Secret mission ภารกิจลับ... ท้าให้รัก

ตอนที่ 1 : บทนำ

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 54
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 0 ครั้ง
    10 ก.พ. 53

บทนำ

Winter Olympic Games!

 

เมื่อฤดูหนาวมาถึง... กีฬาประเภทหนึ่งจะได้รับความนิยมเป็นพิเศษ นั่นก็คือ สเก็ตน้ำแข็ง แต่ปีนี้พิเศษกว่าปีอื่นๆ นั่นก็ตรงที่ว่า... ปีนี้เกาหลีได้รับเป็นเจ้าภาพในการจัด โอลิมปิคฤดูหนาว (Winter Olympic Games) ^^

ฮอลกว้างขนาดใหญ่ใจกลางเมืองโซลจึงถูกจับจองให้เป็นสถานที่จัดการแข่งขันสเก็ตลีลาหรือเรียก ฟิกเกอร์สเก็ต เป็นกีฬาสเก็ตน้ำแข็ง ซึ่งแข่งขันโดยการแสดง การหมุน กระโดด การทำสเต็บเท้าและการแสดงท่าทางอื่นๆ โดยทั่วไปมักจะเป็นการแสดงประกอบเสียงดนตรี ซึ่งจะมีทั้งการแข่งขันแบบเดี่ยว เป็นคู่ (ชายหญิง) ไอซ์แดนซิ่ง และประเภทหมู่คณะ ซึ่งออกกฎการแข่งขันและกำกับดูแลโดยสหพันธ์สเก็ตน้ำแข็งนานาชาติ หรือ International Skating Union (ISU)

แผ่นป้ายขนาดใหญ่รวมทั้งโปสเตอร์หลากสีสันแตะตาแก่ผู้พบเห็น โปรแกรมการแข่งขันวันนี้เป็นรอบการตัดสิน การแข่งขันแบบเดี่ยว (Single) ผู้คนต่างก็หลั่งไหลกรูเข้ามาในฮอลขนาดใหญ่ยักษ์แห่งนี้ เพียงพริบตาทุกพื้นที่ก็ถูกจับจองจนไม่เหลือที่นั่งว่างเปล่า... ไม่นานนักเสียงป่าวประกาศจากโฆษกหนุ่มร่วมกับหญิงสาวผู้ทำหน้าที่ดำเนินรายการในวันนี้ก็ชี้แจงรายละเอียดการแข่งขันที่กำลังจะดำเนินขึ้น ธงชาติประเทศเกาหลีก็ถูกโบกขึ้นจากมุมต่างๆ ภายในฮอล เสียงป่าวประกาศหยุดลง เสียงดนตรีดังขึ้นในเวลาสองนาทีต่อมา... หญิงสาวรูปร่างสมส่วนกะทางสายตาเธอคงไม่สูงเกิน 170 เซนติเมตร น่าจะสักประมาณ 160 ต้นๆ ในชุดสีขาวบริสุทธิ์ ปลายเท้าภายในรองเท้าสเก็ตที่ถูกออกแบบมาเป็นอย่างดีสำหรับการแข่งขันในครั้งนี้ขยับเคลื่อนไหวไปตามลานน้ำแข็งด้วยท่วงท่าสง่า มีบางช่วงที่อาจติดขัดไปบ้าง ก่อนจะจบด้วยท่าเลย์แบคสปิน (Layback spin) ร่างของเธอแอ่นตัวไปทางด้านหลัง โดยมีการจัดลักษณะของแขนให้เกิดความสวยงามก่อนที่ปลายเท้าจะกรีดบนพื้นน้ำแข็งไปตรงกลางฟลอร์ จบลงอย่างสวยงาม ศีรษะก้มลงเล็กน้อย เรียกเสียงปรบมือจากผู้คนภายในฮอลดังก้องขึ้น โฆษกหนุ่มพร้อมกับเสียงของโฆษกสาวดังสลับกันเพื่อเว้นช่วงให้คณะกรรมการกรอกคะแนนสำหรับผู้เข้าแข่งขันคนแรก หลังจากนั้นการแข่งขันก็เริ่มต้นขึ้นอีกครั้ง จนไปถึงผู้เข้าแข่งขันรอบชิงคนสุดท้าย เรียกเสียงปรบมือจากผู้คนในฮอลดังกึกก้อง เพราะเธอคือตัวแทนของประเทศเกาหลี บลัชออน เด็กสาวที่น่าจับตามองอยู่ในขณะนี้... แม้เธอจะเป็นเพียงเด็กมอปลาย แต่ก็มากด้วยความสามารถชนิดจับตัวได้ยาก และที่สำคัญส่วนสูงที่เกินเด็กผู้หญิงรุ่นราวคราวเดียวกัน มักทำให้หลายๆ คนเข้าใจผิดคิดว่าเธอเป็นเด็กผู้ชาย (very sad..) =_=^

