PROFESSOR : 'ของผม' [BL] Rewrite

ตอนที่ 1 : Prologue

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 18,411
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 551 ครั้ง
    28 ก.ค. 63

Prologue


 

มันก็ไม่ใช่ทุกวันที่น่าเบื่อหรอกนะ บางวันก็อดจะรู้สึกไม่ได้ว่าโลกห่วย ๆ ใบนี้มันก็ไม่เลวนัก แต่โชคไม่ดีเท่าไหร่ที่มันไม่ใช่กับวันนี้ ผมถามตัวเองว่าอะไรเป็นต้นเหตุของเรื่องราวทั้งหมด โดยที่ไม่ลืมเติมเครื่องหมาย Question mark ไว้ท้ายประโยค


ข้อแรกเลยนะ เพราะมนุษย์สายตาสั้นเกือบสามร้อยลืมแว่นสายตา และรีบเกินกว่าจะสวมใส่คอนแทกต์เลนส์ ถามว่าทำไมนะเหรอ? อ๋อ ใช่สิ เพราะหมอนั่นแฮงก์เกินกว่าจะตื่นเช้าให้มาทันเข้าเรียนยังไงล่ะ และก็ใช่อีก หมอนั่นคือผมเอง นอกจากจะมาสายเลยต้องนั่งหลังห้องแล้ว ผมยังมองทุกอย่างหน้าห้องเป็นภาพโมเสกอีกด้วย เยี่ยมจริง ๆ


ไม่จบเพียงเท่านั้น เพราะนี่เป็นการเข้าคลาสเรียนครั้งแรกหลังจากที่มหาวิทยาลัยเปิดเทอมมาแล้วกว่าสามสัปดาห์ ซึ่งนั่นไม่ใช่เรื่องที่ผมต้องเก็บมาใส่ใจเลยในตอนแรก แต่ก็อีกนั่นแหละ หลังจากจบคลาสเรียนและกำลังรอเช็กชื่อจากอาจารย์ประจำวิชา เรื่องน่ารำคาญประจำวันนี้ก็ตรงเข้าเล่นงานผมเหมือนรอเวลาอยู่ก่อนแล้ว


คุณรนกฤต”


เสียงทุ้มของคนเป็นอาจารย์ขานชื่อของผมในระดับเสียงที่ไม่ต่างจากการขานชื่อของคนก่อนหน้า ผมได้ยินมันอย่างชัดเจน และเลือกที่จะตอบรับเจ้าของเสียงนั้นเพียงสั้น ๆ โดยใบหน้าที่ถูกหมวกแก๊ปสีดำบดบังมากกว่าครึ่งไม่ได้เงยขึ้นมาหรือละสายตาจากโทรศัพท์มือถือในมือตัวเองเลยสักนิด


ครับ”


“…..”


เกือบสิบวินาทีที่ความเงียบลอยตัวอยู่ในอากาศจนจับสังเกตได้ ทำให้ผมจำเป็นต้องละสายตาจากเครื่องมือสื่อสารในมือเพื่อมองสิ่งผิดปกติตรงหน้า แต่น่าเสียดายที่สิ่งผิดปกติเหล่านั้นยังคงเป็นภาพโมเสกเช่นเดิม และความเงียบก็ถูกทำลายลงในนาทีที่ผมโฟกัสสายตาตรงไปด้านหน้าห้อง


ดีใจที่ได้เช็กชื่อคุณนะครับ”


“…..” อาจารย์ประจำวิชาท่านนี้กำลังประชดผมอยู่หรือเปล่า? ประโยคข้างบนนั้นมันอะไรกัน ตั้งใจจะหาเรื่องกันอย่างนั้นใช่ไหม?


ถ้าไม่ติดธุระสำคัญอะไรหลังจากนี้ ผมขอเวลาคุณสัก 20 นาทีนะครับ หลังเลิกเรียนรบกวนตามผมไปที่ห้องทำงานหน่อย มีไม่กี่เรื่องที่ผมอยากจะคุยกับคุณ”


เสียงทุ้มน่าฟังที่มาพร้อมกับประโยคแสนสุภาพไม่ได้ทำให้ผมรู้สึกเบื่อหน่ายน้อยลง ซ้ำมันยังเพิ่มขึ้นจนเริ่มจะกลายเป็นหงุดหงิดไปเสียแล้ว แต่นั่นก็ไม่ใช่เหตุผลที่ผมต้องปฏิเสธเขา แน่นอนว่าผมพอจะเดาได้ว่าเขาเรียกผมเข้าพบเรื่องอะไร


ได้ครับ” ก็เลยตอบตกลงไปอย่างนั้น


เข้าใจง่ายดีนะครับ”


เขาดูไม่ค่อยชอบผมสักเท่าไหร่ นับเป็นโชคดีเพียงอย่างเดียวของวันนี้ได้ไหมที่ผมกับเขามีความคิดเห็นเป็นไปในทางเดียวกัน ผมก็ไม่ได้ชอบคุณนักหรอกนะครับ ศาสตราจารย์

