คัดลอกลิงก์เเล้ว

AKB48 Fan Fic Marikoji [Yuri]

โดย MariNoNyaro

Marikojii หาอ่านย๊ากยาก เลยเขียนเองซะเรย

ยอดวิวรวม

455

ยอดวิวเดือนนี้

1

ยอดวิวรวม


455

ความคิดเห็น


4

คนติดตาม


12
จำนวนโหวต : ยังไม่มีคนโหวต
เรื่องสั้น
อัปเดตล่าสุด :  4 ก.ย. 56 / 17:41 น.
AKB48 Fan Fic Marikoji [Yuri] | Dek-D

ข้อมูลเบื้องต้นของเรื่องนี้
Marikojii หาอ่านย๊ากยาก เลยเขียนเองซะเรย

เนื้อเรื่อง อัปเดต 4 ก.ย. 56 / 17:41







เกมหมากรุกแห่งความซื่อสัตย์ เป็นเกมจิตวิทยาที่สร้างเรทติ้งให้กับรายการ AKBINGO 
ในทุกครั้งที่ออกอากาศกฏเกณฑ์การเล่นนั้นไม่ยาก
 
 ผู้เล่นสองฝ่ายจะต้องถูกติดเครื่องจับเท็จและพยายามควบคุมตัวเองไม่ให้หวั่นไหวไปกับคำถามแทงใจจากฝ่ายตรงข้าม 
เป็นเกมที่น่าหวั่นเกรงเพราะบางครั้งคำถามก็เสี่ยงกับภาพลักษณ์ไอดอล แม้มันจะทำให้เมมเบอร์บางคนแจ้งเกิดได้ 
 
แต่บ่อยครั้งที่มันสร้างความหนักใจให้ ไม่เว้นแม้แต่กับสาวแกร่งประจำวงอย่าง ชิโนดะ มาริโกะ 
หรือที่ใครๆ ต่างฉายาให้เธอว่า ท่านมาริโกะ
 
 
ร่างผอมเพรียวกำลังนั่งคุกเข่าอยู่หน้ากระดานหมากรุก ผมหน้าม้าซอยสั้นระต้นคอสีย้อมสีน้ำตาลอ่อนล้อมใบหน้ารูปไข่
ดวงตากลมรีและริมฝีปากได้รูปนั้นมีรอยยิ้มน้อยๆ ในขณะที่เผชิญหน้ากับคำถามจากมาเอดะ อัตสึโกะ หรือ อัตจัง 
หญิงสาวผู้โดดเด่นในฐานะเซ็นเตอร์ผู้เป็นหน้าตาของ AKB 
 
 
ปกติแล้วอัตสึโกะเป็นประเภทโลกส่วนตัวสูง ยกเว้นตอนอารมณ์ดีหรือครึ้มอกครึ้มใจจัดๆ 
ดวงตากลมโตก็จะเป็นประกายซุกซนเหมือนเด็ก อย่างเช่นเวลานี้ที่แค่ได้เห็นมาริโกะก็อดที่จะหวั่นๆ กับคำถามไม่ได้
 
 
มือเล็กหยิบหมายเลขขึ้นมาวางบนโต๊ะหมากรุก แล้วเปิดฉากทันที
 
 
“จากใจเลยนะ เธอจะไม่มีทางยอมให้ยัยซกมกโคจิม่า ฮารุนะไปเที่ยวบ้านแสนสวยของเธอเด็ดขาด!”
 
คำถามนี้ได้รับเสียงฮือฮาจากเหล่าเมมเบอร์ที่นั่งเชียร์อยู่ทันที ทากามินะในฐานะผู้วิจารณ์หัวเราะคิกคัก
ในขณะที่กล้องเริ่มซูมไปที่โคจิม่า ฮารุนะ หญิงสาวผิวขาวเรียวปากอิ่มเอิบ 
สมาชิกที่ขึ้นชื่อเรื่องความเซ็กซี่แต่ซื้อบื้อที่สุดคนหนึ่งของวง 
 
อัตจังเป็นคนตั้งชื่อเล่นให้เธอว่าเนี้ยงๆ แต่มาริโกะชอบเรียกเธอว่าเนียวโร่ 
และเนียวโร่ในเวลานี้กำลังช้อนสายตามองมาริโกะซามะด้วยความตระหนกอย่างปิดไม่มิด 
เพราะใครๆ ก็รู้ว่าพวกเธอเป็นเพื่อนสนิทกัน มันคงจะดูไม่จืดถ้ามาริโกะผ่านคำถามนี้ไม่ได้
 
 
“เอ้า ตอบคำถามได้แล้ว”
ซาตะ พิธีกรอดีตแยงกี้ที่ไว้ผมทรงอัลโฟร์ย้ำเมื่อเห็นคว่าคนโดนถามยังไม่ได้ตอบ มาริโกะเหลือบตามองฮารุนะก่อนจะปฏิเสธ
 
“ไม่จริงค่ะ” แล้วเธอก็หันไปมองหน้าจอมอนิเตอร์ที่ฉายภาพกราฟแสดงอัตราการเต้นของหัวใจตัวเอง 
เข็มวัดค่อยๆ ขยับแรงมากขึ้นเรื่อยๆ ยิ่งบวกกับเสียงเมมเบอร์ที่ช่วยกันครางออกมาด้วยความลุ้นนั้น
ยิ่งทำให้หัวใจคนฟังเต้นแรงมากขึ้นไปอีก 
 
 
“บ้านใหม่ๆ เธอไม่อยากให้คนซกมกอย่างเนี้ยงๆ ไปแน่ใช่มั้ยล่า” 
อัตจังยังแกล้งยั่วต่อ นี่ถ้าไม่สนิทกันจริงๆ คงได้ไปตบตีกันต่อหลังเวทีแน่แล้ว 
แล้วมันก็ได้ผล ท่ามกลางเสียงเชียร์ของเมมเบอร์ หัวใจของมาริโกะก็เต้นแรงขึ้นจนเลยเส้นแดงจนได้
 
 
“ได้แต้ม!” ซาตะตะโกนออกมาพร้อมกับเสียงหัวเราะของทุกคนในขณะที่ฮารุนะอ้าปากค้าง
“ไม่ใช่นะ ไม่ใช่อย่างนั้นเลย” มาริโกะรีบปฏิเสธ 
 
แม้ปกติจะเป็นคนเก็บสีหน้าเก่งแค่จนใครๆ ก็ให้อีกฉายาว่า Miss poker face 
แต่ครั้งนี้ดูเหมือนว่าความตกใจจะมีมากกว่าจริงๆ ยิ่งตอนที่ได้เห็นหน้าผิดหวังของฮารุนะแล้วด้วย
 
 
“ตกลงว่าเป็นยังไง บ้านใหม่เธอสะอาดมากเลยงั้นเหรอ” ซาตะถาม 
“ก็เปล่าหรอกนะ คือบ้านชั้นเป็นสีขาว เฟอร์นิเจอร์ส่วนใหญ่ก็เป็นสีขาวหมดเลย”
 
“เธอก็เลยไม่อยากให้ฮารุนะไปทำสกปรกใช่มั้ยล่ะ” 
อัตจังแซวยิ้มๆ และมันยิ่งทำให้ฮารุนะหน้าเสียหนักขึ้นไปอีก ซาตะหันไปถามคนที่โดนพาดพิงบ้าง
 
 
“ว่ายังไงโคจิม่า เธอเคยไปบ้านชิโนดะมาหรือยัง”
“มาริจังก็เคยชวนอยู่เหมือนกันนะคะ บอกว่าคราวหน้าให้ไปเที่ยวบ้าน”
 
“แล้วตกลงได้ไปหรือยังล่ะ”
“ก็มาริจังบอกว่าคราวหน้าๆ จนถึงตอนนี้ก็ยังไม่ได้ไปเลยค่ะ” ตอบเสียงอ่อย 
 
ได้ยินอย่างนั้นทุกคนก็หัวเราะครืน มาริโกะรีบบอก
 
“ที่บ้านก็ไม่ได้จะสะอาดอะไรขนาดนั้นหรอกค่ะ จริงๆ แล้วฉันเองก็เลี้ยงหมาอยู่สองตัวนะ” 
ยังไม่ทันจะได้พูดจบดี เคียวโตะ คู่หูพิธีกรของซาตะก็พูดขึ้นมา
 
“แสดงว่าโคจิม่านี่สกปรกกว่าเจ้าสองตัวที่เธอเลี้ยงเอาไว้อีกสินะ” 
ช่างเป็นการตบมุกที่ร้ายกาจ เล่นเอามาริโกะไปไม่เป็น เธอได้แต่โบกมือปฏิเสธหน้าแดง
ในขณะที่เหล่าเมมเบอร์และทีมงานหัวเราะชอบใจกันยกใหญ่ 
 
 
เกมนี้ก็อย่างที่บอกว่าสร้างเรทติ้งให้รายการเพราะมันคือการแฉมุมที่เป็นความลับของเมมเบอร์ให้แฟนๆ ได้เห็น
 ยิ่งเป็นการต่อสู้ของคู่ที่สนิทกันมากเท่าไหร่ ความมันส์ก็จะมีมากขึ้นเป็นเงาตามตัว แต่เพราะว่ามันคือการแฉ
 ทำให้บ่อยทำให้หลายคนต้องกลายเป็นเหยื่อที่น่าสงสาร
 
