The Hope of Memories ลำนำแห่งความสัมพันธ์

ตอนที่ 111 : บทที่ 28 ท่านผู้มีคุณ

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 437
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 4 ครั้ง
    24 ธ.ค. 60

ถ้ำมังกร คือที่อยู่อาศัยของเหล่ามังกรในป่ามังกร ดินแดนลี้ลับที่ไม่เคยมีเผ่าพันธุ์อื่นใดเคยเยื้องกรายเข้ามา  เนื่องจากป่ามังกรนั้นขึ้นชื่อลือชาถึงความอันตรายต่าง ๆ นานาที่พิสูจน์ได้จากเหล่าสัตว์อสูรร้ายที่มีอยู่ชุกชุม ทำให้ที่ผ่านมาไม่เคยมีมนุษย์หรือเผ่าพันธุ์ใดสามารถเข้ามาถึงถ้ำมังกรได้ แต่ในวันนี้ประวัติศาสตร์ของแดนมรณะต้องมีอันสั่นคลอน เมื่อมีหนึ่งมนุษย์และหนึ่งลูกครึ่งสัตว์อสูร ถูกนำพามาที่ถ้ำโดยหนึ่งในราชันย์มังกร ราชันย์มังกรอสูร

 สถานที่ที่ทั้งสามถูกพามา คือมิติที่ถูกเรียกว่าสวนรกร้าง มีทิวทัศน์อันแปลกประหลาดคือ ท้องฟ้าสีขาวขุ่นราวกับม่านหมอกในยามเช้า ไม่ดวงอาทิตย์และดวงจันทร์ บนพื้นดินมีหญ้าเขียวชอุ่มขึ้นปกคลุมสุดลูกหูลูกตา มีต้นไม้ที่ดูเหี่ยวแห้งเพราะไร้ใบตามกิ่งก้าน แต่มีผลไม้ออกดกเป็นพวงใหญ่ ดอกไม้ที่มีใบงอกงามจนเกลนึกว่าเป็นหญ้าชนิดหนึ่ง ถ้าไม่เห็นดอกตูมที่ดูคล้ายผลไม้ขนาดเล็กเสียมากกว่า มีบ่อน้ำพุสีทองที่ส่องประกายแวววาวทั้งที่ไร้แสงส่องกระทบ

 แม้สภาพแวดล้อมโดยรอบจะดูแปลกประหลาด แต่ก็ไม่มีเวลาสำรวจมากเพราะ เกล กอส เมอร์รี่ กำลังยืนหลบอยู่หลังราชันย์มังกรอสูร ทั้งสามต่างกอดกันกลมเนื้อตัวสั่นเทา เพราะเมื่อเผชิญกับเหล่าราชันย์มังกรผู้เป็นใหญ่ในแดนมรณะหรือก็คือจ้าวแห่งป่าผู้ปกครองพื้นที่ธรรมชาติของแดนมรณะเกินครึ่ง แรงกดดันอันน่าเกรงขามของเหล่าตัวตนผู้สูงส่งและมากอำนาจจึงทำให้ทั้งสามรู้สึกอึดอัดราวกับจะถูกกดทับติดพื้น หนาวยะเยือกราวยืนอยู่กลางพายุหิมะ แม้กอสผู้ที่อายุเยอะสุดและมีความหยิ่งยโสอวดดีชังน้ำหน้าเหล่ามังกร ยังต้องยอมสยบให้กับรัศมีสูงส่งของมังกรทั้ง 6 ตนที่ยืนล้อมมองดูอยู่

“โอ้ นี่นะหรือคือเหล่าผู้กล้าที่จะมาช่วยเรา” ราชันย์มังกรน้ำผู้มีร่างมนุษย์เป็นชายหนุ่มรูปงามใส่ชุดยาวสีน้ำเงินเข้มที่เข้ากับเรือนผมยาวสีฟ้าอมเขียวเปรยขึ้น ดวงตาคมสีเขียวเพ่งมองสามผู้กล้าที่ยืนเกาะกลุ่มกันตัวสั่น

“ไม่นึกเลยว่าลูกครึ่งอสูรที่น่ารังเกียจเช่นนี้ จะมีความแข็งแกร่งทัดเทียมท่านผู้กอบกู้” ราชันย์มังกรอัญมณี สาวสวยผู้มีรูปร่างอวบอิ่มเย้ายวนใจใส่เสื้อผ้าน้อยชิ้นสีแดงโปร่งแสง กอดอกมองกอสด้วยรอยยิ้มยั่วเย้า