เสียงดนตรีในจังหวะไม่ช้าและไม่เร็วจนเกินไปดังขึ้น ก่อนที่ร่างเพรียวสูงในชุดสีน้ำเงินเข้มตัดกับผิวขาวอมชมพูของเธอจะขยับปลายเท้าบนลานน้ำแข็ง ด้วยท่วงท่าสง่าและสวยงาม ร่างของเด็กสาวกระโดดตัวขึ้น ลอยค้างอยู่ในอากาศนานหลายวินาที ก่อนที่เสียงปรบมือจะดังขึ้น... เมื่อเท้าลงสัมผัสพื้น หมุนวนอยู่กลางฟลอร์ก่อนจะยกเท้าสูงขึ้นเหนือศีรษะและใช้มือทั้งสองสัมผัส... ต่อด้วยท่าสไปรอล (Figure sketing spiral) โดยการใช้เท้าข้างใดข้างหนึ่งเพียงข้างเดียวเคลื่อนที่บนน้ำแข็ง และก็ท่าอีกหลายท่าที่นำมาเป็นการแสดงในครั้งนี้... จนกระทั่งถึงท่าที่ยากที่สุดในการแข่งขัน นั่นก็คือ ท่าแอกเซิล (Axel) ท่ากระโดดจากการไถลตัวไปด้านหน้า โดยออกตัวจากคมมีดด้านนอกของเท้าซ้าย แล้วกระโดดขึ้นกลางอากาศ ซึ่งเธอสามารถทำได้ถึง 4 รอบ ในขณะที่ยังไม่ผู้เข้าแข่งขันคนใดเคยทำได้ มากสุดก็เพียงแค่ 3 รอบเท่านั้น ก่อนจะจบลงด้วยความสวยงาม เรียกเสียงปรบมือจากผู้คนในฮอลและเสียงโห่ร้องอย่างยินดี ไม่ผิดหวังกับการเข้ามาเชียร์และให้กำลังใจในครั้งนี้ ... กรรมการหลายคนพยักหน้าเห็นด้วย กับการตัดสินให้เธอเป็นผู้ชนะอย่างไม่ต้องคิด...

การแข่งขันสิ้นสุดลง... ต่างคนต่างก็ลุกขึ้นเดินลงจากฮอลด้วยใบหน้ายิ้มแย้ม เมื่อเป็นอย่างที่คิด... บลัชออนคว้าชัยชนะด้วยคะแนนนำลิ่ว

ผู้ชายร่างสูงสองคนลุกขึ้นพร้อมกันแต่เป็นคนละมุมของฮอล ผู้ชายคนแรกสวมหมวกแก๊ปสีดำ สวมแว่นตาสีชาขนาดใหญ่ แต่นั้นก็ยังไม่สามารถปกปิดความหล่อเหลาของเขาได้ ผมสีน้ำตาลเข้มยามโดนแสงเป็นประกายแดงอย่างชัดเจน ส่วนผู้ชายอีกคนเขาสวมเสื้อหนังสีดำ จมูกโด่งรับกับแว่นตาสีออกม่วงเพื่อปกปิดใบหน้าที่แท้จริง ริมฝีปากหยักยิ้มเมื่อร่างของสาวน้อยในชุดสีน้ำเงินเดินหายเข้าไปในห้องแต่งตัว

