[Pre-order] RUSE เล่ห์รัก กลปรารถนา [Yaoi]

  • 0% Rating

  • 0 Vote(s)

  • 7,776 Views

  • 109 Comments

  • 343 Favorites

แชร์นิยายเรื่องนี้

จำนวนแชร์
0

  • Month Views
    416

    Overall
    7,776

ตอนที่ 5 : 04 เหตุร้ายจากความบังเอิญ

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 633
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 4 ครั้ง
    5 ม.ค. 62

04

เหตุร้ายจากความบังเอิญ



  หลังจากแยกย้ายกับฟ่านมู่เหยียน หวังหยูเฟิงก็มาซื้อของใช้ที่ห้างสรรพสินค้าต่อ ชายหนุ่มใช้เวลาราวหนึ่งชั่วโมงก็ได้ของที่ต้องการครบถ้วน แต่ทว่าเมื่อเขากำลังขับรถออกจากลานจอดรถ รถยนต์คันหนึ่งก็ขับตรงเข้ามาอย่างรวดเร็ว

ปึง!

รถยนต์ของหวังหยูเฟิงสั่นสะเทือนไปทั้งคัน นัยน์ตาสีดำเบิกกว้างด้วยความตกใจ หลังจากควบคุมสติกับสิ่งที่เกิดขึ้นได้สำเร็จ จังหวะของชีวิตที่เหมือนหยุดเต้นไปชั่วอึดใจหนึ่ง ก็กลับมาทำงานเป็นปกติ 

 นายตำรวจเคราะห์ร้ายถอนหายใจออกมาด้วยอารมณ์กรุ่นโกรธที่ปะทุขึ้นภายใต้สีหน้าเรียบเฉยไม่ต่างจากลมสงบก่อนพายุมา

หวังหยูเฟิงเดินลงจากรถยนต์ที่ได้รับความเสียหาย แล้วมองดูสภาพยานพาหนะคันเก่งของตัวเองอย่างหงุดหงิดใจ

ให้ตายเถอะ!

ผู้กองหวังสบถกับตัวเองในใจ เมื่อเห็นประตูด้านที่นั่งข้างคนขับยุบจนไม่ได้รูป ถ้าอีกฝ่ายเหยียบเบรกไม่ทัน เขาก็คงโดนอัดเละไม่ต่างกัน

"ขอโทษครับ! คุณเป็นอะไรมากหรือเปล่า!"

 เสียงทักของคู่กรณี ทำให้หวังหยูเฟิงต้องหันไปมอง ใบหน้าหล่อเหลาแสดงความกังวลและตกใจจนเหมือนตื่นตระหนก แต่สิ่งที่ทำให้เขาสนใจกลับเป็นรูปร่างที่คุ้นตาอย่างบอกไม่ถูกเหมือนเคยเจอที่ไหนมาก่อน โดยเฉพาะเส้นผมสีดำที่ถูกมัดไว้ด้านหลัง แต่คนที่มีรูปร่างแบบนี้ก็มีอยู่เกลื่อนสายตาเช่นเดียวกัน

"พอดีผม..."

"คุณมีใบขับขี่หรือเปล่า"

สัญชาตญาณความเป็นตำรวจสั่งให้หวังหยูเฟิงถามไปแบบนั้น ชายหนุ่มคู่กรณีรีบกลับไปที่รถยุโรปคันโตที่ได้รับความเสียหายเล็กน้อย แล้วกลับมาหาเขาอีกครั้งพร้อมกับใบขับขี่ที่ส่งมาให้ดู

  'เจิ้ง หยุน'

นัยน์ตาแวววาวสีดำอ่านข้อความบนบัตร ก่อนจะเลื่อนไปมองคนตรงหน้าเขม็ง แล้วส่งใบขับขี่คืนให้ เมื่อไม่พบความผิดปกติอะไร นอกจากทักษะการขับรถที่เข้าขั้นอันตรายต่อคนรอบข้าง

“ผมว่าคุณควรเรียกประกันมาได้แล้วนะครับ คุณเจิ้ง”

“เอ...คุณรู้จักผมด้วยหรือครับ!”