“มังกรเมฆาน้อยตัวนี้ก็แกร่งมิเบา อายุเพียงเท่านี้ก็สามารถติดตามผู้เป็นนายร่วมฝ่าฟันอันตรายของบททดสอบได้อยู่รอดปลอดภัย” ราชันย์มังกรปฐพี ชายหนุ่มหุ่นล่ำร่างกำยำไปด้วยมัดกล้าม มองเมอร์รี่อย่างชื่นชม

“พวกท่านช่วยผ่อนคลายแรงกดดันกันหน่อยเถิด ประเดี๋ยวท่านผู้กล้าทั้งสามจะหัวใจวายตายไปเสียก่อน” เมื่อราชันย์มังกรอสูรเอ่ยขึ้น ราชันย์มังกรทั้งหลายจึงสะดุ้งอย่างเพิ่งรู้ตัว รีบผ่อนแรงกดดันออกจนหมดสิ้น ช่วยให้เกลและสองสัตว์เลี้ยงหายใจกันสะดวกปรอดโปร่งมากขึ้น

“ขออภัยที่เสียมารยาทไป เนื่องจากพวกเราคือจ้าวแห่งป่า จึงมีระดับแรงกดดันมากตามอำนาจที่มีอยู่ พวกท่านที่แม้จะได้รับเลือกเป็นผู้กล้าทว่ายังด้อยกว่าพวกเราจึงต้องลำบากไปบ้าง” ราชันย์มังกรพิษ ชายหนุ่มหน้ายิ้มตาหยี บอกด้วยน้ำเสียงนุ่มหู

“พวกเราต้องขอบพระคุณพวกท่านเป็นอย่างยิ่งที่มาช่วยเหลือพวกเรา และยินดีต้อนรับอีกครั้งนะขอรับ ท่านผู้มีคุณ” ราชันย์มังกรปีศาจ ชายชราคาดผ้าปิดตาเดียว เอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียงเนิบนาบ ดวงตาสีม่วงมองเกลในช่วงท้าย

“เอ๋?” เกลจ้องมองชายชราผมสีดอกเลาอย่างไม่เข้าใจในท่าทางของอีกฝ่าย

“อ่า…นั่นสินะ นี่ก็ผ่านมาเจ็ดปีแล้วสินะนับจากวันนั้น วันที่พวกเราได้เจอท่านครั้งแรก” ชายวัยกลางคนที่ยืนอยู่ตรงหน้าบ่อน้ำพุ เปรยขึ้น ดวงตาสีทองทอดมองเด็กสาว

 แม้จะลดแรงกดดันแล้วแต่ดวงตาที่คมกริบคู่นั้นก็ทำให้เกลและสองสัตว์เลี้ยงอดสะดุ้งใจไม่ได้ เพราะชายผู้นี้คือจักรพรรดิมังกร มังกรผู้อยู่เหนือเหล่ามังกรทั้งปวง มีร่างมนุษย์เป็นชายวัยกลางคนผมขาวปล่อยยาวถึงกลางหลัง มีรัดเกล้าทองประดับเพชรหยดน้ำสีใสส่องประกายรุ้งแพรวพราว สวมชุดคลุมสีฟ้ายาวมีขนเฟอร์หนานุ่มขลิบขอบ

“เอ่อ…คือ ขอถามอะไรหน่อยนะคะ” เกลเอ่ยขึ้น หลังจากพอทำใจให้หายสั่นและเริ่มปรับตัวได้

“ว่ามาสิ” สาวงามผู้เป็นราชันย์มังกรอัญมณีว่า ดวงตาสีอำพันที่เข้ากับเรือนผมสีทับทิมมองเด็กสาว

“เท่าที่หนูรู้มา มังกรไม่มีร่างมนุษย์นี่คะ เพราะไม่สามารถแปลงร่างได้ แล้วทำไมพวกคุณถึงมีร่างมนุษย์กันได้ล่ะคะ แล้ว…ที่บอกว่าเคยเจอกันมาก่อน หมายความว่าไงคะ” เกลนึกทวนความรู้มากมายที่ถูกป้อนให้ หนึ่งในนั้นมีเรื่องราวของเผ่ามังกร ที่ไม่สามารถแปลงร่างเป็นมนุษย์ได้ รวมไปถึงการย่อขยายร่างกายด้วย แต่อย่างหลังยังทำได้ด้วยอุปกรณ์วิเศษเช่นแหวนที่เควินให้เธอ

