(Dramione) What The Room Requires

ตอนที่ 7 : 7

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 2,107
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 132 ครั้ง
    6 ม.ค. 60



All those days
ทุกๆวันที่เลยผ่าน
Watching from the windows
ได้แต่เฝ้ามองออกไปนอกหน้าต่าง
All those years
ทุกๆปีที่ผ่านไป
Outside looking in
ผู้คนภายนอกที่มองเข้ามา
All that time
ทุกๆเวลาขณะนั้น
Never even knowing
ฉันไม่เคยรู้เลย
Just how blind I've been
ว่าฉันเหมือนคนตาบอดเพียงไร
Now I'm here
ตอนนี้ ฉันอยู่ตรงนี้แล้ว
Blinking in the starlight
ส่องแสงภายใต้หมู่ดาว
Now I'm here
ตอนนี้ ฉันอยู่นี่แล้ว
Suddenly I see
แล้วฉันก็มองเห็น
Standing here
ยืนอยู่ตรงนี้แล้ว
It's oh so clear
ทุกอย่างล้วนชัดเจน
I'm where I'm meant to be
ฉันอยู่ในที่ที่เฝ้าใฝ่ฝันหา
And at last, I see the light
และในที่สุด ฉันก็เจอกับแสงสว่าง
And it's like the fog has lifted
ราวกับว่าเมฆหมอกได้สลายไป
And at last I see the light
และในที่สุด ฉันก็เจอกับแสงสว่าง
And it's like the sky is new
ราวกับพบท้องฟ้าฝืนใหม่
And it's warm and real and bright
อบอุ่นและสดใส และมันเป็นเรื่องจริง
And the world has somehow shifted…
และไม่ว่าโลกจะผันเปลี่ยนไปอย่างไร
All at once
ในตอนนี้
Everything looks different
ทุกสิ่งก็ดูแตกต่าง
Now that I see you
แล้วฉันก็ได้พบเธอ


"I See the Light,"-Tangled

VVVVVV

 

เดรโก

ผมได้ยินเสียงเธอขยับตัว แต่เมื่อหันกลับไปมอง ก็พบว่าผมอยู่คนเดียว

ผมลุกขึ้น เธอหายไปไหน? พยายามจะฆ่าตัวตายอีกแล้วรึไงกัน?

“ฉันสาบาน” ผมสบถและกำมือ สงบสติอารมณ์ “ถ้าเธอออกไปข้างนอกอีกรอบล่ะก็คราวนี้ฉันจะไม่ – “

แล้วเสียงตะโกนก็ดังมาจากที่ไกลๆ ผมมองไม่เห็น หมอกยังเต็มไปหมด แต่เป็นเสียงของคนกำลังร้องอย่างดังแน่ๆ ผมจำมันได้ดีเสียงด้วย เสียงร้องเรียกคนที่ผมรู้จัก

“เฮอร์ไมโอนี่! เฮอร์ไมโอนี่! เธออยู่ที่ไหน?”

เสียงของพอตเตอร์

ผมเดินเข้าไปหาม่านใบไม้ที่บังตาและผลักมันออกให้พ้นทาง แต่ไม่เห็นอะไร นอกจากหมอกที่ปกคลุมลงอย่างหนา

พอตเตอร์เรียกชื่อเธออีกรอบ

“เฮอร์ไมโอนี่?”

แล้วจากนั้น –

“เฮอร์ไมโอนี่ –เธออยู่ที่ไหน?”