 “ผมอ่านจากใบขับขี่ของคุณ”

“ครับ เดี๋ยวผมขอตัวโทรเรียกประกันมาดูก่อน”

หวังหยูเฟิงพยักหน้า เขาลอบมองท่าทางสุภาพปนซื่อของคู่กรณีอย่างนึกอ่อนใจ ความสงสัยที่มีอยู่คลายลง เมื่อเห็นสภาพรถยนต์ของตัวเองอีกครั้ง

"รอสักครู่นะครับ คุณ..."

"หวังหยูเฟิงครับ"

 "อ่าครับ...คุณหวัง เรื่องค่าเสียหายทั้งหมด ผมจะเป็นคนรับผิดชอบเองครับ ไม่ต้องกังวล"

"มันก็ต้องเป็นแบบนั้นอยู่แล้ว"

 หวังหยูเฟิงถอนหายใจ แล้วเดินไปหยิบสิ่งของที่จำเป็น รวมไปถึงของใช้ทั้งหมดที่เพิ่งซื้อมาจัดเตรียมให้เรียบร้อย เพราะรถยนต์คันนี้คงได้ไปอู่แทนที่จะกลับบ้านพร้อมกับเขา

หลังจากรอได้เพียงไม่นาน พนักงานจากบริษัทประกันภัยก็มาจัดการเรื่องราวทั้งหมดอย่างรวดเร็ว และเมื่อทุกอย่างเรียบร้อยไม่มีปัญหาอะไร ผู้กองหนุ่มก็หยิบทุกอย่างที่เตรียมเอาไว้ แล้วตั้งใจจะไปเรียกแท็กซี่เพื่อเดินทางกลับบ้าน

"ถ้าไม่รังเกียจ ให้ผมไปส่งไหมครับ"

หวังหยูเฟิงหันไปมองอีกฝ่ายที่ฉายความรู้สึกผิดอยู่เต็มใบหน้า แล้วลอบถอนหายใจออกมา

"ไม่เป็นไรครับ ผมกลับเองจะสะดวกกว่า"

"ไม่จริงหรอกครับ ผมไปส่งสะดวกกว่าอยู่แล้ว ที่จริง...ผมรู้สึกผิดมากกับเรื่องที่เกิดขึ้น"

"คุณได้รับผิดชอบในส่วนของคุณพอแล้ว"

"แต่ผมก็ยังไม่สบายใจอยู่ดี ถ้าผมไม่ได้ไปส่งคุณเพื่อไถ่โทษของตัวเอง คืนนี้ผมคงนอนไม่หลับ"

"ลำบากคุณเอาเปล่าๆ"

"ไม่เลยครับ ถ้าคุณปฏิเสธต่างหากที่ทำให้ผมลำบากใจ"

หวังหยูเฟิงสบสายตากับเจิ้งหยุนเหมือนต้องการค้นหาความนัยจากแววตาสีเข้มที่เต็มไปด้วยความจริงจัง ก่อนจะลอบถอนหายใจอีกครั้งอย่างจนใจ ถึงแม้จะมีเสี้ยววินาทีหนึ่งที่เขารู้สึกแปลกก็ตาม แต่มันก็หายไปอย่างรวดเร็วจนคล้ายเป็นภาพลวงตาหรือสิ่งที่จินตนาการไปเอง

"ถ้าอย่างนั้นก็รบกวนคุณด้วยก็แล้วกัน"

เจิ้งหยุนยกยิ้มขึ้น เขาเดินไปช่วยถือของ พลันสายตาก็ปะทะกับเครื่องแบบเจ้าหน้าที่ตำรวจที่คนตรงหน้าถืออยู่

"คุณหวังเป็นตำรวจหรือครับ" เจิ้งหยุนเอ่ยถามขึ้นด้วยน้ำเสียงประหลาดใจ และเมื่อหวังหยูเฟิงตอบรับ เขาก็ยิ้มแห้งออกมา "แล้วแบบนี้ผมจะโดนข้อหาทำร้ายเจ้าหน้าที่หรือเปล่าครับเนี่ย"