“จริงด้วย หรือพวกคุณถูกคำสาปเหมือนเมอร์รี่?” มังกรเมฆาน้อยเองก็เพิ่งนึกได้ เธอจำได้ว่าชาร์ล็อตเคยเล่าเรื่องเผ่ามังกรให้ฟัง นายหญิงของเธอเองก็ได้ฟังด้วยเช่นกัน แต่ตอนนี้คงลืมไปแล้ว

“ข้าน้อยขอตอบคำถามแรก” ราชันย์มังกรพิษเอ่ยขึ้น รอยยิ้มกว้างบนใบหน้ามนได้หายไป ดวงตาที่ปิดได้เบิกขึ้นเล็กน้อย เผยให้เห็นนัยน์ตาสีแดงวาววับ เกลมองชายหนุ่มผู้แต่งกายด้วยชุดสีดำม่วงแพรวพราวอย่างรอฟังคำตอบ

“เหล่าราชันย์และท่านจักรพรรดิมังกร คือมังกรชั้นสูงที่มีพลังอำนาจมากล้นที่สุดในหมู่มังกร พวกเราจึงสามารถคลายผนึก…ไม่สิ ต้องเรียกว่าคำสาปในสายเลือดจึงจะถูก พลังของคำสาปนั้นจะกักกั้นพวกเราให้คงอยู่ในร่างเดิมตลอดไปไม่สามารถกลายร่างได้เช่นในอดีตสามพันปีก่อน ทว่ากับพวกเราที่มีพลังมากพอ สามารถผ่อนคลายคำสาปนี้ได้ แต่ก็แค่ในแดนมรณะเท่านั้นที่เราสามารถทำได้ เมื่อออกนอกแดนมรณะคำสาปนั้นจะกล้าแข็งขึ้นทำให้พวกเราไม่อาจต้านทานได้”

“อ๋อ” เกลนึกถึงข้อความบนแผ่นจารึกที่มีเนื้อหาบอกกล่าวอดีตเมื่อสามพันปีก่อน ตอนนี้เธอเริ่มเข้าใจเนื้อหาพวกนั้นเพิ่มขึ้นแล้ว

“ส่วนคำถามที่สอง ข้าขอตอบเอง” จักรพรรดิมังกรกล่าวขึ้นด้วยน้ำเสียงทรงอำนาจที่ทำให้เกลต้องตัวสั่นอีกครั้ง

——————————————

ย้อนกลับไปเมื่อเจ็ดปีก่อน…จักรพรรดิมังกรกำลังมองเหตุการณ์วุ่นวายที่ริมป่ามังกร เหล่าโจรร้ายที่บุกเข้ามาทำลายค่ายพักของเหล่าพราน และเริ่มพิธีกรรมสังเวย เสียงกรีดร้องและความตายไม่ได้ทำให้จักรพรรดิมังกรรู้สึกอยากออกไปช่วยเลยสักนิด ยังคงทำตัวเป็นผู้ชมที่ดีเฝ้ามองอยู่เงียบ ๆ เพราะรู้สึกได้ว่า…จะมีสิ่งที่คาดไม่ถึงเกิดขึ้น สิ่งที่จะมาช่วยจัดการความวุ่นวายนี้ให้จบลง

 แล้วการเฝ้ารอของจักรพรรดิมังกรก็จบลง เมื่อไอหมอกสีชาดได้ปรากฏขึ้น กลิ่นอายพลังอันกล้าแข็งที่มีความรู้สึกคุ้นเคยเจือปนอยู่ทำให้จักรพรรดิมังกรต้องสั่นสะท้านด้วยความรู้สึกที่อัดแน่นเอ่อล้นในอก  ป่ามังกรที่เงียบสงัดพลันตื่นตัวขึ้นมาในพริบตา เหล่าราชันย์ทั้งหกที่แยกย้ายกันอยู่ทั่วแดนมรณะ ได้รีบกลับมารวมตัวกันที่ป่ามังกรทันทีเมื่อสัมผัสได้ถึงพลังนี้…พลังของผู้กอบกู้

