Nothing to say about this story

ตอนที่ 2 : II (50%)

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 17
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 1 ครั้ง
    30 พ.ค. 63

Kim Hanbin's part
20:31




ไม่อยากจะเชื่อ….


“เห้ออ” ผมสบถกับตัวเองเมื่อตอนที่กลับมาถึงบ้านที่นานๆทีผมถึงจะกลับมาเหยียบ

“ เอาวะ ไหนๆก็มาละ” ผมทึ้งหัวตัวเองสองสามที สูดหายใจเข้าปอดลึกๆ ก่อนจะขับรถหรูตรงเข้าไปในโรงจอดรถ
ผมก้าวขายาวสวยลงจากรถเดินลวกๆไปตามทางเดินแสนว่างเปล่า มองตามไปทางสวนหย่อมที่ผมชอบมานั่งอ่านหนังสือ ผมเห็นหญิงสูงวัยสองสามคนรดน้ำผักอยู่ในสวน ที่นี่ไม่เคยเปลี่ยนไปเลยสินะ ตั้งแต่ที่ผมจากไป ผมเดินมาจนถึงสุดทาง กระพริบตาสองสามครั้งก่อนจะกลั้นใจผลักประตูไม้สีขาวบานใหญ่ที่ทำมาจากไม้ชั้นเลิศ โลกใบนี้มีประตูบานนี้แค่ไม่กี่ใบ แต่ผมกลับไม่ได้ดีใจเลยที่มันมาตั้งอยู่ที่หน้าบ้านผม
ผมเดินเข้าไปหาชายวันกลางคนที่ขึ้นชื่อว่าเป็นพ่อของผมด้วยสายตาเลื่อนลอย ข้างๆของพ่อผมมีหญิงสาวรุ่นราวคราวเดียวกับผมนั่งไขว้ห้างโชว์ร่องอกอยู่ ผมไม่ได้แปลกใจเท่าไหร่ ตั้งแต่เด็กๆ ผมเห็นภาพแบบนี้จนชินตาแล้ว แต่แปลกใจหน่อยที่คราวนี้พ่อดูพึงพอใจเธอเป็นพิเศษ ถึงขั้นเรียกให้ผมกลับมาบ้านเพื่อที่จะทักทายเธอ เหอะ น่าสมเพชสิ้นดี

“ฮันบิน มาทางนี้หน่อย” พ่อเปล่งเสียงเรียกผมที่กำลังเลื่อนลอยอยู่

ผมสาวเท้าเดินตรงเข้าไปทางพ่อแล้วยืนกอดอกส่งสายตาว่า 'มีอะไรอีก' แล้วเลื่อนหน้าไปหาหญิงสาวด้วยสายตาเดียดฉันท์ แต่เธอกลับปั้นหน้ายิ้มใส่ผม เหอะ อย่ามาเสแสร้งหน่อยเลย ผมน่ะรู้ทันผู้หญิงทุกคนที่มาเกาะอยู่กับพ่อผมหมดนั่นแหละ พวกเธอแค่ต้องการเงินจากพ่อ สุดท้ายพวกเธอก็จะเบียดหน้าอกใหญ่ๆนั่นมาให้ผมดูอยู่ดี เหอะ แต่ผมไม่สนหรอกนะ..
เพราะเธอคงนั่งสง่าอยู่ในบ้านหลังนี้ได้แค่อาทิตย์เดียวเท่านั้นแหละ เพราะอีกอาทิตย์ถัดมา พ่อคงจะโยนเงินปึกโตให้เธอ แล้วไล่เธอออกจากบ้านไปเพราะเหตุผลว่า 'เบื่อ'
พ่อผมน่ะเปลี่ยนผู้หญิงไม่เลือกหน้า ตั้งแต่แม่ผมเสียไปตอนผมเป็นเด็ก ตอนนั้น ผมยังจำหน้าแม่ไม่ได้ด้วยซ้ำ ตั้งแต่จำความได้ ผมก็เห็นผู้หญิงหน้าเงินเข้ามาในชีวิตพ่อไม่รู้กี่ร้อยคนแล้ว