“มันเป็นอุบัติเหตุ” หวังหยูเฟิงบอกเสียงเรียบ แล้วมองอีกฝ่ายที่มีรอยยิ้มต่างไปจากเดิม

"โชคดีที่เป็นอุบัติเหตุ ไม่อย่างนั้นผมคงแย่" เจิ้งหยุนเอ่ยขึ้น ก่อนจะเดินนำไปที่รถยนต์ของตัวเอง



▣-▣-▣-▣-▣-▣-▣-▣-▣-▣-▣-▣-▣



ถึงแม้จะระแวงการขับรถของเจิ้งหยุน แต่ตลอดการเดินทางก็ไม่ได้มีปัญหาอะไร ทำให้ผู้กองดวงตกอดคิดขึ้นมาด้วยความข้องใจไม่ได้ว่า เหตุใดเจ้าของรถคันนี้ถึงได้มีทักษะการขับรถล้มเหลวในช่วงเวลานั้นขึ้นมาได้ ถึงแม้อีกฝ่ายจะอ้างว่าลดความเร็วไม่ทันก็ตาม แต่ทำไมต้องใช้ความเร็วขนาดนั้นในลานจอดรถของห้างสรรพสินค้าด้วย

หวังหยูเฟิงเก็บงำความคิดอยู่ในใจ เขาปรายตามองคนขับเล็กน้อย ก่อนจะเลื่อนสายตาไปยังเส้นทางที่คุ้นเคย 

  ถึงหวังหยูเฟิงจะเป็นตำรวจ แต่ก็ไม่ได้เป็นพวกขี้ระแวงสิ่งรอบตัวจนกลายเป็นคนวิตกจริต เขาไม่อยากให้ความสงสัยก่อเกิดเป็นอคติจนมองใครในแง่ร้ายโดยใช่เหตุ

ความคิดเป็นสิ่งที่หมุนเวียนอย่างรวดเร็ว การควบคุมไม่ให้สิ่งที่ไหลผ่านสมองวิ่งเตลิด ก็คือการฝึกฝนจิตใจของตัวเอง แล้วหวังหยูเฟิงก็เชื่อมั่นว่า ตัวเองทำสิ่งนั้นได้ดีเสมอ

หากไม่มีหลักฐานหรือเหตุจูงใจมากพอ มันก็แค่ความโชคร้ายครั้งหนึ่งในชีวิตของเขาเท่านั้น แล้วคนเราก็คงมีโชคชะตาที่ตกอับดวงกุดได้ไม่กี่ครั้งนักหรอก

"จอดตรงนั้นก็ได้"

"ครับ"

 เมื่อรถยนต์จอดที่หน้าทางเข้าของอพาร์ตเมนต์ หวังหยูเฟิงก็หยิบสิ่งของของตัวเอง แล้วหันไปเปิดประตูรถ

"เดี๋ยวครับ! คุณหวัง" เจิ้งหยุนเรียก ก่อนจะส่งนามบัตรของตัวเองไปให้ "มีอะไรติดต่อได้ตลอดเวลาเลยนะครับ"

"ขอบคุณ" หวังหยูเฟิงตอบรับ แล้วสอดนามบัตรใส่กระเป๋าเสื้ออย่างไม่ค่อยสนใจนัก แต่ไม่ทันจะได้ปิดประตูรถ เสียงของคนที่มาส่งก็ดังขึ้นอีกครั้ง

"แล้วคุณจะไม่แลกนามบัตรกับผมหน่อยหรือครับ"

“ถ้าคุณมีอะไร ก็ติดต่อผมที่สถานีตำรวจก็แล้วกัน”

เจิ้งหยุนมองนายตำรวจที่เดินหายเข้าไปในอพาร์ตเมนต์แล้วแค่นยิ้มออกมา เขาหยิบแว่นกันแดดมาใส่ ก่อนจะเร่งเครื่องยนต์ขับเคลื่อนไปตามถนนใหญ่อีกครั้ง

ถือว่าเป็นการเริ่มต้นที่ไม่เลวเท่าไร...



