❤•My Good Boy รักพลิกล๊อคยัยตัวร้ายกับนายแสนดี•❤

ตอนที่ 1 : บทนำ [0]

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 261
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 0 ครั้ง
    23 ส.ค. 52

บทนำ

            ยะฮู้ ไทยแลนด์!!! ^O^// ในที่สุดฉันก็กลับมาถึงบ้านสักที เป็นนางสาวพลัดถิ่นอยู่ตั้งสิบแปดเดือนแน่ะ T_T ฉันเพิ่งกลับมาจากการเรียนวรรณกรรมครอสสั้นๆ ที่ลอนดอน อันที่จริงครอสที่เรียนน่ะใช้เวลาแค่หกเดือนเท่านั้นแหละ แต่สิบสองเดือนที่เหลือก็คือการเที่ยวระห่ำแบบแหลกลาน พร้อมกับเงินในกระเป๋าของฉันที่แหลกลานตามไปด้วย T^T

            ตลอดสิบสองเดือนฉันตะล่อนทัวร์ยุโรปเกือบทั่วแล้ว ฝรั่งเศส อังกฤษ เวลส์ เยอรมัน บลาๆๆ เอาเป็นว่าฉันไปเหยียบมาเกือบทุกทีแล้วจริงๆ โฮะๆ ^O^// แต่มันมีอยู่ที่ที่หนึ่งที่ฉันอยากไปมาก มากถึงมากที่สุดเลยล่ะ เกาะคาปรี ประเทศอิตาลี แต่การตะล่อนทัวร์ครั้งนี้ฉันไม่ได้ไปหรอกนะ พอดีติดสัญญากับใครบางคนไว้ว่าจะไปด้วยกัน ^_^

            จริงสินะ พอพูดถึงหมอนั่นก็ทำให้ฉันนึกถึงอดีตเก่าๆ ใครอยากจะเชื่อกันล่ะว่านี่มันผ่านมาแล้วตั้ง สามหมื่นสองพันแปดร้อยห้าสิบวัน หรือก็คือเก้าสิบเดือน พูดง่ายๆ ก็คือเจ็ดปีครึ่ง (แล้วฉันจะพูดให้มันยากทำไม -*-)

            วันแรกที่ฉันรู้จักเขาเหรอ อืม...จำได้ว่าตอนนั้นรู้จักแค่ชื่อเขา หน้าตาเป็นยังไงก็ไม่เคยรู้จัก สรุปทุกวิชาที่หมอนั่นทำออกมาแจกจ่ายเพื่อนก่อนสอบล่ะมั้งที่ทำให้ฉันรู้จักเขา หรือว่าการไปเรียนเลปเคมีแบบสายโด่งของฉัน หรือเพราะตอนที่เพื่อนสนิทสองคนของฉันชวนเขาไปเที่ยวบ้านฉันเป็นการขอบคุณหลังสอบเสร็จ เอ...หรือว่าจะเป็นตอนฝึกงานนะ

            โอ้ย!! เยอะชะมัดเลย -*-;; เอาเป็นว่าละไว้ก่อนแล้วกันเนอะ

            ตอนนี้ฉันกำลังชะเง้อมองหาใครบางคนอยู่ ผู้ชายสูงๆ ผมสีดำ ใบหน้าเรียวๆ เหมาะสมกันดีกับจมูกโด่งเป็นสัน ริมฝีปากบางสีอ่อน กี่ครั้งแล้วนะที่ฉัน...-///- เอาเถอะ ช่างมันๆ

            “ยิปซี!!

            ขวับ!! เสียงคุ้นหูทำให้ฉันมองหาต้นตอของเสียง ก่อนจะสะดุดกับใครคนหนึ่ง นัยน์สีดำซ้อนอยู่หลังแว่นกันแดดสีชา เขามาพร้อมกับเสื้อโปโลสีฟ้าอ่อน กางเกงยีนสีซีดและรองเท้าผ้าใบสีขาว ริมฝีปากบางแย้มยิ้มกว้างให้ฉัน รอยยิ้มที่ฉันไม่ได้เห็นมาตลอดสิบแปดเดือน มันทำให้หัวใจของฉันกลับมาอบอุ่นอีกครั้ง ถึงแม้มันจะไม่เต้นถี่ยิบเหมือนเมื่อตอนที่ได้เห็นมันครั้งแรกๆ แต่ความอบอุ่นที่เกิดขึ้นยังเหมือนเดิมไม่เปลี่ยนแปลง

โฟน

            ฉันส่งยิ้มกว้างคืนกลับไปให้เขา เขาเดินเข้ามาหาฉันช้าๆ อ้าแขนออกกว้าง ฉันเข้าใจความหมายของมันดี ฉันวิ่งไปกระโดดเข้าหาอ้อมแขนที่ฉันแสนจะคิดถึงและโหยหา

            “ฮ่าๆ คิดถึงเธอเป็นบ้าเลย!!” โฟนกอดฉันแน่น เขาอุ้มฉันลอยจากพื้นแล้วเหวี่ยงไปมาอยู่สามรอบ  -_-

            “อืม...”

