[Yaoi] หมื่นเส้นทางของผู้ถูกสาป

ตอนที่ 1 : ความปรารถนาของผู้มีชีวิตยืนยาว

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 82
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 5 ครั้ง
    12 ก.ค. 62

...

ว่ากันว่าข่าวลือนั้นแพร่กระจายได้รวดเร็วกว่าการเดินทางด้วยพาหนะ และความคิดของคนก็ยากที่จะห้ามปรามได้ดั่งพยายามหยุดสายน้ำที่ไหลเชี่ยว แต่ถ้าเมื่อไรที่ต้องการอยากจะรู้เรื่องราวของข่าวลือบางเรื่อง กลับยากที่จะให้เรื่องเหล่านั้นเข้ามากระทบหูเสียเอง เช่นนั้นผู้ที่ต้องการฟังข่าวลือและข้อมูลมักจะไปที่ใดกัน ที่ๆมีคนมากมายนั่งรวมกลุ่มกันคุยเรื่องต่างๆ สถานที่ที่ผู้คนมิได้ระวังตัว ที่ที่มีผู้คนมากมายรวมอยู่ในแต่ละโต๊ะให้เลือกฟังข่าวเรื่องใดก็ได้ตามสบาย ที่นั่นคงจะเป็น...

ณ โรงน้ำชาชื่อดังแห่งเมืองหลวง

หากจะพูดถึงสถานที่รวบรวมข่าวลือชั้นยอดแห่งเมืองหลวงแล้ว ร้านน้ำชาข่าวสะพัด คือสถานที่เหมาะสมที่สุด ทุกเช้า กลางวัน เย็นจะมีผู้คนมากหน้าหลายตาแวะเวียนเข้ามาใช้บริการ ที่ว่าเป็นโรงน้ำชาชื่อดังก็ใช่ว่าจะหรูหราแตกต่างกว่าร้านอื่นแต่อย่างใด ทว่าเป็นที่รวบรวมข่าวสารชั้นยอดที่ไม่ว่าผู้ใดที่ตามสืบเรื่องใดอยู่ก็ต้องนึกถึงที่แห่งนี้เป็นแห่งแรก

อย่างขณะนี้ก็เช่นกัน ลึกเข้าไปในร้านขนาดปานกลาง ในโต๊ะที่เกือบจะอยู่ริมสุดของร้าน ปรากฏชายชาวบ้านสามสี่คนที่มาดื่มน้ำชายามเช้ากำลังพูดคุยเรื่องทั่วไปอย่างสนุกปาก

“ได้ข่าวว่าที่เมืองหยูเตี่ยน ฝนยังตกไม่เลิกราเลย”

           “บ้าน่า เจ้าบ้าไปแล้วรึ นี่มันเพิ่งฤดูอะไร พูดหัดคิดเสียบ้าง”

“นี่เจ้าอยู่หลังเขาล่ะสิ เมืองนี้ ฝนตกติดต่อกันไม่เลิกรามาตั้งแต่ฤดูฝนของปีก่อนแล้ว”

“หา นั่นไม่ใช่ข่าวลือเรอะ”

“ไม่ใช่แน่นอน ข้าว่ามันต้องเกี่ยวกับ...คำสาป” ผู้พูดหลี่เสียงที่ปลายประโยคเล็กน้อยแล้วหันซ้ายแลขวาเพื่อมั่นใจว่าจะไม่มีใครได้ยินสิ่งที่พวกเขาพูดกัน

“อีกแล้วรึ!!!

