(Dramione) What The Room Requires

ตอนที่ 9 : 9

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 1,820
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 103 ครั้ง
    19 ม.ค. 60

วันที่สอง

เดรโก

ในตอนเช้าของวันถัดมา (หรือเวลาไหนก็ช่างเถอะ) แสงสีชมพูส่องข้ามขอบฟ้า ทำให้เมฆสีขาวหลายก้อนที่ลอยอยู่เบื้องบนเต็มไปด้วยสีสัน ผมนั่งอยู่ด้านนอกของต้นวิลโลว์ กำลังมองพระอาทิตย์ขึ้น สายลมเย็นๆพัดอยู่ในท้องทุ่ง

ยิ่งดวงอาทิตย์ลอยสูงขึ้นมากเท่าไหร่ ผมยิ่งเห็นต้นข้าวเปลี่ยนจากสีเทากลายเป็นสีน้ำตาลมากขึ้น และกลายเป็นสีทองในที่สุด เหมือนทุกวันที่ผ่านมา ท้องฟ้าสีฟ้าเข้ม และเมฆสีขาวลอยสูงขึ้นจากลมที่พัดขึ้นด้านบน อากาศอบอุ่นกว่าเดิม แต่ผมไม่รู้สึกชินกับมัน ผมลุกขึ้น ปัดฝุ่นออกจากกางเกง และเดินเข้าไปในทุ่ง แสงดวงอาทิตย์ส่องมาที่ไหล่และเหนือศีรษะนั้นให้ความรู้สึกที่เยี่ยมไปเลย –มันช่วยให้เงาน่ากลัวที่เข้ามาตอนกลางคืนถูกแผดเผา จางหายไป เกรนเจอร์ยังอยู่ที่เดิม เธอกำลังหลับ

ผมเตะต้นข้าวไปมาเป็นจังหวะขณะเดิน พวกมันตั้งขึ้นอย่างสวยงามราวกับไม่มีใครเคยเหยียบย่ำ มือสองข้างซุกในกระเป๋า ผมก้มหน้าและเริ่มใช้ความคิดไปด้วย เหมือนที่ผมทำในวันก่อน ก่อนที่เกรนเจอร์จะเข้ามา และจากนั้นพวกเราก็ถกเถียงกันเรื่องหางหมู

เกิดอะไรขึ้นกับป่า? วันนั้นเมื่อผมเดินออกมาข้างนอกเพื่อจะมองหามัน แต่ พู๊ฟแล้วมันก็หายไปซะแล้ว แทนที่ด้วยทุ่งที่ขยายออกไปกับท้องฟ้าสีสดใส –แต่มันหมายความว่าอย่างไรกัน? ผมพยายามหาคำตอบตั้งแต่เมื่อวานจนถึงวันนี้ แต่ก็ยังหาไม่เจอ –และสิ่งเดียวที่รู้คือพวกเราหาประตูไม่เจอกันสักคน มันคงซ่อนอยู่ในป่าที่พวกเรารู้เส้นทางกันอย่างดี ซึ่งตอนนี้.. ไม่มีอีกแล้ว ผมเดินวนไปวนมาอยู่สักพัก แต่ก็ยังคิดหาคำตอบไม่ออก

“โท-รา-ลู-รา-ลู-รา โท-รา-ลู-รา-ลู-ลิ” ผมฮัมเพลงที่จู่ๆก็ผุดเข้ามาในหัว แต่ไม่เคยจำได้ว่าได้ยินมันมาจากที่ไหน เสียงเพลงดูเข้ากับสายลมในช่วงนี้ จนกระทั่งผมได้ยินเสียงเดินสวบเหมือนหญ้าถูกเหยียบนั่นแหละ ผมหันหลับมา เฮอร์ไมโอนี่ยืนอยู่ข้างหลังผม เธอแกว่งแขนทำ หน้าบึ้งเหมือนกำลังโกรธ ผมเบิกตาโต

“นายทำอะไรลงไป?” เธอพูดเสียงเครือ

ผมขมวดคิ้วอย่างงุนงง

“เธอหมายถึงอะไร นายทำอะไรลงไป?”