“พวกคุณคือ…ศัตรูหรือเปล่าคะ?” เด็กหญิงตัวน้อยเนื้อตัวเปื้อนเลือดเอ่ยถาม ดวงตากลมโตสีฟ้าไร้แววจ้องมองจักรพรรดิมังกรที่กำลังก้าวเดินออกมาจากป่ามังกรด้วยร่างมนุษย์ อักขระเวทสีแดงเรืองแสงบนผิวกายเริ่มอ่อนแสงลง เช่นเดียวกับหมอกโลหิตที่เบาบางลงหลังเสร็จภารกิจ

“ไม่ พวกเราเป็นเพียงผู้ต้องการความช่วยเหลือ” จักรพรรดิมังกรเอ่ยตอบด้วยน้ำเสียงอ่อนน้อม ทว่ายังคงท่าทางอันน่าเกรงขามไว้

“หืม?” เด็กหญิงเอียงคอมองผู้พูดอย่างสงสัยในถ้อยคำนั้น

“เกลิอาเคยบอกพวกเราไว้ นางจะส่งผู้กอบกู้คนหนึ่งมาหาพวกเราเมื่อถึงเวลาเหมาะสม เวลาที่ความช่วยเหลือนั้นจะมาหาพวกเราเผ่ามังกร” จักรพรรดิมังกรกล่าวต่อ

“อ่า…นังนางฟ้าที่น่ารำคาญนั่น” เด็กหญิงพึมพำ ดวงตาที่แข็งทื่อฉายแววชิงชัง เป็นท่าทางที่ทำให้จักรพรรดิมังกรต้องลอบสงสัยอยู่ในใจ

เป็นผู้กอบกู้แต่ใยแสดงความไม่นับถือต่อเกลิอาขนาดนี้เล่า หรือเด็กนี่จะเป็นตัวปลอม แต่…พลังนี่คือของเกลิอาไม่ผิดแน่

“ข้าขอทราบนามของท่านได้หรือไม่ ท่านเงาโลหิต” เด็กหญิงกระตุกยิ้มที่มุมปากขึ้น

“เกล เรียกฉันว่าเกล”

“ยินดีที่ได้รู้จัก ข้าคือจักรพรรดิมังกรที่ 8 มังกรเวหา สกีอุส”

“แล้วพวกที่เหลือละ” เกลมองราชันย์มังกรทั้งหกที่ยืนล้อมเธอกับสกีอุส ทั้งหกยังคงอยู่ในร่างมังกร

“นั่นคือราชันย์มังกรทั้งหก ผู้เป็นจ้าวป่าทั้งหก ส่วนป่านี้ข้าคือผู้ปกครอง” สกีอุสตอบ

“อืม…แล้วเรื่องที่จะให้ช่วยคือเรื่องอะไรเหรอ รีบ ๆ หน่อยละ อีกเดี๋ยวฉันก็ต้องพักแล้วนะ” เกลบอกเมื่ออักขระสีแดงได้เลือนหายไปจากผิวกายจนสิ้น

“ช่วยฟื้นฟูเผ่ามังกร ปลดปล่อยพวกเราจากคำสาป” จักรพรรดิมังกรเอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียงเศร้าสร้อยสีหน้าหม่นหมอง

“เพราะมีเพียงพวกเราเท่านั้นที่มีพลังมากพอจะคลายคำสาปสามารถแปลงกายได้ แต่มังกรที่เหลือนั้นไม่สามารถทำได้ ทำให้พวกเราต้องเผชิญกับความทุกข์ยากมานับพันปี เกียรติยศตกต่ำจนบางส่วนต้องกลายเป็นสัตว์เลี้ยง อยู่อย่างหลบซ่อนและหวาดระแวง”

“แล้วฉันจะช่วยอะไรได้บ้างละ” เกลถามขึ้น

“นั่นขึ้นอยู่กับความสามารถของท่านในตอนนี้” จักรพรรดิมังกรตอบกลับ

“การคลายคำสาปไม่ใช่เรื่องง่าย มันคือภารกิจของผู้กล้า ซึ่งผู้ที่ได้รับเลือกเท่านั้นจะสามารถทำได้ แม้ท่านจะแข็งแกร่งเพียงใด แต่ถ้าไม่ใช่ผู้ถูกเลือกก็เปล่าประโยชน์ สามพันปีที่ผ่านมา พวกเราได้ส่งตัวแทนมากมายไปเผชิญบททดสอบผู้กล้า แต่ก็ไร้ผล”