            “ให้ตาย อายุเท่าไหร่กันแล้วเนี่ย - -*” สีหน้าเอือมระอาดังมาจากไอ้เด็กชีกอชื่อวอดก้า เขายืนเอามือล่วงกระเป๋ากางเกงอยู่ด้านหลังโฟน เวลาผ่านไปแค่ไหน นิสัยชั่วร้ายของหมอนี่ก็ไม่เปลี่ยนไปสักที ไอ้เด็กไม่มีมารยาท หมอนี่มันเกิดมาเป็นน้องชายของโฟนได้ยังไง ฉันล่ะไม่เข้าใจจริงๆ -_-^

            “แกหุบปากไปเลย” โฟนหันไปแยกเขี้ยวใส่น้องชาย แล้วเขาก็วางฉันลงกับพื้น ทันทีที่เท้าฉันแตะพื้น...

            “เจ๊/ยิปซี”

            หมับ!!!

            แรงสวมกอดระดับมหาศาลกระแทกเข้าใส่ฉันเต็มๆ ผู้ชายสองคนที่มีความสูงท่วมหัวกอดฉันแน่น ปอดจะสลับที่กับม้ามไหมวะเนี่ย หายใจไม่ออกเว้ย!!!

            “การ์ด เซียมซี ปล่อยนะ หายใจไม่ออกโว้ย!!!” ฉันทั้งผลักทั้งดันพี่ชายน้องชายออก ไอ้พวกบ้านี่!!

            “จะฆ่ากันหรือไงฮะ!?”

            “ก็มันคิดถึงนี่ เฮ้ย! แล้วแกน่ะเป็นใครฮะ! มาก่อนพี่สาวก่อนฉันเนี่ย!!” เซียมซีหันไปโวยวายใส่โฟนที่ได้กอดฉันเป็นคนแรก -_-^ ไอ้พวกนี่มันอายุเท่าไหร่กันแล้วเนี่ย

            “เป็นแฟน นายมีปัญหาไรป่ะ”

            “ใครอนุญาตแก กลับไปฝันไป!!

            “ฝันฉันเป็นจริงแล้ววะไอ้น้อง ^^+

            “อย่าแม้แต่จะคิดเลย” เซียมซีทำท่าจะพุ่งเข้าใส่โฟน แต่มีเสียงดุๆ ห้ามหมอนั่นไว้ก่อน

            “ทำบ้าอะไรของนาย!!

            “ซอล...(. .)” เซียมซีทำหน้าละห้อย ฮ่าๆ ฉันล่ะดีใจจริงๆ ที่หาคนปราบหมอนี่ได้แล้ว ใครคนนั้นก็ไม่ใช่ใครที่ไหนหรอก ซอล...เพื่อนสนิทของฉันเอง ข้างๆ ซอลมีผู้หญิงตัวเล็กๆ นัยน์แดงกล่ำเหมือนกำลังกลั้นน้ำตา ยืนอยู่...ควีน

            “กลับมาสักทีนะแม่คุณ”

            “อืม...”

            “งี่เง่าชะมัด ไปไม่บอกสักคำ”

            “อืม ขอ...โทษ”

            “อย่าทำแบบนี้อีกนะยัยบ้า!!

            “รู้แล้วล่ะน่า”

            “ฮือๆๆ TT__TT” จากนั้นเราสามคนก็กอดกันร้องไห้ กลางสนามบิน ช่างเป็นภาพที่...ดูไม่ได้จริงๆ เล้ย อับอายชาวบ้านไหมเนี่ย โตจนทำงานกันหมดแล้ว ยังจะมาร้องไห้กันอีก แต่เราก็ซาบซึ้งกันไม่ได้หรอกเพราะว่า...