“นั่งก่อนฮันบิน พ่อมีเรื่องจะคุยกับแก”

“สวัสดีครับ” ผมจำใจทักทายสาวรุ่นเดียวกับผม เธอยิ้มบางๆ แล้วส่งสายตายั่วยุให้ผม เหอะ โทษทีนะแต่ผมไม่ชอบผู้หญิงหน้าเลือด

“นี่ เจนนี่คิม แฟนใหม่ของพ่อ เขาจะย้ายมาอยู่บ้านเรา แกต้องยอมรับสมาชิกใหม่” ผมมองพ่อด้วยความตกตะลึง สมาชิกใหม่? นั่นหมายถึง

“พ่อจะแต่งงานกับเจนนี่คิม”
ผมผุดลุกขึ้นยืนด้วยความฉุนทันทีที่พ่อพูดจบ กำหมัดแน่นด้วยแรงโทสะ ผมมองหน้าพ่อสลับกับหญิงรุ่นเดียวกับผมด้วยความผิดหวัง
ถึงพ่อผมจะเปลี่ยนหญิงไม่เลือกหน้า แต่พ่อไม่คิดจะเริ่มต้นใหม่กับใคร นั่นเป็นเหตุผลที่ผมไม่เคยโวยวายเรื่องที่พ่อนอนกับผู้หญิงไม่ซ้ำหน้า เพราะผมไม่ยอมให้มีใครมาแทนที่ของแม่ผมเด็ดขาด และพ่อ ไม่เคยปฏิบัติกับหญิงคนไหนเหมือนแม่ของผม

“พ่อ! ทำไมพ่อทำแบบนี้! นังคนนี้มันก็แค่หวังเงินจากพวกเรา!”

“ไม่ฮันบิน ฟังพ่อก่อน พ่ออธิบายเรื่องนี้ไ..”

“ไม่ ผมไม่ฟัง! ฮึก ไหนพ่อบอกว่าจะรักและเทิดทูนแม่ผมคนเดียว พ่อโกหก!” ผมตะโกนขึ้นด้วยความโมโห พลันน้ำตาเม็ดโตก็หลุดร่วงจากดวงตาเรียวสวย

“ฟังก่อน แกไม่เข้าใจพ่อหรอก”

“ ไม่เข้าใจ ผมไม่มีทางเข้าใจผู้ชายแบบพ่อ”
ผมส่ายหน้า พูดทิ้งท้ายไว้แค่นั้นแล้ววิ่งออกจากบ้านหลังใหญ่ด้วยใบหน้าผิดหวังและเต็มไปด้วยน้ำตาเม็ดโตมากมาย ผมขับรถหรูออกมาด้วยสายตาเลื่อนลอย น้ำตาบดบังสภาพการมองเห็นของผมทั้งหมด ดีแค่ไหนแล้วที่ผมไม่ขับรถเสียหลักไปก่อนน่ะ ผมจับรถมาเรื่อยๆรู้ตัวอีกทีก็มาโผล่ที่ร้านไก่ของพี่ที่รู้จัก แฟนสาวของผมทำงานอยู่ที่นี่ … บางทีผมอาจจะแค่ต้องการเพื่อนและคำพูดปลอบโยนให้ผมสบายใจขึ้น

“เธอสีหน้าไม่ดีเลย เป็นอะไรมาคะ”
ลลิสา… แฟนสาวของผมเอ่ยปากถามเบาๆ พวกเราคบกันมาตั้งแต่มัธยม จริงๆแล้วพวกเราเหมือนจะเป็นเพื่อนกันมากกว่า เราคุยกันได้ทุกเรื่อง ผมสบายใจทุกครั้งที่คุยกับลิซ เธอเป็นที่พึ่งที่ดีของผม นั่นคือเหตุผลที่ทำให้ผมตกหลุมรักเธอ และอยากได้เธอมาเป็นแม่ที่ดีของลูกผม