 โดยเฉพาะกัปตันของทีมอย่างทากาฮาชิ มินามิ ที่มักจะมีคนขุดเรื่องของเธอมาเผาอยู่เสมอๆ 
และคราวนี้อัตสึโกะก็เลือกเนี้ยงๆ มาเป็นเหยื่อเพราะรู้ดีว่ามีไม่กี่ชื่อหรอกนะที่จะทำให้หัวใจของมาริโกะซามะเต้นแรงได้
 
 
Miss poker face ผู้พลาดท่าเหลือบตามองฮารุนะที่ค้อนให้งอนๆ ก่อนจะลอบถอนใจ
จากใจจริงเลยนะ เธออยากให้เนียวโร่ไปเที่ยวบ้านมากๆ ติดอยู่แค่อย่างเดียวเนี่ยแหละที่ทำให้ไม่กล้าชวนจนถึงวันนี้……
 
////////////////////////////////////////////////////
 
“เน่ๆ มาริจัง วันนี้เค้าจะไปค้างบ้านมาริจังนะ” 
ฮารุนะประกาศหลังจากอัดรายการเสร็จ ไม่ได้หรอกเธอจะปล่อยให้คนอื่นคิดว่ามาริโกะไม่ยอมให้เข้าบ้านเพราะซกมกได้ยังไง 
 
 
เมมเบอร์ส่วนใหญ่กำลังเปลี่ยนเสื้อผ้าซึ่งก็ทำด้วยกันจนเป็นเรื่องปกติ 
มาริโกะเบือนหน้าหนีจากสภาพที่มีแค่ชุดชั้นในของเนี้ยงๆ ก่อนตอบ
 
 
“เดี๋ยวเรามีงานต่อไม่ใช่เหรอ” ตอบพร้อมกับเริ่มสวมเสื้อผ้า
 ความที่โดนตามใจมาตลอดพอถูกปฏิเสธเข้าเนียวโร่จึงเผลอหยุดทุกอย่างที่กำลังทำอยู่ เธอถือเสื้ออยู่ในมือและเริ่มงอแง 
 
 
“ก็หลังจากเสร็จงานไง พรุ่งนี้มาริจังหยุดไม่ใช่เหรอเค้าก็ว่างเหมือนกันจะได้ไปช๊อปปิ้งด้วยกันเลยไง”
“อืม…… แต่งานมันเลิกดึกนะ แล้วฮารุนะก็ไม่ได้เตรียมเสื้อผ้ามาเปลี่ยน……”
 
 
“ก็ยืมของมาริจังก่อนก็ได้นี่”
“แต่ว่า……”
“แต่ว่าอะไรอีกล่ะ นี่อย่าบอกนะว่าเค้าสกปรกกว่าหมาของมาริจังจริงๆ” 
 
เสียงเนียวโร่เริ่มดังขึ้นเรื่อยๆ จนเมมเบอร์คนอื่นที่อยู่ใกล้ๆ กันมามอง
 
 
“อะไรกันเหรอ มีอะไรกัน” โอชิม่า ยูโกะ เจ้าของฉายา ตาลุงจอมหื่นแห่ง AKB เดินเข้ามาถามด้วยความสนใจ
 ฮารุนะรีบหันไปฟ้อง
 
“ก็มาริจังน่ะสิ ไม่ยอมให้ฉันไปค้างด้วยน่ะ”
“อะไรนะ มาริโกะไม่ยอมให้ฮิเมะไปค้างด้วยงั้นเหรอ น่าสงสารจังเลย งั้นไปค้างบ้านฉันก็ได้นะ” 
ยูโกะเรียกฮารุนะด้วยชื่อเล่นที่ตัวเองเป็นคนตั้งให้ ฮิเมะที่แปลว่าเจ้าหญิง 
 
 
ที่ใครๆ เรียกยูโกะว่าลุงหื่นเพราะชอบลวนลามเมมเบอร์ในวงอยู่เป็นประจำ
 โดยเฉพาะกับฮิเมะที่เจ้าตัวโปรดปรานยิ่งกว่าใครๆ แม้แต่ในขณะนี้ที่ไม่พูดเปล่ายังลูบไล้ผิวเนียนของฮารุนะไปด้วย 
 
ความที่ยูโกะสูงแค่ร้อยห้าสิบสองใบหน้าของเธอจึงอยู่ในระดับเดียวกับหน้าอกของฮารุนะพอดี 
อดใจไม่ไหวเลยซบหน้าลงไปสัมผัสความเนียนนุ่มแล้วหัวเราะคิกคัก
 
 
“ว้าย ยูจัง อย่าซบตรงนั้นสิ” เนี้ยงๆ โวยวายแต่ตาลุงก็ไม่สนใจ ยิ่งห้ามก็เหมือนยิ่งยุ 
เมมเบอร์ที่เหลือก็เลยหัวเราะตามกันยกใหญ่ ใจหนึ่งก็สงสารฮารุนะที่โดนลวนลามเป็นประจำ แต่อีกใจก็อดขำไม่ได้
 
 
มาริโกะฉวยโอกาสที่ทุกคนกำลังสนใจยูโกะรีบแต่งตัวแล้วชิ่งหนีออกมา 
เธอเก็บของแล้วไปนั่งรอในรถบัสคันเล็กที่จะพาสมาชิกไปยังเธียร์เตอร์เพื่อขึ้นแสดงในตอนค่ำ 
 
หญิงสาวพบว่าตัวเองเป็นคนแรกที่มาถึง ร่างสูงทรุดตัวลงนั่งที่เก้าอี้แถวหลังสุด 
วางกระเป๋าไว้ข้างตัวก่อนจะถอนหายใจยาวเหยียด
 
 
จากใจจริงเลยนะ ไอ้เกมหมากรุกแห่งความจริงนี่ ตอนที่นั่งดูเมมเบอร์คนอื่นเล่นอยู่ก็สนุกดีหรอก
 แต่พอมาเป็นตัวเองเมื่อไหร่ล่ะเสียวสันหลังทุกที ก็ทีมงานชอบจัดให้เมมเบอร์ที่สนิทกันมาแข่ง
 คำถามก็เลยเจาะลึกฮาร์ดคอร์ตามไปด้วย มันก็เป็นการสร้างกระแสที่ดีหรอกนะ 
แต่กับความจริงบางอย่างเธอก็อยากจะเก็บเอาไว้เป็นเรื่องส่วนตัวไม่ใช่หรือไง
 
 
 
ไม่นานนักสมาชิกคนอื่นก็พากันมาขึ้นรถ ฮารุนะมาถึงเป็นคนเกือบท้ายๆ โดยมียูโกะตามติดมาเป็นเงา 
เสียงหยอกเย้าของทั้งสองยังคงมีมาให้ได้ยินเป็นระยะเพราะดูเหมือนว่าตาลุงตอนนี้กำลังคึกคักกับการได้สัมผัสลูบไล้ฮิเมะที่รัก
 
 
“ยูจัง บอกแล้วไงว่าอย่าจับตรงนั้น!” 
เสียงโวยวายของฮารุนะตามมาด้วยเสียงหัวเราะชอบใจของยูโกะดังไปถึงหลังรถ 
ร้อนถึงคนที่นั่งหลังสุดต้องจับหูฟังขึ้นมาใส่หูแล้วเปิดเพลงดังๆ เพื่อกลบเสียง 
 
 
มาริโกะทอดมองไปนอกหน้าต่าง แสดงไฟนีออนหลากสีจากร้านรวงวิ่งเป็นสายในยามที่รถบัสเคลื่อนผ่าน 
สำหรับเมมเบอร์แล้ว บุคลิกของมาริโกะซามะนั้นโดดเด่นในความเท่ห์มีเสน่ห์และน่าเกรงขาม
แม้จะชอบแกล้งคนอื่นแถมยังเล่นมุกแป๊กอยู่เป็นประจำแต่รุ่นน้องทั้งหลายก็ให้ความเคารพ
และตัวเธอเองก็อยากจะรักษาภาพพจน์นี้เอาไว้ดังนั้นหลายสิ่งในใจจึงต้องเก็บเอาไว้เป็นความลับโดยเฉพาะเรื่องของหัวใจ 
 
 
ใครๆ ก็รู้ว่าเธอกับฮารุนะเป็นเพื่อนสนิทกัน และเพราะความเป็นเพื่อนนี่แหละ
ที่ทำให้เธอต้องรักษาระยะห่างและขีดเส้นแบ่งความสัมพันธ์เอาไว้ให้ชัดเจน 
เพราะไม่อยากจะเสียสิ่งหนึ่งที่สำคัญที่สุดในชีวิตไป 
 
จริงๆ แล้วมาริโกะค่อนข้างอิจฉายูโกะที่สามารถเปิดเผยตรงไปตรงมาได้ขนาดนี้ 
ไม่ว่าจะเป็นต่อหน้าหรือหลังกล้อง ยูโกะก็ยังคงความเป็นคนบ้าพลังและเปิดเผยความคลั่งไคล้ที่มีต่อฮารุนะอย่างไม่แคร์สื่อ 
 
