Alone (rainverse) | nomin

ตอนที่ 2 : PART 2

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 44
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 10 ครั้ง
    13 ก.ค. 62

RAINVERSE: Alone

PART 2

 

 

สิ่งแรกที่ชายหนุ่มทำหลังจากลืมตาขึ้นมานั้นคือการเดินไปเปิดหน้าต่างเพื่อรับเอากลิ่นไอของอากาศยามเช้าเข้าปอด สายตาหม่นทอดมองผืนหญ้าด้านล่างอย่างเลื่อนลอย เขายืนค้างอยู่แบบนั้นจนกระทั่งโทรศัพท์ตรงข้างหมอนสั่นครืนเป็นสัญญาณบอกว่ามีสายเข้า

 

เขาหยิบมันขึ้นมาก่อนจะเพ่งสายตามองลงไปว่าใครกันนะที่โทรมาตอนเช้าขนาดนี้ เมื่อเห็นว่าปลายสายเป็นใครก็ไม่รีรอที่จะกดสายรับเลย  “ครับ”

 

/เดาว่าคงตื่นแล้ว อรุณสวัสดิ์นะครับ/  เสียงทุ้มลึกตอบกลับหลังจากรับสาย ความอบอุ่นที่แผ่ผ่านน้ำเสียงนั้นเหมือนกำลังโอบกอดหัวใจดวงน้อยรับวันใหม่

 

“คุณเจโน่รู้ได้ยังไงครับว่าผมตื่นแล้ว”

 

/ส่วนใหญ่คนที่เหงาจะไม่ค่อยนอนนานเท่าไหร่ครับ ผมคิดว่าอย่างคุณแจมินน่าจะชอบตื่นมาสูดกลิ่นอากาศตอนเช้าด้วยซ้ำเพราะฉะนั้นเลยลองเสี่ยงโทรหาดู/

 

“แล้วถ้าผมเกิดด่าขึ้นมาล่ะครับจะทำยังไง”  แจมินพูดติดตลก

 

/คุณไม่ทำแบบนั้นหรอกครับ ผมรู้/

 

“อะไร ๆ ก็รู้ไปหมด คุณเจโน่มานั่งในใจผมเหรอครับ”

 

/แล้วอนุญาตให้นั่งไหมครับ/  คนถูกถามนิ่งไปพร้อมกับลมหายใจที่หนักหน่วง แจมินไม่ได้ปฏิเสธเพราะลึก ๆ เขาก็ยังอยากมีใครสักคนไว้คอยอยู่ข้างกาย แต่สำหรับเจโน่แล้วมันออกจะยากไปเพราะเพิ่งรู้จักกันได้เพียงหนึ่งวันเท่านั้น  /ไม่ต้องตอบตอนนี้ก็ได้ครับ ผมเข้าใจ ว่าแต่วันนี้พอจะว่างไหมครับผมมีอะไรให้คุณแจมินได้ทำ/

 

“สาย ๆ ผมจะเข้าไปหานะครับ”

 

/ครับ/

 

ถนนสายเดิมที่แจมินเดินมุ่งหน้าไปยังบ้านหลังเดียวกับเมื่อวานรายล้อมไปด้วยต้นไม้และพุ่มดอกนานาพันธุ์ เขานึกแปลกใจไม่น้อยว่าเหตุใดความสวยงามแบบนี้ถึงไม่ได้อยู่ในความทรงจำของเขาทั้ง ๆ ที่มันเพิ่งผ่านมาไม่นานนี่เอง อากาศแสนสบายไม่ร้อนและเย็นจนเกินไปทำให้การเดินเพียงลำพังไม่เหงาเท่าที่ควรหรือไม่ก็เพราะปลายทางคือความสบายใจกำลังรออยู่เลยไม่มีช่องว่างเหลือพอให้แจมินต้องเหงา

 

แผ่นหลังกว้างชุ่มไปด้วยเหงื่อจนเสื้อยืดสีขาวแนบสนิทไปกับผิวกาย เขาหันกลับมาทางเสียงเท้าของผู้มาใหม่โดยลืมคำนึงไปว่าตนไม่ได้อยู่ในสภาพที่เหมาะแก่การรับแขกเท่าไหร่นัก  “มาแล้วเหรอครับ มาปลูกต้นไม้กัน”

 

ดวงตาที่เหมือนคนง่วงตลอดเวลาของแจมินเบิกกว้างเมื่อเขาได้เห็นแผงอกและหน้าท้องที่เต็มไปด้วยมัดกล้าม  “ครับ”  เขาตอบเบา ๆ ก่อนจะเบนหน้าไปทางอื่น

 

“มาสิครับ ผมเตรียมพวกปุ๋ยแล้วก็อุปกรณ์ต่าง ๆ ไว้แล้วเหลือแค่รอคุณมาปลูกมันนะครับ”  แจมินไม่รู้ว่าประโยคนี้ของอีกฝ่ายแฝงอะไรไว้หรือเปล่าแต่คนฟังอย่างเขาขอคิดไปว่าเจโน่ตั้งใจสื่ออะไรบางอย่างมาโดยอ้อมเป็นแน่  “นี่คือดินสำหรับปลูก ส่วนนี่คือเมล็ดทานตะวันผมคิดว่าคุณเหมาะดีเลยเลือกดอกไม้นี้มาให้ปลูกครับ”

 

“ทำไมต้องดอกทานตะวันครับ”  เขาถามขณะกำลังยกกระถางต้นไม้มาตั้งแล้วลงมือตักดินใส่กระถางอย่างตั้งใจ

 

“ดอกทานตะวันมักเป็นสัญลักษณ์แห่งความสดใสเสมอ”