“ จริงหรอครับ “ ผมตอบรับเธอแล้วยิ้มออกมา เธอถอนหายใจเบาๆ

“ เดี๋ยวมาคุยด้วยนะคะ วันนี้ลูกค้าเยอะมากเลย “
เธอหันมาทำแก้มป่องใส่ผมก่อนจะเดินกลับไปรับออเดอร์ทิ้งให้ผมนั่งรออยู่ตรงมุมของร้าน
โชคร้ายหน่อยที่วันนี้ลิซ่าของผมต้องทำงานจนถึงเวลาปิดร้าน ทำให้เธอออกมาคุยกับผมไม่ได้ ผมนั่งคิดเรื่อยเปื่อยอยู่หลายชั่วโมง ก็ถึงเวลาต้องปิดร้าน ลิซ่าเลยแว๊บออกมาคุยกับผมได้ เธอคือคนๆเดียวที่ผมนึกออกในตอนนี้ ผมตัดสินใจเล่าเรื่องที่เกิดขึ้นกับผมทั้งหมดให้เธออันเป็นที่รักของผมฟัง เธอมองผมด้วยสายตาแสนอ่อนโยน ก่อนจะพูดออกมาหลังจากที่ผมเล่าจบ

“ พ่อเธอคงจะเหงา เธอไม่ลองฟังเหตุผลของพ่อเธอก่อนหรอ”

“ตลก แก่ปูนนี้แล้วเนี่ยนะ แล้วเจนนี่คิมอะไรนั่นยังดูเด็กกว่าผมด้วยซ้ำ”

“แล้วเธอไม่อยากมีแม่เหมือนคนอื่นหรอคะ”

“ไม่ ผมมีพ่อ มีเธอ แค่นี้ก็พอสำหรับผมแล้ว” ผมตอบเธอแล้วขบฟันไว้แน่น

“งั้นก็อยู่ที่นี่ไปก่อนละกัน เดียวไปชงชาให้ กินชาจะได้อารมณ์ดีขึ้น ถ้าปิดร้านเสร็จค่อยกลับด้วยกันนะ”

เธอลุกขึ้นยิ้มก่อนจะเดินไปทางเคาเตอร์
ผมถอนหายใจออกมาเฮือกใหญ่ ก่อนจะเอนตัวลงนอนกับโซฟาสีมารูนตัวยาว

 

 

23:00

 

 

ซักพักผมได้ยินเสียงเถียงกันดังมาจากหลังร้าน ผมเลือกเดินสาวเท้าก่อนจะเอนตัวลงนอนกับโซฟาสีมารูนตัวยาว

ผมเห็นลิซ่าเดินหน้ามุ่ยออกมาก่อนเธอจะพูดบอกผม

“เดี๋ยวลิซต้องไปส่งข้าวก่อนอะ มีไอ้บ้าที่ไหนไม่รู้มาสั่งเอาเวลานี้” ผมเหลือบมองนาฬิกาหรูบนข้อมือสวยของผม ผมกังวลใจเพราะนี่มันดึกมากแล้ว ฮันซังเป็นผู้หญิงซึ่งผมไม่อยากให้ออกไปไหนเวลานี้

“ไม่ดีกว่าลิซ เดี๋ยวผมไปส่งให้" ผมยื่นมือำปแย่งของจากเธอมาถือไว้เอง

“ไม่เป็นไรค่ะ ลิซไปเองได้”

“ไม่ได้ ดึกแล้ว แถวนี้ยิ่งอันตรายด้วย เธอกลับบ้านไปก่อนเลยก็ได้ครับ”

“แต่..”