“วุ่นวายจังนะ ปัญหาของพวกคุณเนี่ย แต่ฉันคงช่วยอะไรไม่ได้สินะ” เด็กหญิงว่า

“ได้สิ ช่วยบรรเทาความเดือดร้อนของพวกเรา มีปัญหามากมายที่พวกเราแก้ไขไม่ได้ แต่ท่านน่าจะพอช่วยได้” สกีอุสใช้ดวงตาสีทองจ้องหน้าเกลอย่างจริงจัง

“เพราะไม่สามารถกลายร่างได้ ทำให้มีปัญหาในเรื่องอาหารการกินและที่อยู่อาศัย แม้พวกเราจะสร้างมิติใหม่ขึ้นมาเป็นที่อาศัยและได้รับความช่วยเหลือจากเผ่าภูตในเรื่องนี้ ทว่าเรายังคงประสบปัญหาขาดแคลนทรัพยากร อาหารที่ไม่เพียงพอ ที่อยู่ที่ไม่ปลอดภัย ถูกรุกรานเพื่อขโมยไข่และตัดอวัยวะ มังกรอย่างเราอายุยืนมากกว่าปีศาจ น้อยกว่าภูต มีลูกยาก ใช้เวลาตั้งท้องนับสิบปีและต้องรอไข่ฟักอีกร้อยกว่าปี นี่คือปัญหาที่พวกเราต้องเผชิญ”

“อ่า…นั่นก็ พอมีอะไรที่ช่วยได้อยู่นะ” ดวงตาของมังกรทั้งเจ็ดฉายประกายความหวังแวววาวขึ้นมาทันที

“เกลิอาได้ให้พลังฉันไว้อย่างหนึ่ง เป็นพลังที่เกิดขึ้นจากคำสาปของเธอ หัวใจต้องสาป” เกลวางมือลงบนอกซ้าย

“เธอบอกฉันว่าหัวใจต้องสาปนี่มีพลังในการรังสรรค์ แต่ต้องใช้เวลาบ่มเพาะพลังสักหน่อย ตอนนี้มันก็มากพอจะสร้างอะไรได้สักอย่างขึ้นมา เพียงแต่พลังมันมากพอจะตอบสนองความต้องการของพวกคุณได้หมดหรอกนะ” เด็กหญิงมองหน้าสกีอุส

“ฉันต้องการที่ที่เชื่อมต่อกับพวกคุณได้ทั้งหมด ที่ที่มีแต่พวกในเผ่าคุณเท่านั้นที่สามารถเข้าออกได้ พวกอื่นไม่สามารถเข้ามาได้หากไม่ได้รับอนุญาต ที่ที่ไม่มีใครอาศัยอยู่เลย ที่ที่กว้างมาก ๆ”

“เรามีที่แบบนั้นอยู่ หนึ่งในมิติอาศัยของพวกเรา สวนรกร้าง” จักรพรรดิมังกรกล่าวขึ้น พลันนั้นเหล่าราชันย์มังกรก็กลายร่างมนุษย์ สกีอุสร่ายเวทเคลื่อนย้าย เพียงพริบตาเดียวทั้งหมดก็มาอยู่ภายในมิติแห่งหนึ่ง

 ภายในมีมิติแยกย่อยมากมาย และสถานที่ที่เกลถูกพาตัวมา คือมิติศูนย์กลาง…สวนรกร้าง สถานที่ซึ่งต้นไม้ไม่ผลิใบและดอกไม้ไม่ออกดอก แต่กิ่งก้านของต้นไม้มีผลดกพวงใหญ่ ลำต้นของดอกไม้มีใบไม้งอกงาม พื้นดินมีหญ้านุ่มขึ้นปกคลุมเป็นผืนพรมสีเขียวสดกว้างไกลสุดสายตา ตัดกับสีของท้องฟ้าที่ไร้กาลเวลา มีเพียงสีขาวขุ่นมัวราวม่านหมอก ไร้แสงเจิดจ้าของดวงตะวันและแสงนุ่มนวลของจันทรา แต่ก็ไม่มีเงามืดของหมู่เมฆและประกายของดวงดาว