            “กรี๊ด!! ยัยซอลอายไลท์เนอร์เธอเลอะเสื้อฉันแล้ว!!!” ยัยควีนแหกปากขึ้นเป็นคนแรก และก็ทำให้เราสามคนรีบผละออกจากกันทันที

            “ฮาวายเสื้อฉันเปื้อนเยอะไหมอ่ะ -O-” ยัยควีนหันไปอ้อนฮาวายที่เป็นน้องรหัสของตัวเอง (ยัยนี่มันกินสายตัวเอง)

            “บอกแล้วว่าอย่าทามา -_-d” อีกด้านก็เป็นเซียมซีที่กำลังยืนเช็ดคราบอายไลท์เนอร์ให้ซอล ขณะที่ปากเพื่อนฉันก็บ่นถึงเรื่องอายไลท์เนอร์กันน้ำที่เซียมซีลืมเอาลงจากรถ

            “การ์ด เมรีไม่มาเหรอ” ฉันหันไปถามถึงแฟนพี่ชาย เมรี...ฉันล่ะชอบชื่อยัยบ้านี่จริงๆ -_-^

            “ไม่ว่าง ติดโปรเจคโฆษณาตัวใหม่อยู่”

            “โฆษณาเหล้าเหรอ?”

            “เออสิ!

            “ฮ่าๆ ยัยนั่นยังไม่เลิกอีกเหรอเนี่ย”

            “อย่าพูดถึงเรื่องนี้ได้ไหม ฉันหงุดหงิด -*-;;” พี่ชายฉันไม่ชอบให้แฟนมัวเมาอยู่กับสุราเมไร แต่ได้ข่าวว่าสองคนนี้เจอกันในผับไม่ใช่เหรอ

“เฮ้ย แล้วเมื่อไหร่จะไปกันสักทีล่ะ จะรอให้รากงอกฝังพื้นสุวรรณภูมิหรือไง -_-^” วอดก้าแหกปาก ฉันล่ะเบื่อหน้าไอ้เด็กเวรนี่จริงๆ จับคู่ได้ดีนะ มันเป็นน้องชายโฟนแถมเป็นเพื่อนสนิทเซียมซีอีก โลกจะแตก!!!

ทำไมยัยเด็กชื่อน้ำชานั่นถึงไม่เลิกกันมันสักที...ทนทำไมกับผู้ชายเลวๆ =w=;;

            “ของเธออยู่ไหนล่ะ -_-” โฟนถามฉัน มองรอบๆ สามร้อยหกสิบองศาเพื่อหาสัมภาระของฉัน

            “นั่นไง”

            “เฮ้ย!! นั่นเธอขนมาหมดนี่เลยเหรอ =[]=;;

            “อืม ^^+

            “น้องบ้า! เธอคิดว่าบ้านจะเอาที่ตรงให้เธอเก็บของวะเนี่ย” >> การ์ด

            “แล้วใครจะขนไปวะ!>> วอดก้า

            “เจ๊ ทำอะไรเนี่ย” >> เซียมซี

            “บลาๆๆๆ” >> ฮาวาย ควีน ซอล น้ำชา

            “หุบปากแล้วไปขนของขึ้นรถเลย!!!” ทำไมพวกบ้านี่ถึงต้องมายืนบ่นด่าฉันกลางสนามบินด้วยล่ะเนี่ย พวกนี้ไม่ได้เสียแรงแบกออกมาจากที่พักเหมือนฉันนะ เฮอะ!

            กระเป๋าเดินทางใบใหญ่แปดใบ กล่องสมบัติขนาดใหญ่อีกประมาณเจ็ดกล่อง ลังเล็กๆ ยิบย่อยอีกประมาณสิบห้าลัง...ไม่เห็นเยอะเลย จริงไหม?

            คนอื่นๆ ส่ายหน้าเอื้อมๆ แต่ก็เดินไปขนบรรดาสมบัติกองมหาศาลของฉันที่มีเจ้าหน้าที่สนามบินมาช่วยขนออกมา

            “ทำไมเธอไม่ขนยุโรปมาทั้งทวีปเลยล่ะ =_=+

            “แหม มันขนมาไม่ได้น่ะสิ ตอนแรกก็ว่าจะไม่กลับมาแล้วนะ แต่ฉันสงสารใครบางคน ^^

            “หึ! นี่สงสารแล้วใช่ไหมทิ้งกันไปเป็นปีเนี่ยนะ นี่ถ้าเธอไม่มีความเมตตาฉันคงต้องรอเธอจนหัวหงอกเลยมั้ง” น้ำเสียงงอนๆ ของโฟนทำให้ฉันแอบยิ้มบางๆ

            “ก็กลับมาแล้วไง”

            “...”

            “โฟน...”

            “...”

            “จำวันแรกที่เราเจอกันได้หรือเปล่า...”

            “...”

            “นายได้คิดเรื่องที่ฉันถามหรือเปล่า...?”

 

            Once Upon A Time…

11 ความคิดเห็น

  1. #5 Bitter Kiss (@nanxnan) (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 18 พฤศจิกายน 2552 / 21:31
    อู้วววว คิดว่าโฟนอยู่รอเธอเหรอ ยิปซี

    ระหว่างนั้นเขาไปกะฉันย่ะ -O-

    ฮ่าๆๆๆ
    #5
    0