“ไม่มีแต่ครับ”

“เห้ออ เธอนี่ดื้อจริง งั้นรีบไปรีบกลับนะ มันอันตราย ถึงบ้านแล้วโทรบอกด้วยนะคะ” เธอบอกกับผม

“ครับ กลับดีๆนะอย่าเที่ยวซนล่ะ ถึงแล้วจะโทรหานะครับ”

ผมดึงตัวเธอมากอดก่อนจะเดินออกมาเพื่อทำหน้าที่เป็นพนักงานส่งของชั่วคราว

 

 

ผมอ่านลายมือไก่เขี่ยของแฟนสาวอย่างหงุดหงิด คนสั่งมันเป็นทาร์ซานรึไงวะ ถึงมาปลูกบ้านกลางป่าแบบนี้ ถา้เกิดมีโจรหรือแก๊งค์ปาหินทำร้ายขึ้นมามีหวังผมโดนฆ่าหมกป่าอยู่แถวนี้แน่ๆ ถ้าผมตายไปพ่อจะเสียใจมั้ยนะ พ่อจะรู้สึกผิดมั้ยที่แต่งงานกับเจนนี่คิม แล้วถ้าผมตายพ่อจะเลิกกับเจนนี่คิมไหม

 

ผมคิดไปเพลินๆก่อนจะเอื่อมมือไปเปิดลิ้นชักรถหรู ปืนสั้นสีดำด้านกระบอกสวยที่ผมพกไวป้องกันตัวเองสะท้อนแสงไฟเข้าตาผม ผมกระตุกยิมออกมาเล็กน้อยก่อนจะปิดลิ้นชักรถหรูไวต้ามเดิม

 

ผมจะไม่ตาย และผมจะไม่ยอมให้สองคนนั้นมีความสุขด้วย ถ้าแม่ผมทุกข์ พ่อกับผู้หญิงคนนั้นต้องทุกข์กว่าแม่ผมหลายร้อยเท่า

 

ถ้าถามถึงเหตุผลว่าทำไมผมถึงมีปืนพกกระบอกสวยไว้ในรถ นั่นคงเป็นเพราะผมเป็นลูกชายของผู้มีอิทธิพลในประเทศนี้ แน่นอนว่าพ่อผมมีศัตรูรอบทิศทาง ผมเองแม้จะเป็นลูกชายที่นอกลู่นอกทาง แต่ผมก็เป็นลูกชายคนเดียวของ 'คิมจองฮัน' มีผู็คนหมายหัวผมรอบด้าน ผมถึงจำเป็นต้องพกปืนไว้ป้องกันตัว

 

 

ในที่สุดผมก็ขับรถมาถึงปลายทางจนได้ ' BABI ' หือ บาร์บี้? เจ้าของคาเร่นี้อินดี้ดีนะ ผมเอียงคอมองป้ายชื่อคาเร่อย่างสงสัยก่อนจะขับรถไปยังด้านในของตัวคาเร่ แล้วเปิดประตูรถลงมา ผมเดินมาข้างในคาเร่แล้วตะลึงน้อยๆ ผมผ่านการเที่ยวคาเร่มานับร้อย แต่ที่นี่ไม่เหมือนกับที่อื่น นี่มันเรียกว่าผับ OUT DOOR เลยต่างหาก

 

“ มาเช่าห้องหรอครับ ได้จองไว้หรือเปล่า “ มีผูช้ายคนหนึ่งวิ่งเยาะๆมาถามผม

 

ผมส่ายหน้าน้อยๆแล้วชูกล่องในมือให้เขาดู เขากระตุกยิ้มน้อย แล้วเดินเลี่ยงออกไป ผมหยิบพวงกุญแจสวยขึ้นมากดล็อกรถหรูเอาไว้ แลว้หยิบกระดาษไก่เขี่ยขึ้นมาดูอีกครั้ง

 

'ชั้นสอง ห้องที่เจ็ดนับจากทางซ้าย'

 

แล้วมันคือห้องไหนกันวะ ผมหันหน้าซ้ายขวาเจอกับผู้ชายร่างสูงคนหนึ่ง

 

“ขอโทษนะครับ ชั้นสอง ห้องที่เจ็ดนับจากทางซ้าย อยู่ตรงไหนหรอครับ”

 

“ส่งของหรอครับ?” เขามองกล่องที่ผมถืออยู่แล้วคลี่ยิ้มออกมา

 

“ อะไรวะชานอู “ มีผู้ชายร่างสูงอีกคนเดินมาทางผม

 

“อ่อ เด็กส่งของไอ้บ๊อบอะ” ไอ้บ๊อบ?