ก่อนที่จะสงสัยไปกันใหญ่ ขอคั่นรายการถ่ายทอดสดการแข่งขันด้วยการแนะนำชื่อเสียงเรียงนามเสียก่อน แท็น แท้นนน U_U ฉันชื่อ บลัชออนเป็นสาวน้อยแสนสวย น่ารัก สดใส สัดส่วน 32 – 24 - 36 ส่วนสูง 175 เซนติเมตร น้ำหนัก 50 กิโลกรัม และที่สำคัญฉันรักเด็กค่ะ (ไปประกวดนางงามเลยดีมั้ย! บอกซะละเอียดเลยวุ้ย -*-) ฉันเป็นตัวแทนของประเทศเกาหลีในการแข่งขัน สเก็ตลีลาและคงไม่ต้องบอกว่าเมื่อกี้ใครเป็นผู้ชนะ ^^ แหง่อยู่แล้วล่ะ! มันก็ต้องเป็นฉันสิ! เพราะฉันน่ะเก่งทางด้านนี้มาแต่ไหนแต่ไรแล้ว ในโลกนี้ไม่มีใครเทียบเทียมฉันได้ ฮูวะ โฮ่วๆๆ (ออกแนวโรคจิตไปซะได้ -_-) และพรุ่งนี้มันก็คงต้องเป็นข่าวฮอตอีกแน่นอน... ชัวร์ป้าบ!!

คงจู! (แปลว่าเจ้าหญิง)

เอ๋? O_o  เสียงใครกัน คุ้นๆ นะ!

ขวับ!

ตึก ตึก ตึก

ฉันหันกลับไปมอง เอาเป็นว่าภารกิจการเปลี่ยนเสื้อเป็นอันต้องพักร้อนไปก่อน แล้วก็เป็นอย่างที่คิดเอาไว้ เมื่อร่างเด็กชายตัวป้อมที่หน้าตาละม้ายคล้ายคลึงวิ่งกรูเข้ามาทางฉัน ร่างสูงเพรียวย่อตัวลงอ้าแขนรับเด็กชายทั้งสองทันที ทั้งชอนฮเยและจีฮเยต่างก็ดึง รั้งร่างของฉันเข้าไปกอดอย่างไม่ยอมอีกฝ่าย -__-* เฮ้ออออออ  เป็นอย่างนี้ทุกทีสิน่า พ่อฝาแฝดจอมจุ้น!

ชอนฮเย! จีฮเย!! มาได้ไงเนี่ย ^^”

คงจู! ^O^

จีฮเย คิดถึงคงจูที่สุดเลยรู้มั้ย? จีฮเยฝาแฝดผู้พี่ร้องบอกพลางดึงร่างฉันเข้าหาตัว ปากเล็กๆ สีชมพูของพ่อหนุ่มน้อยจรดลงบนริมฝีปากของฉัน โอ้ววววว... เด็กนี่มันแก่แดดมาจากไหนกันนี่ -*-

หยุดเลยนะ! TT^TT” เสียงอีกฝั่งแขนด้านซ้ายตะโกนบอกพร้อมทั้งรั้งร่างของฉันให้เข้าไปหา อ่า~ เป็นเรื่อง!

ชอนฮเยไม่ยอมหรอกนะ พี่จีฮเยมาจุ๊บปากคงจูของชอนฮเยทำมั้ยกัน -_-^” ยังไม่ทันได้ตั้งตัว ริมฝีปากเล็กๆ สีชมพูของอีกคนก็กดทับลงบนปากของฉันอีกรอบ

ชอนฮเยลบรอยเมื่อกี้ให้แล้วนะ ^^” ชอนฮเยยิ้มจนตาหยี่ ตอนนี้สมองของฉันมึนงงไปหมด คิดอะไรไม่ออกไปชั่วขณะ ทั้งที่บรรยากาศรอบด้านเต็มไปด้วยเสียงทะเลาะของชอนฮเยและจีฮเย ที่ต่างก็พยายามจะดึงร่างของฉันไปกอด เมื่ออีกฝ่ายต่างไม่ยอมลดราวาศอกให้กัน -_-^

บลัชออน!” เสียงผู้หญิงที่แสนจะคุ้นเคยในความรู้สึก ฉุดกระชากให้ฉันกลับสู่ความจริง ฉันเงยหน้าขึ้นมองใบหน้าของเธอที่กำลังส่งยิ้มมาให้

คะ...คุณแม่!^^” ฉันลุกขึ้นโผเข้ากอดร่างตรงหน้า... นานแค่ไหนกันนะที่ฉันไม่ได้สัมผัสอ้อมกอดของเธอ

