงพอใจ

รณกฤต!”

ผมให้รางวัลศาสตราจารย์ดีไหม?”

ผมหันกลับมาคุยกับคนด้านหลังแล้วยกยิ้มมุมปากสนุกสนานอีกครั้ง ใบหน้าบึ้งตึงของโปรเฟสเซอร์ทำให้ผมหลุดหัวเราะออกมาอีกรอบด้วยความชอบใจ ผมชอบเขาจริง ๆ นะ เขามีอะไรสนุก ๆ ให้ผมแปลกใจอยู่เรื่อย

ผมจะให้รางวัลที่คุณยอมให้ผมหอมแก้มเป็นไง”

ผมไม่ได้ยอม และคุณไม่ควรทำแบบนี้อีก”

ทำไมล่ะ? ผมชอบนะ”

มันไม่เหมาะสม”

ผมอยากทำนี่นาโปรเฟสเซอร์

คนหน้าตึงชะงักไปเล็กน้อยกับสรรพนามที่เปลี่ยนไป ผมจึงส่งยิ้มบางให้กับปฏิกิริยาที่แสนน่ารักของเจ้าตัวอย่างคนไม่หวงรอยยิ้ม You made my day นะคุณนนน แค่คุณคนเดียวในวันห่วย ๆ นี้เท่านั้น

ผมยอมเรียกโปรเฟสเซอร์แล้วนะ รางวัลสำหรับแก้มของคุณ”

คุณนี่มัน...”

ไม่เอาน่า มันก็ไม่ได้แย่ขนาดนั้นหรอกใช่ไหมล่ะ เอาไว้วันหลังผมจะมาหาใหม่นะ สวัสดีครับโปรเฟสเซอร์”

“…..”

แล้วเจอกันครับ”

เปิดประตูออกมาจากห้องเขาทันทีเมื่อจบคำนั้น ผมพิงแผ่นหลังลงที่บานประตูบานใหญ่แผ่วเบา พลางยกฝ่ามือขึ้นมาลูบหน้าอกข้างซ้ายของตัวเองคล้ายจะปลอบประโลมมัน หัวใจ...จะดื้อไปกันใหญ่แล้วนะ หยุดเต้นเสียงดังเดี๋ยวนี้เลย

แล้วสมอง...หยุดคิดถึงเรื่องเพื่อนที่ไม่มีอยู่จริงนั่นสักที โกหกทั้งนั้นแหละ ทั้งโปรเฟสเซอร์แล้วก็คนพวกนั้นด้วย

โกหก

 




______________________________

100%





    #นนนรณกฤต    
Twitter : Click
Fanpage : Click

ผลการค้นหารูปภาพสำหรับ erotic mam x mam gif

NANON

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 336 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

926 ความคิดเห็น

  1. #888 Kamobee (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 8 พฤษภาคม 2563 / 21:36

    น้อง.....มันเศร้าจัง
    #888
    0
  2. #850 ttni♡ (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 30 เมษายน 2563 / 00:35
    ถ้าเป็นปมเรื่องเพื่อนคือน้ำตามาแน่ นี่เป็นคนที่sensitiveกับคสพแบบนี้มากๆ ;-;
    #850
    0
  3. #842 Sansuyu (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 29 เมษายน 2563 / 23:29
    แง้ๆๆๆๆๆ น้องมีปมอะไรกันแน่ๆๆๆๆ
    #842
    0
  4. #820 cutieyou (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 29 เมษายน 2563 / 12:09
    ฮือออ น้องใช้ชีวิตมายังไงเนี่ยลูก
    #820
    0
  5. #810 srpyw (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 26 เมษายน 2563 / 14:09
    ปมมันต้องเศร้ามากแน่ๆเลย ยัยน้องTT
    #810
    0
  6. #785 piechicofic (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 6 เมษายน 2563 / 16:42
    ยัย เปิดใจให้เพื่อนได้ไวๆนะ
    #785
    0
  7. #761 canookss (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 5 เมษายน 2563 / 13:57
    น้องคงมีสิ่งกระทบจิตใจมากๆแน่เลย ถึงสร้างกำแพงป้องกันตัวเองสูงขนาดนี้ ฮือออ
    #761
    0
  8. #733 เลดี้วาย (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 2 เมษายน 2563 / 15:31
    แงยัยน้องงงงงงง
    #733
    0
  9. #632 exoxoxo1122 (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 10 กรกฎาคม 2562 / 12:50
    แงงงงน้อง เศร้าเลย
    #632
    0
  10. #584 Kim-kibom (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 13 มิถุนายน 2562 / 09:04
    น้องมีปมอะไร
    #584
    0
  11. #397 Piglet_88 (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 15 กุมภาพันธ์ 2562 / 14:09
    น้องต้องเจออะไรแย่ ๆ มาแน่
    #397
    0
  12. #367 MLW_P (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 10 กุมภาพันธ์ 2562 / 14:41
    เข้าใจน้องเลยอ่ะว่าน้องต้องไปเจออะไรมาแน่ๆ เรื่องเพื่อเป็นเรื่องใหญ่จริง น้องเป็นขนาดนี้ต้องเจออะไรมาแน่ๆ
    #367
    0
  13. #247 pparpbebi。 (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 31 ตุลาคม 2561 / 00:07
    ปมเรื่องเพื่อนมันต้องหนาแน่นมากแน่ๆเลยถึงไม่ยอมเข้าสังคม.. สงสารรร
    #247
    0
  14. #239 MaiNatkamon (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 27 ตุลาคม 2561 / 00:45
    อยากรู้ปมรณมากๆเลยอ่ะ น่าจะแย่มากๆแน่เลยคุณโปรเฟสเซอร์น่าจะช่วยได้นะคะ🌝
    #239
    0
  15. #219 Orracha Jultha (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 23 ตุลาคม 2561 / 14:15
    ไปเจออะไรมาาาาาาา ไม่เข้าสังคมเลยน้องงง
    #219
    0
  16. #178 บี.เหลือง (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 20 ตุลาคม 2560 / 10:35
    โอ้ย ตะไมชักสงสารรณ เหมือนพยายามหลอกตัวเองอยู่แบบขัดแย้งกับตัวเองภายใน งื่ย
    #178
    0
  17. #99 Lyly1307 (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 8 กันยายน 2560 / 14:26
    เอ็นดูความไม่เข้าใจสังคม
    #99
    0
  18. #36 Naruthaik1972 (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 31 สิงหาคม 2560 / 19:12
    แน่ใจนะไรท์ว่าปมเล็กๆ รนนี่ต้องพึ่งจิตแพทย์ละมั้ง
    #36
    0
  19. #15 Beer Sakunrat (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 20 สิงหาคม 2560 / 15:11
    รณ~~ มาจากดาวไหนหรอเราอ่ะ
    #15
    0
  20. #12 noowiwie (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 19 สิงหาคม 2560 / 20:25
    หื้มมม~ รณมีปมเรื่องเพื่อนหรอ หวังว่าภีจะเป็นเพื่อนกับรณด้วยความจริงใจนะ
    #12
    0