นั่นเสียงของวีสลีย์

พวกเขาหาเราเจอแล้ว

ผมเดินออกมาจากม่านใบไม้ที่บังตาสู่ท้องทุ่ง วิ่งไปหาต้นทางของเสียงนั้น ต่อให้หลังออกจากห้องได้ผมจะโทษตัวเองอย่างมหันต์ที่วิ่งเข้าไปหาพวกมันก็ตาม แต่ตอนนี้ผมไม่สนอีกแล้วว่าจะเป็นใครหน้าไหน ที่จะพาผมออกจากห้อง ผมแค่ต้องการออกไปเท่านั้น

ผมเหยียบหญ้าสูงๆนั่นขณะที่วิ่งฝ่าสายหมอกที่ปกคลุม ยังไม่เห็นตัวผู้พูด แต่เสียงของพวกเขายังดังออกมาไม่หยุด แถมดังขึ้นและดูเหมือนพวกมันจะอยู่ใกล้ๆเสียด้วย แล้วผมก็ได้ยินเสียงตะโกนตอบกลับมา

“ฉันอยู่นี่! แฮร์รี่! รอน! เดรโกกับฉันอยู่นี่!”เสียงของเธอที่เต็มไปด้วยความสุขใจดังข้ามทุ่งมา หล่อนอยู่ข้างหน้าผม น่าจะเฉียดไปทางขวา ผมหันไปทางนั้นและเดินไปหาเธอด้วยความเร็วเต็มที่ หมอกยังคงบังตามิดชิด

แต่แล้ว..

“เฮอร์ไมโอนี่! ระวัง! อย่าเข้ามาใกล้นะ!” พอตเตอร์ร้อง จากที่ไหนสักแห่งกลางผืนหมอก

“หยุด! เฮอร์ไมโอนี่!” วีสลีย์ตะโกน  “นี่เป็นกับดัก!

ทะเลหมอกสลายหายไป แล้วผมก็เห็นว่าตัวเองกำลังวิ่งเข้ามาในป่า ผมหยุดกะทันหัน และหอบพร่า

“ไม่” ผมเอ่ย “ไม่ ไม่ ไม่..”

อะไรบางอย่างที่ขยุกขยิกอยู่ทางหางตาทำให้ผมต้องหันไปมอง เกรนเจอร์ กำลังวิ่งมาทางผม ผมของเธอยุ่งและปลิวไปตามแรง เธอมาหยุดอยู่ตรงหน้า -

พอตเตอร์กับวีสลีย์นั่งอยู่ที่พื้น หันหลังชนกัน พวกมันถูกมัดไว้ด้วยเชือกสีดำ พอตเตอร์หน้าเหมือนถูกซ้อม ส่วนปากของวีสลีย์แตก เลือดท่วม ภาพที่เห็นทำให้เฮอร์ไมโอนี่ร้องไห้

“เกิดอะไรขึ้น? พวกนายมาอยู่ตรงนี้ได้ยังไง?”

“เฮอร์ไมโอนี่ ฉันไม่มีเวลาอธิบาย” พอตเตอร์อ้าปากหอบ พยายามจะเข้าไปใกล้ๆ ดวงตาสีเขียวของเขาขยายออกอย่างหวาดกลัว “ออกไปจากที่นี่ เดี๋ยวนี้ ไปซะ เฮอร์ไมโอนี่ –ออกไปตอนนี้เลย!

“ฉันทิ้งพวกนายไว้ไม่ได้!” เธอเดินเข้าไปหา เอื้อมมือไปจับเชือก

“ครูซิโอ!

เธอหงายหลัง เหมือนถูกโยนด้วยมือที่มองไม่เห็น แล้วเธอก็กรีดร้อง วีสลีย์กับพอตเตอร์ถูกมัดไว้ด้วยเชือก –ต่างพยายามถีบตัวเองออกมาจากมัน

ผมขยับเข้าไปหา แต่ไม่มีความคิดดีๆว่าควรจะทำยังไง หรือเกิดอะไรขึ้น แต่ –

ผมมองอย่างสงสัยและก้มลงไปยังทิศเบื้องล่าง เท้าและขาของผมขยับไปเอง แต่ผมไม่ได้ออกคำสั่งมัน หัวใจเต้นรัว ผมยื่นมือออกไปและจับกิ่งไม้ไว้เพื่อห้ามไม่ให้ตัวเองขยับ –แต่เอื้อมไม่ถึง ผมขยับส่วนอื่นไมได้เลย

“ไม่เอาน่า” ผมพูด เสียงสูงขึ้นเรื่อยๆอย่างตกใจ “ไม่เอาแบบนี้ ไม่!

