Alone (rainverse) | nomin

ตอนที่ 3 : PART 3

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 40
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 8 ครั้ง
    13 ก.ค. 62

RAINVERSE: Alone

PART 3

 

 

โทรศัพท์มือถือเครื่องหรูถูกหยิบออกมาพร้อมกับแตะหน้าจอลงไปที่ชื่อของชายหนุ่มที่เข้ามามีบทบาทในชีวิตของแจมินในช่วงนี้ เขารอให้ปลายสายรับอยู่นานพอควรจนเกือบจะยกหูออกทว่าเสียงทุ้มกลับรีบร้อนตอบกลับหลังจากกดรับทันที

 

/ครับคุณแจมิน/  เสียงตอบปนหอบทำให้คนฟังนึกสงสัยว่าอีกฝ่ายกำลังทำอะไรอยู่กันแน่นะ

 

“คุณเจโน่ว่างไหมครับ ถ้าไม่ว่างไว้ผมโทรไปใหม่ก็ได้นะครับ”

 

/ว่างครับว่าง/  เจโน่รีบยืนยันว่าตัวเองนั้นว่างที่จะสนทนากับเจ้าของเสียงแหบห้าวนี้ขนาดไหน  /คุณแจมินมีอะไรหรือเปล่าครับ หรือว่าอาการเหงากำเริบ/

 

“ผมไม่ได้เหงาครับ...หมายถึงตอนนี้ไม่ได้เหงา”

 

/อ่าว/

 

“ก็คุณเจโน่บอกกับผมว่าให้ผมกลับมาแล้วส่องกระจกดู ผมทำแล้วนะครับ”

 

ปลายสายยิ้มก่อนจะถามกลับด้วยเสียงเรียบ  /เป็นยังไงครับสดใสเหมือนดอกทานตะวันหรือเปล่า/

 

“คุณเจโน่กำลังชมว่ายิ้มของผมสดใสสินะครับ”

 

/ครับ/  เกิดความเงียบระหว่างการสนทนาของทั้งคู่ ไม่ใช่เพราะมันน่าอึดอัดแต่เพราะมันชวนเขินจนต่างฝ่ายต่างกำลังยิ้มให้กันผ่านโทรศัพท์มือถือต่างหาก

 

“งั้น...แค่นี้ก่อนนะครับ”

 

/เดี๋ยวครับ/

 

“ครับ”

 

/คุณแจมินเขินไหมครับ/

 

“คุณเจโน่ถามอะไรเนี่ย”

 

/แล้วเขินไหมครับ/

 

“เขินมั้งครับ”

 

/ผมก็เขินครับ แล้วก็....ฝันดีนะครับคุณดอกทานตะวัน...ของผม/  เจโน่ชิงวางสายก่อนที่ตัวเองจะเขินไปมากกว่านี้ ก่อนหน้าที่เขาจะเจอกับแจมินเขามองว่าชีวิตแทบไม่มีอะไรถูกสร้างให้มาเป็นชิ้นเป็นอันเลย แม้การมองโลกในแง่ดีของเขาจะทำให้การใช้ชีวิตนั้นเต็มไปด้วยความสุขแต่ก็ปฏิเสธไม่ได้เลยว่ามีบางอย่างที่รู้สึกขาดหายไป เขาเฝ้าตามหาคำตอบภายในใจอยู่นานหลายปีจนกระทั่งที่ตอนนี้กำลังรู้สึกเหมือนตัวเองเข้าใกล้คำตอบเข้าไปทุกที

 

แต่ความลับอีกหนึ่งข้อที่เขายังหาคำตอบให้กับตัวเองไม่ได้คืออีกสิ่งที่ทำให้ชีวิตนี้ดูยากลำบากมากขึ้น อาการที่ไม่สามารถได้ยินเสียงอะไรได้เลยยามเมื่อฝนตกทำเอาตลอดยี่สิบกว่าปีที่ผ่านมานี้ต้องนั่งตั้งคำถามว่าเพราะอะไรร่างกายของเขาถึงมีสภาพเช่นนี้กันนะ แต่ก่อนที่คำตอบจะถูกชี้แนะไปในทางที่ถูกเขาได้เข้ารับคำปรึกษาจากคุณหมอท่านหนึ่งซึ่งเขาพูดเอาไว้ว่ากรณีแบบนี้แทบจะไม่เคยเกิดขึ้นเลยและมันก็รักษาหายได้เมื่อเจอกับใครสักคนที่มีอาการเหมือนกัน

