[Yaoi] หมื่นเส้นทางของผู้ถูกสาป

ตอนที่ 4 : ป่าวงกต

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 30
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 5 ครั้ง
    11 ส.ค. 62

...

“ข้าว่า เราลองแยกกันไหม?”

“?/?” เซียวเสาที่เป็นผู้เสนอความคิดเห็นทั้งเฟิงเซี่ยและเทียนหลางหันหลับมามองตัวเอง เขาจึงชี้ไปที่ต้นไม้ต้นหนึ่งที่อยู่ด้านข้างของตัวเอง ที่ลำต้นของต้นไม้ต้นนั้นมีรอยบากอยู่

“รอยนี่เป็นรอยที่ข้าทำเอง เราเดินวนกลับมาที่เดิม ถ้าคิดว่าเป็นการหลงป่าก็น่าจะใช่ แต่ข้าคิดว่ามีอะไรมากกว่านั้น” 

คำว่ามีอะไรมากกว่านั้นของเซียวเสาทรงอิทธิพลมากในยามนี้ ถ้าเป็นเรื่องที่มีข้อมูลก็ว่าไปอย่าง แต่ถ้าเป็นเรื่องที่ไม่มีข้อมูลที่เพียงพอแล้ว คงได้แต่พึ่งความสามารถของเซียวเสาเท่านั้น

“อะไรมากกว่านั้น...” เฟิงเซี่ยพึมพำ

“ท่านเซียวเสาคงไม่ได้หมายถึงป่าวงกต?” เซียวเสาพยักหน้าให้เทียนหลาง

“ข้ามิได้มั่นใจนัก เพียงแต่ว่ามันก็มีความเป็นไปได้”

ได้ยินคำยืนยันนั้น ทุกคนก็เงียบลงใช้ความคิด ป่าวงกตเป็นเรื่องที่เกิดขึ้นทั่วไป ถือเป็นเรื่องที่เกิดขึ้นบ่อยและมีความเป็นอันตรายระดับปานกลาง สิ่งนี้เป็นปรากฏการณ์ที่ทำให้เกิดความน่ารำคาญเสียมากกว่า เรียกว่าเป็นกับดักสร้างความวุ่นวายของเหล่าภูตผีก็คงเหมาะสม หากเป็นปกติก็คงต้องเดินวนจนกว่าจะถึงเวลาที่สามารถออกไปได้ แน่นอนว่าไม่มีใครรู้ว่ากำหนดเวลานั้นนานเท่าใด อาจจะวันสองวัน หรือปีสองปีนั่นไม่มีใครรู้ หากเป็นมนุษย์ธรรมดาที่เข้ามาคนเดียวก็คงต้องวนไปเรื่อยๆ อาจจมีโอกาสที่มีคนมาตามหาแล้วเจอ หรืออาจจะไม่เจอนั่นเรียกว่าแล้วแต่ดวง 

ตามปกติหากภูตผีที่ร่ายวงกตมีความสามารถมาก ก็คงต้องติดต่อไปจนกว่าเวลาจะหมด สำหรับผู้มีวิชาคงเลือกที่จะพังต้นไม้ พังมันให้หมดทุกอย่างเพื่อให้ทางเชื่อมวงกตทลายตามไป ทว่าที่ตอนนี้ทำไม่ได้เป็นเพราะการปรากฏป่าวงกตสามารถนับได้ว่ามาถูกทาง เชื่อได้ว่าภูติที่กำลังพูดถึงต้องเป็นตัวการณ์สร้างวงกตนี้ขึ้นมาเพื่อป้องกันไม่ให้ใครเข้าถึงตัวเป็นแน่ ถ้าหากพังออกไปก็คงมิต่างจากการแหวกหญ้าให้งูตื่น เราอาจจะเสียเบาะแสสำคัญไป