เสียงกรีดร้องของเฮอร์ไมโอนี่หยุดลง และกลายเป็นเสียงสะอื้นแทน ผมเงยหน้ามอง และมันก็ทำให้เลือดในตัวเหมือนกลายเป็นน้ำแข็ง

ตรงหน้าผม ปรากฎร่างของชายตัวสูง เขาเดินเข้ามาอย่างสง่างาม ผ้าคลุมสะบัดไล่หลัง ถือไม้เท้าอันเรียวอยู่ในมือขวา และผมมั่นใจว่ารู้จักเขาดี

พ่อ

เฮอร์ไมโอนี่เงยหน้ามอง เธอรู้ว่าเขากำลังมา หญิงสาวพยายามลุกขึ้นยืน พอตเตอร์และวีสลีย์สะบัดตัวออกจากเชือกและตะโกนให้เธอวิ่งหนีไปซะ ส่วนผมรู้สึกเหมือนหัวใจหยุดเต้น

แล้วแสงสว่างวาบก็ส่องมาจากด้านบน ผ่านต้นไม้ไร้ใบ ทำให้ผมเห็นร่างนั้นชัดขึ้น

นั่นไม่ใช่พ่อ

แต่เป็นตัวผมเอง

เดรโกกำลังเดินเข้ามาอย่างสง่าผ่าเผย ไหล่กว้างและหลังเหยียดตรง เหมือนตัวผมในปัจจุบัน แต่สวมผ้าคลุมสีดำอยู่ด้านหลัง สีหน้าเฉยชา ผมสีซีดขาว แต่สิ่งที่ทำให้หัวใจของผมแทบหยุดเต้น คือดวงตาของเขา มันเป็นสีดำ

เดรโกอีกคนเดินเข้ามาราวกับงู เขาหยุดอยู่ตรงหน้าพอตเตอร์กับวีสลีย์ และยิ้มอย่างบิดเบี้ยวที่สุด

“สวัสดี เกรนเจอร์”

เฮอร์ไมโอนี่กรีดเสียง มันกระทบโสตประสาทผม เธอไม่เคยร้องออกมาแบบนี้ –ไม่ใช่ตอนที่ถูกจู่โจมโดยพวกงู มันเป็นเสียงของคนที่หวาดกลัวสุดขีด –และสิ้นหวัง จากส่วนลึกในก้นบึ้งของจิตใจ

นั่นคือตัวผมเอง แต่ก็ไม่ใช่ผม ดวงตาของผมมองเธออย่างสงสัย หน้าของเฮอร์ไมโอนี่ซีดเซียวราวหิมะ เธอกำลังมองมาที่ผม ราวกับเห็นความตายรออยู่เบื้องหน้า

เฮอร์ไมโอนี่คลานขยับถอยหลังจนชนกับต้นไม้ เธอเบิกตาด้วยความกลัว เดรโกอีกคนหัวเราะลั่น ราวกับเป็นเรื่องตลก เขาส่ายหน้า

“เธอไม่รู้หรอกว่าฉันรอเวลานี้มานานแค่ไหน” เขาพูด “ที่จะได้พวกแกสามคนอยู่ที่นี่ด้วยกัน ไม่มีใครรู้ว่าพวกแกหายไปไหน”

“อย่ายุ่งกับเธอ มัลฟอย!” วีสลีย์คำราม เขาก้าวออกไปอย่างตั้งใจจะทำร้าย มัลฟอยตวัดมือใส่หน้าวีสลีย์อย่างรวดเร็ว