“นี่คือสถานที่ที่ตรงกับเงื่อนไขของท่านทุกประการ” สกีอุสบอกเกลที่กำลังมองรอบตัวอย่างสำรวจ

“เป็นที่ที่แปลกดีนะ มันมีไว้ทำไมน่ะ” เด็กหญิงถามขึ้น

“นี่คือสวนที่รวมพืชพันธุ์วิเศษไว้ เผ่าภูตได้นำมันมาฝากไว้กับพวกเราให้ช่วยดูแล พืชพวกนี้คือพืชที่มีอยู่แต่ในแดนภูตเท่านั้น แต่ที่ถูกนำบางส่วนมาอยู่ที่นี่ ก็เพื่อเป็นแหล่งสำรองเผื่อพวกมันจะสูญพันธุ์ในอนาคต”

“ว้าว แดนภูตงั้นเหรอ ฉันไม่เคยไปเลยแฮะ อยากลองไปสักครั้งจัง” เกลยิ้มออกมา

“หากมีโอกาสหน้า พวกข้าจะนำท่านเยี่ยมชมแดนภูตเอง”สกีอุสบอก

“จะรอนะ งั้นตอนนี้ก็…มาเริ่มกันเลยเถอะ การฟื้นฟูเผ่ามังกร ขอมีดหน่อยสิ เป็นมีดเงินหรือทองเท่านั้นนะ แค่อันเดียวก็พอ” ราชันย์มังกรอัญมณีรีบยื่นมีดสั้นสีเงินแวววาวให้เกลทันที เด็กหญิงรับมาแล้วดูอย่างพึงพอใจ

“เป็นมีดที่ดี ต่อไปก็…ช่วยขุดหลุมให้หน่อยสิ ไม่ต้องลึกมากนะ เอาแค่ถึงข้อศอฉันก็พอ แต่กว้างหน่อย สักประมาณ…บ่อน้ำละกัน ตรงใจกลางช่วยขุดให้ลึกลงอีกหน่อยนะ และก็ขอน้ำสะอาด ๆ สักแก้ว อ้อ…ขอเป็นแก้วที่ทำจากอัญมณีที่บริสุทธิ์หน่อยนะ”

 ราชันย์มังกรปฐพีขุดดินตามที่เกลบอกด้วยการกระทืบเท้าเพียงครั้งเดียว หลุมลึกบนผืนหญ้าพลันปรากฎขึ้นเป็นบ่อขนาดกลางที่รอน้ำเติมเต็ม ราชันย์มังกรอัญมณีสร้างแก้วที่แกะสลักจากเพชรทั้งก้อน ราชันย์มังกรน้ำสร้างบอลน้ำขึ้นมาแล้วใส่แก้วใบนั้น

“ดี ๆ แค่นี้ก็พอแล้วละ ต่อไปก็หน้าที่ของฉันแล้ว”

 เกลมองมีดสั้นสีเงินแวววาวในมีดด้วยสายตาเด็ดเดี่ยว ก่อนจะแทงมีดเข้าไปที่อกซ้าย กรีดลงสร้างรอยแผลฉีกกว้าง จากนั้นก็เอามีดออกมาแล้วใช้มือล้วงเข้าไปในอก ดึงหัวใจออกมาอย่างนิ่มนวล ใช้มีดเฉือนชิ้นเนื้อนั้นออกมาเล็กน้อย ก่อนจะยัดหัวใจชุ่มเลือดดวงนั้นกลับไปในอกเช่นเดิม ชิ้นส่วนหัวใจที่ถูกเฉือนออกมามีอักขระเวทสีทองที่อ่อนแสงลง…คำสาปจากนางฟ้า

“เจ็บชะมัดเลย นังนางฟ้านั่น” เด็กหญิงกัดฟันพึมพำ มือที่สั่นระริกวางชิ้นส่วนของหัวใจลงในใจกลางหลุม กลบดินแล้วรดน้ำจากแก้วเพชร

 มือคู่น้อยที่ชุ่มเลือดวางลงบนพื้นดินที่เปียกชุ่มด้วยน้ำบริสุทธิ์และหยดเลือดจากปากแผลที่กำลังสมานตัวช้า ๆ เด็กหญิงหลับตาลง อักขระเวทสีแดงเริ่มผุดพรายขึ้นมาบนผิวกาย ปากเริ่มเอื้อนเอ่ยถ้อยคำออกมา