“เมืองนี้ใช่ไหม ที่มีเจ้าคนสารเลวช่วยให้เด็กสายเลือดต้องห้ามนั่นหนีไป เรื่องมันก็ผ่านมานานแล้ว เจ้าเด็กนั่นคงโตจนกลับมาสาปหมู่บ้านให้จมใต้บาดาล”

“มิผิดๆ ต้องเป็นแบบนั้นแน่นอน”

ท่ามกลางร้านน้ำชากลางเมืองที่มีผู้คนเข้ามาเป็นจำนวนมาก ห่างไปจากโต๊ะที่กลุ่มชาวบ้านกระซิบกระซาบข่าวลือที่พวกเขาคาดว่าคงจะไม่มีผู้ใดได้ยิน การกระทำหล่านั้นกลับไม่อาจลอดสัมผัสการรับรู้ของชายในชุดสีดำที่นั่งอยู่มุมโรงน้ำชา

ปกติแล้ว เทียนหลาง ไม่ค่อยชอบที่จะมาอยู่ที่ๆคนพลุกพล่าน ทว่าเมื่อต้องการข่าวสาร อะไรอย่างชอบหรือไม่ชอบก็อาจกลายเป็นข้อยกเว้น ไม่นานหลังได้ข้อมูลที่ต้องการ ร่างสีดำก็หายไปจากมุมห้องอย่างเงียบเชียบ เขาทิ้งค่าน้ำชาเอาไว้และจากไปโดยที่ไม่มีใครรับรู้

ในโลกที่มีสิ่งประหลาดอย่างภูตผีปีศาจออกอาละวาด เป็นธรรมดาที่มนุษย์ปกติจะเกลียดกลัวเหล่าผู้คนที่ต่างจากตัวเอง และยกย่องเชิดชูเหล่าผู้กอบกู้ช่วยเหลือพวกเขาให้พ้นจากอมนุษย์ทั้งหลาย ตัวอย่างง่ายๆคือหลวงจีนและผู้ฝึกวิชาของแต่ละตระกูลนับได้ว่าเป็นอาชีพที่มีเกียรติและศักดิ์ศรีอย่างมาก ทว่าเรื่องชื่นชมก็ส่วนหนึ่ง ไม่มีใครรู้หรอก ว่าอายุขัยของมนุษย์ที่แสนสั้นนี้ แม้จะฝึกวิชาไปทุกวันก็ไม่อาจเทียบเท่าเหล่าผู้คนที่มีอายุยืนยาวหลายร้อยปีได้ หากเป็นแค่วิญาณก็คงพอจะรับมือได้ ถ้าเป็นสิ่งที่นอกจากวิญญาณแล้ว ไม่มีทางใดเลยที่จะเอาอยู่

แต่ก็อีกนั่นแล เหล่ามนุษย์ผู้มีอายุขัยสั้นจะเข้าใจเรื่องแบบนี้ได้อย่างไร...

ในโลกนี้มีไม่กี่วิธีที่จะทำให้ตนสามารถมีชีวิตที่ยืนยาว หนึ่งเลยคือเป็นปีศาจ สองคือโดนสาป... ไม่ว่าจะเป็นทางใด ทั้งสองกรณีก็ไม่อาจที่จะยืนอยู่ฝั่งมนุษย์ได้อีก ทุกวันนี้ เหล่าผู้ฝึกวิชาก็ฝึกกันไป ปราบผีก็ปราบกันไป แต่ถ้าหากวิญญาณร้ายเหล่านั้นเข้าขั้นปีศาจแล้วล่ะก็ คนที่จัดการก็จะเป็นพวกอายุขัยยืนยงอย่างที่ได้กล่าวไปข้างต้น

คนกลุ่มนี้มักมีที่อยู่ไม่เป็นหลักแหล่ง เป็นประเภทชีพจรลงเท้า เดินไปทั่วหล้าเพื่อกำจัดปีศาจ แต่อย่าได้คิดว่าคนเหล่านี้อุดมการณ์หนักแน่น ผดุงคุณธรรมเด็ดขาดเชียว ที่ยอมไปจัดการเรื่องความทุกข์ยากของราษฎรนั้นสาเหตุก็มีเพียงของตอบแทนหลังงานเสร็จเท่านั้น ไม่ว่าจะห้าสิบปี หรือร้อยปีก่อน สิ่งที่เที่ยงแท้ก็มีเพียงอัตราการแลกเปลี่ยนที่ยืนยงอย่างค่าเงินเท่านั้น ไม่งั้นมีหรือว่าเหล่าผู้กร้านโลกจะยอมมาบำบัดทุกข์บำรุงสุขให้ชาวบ้าน ทุกอย่างมันก็เป็นในแนวทางเดียวกัน ในเมื่อมนุษย์เกลียดกลัวพวกเขา พวกเขาก็เกลียดกลับเท่านั้นเอง