 

“นู่นอะ ตรงหน้าประตูมีเลขติดไว้ ของนายคือห้อง127 ลองไปเคาะดูแล้วกัน ” ชานอูพูดแล้วยิ้มให้ผม เขาไม่ได้ยิ้มแบบเจ้าชู้หว่านเสน่ห์แต่ยิ้มแบบหมาป่าเจ้าเล่ห์

 

“ขอบใจ” ผมตบบ่าเขาไปทีหนึ่ง

 

“เดี๋ยว นายชื่ออะไร” ผูช้ายที่มาใหม่คนนั้นเรียกผม

 

“ผมหรอ คิมฮันบิน”

 

“ชื่อน่ารักดี ขอให้รอดออกมาได้นะ” ห้ะ เขาพูดบ้าอะไรเนี่ย ผมมองเขาอย่างงงๆ เขายักไหล่น้อยๆ ก่อนจะใช้มือใหญ่แตะเบาๆบนสร้อยคอไม้กางเขนของผม ผมเลื่อนมือมากุมสร้อยบนคอของตัวเอง

เขามองหน้าผมแล้วใช้มือใหญ่แต่บอบบางของเขาแตะเข้าที่หน้าผากสวย ไหล่ซ้ายขวาที่ดูอบอุ่น แล้วยกมือข้างนั้นมาวางบนหน้าอกได้รูป เขาเปล่งเสียงออกมาว่า 'อาเมน'

 

มันคือสัญลักษณ์การขอให้พระเจ้าคุ้มครอง

 

ผมยิ้มน้อยๆก่อนจะเดินออกมา พวกนี้สติดีอยู่รึเปล่าวะ แค่มาส่งไก่เนี่ยนะ มันอันตรายขนาดนั้นเลยหรอ คนสั่งไก่เป็นยากูซ่าหรือเปล่าเนี่ย หรือข้างในคาเร่มันคือคุกใต้ดินนเอาไว้ขังพวกติดหนี้ หืออ ผมเริ่มสติแตกละนะ

 

 

ผมคิดเรื่อยเปื่อยจนเดินมาถึงห้อง127 ผมยกมือสวยเคาะประตหู้องสองสามครั้ง สักพักก็มีคนเปิดประตูสี่เหลี่ยมบานเล็กออกมา ผมก็เจอไอ้ผู้ชายที่ดูแล้วน่าจะเด็ก กว่าผมนะ มีผูช้ายตัวเล็กนั่งง่วงอยู่บนเตียงด้วยแหละ

 

“เอ่อ ขอโทษนะครับ ที่สั่งไก่ไว้ใช่พวกคุณหรือเปล่าครับ?” ไอเด็กหมีพยักหน้าหงึกๆ ผมเหลือบมองหน้าไอเด็กหมีตรงหน้าแล้วเห็นหน้ามันผิดหวังหน่อยๆ ทำไมอะ ผมมาช้าไปหรอ ก็ทางมันลับขนาดนี้จะไม่ให้ผมหลงทางได้ไง

 

ผู้ชายตัวเล็กตวัน้อยที่นังอยู่บนเตียงทำตาโตเมื่อเห็นหน้าผม ทำไมที่นี่มีแต่คนมองผมแปลกๆเนี่ย ไอ้คนเมื่อกี้ก็ทีนึงแล้วนะ เด็กร่างหมีเดินไปหยิบเงินบนโต๊ะตัวน้อยมาจ่ายให้ผมแล้วพูดว่า

 

“เห้อ อีกสองอย่างนี้ช่วยไปส่งที่ห้องฝ้่งซ้ายสุดเลยนะครับ” ไอเด็กนี่พูด อะไรวะ แค่นี้เดินไปเองไม่ได้รึไง

 

“จุนเน่ พี่ว่าไม่ดีเท่าไหร่นะ” ผูช้ายร่างน้อยบนเตียงพูดทักท้วงขึ้นมา ดีมากตัวเล็ก เขาควรจะเดินไปให้เอง ไม่ใช่ไหว้ วานผมแบบนี้

 

“ช่วยส่งที่เหลือที่ห้อง131ด้วยนะครับ ขอบคุณมากครับ” เอ้า

 

 

ผมเดินงงๆมาตามหมายเลขห้อง ที่หมอนั่นบอก 127..135...129..126…

.