คิดแล้วเซียวเสาคงไม่ได้มองการณ์ไกลถึงระดับนี้ เขาเพียงเลือกทางที่ดีที่สุดออกมาโดยใช้ความรู้สึกล้วนๆตามเคย การแยกกันไปคนละทางเป็นอีกหนึ่งวิธีที่จะทลายวงกตโดยที่ไม่สร้างความกระทบกระเทือนใดๆให้ผู้สร้างวงกตรู้ตัว หากผู้สร้างเป็นพวกระดับสูงส่ง เมื่อแยกกันพวกเขาสามคนคงกลับมาเจอกันเอง ทว่าถ้าไม่ อาจจะมีใครสักคนรอดออกไปได้ เมื่อถึงตอนนั้นจะทลายวงกตเสียก็ไม่ถือว่าสายเกินไป

“แต่เสียวเสา ข้าเคยได้ยินมาว่าการจะทลายป่าวงกตด้วยวิธีนี้...ต้องมีคนสี่คนเพื่อแยกกันไปสี่ทิศไม่ใช่หรือ?” เฟิงเซี่ยพูดตามที่ตัวเองเคยได้ยินมา อีกทั้งตนเองยังไม่ค่อยเห็นด้วยเรื่องที่จะแยกกันไป แม้จะเป็นสถานการณ์ไม่รุนแรง เป็นเพียงแค่เหตุการณ์ฝนตกไม่หยุดในเมือง เป็นเพียงแค่เรื่องของสิ่งมีชีวิตที่สมองไร้รอยหยัก(ภูติ) แต่ความประมาทมักทำให้เกิดความสูญเสียมานักต่อนัก แม้ภูติจะไร้ความคิดเช่นไร แต่หากเรื่องวิชานั้นนับได้ว่าไม่ธรรมดา ดูได้จากการที่สามารถทำให้ฝนตกได้ตลอดทั้งเดือนก็พอจะประเมินได้ไม่ยาก ที่สำคัญ...

เฟิงเซี่ยพับปิดพัดในมือ หันไปมองทางเทียนหลาง เทียนหลางที่ถูกมองรู้ตัวทันที คงเป็นเพราะในที่นี้เขาเป็นคนเดียวที่ไม่มีความสามารถด้านการเอาตัวรอดใดติดตัว ถือได้ว่าน่าเป็นห่วงไม่น้อย แต่เขาไม่อยากที่จะทิ้งความเป็นไปได้ของแผนการ เขาจึงพยักหน้าเล็กน้อย “ข้าไม่เป็นไร...”

เซียวเสาที่พอจะเข้าใจเรื่องนี้อยู่บ้างพูดต่อ “ข้าเองก็ไม่อยากทำเช่นนี้ เพียงแต่ตอนนี้มีเพียงวิธีนี้เท่านั้น แม้จะไม่มีคนเดินครบสี่ทิศแต่ใครจะรู้ว่าอาจจะได้ผลก็ได้ หากไม่ได้ผล เราก็คงเดินวนมาเจอกันอยู่ดี เราวนมาเจอต้นไม้ที่ข้าทำเครื่องหมายไว้มาไม่รู้กี่รอบแล้วไม่ใช่หรือ ถึงตอนนั้นเราค่อยหาทางอื่นก็ได้”

“อืม...ตอนนี้ข้าเองก็ไม่อยากเสียเวลาเดินวนในวงกตงี่เง่านี่เท่าไหร่ นี่คงเป็นทางที่ดีที่สุดในตอนนี้ แต่เจ้าคิดไว้แล้วหรอ ว่าจะเอาอย่างไรต่อถ้ามีใครสักคนสามารถหลุดออกไปได้จริง”

“...”

“ไม่คิดสินะ...”