แต่ถ้าจะให้คนเหล่านี้เดินทางไปทั่วก็ออกจะประหลาด ด้วยภูมิปัญญาที่สั่งสมมาทำให้พวกเขาคิดมาตราการที่จะเอาตัวรอดขึ้นมา ซึ่งจะกล่าวเมื่อมีโอกาสในครั้งถัดไป

...

หากจะว่ากันแล้วคนที่ลำบากในการใช้ชีวิตไม่น้อยไปกว่าชาวบ้านที่เมืองหยูเตี่ยนเห็นทีคงจะเป็นตัวเขาเอง บุคคลผู้ไร้เงินสดที่สุดในบรรดาผู้มีอายุขัย และมีวิชาห่วยแตกที่สุดเช่นกัน ปกติแล้วต่อให้ไร้พรสวรรค์มากแค่ไหน หากมีอายุขัยยืนยาวหลายศตวรรษแล้วล่ะก็ ความไร้พรสวรรค์เหล่านั้นจะถูกกลบด้วยประสบการณ์โดยทันที ทว่ากรณีของเทียนหลางแล้วคงเรียกได้ว่าเป็นข้อยกเว้นอันน่าอดสูที่เกิดมาเพื่อเขาเพียงผู้เดียวแล้ว

ตั้งแต่ฟื้นขึ้นมาจากป่าช้าเมื่อหลายสิบปีหรือจะร้อยปีตัวเขาก็ไม่เคยนับ ตัวเขาก็จำอะไรไม่ได้เลยสักอย่างเดียว เขาตื่นขึ้นมาพร้อมความว่างเปล่า และความคิดที่เคยเชื่อว่าตัวเองเป็นมนุษย์...เขาอาศัยอยู่กับมนุษย์ แต่ความแตกต่างระหว่างเขากับมนนุษย์ก็เริ่มปรากฏขึ้นอย่างเชื่องช้า ตัวเขามีรูปลักษณ์เช่นนี้ตั้งแต่ฟื้นขึ้นมา จนถึงตอนนี้ก็ยังคงเป็นแบบนั้น

เทียนหลางเริ่มสับสนและสงสัยในตัวเอง ขณะเดียวกันชาวบ้านเองก็เริ่มกังขาและสงสัยในตัวเขา เมื่อรู้สึกตัว ตัวเขาก็ได้หนีออกมาเสียแล้ว เขาร่อนเร่มาบนโลกด้วยความว่างเปล่าไร้จุดหมาย สิ่งที่ยังคงเหลือในหัวของเขามีเพียงแสงสว่างที่กระจาดกระจาย เสียงของคนๆหนึ่งที่เรียกชื่อของเขา และต้นไม้... เหล่าวัชพืช สิ่งที่ไม่ปะติดปะต่อนี้ จะมีผลอะไรกับชีวิตของเขากัน ยามเมื่อเขาเก็บความทรงจำกลับมาได้ เขาก็ใช้ชื่อที่อยู่ในความทรงจำเป็นชื่อของตนเองมาตลอด

เริ่มชินกับการใช้ชีวิตอย่างหลบๆซ่อนๆ อดมื้อกินมื้อ บ้างก็ได้เจอคนที่เหมือนจะรู้จักกับตนเอง ทว่าก็คงจะมีแต่ตัวเขาที่ไม่รู้ว่าเกิดอะไรขึ้น...