 

ฟังดูน่าเหลือเชื่อแต่เจโน่ก็พร้อมเชื่อเช่นนั้น คุณหมอคนดังกล่าวบอกกับเขาว่าเนื้อคู่จะมีคุณสมบัติแบบเดียวกันคือไม่ได้ยินเสียงอะไรเลยตอนฝนตกแต่จะได้ยินเสียงของเขาแค่คนเดียวเท่านั้น ช่วงวัยรุ่นเขามักเดตในช่วงฝนตกและผลก็ออกมาเหมือนเดิมคือเขาไม่ได้ยินเสียงของใครและคนเหล่านั้นก็ได้ปฏิเสธเขาในเวลาต่อมา

 

เขาหวังว่าสักวันจะได้เจอกับใครสักคนที่เกิดมาเพื่อเขาและเขาก็เกิดมาเพื่อคน ๆ นั้นเช่นกันและตอนนี้ก็หวังว่าจะให้เป็นคนที่สดใสดั่งดอกทานตะวัน

 

เช้าวันรุ่งขึ้นแจมินไม่จำเป็นต้องไปที่บ้านของเจโน่เพราะอีกฝ่ายบอกเอาไว้ว่าวันนี้เขาติดคิวลูกค้าคนอื่นที่มาบำบัดความเหงา วูบหนึ่งเขาคิดว่าการรักษาของเจโน่นั้นคงจะหลากหลายชนิดที่ว่าอาจคลายเหงาในวิธีอื่น ๆ ที่ค่อนข้างถึงเนื้อถึงตัวด้วยซ้ำเพราะดูท่าทางแล้วอีกฝ่ายก็ดูจะใช่ย่อยแต่ความคิดนั้นก็หยุดลงงเมื่อเขาเองรู้สึกไม่ค่อยดีเท่าไหร่ที่ไปจินตนาการแบบนั้น

 

ในวันที่แสงแดดอ่อน ๆ แบบนี้เหมาะแก่การออกไปข้างนอกเพื่อสูดอาการบริสุทธิ์แท้ ๆ แต่แจมินกลับเลือกฝังตัวเองไว้กับเตียงนอน สถานที่ ๆ เขารู้สึกปลอดภัยที่สุด มือหนาหยิบเอาโทรศัพท์มือถือขึ้นมากดเล่นไปเรื่อย ๆ จนเผลอโทรหาใครบางคนเข้า

 

/ครับ/  แจมินนิ่งไปพร้อมกับยกหูออกโดยที่ยังไม่ได้กดวางก่อนจะเอากลับมาแนบหูอีกครั้ง  /ว่าไงครับคุณดอกทานตะวัน/

 

“เออ....”

 

/เหงาใช่ไหมครับ/

 

“ครับ”  ชายหนุ่มตอบกลับไปเบา ๆ เพราะเขาไม่อยากโกหก การได้ยินเสียงของเจโน่ทำให้รู้สึกเหมือนหัวใจถูกกอดแล้วมันก็มักจะสลายความเหงาลงไปได้

 

/ให้ผมไปหาไหมครับ/

 

“คุณเจโน่เสร็จงานแล้วเหรอครับ”

 

/ตอนนี้ยังครับ แต่ถ้าเสร็จแล้วผมจะไป/

 

“งั้นผมจะส่งที่อยู่ให้นะครับ”  แจมินบอกอย่างกระตือรือร้นและมันก็บ่งบอกออกมาจากน้ำเสียงนั้น

 

/ดีใจขนาดนั้นเลยเหรอครับที่ผมจะไปหา/

 

แจมินเงียบไปพักหนึ่งก่อนจะสูดลมหายใจเข้าเต็มปอดแล้วเริ่มพูดอีกครั้ง  “คุณเจโน่”

 

/ครับ/

 

“ผมเป็นอะไรก็ไม่รู้ เวลาเหงาผมจะคิดถึงเสียงคุณ แค่ได้ยินก็หายเหงาแล้วแบบนี้คืออาการที่ผมติดคุณจากการบำบัดหรือเปล่าครับ”