 

“แต่ผมไม่ใช่คนสดใสแบบนั้นนะครับ”  เจโน่หยุดยืนนิ่งมองเขาอย่างใจเย็นแล้วส่งยิ้มให้  “ยิ้มอะไรครับ”

 

“คุณสดใสครับ คุณอาจไม่รู้ตัวเพราะมัวแต่จมอยู่กับความเหงาจนคิดว่าตัวเองน่าเบื่อแล้วก็ไม่มีอะไรพิเศษ”

 

“ผมไม่มีอะไรพิเศษจริง ๆ นะครับ คุณเจโน่มองผมผิดแล้ว”

 

“สำหรับผมแล้วคนทุกคนมีความพิเศษเฉพาะตัวเสมอ ไม่ว่าคน ๆ นั้นจะเป็นใคร”

 

น้ำเสียงที่ถูกนำมาใช้มันฉาบไปด้วยพลังงานด้านบวกจนแจมินเองรู้สึกละอายใจที่รอบตัวเขามีแต่พลังงานลบแผ่ออกมาเสมอ  “ผมไม่รู้เลยว่าตัวเองมีอะไรพิเศษ ตั้งแต่เกิดมาก็ยังหาคำตอบนี้ไม่ได้ มันแปลกไหมครับคุณเจโน่”

 

“ไม่แปลกหรอกครับ มันเป็นเรื่องธรรมดาที่เราจะหาตัวตนของตัวเองไม่เจอ บางคนใช้เวลาสั้นบางคนใช้เวลานาน แต่ท้ายที่สุดแล้วเราจะเจอตัวตนของเราในช่วงหนึ่งของชีวิตอยู่ดี แค่ต้องรอเวลาที่เหมาะสม”

 

“แล้วเวลาของผมล่ะครับ”

 

“ผมตอบไม่ได้ครับ มีแค่คุณแจมินเองเท่านั้นที่จะตอบได้”

 

“ยากจัง”

 

“ชีวิตก็แบบนี้แหละครับ ถ้ามันง่ายเราจะไม่เห็นค่าของมัน”

 

แจมินคลี่ยิ้ม เขารู้สึกสบายใจเสมอที่ได้พูดคุยกับเจโน่ ไม่ว่าเขาจะหม่นหมองแค่ไหนก็จะได้รับความอบอุ่นกลับมาเสมอ  “คุณเจโน่มองโลกในแง่ดีจัง”

 

“แล้วทำไมต้องมองมันในแง่ลบด้วยล่ะครับ”  ชายหนุ่มถามกลับพร้อมกับจ้องเข้าไปในดวงตากลมโตคู่นั้น

 

“ไม่รู้สิครับ”

 

“เห็นไหม คุณแจมินยังหาคำตอบไม่ได้เลยผมเองก็ไม่มีคำตอบเหมือนกัน”

 

“อ่าว”

 

“เอาเป็นว่าผมแค่มองโลกในแบบที่มันเป็นแต่เลือกหยิบส่วนที่ดีมาพูดมากกว่า อย่างน้อยในมุมมองของผมโลกมันก็ไม่ได้แย่ขนาดนั้น”  เจโน่บอกพลางยักไหล่แล้วหันไปยกกระสอบปุ๋ยมาวางไว้ข้าง ๆ แจมิน

 

“ว่าแต่ดอกทานตะวันมันสดใสแล้วเกี่ยวกับผมยังไงครับ”

 

ชายหนุ่มปัดฝุ่นออกจากมือแล้วเดินเข้ามาใกล้แจมินอีกครั้ง  “วันนี้คุณก็กลับบ้านไปแล้วส่องกระจกดูครับแล้วอย่าลืมยิ้มด้วยล่ะ ถ้ายังหาคำตอบไม่ได้ก็ยิ้มมันไปเรื่อย ๆ แล้วพรุ่งนี้มาบอกผมว่าเพราะอะไรดอกทานตะวันถึงเหมาะกับคุณ”

 

“ซับซ้อนจัง”  ปากเล็กบ่นอุบพร้อมกับหยอดเมล็ดดอกทานตะวันลงไปในดิน

 

“บางครั้งคำตอบของบางคำถามมันก็ซับซ้อนแบบนี้แหละครับ”  เจโน่ว่าพลางขยิบตา  “กลบดินแล้วรดน้ำนะครับ”

 

“แล้วผมต้องใส่ปุ๋ยตอนไหนครับ”

 

“คุณอยากใส่ไหมล่ะครับ”

 

“คุณเจโน่อุตส่าห์ยกมาวางไว้แล้วนี่ผมก็ต้องใช้สิ”

 

“เอางี้ไหมครับ กระถางนึงใส่อีกกระถางไม่ใส่ปุ๋ย ตกลงไหมครับ”

 

“เอาแบบนั้นก็ได้ครับ”

 

“แล้วเรามาดูกันว่ากระถางไหนจะเติบโตได้ดีกว่ากัน”

 

“ครับ!

 

#nmalone

งงกันไหมคะว่าเจโน่ต้องการจะสื่ออะไรถึงให้กระถางนึงใส่ปุ๋ยอีกกระถางไม่ใส่ปุ๋ย

ลองตอบกันมาดูค่ะ

อิอิ

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 10 ครั้ง

3 ความคิดเห็น

  1. #3 ซายาเอนโดว (@YaYuKoBu) (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 16 กรกฎาคม 2562 / 13:42
    เจโน่อ่อนโยนมากกก ปุ๋ยก็เหมือนกับการบำรุงใช่ไหมอะ หัวใจคนเราต้องการการบำรุงเหมือนต้นไม้ ^^
    #3
    0