“ด้วยพลังสร้างสรรค์ของหัวใจต้องสาปดวงนี้ จงก่อเกิดขึ้น น้ำพุที่ไม่มีวันหยุดไหลจนกว่ามิตินี้จะสิ้นไป น้ำพุที่สามารถเพาะปลูกพืชพันธุ์ให้งอกงามได้ด้วยการรดน้ำเพียงครั้งเดียว ทำให้ต้นไม้สามารถออกผลได้ไม่มีวันหมด ใบไม้แตกใบได้ก่อนจะร่วงโรยจนสิ้น”

 เกิดแสงสีทองสว่างวาบขึ้นจากหลุม เกลเอามือออกแล้วเดินออกจากบริเวณนั้น เมื่อแสงสว่างนั้นสิ้นไป สิ่งที่อยู่ตรงหน้าคือตาน้ำพุที่ผุดขึ้นแล้วเริ่มไหลริน ของเหลวสีใสเริ่มเอ่อล้นจนถึงขอบบ่อ กลายเป็นบ่อน้ำสีทองส่องประกายแวววาว

“ฉันขอตั้งชื่อว่าน้ำพุแห่งชีวิตละกัน น้ำจากบ่อนี่จะทำให้พวกคุณมีต้นไม้ที่ออกผลเต็มต้นตลอดและใบไม่ร่วงหมด แต่ถ้าดื่มกันตรง ๆ รสชาติและสรรพคุณก็ไม่ต่างอะไรจากน้ำเปล่าธรรมดาหรอกนะ เพราะพลังฉันยังสะสมได้ไม่มากพอเลยได้แค่นี้แหละ พวกคุณก็ใช้กันดี ๆ ละ อย่าเอามันออกไปนอกเผ่ามังกรนะ อ๊ะ! แต่เว้นแดนภูตให้ก็ได้ แต่ถ้าไม่จำเป็นฉันก็ไม่อยากให้เอามันออกไปนะ มันเป็นสิ่งที่มีค่ามากและถ้าหลุดออกไปโลกภายนอก พวกคุณคงวุ่นวายยิ่งกว่าเดิม และเจ้าพวกนั้นคงได้สร้างงานให้ฉันเพิ่มอีกแน่…อัคคีสีขาวน่ะ” เกลบอก นัยน์ตาสีฟ้าใสมองน้ำพุที่เธอสร้างขึ้นมา

“ขอบคุณท่านมาก นี่ก็ช่วยเรื่องอาหารของเราได้มากทีเดียว” จักรพรรดิและราชันย์มังกรก้มหัวค้อมกายให้อย่างนอบน้อม

“อืม งั้นก็หมดเวลาของฉันแล้วสินะ” เกลส่งยิ้มให้บาง ๆ

“ลาก่อน สักวันพวกเราคงได้เจอกันอีก” พลันนั้นเกิดกลุ่มก้อนประกายแสงราวดวงดาวที่อัดแน่นผุดขึ้นมาจากอากาศที่ว่างเปล่า ร่างของเด็กหญิงเริ่มเลือนหายเข้าไปในกลุ่มประกายแสงนั้น

“พวกเราจะรอนะ ท่านผู้มีคุณ” จักรพรรดิมังกรเอ่ยขึ้นด้วยอย่างซาบซึ้ง และนั่นคือคำพูดสุดท้ายที่เธอได้ยิน

แล้วนับตั้งแต่นั้นเป็นต้นมา ท่านผู้มีคุณคือบุคคลที่เผ่ามังกรได้ให้ความเคารพยกย่องในฐานะหนึ่งในผู้ช่วยที่ทำให้ปัญหาความอดอยากลดลง มังกรทุกสายพันธุ์ต่างเป็นพวกที่กินพืชได้ ทั้งพวกที่กินอย่างเดียวหรือสองอย่าง เพราะน้ำพุแห่งชีวิตทำให้สามารถเพิ่มผลผลิตจนเพียงพอต่อความต้องการ และนี่คือผลงานแรกที่เกิดขึ้นจากหัวใจต้องสาปของเกล

——————————————

“เรื่องก็เป็นเช่นนี้แหละ” จักรพรรดิมังกรกล่าวหลังเล่าจบแล้ว เกลนิ่งเงียบไปเมื่อรู้วีรกรรมในอดีตของเธอ ส่วนกอสเริ่มครุ่นคิด เพราะรู้สึกติดใจสงสัยอะไรบางอย่าง