 
ดูอย่างตอนที่เล่นเกมหมากรุกแห่งความจริงกับคิตาฮาระ ริเอะสิ มาริโกะจำได้ไม่เคยลืมเลย 
ที่ริเอะถามว่าพักหลังนี้ยูโกะเอนเอียงไปทางมิเนกิชิ มินามิ สมาชิกแก้มป่องของวงเพราะว่าผิวขาวเนียนมากกว่าฮารุนะใช่มั้ย 
ตาลุงก็ปฏิเสธอยู่หรอกนะแต่ว่าหัวใจดันเต้นแรงจนเสียคะแนนให้ริเอะจนได้ 
 
 
กล้องรีบจับไปที่ใบหน้าเขินๆ ของยูโกะทันที และพอซาตะซังหันไปถามฮารุนะว่ารู้สึกยังไง 
ฮารุนะก็บอกว่าไม่รู้เหมือนกัน แต่ว่าก่อนที่จะเริ่มอัดรายการ ยูโกะยังจูบเธออยู่เลยนะ 
เมมเบอร์คนอื่นได้ยินอย่างนั้นก็แซวกันใหญ่ แม้จะเขินมากแต่ยูโกะก็กล้าที่จะตอบไปว่า
 เพราะเห็นฮารุนะนอนหลับอยู่ และดูน่ารักมากจนเธออดใจไม่ไหวแล้วต่อท้ายด้วยว่าชอบสมาชิกทุกคนเท่ากันหมด 
 
 
แน่นอนว่าคำตอบนั้นทำให้ทุกคนที่อยู่ในห้องถ่ายทำวันนั้นหัวเราะยกเว้นแค่เพียงคนเดียว…… มาริโกะ
 
หญิงสาวทอดถอนใจ เธอแอบดีใจที่ตอนนั้นกล้องมุมกว้างถ่ายผ่านหน้าสมาชิกทุกคนรวมกันเพียงวูบเดียว 
ได้แต่หวังว่าจะไม่มีใครสังเกตเห็นสีหน้าของเธอในเทปนั้นหรอกนะ หลังจากนั้นกลุ่มแฟนคลับก็เชียร์ Kojiyuu กันหมด 
ภาพลักษณ์สำหรับไอดอลเป็นสิ่งสำคัญ และมันก็ทำให้เธอต้องซ่อนความรู้สึกที่แท้จริงเอาไว้ให้ลึกสุดใจ 
แต่ถึงอย่างนั้นการต้องแสดงบทเพื่อนรักทั้งที่หัวใจหวั่นไหวอยู่ตลอดเวลานั้นก็ทำให้ปวดหนึบที่หัวใจได้ทุกครั้งที่คิดขึ้นมา
 
 
อากาศเย็นจัดจากเครื่องปรับอากาศในรถทำให้เกิดไอน้ำขึ้นบนกระจก
 มาริโกะจรดปลายนิ้วเขียนตัวหนังสือขึ้นมาแล้วมองดูมันอย่างเหม่อลอย M&H…… 
 
 
แสงไฟนีออนข้างนอกยังคงไหลผ่านสายตา มาริโกะมองดูมันอย่างนั้น
จนกระทั่งสังเกตเห็นตากลมแป๋วของใครอีกคนที่สะท้อนอยู่บนกระจก ร่างสูงสะดุ้งเฮือกหันไปมองทันที 
 
อัตจังกำลังมองมาที่เธอแล้วอมยิ้มตาเป็นประกาย อีกแล้วแววตารู้ทันแบบนี้อีกแล้ว 
 
 
 
“เอ๋ มาริโกะเขียนอะไรบนกระจกเหรอ” 
“ปะ เปล่า ไม่มีอะไรนี่” ตอบตะกุกตะกักก่อนจะรีบลบแล้วถามกลบเกลื่อน 
“อัตจังมานั่งตรงนี้ตั้งแต่เมื่อไหร่เนี่ย” ใช่ซี เธอจำได้อยู่ว่าก่อนหน้านี้เธอเป็นคนเดียวที่นั่งแถวหลังสุดนี่นา
 
 
“มานั่งตั้งนานแล้ว มาริโกะมัวแต่เหม่อก็เลยไม่รู้ตัวน่ะสิ คิดอะไรอยู่เหรอ”
“ก็เรื่องงานแหละ ไม่มีอะไรหรอก”
 
 
“หืม……” อัตสึโกะครางเสียงยาวในขณะที่ยกนิ้วแตะริมฝีปากยิ้มๆ
 กำลังจะถามต่อก็มีใครอีกคนเข้ามาทิ้งตัวลงนั่งข้างๆ เสียก่อน
 
 
“อัตจัง ทำไมย้ายมานั่งตรงนี้ล่ะ” ทากาฮาชิ มินามิ กัปตันของ AKB เอ่ยปากทันที 
ก่อนหน้านี้เธอกับอัตสึโกะนั่งด้วยกันอยู่ที่เบาะแถวกลาง แล้วอยู่ๆ อีกฝ่ายก็ย้ายมานั่งแถวหลังเสียอย่างนั้น
 
 
“เห็นมาริโกะนั่งอยู่คนเดียวก็เลยอยากมานั่งด้วยไง” 
อัตสึโกะตอบ ทากามินาเลิกคิ้วน้อยๆ เมื่อชะเง้อหน้ามาถามมาริโกะบ้างตามนิสัยใจดีที่มักจะห่วงใยทุกคนเสมอ
 
 
“วันนี้มาริโกะดูเงียบๆ ไปนะ มีเรื่องอะไรหรือเปล่า”
“เปล่าไม่มีอะไรจริงๆ แค่คิดเรื่องงานอยู่”
 
“ใช่ คิดหนักเลยแหละ เมื่อกี้เห็นมาริโกะเขียนว่า M&H บนกระจกด้วย” 
อัตสึโกะบอกยิ้มๆ เล่นเอาคนโดนพาดพิงสะดุ้งเฮือก พูดตะกุกตะกัก
 
 
“เป็นชื่อแบรนด์เสื้อผ้าน่ะ คือฉันก็ศึกษาเรื่องแฟชั่นอยู่ไง” 
เป็นคำตอบที่ฟังดูมีเหตุผลดีอยู่หรอกนะ ถ้าหากว่าคนที่ขึ้นชื่อเรื่องไร้เซ้นต์ทางแฟชั่นอย่างทากามินะไม่ท้วงขึ้นมา
 
 
“เอ๋ แบรนด์อะไรเหรอ เคยได้ยินแต่ H&M นะ” 
แค่นั้นเองอัตสึโกะก็หลุดหัวเราะพรืดในขณะที่ใบหน้าขาวของมาริโกะแดงซ่านอย่างห้ามไม่อยู่ เขินมากจนเผลอโวยวายเสียงดังขึ้นมา
 
 
“ก็จำผิดไง เขียนผิด เอ๊ะ อัตจังก็ ขำอะไรนักหนาเนี่ย หยุดหัวเราะได้แล้ว!”
ท้ายประโยคหันไปเอ็ดอัตสึโกะเพื่อกลบเกลื่อน แต่เจ้าตัวก็ก็ยังคึกไม่หาย 
 
 
เห็นอัตจังหัวเราะอย่างนั้น ทากามินะที่แม้จะยังไม่เก็ตเรื่องทั้งหมดก็ยังอดหัวเราะตามไม่ได้
 สุดท้ายแถวหลังสุดที่เคยเงียบก็กลายเป็นคึกคักขึ้นมา และดึงดูดให้มิเนกิชิ มินามิ หรือมี่จัง 
ที่นั่งอยู่ไม่ไกลลุกขึ้นมาถามอย่างนึกสนุก
 
 
“เล่นอะไรกันน่ะเล่นด้วยสิ”
“ก็มาริโกะน่ะสิ……” อัตสึโกะกำลังจะตอบโดนมาริโกะตะครุบปากหมับเข้าเสียก่อน ถามลนลาน
 
“อะไรๆ อัตจังจะพูดอะไร”
“มาริโกะปิดปากอย่างนั้น อัตจังจะตอบยังไงล่ะ” 
ทากามินะบอกขำๆ ในขณะที่อัตสึโกะที่แกะมือเพื่อนออกได้อ้าปากงับอากาศเฮือกใหญ่ บอกกลั้วหัวเราะ
 
 
“ไม่รู้ยังไม่ได้คิด”
“อ้าว อัตจังนี่ก็ล่ะ” 
 
ถึงอัตสึโกะจะตอบอย่างนั้น แต่แววตาก็เป็นประกายวิบวับเหมือนคนรู้ทัน 
และมันก็ช่างน่าหมั่นไส้จนมาริโกะต้องล็อคตัวเอาไว้แล้วเอามือจี้เอวแถมยังหันไปสั่งมี่จังกับทากามินะให้ช่วยจี้อีกด้วย
 
 
 
เสียงหัวเราะของกลุ่มคนที่นั่งหลังสุดทำเอาคนนั่งแถวหน้าชะเง้อชะแง้มองดูกันเป็นแถว 
นี่ถ้าไม่ติดว่าอีกเดี๋ยวเดียวก็จะถึงเธียร์เตอร์แล้วยูโกะคงจะเดินไปเล่นด้วยอีกคน เธอหันหน้ากลับมาหาฮารุนะ บอกยิ้มๆ
 
 
“พวกนั้นเล่นอะไรกันก็ไม่รู้เนาะ” คนฟังไม่ตอบอะไรหากแต่ทำหน้างอและเริ่มเก็บของเตรียมตัวลงจากรถ
 “เอ๋ ฮิเมะเป็นอะไรไป เหนื่อยเหรอ”
 