▣-▣-▣-▣-▣-▣-▣-▣-▣-▣-▣-▣-▣



ทุกเช้าหวังหยูเฟิงจะต้องขับรถคันเก่งของตัวเองไปทำงาน ทว่าในวันนี้ชายหนุ่ยต้องเดินทางเบียดเสียดคนในรถไฟใต้ดิน ก่อนจะขึ้นรถโดยสารประจำทางมาลงหน้าสถานีตำรวจ

"อ้าว! ผู้กองหวัง! รถไปไหนล่ะครับ ถึงได้โหนรถเมล์มากับผม"

คนถูกทักหันไปมองต้นเสียงจากด้านหลัง ใบหน้าซื่อของเหอผิงแสดงความสงสัย หวังหยูเฟิงถอนหายใจเฮือกใหญ่ เมื่อนึกถึงเหตุการณ์เมื่อวานนี้ แล้วพวกเขาทั้งสองคนก็เเดินมาด้วยกัน

"รถของผมโดนชน ตอนนี้อยู่ที่อู่"

"แล้วผู้กองหวังเป็นอะไรหรือเปล่าครับ!"

"ไม่เป็นอะไร แต่ประตูยุบไปเลย"

หวังหยูเฟิงเล่าเรื่องที่เกิดขึ้นด้วยน้ำเสียงเหนื่อยใจแกมบ่น แล้วเดินเข้าห้องทำงานของตัวเอง หลังจากเตรียมงานตอนเช้าได้เพียงไม่นาน เสียงเคาะประตูก็ดังขึ้น ก่อนที่เว่ยเจียวเซินจะเดินเข้ามา

"เมื่อวานรถของผู้กองหวังโดนชนหรือคะ" เธอถามพร้อมกับวางเอกสารไว้บนโต๊ะทำงานของผู้กองหนุ่ม "แล้วบาดเจ็บอะไรหรือเปล่าคะ เห็นหมวดเหอเล่าว่าประตูยุบเลย"

"ไม่เป็นอะไรหรอก ถ้าโดนชนฝั่งที่ผมขับ ป่านนี้ไม่ตายก็คงนอนโรงพยาบาลอีกรอบ" หวังหยูเฟิงบอกเสียงเนือย เขาหันไปมองแขกอีกคนที่เพิ่งเดินเข้ามาในห้องทำงานของตัวเอง

“อะไรกัน แยกจากกันแป๊บเดียวก็เกิดเรื่องเลยหรือ” ฟ่านมู่เหยียนเอ่ยขึ้นด้วยรอยยิ้ม นัยน์ตาสีเข้มมีแววยั่วล้ออย่างชัดเจน “แล้วไปทำอีท่าไหนล่ะ”

 “ก็ท่าปกตินั่นแหละ โดนชน ไม่ได้ไปชนใคร”

“หึ! แล้วไม่เรียกมาจ่ายค่าปรับหน่อยหรือ”

หวังหยูเฟิงไม่ได้สนใจคำหยอกของเพื่อนสนิท ก่อนจะหันไปตั้งใจทำงานของตัวเองต่อ ฟ่านมู่เหยียนยิ้มขึ้น แล้วหันไปทางผู้หมวดสาวที่ยังไม่ได้เดินไปไหน

"หมดเวลาจีบหยูเฟิงแล้วครับหมวดเว่ย ทำงานๆ"

"ผู้กองฟ่านพูดอะไรคะ ดิฉันไม่ได้จีบผู้กองหวังสักหน่อย"

ฟ่านมู่เหยียนมองเว่ยเจียวเซินที่เดินออกจากห้องทันทีด้วยรอยยิ้มขำ และเมื่ออยู่ตามลำพังกับเพื่อนสนิท เขาก็นั่งบนเก้าอี้ตรงหน้าโต๊ะทำงานที่มีเจ้าของกำลังใช้งานอยู่

"แล้วนายมีอะไร" หวังหยูเฟิงเอ่ยถามเสียงเรียบ ทั้งที่สายตายังมองเอกสารที่อยู่ตรงหน้า

