เพื่อนที่เคยเข้ากับคนอื่นได้ดี เป็นผู้นำของห้องในการทำกิจกรรมต่างๆก็เริ่มที่จะไม่ใส่ใจอะไร เพื่อนคนอื่นๆเลยเริ่มติฉินนินทาเรื่อยๆ
นิสัยของเพื่อนแต่ละคนเปลี่ยนแปลงไปมาก หลายคนให้ความสำคัญในเรื่องความรัก หลายคนให้ความสำคัญในเรื่องการเรียน หลายคนให้ความสำคัญกับพวกดาราและรุ่นพี่ แล้วรู้กันบ้างหรือเปล่าว่าสังคมของพวกนายไม่ได้มีแค่นี้นะ
กลุ้มใจอย่างมากค่ะที่เพื่อนหลายคนเริ่มตีตัวออกจากกลุ่ม ถึงแม้ว่าเบื้องหน้าจะดูเหมือนเป็นคนเดิม แต่ลึกๆแล้วทุกคนไม่ใช่คนเดิมค่ะ ลิงรู้ดี...
ลิงรู้... เพราะว่าลิงไปเดินกับคนอื่นๆบ่อย ไปเช้ากว่าคนอื่น และกลับเย็นกว่าคนอื่น ได้พูดคุยและพบกับมุมมองของเพื่อนแต่ละคนที่แตกต่างกันไป
รู้มาว่าเพื่อนทะเลาะกันหลายคู่ ขนาดคู่ซี้แบบปาท่องโก๋ยังรู้สึกได้ถึงระยะห่างที่เพิ่มขึ้น ต่างคนต่างห่างกันมากขึ้นเรื่อยๆ จนแทบจะไม่เหลือความไว้ใจกัน
หึ น่าแปลกนะที่พวกผู้ชายซึ่งตอนแรกทะเลาะกันจะเป็นจะตาย ตอนนี้กลับมาจับกลุ่มรวมกันได้ แต่ผู้หญิงที่ว่าสนิทกันนั้นกลับเริ่มทะเลาะกัน...
หลายคนตีตัวออกห่างเพราะมีแฟน แต่ส่วนใหญ่ยังคงอยู่รวมกันแบบธรรมดา...
ทุกๆวันที่ผ่านไป ระยะห่างระหว่างพวกเราก็เพิ่มขึ้นด้วย หลายคนเริ่มชักจูงกันไปในทางที่ผิด ยึดติดกับอาจารย์คนเก่าจนไม่เปิดรับใคร
พวกเราที่เจออาจารย์สบายๆอย่างอาจารย์นุชชิราต้องมาเจอกับคนที่อยู่ในกฏระเบียบอย่างอาจารย์นันทพร มันยิ่งทำให้เห็นข้อแตกต่างได้ชัดเจน พวกเราหลายคนไม่ยอมรับกฏ ไม่ยอมที่จะเปลี่ยนตัวเองเพื่อใคร คอยแต่จะให้เขาเปลี่ยนตัวเองเพื่อเราเสมอๆ
ต่างคนต่างนินทากันเอง เกิดการบังคับในเรื่องต่างๆ เกิดการระแวงกันในหมู่ 'เพื่อน'
ทำไมถึงต้องมองคนอื่นในแง่ลบกันด้วย ทำไมไม่ลองมองตัวเองก่อนบ้าง...
ช่วงนี้ลิงเริ่มคุยกับเพื่อนน้อยลง หันไปใส่ใจในการเรียนมากขึ้นเรื่อยๆ แต่ว่าเพื่อนก็คือเพื่อนที่ลิงจะทิ้งไปไม่ได้ พยายามทำใจให้คอยช่วยเหลือคนอื่นๆอยู่เสมอ
คนอื่นเขาจะคิดอย่างไงถ้าพวกนายไม่จบ ม.3 อย่ามัวแต่อคติกับอาจารย์ ตั้งใจเรียนในห้องอีกสักหน่อยก็ยังดี...
แต่จะว่าพวกเพื่อนๆอย่างเดียวก็ไม่ได้ ด้วยความที่อยู่ห้อง 1 ทำให้อาจารย์ตั้งความหวังไว้มากมาย ห้อง 1 ที่อาจารย์คุ้นเคยคือห้อง King ห้องที่เรียนเก่งที่สุดในสายชั้น แต่ห้องเราไม่ใช่...