อืม…เรื่องราวนี้คงเป็นช่วงหลังจากที่นายท่านจัดการโจรเทาพวกนั้นสินะ แต่มันมีอะไรแปลก ๆ อยู่นะ เจ้ามังกรนี่เล่าความจริงไม่หมดหรือเปล่าเนี่ย จากที่ฟังมา ตัวนายท่านในตอนนั้นดูราวกับคนละคนในตอนนี้เลยนะ ไม่สิ!ถ้ากลายเป็นผู้กอบกู้ก็ต้องเปลี่ยนไปอยู่แล้วละ ไหนจะเสียความทรงจำอีกแต่…ทำไมนายท่านในตอนนั้นถึงกล่าวถึงเกลิอาได้อย่างเกลียดชังขนาดนั้นเล่า นางฟ้าที่น่าเคารพยกย่องของอาณาจักรโฮรัสและเป็นผู้มอบพลังผู้กอบกู้ให้ นายท่านเองก็น่าจะมีความเคารพเสียบ้างสิ หรือตัวนายท่านในตอนนั้นจะไปรู้อะไรมา เด็กหนุ่มพยายามคิดหาความรู้สึกแปลกประหลาดที่ว่าจากการบอกเล่าของสกีอุส

“แล้วนั่นคือ น้ำพุนั่นเหรอคะ” หลังจากเข้าใจเรื่องราวต่าง ๆ แล้ว เกลก็ถามขึ้น ตามองบ่อน้ำพุสีทองที่อยู่หลังจักรพรรดิมังกร

“ใช่ นี่คือสิ่งที่เกิดจากพลังแห่งการรังสรรค์จากหัวใจต้องสาปของผู้กอบกู้” สกีอุสตอบด้วยน้ำเสียงนอบน้อม

“แล้วตอนนี้โชคชะตาก็ได้ชักนำให้พวกเราได้มาเจอกันอีกครั้ง” สกีอุสมองเกลอย่างมีความหวัง

“ครานี้ท่านมาในฐานะผู้กล้า ผู้ที่จะช่วยเผ่าพันธุ์เราให้พ้นจากความตกต่ำและยากลำบากตลอดสามพันปีที่ผ่านมา ได้โปรด ช่วยปลดปล่อยพวกเราจากคำสาปร้ายนี่ด้วยเถิด” กอสผู้ชังมังกรลอบกลอกตามองบนกับคำขอของจักรพรรดิมังกรที่แทบจะคุกเข่าหมอบพื้นแทบเท้าเกลเลยทีเดียว

“แล้วเป็นผู้กล้าจะต้องทำอะไรบ้างละ” กอสถามขึ้น ทำเอาดวงตาสีทองของสกีอุสสาดประกายความหวังใส่ทันที จนเจ้าหมาจอกรู้สึกเหมือนตาพร่ามัวไปชั่วขณะ

“ภารกิจของผู้กล้าที่พวกท่านต้องทำคือ...เข้าไปในเขาวงกต ใต้เทือกเขามรณะ” เมื่อได้รับฟังภารกิจจากจักรพรรดิมังกรแล้ว กอสถลึงตามองใส่อย่างเดือดดาลแทบจะทันที

ไอ้พวกกิ้งก่ามีปีกนี่! เก่งจนจะครองโลกได้ทำไมถึงไม่มีปัญญาแก้ปัญหาตัวเองล่ะเว้ย!”

“แหม แย่จังที่มังกรน้ำอย่างพวกเราไม่มีปีก” ราชันย์มังกรน้ำเผยยิ้มแพรวพราวออกมาอย่างขบขันในคำกล่าวนั้น

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 4 ครั้ง

379 ความคิดเห็น

  1. #349 Mhew_happy (@mhew1209) (จากตอนที่ 111)
    วันที่ 2 พฤศจิกายน 2560 / 17:32
    นึกว่าจะดองยาวซะแล้ว รอนะคะ~
    #349
    1
    • #349-1 Maru-Sama (@maru-sama) (จากตอนที่ 111)
      2 พฤศจิกายน 2560 / 18:01
      แฮะ ๆ ขอบคุณที่ยังติดตามนะครับ
      #349-1