"เมื่อคืนเพิ่งจับผู้ต้องหาได้คนหนี่ง เป็นยามที่เฝ้าตึกของถานอี้เทา" ฟ่านมู่เหยียนตอบ ก่อนจะสบตากับคนถามนิ่ง "แล้วได้คีย์เวิร์ดที่น่าสนใจมา"

"อะไร" หวังหยูเฟิงเอ่ยถามต่อ เขาขมวดคิ้วขึ้นเล็กน้อย

"กาเบรียล นายคิดว่าอะไร" ฟ่านมู่เหยียนถามกลับพร้อมกับยกยิ้มที่มุมปาก เมื่อเห็นเพื่อนสนิทยังมีท่าทีนิ่งเฉย

"คงไม่ได้เพ้อถึงเทวดาหรอกใช่ไหม" หวังหยูเฟิงตอบเสียงเรียบ แล้วปิดแฟ้มงานที่เพิ่งอ่านจบลง

"ถ้าเป็นแบบนั้นก็ตลกดี คืนนี้ไปหากาเบรียลกันไหมล่ะ" ฟ่านมู่เหยียนเอ่ยชวนด้วยรอยยิ้ม เขาเอนหลังพิงกับพนักเก้าอี้ด้วยท่าทางสบายอารมณ์

"อืม" หวังหยูเฟิงตอบรับ ก่อนจะหยิบแฟ้มงานอีกฉบับมาอ่านต่อ



▣-▣-▣-▣-▣-▣-▣-▣-▣-▣-▣-▣-▣



ภายในคฤหาสน์หลังย่อมที่ถูกตกแต่งอย่างร่วมสมัย เจิ้งหยุนนั่งอยู่บนโซฟาตัวโปรดพลางเช็กตัวเลขของตลาดหุ้นที่วิ่งไม่หยุดโดยไม่ได้สนใจอู่หนิงที่เดินเข้ามาใกล้แม้แต่น้อย

"นายครับ อู่ส่งรายละเอียดค่าซ่อมรถของคุณหวังมาแล้วครับ"

"อืม วางไว้บนโต๊ะนั่นแหละ"

“ช่างบอกว่า จะต้องทำสีใหม่ด้วย เลยมาถามว่า ต้องการจะเปลี่ยนสีหรือใช้สีเดิมครับ”

“สีเดิมเป็นสีเทา แต่หยูเฟิงชอบสีขาว”

เจิ้งหยุนเงยหน้าขึ้นจากหน้าจอโทรศัพท์มือถือ แล้วหันไปมองอู่หนิงอย่างใช้ความคิด

“นายว่าฉันทุบรถนี่ทิ้ง แล้วซื้อคันใหม่ให้เขาเลยดีหรือเปล่า”

“ถ้าทำแบบนั้นคุณหวังอาจจะโกรธก็ได้นะครับ”

“อืม...แต่มันเก่ามากแล้ว ฉันไม่อยากให้เขาใช้หรอก ดูไม่เหมาะกับระดับผู้กองอย่างเขาเท่าไร”

เจิ้งหยุนมองอู่หนิงที่ยืนรอรับคำสั่งอย่างสงบ ก่อนจะก้มหน้าลงสนใจโทรศัพท์มือถือของตัวเองตามเดิม

“เอาตามนี้ ไปบอกช่างว่า ทำอย่างไรก็ได้ให้มันซ่อมไม่ได้อีก”

“แล้วแบบนี้จะอ้างกับคุณหวังอย่างไรล่ะครับ”

"ของจะพัง มันก็ต้องมีสาเหตุอยู่แล้วล่ะน่า ไม่ต้องห่วง"

อู่หนิงรับคำ แล้วเดินจากมาอย่างหนักใจ ก่อนที่เขาจะถ่ายทอดคำสั่งให้ช่างซ่อมรถทำลายรถทิ้งแทน



▣-▣-▣-▣-▣-▣-▣-▣-▣-▣-▣-▣-▣



กลิ่นกาแฟหอมกรุ่นลอยเอื่อยท่ามกลางความเงียบสงบในห้องทำงานของหวังหยูเฟิง ชายหนุ่มหลับตาลงพลางลิ้มรสชาติของคาเฟอีนอย่างผ่อนคลาย เพียงไม่นานเสียงของโทรศัพท์ตั้งโต๊ะก็ดังขัดขึ้น 