ผู้ที่มีอายุขัยไม่จำกัดนั้นตั้งกลุ่มอยู่รวมกัน พวกเขารวมตัวเป็นสำนัก ส่วนหนึ่งก็เพราะเพื่อแหกตาชาวบ้านเพื่อให้มีที่พักพิงในสังคม ส่วนหนึ่งก็เอาไว้รับงาน แม้พวกเขาจะรับคนเข้ากลุ่มแบบไม่เลือกหน้า แต่นี่ก็เป็นอีกข้อยกเว้นสำหรับเทียนหลาง เขาถูกกีดกันจากที่นี่เช่นกัน แม้เขาจะสงสัยแต่ก็ไม่ได้ปะทะฝีปาก ตัวเขาไม่มีอะไรที่เหมือนกับผู้มีอายุขัยยืนยาวและมีวิชาสูงส่งพวกนั้น เขาไม่สามารถเหาะเหินเดินอากาศไม่ว่าจะพยายามครูพักลักจำมาแค่ไหน ไม่มีอะไรใช้ป้องกันตัว แต่ก็ไม่มีอะไรเข้ามาทำร้ายตนเองเช่นกัน ไม่มีอะไรเลยแม้แต่ความรู้... นอกจากสามสิ่งในความทรงจำที่กล่าวไปข้างต้น ในสมองของเขาก็ไม่ได้บรรจุสิ่งใดเอาไว้แล้วจริงๆ

แต่ถึงแม้จะเป็นแบบนี้ กลับมีเรื่องหนึ่งที่ถือว่าเป็นโชคของเขา เนื่องจากความทรงจำที่หลงเหลืออยู่ของเขาเป็นรูปวัชพืชหรือพวกต้นไม้ เทียนหลางจึงเลือกที่จะศึกษาตำราเกี่ยวกับพฤกษศาสตร์ โชคดีไม่น้อยที่เขาสามารถเรียนรู้เรื่องพวกนี้ได้เร็วอย่างไม่น่าเชื่อ ผิดกันกับตอนที่เขาพยายามจะฝึกวิชากระบี่หลายขุม หลายครั้งเขาสามารถทำนายชื่อของสมุนไพรในป่ารวมถึงสรรพคุณได้ด้วย บางทีเขาอาจจะมาถูกทางแล้ว ก่อนหน้าที่เขาจะสูญเสียความทรงจำแล้วโดนยัดเข้าไปในดินป่าช้า เป็นไปได้ว่าเขาอาจจะคลุกคลีกับเรื่องประเภทนี้มาก่อน...

พอเริ่มจะเข้าใกล้ความจริงเท่าไหร่ ความรู้สึกเจ็บในหัวก็มักจะแผลงฤทธิ์... ราวกับว่าเมื่อใกล้ความจริงแล้วสมองของเขาจะระเบิดออกมา แต่นั่นไม่เป็นไร... เขาไม่จำเป็นที่จะต้องรู้ก็ได้

เพราะเขามีความปรารถนาเดียว

สิ่งเดียวที่ทำให้เขายังคงเดินร่อนไปตามที่ๆมีปีศาจทั้งที่ตนเองไร้ซึ่งความสามารถในการต่อกร

นั่นคือการจบชีวิตของตนเอง

การหยุดชีวิตของสายเลือดต้องสาป...

ตัวเขารู้ดีแม้จะจำอะไรไม่ได้ว่าตัวองอยู่บนโลกนี้มานานเกินไปแล้ว แม้ในตอนนี้ที่เหมือนทุกอย่างกำลังเริ่มใหม่ เขาก็ยังรู้สึกว่าตัวเขาไม่มีเป้าหมายใดที่อยากจะอยู่ให้นานกว่านี้

งั้น... มาจบชีวิตของสายเลือดต้องสาปก็เถอะ....

...

---------------------------------------------------------------------------------------------------------

อ้าาาา ฝากนิยายด้วยยนะคะ เพิ่งเคยลองแต่นิยายวายครั้งแรกเลยค่ะ แต่เดิมแต่นิยายนอมอลค่ะฮืออออ ใครสนใจสายนอมอลก็ลองอ่านเรื่องก่อนหน้าได้นะคะ ヽ(=´▽`=)ノ



ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 5 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

1 ความคิดเห็น