 

 


ตามสบายนะครับ”


เสียงทุ้มที่ฟังจนเริ่มจะชินบ้างแล้วเอ่ยกับผมเช่นนั้น หลังจากที่เปิดบานประตูไม้โอ๊กสีน้ำตาลเข้มเข้ามาภายในห้องสี่เหลี่ยมขนาดไม่กว้างและไม่แคบจนน่าอึดอัดนี้ ผมกวาดสายตามองโดยรอบเพียงชั่วครู่ก่อนจะเลือกที่นั่งหน้าโต๊ะทำงานขนาดใหญ่ที่แสนจะสะอาดและเรียบร้อยจน...น่าหมั่นไส้ ช่างเป็นผู้ชายที่น่าเบื่อและเรียบง่ายเสียจนไม่มีอะไรน่าสนใจเลยจริง ๆ


ผมนั่งไขว่ห้างด้วยท่วงท่าที่แสนเกียจคร้านเพื่อรอศาสตราจารย์สุดคร่ำครึเงียบ ๆ ให้สมกับที่เป็นแขกกิตติมศักดิ์ของเขา อย่างที่บอกว่าผมพอจะเดาได้ว่าการที่ถูกเรียกพบในครั้งนี้มันคือเรื่องอะไร แต่ก็เท่านั้น นี่ไม่ใช่ครั้งแรกของผมเสียหน่อย พวกอาจารย์แก่ ๆ หัวโบราณมักทำแบบนี้เสมอนั่นแหละ มันก็น่ารำคาญอยู่หรอก แต่ผมก็ไม่อยากจะเสียเวลาไปต่อปากต่อคำด้วย ต้องการจะพูดอะไรก็พูดไปเถอะ ใครสนกันล่ะ?


ผมไม่ขอเสิร์ฟน้ำนะครับ เพราะคิดว่าคุณคงไม่กระหายขนาดนั้น”


เสียงที่ดังอยู่ด้านหลังเอ่ยด้วยน้ำเสียงโทนเดิม ผมจับประกายความไม่พอใจในน้ำเสียงนั้นไม่ได้ แต่ไม่ปฏิเสธว่ามันน่าโมโหสุดๆ ที่เขาพูดประโยคนั้นออกมาคล้ายกับไม่รู้สึกรู้สาอะไร ถูกที่ผมไม่ได้อยากดื่มอะไรที่เป็นของเขา แต่ผมก็ไม่ควรจะได้รับคำพูดแบบนั้นไม่ใช่หรือไง


และถึงแม้ว่าคุณจะต้องการดื่มมันแค่ไหน มันก็มีไม่พอสำหรับคุณอยู่ดี เพราะนี่เป็นขวดสุดท้ายที่ผมพอจะหาได้แล้ว”


“.....”


เขาพูดออกมาทั้ง ๆ ที่ในมือกลับถือขวดน้ำเปล่าเอาไว้ ถ้าไม่ติดว่าจะดูอคติจนเกินไปผมคงคิดว่าเขาต้องการจะหาเรื่องผมเสียแล้ว แต่ถึงให้คิดในแง่ดียังไง คนคนนี้ก็ยังกวนประสาทผมอยู่ดีนั่นแหละ เอาสิ มาดูกันว่าใครจะปั่นประสาทใครได้มากกว่ากัน เรื่องแบบนี้ผมถนัดอยู่ไม่น้อยเชียวล่ะ


“.....”


เราสองคนไม่ได้กำลังปะทะสายตากันอย่างดุเดือดอะไรแบบนั้นหรอก ผมหงุดหงิดก็จริง แต่สายตากำลังจับจ้องไปยังขวดน้ำในมืออีกฝ่ายต่างหาก ก็อยากจะรู้เหมือนกันว่าคนที่เป็นถึงศาสตราจารย์จะทำยังไงต่อไปกับสถานการณ์ที่เห็น ๆ กันอยู่ว่าเขาตั้งใจกวนประสาทผม


มีอะไรเหรอครับ?”


ผมไม่ได้ตอบอะไรออกไป ทำเพียงแค่เงยหน้าขึ้นไปมองคนพูดเพราะเริ่มจะไม่สบอารมณ์กับความท่ามากของเขาบ้างแล้ว เป็นจังหวะเดียวกันกับที่อีกฝ่ายกำลังปลดเนกไทสีเข้มออกจากคอด้วยมือขาวเพียงข้างเดียว ท่อนแขนแกร่งที่แขนเสื้อถูกพับขึ้นจนมองเห็นสิ่งที่อยู่ด้านใน บริเวณนั้นมีรอยเส้นเลือดปูดโปนตลอดช่วงแขนที่ยกสูงระหว่างบริเวณหน้าอกและลำคอ ผมอธิบายสิ่งที่เห็นยากขึ้นเมื่อใบหน้าที่มีเหงื่อผุดพรายตามไรผมกำลังจับจ้องกลับมาทางนี้