 "สวัสดีครับ"

[คุณหวังหยูเฟิงใช่ไหมครับ]

"ครับ"

 [ผมเจิ้งหยุนนะครับ ผมจะมาแจ้งข่าวเรื่องรถของคุณ]

"ครับ"

[เอ่อ...เมื่อครู่นี้ทางอู่เพิ่งแจ้งมาว่า รถของคุณหวังระเบิดน่ะครับ]

คนฟังแทบสำลักกาแฟที่กำลังดื่มอยู่ เขาขมวดคิ้วขึ้น เมื่ออีกฝ่ายยังอธิบายต่อ

[พอดีช่างใหม่ไม่รู้เรื่อง ดันสูบบุหรี่ใกล้รถของคุณที่ถังน้ำมันรั่วพอดี แต่ผมตามเรื่องให้แล้ว ทางอู่จะรับผิดชอบเรื่องนี้เต็มที่ครับ]

นี่มันเรื่องบ้าอะไรกัน!

หวังหยูเฟิงสบถกับตัวเองพร้อมกับลุกขึ้นยืน ไม่ว่าอย่างไรเขาก็ต้องไปดูรถยนต์คันเก่งที่กลายเป็นเศษเหล็กด้วยตาของตัวเองก่อน

"ผมจะไปดูสภาพก่อน เรื่องอื่นค่อยว่ากันทีหลัง"

[คุณจะมาตอนไหนครับ ผมจะได้ไปคุยเรื่องค่าเสียหายทีเดียวเลย]

 "ตอนนี้ครับ"

เมื่อวางสายไปแล้ว หวังหยูเฟิงก็เปลี่ยนเครื่องแบบ ก่อนจะเดินออกจากห้องทำงานด้วยอารมณ์หงุดหงิด

"ผู้กองหวังจะไปไหนคะ" เว่ยเจียวเซินเอ่ยถาม ขณะที่ชายหนุ่มเดินผ่านโต๊ะทำงานของเธอ

"ผมจะไปธุระหน่อย ถ้ามู่เหยียนมาหา บอกเขาว่าเจอกันที่ร้านเลย" เขาบอกเสียงเรียบเป็นปกติ ก่อนจะเดินทางออกจากสถานีตำรวจด้วยความร้อนใจ



▣-▣-▣-▣-▣-▣-▣-▣-▣-▣-▣-▣-▣



หวังหยูเฟิงเดินเข้ามาในอู่ซ่อมรถขนาดใหญ่ที่มีชื่อเสียงด้วยอารมณ์ขุ่นมัว ก่อนจะเห็นเจิ้งหยุนกำลังยืนคุยอยู่กับช่างคนหนึ่ง

"คุณหวัง" เจิ้งหยุนเอ่ยขึ้น ก่อนจะหันไปทางช่างที่ยืนอยู่ข้างกัน "พาคุณหวังไปดูรถก่อน"

"เชิญทางนี้เลยครับ" ช่างใหญ่ประจำอู่รีบพาลูกค้าไปยังรถยนต์ที่มีปัญหาอย่างรวดเร็ว

"คุณปล่อยให้เกิดเรื่องแบบนี้ขึ้นได้อย่างไร!" ผู้กองหนุ่มถามขึ้นด้วยน้ำเสียงกึ่งตวาด หลังจากเห็นสภาพรถยนต์ของตัวเอง เขาก็แทบจะควบคุมอารมณ์ของตัวเองไม่ได้ 

ถึงรถยนต์คันนี้จะไม่ได้หรูหราหรือมีราคาแพง แต่มันก็เป็นสมบัติที่ได้มาจากน้ำพักน้ำแรงและเงินสะสมของการทำงานที่ผ่านมา อีกทั้งยังเป็นเสมือนเพื่อนคนสำคัญที่เขาดูแลมาหลายปีด้วย