แล้วผมก็สังเกตเห็นน้ำตาที่นองหน้าและดวงตารื้นน้ำจนเอ่อของเธอ น้ำตาไหลออกมากขึ้นๆในทุกก้าวที่เฮอร์ไมโอนี่เดิน เธอหยุดและปาดน้ำตาออกด้วยแขนเสื้อ คิ้วยังขมวดเป็นปม ริมฝีปากสั่นเทา

“ฉันตื่นขึ้นมา แล้วก็นั่งร้องไห้อยู่ในต้นวิลโลว์เพราะอะไรก็ไม่รู้” เธอพูดปนสะอื้น “เหมือนเขื่อนแตก! แต่ฉันไม่รู้ว่าเพราะอะไร –ทั้งที่ไม่ได้มีอะไรเลย ไม่มี! ฉันแค่.. ฉันแค่หยุดร้องไห้ไม่ได้!” เธอกลั้นสะอื้น และปาดน้ำตา ผมได้แต่มอง

“แล้วเพราะอะไรทำให้เธอคิดว่าเรื่องบ้าๆนี่เป็นฝีมือฉัน?”

“เพลงที่นายร้องเมื่อคืน!” เธอโพล่งออกมา น้ำเสียงเหมือนใกล้ถึงขีดสุด “มันเศร้ามาก.. เศร้ามาก! มันทำให้ฉันรู้สึกแบบนั้นไปทั้งคืนแม้แต่ตอนนอน!

“ก็เธอบอกให้ฉันร้องเพลงอะไรก็ได้!” ผมเถียง

“ฉันรู้” เฮอร์ไมโอนี่พูด กลืนน้ำลายอย่างลำบาก “แต่นายต้องรู้สิว่ามีบางอย่างไม่ถูกต้อง แสงนั่นสีอะไร?”

ผมกะพริบตา

“แสงไหน?”

“แสงที่ฉันเห็นก่อนหลับ แสงที่ล้อมรอบตัวฉันก่อนนอนตอนที่นายร้องเพลง” เธอเกือบจะคำรามออกมาอยู่แล้ว

“ฉันไม่รู้” ผมยกมือยอมแพ้ “สีฟ้ามั้ง?”

“สีฟ้าหรอ! เห็นไหมว่ามันผิด!” เธอส่ายหน้าอย่างแรง “ตอนที่ฉันร้องให้นาย มันเป็นแสงสีทอง”

ผมอ้าปากค้าง

“แล้วอะ –อะไรทำให้เธอคิดว่าฉันถึงจะรู้เรื่องพวกนี้?”

“ใช้สมองนายสิยะ” เธอสูดน้ำมูก และเดินกระทืบเท้าผ่านผม

“เกรนเจอร์ นี่มันไม่ใช่ความผิดฉันนะ” ผมหันไปหาเธอ กำหมัดแน่น

“นายนี่ไม่เคยยอมรับผิดสักครั้งเลยใช่ไหม?”

“ส่วนเธอก็โทษคนอื่นตลอด!” ผมตอบทันที เฮอร์ไมโอนี่ปากสั่น น้ำตาร่วงลงมาอีก ผมขบกราม ไม่ได้รู้สึกดีเลยที่ต้องมาทะเลาะกับผู้หญิงที่กำลังร้องไห้ เธอตกอยู่ใต้คำสาป –และบางทีเธออาจพูดถูก บางทีเพลงที่ผมร้องอาจเป็นสาเหตุให้เธอร้องไห้ แต่ผมไม่รู้ว่าต้องทำยังไงให้เธอรู้สึกดีขึ้น สำหรับผู้หญิงอย่างเฮอร์ไมโอนี่ ผมรู้ว่าผมต้องทำ หรือไม่งั้นเธออาจเข้ามาทึ้งหัวผมออกจากบ่า ผมคิด หัวแทบระเบิด เฮอร์ไมโอนี่เดินหันกลับไปทางเดิม ผมคำรามอย่างหัวเสีย ซุกมือในกระเป๋าและเดินตามเธอ ยัยนี่ต้องการอะไรกันแน่? หรือจะเป็นช็อคโกแลต? ดอกไม้?

“ฉันไม่น่าขอนายให้ทำอะไรให้เลย” เธอบ่น “นายไม่เคยที่จะ – “

แล้วเธอก็หยุดอย่างกะทันหัน สายตามองไปยังเบื้องหน้า หัวใจผมเต้นจนแทบจะหลุดออกมา หรือจะมีอะไรอยู่ในหญ้า? งูหรอ? หรือจะเป็นหลุมลึก?