เอาล่ะ สถานการณ์เปลี่ยนเล็กน้อย ผมขอถอนคำพูดเรื่องความคร่ำครึ ความน่าเบื่อ และอื่น ๆ ที่เคยพูดเกี่ยวกับเขาทิ้งไปให้หมด ยอมรับว่าสายตาผมสั้น และวันนี้ก็ไม่ได้สวมแว่นสายตามาด้วย ตอนเจอกันในคลาสเรียนผมนั่งอยู่หลังสุดของห้องเลยด้วยซ้ำ ไหนจะตลอดการเดินทางมาที่ห้องทำงานของเขาผมแทบไม่ได้มองส่วนอื่นส่วนใดในร่างกายเขาเลยนอกจากแผ่นหลังกว้าง และผนังปูนตามทางที่เดินผ่าน โอเค นั่นผมยอมรับว่ามันเป็นการกระทำที่พลาดมาก ผมมองข้ามผู้ชายที่...สมบูรณ์แบบตรงหน้านี้ไปได้ยังไง?


ให้ตายเถอะ!


คือ...”


ตลกดีที่ผมหาเสียงของตัวเองไม่เจอเพียงเพราะแค่สบตากับคนตรงหน้า นี่ผมกลายเป็นคนอ่อนหัดเรื่องพวกนี้ไปได้ยังไง นั่นมันบ้ามากเลยนะ!


น้ำที่ผมถือมันทำไมเหรอครับ?”


“.....” อาจจะเพราะว่าเอาแต่มองหน้าเขาสลับกับขวดน้ำเจ้าปัญหานั่นไม่หยุด จึงเป็นสาเหตุให้คิ้วเข้มทั้งสองข้างถูกยกสูงขึ้นคล้ายมีข้อสงสัยจนต้องตั้งคำถาม และเป็นอีกครั้งที่ผมตอบคำถามนั้นไม่ได้ ไม่แน่ใจว่าทำกล่องเสียงหล่นหายไปตอนไหน มีเพียงสีหน้าโง่งมของผมเท่านั้นที่แสดงออกไป สถานการณ์ทางนี้เริ่มเสียเปรียบบ้างแล้วสิ


คุณจะดื่มน้ำขวดเดียวกับผมหรือไง?”


ตัดสินใจพยักหน้าส่ง ๆ ไปก่อน ปากขวดน้ำที่ผ่านการสัมผัสโดยตรงจากริมฝีปากเรียบตึงของคนอายุมากกว่าก็น่าสนใจไม่เลว ในหัวผมเกิดจินตนาการเรื่องไม่ดีเต็มไปหมด เป็นเรื่องไม่ดีที่พูดออกมาตรง ๆ ไม่ได้เสียด้วย


ได้คิดบ้างหรือเปล่าครับ ถึงคุณจะไม่คำนึงถึงความสะอาด แต่ก็ไม่ได้หมายความว่าผมจะไม่กังวลเกี่ยวกับเรื่องนั้นนะครับ คุณรณกฤต”


ผมอยากได้ผู้ชายคนนี้ แน่นอนว่ามันหมายถึงการมีเซ็กซ์กับเขา ไม่มีเรื่องไหนที่ผมต้องการแล้วจะไม่ได้มันมา แค่เอ่ยปาก ของสิ่งนั้นก็จะมาวางลงตรงหน้า ผมเป็นคนแบบนั้นแหละ คนที่สามารถเอาแต่ใจตัวเองได้เท่าที่ต้องการ นิสัยเสียได้เท่าที่คนคนหนึ่งจะเป็นได้ ผมรักการเอาชนะ และเกลียดการปราชัยเป็นที่สุด แต่มันจะเป็นเรื่องที่ผิดไหมนะถ้านักศึกษากับอาจารย์จะ...พอเลย มีสมองก็คงคิดได้อยู่แล้วว่ายังไง ๆ ก็ผิด จะตั้งคำถามให้มันดูโง่ขึ้นมาเพื่ออะไรอีก


ก็ผมหิวน้ำนี่ครับศาสตราจารย์”


ผมเอียงคอเล็กน้อยโดยพยายามทำทุกอย่างให้มันดูน่าสงสารมากที่สุด แม้จะทำเรื่องแบบนั้นกับโปรเฟสเซอร์ไม่ได้แล้วก็ตาม แต่ก็ขอจูบทางอ้อมหน่อยก็ยังดี ผมไม่อายเลยที่จะบอกว่าผมต้องการให้เขาทำนั่นทำนี่กับร่างกายของผมทุก ๆ ส่วน ก็ถ้ารู้ว่าอาจารย์ประจำวิชาจะน่ากินขนาดนี้ ผมคงไม่ขาดเรียนวิชาของเจ้าตัวไปทั้งสามคาบแบบนั้นหรอก งี่เง่าสิ้นดี


ทำยังไงดีล่ะครับ? ผมไม่อยากดื่มน้ำขวดเดียวกับคุณนี่”


“.....”