"เป็นความผิดที่เราจะรับผิดชอบเต็มที่ครับ" ช่างใหญ่ยอมรับแต่โดยดีด้วยใบหน้าสำนึกผิดที่ทำให้เจ้าทุกข์ผ่อนลมหายใจอย่างหงุดหงิด

"ผมคุยเรื่องค่าเสียหายทั้งหมดแล้วครับ ถ้าคุณไม่ขัดข้องอะไร เขาจะซื้อรถยนต์คันใหม่ให้คุณ" เจิ้งหยุนเอ่ยขึ้น หวังหยูเฟิงพยักหน้ารับ ทั้งที่ยังมีพื้นอารมณ์ไม่ปกตินัก แต่ก็เก็บอาการของตัวเองเอาไว้

"โอเค ที่จริงรถของผมก็ไม่ได้แพงอะไร แล้วก็รุ่นเก่าพอสมควร ผมขอแค่ค่ารถตามราคาขายมือสองปัจจุบันก็พอแล้วกัน" ผู้เสียหายเอ่ยขึ้นอย่างใจเย็น ตำรวจอย่างเขาไม่อยากเอาเปรียบใคร ขอแค่ค่าเสียหายตามสมควรก็พอ ก่อนที่เขาจะหันไปทางเจิ้งหยุนต่อ "ส่วนคุณก็ช่วยจ่ายค่าซ่อมตามที่คุณต้องจ่ายให้ผมเท่านี้ก็พอครับ" 

 "แล้วคุณหวังจะไม่ซื้อรถคันใหม่หรือครับ" เจิ้งหยุนเอ่ยถามขึ้นอย่างสงสัย

"เรื่องนั้นผมจะตัดสินใจเองทีหลังครับ" หวังหยูเฟิงตอบ แล้วหันไปทางช่างใหญ่อีกครั้ง "คุณคงไม่มีปัญหากับการตัดสินใจของผมใช่ไหม"

"ครับ" ช่างใหญ่ตอบรับ หลังจากลอบมองไปทางเจิ้งหยุนที่พยักหน้ารับ "ถ้าอย่างนั้นผมจะรีบประเมินราคา แล้วโอนเงินเข้าบัญชีของคุณหวังนะครับ"

ผู้กองหนุ่มตอบรับในลำคอ แล้วหันไปทางเจิ้งหยุนอีกครั้ง

"ถ้าไม่มีอะไรแล้ว ผมขอตัวกลับก่อน"

"ตอนนี้ก็เย็นแล้ว กรุณาให้เกียรติไปทานมื้อเย็นเพื่อรับคำขอโทษจากผมด้วยนะครับ"

"ขอโทษทีครับ ผมมีธุระที่ต้องทำต่อ แล้วคุณก็ไม่ต้องคิดมาก คุณรับผิดชอบในส่วนของคุณแล้ว ผมขอตัว"

หวังหยูเฟิงเดินออกจากอู่ซ่อมรถพลางมองนาฬิกาข้อมือที่บอกเวลาหกโมงเย็น ก่อนจะโทรศัพท์หาเพื่อนสนิทเพื่อทำภารกิจในคืนนี้ต่อ

เจิ้งหยุนมองตามหลังของผู้กองหนุ่มจนหายไปจากสายตา ก่อนจะหันไปหาช่างใหญ่ที่ยืนอยู่ด้วยกัน แล้วส่งเช็คใบหนึ่งไปให้

"ขอบคุณครับคุณเจิ้ง" ช่างใหญ่ตอบรับด้วยรอยยิ้ม เมื่อเห็นตัวเลขสำหรับเรื่องยุ่งยากกับชื่อเสียงที่ด่างพร้อย

 เจิ้งหยุนไม่ได้สนใจ ชายหนุ่มเดินไปอีกทางหนึ่งที่มีอู่หนิงยืนรออยู่ เมื่อชายในชุดสูทเห็นเจ้านายเดินมาใกล้ เขาก็รีบเปิดประตูให้ทันที

"ผมเตรียมแคตตาล็อกรถทั้งหมดเอาไว้พร้อมแล้วครับ" อู่หนิงเอ่ยขึ้น หลังจากขับรถมาได้ระยะหนึ่ง