“หยุด!” เฮอร์ไมโอนี่ตะโกน น้ำตาไหลอาบแก้ม “อย่าทำร้ายเขา – “

มัลฟอยอีกคนยกคิ้วขึ้นอย่างไม่แยแส

“ไม่ต้องห่วงหรอก มันไม่รู้สึกอะไรทั้งนั้นแหละ” แล้วเขาก็หันหลับมา ผ้าคลุมสะบัดไล่หลัง มัลฟอยยกไม้เท้าขึ้นให้ตรงกับหน้าอกวีสลีย์ เขาเอียงศีรษะเล็กน้อย และยิ้มอย่างเลือดเย็น

“อะเวดา เคดราฟรา”

แสงสีเขียวสว่างวาบทะลุเข้าไปในร่างของวีสลีย์ ร่างนั้นชักกระตุก แล้วแน่นิ่งไป ดวงตาของมันว่างเปล่า

พอตเตอร์กรีดร้อง –ราวกับถูกฉีกกระชาก เฮอร์ไมโอนี่คลานเข้าไปหาเขาและเรียกชื่อของวีสลีย์ซ้ำๆ

ผมกระพริบตา มันไม่ใช่เรื่องจริง ไม่มีทาง! เธอไม่รู้หรือไง?

“เกรนเจอร์” ผมออกเสียง แล้วพูดให้ดังขึ้น “เกรนเจอร์ อย่า – “

แต่ไม่มีใครเห็นผมเลยสักคน ราวกับกำลังเป็นบุคคลไร้ตัวตน

“หยุด! หยุด!” เฮอร์ไมโอนี่ร้องขอ เสียงสั่นเครือ “ได้โปรด –อย่าทำร้ายแฮร์รี่ –คุณต้องการอะไร? ฉันยินดีจะให้ทุกอย่างที่คุณต้องการ – “

“แกก็มีอยู่แล้วนี่!” ตัวผมอีกคนพูดกลั้วหัวเราะ “มองไม่เห็นรึไง? ฉันให้แกเข้ามาในนี้ และรอ จนกระทั่งเพื่อนรักไร้สมองสองคนของเธอเข้ามาตามเธอ” ดวงตาสีดำวางไม้เท้าลงละชักมีดออกมาจากเสื้อคลุมตัวยาว

โอ้ ไม่ –ไม่นะ เธอจะเห็นมันไม่ได้  ไม่ว่าจะเรื่องจริงหรือไม่ –แม้แต่ตัวผมยังไม่อยากจะเห็นสิ่งที่จะเกิดขึ้น

“หยุดร้องซะ ยัยหน้าโง่” ผมตวาด “ฉันไม่รู้ว่าแกจะทำอะไร แต่อย่าได้บังอาจ – “

“ไม่!” เฮอร์ไมโอนี่กรีดร้อง “ไม่! อย่าาาาาาา!

“หลังจากหลายปีที่ผ่านมานี่ หลังจากเรื่องทุกเรื่องที่พวกแกสามคนทำกับฉัน” ตัวผมคนนั้นพูด ก่อนจะกระชากผมของพอตเตอร์ขึ้นมาให้มันเงยหน้า “สิ่งเดียวที่ฉันคิดตลอดมา คือฉันควรจะฝังมีดเงินล้ำค่าของฉันลงไปในหัวใจของแกดีไหม แล้วค่อยทำความสะอาดเลือดโสมมของแก” แล้วตัวผมก็เสียบใบมีดลงไปกลางหัวใจของพอตเตอร์

เฮอร์ไมโอนี่ร้องไห้ออกมาอย่างห้ามไม่อยู่

“เฮอร์ไมโอนี่!” ผมตะโกน “เฮอร์ไมโอนี่  ได้สติสิ!

พอตเตอร์สำลักเลือดของตัวเองและล้มลงในที่เดียวกับวีสลีย์ พวกนั้นนอนอยู่บนพื้น ตัวผมดึงมีดออกและหันไปทางเฮอร์ไมโอนี่ช้าๆ ดวงตาของมันเป็นสีดำสนิทอย่างที่ผมไม่เคนเห็น –เต็มไปด้วยความเกลียดชังที่เย็นเยียบเหมือนพ่อ เขาเยื้องเข้าไปทางเธอ ก้มหัวลง และตรึงเธอไว้ด้วยสายตาเหมือนน้ำแข็ง”

ผมได้แต่อยู่นิ่งๆ ขยับตัวไม่ได้ หรือนี่คือตัวผมในความคิดของเธอ? หรือนี่คือสิ่งที่เธอคิดว่าเป็นผมจริงๆ?