“เปล่านี่ ยูจังก็รีบเก็บของสิ ถึงแล้วนะ” ตอบโดยไม่มองหน้า เห็นท่าทางอย่างนั้นยูโกะจึงเตรียมตัวบ้าง 
 
 
 
 
 
 
 
เพียงไม่นานรถบัสก็มาถึงที่หมายเมมเบอร์ทุกคนทยอยลงจากรถโดยมีขาป่วนลงมาเป็นกลุ่มสุดท้าย 
มาริโกะแอบมองตามแผ่นหลังของฮารุนะที่เดินนำอยู่ข้างหน้าไกลๆ แล้วความรู้สึกหนักอกก็กลับมาอีกจนได้
ป่านนี้อีกฝ่ายจะลืมเรื่องที่จะขอไปนอนที่บ้านเธอหรือยังนะ 
 
แล้วในขณะที่คิดอย่างนั้นอยู่ๆ ฮารุนะก็หยุดเดินแล้วหันหน้ามามองเล่นเอาอีกคนสะดุ้ง
 สองสายตาประสานกันก่อนที่สาวหน้าหวานจะกัดริมฝีปากน้อยๆ 
แล้วมองค้อนสะบัดหน้าให้อย่างจงใจให้รู้ไปเลยว่ายังไม่ลืม แล้วตอนนี้ก็กำลังโกรธอยู่ด้วย!
 
 
 
“อ๊ะ เนี้ยงๆ หันมามองค้อนด้วยล่ะ” 
 
อัตสึโกะบอกพลางสะกิดแขนมาริโกะเบาๆ 
ซึ่งตอนนี้เจ้าตัวกำลังเอามือปิดหน้าเพื่อซ่อนผิวแก้มแดงๆ ของตัวเองเอาไว้พยายามหักห้ามเสียงคร่ำครวญในใจ 
 
เนียวโร่ ทำไมทำหน้างอนได้น่ารักขนาดนี้เนี่ย!
 
 
 
 
 
 
เมื่อรู้ตัวแล้วว่ากำลังถูกงอนอยู่มาริโกะจึงต้องหาโอกาสง้อ ถึงแม้ว่าจะชอบตอนที่ฮารุนะงอนมากๆ ก็เถอะ 
แต่จะให้ปล่อยเอาไว้ก็ไม่ดีกับหัวใจ ดังนั้นในขณะที่ทุกคนกำลังแต่งหน้าเตรียมตัวขึ้นแสดง
เธอจึงหารูปน่ารักในมือถือขึ้นมาให้อีกฝ่ายดูเพื่อเป็นการชวนคุย
 
 
“เนียวโร่ ดูรูปน้องหมานี่สิ น่ารักมากเลยนะ” 
คนงอนปรายตามองเล็กน้อย ก่อนที่จะทำเมินแล้วหันไปจัดการปัดแก้มตัวเองต่อ
 เจออย่างนี้เข้ามาริโกะก็หน้าเจื่อน พยายามชวนคุยต่อ
 
 
“นี่ พรุ่งนี้ฮารุนะอยากจะไปซื้อของที่ไหนเหรอ เรานัดกันกี่โมงดีล่ะ” 
คราวนี้อีกฝ่ายหันมามองเล็กน้อย ตอบเสียงเรียบ
 
 
“ไม่รู้เหมือนกัน ถ้าตื่นสายก็จะไปคนเดียว”
“ฮารุนะล่ะก็ โกรธอะไรเหรอ”
 
 
“มาริจังก็รู้อยู่ว่าอะไร ถ้าหวงบ้านขนาดนั้นก็นอนกอดกับน้องหมาไปก็แล้วกันวันหยุดน่ะ”
“ไม่เอาหรอก อยากจะไปช๊อปปิ้งกับฮารุนะมากกว่า” บอกน้ำเสียงเอาใจ คนฟังเบือนหน้าหนี
 
“แต่เค้าไม่อยากไปกับมาริจังแล้ว” พูดแค่นั้นก็ลุกเดินไปเปลี่ยนเสื้อผ้าทันทีทิ้งให้มาริโกะนั่งจ๋อยอยู่คนเดียว
 
 
 
 
 
 
อีกไม่กี่นาทีก็จะถึงเวลาแสดงแล้ว มาริโกะในชุดกระโปรงสั้นฟองฟูสีแดง
เดินเข้ามารวมกลุ่มกับเมมเบอร์เพื่อซักซ้อมความเข้าใจก่อนขึ้นเวที 
 
ฮารุนะยืนอยู่ก่อนแล้วในชุดสีดำระบายลูกไม้ 
ปกติแล้วเนี้ยงๆ เป็นคนไม่เก็บอารมณ์อะไรเท่าไหร่อยู่แล้วเธอจึงยืนทำหน้างออย่างไม่แคร์สื่อและไม่สนใจฟังอะไรทั้งนั้นเลยด้วย
 
 
เสียงทากามินะพูดอธิบายรายละเอียดให้กับเมมเบอร์ทุกคนนั้นไม่ได้ลอยเข้าหูมาริโกะแม้แต่นิด 
ความคิดของเธอยังคงจดจ่ออยู่กับคนข้างกายที่คราวนี้ดูเหมือนจะโกรธมากถึงขั้นไม่อยากจะมองหน้า 
แย่จัง ไม่คิดเลยว่าแค่เรื่องไปนอนค้างที่บ้านจะทำให้ฮารุนะโกรธได้มากขนาดนี้ 
 
 
มาริโกะเดินเข้าไปยืนข้างๆ เธอกำชายกระโปรงของตัวเองเอาไว้ในขณะที่เหลือบมองสาวแสนงอนตาละห้อย
 ด้วยความประหม่ามาริโกะไม่รู้ตัวเลยว่ากำลังเผลอกัดริมฝีปากน้อยๆ 
หญิงสาวบิดตัวไปมาในขณะที่ค่อยๆ ขยับเข้าไปชิดร่างบาง ก่อนจะกางนิ้วก้อยแล้วแอบสะกิดเบาๆ ที่ต้นขาอีกฝ่าย
 
 
ฮารุนะปรายตามองแค่แวบเดียวก่อนจะทำแก้มป่องแล้วเบือนหน้าหนี 
ด้วยเธอยืนประสานฝ่ามือนิ่ง ไม่สนใจแล้วยังไม่คิดที่จะยอมคืนดีตอนนี้ด้วย
 
 แม้จะประหม่าแค่ไหนแต่ความห่วงหาที่มีมากกว่าก็เป็นฝ่ายชนะ 
ในที่สุดมาริโกะก็ตัดสินใจปล่อยมือจากชายกระโปรงแล้วเอื้อมคว้ามือบางของคนข้างกายมากุมเอาไว้จนได้ 
 
 
ใจจริงฮารุนะอยากจะดึงมือออกถ้าไม่ติดว่ามีกล้องของทีมงานกำลังบันทึกภาพอยู่ 
ถ้าหากมีข่าวหลุดออกไปว่าสมาชิกใน AKB ทะเลาะกันมันคงจะดูไม่งามเท่าไหร่นักหรอก 
 
แล้วตอนนั้นเองมาริโกะก็โน้มใบหน้าลงมากระซิบที่ข้างหู
 
 
“คืนนี้ไปค้างที่บ้านฉันนะ……”
 
 
คำพูดสั้นๆ หากแต่ทำให้คนฟังแทบกลั้นยิ้มไม่อยู่ 
ฮารุนะพยายามซ่อนอาการของตัวเองเอาไว้ก่อนจะตอบกระซิบกลับไปเบาๆ อย่างแง่งอน
 
 
“ถ้าไม่เต็มใจก็ไม่ต้องชวนหรอก ไม่อยากรบกวน”
“บ้าไม่ใช่สักหน่อย” 
บอกเสียงอ่อน ยิ่งเห็นว่าอีกฝ่ายยังไม่ยอมหันมามองหน้าก็ยิ่งร้อนใจ จนต้องบอกซ้ำอีกครั้ง 
“ไปเถอะนะ ฉันอยากให้ฮารุนะไปจริงๆ……” 
 
 
แล้วคนขี้งอนก็ยอมหันมามองตาจนได้
 
 
“ชวนแล้วห้ามเบี้ยวนะ”
“ไม่เบี้ยวหรอก สัญญา……” 
 
มาริโกะตอบเสียงอ่อน รู้สึกดีใจที่ตัวเองพูดคำนั้นออกมา 
เพราะว่ารอยยิ้มอ่อนหวานของฮารุนะในเวลานี้ช่างดูแล้วน่ารักเหลือเกิน……
 
 
////////////////////////////////////////////////////////////
 
 
 
 
มาริโกะกลับเข้าบ้านคนเดียวหลังเลิกงานเพราะฮารุนะบอกว่าจะขอกลับไปเอาเสื้อผ้าก่อนแล้วถึงจะตามมา
 เจ้าของบ้านทักทายเจ้าลูกหมาสองตัวที่เลี้ยงเอาไว้ก่อนจะเดินเข้าไปอาบน้ำอย่างใจลอย
 คืนนี้จะนอนยังไงดีนะ ถ้าหากเนียวโร่รู้ว่าเพื่อนสนิทคิดไม่ซื่อคนนี้กำลังหวั่นไหวคงจะมองหน้ากันไม่ติดไปเลยแน่ๆ 
 
