Alone (rainverse) | nomin

ตอนที่ 1 : PART 1

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 90
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 8 ครั้ง
    13 ก.ค. 62

RIANVERSE: Alone

PART 1

 

 

ความเหงามักมาพร้อมกับสายฝนเสมอ ซึ่งใครหลายคนมักพูดประโยคนี้กรอกหูให้ฟัง แต่คงมีไม่กี่คนที่รู้สึกว่าความเหงามันไม่เกี่ยวกับว่าฝนจะตกหรือไม่ เพราะแม้ในวันที่ท้องฟ้าปลอดโปร่งก็ยังทำให้ใครบางคนเหงาได้ และใช่...คน ๆ นั้นคือชายที่เดินคอตกไปตามทางเดินเท้าริมถนนในตอนนี้

 

เสียงแตรผสานเสียงเครื่องยนต์ดังแข่งกันไปทั่วบริเวณ แม้มันจะหนวกหูแต่ก็ไม่สามารถทำให้ใจที่ด้านชานั้นว้าวุ่นได้เลย เขาเดินทอดน่องไปเรื่อย ๆ อย่างไร้จุดหมาย ไม่มีที่ไปและเหงาเกินกว่าจะกลับไปขลุกอยู่ในห้องสี่เหลี่ยมอันแสนอุดอู้

 

แดดร้อนในตอนบ่ายกำลังสร้างความลำบากให้แกประชาชนที่เดินอยู่รอบตัวเขาและมันก็ไม่ได้มีสัญญาณของฟ้าในเลยแม้แต่น้อยจนกระทั่งที่สายลมนั้นโหมกระหน่ำ ผู้คนต่างเร่งฝีเท้าให้เร็วขึ้นเพื่อหลบหลีกพายุฝนที่ตั้งเค้ามาแต่ไกล

 

ผิดกับชายหนุ่มที่ยังคงเดินในจังหวะเดิม โดยที่ไม่สนใจว่ารอบกายจะเร่งรีบขนาดไหน เขายังคงเดินไปช้า ๆ และสายตาก็จับจ้องอยู่ที่ปลายเท้าอยู่แบบนั้น

 

สายลมเริ่มทวีความรุนแรงขึ้นจนเป็นเหตุให้ร่างผอมบางเริ่มรู้สึกไม่มั่นคง เขาเงยหน้ามองซ้ายขวาเพื่อหาสถานที่ที่จะช่วยให้เขาได้พึ่งพิงชั่วคราวแต่ก่อนที่จะได้มุ่งหน้าไปยังร้านสะดวกซื้อใกล้ ๆ กระดาษแผ่นบางก็ปลิวมาติดตรงหน้าเขาเสียก่อน

 

เขาหยิบมันออกแล้วเพ่งสายตาลงไป เนื้อความในกระดาษบอกถึงบริการบำบัดอย่างหนึ่งซึ่งมีทั้งชื่อและเบอร์ติดต่อ เขากำกระดาษแผ่นนั้นแน่นและตรงดิ่งไปยังร้านสะดวกซื้อพอดี

 

นักบำบัดความเหงา — ลีเจโน่ โทร. 011-000-xxxx’

 

ชายหนุ่มใช้เวลาไตร่ตรองมันเพียงครู่เดียวเท่านั้นก่อนจะตัดสินใจต่อสาย เพราะหากช้าไปมากกว่านี้มีหวังคงไม่ได้ยินเสียงของใครแน่ยามฝนตก

 

/สวัสดีครับ ผมลีเจโน่พูดครับ/  ปลายสายตอบกลับด้วยน้ำเสียงเป็นมิตร

 

“สวัสดีครับ ผมสนใจเรื่องบำบัดความเหงา”  พูดออกไปอย่างกล้า ๆ กลัว ๆ

 

/ครับ สะดวกเข้ามาหาผมไหมครับหรือจะนัดเจอกันข้างนอกก็ได้ คุณจะได้ผ่อนคลาย/

 

“พรุ่งนี้ผมว่างครับ ผมเข้าไปหาก็ได้”

 

/ครับ ผมจะส่งแผนที่ไปให้ทางข้อความ พรุ่งนี้เวลา 10 โมงนะครับ/

 

“ครับ”

 

/ไม่ทราบว่าคุณชื่ออะไรครับผมจะได้ลงคิวไว้ถูก/

 

“แจมินครับ เอ่อ...นาแจมิน”

 

/ครับ คุณนาแจมิน แล้วเจอกันนะครับ/

 

“ครับ”

 

มือเรียวกดวางสายพร้อมกับพรูลมหายใจออกมา อาการเหงาของเขาเรียกได้ว่าเรื้อรังมาก มันกัดกินจิตใจยาวนานมากว่า 5 ปีโดยไม่มีทีท่าว่าจะจางหายไปด้วยซ้ำ

 