เมื่อ 7 ปีก่อน... พ่อกับแม่ของฉัน ท่านมีเรื่องทะเลาะกันบ่อยครั้ง! ตอนนั้นฉันเพิ่งจะสิบขวบเองมั้ง! เด็กเกินไป...จนไม่เข้าใจว่าคนทั้งคู่ทะเลาะกันเรื่องอะไร จนกระทั่ง! มันถึงวินาทีสุดท้ายที่ต่างคนต่างก็มองหน้ากันไม่ติด... เมื่อปัญหาต่างๆ มันก่อตัวรุนแรงมากขึ้นเรื่อยๆ ฉันไม่เข้าใจหรอกนะ TOT ว่าทั้งสองเลิกกันเพราะเหตุผลใด รู้เพียงตอนนั้นฉันร้องไห้เป็นเผาเต่า เมื่อรู้ว่าพี่ชายที่ฉันรักมากที่สุดต้องย้ายไปอยู่กับแม่ ส่วนฉันต้องอยู่กับพ่อที่นี่! แต่ฉันก็ไม่โทษท่านทั้งสองหรอก ผู้ใหญ่คงจะมีเหตุผลพอ แต่ท้ามม้ายยยย~! ต้องพรากพี่ชายที่เป็นทุกอย่างของฉันป้ายยยยย TTOTT

คงจู!” เสียงใสแจ๋วทั้งสองผสานกันขึ้น สติสตังเริ่มสถิตร่างของตัวเองอีกครั้ง หันกลับไปมองร่างทั้งสองที่กำลังดิ้นพล่านอยู่บนพื้น -O-!! เอ่อ! นั่นคงม่ายช่ายยย...น้องชายฝาแฝดของฉันใช่มั้ย -__-^

พอเถอะน่า ชอนฮเย! จีฮเย!!” เสียงประกาศิตของแม่ดังขึ้นพร้อมด้วยรังสีออร่าสีดำเป็นประกายวิ้งๆ อยู่รอบตัวเธอ T^T ไม่แปลกที่ฝาแฝดจอมจุ้นจะยอมหยุดพฤติกรรมเมื่อครู่ลง เธอส่ายหัวไปมาอย่างระอากับพฤติกรรมที่เพิ่มมากขึ้นทุกวันของแฝดสองตนนี้ -*-

ซองฮวาง ~O~ ใจร้าย T^T!!” เสียงของคนทั้งคู่ดังขึ้นพร้อมกันอย่างไม่ได้นัดหมาย... พร้อมกับวิ่งเข้ามากอดแข้งกอดขาฉัน เรียกร้องความเห็นใจ... ซองฮวางก็คือชื่อของแม่ฉันเองค่ะ รวมทั้งเด็กแฝดเมื่อกี้ด้วย แต่แม่ของฉันก็ยังมีนิคเนมเก่ห์ๆ ที่ยังไม่มีใครค่อยจะรู้สักเท่าไหร่ ^^ แต่ฉันเคยแอบได้ยินพ่อเรียกแม่ว่า อายแชโดว์มันเพราะดีใช่มั้ยล่ะ *O* และนั่นก็คงเป็นสาเหตุที่แม่ตั้งชื่อให้ลูกคนแรกว่า อาย ไลเนอร์ เพราะคิดว่าลูกคนแรกน่าจะเป็นผู้หญิง แต่ปรากฏว่ามันเป็นผู้ชายไปซะงั้น -_-;; ก็เลยตั้งสั้นๆ ว่า ไลน์เนอร์คงไม่ต้องบอกใช่มั้ยว่าใคร! เขาก็คือพี่ชายของฉันเองแหละ อิอิ ^O^

 คงจู!!! ต้องช่วยพวกเรานะ ซองฮวางแปลงร่างกลายเป็นปีศาจ นางมารร้ายอีกแล้ว -.,-” แฝดสองตนทำหน้าเรียกความสงสาร เปลือกตาทั้งสองขยับปิดเปิด เมื่อมองหน้าฉัน... แต่ฉันเริ่มทนพฤติกรรมของนายทั้งสองไม่ไหวแล้วอ่ะ   -^- เมื่อไหร่จะเลิกปีนป่ายบนตัวฉันสักทีห่ะ! ฉันไม่ใช่ต้นไม้ให้เธอสองคนปีนเล่นนะย่ะ!! -_-^