 
ให้นอนห้องใหญ่แล้วตัวเธอย้ายไปนอนห้องสำหรับแขกที่ว่างอยู่ก็แล้วกันเพื่อความสบายใจของทั้งสองฝ่าย 
คิดได้อย่างนั้นก็รู้สึกโล่งใจขึ้นมาแต่ก็แค่เพียงเล็กน้อยเท่านั้น
 
 
 
 
ไม่ถึงชั่วโมงฮารุนะก็มาถึงจนได้พร้อมกับกระเป๋าเสื้อผ้าใบย่อม
เจ้าของบ้านออกมาต้อนรับพยายามซ่อนความประหม่าเอาไว้ 
มาริโกะนึกดีใจที่เจ้าลูกหมาสองตัวที่วิ่งเข้ามาช่วยรับแขกทำให้บรรยากาศไม่เก้อเขินเท่าใดนัก
 
 
 
“โอ้โห บ้านของมาริจังสะอาดสมคำร่ำลือจริงๆ ด้วย” สาวหน้าหวานเอ่ยชมในขณะที่เดินสำรวจไปรอบๆ
“ไม่ถึงขนาดนั้นหรอก ว่าแต่ฮารุนะจะอาบน้ำเลยมั้ย”
 
“อาบสิ นี่ก็เหนียวตัวมากเลยเนี่ย”
“งั้นตามมาทางนี้เลย ใช้ห้องนี้ก็ได้” บอกพร้อมกับเดินนำขึ้นไปบนชั้นสอง
 
 
 
 
เจ้าของบ้านปล่อยให้แขกอาบน้ำส่วนตัวเองนั้นนั่งเอนหลังดูทีวีไปเรื่อยเปื่อย 
ทุกครั้งที่เข้าช่วงโฆษณาแล้วได้เห็นหน้าเมมเบอร์ของ AKB บนหน้าจอ
ก็อดที่จะอมยิ้มไม่ได้ 
 
 
จนกระทั่งมาถึงโฆษณาชุดชั้นในแบรนด์ดังที่คนกำลังอาบน้ำเป็นพรีเซนเตอร์นั่นแหละเล่นเอาสะดุ้ง 
มาริโกะคว้ารีโมทขึ้นมาเปลี่ยนช่องแทบไม่ทัน ไม่ใช่ว่ามันออกมาดูไม่งามหรอกนะ
 ตรงกันข้าม มันดูเซ็กซี่มากจนไม่กล้าจะดูต่อเพราะว่าตัวจริงของนางแบบกำลังอาบน้ำอยู่ในห้องข้างๆ นี่ไงล่ะ
 
 
“เฮ้อ ได้อาบน้ำแล้วค่อยสบายตัวหน่อย” เสียงเนียวโร่พูดขึ้นมาพร้อมกับก้าวเข้ามาในห้อง 
 
 
มาริโกะพึมพำในลำคอในขณะที่มือก็กดเปลี่ยนช่องทีวีไปเรื่อยๆ อย่างคนไม่มีสมาธิ 
รู้สึกถึงน้ำหนักที่กดลงบนเตียงเพราะมีคนเข้ามานั่งข้างๆ จึงหันไปมอง 
ในวินาทีนั้นเองหัวใจที่เต้นตุ๊มๆ ต่อมก็ ก็เปลี่ยนเป็นหายแว๊บพร้อมกับรีโมทที่หล่นจากมือ
 
 
ฮารุนะตอนนี้อยู่ในชุดนอนบางเบาสีดำตัดกับผิวขาวชวนมอง 
ไม่ได้เปิดเผยเหมือนในโฆษณาชุดชั้นในที่เห็นในทีวี
แต่ว่าความที่มีผิวเนียนโชว์ให้เห็นวับแวมนี่แหละที่ทำให้ดูเซ็กซี่มากกว่าในทีวีเป็นร้อยเท่า
 
 
“มาริจัง ขอยืมครีมทาผิวหน่อยสิ เค้าลืมเอามา” 
หญิงสาวบอกกับเจ้าของห้องทั้งที่ยังก้มลงมองแขนและเรียวขาของตัวเองอยู่จึงทำให้ไม่ทันเห็นท่าทางเคอะเขินของอีกฝ่าย 
 
 
มาริโกะรีบลุกไปหยิบครีมจากโต๊ะเครื่องแป้งมาส่งให้แล้วก็ไม่กล้ากลับไปนอนบนเตียงอีก 
ได้แต่ยืนเก้ๆ กังๆ อยู่อย่างนั้น คนรับไปก็เปิดฝาแล้วเริ่มละเลงลงบนผิวทันทีปากก็พูดไปด้วย
 
 
“กลิ่นหอมดีนะอันนี้ เดี๋ยวซื้อไว้ใช้มั่งดีกว่า ว่าแต่มาริจังทาหรือยัง” 
ท้ายประโยคเอ่ยพร้อมกับเงยหน้าขึ้นถาม มาริโกะรีบหลบสายตาตอบพึมพำ
 
 
“อะ อืม ทาแล้ว ถ้าชอบฮารุนะเอาไปใช้เลยก็ได้นะ ฉันยังมีอีกขวดอยู่”
“จริงเหรอ ดีใจจัง รักมาริจังที่สุดเลย” หญิงสาวบอกอย่างดีใจ อารมณ์ดีมากถึงขั้นฮัมเพลงไปด้วยในขณะที่ทาครีม 
 
 
 
แต่ถึงแม้ฮารุนะจะอารมณ์ดีขนาดไหน แต่ว่ามาริโกะกลับกำลังอยู่ในอารมณ์ตื่นตระหนก 
เพราะอย่างนี้แหละถึงได้ไม่อยากชวนมาบ้าน 
ตอนที่ไปนอนค้างกับฮารุนะน่ะไม่เท่าไหร่เพราะมีทั้งพ่อแม่และน้องชาย 
 
แต่ตอนนี้เวลานี้บ้านทั้งหลังนอกจากเจ้าลูกหมาสองตัวแล้วก็มีแค่เธอสองคนนี่แหละ
 แล้วฮารุนะก็น่ารักเซ็กซี่ออกขนาดนี้ คนมีใจมันขันติไม่ไหวสมาธิมันเตลิดจนแทบจะห้ามใจไม่ได้อยู่แล้วนะ
 
 
 
มาริโกะพยายามหายใจเข้าลึกซ้ำๆ ข่มความรู้สึกของตัวเองเอาไว้กระนั้นน้ำเสียงที่เอ่ยออกไปก็ยังสั่นน้อยๆ
 
 
“เอ่อ ฉันง่วงแล้วล่ะ” ฮารุนะได้ยินก็บอก
“รอแปบนะ เค้ารอครีมแห้งแปบเดียว”
“ไม่ต้องรีบหรอก ตามสบาย ฉันจะไปนอนห้องข้างๆ” 
ได้ยินอย่างนั้นคนที่นั่งฮัมเพลงมาตลอดก็เงยหน้าขึ้นมามองถามน้ำเสียงประหลาดใจ
 
 
“อ้าว มาริจังไม่ได้นอนห้องนี้เหรอ”
“อืม ฮารุนะจะได้นอนสบายๆ ไง”
“อะไรกันล่ะ เค้าอุตส่าห์มานอนด้วย มาริจังจะให้เค้านอนคนเดียวหรอกเหรอ ถ้าอย่างนั้นเค้านอนอยู่ที่บ้านไม่ดีกว่าหรือไง”
 
 
“เตียงมันแคบอ่ะ”
“แคบที่ไหน นี่เตียงควีนไซส์นะ”
“แต่ว่า……”
“แต่อะไรอีกล่ะ ถ้ามาริจังไม่อยากให้เค้ามานอนด้วยก็ไม่ต้องชวนมาแต่แรกสิ”
 
“ไม่ใช่อย่างนั้น”
“ไม่ใช่อย่างนั้นแล้วมันอย่างไหนล่ะ” ถามเสียงดังขึ้นเรื่อยๆ ด้วยความน้อยใจ
 
 เห็นตางอนๆ คู่นั้นแล้วเจ้าของห้องก็อ่อนใจ 
ที่จะแยกไปนอนอีกห้องก็เพื่อความปลอดภัยกับเนียวโร่เองนั่นแหละยังไม่รู้ตัวอีก 
จะบอกความจริงก็ไม่ได้ จะไปนอนห้องอื่นก็ไม่ได้ สุดท้ายก็ต้องยอมให้อีกตามเคย
 
 
“อืม ก็ได้นอนห้องนี้ก็ได้”
“ไม่ต้องแล้ว อยากไปนอนอีกห้องก็ตามใจเลย เค้านอนคนเดียวก็ได้” 
 
บอกแล้วก็ดึงผ้าห่มขึ้นคลุมตัวพร้อมกับหันหลังให้ มาริโกะได้แต่มองตาละห้อย 
ใจก็อยากจะง้ออยู่หรอกนะ แต่กลัวว่าถ้าห้ามใจไม่ไหวแล้วดึงร่างบางเข้ามากอดก็คงจะยิ่งทำให้สถานการณ์แย่มากขึ้นไปใหญ่
 