เขาลงความเห็นอาการเหงาของตัวเองไว้ว่า เพราะการเสียแม่ไปในอุบัติเหตุและเขาก็เหลือเพียงตัวคนเดียวบนโลก ความว่างเปล่าจึงเป็นสิ่งเดียวที่เขาสัมผัสถึง ไม่มีคนที่รัก ไม่มีความฝัน ไม่มีจุดหมาย มีเพียงชีวิตที่สัญญากับแม่ไว้ว่าจะใช้มันอย่างคุ้มค่าเท่านั้น

 

เมื่อฝนตกเขาจะไม่ได้ยินเสียงอะไรเลยซึ่งเขาเป็นมาตั้งแต่เกิด มันทั้งแปลกและน่ากลัว ไม่ว่าแม่จะพาไปหาหมอคนไหนก็ไม่มีใครสามารถบอกอาการนี้ได้ว่ามันเกิดจากอะไร โลกที่เงียบสงัดมันชวนให้เหงาจนเขาคิดว่าท้ายที่สุดแล้วเขาเองอาจจะตายเพราะความเหงาก็ได้

 

วันรุ่งขึ้นกับแสงแดดอ่อน ๆ ที่ส่องกระทบเปลือกตาให้เปิดขึ้น สายฝนยามค่ำคืนหลงเหลือไว้เพียงไอความเย็นจาง ๆ และกลิ่นอันแสนสดชื่น หน้าต่างกระจกถูกเปิดออกพร้อมกับสูดลมหายใจเข้าเต็มปอด ยามเช้าแบบนี้คือสิ่งที่แจมินชอบมากที่สุดก็ว่าได้ เมื่ออยู่กับความเงียบพักใหญ่ก็ย้ายร่างของตัวเองไปยังห้องน้ำเพื่อแต่งตัวให้เรียบร้อย

 

ขนมปังทาแยมแอปเปิ้ลกับกาแฟดำรสเข้มคือมื้อเช้าที่แสนวิเศษสำหรับแจมิน มันไม่ได้อร่อยเทียบเท่าภัตตาคารหรูหรือโรงแรมห้าดาว มันแค่อร่อยเพราะตัวเองเป็นคนทำก็เท่านั้น เขาจัดการสองอย่างนี้ภายในเวลาอันรวดเร็วก่อนจะออกเดินทางไปตามแผนที่ที่เจโน่ส่งให้

 

แจมินพาตัวเองมาหยุดที่หน้าบ้านหลังเล็กหลังหนึ่งที่ถูกล้อมรอบไปด้วยรั้วสีขาว ภายในมีต้นไม้ใหญ่ถูกแซมด้วยต้นดอกไม้นานาพันธุ์ บ้านไม้ชั้นเดียวมีป้ายเขียนไว้ว่า สถานที่ปราศจากความเหงา แวบแรกชายหนุ่มรู้สึกอิจฉา เพราะนอกจากมันจะดูอบอุ่นแล้วมันยังเต็มไปด้วยไอของความสุขล่องลอยกระจัดกระจายไปทั่วบริเวณบ้านอีกด้วย

 

เขาถือวิสาสะเปิดประตูรั้วเข้าไปด้านในก่อนจะเคาะประตูบ้าน ชายหนุ่มมองซ้ายมองขวาเพื่อสำรวจรอบกายด้ายตาเปล่า เขารู้สึกตื่นตาตื่นใจกับสถานที่แปลกใหม่จนลืมไปเลยว่าตัวเองมาที่นี่เพื่อบำบัดความเหงา  “คุณนาแจมินใช่ไหมครับ เชิญครับ”  เจ้าของบ้านหน้าตาหล่อเหลาเดินออกมาเปิดประตูพร้อมผายมือเชิญให้เข้าไปด้านใน

 

“ครับ”  แจมินตอบรับเบา ๆ ก่อนจะเดินเข้าไป กลิ่นของดอกคาโมมายล์ลอยฟุ้งไปทั่วอากาศ มันช่วยให้ผู้ที่ได้สูดดมมันเข้าไปรู้สึกผ่อนคลายและชวนให้ใจสงบลงได้

 

“ผมชื่อว่าลีเจโน่ ที่นี่เป็นทั้งบ้านและที่ทำงานของผม วันนี้มีแค่คุณที่เข้ามาเพราะฉะนั้นผมยกเวลาทั้งวันให้คุณโดยเฉพาะ”  เจโน่บอกพร้อมรอยยิ้ม แม้ประโยคจะแสนธรรมดาแต่ทว่าคนฟังกลับรู้สึกพิเศษ  “เชิญนั่งก่อนครับ เดี๋ยวผมไปเอาเครื่องดื่มมาให้”

 