“เช่นนี้ขอให้ใครสักคนหลุดออกจากวงกตไปก่อน จากนั้นก็หาวิธีส่งสัญญาณให้คนในแล้วกัน หากหลังยามไฮ่แล้วยังไม่มีอะไร ให้พังวงกตทิ้งทันที” ทุกคนพยักหน้าเข้าใจ ถ้ามีใครหลุดไปจากตรงนี้ หากส่งสัญญาณถึงคนที่ยังติดในวงกตได้ คนด้านในอาจจะสามารถตามสัญญาณเพื่อออกจากวงกตได้เพราะมีสิ่งชี้นำ ส่วนข้อตกลงข้อสุดท้ายมีไว้เพื่อทุกฝ่าย ทางเซียวเสาและเฟิงเซี่ย อย่างไรก็สามารถออกจากวงกตเองได้(โดยการพังทิ้ง) ในกรณีที่เขาไม่ใช่คนที่หลุดออกจากวงกต จะได้มีช่วงเวลาที่กำหนดไว้ว่าสามารถจัดการได้ทันที และหากพวกเขาสามารถออกไปได้ก็สามารถส่งสัญญาณได้ทันที ทางที่ดีกว่าคือถ้าพวกเขาสามารถตามแก้ไขสถานการณ์ได้ อย่างไรวงกตก็จะหายไปเอง 

กลับกัน ด้านเทียนหลางไม่สามารถพังอะไรได้ทั้งนั้น แต่จะมีหลักประกันได้ว่าเขาต้องรอถึงยามไฮ่ ส่วนกรณีที่เทียนหลางสามารถออกไปได้ เฟิงเซี่ยจึงเสนอวิธีอย่างส่งสัญญาณเพื่อให้เทียนหลางเลือกที่จะขอความช่วยเหลือแทนที่จะเอาตัวเองไปวุ่นวายหากเกิดเจออะไรเข้า 

“ถือว่าเอาตามนี้ก่อนแล้วกัน”

สิ้นสุดคำของเฟิงเซี่ย ทั้งสามที่ยืนเป็นวงอยู่ก็กลับหลังหันเดินตรงไปยังทิศของตัวเองทันที...

...

..

.

ท่ามกลางหยาดพิรุณบางเบาที่ยังคงโปรยปรายอย่างไม่หยุดหย่อนเป็นระยะเวลานานในเมืองหยูเตี่ยน ป่าไม้ชะอุ่มยังคงไม่ได้รับผลกระทบจากหยาดน้ำที่รินจากฟ้า แม้จะเป็นช่วงกลางวันแต่กลับมืดครึ้มจนดูผิวเผินคล้ายกำลังจะเข้าสู่ช่วงค่ำ

เทียนหลางที่แยกตัวออกมาจากสองขุนนางปราการก้าวเท้าอย่างระมัดระวังเดินตรงไปข้างหน้าตามแผนการรับมือที่ได้เจรจากันไว้ วิธีทลายวงกตเช่นนี้ถูกเรียกว่าสี่ทิศแยกทาง อย่างที่ชื่อได้กล่าวไว้ ตามปกติแล้วโอกาสที่แผนนี้จะสำเร็จโดยสามารถส่งใครสักคนออกนกวงกตได้ต้องใช้คนสี่คนเดินแยกกันไปสี่ทิศทาง ทว่าเมื่อกลุ่มของเทียนหลางมีเพียงสามคน ย่อมต้องยอมเสี่ยงดูทั้งที่รู้ว่าปฏิบัติไปอย่างไม่สมบูรณ์

ลึกๆแล้วเทียนหลางรู้สึกห่อเหี่ยว ตนเองตอนนี้ไร้ความสามารถ หากแผนสำเร็จแล้วเขาเป็นคนที่ออกไปจากวงกตได้ เขาก็แทบจะทำอะไรไม่ได้ แม้จะหาวิธีส่งสัญญาณก็ยังทำได้อย่างยากลำบาก ส่วนถ้าเขาไม่ใช่คนที่ออกไปจากวงกตได้ เขากต้องรอให้ใครสักคนทลายวงกตเพื่อให้เขาออกไป จะอย่างไรเขาก็ไม่มีประโยชน์อันใดนอกจากสามารถเสริมคนในแผนให้ใกล้ครบสี่ได้เท่านั้นเอง