 

/เดี๋ยวผมไปตอบนะครับ ผมทำงานก่อน/

 

“ครับ”

 

หลังจากวางสายสิ่งที่แจมินทำคือการลุกไปล้างหน้าล้างตาพร้อมกับแต่งตัวให้ดูดี จะว่าไปอาการแบบนี้อาจเรียกได้ว่าการเตรียมตัวเดตเลยมั้ง เพราะไม่ว่าจะตอนที่ยืนเซตผมตรงหน้ากระจกหรือตอนฉีดน้ำหอมใส่ทั่วตัวก็ดูจะเป็นการเตรียมตัวเพื่อเจอคนพิเศษทั้งนั้น เขาจ้องตัวเองในกระจกอีกครั้งก่อนจะตั้งคำถามเบา ๆ ว่า  “ใจเต้นแรงขนาดนี้มันคือความรักเหรอ”

 

เขารอจนเวลาผ่านไปเกือบสามชั่วโมงเสียงกริ่งหน้าประตูก็ดังขึ้น ชายหนุ่มรีบดีดตัวออกจากโซฟาเพื่อพุ่งตัวเปิดประตูทั้ง ๆ ที่เขาอยู่ห่างจากมันไม่กี่ก้าวเท่านั้น  “เชิญครับ”  รอยยิ้มสดใสถูกมอบให้เป็นอย่างแรกตามด้วยเสียงเจื้อยแจ้วที่เอ่ยทักทาย  “อรุณสวัสดิ์ครับ”

 

“วันนี้สดใสจังเลยนะครับคุณแจมิน”

 

ชายหนุ่มเม้มปากแน่นเพื่อข่มอาการตื่นเต้นเอาไว้ก่อนจะพยักหน้ารับแล้วผายมือเชิญอีกฝ่ายให้เข้ามาด้านในห้อง กายบางเดินตัวปลิวไปหยิบเอากาน้ำร้อนมาเทใส่แก้วที่มีใบชากลิ่นพีชใส่อยู่ก้นแก้ว  “ผมไม่มีดอกคาโมมายล์แบบคุณเจโน่ ผมมีแค่ชาพีชหวังว่าจะพอแทนกันได้นะครับ”

 

“ไม่ใช่กาแฟดำเข้ม ๆ ก็พอครับ”  เจโน่ตอบพร้อมกับรับแก้วชามาถือไว้

 

“คุณเจโน่ไม่ชอบดื่มกาแฟเหรอครับ”

 

“ไม่เชิงครับ ผมแค่รู้สึกว่าดื่มมากไปมันไม่ดี”

 

“ผมชอบมากเลยนะครับ”

 

“อย่าดื่มเยอะเลยนะครับคุณแจมิน บางอย่างก็ควรทำให้มันอยู่ในระดับที่พอดี”  เจโน่บอกปนดุด้วยน้ำเสียงราบเรียบแต่แฝงไปด้วยความนุ่มนวล เขาไม่ได้สั่งแต่เป็นเชิงขอร้องมากกว่าจึงทำให้คนฟังไม่ได้รู้สึกถูกคุกคาม

 

“ครับ ผมจะลดเรื่องกาแฟ”

 

“ดีแล้วครับ”  เจโน่ตอบพร้อมกับจ้องไปที่ดวงตาของอีกฝ่ายเพื่อต้องการหาคำตอบอะไรบางอย่าง  “เหงาไหมครับ อยู่คนเดียวแบบนี้”

 

“เหงาสิครับ ไม่งั้นจะไปหาคุณเจโน่เหรอ”

 

“นั่นสินะครับ”

 

“คุณเจโน่เคยใจเต้นแรงตอนอยู่กับใครสักคนไหมครับ”  ไม่รู้ว่าเจ้าตัวไปเอาความกล้ามาจากไหนเพราะหลังจากที่ถามออกไปเขาก็พาตัวเองไปนั่งข้าง ๆ เจโน่ถามยังไปคว้าเอาฝ่ามือหนาของอีกฝ่ายมาทาบไว้กลางหน้าอกอีกต่างหาก  “คุณเจโน่รู้สึกไหมครับว่ามันเต้นแรง”

 