และอีกอย่าง ได้โปรดอย่าเรียกผมว่าศาสตราจารย์ ถ้าไม่เป็นการรบกวนจนเกินไป กรุณาเรียกผมว่าโปรเฟสเซอร์เถอะนะครับคุณรณกฤต”


ยกยิ้มแผ่วเบาที่มุมปากเมื่อได้ฟังคำขอร้องข้างต้น อยู่ดี ๆ ก็มองว่าคนตรงหน้านี้น่ารักขึ้นมาเสียได้ มุมต่อต้านเล็ก ๆ แบบนี้ดู ๆ ไปก็น่าแกล้งให้อีกฝ่ายหัวเสียเล่น ๆ สักที อ่า...นิสัยเสียนี่แก้ยากเกินไปหรือเพราะผมไม่คิดจะใส่ใจมันกันนะ


ก็ได้ครับ” ตอบรับอย่างคนใจกว้าง ก่อนจะฉีกยิ้มหวานและเสนอข้อแลกเปลี่ยนกลับไป “ถ้าศาสตราจารย์จะเลิกเรียกผมว่าคุณรณกฤตเสียก่อน ผมก็อาจจะยอมทำตามที่ศาสตราจารย์ขอดูก็ได้นะ”


ผมไม่เรียกนิสิตด้วยชื่ออื่นนอกจากชื่อจริง อย่าขอเรื่องที่มันไร้สาระครับ” หัวคิ้วคนเป็นอาจารย์กระตุกเล็กน้อยเมื่อได้ยินอย่างนั้น ก่อนจะตอบโต้กลับมาในทันทีเหมือนกลัวว่าถ้าปฏิเสธช้ากว่านี้แล้วผมจะคาดหวังไปเองคนเดียว อา...น่าหงุดหงิดชะมัด แต่ผมไม่ยอมแพ้ง่าย ๆ แบบนั้นหรอกนะศาสตราจารย์


งั้นก็ให้ผมเป็นคนแรกที่ศาสตราจารย์จะเรียกชื่อด้วยชื่อเล่นสิครับ ผมชื่อรณ สั้นกว่ารณกฤตอีกว่าไหม?”

 

“ผมจะไม่เรียกคุณด้วยชื่ออื่นนอกจากชื่อจริงของคุณ และคุณก็จะไม่มีทางได้ดื่มน้ำขวดเดียวกันกับผมเด็ดขาด เข้าใจแล้วนะครับ คุณรณกฤต”


ฝีปากแบบนี้แหละที่ผมต้องการ ถ้าไม่ติดว่าเป็นอาจารย์ผมคงไม่แคร์อะไรทั้งนั้น ทำไมคนที่มีทุกอย่างที่ผมต้องการต้องมาเป็นอาจารย์ประจำวิชานี้ด้วย ไม่เห็นจะยุติธรรมตรงไหน ขอเจอกันในที่อโคจรไม่ได้เหรอ? ทำไมต้องเป็นสถานศึกษาด้วยนะ ผิดที่ผิดเวลาไปหมด


ผมขอพูดเข้าประเด็นที่เรียกคุณมาพบในวันนี้เลยนะครับ เพื่อจะได้ไม่เป็นการเสียเวลาไปมากกว่านี้”


จริง ๆ ผมว่างนะครับศาสตราจารย์ จะคุยกันจนฟ้าสางเลยก็ได้นะ”


ไม่ครับ ผมไม่ได้ว่างแบบคุณ”


จะเอา! ต้องทำยังไงถึงจะได้มา ผิดจรรยาบรรณนักศึกษา อาจารย์ จะอะไรก็ช่างมันแล้ว แต่ผมจะเอาคนคนนี้ เขาร้อนแรงตั้งแต่ดวงตาเรียวดุใต้กรอบแว่น จนกระทั่งวาจาและการกระทำได้ยังไง ผมตามหาคนแบบนี้มานานมาก นานจนไม่คิดว่าจะมีอยู่จริงบนโลก แล้วก็เพิ่งได้รู้ว่าจริง ๆ แล้วมันไม่ใช่เรื่องเพ้อฝันก็เมื่อไม่กี่นาทีที่ผ่านมานี้เอง ทว่าเขาก็กลายเป็นของต้องห้ามไปเสียได้ แต่แล้วยังไงล่ะ? ผมจำเป็นต้องสนมันด้วยเหรอ?


คุณขาดเรียนในรายวิชาของผมติดต่อกันถึงสามครั้ง คุณรู้ใช่ไหมครับคุณรณกฤต?”