"เอาไปทิ้ง" เจิ้งหยุนเอ่ยเสียงเรียบ และอู่หนิงก็รู้ได้ทันทีว่า เจ้านายของเขากำลังอารมณ์เสีย ซึ่งสาเหตุคงมาจากผู้กองหนุ่มที่อีกฝ่ายสนใจอยู่

"แล้วจะตรงไปที่ผับหรือกลับที่พักครับ" อู่หนิงถามขึ้นอย่างระมัดระวัง ตอนนี้เขาไม่อยากเสี่ยงกับความแปรปรวนของเจ้านายสักเท่าไร

  "กลับที่พัก" เจิ้งหยุนเอ่ยตอบ ก่อนการเดินทางหลังจากนั้นจะมีแต่ความเงียบ



▣-▣-▣-▣-▣-▣-▣-▣-▣-▣-▣-▣-▣



พระจันทร์ส่องสว่างภายใต้ท้องฟ้ายามราตรี หวังหยูเฟิงนั่งกินบะหมี่รอเพื่อนได้เพียงไม่นาน คนที่นัดกันไว้ก็เดินทางมาถึง ฟ่านมู่เหยียนนั่งลงที่เก้าอี้ฝั่งตรงข้าม 

"แล้วเมื่อตอนเย็นไปไหนมา"

"รถระเบิดที่อู่เลยต้องไปดู"

คนฟังเลิกคิ้วขึ้นพลางมองเพื่อนสนิทอย่างแปลกใจ ดูเหมือนช่วงนี้อีกฝ่ายจะเจอเรื่องร้ายบ่อยเกินไปจนน่าเป็นห่วง

"เป็นแบบนั้นได้อย่างไร มีคนไปวางระเบิดใต้ท้องรถหรือ"

"เปล่า น้ำมันรั่ว แล้วโดนไฟเลยระเบิด"

สีหน้าเบื่อหน่ายของหวังหยูเฟิง ทำให้ฟ่านมู่เหยียนต้องหัวเราะออกมาเบาๆ ทั้งที่มันไม่ใช่เรื่องตลกเลยสักนิด

"เล่าเหมือนเรื่องปกติเลยนะ"

"ก็เป็นไปตามหลักวิทยาศาสตร์"

"เฮ้อ...ตั้งแต่ออกจากโรงพยาบาล ก็มีเรื่องให้ตกใจได้ตลอด ช่วงนี้นายคงดวงตกจนฉุดไม่อยู่"

หวังหยูเฟิงถอนหายใจเป็นคำตอบรับ บางทีความโชคดีของเขาคงหมดไป ตั้งแต่การรอดตายจากเหตุการณ์ครั้งนั้นก็ได้

"แล้วคืนนี้ตั้งใจจะทำอะไรบ้าง" หวังหยูเฟิงเอ่ยถาม ฟ่านมู่เหยียนอมยิ้มออกมาเล็กน้อย

"ก็คงต้องดูลาดเลาไปก่อน ผับนี้เพิ่งเปิดได้ไม่นาน แต่ก็ดังพอตัว" ฟ่านมู่เหยียนบอกพร้อมกับสบสายตากับคนที่นั่งอยู่ฝั่งตรงข้าม "ส่วนรายละเอียดอื่น คืนนี้ก็คงต้องหาด้วยตัวเอง"

หวังหยูเฟิงพยักหน้ารับ เขาลุกขึ้นยืนเพื่อบอกคนที่มีใบหน้าแต้มรอยยิ้มบางว่าพร้อมแล้ว

กาเบรียล...ทูตสวรรค์ที่อยู่ใกล้ชิดพระเจ้าจะแอบซ่อนความมืดอะไรเอาไว้บ้าง



TBC++++++++++ 05  ใต้ปีกของทูตสวรรค์

​Marionetta ก็ยังคงมาเรื่อยๆ จ้า เอาใจช่วยผู้กิงหวังกันด้วยนะคะ ขอบคุณค่ะ



ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 4 ครั้ง

0 ความคิดเห็น