....!!!” ฉันปั้นหน้าลำบากเมื่อได้ยินฉายาที่แฝดตั้งให้แม่ที่ยืนอ้าปากค้าง T[]T!!! เมื่อได้ยินประโยคนั้น เธอรีบวิ่งเข้าไปจัดการกับฝาแฝดทั้งสองคนทันที ฉันเผลอยิ้มออกมา YOY~ เมื่อแฝดทั้งสองกระโดดลงจากตัวฉันแทบจะทันที แล้วรีบใส่เกียร์วิ่งกันคนละทิศคนละทาง...

บลัชออน! เดี๋ยวค่อยคุยกันต่อนะ แม่ขอจัดการเจ้าตัวแสบสองตัวนี่ก่อน -*-” แม่กระโจนเข้าไปหาจีฮเย ที่ยืนทำหน้าล้อเลียนอยู่ไม่ไกลนัก ฉันฉีกยิ้ม... เห็นหน้าสองแฝดทีไร พร้อมกับเรียกชื่อของคนทั้งสองพาลจะทำให้ต่อมสำนึกรักบ้านเกิดของฉันทำงาน... จีฮเย แปลว่า ทำคุณแก่แผ่นดิน ส่วน ชอนฮเย แปลว่าทำคุณแก่ฟ้า ^^ เพื่อนๆ ฟังแล้วรู้สึกรักพวกเขาทั้งสองคนมั้ยล่ะ -O-

หยุดเดี๋ยวนี้เลยนะ! จีฮเย แม่บอกกี่ครั้งแล้วห๊าาาา!! ว่าลูกไม่ควรเรียกแม่ว่าอย่างนั้น -*-” แม่ตะโกนเรียกจีฮเยที่วิ่งหนีจุกตูดไปไกลแล้ว เธอวิ่งจนเหนื่อยหอบ หยุดพัก... เมื่อสภาพร่างกายไม่ได้ดั่งใจคิด มือทั้งสองกุมหัวเข่าทั้งสองอย่างล้าๆ แต่เจ้าเด็กแฝดทั้งสองตนวิ่งไปไกลแล้ว ปล่อยให้คนเป็นแม่คาดโทษไล่หลัง!!!

ฉันยืนมองด้านหลังของแม่ และหมุนตัวกลับไปยังห้องเปลี่ยนเสื้อผ้า เพราะยืนอยู่ในสภาพชุดนี้นานมากแล้ว อีกอย่างลมมันเย็นแปลกๆ ยังไงหว่า -.,- 

ระหว่างที่ฉันกำลังเปลี่ยนเสื้อผ้า เรื่องราวในอดีตก็วิ่งตัดผ่านเข้ามาในสมอง... แม่แต่งงานใหม่หลังจากเลิกกับพ่อเพียงไม่นาน... และแม่ก็ย้ายไปอยู่อเมริกากับผู้ชายคนนั้น และแน่นอนว่าพี่ไลน์ก็ต้องตามติดแม่ไปด้วย จริงสิ! พอพูดถึงพี่ไลน์ ฉันไม่ได้เจอกับพี่ไลน์นานมากแล้ว ไม่รู้ว่าป่านนี้พี่ชายสุดเลิฟของฉันจะเป็นยังไงบ้าง!! >O<~ ล่าสุดที่ฉันโทรหาแม่ครั้งก่อน ฉันได้ข่าวว่าพี่ชายฉันเป็นกิ๊กกับนางแบบเซ็กซี่แห่งปีของนิตยสารชื่อดังเชียวล่ะ มันก็ต้องเป็นแบบนั้นอยู่แล้ว เพราะพี่ชายของฉันก็ฮอตไม่แพ้กัน ทั้งหน้าตา ความหล่อกินขาดผู้ชายที่นั้นหลายคน อย่างน้อย... แม่นางแบบคนนั้นก็ตาถึงแหะ! ^^