เชื่อเถอะครับว่าถ้าย้อนเวลากลับไปได้ผมจะไม่ทำแบบนั้นเด็ดขาดเลยศาสตราจารย์”


ไม่ได้โกหกนะ ผมเสียดายจริง ๆ ที่เพิ่งมาเจอคนที่ตามหามานานในสัปดาห์ที่สี่ของภาคเรียนแรกแบบนี้ เขาไปอยู่ที่ไหนมาทำไมผมไม่เคยเห็นหน้าเลย เรียนมาจะสามปีทำไมเราพึ่งได้เจอกันครับศาสตราจารย์ คุณตอบผมมาสิ!


เสียใจด้วยครับที่คุณทำแบบนั้นไม่ได้ ตามจริงแล้วโควตาของคุณลิมิตที่สามครั้งต่อรายวิชา ถ้าจะพูดกันตามตรงคุณก็ไม่ได้ทำผิดกฎของมหาวิทยาลัยแต่อย่างใด”


นั่นสิครับ”


ผมถามได้ไหมครับว่าทำไมคุณถึงไม่มาเรียนวิชาของผมเลย จนกระทั่งวันนี้?”


แน่นอนว่าเขาถามได้ แต่ผมไม่ได้รับปากว่าจะตอบสักหน่อยนี่นา และดูเหมือนว่าอีกฝ่ายก็คงเข้าใจถึงข้อนั้นดี เขาจึงเลือกที่จะโน้มน้าวผมแทนการออกปากบังคับ เพราะถ้าเขาทำแบบนั้น ต่อให้เป็นคนที่น่าสนใจแค่ไหนก็ยังน่ารำคาญอยู่ดี


คิดอยู่แล้วว่าคุณคงไม่ตอบคำถามผมแน่ แต่ถ้าระหว่างนั้นคุณป่วย คุณสามารถยื่นใบรับรองแพทย์เพื่อรับรองว่าที่คุณหายไปสามอาทิตย์นั้นเนื่องจากมีเหตุจำเป็นได้นะครับ คุณทราบเรื่องนี้หรือเปล่า?”


“.....”


ไม่เป็นไรครับ ถ้าคุณไม่สะดวกตอบ ผมจะไม่คาดคั้นอะไรคุณอีก”


ขอบคุณครับ”


ถึงจะแปลกใจที่คนตรงหน้าเข้าใจอะไรง่ายกว่าที่คิด แต่นั่นก็เป็นข้อดีของอีกฝ่าย ผมเลือกที่จะเอ่ยคำขอบคุณออกไป และเขาก็ทำเพียงพยักหน้ารับคำเท่านั้น ก่อนที่ประโยคต่อมาของเขาจะทำเอาหัวคิ้วทั้งสองข้างของผมขมวดชิดเข้าหากันด้วยความไม่เข้าใจ ผู้ชายคนนี้ต้องการจะพูดอะไรกันแน่


แต่โดยส่วนตัวแล้วผมอยากให้คุณดรอปวิชาของผมครับ คุณรณกฤต”


ขอเหตุผลครับ”


ผมเข้าใจกฎระเบียบมหาวิทยาลัยดี โควตาขาดเรียนสูงสุดสามครั้งที่มีผมใช้มันเต็มทุกครั้ง แต่ไม่เคยโดนสั่งให้ไปดรอปเลยสักครั้งเดียว ถ้าบอกว่าผมไม่ได้ทำผิดกฎใด ๆ แล้วเอาสิทธิ์ตรงไหนมาบอกให้ผมดรอป? ผมต้องการเหตุผลที่พอจะเข้าใจได้ และต้องเป็นเหตุผลที่ผมจะยอมรับได้เท่านั้นด้วย


เพราะผมไม่อยากเสี่ยงที่จะต้องแจกเอฟให้กับคุณครับ”


คนตรงหน้าบอกเสียงเรียบด้วยน้ำเสียงโทนเดิมแบบไม่มีลังเล เขาเอนแผ่นหลังพิงพนักเก้าอี้ช้า ๆ ด้วยท่วงท่าที่แสนจะเซ็กซี่...ในสายตาของผม ซึ่งนั่นมันทำลายสมาธิได้ดีทีเดียว เอาล่ะ ตั้งสติหน่อยรณกฤต ความจริงแล้วเรื่องดรอปเรียนมันอาจไม่ได้สำคัญเท่ากับแผ่นอกแน่น ๆ ที่เห็นได้ชัดจากการที่เสื้อเชิ้ตของอีกฝ่ายมันมีขนาดเล็กจนเกินไป หรือจะด้วยขนาดตัวเขาใหญ่จนมันแนบติดไปกับเนื้อผ้าก็ไม่อาจทราบได้ แต่ช่างมันก่อน ผมจะมาสติแตกตอนนี้ไม่ได้ เรื่องไหน ๆ มันก็ใหญ่เท่า ๆ กันทั้งนั้นนั่นแหละ!