เฮอร์ไมโอนี่ก้มลง ผมมองเธออย่างระวังขณะที่เธอคุกเข่าและเอาอะไรบางอย่างขึ้นมาด้วย เมื่อเธอหันกลับมา ดวงหน้าที่นองไปด้วยน้ำตาก็เปล่งประกายราวกับมีความสุข

เธอถือดอกดาฟโฟดิลสีเหลืองแสบตาไว้ด้วยมือสองข้าง ค่อยๆเอานิ้วแตะไปที่กลีบทีละกลีบ เฮอร์ไมโอนี่ปาดน้ำตาออกด้วยแขนเสื้อข้างขวา น้ำตาหยุดไหลแล้ว ดวงตาสดใสสบเข้ากับดวงตาของผม และจ้องมองอยู่อย่างเนิ่นนาน เธอคลี่ยิ้มบางๆที่ริมฝีปาก รวมถึงดวงตาก็ยิ้มไปด้วย สายลมทำให้ผมยาวๆพลิ้วไหวไปตามแรงพัด แล้วนั่นเธอก็ –หน้าแดงนิดๆ หรือเปล่านะ?

“ขอบคุณ” เฮอร์ไมโอนี่พูด ผมยกคิ้วอย่างฉงน

“แต่ฉันไม่ได้สร้างมันขึ้นมานะ” ผมชี้นิ้วไปที่ดอกไม้

“ใช่ นายทำ” เธอพูดเสียงเบา หันหลังและเดินจากไป กลิ่นดอกไม้ที่หอมหวานลอยมาตามลม ผมมองเฮอร์ไมโอนี่ ยังไม่แน่ใจว่าเกิดอะไรขึ้นกันแน่ และกลืนน้ำลาย ผมรู้ ในตอนนั้นผมกำลังคิดถึงดอกไม้..

แล้วนั่นก็ดูเหมือนจะทำให้เธอมีความสุข..

ผมเงยหน้ามองฟ้า ก่อนจะหรี่ตาเป็นเส้นแคบๆอย่างไม่ไว้ใจ

“นี่มันบ้าอะไรกัน” ผมสบถด่า แล้วก็เริ่มออกเดินตามหลัง

มันไม่ได้ใช้เวลานานนักกว่าจะก้าวทันเฮอร์ไมโอนี่ –ขาของผมก้าวได้ยาวกว่า และเธอก็ไม่ได้เดินเร็วมากนัก จนในที่สุดผมต้องก้าวช้าลงเพื่อจะได้เดินอยู่ข้างหลังเธอ

แต่จู่ๆเฮอร์ไมโอนี่ก็เดินช้าลงไปกว่าเดิมอีก ผมมองเธอ กำลังคิดอยู่ว่านั่นเธอพยายามจะทำอะไรกันแน่

เฮอร์ไมโอนี่หันกลับมามองและยิ้มให้ เธอยกคิ้วและเอียงคอไปด้านนึง ภาพที่เห็นทำให้ผมแทบสะดุดขาตัวเองล้ม หรือเธอกำลังจะบอกว่าอยากให้ผมมาเดินข้างเธอกัน?

แล้วเธอก็หยุดนิ่ง และรอ

ผมกลืนน้ำลาย ล้วงมือซุกในกระเป๋ากางเกงและขยับไปยืนข้างๆเธอ แต่ –เธอก็ไม่ได้พูดอะไร –น่าประหลาดใจชะมัด เฮอร์ไมโอนี่ออกเดินอีกครั้งโดยมีผมอยู่เคียงข้าง พวกเราทำแบบนั้นทั้งวัน โดยที่ต่างฝ่ายต่างไม่มีใครพูดอะไรออกมา

 

เฮอร์ไมโอนี่

มันคือเวทย์มนต์อย่างแน่นอน นี่คือสิ่งเดียวที่ฉันพอจะเข้าใจและอธิบายได้ และ ขอบคุณพระเจ้า ในโลกของมักเกิ้ล หรือเท่าที่ฉันรู้ ตั้งแต่อายุสิบเอ็ด เวทย์มนต์คงเป็นอย่างเดียวที่พอจะตอบคำถามของเรื่องนี้ได้