เพียงไม่นานฉันก็เปลี่ยนเสื้อผ้าเสร็จ ผมยาวสีน้ำตาลเข้มถูกปล่อยลงสู่กลางหลัง ฉันหยิบสัมภาระที่วางอยู่บนโต๊ะติดมือออกมา มือที่ว่างอีกข้างบิดกลอนประตูออก พร้อมกับก้าวออกมานอกห้อง ทางข้างหน้าว่างเปล่า แต่พอฉันเดินมาสักพัก สายตาของฉันปะทะกับกำแพงสูงที่ยืนอยู่ตรงหน้า ฉันเพียงแค่เห็นปกเสื้อสีดำ และในมือของเขายังมีช่อดอกไม้สีขาวสลับกับดอกสีชมพู มันสวยงามมากๆ เลยล่ะ TOT กลิ่นหอมของมันก็ยังส่งผ่านมาถึงฉัน >_< ฉันค่อยๆ แหงนขึ้นมองใบหน้าของเขาให้เต็มตา... ฉันจับจ้องใบหน้าอันแสนคุ้นเคย มือข้างหนึ่งของผู้ชายตรงหน้าดึงแว่นตากันแดดออก... พร้อมกับฉีกยิ้มกว้างเดินเข้ามาหา -____-

พะ...พี่ไลน์ O.O!” เสียงเรียกดังกว่ากระซิบเพียงเล็กน้อย ดวงตาเบิกกว้าง o.O!! ปล่อยสัมภาระในมือลงแทบไม่ทัน เดินแกมวิ่งเข้าไปสวมกอดร่างของพี่ชาย ดีใจจนแทบพูดไม่ออก... สองแขนของพี่ไลน์ก็โอบกอดฉันเอาไว้ ยิ่งเขาทำแบบนั้น ฉันก็ยิ่งกลั้นมวลน้ำตาเอาไว้ไม่ไหว -O-!!

ยังขี้แยเหมือนเดิมเลยนะ! ^^” พี่ไลน์จับหัวฉันโคลงไปมา พร้อมกับใช้หัวแม่มือเช็ดน้ำตาให้ฉันอย่างเบามือ ฉันเห็นรอยยิ้มของพี่ไลน์ผ่านหมอกน้ำตา... รอยยิ้มที่ไม่เคยเปลี่ยน อบอุ่นทุกครั้งยามที่ได้เห็น ฉันลืมนึกถึงพี่ไลน์ไปได้ยังไง! ทั้งที่สายตาของฉันก็เฝ้าหาร่างสูงของพี่ชายคนนี้มาตลอด ตั้งแต่เจอกันครั้งก่อน มันก็นานมากทีเดียวก่อนที่เขาจะมายืนอยู่ตรงหน้าของฉันในตอนนี้...

พี่ไลน์ยื่นช่อดอกไม้ให้ฉัน ก่อนที่เขาจะเดินกลับไปหยิบสัมภาระของฉันที่ตั้งกองอยู่บนพื้นก่อนหน้านั้น ฉันมองตาม...จนเขาเดินมาหยุดอยู่ใกล้ๆ

กลับกันเถอะ แม่ให้ฉันมาตามเธอ ท่านรออยู่ที่รถพร้อมกับแฝดดินฟ้า T-T” ฉันขำกิ๊ก! กับคำพูดของพี่ไลน์ สงสัยคงโดนฤทธิ์พ่อแฝดจอมจุ้น จนไม่อยากจะนึกเอ็นดู จะว่าไปใบหน้าของฝาแฝดก็ยังมีเค้าโครงเหมือนกับพี่ไลน์นะ แม้ว่าจะเป็นคนละพ่อกันก็เถอะ!

อะ อืม ^O^!!” ฉันพยักหน้าเดินตามหลังพี่ไลน์ไป สายตาก็แอบสำรวจแผ่นหลังกว้าง... เพียงไม่กี่เดือน ดูเหมือนว่าทุกอย่างก็เปลี่ยนไปมาก ไม่ว่าจะเป็นความสูง รูปร่างของพี่ไลน์ เมื่อเทียบกับตัวฉัน ฉันดูเล็กไปถนัดตา... ร่างที่ฉันเอาแต่จับจ้องจากทางด้านหลังหยุดลง...

o.O! ยืนมองร่างสูงด้านหน้า ว่าหยุดทำมั้ยกัน!

จะแอบมองคนอื่นอีกนานมั้ย =_=^” พี่ไลน์ถามฉันทั้งที่เขาไม่ได้หันกลับมาด้วยซ้ำ!!