เทียนหลางเดินไปด้านหน้าพลางสลัดความรู้สึกเหล่านั้นออกไปจากหัว เขาต้องรักษาความสงบของตนเองไว้เพื่อให้ตัวเองมีสติเต็มเปี่ยมเมื่อเจอสถานการณ์ที่ไม่คาดฝันที่อาจเกิดขึ้นอย่างฉับพลัน เมื่อเขาเดินไปได้เวลาราวหนึ่งเค่อ ทางที่เขาเห็นว่าเป็นทางเรียบกลับทำให้ตัวเขาสะดุดจนล้มคะมำไถลไปกับพื้นดินอันเฉอะแฉะที่ได้รับผลมาจากฝนที่ตกไม่หยุดจนชุดของเทียนหลางเปรอะเปื้อนไม่น่ามอง เขาพยายามจะปัดออกแต่เมื่อลองทำแล้วรู้ว่ามันยิ่งเพิ่มความเลอะเทอะ เทียนหลางจึงเลือกปล่อยมันไว้แบบนั้น ไม่ได้สนใจอีก เขาหันกลับไปมองพื้นตัวเองสะดุดไปเมื่อครู่ เขามั่นใจว่าตัวเองไม่ได้สายตามีปัญหาขนาดมองไม่เห็นสิ่งที่จะทำให้เขาล้มหน้าทิ่มไปกับพื้น แต่ภาพที่เกิดขึ้นก็ยังไม่ทำให้เขาเชื่ออยู่ดี ภาพของรากไม้ใหญ่ที่เป็นสาเหตุของการสะดุดเมื่อครู่อยู่ตรงนั้นจริง แต่...

เขาเดินผ่านทางนี้มาด้วยหรือ?

เทียนหลางจำได้ดีว่าป่าตอนแรกที่เขาเดินผ่านมาเป็นป่าแบบเดียวกับที่เดินร่วมทางกับเฟิงเซี่ยและเซียวเสา เป็นป่าที่ประกอบไปด้วยต้นไม้ใหญ่ล้วนๆ ไม่มีค่อยมีหญ้าหรือพืชพุ่มเตี้ยที่ขึ้นมาถึงระดับข้อเท้า ไม่มีแม้แต่ร่องรอยของสิ่งมีชีวิต แต่ทางที่เขาหันกลับไปมองกลับมีลักษณะตรงกันข้าม อีกทั้งทัศนวิสัยก็แปรเปลี่ยนไปจนไม่เหลือเค้าของป่าที่ได้บรรยายไปเมื่อครู่แม้แต่น้อย พริบตาหนึ่งเทียนหลางถึงได้เห็นความผิดปกติเพิ่มอีกที่ นั่นคือบริเวณด้านซ้ายของตัวเขากลับไม่ใช่ป่าอย่างเช่นเมื่อครู่อีกแล้ว ปากทางเข้าถ้ำหินสีทมึนปรากฏขึ้นมาอย่าน่าประหลาด

ทุกอย่างพลับกลับกลายเป็นชัดเจนในความคิด นี่เป็นสถานที่อื่นนอกจากที่เขาได้เจอตอนวนในป่าวงกต... หรือจะหมายความว่าตัวเขา เป็นผู้ที่หลุดออกจากวงกตใช่หรือไม่? เช่นนั้นตามแผนที่คุยกัน เขาต้องหาวิธีส่งสัญญาณให้แก่ผู้ที่ยังอยู่ในวงกต...เพียงแต่ถ้าหากเทียนหลางอยากจะส่งสัญญาณ เขาก็ต้องตามหาใครให้ช่วยอยู่ดี รอบตัวเขาตอนนี้มีเพียงป่าที่ไม่ปรากฏเส้นทางที่จะพาตนออกไปยังด้านนอกได้ เขาจึงลองเดินสำรวจบริเวณรอบๆเผื่อจะมีทางที่ตนจะออกไปได้ แต่เดินมาจนแล้วจนรอด สิ่งที่ปรากฏต่อหน้าของเขาก็มีเพียงแต่ปากถ้ำสีทมึนที่เดิมเท่านั้น

นี่เขาหนีออกจากวงกตหนึ่งเพื่อมาเจอวงกตอีกแห่งงั้นหรือ?