 
ดังนั้นเธอจึงตัดสินใจเดินออกจากห้องหงอยๆ ทิ้งปล่อยให้ทั้งห้องเหลือเพียงความเงียบ 
ฮารุนะหันมามองประตูที่ปิดสนิทแล้วน้ำใสๆ ก็คลอขึ้นมาในดวงตา เธอซบหน้าลงกับหมอนพึมพำแผ่วเบาด้วยความน้อยใจ
 
“มาริจัง คนบ้า”
 
 
 
 
//////////////////////////////////////////////////////////////////////
 
 
 
ในห้องนอนสำหรับแขก มาริโกะทิ้งตัวลงนั่งอย่างอ่อนแรง 
เธอมองดูกำแพงที่กั้นกลางระหว่างตัวเองและฮารุนะด้วยความหดหู่ในหัวใจ 
จะทำยังไงกับหัวใจดวงนี้ดีหนอ ทั้งๆ ที่รักมากขนาดนี้แท้ๆ แต่ก็ไม่มีความกล้าที่จะพูดมันออกไป 
 
ความจริงมันเจ็บปวดเกินกว่าจะยอมรับได้ เธอยอมให้ฮารุนะโกรธอย่างนี้ดีกว่าจะต้องเสียคนสำคัญในชีวิตตลอดไป
 เพราะถึงอย่างไรระหว่างพวกเธอคงไม่มีทางไปได้ไกลกว่าคำว่าเพื่อนอยู่แล้วใช่มั้ยล่ะ
 
 
แม้จะบอกตัวเองอย่างนั้นแต่ความอึดอัดในหัวใจก็ไม่ได้ลบเลือนลงไปได้เลย
 หญิงสาวหยิบโทรศัพท์มือถือขึ้นมาเปิดดูไปเรื่อยๆ ในความลังเลนั้นเอง
นิ้วเรียวก็กดเลขหมายแล้วโทรออก เพียงไม่นานปลายสายก็กดรับ
 
 
“โทรมาดึกจัง มีอะไรหรือเปล่า” อัตสึโกะถามขึ้นมาทันทีเพราะรู้อยู่แล้วว่าเป็นใครที่โทรเข้ามา
“อัตจัง ทำอะไรอยู่เหรอ” 
“กำลังจะนอนแล้วล่ะ มาริโกะล่ะ”
 
 
“อืม ก็กำลังจะนอน”
“มีเรื่องไม่สบายใจหรือเปล่า”
“………ก็มี”
“รอฟังอยู่นะ” มาริโกะนิ่งคิดไปชั่วครู่ ก่อนจะบอก
 
 
“ฉันจะทำยังไงดี……”
“ก็ทำอย่างที่มาริโกะอยากทำสิ”
“อัตจังพูดเหมือนรู้เลยว่าฉันอยากจะทำอะไร” 
ถามไปแล้วมาริโกะก็ได้ยินเสียงหัวเราะเบาๆ จากปลายสาย อัตสึโกะไม่ตอบแต่กลับถามมา
 
 
 
“ฮารุนะหลับแล้วเหรอ นี่ตกลงได้นอนห้องเดียวกันหรือเปล่า”
“อาเระ อัตจังรู้ด้วยเหรอ”
“รู้สิ ฮารุนะบอกว่าวันนี้จะไปค้างบ้านมาริจัง ท่าทางอารมณ์ดีมากเลย”
 
 
 
“อืม แต่ตอนนี้เค้าอารมณ์ไม่ดีแล้ว”
“อ้าว ทำไมล่ะ”
“ก็ โกรธที่ไม่ยอมให้นอนห้องเดียวกัน”
“มาริโกะ นี่เธอให้ฮารุนะนอนคนเดียวเหรอ ใจร้ายจังเลย” น้ำเสียงของอัตสึโกะฟังคล้ายตำหนิอยู่กลายๆ
 
 
“ใจร้ายที่ไหนล่ะ ที่ทำแบบนี้ก็เพื่อความปลอดภัยของฮารุนะนะ”
“ปลอดภัยจากอะไรเหรอ”
“ก็ปลอดภัยจาก……ฉัน” 
 
ตัดสินใจพูดไปแล้วก็มานั่งเขินอยู่คนเดียว เป็นครั้งแรกที่กล้าพอจะพูดออกมาจากปากแบบนี้ 
แต่ถึงยังไงอัตสึโกะก็น่าจะรู้อยู่แล้ว แม่คุณเล่นล้อกันทุกครั้งที่มีโอกาสเลยนี่นา 
และแล้วมาริโกะก็ได้ยินเสียงหัวเราะชอบใจจากอีกฝ่ายอีกครั้ง 
 
“อัตจังจะหัวเราะอีกนานมั้ยเนี่ย มันตลกตรงไหนเนี่ย”
“ขอโทษๆ ไม่ตลกหรอก”
“ว่าแต่อัตจังรู้มานานแล้วเหรอ เรื่องความรู้สึกของฉัน”
 
 
“คิดว่ามีแค่มาริจังคนเดียวเท่านั้นแหละที่คิดว่าคนอื่นไม่รู้น่ะนะ”
“อะไรนะ นี่ฉันแสดงออกชัดเจนมากขนาดนั้นเลยเหรอ” ถามเสียงตื่น 
 
 
“ล้อเล่น จริงๆ ถ้าไม่สังเกตก็ไม่รู้หรอก แต่พอดีว่ามันสนุกดีฉันก็เลยชอบมอง” 
ยัยคนนี้นี่ อีกนิดเดี๋ยวก็จะกลายเป็นคนชอบมีความสนุกบนความทุกข์ของคนอื่นแล้วนะ
 
 
“จริงเหรอ อย่างนี้จะยังใครดูออกอีกมั้ยเนี่ย”
“อืม…… มินามิรู้รึเปล่าว่ามาริจังชอบฮารุนะ”
 ท้ายประโยคหันไปถามคนข้างๆ มาริโกะถึงกับสะดุ้งยิ่งตอนได้ยินเสียงทากามินะแว่วมาในสายด้วยแล้ว 
“เอ๋ จริงเหรอ ที่พูดถึงกันอยู่นี่คือฮารุนะหรอกเหรอ”
 
 
 
“นี่ ถ้าทากามินะไม่รู้ก็ไม่ต้องไปบอกสิ!” มาริโกะโวยวาย อัตสิโกะหัวเราะรื่นอย่างถูกอกถูกใจ
“เรื่องแค่นี้เอง มินามิไม่ไปบอกใครหรอก อ๊ะ แต่คิดว่าโทโมะจินก็น่าจะมองออกนะ”
“อะไรนะ แม้แต่โทโมะจินก็ด้วยเหรอ แย่แล้ว นี่ฉันจะกล้าสู้หน้าใครอีกมั้ยเนี่ย”
 
 
“บ้า คิดมากไปทำไมเรื่องแค่นี้เองไม่มีใครเค้าว่าอะไรหรอก ตอนนี้เป็นห่วงเนี้ยงๆ ก่อนดีกว่ามั้ย ป่านนี้นอนร้องไห้ขี้มูกโป่งแล้ว”
“อืม ยิ่งเป็นคนคิดมากอยู่ด้วย ฉันจะทำยังไงดีนะ”
“ก็ไปง้อสิ” แหม อัตสึโกะนี่พูดอะไรฟังดูง่ายไปหมด ใช่สิตัวเองก็กำลังแฮปปี้ดีกับทากามินะนี่นา คนใจไม่ถึงตอบเสียงอ่อย
 
 
“รอพรุ่งนี้ก็แล้วกัน คืนนี้ฉันยังไม่พร้อม”
“รอถึงพรุ่งนี้ได้โดนโกรธยาวแน่ นี่มาริโกะ ถามจริงๆ นะ จนป่านนี้ยังไม่เข้าใจฮารุนะอีกเหรอ”
“เข้าใจสิ ฮารุนะน่ะแค่มองหน้าก็รู้แล้วว่าคิดอะไรอยู่ ดูง่ายจะตาย”
 
 
“แล้วทำไมถึงยังไม่รู้ล่ะว่าที่เจ้าตัวเค้าอุตส่าห์กลับบ้านไปเตรียมเสื้อผ้ามาแทนที่จะขอยืมชุดของมาริโกะใส่เพื่ออะไร”
“เอ๋ ก็เพราะว่าพรุ่งนี้อยากจะแต่งตัวไปช๊อปปิ้งไม่ใช่เหรอ เห็นบอกว่ากลัวโดนปาปารัสซี่ถ่ายรูปออกมาแล้วจะไม่สวย”
 
 
“มาริโกะนี่ซื้อบื้อกว่าที่คิดนะเนี่ย มิน่าล่ะชอบเล่นมุกแป๊กเหมือนมินามิไม่มีผิดเลย”
โดนเปรียบว่าแป๊กเหมือนทากามินะคนฟังก็รับไม่ได้ เพราะมั่นใจว่าตัวเองแป๊กน้อยกว่ากัปตันตัวกระเปี๊ยกตั้งเยอะ
 
 
“เน่ มันเกี่ยวอะไรกับมุกแป๊กมิทราบ”
“ก็มินามินะเมื่อก่อนก็ชอบคอยดูแลแล้วแอ๊บว่ารักแบบเพื่อนทั้งที่แววตาลึกซึ้งกว่านั้นแท้ๆ
 นี่ถ้าฉันไม่เป็นคนเค้นความจริงจากปากด้วยตัวเองคงไม่มีทางยอมรับง่ายๆ หรอก” 
 