ห้องเราคือห้อง 2 ภาษา โปรแกรม Mini Bilingual หาใช่ห้อง King ที่อาจารย์คุ้นเคย ตอนนี้ห้อง king ก็คือห้อง 3 แล้วทำไมอาจารย์จะต้องเอาพวกเราไปเปรียบเทียบกับพวกเขาด้วย
อาจารย์พูดกรอกหูพวกเราและพ่อแม่ทุกครั้งในวัน Classroom Metting ไม่ใช่หรอคะว่าอย่าเอาลูกไปเปรียบเทียบกับคนอื่น แล้วทำไมอาจารย์ถึงต้องเอาพวกเราไปเปรียบเทียบกับห้องอื่นด้วยล่ะคะ
ไม่มีใครชอบใจหรอกค่ะถ้าอาจารย์จะทำแบบนี้ มาตอนนี้ก็เพิ่งจะเคยเจออาจารย์ที่ให้งานนักเรียนอย่างไม่เท่าเทียม และนั่นมันก็เป็นต้นเหตุของความขัดแย้งทันที เพราะอาจารย์จะให้คะแนนคนที่ทำงาน แต่คนที่ไม่ทำงานจะเหมือนกับว่าได้ 0 คะแนน!!!
ตรงนี้มันเป็นช่องว่างของกระทรวงศึกษาธิการหรือเปล่าลิงก็ไม่ทราบนะคะ ใช่ค่ะ อาจารย์ไม่ได้หักคะแนนอย่างไม่มีเหตุผล แต่อาจารย์ไม่ให้พวกเราทำงานอย่างไม่มีเหตุผลเท่านั้นเอง ทั้งๆที่พวกเราต้องไปช่วยงานอาจารย์อีกคนหนึ่ง มาบอกว่าเป็นชั่วโมงของอาจารย์แล้วอย่างไงคะ ที่พวกเรามาช้าเพราะช่วยอาจารย์ กับที่อาจารย์มาช้าเพราะลืมนั่นน่ะ ใครมีเหตุผลกว่ากันล่ะคะ
ถ้าเป็นเมื่อก่อนลิงสามารถพูดได้อย่างเต็มปากเลยค่ะว่าห้องเรามีความสามัคคีมากกว่าห้องอื่น แม้ว่าห้องอื่นจะดีกว่า แต่ตอนนี้มันไม่ใช่อย่างนั้นอีกแล้ว...
ทุกคนในห้องเริ่มแตกความสามัคคี จากที่เคยไปไหนมาไหนด้วยกันก็ค่อยๆแยกไปเป็นกลุ่มเล็กกลุ่มน้อย...
เฮ้อ! เหนื่อยใจจริงๆกับเรื่องคราวนี้ พอมีงานก็โยนมาให้ลิงกับเพื่อนที่เหลือช่วยรับผิดชอบ ก็ตัวคนที่รับผิดชอบนั่นดันแตกกันเพื่อนหลายคนเลยสิคะ เพราะอย่างนั้นลิงและกลุ่มเพื่อนสนิทที่เหลือจึงต้องไปช่วยกันจัดการงานกับกลุ่มพวกผู้ชายที่พอจะพึ่งพาได้
ถ้าจะให้พูดตามตรงแล้วลิงไม่ชอบเลยค่ะเรื่องแบบนี้ เรื่องที่เพื่อนจะต้องมาทะเลาะกันเองในปีสุดท้ายของเราแบบนี้
ไม่อยาก...ให้เป็นแบบนี้เลยจริงๆ

ไม่รู้ว่าเพื่อนเป็นอะไรกันไปหมด จำไม่ได้แล้วหรอว่าตอน ม.1 และ ม.2 ที่พี่กู๊ดกับพี่โอมพรำบอกหนักหนา...
สามัคคี...

ลืมรึยังว่าถ้วยพวกนี้เราได้มาเพราะอะไร

พอเถอะ... อย่าทะเลาะกันอีกเลยนะ
ความคิดเห็น