เพราะตั้งแต่ที่ฉันตื่นขึ้นมาในตอนเช้า สมองของฉันก็ราวกับจมอยู่ในน้ำทะเลแห่งความมืดมน ฉันได้แต่นั่งอยู่ในต้นวิลโลว์เป็นเวลานานเหมือนผ่านไปเป็นปีๆ โดยที่ทำอะไรไม่ได้เลย ไม่ว่าจะวิธีไหนก็ตาม ฉันได้แต่ร้องไห้เหมือนก๊อกน้ำที่กำลังรั่ว

จนเมื่อฉันเจอดอกดาฟโฟดิล ความเศร้าหมองในตอนเช้าก็หายไปจนหมดสิ้น เหมือนเมฆที่เคลื่อนตัวออกให้แสงอาทิตย์อันเจิดจ้าได้ส่องผ่าน กลิ่นหอมหวานของดอกไม้ทำให้น้ำตาของฉันแห้งเหือด ฉันหันกลับไป เห็นสีหน้าของเดรโก และรู้ว่าเป็นเขาที่เสกดอกไม้ขึ้นมา

เหมือนตอนนั้น กับหมอนของบ้านสลิธีรีน เพียงแต่คราวนี้เดรโกทำมัน เพื่อฉัน

ฉันรู้สึกมีความสุขอย่างที่บอกไม่ถูก แต่ไม่ใช่ความรู้สึกแบบที่อยากพูดคุยนัก ทุ่งข้าวและท้องฟ้าดูสวยสดใสขึ้นเป็นสองเท่า –และฉันก็เชื่อว่ามันเป็นเช่นนั้นจริงๆ ฉันรู้ว่าดอกไม้ทำให้ฉันรู้สึกถึงความสุขมากกว่าขีดสุดซะอีก แต่นั่นทำให้ฉันพอใจกับมัน ดอกไม้ทำให้ฉันอารมณ์ดีจนขนาดเชิญให้เดรโกมาเดินข้างๆ และที่น่าประหลาดใจก็คือ เขาตกลง

พวกเราเดินเล่นกันในทุ่งข้าวเหมือนผ่านไปหลายปี หรืออาจแค่ไม่กี่นาที ฉันไม่ได้ชวนคุย ไม่ได้รู้สึกว่าอยากจะพูดกันเรื่องก้อนเมฆ ห้องต้องประสงค์ หรือเรื่องที่ว่าป่ามันหายไปไหน ฉันไม่ได้คิดเรื่องดอกไม้ของเดรโก ว่าเขาอยากจะทำเพื่อให้ฉันดีขึ้น เพราะมันจะทำให้ฉันเขินขึ้นมานิดๆ ฉันแค่ยิ้ม และสูดกลิ่นหวานของดอกไม้ ฟังเสียงเท้าสองคู่เดินไปเรื่อยๆในทุ่งข้าวบาร์เล่ย์

จนเมื่อท้องฟ้าเริ่มมืดลงและลมสงบขึ้น นั่นเป็นตอนที่ฉันเริ่มรู้สึกตัว แล้วก็ง่วงด้วย ฉันมองไปทางเดรโก เขายังคงมองตรงไปข้างหน้า จ้องไปยังดวงดาวที่ส่องแสงประกาย ฉนชะลอฝีเท้าลง เดรโกทำตาม

“เริ่มมืดแล้ว” ฉันเอ่ย เดรโกมองมาที่ฉัน เหมือนเขาประหลาดใจที่เห็นฉันปริปากในที่สุด เขาเพียงแค่พยักหน้า ฉันหันกลับไปทางต้นวิลโลว์โดยมีเขาเดินตาม อยู่ทางขวาของฉัน ยิ่งเดิน ฉันก็ยิ่งรู้สึกตัวมากขึ้นกว่าเดิม

เขากำลังกังวลเรื่องอะไรสักอย่าง ดูจากคิ้วสองข้างที่ขมวดเข้าหากันน้อยๆและการเดินก้มหน้า เดรโกไม่ได้พยายามจะหาเรื่องฉันเลยตลอดวันที่ผ่านมานี้ ฉันกัดริมฝีปากขณะเดินเข้าไปในต้นวิลโลว์ โดยมีเขาตามหลัง ความเงียบปกคลุมพวกเรา –แต่ฉันก็ไม่รู้ว่าควรจะต้องทำยังไง