.

.

131!!!

 

ผมเจอห้อง131แล้ว คาเร่นี้มันเรียงเลขห้องแปลกๆนะ สลับมั่วซั่วไปหมดเลย เอ๊ะ หรือผมโง่เอง 

 

หลังจากที่ยืนคิดหน้าห้องอยู่ซักพัก ผมก็ยกมือเคาะ ประตูบานสวยทันที เวลาผ่านไปไม่นานประตูห้องก็ถูกเปิดออก ผมเงยหน้ามองเจ้าของห้อง

 

ผู้ชายที่สูงกว่าผม ฟันเหยิน ตาเล็ก … ผมมองไอ้กระต่ายยักษ์ตรงหน้าตาปริบๆ เขาหล่อไม่น้อยกว่าพวกผู้ชายที่ผมเจอมาทั้งชีวิต ถึงเขาจะฟันเหยินก็เถอะ ทำไมคาเร่ซ่อมซ่อแบบนี้ถึงมีแต่คนหน้าตาดีๆล่ะ ย้ายมาอยู่บ้างดีไหมเนี่ย

 

“เอ่อ มาส่งข้าวครับ ” ผมบอกเขาแล้วยื่นถุงไก่ในมือให้เขา

 

“นายมาส่งข้าวจริงๆหรอ?” เขามองผมแล้ว เอนตัวหนาไปพิงกรอบประตูสวยเอาไว้

 

“ครับ” ไอบ้านี่ ผมถือข้าวมาขนาดนี้คิดว่าผมมาขายตัวให้มันหรอน่ะ

 

“ไอ้จุนเน่นี่รู้จักเอาใจเพื่อนนะ” เขาพูดแล้วดึงตัวผมเข้าไปใกล้เขามากขึ้น ระยะห่างของพวกเราอยู่ห่างกันแค่คืบเดียวเท่านั้น คงเป็นเพราะผมตกใจ หัวใจบ้านี่ถึงเต้นแรงเหมือนจะหลุดออกมา ไอ้กระต่ายนี่จะได้ยินเสียงหัวใจผมรึเปล่านะ ก็มันเล่นเต้นแรงขนาดนี้

 

“ ผมต้องรีบกลับบ้านครับ นี่ดึกแล้ว ” ผมผละออกจากเขา ผมยืนตั้งสติซักพักจึงยื่นถุงในมือให้เขาไป แต่เขากลับดึงแขนผมแล้วผลักตัวผมให้เข้าไปในห้องเขา

 

เขาปิดประตูเสียงดังปัง แถมยังล็อกห้องเสียแน่นหนา ผมหัวใจเต้นแรงเหมือนจะหลุดออกมา เด็กส่งข้าวทุกคนต้องเจอแบบนี้หรอ แบบนี้คือปกติมั้ย ผมไม่เคยส่งข้าวมาก่อน ผมเริ่มกวาดตามองรอบๆห้องสี่เหลี่ยมนี่ ไอ้นี่ชอบสีม่วงสินะ ดูจากเตียงคิงไซส์สีม่วงไลแลค วอลเปเปอร์ห้องนี้ก็ยังเป็นสีม่วงพาสเทล อีกทั้งตู้เสื้อผ้าสีขาวสวยของไอ้นี่ยังมีตัวการ์ตูนสีม่วงแปะอยู่ด้วย

 