มันรู้ได้ไงหว่า TT^TT!!!!!

ฉันรีบเดินไปให้ทันพี่ไลน์ และเดินไปพร้อมๆ กัน ระหว่างที่เดินนั้น ฉันก็ไม่วายเอ่ยปากถามถึงสิ่งที่สงสัย...

พี่รู้ได้ไงอ่ะ! ว่าฉันแอบมองเมื่อกี้ (. .  )

ไม่เห็นแปลก สาวๆ ทุกคนต่างก็หลงใหลได้ปลื้มหุ่นเซ็กซี่ของฉันอยู่แล้ว ^^”

ต๊ายยยยย... กล้าพูดเนอะ =[]= !!!

กรุณายกเว้นฉันสักคนเถอะ!! พี่ชาย-_-;;”

อันนั้นมันก็แน่อยู่แล้วจ้ะน้องรัก ^O^!” พี่ไลน์หันมาจับหัวฉัน ยิ้มกระชากใจหนึ่งที... อ่า~!!! หน้าฉันคงแดงเถือกไปแล้วมั้ง >O<~

ฮ่าๆๆ อย่าบอกนะว่า เมื่อกี้เธอหวั่นไหวกับฉัน ^^”

“=_______=;;” ฉันคงได้แต่แสดงสีหน้าแบบนี้ให้พี่ชายจอมโอ้... ถึงแม้ว่ามันจะเป็นเรื่องจริงก็ตาม TT^TT เรื่องอะไรที่ฉันจะต้องเป็นฝ่ายแพ้ ในเมื่อคำว่าแพ้มันไม่เคยมีอยู่ในพจนานุกรมของยัยบลัชออน -_-*

ว่าแต่เธอเถอะ มีแฟนกับเขาหรือยัง!” คำถามจี้ใจดำเมื่อครู่ ม้านนนน แทงใจอ่า~ =3=

“OoO!!” อ้าปากค้าง... กับคำถามที่ตรงไปตรงมา ไม่คิดว่าพี่ไลน์จะถามถึงเรื่องนี้ ทั้งที่น่าจะรู้เหตุผลดีว่าทำไม! จะคงมีก็แต่แฝดดินฟ้า (ขอยืมคำพี่ไลน์มาใช้บ้าง) กระมั่ง! ที่ยังเห็นว่าฉันเป็นผู้หญิงถึงได้เรียกฉันว่าคงจูเสมอเวลาที่เจอกัน TOT!!

พี่ไลน์เลิกคิ้วหันมามองฉันที่ยังนิ่งค้างอยู่อย่างนั้นนานหลายวินาที

ฉันลืมไป ว่าร่างอย่างนี้คงหาแฟนไม่ได้หรอก!!!” ยักคิ้วให้หนึ่งทีอย่างเป็นต่อ ^^

อ๊ากกกกกกกกก!!!!

รู้มั้ยว่าคำพูดแบบนั้น ม้านนนนทำร้ายจิตใจช้านนนนน แค่ไหน ไอ้พี่บ้า -*-!!!

รังสีออร่าเริ่มเกาะกุมพื้นที่ รอบตัวฉันคงเต็มไปด้วยรังสีพวกนี้ ที่พร้อมจะแผดเผาคนพูดให้ดับภายในหนึ่งวิ!!!!

ดูเหมือนว่าพี่ไลน์จะเพิ่งสัมผัสได้หันมายิ้มแหย่ๆ ให้ฉัน

ไม่น่าเลยตู หาเรื่องตายก่อนวัยชัดๆ ^x^ เสียงพึมพำแผ่วเบา ดังออกมาจากเรียวปากสีชมพูบางเฉียบ ก่อนที่เขาจะหันมาพูดเอาใจฉัน

ไม่เอาน่า ^^”

พี่แค่ล้อเล่นนิดเดียวไม่เห็นต้องซีเรียส เอางี้ดีมั้ย!! กลับไป พี่จะเลี้ยงไอติม สนใจป่ะ ^O^!!”