นั่นไง ธาตุแท้ของเอสแห่ง AKB หลุดออกมาให้เพื่อนได้เห็นอีกแล้ว
 มาริโกะคิดว่าบางทีทากามินะอาจจะหลงรักอัตสึโกะเพราะความแสบแบบแฝงลึกอย่างนี้ก็เป็นได้
 
 
แต่นั่นเป็นเรื่องของพวกเค้า ตอนนี้มาริโกะอยากจะเอาตัวเองให้รอดก่อน
 และคำพูดของอัตสึโกะก็ฟังดูน่ากังวลใจมากๆ เลยด้วย
 
 
“อัตจังคิดว่าฮารุนะรู้เหรอว่าฉันคิดยังไง”
“ก็ลองถามดูสิ มีโอกาสแล้วนี่”
“โอ้ย ฉันไม่กล้าหรอก กลัวเสียเพื่อน”
 
“ไม่เสียหรอก”
“อัตจังเอาความมั่นใจมากจากไหนเนี่ย”
“บางครั้งคนที่มองจากมุมนอกก็เห็นอะไรได้ชัดกว่าคนมุมในนะเออ……” 
 
 
อัตสึโกะทิ้งคำพูดชวนให้คิดตามเอาไว้ ก่อนจะวางสายไป ปล่อยให้มาริโกะนั่งกลุ้มอยู่คนเดียว 
ให้พูดความในใจออกไปงั้นเหรอ เรื่องแบบนั้นแค่คิดยังกลัวเลยนะ ถ้าหากว่ามันทำให้ทุกอย่างพังทลายลงล่ะ 
ตัวเธอพร้อมแล้วเหรอที่จะยอมรับความสูญเสียนั้นจริงๆ ……
 
 
//////////////////////////////////////////////////////////////////
 
ร่างอรชรนอนพลิกตัวไปมาอยู่บนเตียงด้วยความอัดอั้นตันใจ 
ฮารุนะพยายามข่มตาหลับแต่ก็พบว่ามันช่างทำได้ยากเหลือเกิน
โดยเฉพาะเวลานี้ที่ตัวเองนอนอยู่ในห้องของมาริโกะและเจ้าของห้องระเห็จตัวเองไปนอนที่อื่นเสียแล้ว 
 
 
มาริจังคนบ้า นี่ตกลงว่าไม่ได้คิดอะไรกับเธอเลยจริงๆ งั้นเหรอ
 ถ้าอย่างนั้นจะมาคอยดูแลกันตลอดเวลาแบบนี้ทำไมกัน ไหนจะยังมีแววตาหวานๆ ทุกครั้งที่ทอดมองมายังเธออีกล่ะ 
นิสัยไม่ดี มาทำให้คนอื่นหวั่นไหว ถ้าหากมาริจังไปมองใครอย่างนั้นเค้าก็ต้องเข้าใจผิดคิดว่ามีใจให้กันทั้งนั้นแหละ 
นี่สรุปว่าตลอดเวลาที่ผ่านมานี่เธอคิดไปเองใช่มั้ย โอ้ย น่าอายเกินไปแล้วนะ
 
 
 
ในความคิดอันสบสนนั้นเองฮารุนะก็ได้ยินเสียงเปิดประตูเบาๆ ถ้าไม่ใช่โจรก็ต้องเป็นเจ้าของห้องเนี่ยแหละ 
ฮารุนะมั่นใจว่าจะต้องเป็นอย่างหลังจึงแกล้งทำเป็นหลับตาทั้งที่หัวใจกำลังเต้นแรง 
 
ได้ยินเสียงฝีเท้าแผ่วเบาก่อนจะรู้สึกถึงน้ำหนักตัวที่กดลงบนเตียง 
ฮารุนะนึกเสียดายที่ตัวเองนอนหันหน้าเข้าฝาผนังเลยแอบมองไม่ได้ว่าเป็นมาริโกะจริงหรือเปล่า 
ไม่แน่หรอกถ้าเกิดลืมตาขึ้นมาแล้วพบว่าเป็นคนอื่นคงจะน่ากลัวพิลึก 
 
 
คนที่เพิ่งเข้ามาในห้องค่อยๆ เกลี่ยเส้นผมยาวสลวยให้พ้นใบหน้าหวาน 
ได้กลิ่นหอมอ่อนๆ ของครีมทาผิวแบบเดียวกันกับที่ทาก่อนนอน ก่อนเสียงกระซิบเบาๆ ที่ใบหูจะทำให้ขนอ่อนๆ ลุกเกรียว
 
 
“ขอโทษนะ……” 
 
 
ฮารุนะปิดตาแน่นเธอไม่เคยบอกใครหรอกว่าชอบน้ำเสียงแบบนี้ของมาริโกะมากแค่ไหน 
มันฟังดูเป็นเอกลักษณ์แล้วก็น่ารักเอามากๆ เลยด้วย
 
 
 
มาริโกะทอดมองเสี้ยวหน้ายามหลับของคนที่ตัวเองรักอยู่เงียบๆ คิ้วเรียวโค้งรับดวงตาโตที่ปิดสนิท 
ขนตายาวงอนจมูกโด่งริมฝีปากอิ่มสีแดงสดนั้นช่างน่าหลงใหล เธอทอดถอนใจ ทำได้ขนาดนี้ก็ถือว่ากล้าพอแล้ว 
เอาไว้พรุ่งนี้พอฮารุนะตื่นขึ้นมาเธอจะขอโทษอีกครั้ง หากตอนเช้าพบว่าเจ้าของบ้านไม่ได้หนีไปไหนแต่ตอนอยู่ข้างๆ 
ฮารุนะคงจะไม่โกรธมากหรอกมั้งนะ 
 
 
 
คิดได้อย่างนั้นก็ค่อยๆ ซุกตัวลงในผ้าห่มผืนเดียวกัน 
ทั้งที่ใจอยากจะรั้งร่างบางเข้ามากอดหากแต่ก็ทำได้เพียงแค่มองดูจากข้างหลังเท่านั้น 
 
คืนนี้เธอคงนอนไม่หลับแน่ๆ แต่แค่คิดว่าจะได้มองดูแผ่นหลังบอบบางนี้ไปจนรุ่งสางก็รู้สึกอบอุ่นในหัวใจ
 
 
 
“มาริจัง…….” 
 
อยู่ๆ ก็ได้ยินเสียงคนที่คิดว่านอนหลับเอ่ยขึ้นมาทำให้คนฟังหัวใจสั่นไหว 
แสดงว่าฮารุนะคงจะได้ยินที่เธอพูดไปเมื่อกี้แล้วสินะ ความที่ไม่รู้จะพูดอะไรจึงทำได้เพียงขานรับแผ่วเบา
 
 
“หืม……”
“แอร์เย็นจังเลย”
“เดี๋ยวหรี่แอร์ให้นะ”
 
“ไม่ต้องหรอก”
“เอ๋……” 
 
มาริโกะอุทานออกมาได้แค่นั้นเมื่ออยู่ๆ อีกฝ่ายก็หันหน้ากลับมาแล้วซุกตัวลงในอ้อมกอดของเธอ 
กลิ่นหอมจากเรือนผมยาวสลวยของนั้นช่างสั่นคลอนหัวใจให้หวั่นไหวเหลือเกิน
 
 
“นึกว่าจะปล่อยให้นอนคนเดียวจริงๆ ซะแล้ว” 
เสียงฮารุนะฟังดูอู้อี้เมื่อพูดในขณะที่ซบหน้าลงบนไหล่กระนั้นก็สัมผัสได้ถึงความน้อยใจจนคนฟังรู้สึกผิด
 
 
“ขอโทษนะ”
“มาริจังกลัวอะไรเหรอ”
“เปล่า ไม่ได้กลัวอะไรสักหน่อย”
 
“แล้วทำไมต้องตัวสั่นด้วยล่ะ” 
ช่างเป็นคำถามที่ทำให้คนฟังถึงกับสะดุ้ง มาริโกะปฏิเสธไม่เต็มเสียงนัก
 
 
“ไม่ได้สั่นนี่”
“โกหก……”
“ฮารุนะต่างหากไม่ใช่เหรอที่ตัวสั่น”
“โกหกอีกแล้ว”
“จริงๆ” โดนย้อนเข้าแบบนี้เนียวโร่ก็เลยเงียบไปบ้าง 
 
หญิงสาวถอนหายใจน้อยๆ ก่อนจะช้อนสายตาขึ้นมามองคนที่กำลังโอบกอดตัวเองอยู่ เอ่ยเสียงพร่า
 
 
“บางทีเค้าอาจจะกำลังตื่นเต้นกับสิ่งที่กำลังจะทำอยู่ก็ได้นะ”
“ทำอะไรเหรอ”
“แบบนี้ไง……” 
บอกเสียงกระซิบก่อนจะบรรจงจุมพิตแผ่วเบาลงบนริมฝีปากร้อนผ่าวของมาริโกะ 
 
 
“ฮารุนะ……”
 
 
สองสายตาประสานกันท่ามกลางความเงียบงัน แววตาของมาริโกะเต็มไปด้วยความตระหนก
หากแต่ก็แฝงไปด้วยประกายอ่อนหวานเสียจนคนมองต้องทอดถอนใจ
 