ผมวางถาดไก่ลงบนโต๊ะ เล็กๆข้างหน้าต่างบานสวย ถ้าจำไม่ผิดหน้าต่างทรงนี้ถูกออกแบบโดยนักประดิษฐ์ชื่อดังนี่นา หมอนี่ก็รสนิยมไม่แย่หนิ ผมมองสำรวจอีก ครั้งแล้วหันกลับมาที่เดิมแล้วต้องตกตะลึงอีกครั้ง ก็ไอฟ้นเหยินนี่มันถอดเสื้อยืดราคาแพงโยนทิ้งลงบนพื้น เผยให้เห็นแผงอกสวยที่เต็มไปด้วยกล้ามเนื้อของพวกผู้ชายแข็งแรง หึ ซึ่งไม่ใช่ผมหรอก

 

“ เห้ย คือผมต้องกลับแล้ว อะ อุ้บ! “ อยู่ๆผมก็เกิดตาลาย มึนหัวขึ้นมา อาการมันเหมือนตอนที่ผมนอนๆอยู่แล้วลุกอย่างกระทันหันอะ โลกผมหมุนแบบ360°

 

“ จุนเน่บอกให้นายมาใช่มั้ย “

 

“ จุนเน่คือใครวะ “ ผมมองหน้ามันแล้วเดินถอยหลังไปจนผมสดุดกับขาเตียงแล้วล้มลงไปบนนั้น ตาของผมพร่ามัวไปหมด ไอ้เหยินนั่นเดินมาทางผม มันมองผมด้วยรอยยิ้มเจ้าเล่ห์ ตอนนี้ผมรู้แล้วว่ามันจะทำอะไรผม คุณอาจจะยังไม่รู้ ผมไม่เคยมีอะไรกับใครเลย ลิซ่าที่ผมคบกับเธอมานานก็ไม่เคยมี ผมให้เกียรติผู้หญิงเสมอ ผมจะไม่ทำอะไรเธอจนกว่าเธอจะเอ่ยปากขอเอง ซึ่งลิซ่าคงจะเขินอายเกินกว่าจะพูดออกมา แต่ถึงผมจะไม่เคยทา อะไรแบบนั้น แต่ก็พอรู้ว่าไอ้นี่กำลังจะปล้ำผม!

 

เขาขยับตัวลงมาหาผมที่นอนอยู่บนเตียงคิงไซส์ของเขา ผมได้กลินแอลกอฮอล์และบุหรี่จางๆออกมาจากตัวผู้ชายตรงหน้า ไอ้หล่อนี่เลื่อนมือใหญ่มาสัมผัสปากอิ่มได้รูปของผม ก่อนจะโน้มหน้าเข้ามา จากนั้นภาพตรงหน้าก็ดับวูบไป

 

โอเค ผมอาจจะฝันไป บางทีผมอาจจะกังวลเรื่องพ่อมากเกินจนเก็บมาฝันก็ได้

 

 

แสงแดดสีเหลืองทองทอดผ่านผิวผ้าม่านสีขาวสวยลงมาบนเรือนร่างเกือบเปลือยเปล่าของสองร่างโปร่ง ที่กำลังนอนยุกยิกอยู่บนเตียงใหญ่ ร่างสง่าที่ตัวเล็กกว่าอีกคนรู้สึกได้ถึงเครื่องยนต์ของรถแข่งนับสิบคันที่เร่งเครื่องอยู่ มันเสียงดังราวกับ กำลังคำรามขู่คู่แข่งอยู่กรายๆ ทุกสิ่งทุกอย่างที่อยู่รอบกายตอนนี้ล้วนแล้วแต่น่ารำคาญ ผมขยับตัวหนีแสงที่ลอดผ่านผ้าม่านมาเล็กน้อย มือกร้านควานหาหมอนใบโตข้างกายเพื่อเอาออกมาปิดหู แต่มือไม่รักดีกลับควานเจอบางอย่างที่ แข็งกว่าหมอน แต่ก็นุ่มนิ่มเกินกว่าจะเป็นสิ่งของ

 