ทำไมถึงคิดว่าผมสมควรได้เอฟล่ะครับ? เรียนมายังไม่ถึงเดือนด้วยซ้ำ” ผมคงกำลังพยายามตั้งคำถามในสภาวะที่สติไม่เต็มเต็งอยู่แน่ ๆ


อาจจะจริงอย่างที่คุณว่า แต่ไม่คิดบ้างเหรอครับว่าคุณไม่ควรได้เอฟเลยถ้าไม่ใช่เพราะคุณขาดเรียนติดต่อกันสามครั้งแบบนี้ บทเรียนสามอาทิตย์ที่ผมสอนมันไม่ใช่น้อย ๆ เลยนะครับคุณรณกฤต”


“…..” ว่าจะเถียง แต่ดันเห็นด้วยเฉยเลย อะไรล่ะเนี่ย?


ถ้าเกิดหลังจากนี้คุณไม่ขาดเรียนเลยสักครั้งมันก็คงจะดี” เจ้าของร่างสูงใหญ่ประสานมือวางไว้บนตักแกร่ง ใบหน้ายังคงนิ่งเฉยไม่ยินดียินร้าย สายตาจับจ้องตรงมาข้างหน้าอย่างมั่นคง ก็คงต้องยอมรับแล้วว่าทั้งหมดนั่นมันทำให้เจ้าตัวมีเสน่ห์เพิ่มขึ้น จนคนมองอย่างผมอดจะใจสั่นไปด้วยไม่ได้ เฮ้อ...อยากให้เขาลงโทษด้วยการโยนผมขึ้นเตียงจัง “แต่แล้วถ้าเกิดว่าคุณขาดขึ้นมาล่ะ? แค่ครั้งเดียวผมก็ต้องปล่อยเอฟให้คุณแล้วนะ มันจะดีเหรอครับถ้าคุณได้รับมันทั้ง ๆ ที่อุตส่าห์มาเรียนตั้งหลายคาบ แต่ก็ต้องได้เกรดเอฟไปดึงเกรดตัวอื่นให้ร่วงลงไปด้วยแบบนั้น อย่างน้อยที่สุดผมก็หวังว่ามันจะไม่เกิดขึ้นกับคุณ”


“.....”


ผมหวังดีกับคุณนะ เทอมหน้าผมก็ยังเปิดสอนวิชานี้อยู่ มันไม่สายเกินไปหรอกครับ”


จะไม่สายไปได้ยังไง ผมต้องการศาสตราจารย์วันนี้ ตอนนี้ วินาทีนี้เลยด้วยซ้ำ ไม่ใช่กับอีกห้าหกเดือนข้างหน้าสักหน่อย ใครจะรอไหวนานขนาดนั้น ผมเข้าใจที่ศาสตราจารย์ต้องการจะบอกอยู่หรอก แต่ผมก็ทำแบบนั้นไม่ได้นี่ ใครบอกให้คุณร้อนแรงนักเล่า มันก็ช่วยไม่ได้เหมือนกันนั่นแหละ!


ไม่ครับ ผมจะไม่ดรอปวิชานี้”


ใช่ ผมตัดสินใจแล้ว


คุณรณกฤตครับ คิดดูให้ดี ๆ ก่อน อย่างน้อย ๆ ...”


แค่ไม่ขาดเรียนอีกก็พอใช่ไหมครับ?”


คำถามนั้นมาพร้อมกับการประสานสายตาของเราทั้งคู่ ผมไม่คิดจะหลบสายตาไปก่อน นัยน์ตาสีรัตติกาลภายใต้แว่นกรอบเหลี่ยมยิ่งมองยิ่งน่าหลงใหล เหมือนดวงตาคู่นั้นสามารถสะกดจิตผมได้ มันคล้ายกับเขากำลังเปิดเปลือยผมไปทั้งตัวด้วยสายตาคู่คมคู่นั้น หรือไม่ผมกำลังเพ้อเจ้อเหมือนนางเอกที่ตีกับเสียงในหัวของตัวเอง และเสียงถอนหายใจของคนที่อยู่หลังโต๊ะทำงานตัวใหญ่ก็เรียกสติผมกลับมาได้อีกครั้ง


เห็นแก่พระเจ้าเถอะ หยุดทำให้ผมเสียอาการที


ใช่ครับ แค่ไม่ขาดเรียนในรายวิชาของผมอีก แต่คุณคงรู้ใช่ไหมครับว่าถ้ามีเหตุผิดพลาดเกิดขึ้นอีกแค่ครั้งเดียว จะมีเพียงเอฟเท่านั้นที่ผมจะหยิบยื่นให้คุณได้”


เข้าใจแล้วครับ”


คุณเข้าใจแน่แล้วเหรอครับ?”