ฉันหันไปมองพี่ไลน์อีกครั้ง เอาเป็นว่าครั้งนี้ฉันจะให้อภัย TOT แต่ถ้าขืนพูดไม่เข้าหูอีกเมื่อไหร่ ตายยยยย!!!! ระหว่างที่ฉันคาดโทษ... ฉันก็อดจะยิ้มออกมาไม่ได้ เมื่อพ่อประคู๊ณพูดก่อนไม่คิดพูดถึงไอติม คงจะเป็นเรื่องนี้เพียงเรื่องเดียวล่ะมั้ง ^^ ที่พี่ไลน์รู้ดีว่าเวลาที่ฉันโกรธ -*- จะทำให้ฉันหายโกรธได้ด้วยการเอาไอติมมาล่อ และมันก็ได้ผลดีเชียวล่ะ ฮ่าๆๆ >O<~ กรี๊ดดดๆๆ ไอติมๆๆ ฉันจะกวาดให้เกลี้ยงจนเจ้ามือกระเป๋าฉีกเลยคอยดู!!!

ระหว่างทางเดินออกจากฮอล ฉันเดินสวนกับผู้ชายร่างสูงคนหนึ่งเขาสวมหมวกแก๊ปสีดำ สวมแว่นตาสีชาขนาดใหญ่ ถ้าฉันสังเกตไม่ผิด ฉันรู้สึกเหมือนว่าเขาจะเหลือบมองฉันก่อนที่จะเดินมาประชิดตัวฉันด้วยซ้ำ ใบหน้าที่ปิดกั้นด้วยแว่นสีชาดูนิ่งเฉย แต่แววตาของเขากลับผิดแผกไปจากใบหน้า... แต่ฉันไม่รู้หรอกว่าทั้งหมดมันจะเป็นตามที่ฉันคิด บางทีฉันอาจจะตาฝาดไป...

เมื่อมาถึงที่รถ มันก็เป็นจริงอย่างที่พี่ไลน์บอก ทุกคนไม่ว่าจะเป็นคุณแม่ ฝาแฝดจอมจุ้น และสามีใหม่ของแม่รออยู่ที่รถพร้อมหน้าเรียบร้อยแล้ว ฉันยืนนิ่งมองซ้ายมองขวาก่อนจะยกนาฬิกาข้อมือขึ้นมาดู T-T

บลัชออน ขึ้นรถเถอะ!!” แม่เรียกฉันที่ยังยืนนิ่งไม่ขยับ สี่โมงกว่าแล้ว... แต่ฉันยังไม่เห็นวี่แววของพ่อที่บอกว่าจะมารับฉัน TOT!! อดผิดหวังอยู่ลึกๆ ไม่ได้ พ่อมักเห็นงานสำคัญกว่าฉันเสมอ =O= ครั้งนี้ก็คงเหมือนกันสินะ แม้จะรู้ว่าฉันแข่งขันสเก็ตลีลาก็ตาม =3=

มีอะไรหรือเปล่า ฮือ? พี่ไลน์เข้ามาลูบเรือนผมของฉันที่ยังยืนก้มหน้านิ่ง (_ _  )

เรื่องของพ่ออีกล่ะสิ!!” พี่ไลน์พูดขึ้น และก็ถูกเสมอ คนเดียวที่สามารถอ่านใจของฉันได้ ไม่ว่าฉันจะคิด หรือทำอะไร นั่นก็คือผู้ชายร่างสูงที่ยืนอยู่ข้างๆ ฉัน

ถ้าลูกกังวลเรื่องของชายชาติทหารล่ะก็ แม่เพิ่งโทรบอกเขาเมื่อกี้ว่าลูกจะกลับพร้อมกับแม่น้ำเสียงของแม่นิ่งเรียบยามพูดถึงพ่อ... บางทีสองคนนี้คงจะไม่อาจผสานรอยร้าวได้ เรื่องมันถึงได้ยืดเยื้อมาจนถึงวันนี้...

ยังงั้นเหรอคะ?

แม่พยักหน้า... แต่พอเห็นสีหน้าของฉัน เธอก็เลยยิ้มอย่างให้กำลังใจก่อนที่ฉันจะก้าวขึ้นไปนั่งบนรถตามพี่ไลน์ไปอีกคน...

 

              
---------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------

                                                                          เม้นท์ให้กำลังใจด้วยนะจ้ะเพื่อนๆๆ

0 ความคิดเห็น