เขาเดินเข้าไปหานาฬิกา นั่งลง เอนหลังพิงหมอนของสลิธีรีน และหลับตา ฉันหยุดการกระทำทุกสิ่งและมองดูเดรโก เขาไม่เคยเป็นแบบนี้ ที่ผ่านมา เดรโกนั่งลงและพยายามจะมองออกไปผ่านม่านใบไม้ของต้นวิลโลว์

เขากำลังเหนื่อย

เดรโกได้นอนรึเปล่า หลังจากที่เขาร้องเพลงให้ฉันเมื่อคืน?

ฉันนั่งลงและเอนตัวเข้าพิงลำต้นไม้ ไม่ได้ละสายตาไปจากเขา เดรโกขยับตัวและหันมา นอนนิ่งอยู่สักพัก ก่อนจะหันกลับไป ฉันสูดหายใจ

“นายอยากให้ฉันร้องเพลงให้ฟังไหม?”

“ก็ดี แล้วหลังจากนั้นฉันก็จะเป็นคนที่ร้องไห้ ตอนตื่นขึ้นมาตอนเช้าในเวลาน้ำชาหรือเปล่า?”

“น้ำชาก็ดีนะ” ฉันนึกถึงน้ำชา แต่มันไม่ได้ปรากฎออกมา ฉันหันกลับไปมองเขา “ฉันสัญญาว่าจะไม่ร้องเพลงเศร้าๆ” ฉันพยายามทำเสียงให้สดชื่น “แล้วก็สัญญาด้วยว่าจะหยุดร้องถ้าเห็นแสงสีฟ้า”

เดรโกถอนหายใจหนักๆ เขาลืมตาขึ้นมองเพดาน

“งั้นก็ดี” เขาพูด ฉันกลืนน้ำลาย มองไปรอบๆห้อง พยายามนึกถึงเพลงอะไรก็ได้

“ฉันรออยู่นะ” เดรโกพูดอีก

“อดทนใช้ได้ มัลฟอย” ฉันขมวดคิ้วใส่ “รอเดี๋ยวสิ”

เดรโกนิ่วหน้าหนักขึ้น แต่ทันใดนั้นฉันก็นึกถึงเพลงที่ย่าเคยร้องให้ฟังออก มันทำให้ฉันยิ้มออกมา

“โอเค พร้อมนะ?”

เขาไม่ได้ตอบ ฉันจึงสูดลมหายใจ และเริ่มร้องเพลง

 

"Great grandfather met great grandmother

When she was a shy young miss

And great grandfather won great grandmother

With words more or less like this:

'Lavender blue, dilly dilly,

Lavender green

If I were king, dilly dilly,

I'd need a queen…"

 

            ฉันรู้ว่าเดรโกจะต้องคิดว่ามันเป็นเพลงที่งี่เง่ามาก แต่เขาก็ไม่ได้พูดอะไร ฉันมองเขาจากหางตา เห็นแพขนตายาวๆเริ่มปิดลง ฉันเบาเสียง แต่ยังคงร้องต่อ

 

"If your dilly dilly heart

Feels a dilly dilly way

And if you'll answer yes

In a pretty little church

On a dilly dilly day

You'll be wed in a dilly dilly dress of

Lavender blue, dilly dilly

Lavender green

There I'll be king, dilly dilly

And you'll be my queen!'"

 

            และนั่น แสงสีทองลูกเล็กๆ –เยี่ยม! คราวนี้มันเป็นสีทอง –ค่อยๆลอยขึ้นจากพื้นหญ้ามาห่อหุ้มร่างกายของเขา และหายเข้าไปในตัว เดรโกถอนหายใจอย่างสบายใจ ใบหน้าของเขาเริ่มจะดูสบายและผ่อนคลาย แล้วเขาก็หลับไป