เจโน่ยิ้มและไม่ได้ตอบอะไรออกไป เขาเลื่อนใบหน้าเข้าไปใกล้อีกฝ่ายก่อนจะประทับริมฝีปากไว้ที่แก้มเนียนเบา ๆ แล้วขยับออกมาเล็กน้อยเพื่อให้ลมหายใจอุ่น ๆ นั้นยังคงเป่ารดปลายจมูกมนอยู่แบบนั้น  “เต้นแรงกว่าเดิมอีกนะครับ”

 

แจมินเบิกตากว้างแต่ไม่ได้ขัดขืนซ้ำยังขยับเข้าไปใกล้เพื่อลดระยะลงอีกก่อนจะหลับตาแล้วประกบริมฝีปากเข้าหาอีกฝ่ายทันที จูบแสนธรรมดาไม่มีการรุล้ำกลับตราตรึงใจคนทั้งคู่ได้เป็นอย่างดี กว่าพวกเขาจะถอนจูบออกก็กินเวลานานพอควร อ้อมแขนที่เกร็งเอาไว้ข้างตัวในตอนแรกถูกเลื่อนให้มาประคองกอดคนตัวบางเอาไว้ แขนเล็กสอดเข้าไปตรงข้างตัวแล้วจับเสื้อเชิ้ตสีขาวจนเป็นรอยยับ

 

เจโน่ขยับตัวออกมาเล็กน้อยก่อนจะดึงอีกฝ่ายเข้ามากอดเอาไว้ แพขนตาหนากระพือรัวเพราะเขาแทบไม่เชื่อว่าตัวเองจะใจกล้าจูบเจโน่ก่อนแบบนี้ แจมินซบหน้าลงกับช่วงไหล่กว้างก่อนจะกระชับอ้อมกอดให้แน่นขึ้น  “จูบแล้วใจเต้นกว่าเดิมอีก”

 

ชายหนุ่มขำเบา ๆ ด้วยความเอ็นดูจากนั้นก็กดจมูกลงไปที่กลุ่มผมนุ่ม  “คุณทานตะวันกำลังจะทำผมคลั่งแล้วรู้ตัวไหมครับ”

 

“ผมทำอะไรครับ”

 

“คุณน่าเอ็นดู น่าทะนุถนอมแล้วก็น่ารัก รู้ตัวไหมว่าผมชอบคุณตั้งแต่ครั้งแรกที่เห็นเลยนะครับ”

 

แจมินเด้งตัวออกมาจากอ้อมกอดด้วยดวงตาที่เป็นประกาย หัวใจที่เคยเหี่ยวเฉาในตอนแรกเหมือนถูกฝนห่าใหญ่รดน้ำให้จนมันชุ่มฉ่ำขึ้นมาในตอนนี้  “แต่ว่าคุณเจโน่ไม่ได้มีใครอยู่แล้วเหรอครับ”

 

“ถ้าผมมีผมจะจูบกับคุณแจมินทำไมครับ”

 

“ก็...”

 

“ก็อะไรฮึ”

 

“ไม่รู้แล้วครับ”  หัวกลมมุดเข้าไปที่กลางอกของคนตรงหน้าพร้อมกับถูไปมาเหมือนลูกแมวกำลังอ้อนเจ้าของ  “ถ้าผมเหงาอีกผมจะไปหาคุณเจโน่ได้ไหมครับ”

 

“ได้สิครับ ทำไมจะไม่ได้ล่ะ”

 

“กลัวคุณรำคาญ”

 

“คิดมาก ว่าแต่ตอนนี้เราลองมาเลื่อนสถานะจากนักบำบัดความเหงากับลูกค้าเป็นคนที่กำลังชอบกันได้ไหมนะ”  แจมินพยักหน้าตอบเพราะเขาเขินเกินกว่าจะตอบอะไรออกมาเป็นประโยคได้อีก  “เขินแล้วน่ารักกว่าเดิมอีกนะครับ”

 

“หยุดเลยนะคุณเจโน่”

 

“ฮ่า ๆ หยุดก็ได้ครับนี่ผมเห็นว่าคนน่ารักขอร้องหรอกนะ”

 

“คุณเจโน่”

 

“ฮ่า ๆ ครับ ๆ ไม่พูดแล้ว”

 

#nmalone

 

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 8 ครั้ง

3 ความคิดเห็น