ในเมื่อไม่มีทางเลือกใดอีก เทียนหลางจึงมุ่งหน้าเขาไปในถ้ำนนั้นอย่างช่วยไม่ได้...

...

อีกด้านหนึ่งเฟิงเซี่ยยังคนวนอยู่ในเขาวงกตและพบต้นไม้ที่เป็นต้นเดียวกับที่เซียวเสาทำตำหนิเอาไว้เป็นรอบที่สาม ไม่ว่าจะเดินไปทางไหน ก็เหมือนจะย้อนกลับมาที่เดิมจริงๆ เช่นนั้นเขาคงเป็นคนที่ติดอยู่ในวงกตอย่างแน่นอนแล้ว ถึงจะไม่รู้ว่าวิธีสี่ทิศแยกทางที่ใช้คนสามคนจะสำเร็จได้จริงไหมก็ตาม เมื่อเป็นเช่นนี้เขาคงต้องนั่งรอจนกว่าจะถึงยามไฮ่เท่านั้นแล้ว ทว่าโชคร้ายอีกอย่างนั่นเห็นจะเป็นสภาพอากาศที่มีฝนตกโปรยปรายนี่เอง เฟิงเซี่ยนอกจากจะไม่มีอะไรทำยังต้องตากหยาดพิรุณ ขณะที่คิดว่าตนจะทำอะไรได้บ้างนั้น จู่ๆก็เหมือนกับว่าหยดน้ำไม่ได้ตกลงมาโดนตัวอีกแล้ว เมื่อเงยหน้าขึ้นมอง เฟิงเซี่ยถึงได้เห็นเซียวเสาที่ยืนค้ำอยู่พร้อมใบไม้ขนาดใหญ่ถูกนำมาใช้แทนร่ม

“เจ้าไปเอาของสิ่งนั้นมาได้ยังไงน่ะ?”

“เห็นมันอยู่ในป่า”

“นั่นสินะ เจ้ามาพร้อมโชคเสมอ ไม่ว่าจะเวลาใด” เซียวเสาไม่ได้นั่งลงที่ข้างเฟิงเซี่ย เขายังคงยืนถือร่มใบไม้อยู่แบบนั้น เฟิงเซี่ยมิได้กล่าวอะไร เพียงพูดต่อ “ในเมื่อเจ้าก็อยู่ที่นี่แล้ว บางทีท่านอวิ๋นคงเป็นคนที่หลุดออกจากวงกต”

“คงใช่ เช่นนี้ก็ดีเหมือนกัน”

“ข้าก็คิดว่าดีเช่นกัน แต่เดิมเขาเป็นคนมีความสามารถ ถึงจะเลือกทางที่ผิดพลาดจนกลายเป็นเช่นนี้แต่ข้าคิดว่าเขาต้องจัดการเรื่องเหล่านี้ได้แน่”

“...” เซียวเสาคิดในใจว่า เรื่องที่เขาคิดว่าดี เป็นคนละเรื่องกันแล้ว

...

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 5 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

1 ความคิดเห็น

  1. #1 worapoj1331 (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 24 กรกฎาคม 2562 / 09:10

    รออ่านน่าลุ้นมากกก​ รักก

    #1
    1
    • #1-1 marilin2541(จากตอนที่ 4)
      24 กรกฎาคม 2562 / 12:25

      ขอบคุณที่ติดตามนะคะ งืออออออ
      #1-1