ครับ เข้าใจแล้ว”


เข้าใจว่าถ้าผมขาดอีกแค่ครั้งเดียว ผมก็จะไม่ได้เจอศาสตราจารย์อีก เข้าใจแจ่มแจ้งเลยว่าถ้าเป็นแบบนั้นผมคงอดได้กินคุณไปโดยปริยาย แล้วแบบนั้นใครมันจะไปยอมกันล่ะ ผมถึงกับไม่สนความถูกต้องขนาดนี้แล้วจะให้ถอยกลับง่าย ๆ ได้ยังไง ตัดสินใจจะทำทุกทางเพื่อให้ได้ศาสตราจารย์มาแล้ว...ไม่ว่าจะด้วยวิธีไหนผมก็จะทำ


ถ้าอย่างนั้น...หลังจากนี้ก็ขอฝากเนื้อฝากตัวด้วยนะครับ”


ผมลุกขึ้นยืนช้า ๆ เท้าแขนลงบนโต๊ะไม้สีเข้มก่อนจะค่อย ๆ เลื่อนใบหน้าเข้าไปใกล้ผู้ชายที่นั่งหลังชิดพนักพิงด้วยท่วงท่าที่แสนดูดีทีละนิด ก่อนจะหยุดลงในตำแหน่งที่ไม่ใกล้ไม่ไกลอีกฝ่ายนัก กวาดสายตามองตั้งแต่ช่วงขายาวที่กางออกเล็กน้อยตามประสาผู้ชาย ไล่มาเรื่อย ๆ และหยุดที่กึ่งกลางกายของร่างสูง ขนาดของมันแม้จะหลับใหลอยู่ภายใต้อาภรณ์ปิดกั้น แต่ก็ยัง...ดูร้ายไม่เบา ถึงตรงนี้ผมถึงกับเผลอกัดปากตัวเองอย่างลืมตัว แค่คิดว่ามันสอดเข้าไปใน...


คุณรณกฤตครับ”


เสียงกดต่ำจากคนตรงหน้าทำเอาผมหลุดออกมาจากภวังค์ส่วนตัวในทันที อาจจะฟังดูบ้า แต่ผมอยากจะกลับเข้าไปในภวังค์ต่อมากกว่า ถ้าไม่ติดที่ว่าสายตาคมเข้มภายใต้กรอบแว่นกำลังจ้องมองมาคล้ายกับประณามการกระทำของผมอย่างในเวลานี้ผมคงจะทำไปแล้ว อ่า...เผลอล่วงละเมิดทางเพศอีกฝ่ายไปจนได้ ต้องโทษที่จินตนาการของผมมันมากจนเกินไปสักหน่อยล่ะนะ


ใบหน้าคม จมูกโด่งรับกับริมฝีปากเรียบตรง สีผิวที่ติดจะแทนนิด ๆ เส้นผมสีดำที่ดูจะยาวบ้างแล้วถูกปัดขึ้นไปด้านหลังลวก ๆ ลุคนี้มัน...จีซัส! กลืนกินผมเข้าไปตอนนี้เลยเถอะได้โปรด


ถ้าเข้าใจตรงกันแล้วงั้นผมขอตัวก่อนนะครับ” อยู่ไม่ได้แล้ว ผมต้องรีบพาตัวเองออกไปจากตรงนี้ ขอกลับไปตั้งหลักก่อน ผมต้องรู้ข้อมูลของเป้าหมายให้มากกว่านี้ด้วย


ครับ”


ไม่ต้องเดินไปส่งหรอกนะครับ ผมกะ...”


ไม่อยู่แล้วครับ เชิญ”


“…..”


เกรี้ยวกราดเสียให้พอ ยิ่งคุณร้ายมากเท่าไหร่ผมก็ยิ่งต้องการคุณมากเท่านั้นนะครับศาสตราจารย์ ไม่สิ...


โปรเฟสเซอร์นนน


ผมทวนชื่อคนตรงหน้าแผ่วเบาพร้อมกับกระตุกยิ้มเล็กกับตัวเอง ผมหลงใหลในตัวตนอีกฝ่ายเหลือเกิน ช่างเป็นคนที่น่าลุ่มหลงอะไรแบบนี้นะ แทบจะอดทนรอไม่ไหวแล้ว...รอวันที่จะได้เขามาครอบครอง


ผมได้ยินครับ ถ้ามีอะไรสงสัยก็พูด ผมฟังอยู่”


หึ มีแน่ครับ แต่ยังไม่ใช่ตอนนี้”


ใช่ ยังไม่ใช่ตอนที่ผมคอนโทรลตัวเองไม่ได้แบบนี้แน่ ๆ


ไว้เจอกันคราวหน้านะครับ โปรเฟสเซอร์...”