ผมนิ่งงงก่อนจะนึกอะไรบางอย่างออก ผมกระเด้งตัวออกจากเตียงนุ่มทันที ผมขยี้ตาอย่างลวกๆ เรื่องเมื่อคืนไม่ใช่ความฝันแน่นอน เมื่อตรงหน้าผมตอนนี้มีร่าง เปลือยเปล่าของใครคนหนึ่งนอนหลับสนิทอยู่ข้างๆตัวผม

 

ผมสบถในใจเบาๆแล้วพยายามลุกออกจากเตียงใหญ่ด้วยความระมัดระวังที่สุด กลัวว่าไอ้ยักษ์ข้างนี่จะตื่นมาทุบผมเข้า จริงๆ แต่สิ่งที่ผมระแวงก็ดันมาเกิดขึ้นจริงนี่สิ เพราะพออผมยุกยิกตัวแค่นิดเดียวไอ้หมอนี่ก็รู้สึกตัวซะแล้ว มันติดเซนเซอร์กันแมวหนีรึไงวะ เขาเอื่อมมือใหญ่มาดึงแขนเล็กของผมเอาไว้

“จะทิ้งกันแล้วหรอ” เขางัวเงียลุกขึ้นมานั่งจ้องหน้าผม  ที่จริงแล้วผมน่ะไม่ใช่ผู้ชายตัวเล็กหรอกนะ ร่างกายของผมคือมาตราฐานของผู้ชายทั่วไปเลย ไอ้ยักษ์นี่มันตัวใหญ่เองต่างหาก เวลาอยู่ข้างๆมันผมเลยดูตัวเล็ก คนอ่านอย่าเข้าใจผิดนะ

 

“มึงหลับลึกดีนะ กูทำอะไรไปตั้งหลายอย่าง มึงไม่ตื่นเลย” เขาโน้มหน้ามาพูดข้างกกหูผม ฮือ ไอ้อาการวูบที่ท้องน้อยนี่มันอะไรวะ ว่าแต่ไอ้นี่พูดกับผมว่าไงนะ?!

 

“เมื่อคืนมึงทำอะไรกูวะ!” ผมใช้นิ้วเรียวชี้หน้าเขาอย่างเอาเรื่อง

 

“คนสองคนนอนเปลือยด้วยกันในตอนเช้า มึงคิดว่าตอนกลางคืนเขาทำอะไรกันล่ะ?” เขากอดอกแล้วยิ้มให้ผม

 

ผมก้มมองตัวเองแล้วแทบช็อค ตอนนี้ผมอยู่ในสภาพไร้อาภรณ์ช่วงบน มีเพียงกางเกงบ๊อกเซอร์แบรนด์ดัง อย่างเคลวินไคลน์ปกปิดช่วงล่างไว้เท่านั้น พอมองยังไอ้หน้าหมาตรงหน้านี่ก็เห็นว่าสภาพมันน่ะไม่ต่างจากผมเท่าไหร่ เพียงแต่มันไม่ใด้ใส่บ๊อกเซอร์ตัวจ้อยแบบผม มันอยู่ในสภาพเปลือยบน แต่ช่วงล่างใส่กางเกงวอร์ม สีเทายี่ห้อกีฬาชื่อดังเอาไว้ พระเจ้าต้องลงโทษผมแน่ๆที่คิดจะทำลายความสุขของพ่อ

 

“ ไม่เคยคิดเลยว่าเด็กส่งข้าวจะบอบบางขนาดนี้ มึงว่าพระเจ้าตั้งใจให้ของขวัญกูรึเปล่า “

 

 

50%








Talk : น้ำจิ้มนิดหน่อยนะคะ เดี๋ยวจะรีบปั่นให้ถึง100%นะคับ ช่วงนี้ไรท์แสตนเอนสีถีอยู่ค่ะ(555555555) ขอไปปั่นวิวให้น้องดรีมหน่อยนะคะ บายค่ะ รักรีดดิ้งทุกคนเลย

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 1 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

1 ความคิดเห็น