แจมินนั่งนิ่งพร้อมกับเกร็งตัวไปด้วย เพราะการเข้าสังคมติดลบแถมยังต้องมานั่งอยู่ในบ้านคนแปลกหน้าอีก ท่าจะเกร็งก็คงไม่แปลกเท่าไหร่  “ขอบคุณครับ”  แจมมินรับถ้วยชาร้อนมาถือไว้ก่อนจะเป่าลมให้คลายร้อนแล้วจึงซดมันลงไปอึกใหญ่

 

“เครื่องดื่มสมุนไพรสกัดจากดอกคาโมมายล์กลิ่นเดียวกับเทียนหอมที่ผมจุดเอาไว้”  เจโน่อธิบายพร้อมกับหย่อนตัวนั่งลงบนเก้าอี้ตรงข้าม  “รสชาติเป็นยังไงบ้างครับ”

 

“อร่อยครับ หวานนิด ๆ แล้วก็หอมมากด้วย”

 

เขายิ้ม  “ดอกคาโมมายล์ไม่มีรสขมแบบชาหรือกาแฟเพราะมันไม่มีคาเฟอีนแบบที่คุณชอบดื่ม”

 

แจมินเลิกคิ้วมองด้วยความสงสัย  “คุณรู้ได้ยังไงว่าผมชอบดื่มกาแฟ”

 

“ผมได้กลิ่นกาแฟจากตัวคุณ ถ้าเดาไม่ผิดก็คงจะดื่มเยอะว่าคนปกติด้วยซ้ำ ใช่ไหมครับ”

 

“ครับ คุณเก่งจัง”

 

“ถามได้ไหมครับว่าทำไมถึงดื่มมากขนาดนั้น”

 

“ผมรู้สึกว่าตัวเองเอื่อยเฉื่อยเลยอยากดื่มอะไรที่ทำให้รู้สึกกระปรี้กระเปร่าได้บ้าง กาแฟจึงเป็นตัวเลือกที่ดีที่สุด”

 

“แล้ว....คุณแจมินมีความฝันบ้างไหมครับ หรือพวกเป้าหมายอะไรในชีวิตก็ได้”  ชายหนุ่มส่ายหน้าพร้อมกับจิบเครื่องดื่มในมือไปด้วย  “เข้าใจแล้วครับ คุณเหงาเพราะตอนนี้ไม่มีแรงบันดาลใจในการใช้ชีวิต หรือเรียกง่าย ๆ ว่าไม่มีความฝันและเป้าหมาย ผมขอถามแบบละลาบละล่วงหน่อยนะครับ คุณเสียคนที่รักไปใช่ไหม”

 

แจมินไม่ได้ตอบอะไรออกไป เขาทำเพียงแค่นั่งนิ่ง ๆ แล้วปล่อยให้น้ำตาไหลออกมาโดยไม่นึกห้ามหรือจะปาดมันทิ้งเลย เจโน่มองอีกฝ่ายด้วยแววตาที่เห็นใจ เขาเคยเจอคนแบบแจมินมาหลายคนแต่กับคนนี้ช่างแตกต่างออกไป ชายหนุ่มที่ดูเปราะบางทั้งร่างกายและจิตใจกำลังต้องการที่พึ่งพิง

 

มือหนายื่นไปใกล้พร้อมกับเช็ดน้ำตาออกอย่างเบามือ วินาทีที่ดวงตาของทั้งคู่ได้สอดประสานกันก็บังเกิดกระแสไฟฟ้าสถิตอยู่ภายในจิตใจทันใด  “ผมเหงา เหงามาก ๆ เหงาจนทนแทบไม่ไหว คุณช่วยผมให้หายเหงาได้ไหมครับ”  คำร้องขอที่แสนอ้อนวอนถูกส่งมายังชายหนุ่มที่ขยับตัวลุกจากเก้าอี้ลงมานั่งด้านล่างแทนเพื่อให้สามารถจ้องใบหน้าอีกฝ่ายได้ถนัด

 

“ผมจะช่วยคุณแจมินเอง ไม่ต้องห่วงนะครับ”

 

“คุณเจโน่สัญญานะครับว่าจะช่วยผม”

 

“ครับ สัญญา”

 

#nmalone

เราย้ายมาจาก SF นะคะ จากเดิมมีสี่ตอน

เราจะลงทั้งสี่ตอนแล้วเพิ่มตอนใหม่ด้วย

พอดีอยากกลับมาเขียนพล็อตนี้น่ะค่ะ

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 8 ครั้ง

3 ความคิดเห็น

  1. #2 ซายาเอนโดว (@YaYuKoBu) (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 16 กรกฎาคม 2562 / 13:36
    ชอบฉากที่สบตากัน แล้วแจมินพูดออกมา รับรู้ได้ถึงความเหงา ความทรมานเลย. T-T
    #2
    0
  2. #1 bbenngy (@bbenngy) (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 16 กรกฎาคม 2562 / 01:22
    น่าติดตามมากกกกกกก สู้ๆนะคะ
    #1
    0