ผมถอยกลับมายืนตัวตรงตามเดิม ก่อนจะค้อมศีรษะเล็กน้อยให้คนที่มีตำแหน่งเป็นถึงศาสตราจารย์ พร้อมกับรอยยิ้มมุมปากอย่างนึกสนุก และเมื่อหันหลังกลับออกไปทางประตู ประโยคที่ผมหวังจะให้อีกฝ่ายได้ยินเช่นกันก็หลุดออกมาจากปากไม่เบานัก


ของผม”


แน่นอนว่าผมเอาจริง จะด้วยจรรยาบรรณสูงส่งแค่ไหนผมก็จะทำลายมันให้หมดสิ้น ใครว่าอาจารย์กับนักศึกษาจะเป็นไปไม่ได้ นี่ไง...ผมจะทำให้ดูว่าคำว่าของผมมันเป็นยังไง

 


 ____________________

100%




    #นนนรณกฤต    

Twitter : Click
Fanpage : Click


ผลการค้นหารูปภาพสำหรับ erotic mam x mam gif

NANON


 

 

 

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 551 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

926 ความคิดเห็น

  1. #895 สีจ๋า (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 31 พฤษภาคม 2563 / 13:31
    นว้องแม่สุดมาก!!
    #895
    0
  2. #843 ttni♡ (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 29 เมษายน 2563 / 23:44
    เบาหน่อยลูกกกก
    #843
    0
  3. #839 Sansuyu (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 29 เมษายน 2563 / 21:22
    แรงมากกกกกกกก
    #839
    0
  4. #818 cutieyou (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 29 เมษายน 2563 / 11:49
    น้องแรงมากกกกกก
    #818
    0
  5. #786 sikannim (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 6 เมษายน 2563 / 21:10
    แซ่บเต็ม10 ไม่หักค่าคุณน้อง
    #786
    0
  6. #782 piechicofic (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 6 เมษายน 2563 / 12:56
    สุดปังจี๊ดมากค่ะ
    #782
    0
  7. #758 canookss (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 5 เมษายน 2563 / 12:01
    เผ็ดพริกสิบเม็ดดดด
    #758
    0
  8. #727 kat15058 (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 7 พฤศจิกายน 2562 / 20:01
    กรี้ดดดดด น้องมาแรงมากก
    #727
    0
  9. #726 cookie_mb (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 26 ตุลาคม 2562 / 02:34
    โหหหขนพริกมาทั้งตำบล​ก็ยังไม่รู้​ว่าจะสู้น้องได้มั้ย
    #726
    0
  10. #719 Ice1234567891011 (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 23 กันยายน 2562 / 23:42

    ฉุดเลย!????

    #719
    0
  11. #629 exoxoxo1122 (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 10 กรกฎาคม 2562 / 11:29
    ก็คิดน้องเป็นคนแบบเงียยๆนิ่งๆ แต่น้องบั่บแซ่บมากลูกกก
    #629
    0
  12. #621 🐧kyungsoo (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 20 มิถุนายน 2562 / 00:59
    แซ่บลืม
    #621
    0
  13. #581 Kim-kibom (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 12 มิถุนายน 2562 / 22:16
    น้องแรงๆๆ
    #581
    0
  14. #576 WariyaPongsai (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 9 มิถุนายน 2562 / 21:05
    น้องงงงงง แซ่บมาก
    #576
    0
  15. #570 fomeriam690 (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 8 มิถุนายน 2562 / 07:12
    ชอบขาอ่า
    #570
    0
  16. #507 aliz (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 3 มิถุนายน 2562 / 13:06
    จิตใจแน่วแน่มาก! สู้ๆนะลูก
    #507
    0
  17. #493 laijixrt (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 2 มิถุนายน 2562 / 13:54
    อมกกกห
    #493
    0
  18. #394 Piglet_88 (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 15 กุมภาพันธ์ 2562 / 10:00
    ปวดใจ ต้องเผ็ดเบอร์ไหนเนี่ย
    #394
    0
  19. #376 FNnp142 (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 11 กุมภาพันธ์ 2562 / 08:32
    โว้ว นายเอกเอาว่ะ มากๆเลยค่ะ
    #376
    0
  20. #341 nannapas331 (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 9 กุมภาพันธ์ 2562 / 08:10
    ตอนแรกก้ชอบเลยคะ
    #341
    0
  21. #329 ThesecondM (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 8 กุมภาพันธ์ 2562 / 06:47
    นานๆเจอนายเอกไทป์นี้
    #329
    0
  22. #324 MyNewie (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 6 กุมภาพันธ์ 2562 / 05:31
    เผ็ดอย่างกะพริก10เม็ด 5555
    #324
    0
  23. #321 o 、g r a y (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 4 กุมภาพันธ์ 2562 / 00:17

    นายเอกแซ่บมาก
    #321
    0
  24. #244 pparpbebi。 (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 30 ตุลาคม 2561 / 23:43
    หูยยยสู้ๆนะน้องรณ~ โปรเฟสเซอร์อยู่ตรงหน้าคว้ามาให้ได้!
    #244
    0
  25. #242 Chanyeolnee'` (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 27 ตุลาคม 2561 / 19:20
    โหยย มีความแซ่บเบาๆ
    #242
    0