ฉันมองเขาอยู่ท่ามกลางแสงสีทองเป็นเวลานาน ลูกบอลสีทองส่องประกายรายรอบฉันเช่นเดียวกัน แล้วฉันก็เอนหลังลงบ้าง พลันนึกถึงห้องต้องประสงค์ เวลาในห้อง และเหตุผลที่ฉันเข้ามาในห้องนี้โดยไม่ทันรู้ตัว ฉันไล่ความคิดเหล่านี้ออกไป และหลับไปในที่สุด

 

 

เรื่องนี้ไม่ได้มีแค่ร้องเพลงแน่นวลค่ะ 555

 //เพลงนี้มาจากเรื่องซินเดอเรลล่าใช่มะ จำได้

กำลังคิดอยู่ว่าจะแปลเนื้อเพลงดีหรือเปล่าคะ ถ้าไม่แปลมันจะสละสลวยกว่าไหมนะ..? แปลให้คล้องจองกันยากจริงๆ 

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 103 ครั้ง

481 ความคิดเห็น

  1. #434 N_Ahgase&Army (@0804452409) (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 3 ธันวาคม 2562 / 13:14
    โรแมนซ์มากกตอนนี้
    #434
    0
  2. #416 Tarantallegra (@Tarantallegra) (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 17 พฤศจิกายน 2562 / 07:14

    เดรโกเริ่มเปิดใจแล้ว อ่านไปเขินไปเลยค่ะ ละทุนและน่ารักมาก

    #416
    0
  3. #373 Swip_cy (@zigetab3v) (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 16 กันยายน 2561 / 16:25
    เราชอบเพลงนี้มาก 55555555 รู้สึกอบอุ่นนน
    #373
    0
  4. #350 Miya. (@yonoop) (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 13 สิงหาคม 2561 / 22:16

    มาเดินเคียงข้างกันแล้ว อาจใช้เวลาสักหน่อยกว่าจะเปิดใจกันได้ แต่เป็นนิมิตรหมายที่ดี

    #350
    0
  5. #302 BeamLightyear (@BeamLightyear) (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 30 กรกฎาคม 2561 / 22:55

    อยากเห็นปฏิสัมพันธ์ที่มากกว่านี้เเล้ว

    #302
    0
  6. วันที่ 27 กรกฎาคม 2561 / 23:24
    อบอุ่นมาก นึกว่านิยายฟีลกู๊ด555555
    #262
    1
    • 27 กรกฎาคม 2561 / 23:30
      เหมือนความรู้สึกของทั้งสองกำลังเพิ่มขึ้นเรื่อย ๆ ตอนแรกเดินห่างกันเป็นวา ตอนนี้เดินข้างกันแล้ว อีกอย่างที่ชอบทคือความรู้สึกทั้งคู่ไม่ได้เกิดขึ้นแบบปุบปับอะ ค่อยเป็นค่อยไป ตั้งแต่เดรไมโอนี่มาเรื่องเดรโกมีเหตุผลมากที่สุดแล้ว เรื่องอื่นนี่ใช้แต่อารมณ์ตลอด แล้วเราเป็นอะไรพิมพ์ยาวทำไม555555555
      #262-1
  7. #237 kuychai (@kuychai) (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 6 กรกฎาคม 2561 / 00:38
    ชอบบบบบบ
    #237
    0
  8. #175 l!i:.นู๋ นิ้ ง.:i!l (@ninko) (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 23 กรกฎาคม 2560 / 12:06
    น่ารักอ่าาา ไม่พูดด แต่อยู่ข้างๆกะนตลอดดดก็อบอุ่นไปอีกแบบนะ
    #175
    0
  9. #42 nuttopk625 (@nuttopk625) (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 1 กุมภาพันธ์ 2560 / 01:04
    ทำไมรู้สึกเขิน ^^
    #42
    0
  10. #40 juliet! !! (@juliet1992) (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 25 มกราคม 2560 / 11:37
    อ้าาา รู้สึกดีจัง ///
    #40
    0
  11. #39 Dramione Always~ (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 20 มกราคม 2560 / 20:44
    เขินนิดๆ555
    #39
    0
  12. #38 Dramione Always~ (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 20 มกราคม 2560 / 20:43
    เขินนิดๆ555
    #38
    0
  13. #37 Memoris S'Misa (@misakikawaichi68) (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 20 มกราคม 2560 / 17:26
    ฟินเบาๆๆๆๆ >\\\\<
    #37
    0