 
“นี่มาริจัง…… ถ้าจะมองเค้าด้วยแววตาแบบนั้น ก็บอกรักเค้าซักทีเถอะนะ”
“เอ๋…… อะไรนะ” 
 
 
“มาริรักเค้าไม่ใช่เหรอ” 
คำพูดของฮารุนะนั้นตรงมากเสียจนคนฟังสติแตกไปแล้ว เขินจนต่อไม่ถูก ได้แต่ถามตะกุกตะกัก
 
 
“อะ เอ่อ ทะทำไมถึงรู้ล่ะ รู้ได้ยังไงเนี่ย” 
นั่นสิ รู้ได้ยังไง แล้วเธอจะสู้อุตส่าห์พยายามปกปิดมันมาตลอดด้วยความลำบากไปเพื่ออะไรกันล่ะ
 
 
“ก็มาริจังชอบมองเค้าแบบนี้นี่”
“แบบไหนเหรอ”
“ก็แบบนี้ไง……” ตอบพร้อมกับรอยยิ้มน่ารัก 
 
สองสายตาประสานกันฮารุนะไม่เคยพูดออกมาหรอก แต่เธอชอบมากเวลาที่อีกฝ่ายมองมาแบบนี้
 มันรู้สึกว่าทำให้เธอเป็นคนพิเศษ มาริโกะเขินจนแทบละลาย
 เธอก้มหน้าเพื่อซ่อนความรู้สึกหากแต่ไม่อาจซ่อนผิวแก้มแดงก่ำเอาไว้ได้ 
 
 
“ตกลงมาริจังจะยอมพูดมั้ย ว่าคิดยังไงกับเค้ากันแน่”
“ฮารุนะอยากฟังจริงๆ เหรอ รู้แล้วไม่ได้รังเกียจหรอกเหรอ”
 
 
“ตอนแรกก็ตกใจอยู่หรอกนะ สับสนมากๆ ด้วย แต่แค่คิดว่าถ้าปล่อยเอาไว้แล้วไม่ทำอะไรเลย
ต่อไปข้างหน้ามาริจังอาจจะหันไปมองคนอื่นด้วยแววตาแบบเดียวกัน เค้าก็รู้เลยว่ายอมไม่ได้เด็ดขาด”
 
 
 “หมายความว่าฮารุนะก็รู้สึกเหมือนกันงั้นเหรอ”
“มาริจังก็บอกมาก่อนสิว่ารักเค้าหรือเปล่า” 
 
ถามพร้อมกับช้อนสายตาขึ้นมองอ้อนๆ ถ้าจะมองกันแบบนี้ควักหัวใจไปเก็บไว้เลยดีกว่ามั้ย มาริโกะกระซิบบอกเสียงหวาน
 
 
“รัก……”
“ถ้างั้นเค้าก็รัก……” ฮารุนะตอบด้วยน้ำเสียงไม่ต่างกัน
 
 
บรรยากาศรอบกายอบอวลไปด้วยความหวาน รอยยิ้มชวนมองของฮารุนะทำให้มาริโกะอดใจไม่ไหว 
เธอค่อยๆ โน้มใบหน้าลงไปหาอย่างเชื่องช้า ประทับจุมพิตลงบนเรียวปากอิ่ม 
สัมผัสอ่อนนุ่มนั้นทำให้หัวใจเติมเต็มไปด้วยความสุขจนแทบหลอมละลาย
 
 
“ฉันรักเธอนะ” เสียงกระซิบแผ่วเบาในขณะที่คลอเคลียอยู่บนเรียวปากของกันและกัน 
 
 
มาริโกะสูดกลิ่นกายหอมกรุ่นจนสุดลมหายใจ กุมมือบางเอาไว้แตะปลายลิ้นเชยชิมรสหวานที่โหยหามานานแสนนาน 
ฉันจะกอดเธอไปตลอดค่ำคืนนี้ จะมองตาเธอและบอกรักซ้ำๆ จนกว่าจะรุ่งสาง 
 
และจากนี้ไม่ว่าฮารุนะจะอยากได้ยินคำหวานอีกสักกี่ครั้ง มาริโกะก็สัญญาว่าจะพูดให้เธอฟังตลอดไป……
 
 
 
/////////////////////////////////////////////////////////////
 
 
วันนี้ฮารุนะมาให้ออกรายการทีวีแห่งหนึ่ง เป็นการทำงานที่น่าสนใจเพราะเธอได้มีโอกาสเดินเล่นนอกสถานที่ไปด้วย
 
“คุณออกมาช๊อปปิ้งบ่อยหรือเปล่าครับ” ทีมงานถาม 
“ส่วนใหญ่ก็จะช๊อปปิ้งกับมาริจังค่ะ”
“มาด้วยกันแบบนี้คงมีคนจำพวกคุณได้เยอะแยะเลยสินะ” ทีมงานถามอีก หญิงสาวส่ายศีรษะก่อนตอบ
“ไม่หรอกค่ะ ตอนนั้นไม่มีใครจำพวกเราได้เลย”
 
 
ฮารุนะเลือกเข้าร้านทุกอย่างหนึ่งร้อยเย็นและเดินดูสินค้าไปเรื่อยๆ 
แล้วตอนนั้นเองเธอก็สังเกตเห็นแก้วมัคน่ารักที่ออกแบบมาให้มีแขนเล็กๆ ควงคู่ก่อน 
มือบางหยิบมันขึ้นมาดูก่อนจะบอกอย่างตื่นเต้น
 
 
“อ๊ะ ฉันมีแบบนี้ด้วยล่ะ มาริจังซื้อให้ค่ะ ตอนนั้นเธอกำลังจะไปค้างที่บ้านฉันพวกเราเลยซื้อแก้วแบบนี้ติดมือไปด้วย 
แล้วสุดท้ายเธอก็ทิ้งเอาไว้เผื่อว่าคราวหน้าจะกลับไปใช้อีก” 
 
แล้วสายตาของฮารุนะก็เหลือบไปเห็นแก้วคู่แบบเดียวกันแต่ว่าคู่นี้มันเป็นลายหมีแพนด้า หญิงสาวหยิบขึ้นมาทันที 
 
 
“น่ารักจังเลย มาริจังชอบแพนด้ามากๆ ฉันซื้อไปฝากเธอดีกว่า” 
ได้ยินอย่างนั้นทีมงานก็ถามขึ้นมา
 
 
“สนิทกันจังเลยนะครับ” 
 
ฮารุนะอมยิ้ม เธอเงยหน้าขึ้นมามองผู้พูด แววอ่อนหวานปรากฏขึ้นในดวงตา ก่อนจะตอบด้วยน้ำเสียงมีความสุข
 
 
 
“รักที่สุดเลยค่ะ……”  
 
 
 
 
 
////////////////////////////////////////////////////////////////////////////////////////////////
 
เพิ่งเคยเขียนฟิคเป็นครั้งแรก จริงๆ ก่อนหน้านี้เราเป็น Kojiyuu นะ จนกระทั่งเห็นมาริจังกับฮารุนะร้องเพลงคู่กันในงานขาวแดง ตอนที่ทั้งสองคนยืนคู่กันนั้นมันช่างน่ารักเสียนี่กระไร ตอนนั้นยังไม่รู้เลยนะว่าคู่นี้เค้ามีโมเม้นท์กันด้วยนะเพราะว่าเห็นแต่ยูโกะลวนลามฮารุนะบ่อยๆ พอลองตามดูเท่านั้นแหละ Marikoji น่าร๊ากกกกกก ไปหาอ่านฟิคสองสาวนี่ก็ไม่ค่อยมีเลย สุดท้ายก็ตัดสินใจเขียนเองฟินเอง ฮ่าๆ
 
เรื่องนี้เราจับเอาโมเม้นท์หลายๆ ตอนมายำรวมกันค่ะ ไม่สามารถเรียงไทม์ไลน์ใดๆ ทั้งสิ้น เขียนเอามันส์อย่างเดียว ชอบไม่ชอบก็บอกกันได้นะคะ ^___^
 

ผลงานเรื่องอื่นๆ ของ MariNoNyaro จากทั้งหมด 3 บทความ

บทวิจารณ์

ยังไม่มีบทวิจารณ์ของเรื่องนี้

คำนิยม Top

ยังไม่มีคำนิยมของเรื่องนี้

คำนิยมล่าสุด

ยังไม่มีคำนิยมของเรื่องนี้

4 ความคิดเห็น

  1. #4 stdwiswin (@stdwiswin) (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 26 มีนาคม 2559 / 04:48
    ฟินนนนนน
    #4
    0
  2. #3 Nyanchan
    วันที่ 15 ตุลาคม 2557 / 21:53
    สนุกมากๆเลยค่ะ ฟินนนนน~~~

    เขียนมาให้อ่านอีกสิคะ หาอ่านยากมากจริงๆ
    #3
    0
  3. วันที่ 27 ตุลาคม 2556 / 00:03
    แต่งได้น่ารักมากเลย ชอบคร้า


    แต่เค้าชอบจูริโกะ แต่งเองมั้งจะดิมั๊ยนะ อิอิ
    #2
    0
  4. #1 natsu
    วันที่ 20 ตุลาคม 2556 / 22:58
    อ๊าาาาาากกกกกก ชอบค่า แต่งได้น่ารักมากๆเลย อ่านแล้วเขินตามเลยค่ะ เป็นกำลังใจให้นะคะ
    #1
    0