“หยุดเดี๋ยวนี้!” ผมตะคอก ใส่พวกเขาที่ดูเหมือนอยู่ห่างไกล “ปล่อยเธอซะ –แกได้ยินไหม!

“เยี่ยมที่สุด –เธอคิดเหมือนกันไหม?” ตัวผมอีกคนกล่าว เขายืนค้ำหัวเฮอร์ไมโอนี่ เสียงแหลมสูง “ห้องนี้ไง ที่เหมาะเจาะที่สุดสำหรับซ่อนร่างทั้งสามร่าง” เขายิ้มเหี้ยมให้ “ไม่มีวันที่จะมีคนหาเจอ”

ผมอยากจะเข้าไปกระชากหัวมันออกมา ขณะที่ตัวผมคนนั้นเอานิ้วเท้าเขี่ยเฮอร์ไมโอนี่

“ลุกขึ้น นังเลือดสีโคลน ลุกขึ้นและมองหน้าฉัน ในขณะที่ฉันฆ่าแก”

เฮอร์ไมโอนี่ไม่ได้เงยหน้าขึ้น –เธอยังนอนสะอื้นไห้อยู่ที่เดิม ปีศาจที่หน้าตาเหมือนผมก้มลงจับผมเธอเป็นกำและดึงขึ้นเพื่อให้เธอเงยหน้า เธอตัวสั่นสะท้านอย่างหวาดกลัว เขาก้มหน้าลงไปจนแทบชิด หวดไม้กายสิทธิ์เข้าที่ปลายคาง

ผมหลับตา รวบรวมสมาธิและยื่นมือออกไป สูดหายใจเข้าลึก ลืมตาขึ้น พร้อมกับพูดคาถาเพียงอย่างเดียวที่คิดออกในตอนนั้น

“ไฟไนท์ อินคานทาเทม!

พลังพุ่งพวยออกมาจากปลายนิ้ว ผมเริ่มเคลื่อนไหวได้ ถึงก้าวเดินแต่ละครั้งจะเชื่องช้าราวกับเดินอยู่ในโคลนตม แต่ยิ่งผมขยับเข้าไปใกล้เท่าไหร่ ตัวผมอีกคนก็ยิ่งสั่น กลายเป็นคลื่น และในที่สุดมันก็หายไป พอตเตอร์กับวีสลีย์ก็หายไปแล้วเหมือนกัน ผมเดินมาหยุดอยู่ตรงหน้าเฮอร์ไมโอนี่ เธอกำลังจะเซล้ม

ผมยื่นมือออกไปคว้าแขนเธอ เธอเงยหน้า ทุกอย่างมีแต่ความเงียบ

แต่แล้วเธอก็ผลักผมอย่างแรง มือเกือบฟาดเข้าที่หน้า

“ปล่อยฉัน!!” เฮอร์ไมโอนี่คำราม “ปล่อยฉัน ไอ้ปีศาจ!

“เฮอร์ไมโอนี่ นี่ฉันเอง – “ ผมจับแขนเธอ “นี่ฉันเอง เดรโก – “

“นายฆ่าพวกเขา! นายฆ่าเพื่อนฉัน!” เธอดิ้นพล่านให้หลุดจากมือของผม “ปล่อย!

“เกรนเจอร์ หยุด!” ผมคำราม “มองหน้าฉันสิ!

เธอหยุด ลืมตาสีน้ำตาลสว่างขึ้น แล้วกระพริบตา น้ำตารื้นขึ้น เธอดูแปลกใจหลังจากที่สำรวจใบหน้าผม ผมค่อยๆคลายมือที่จับอยู่ออก และเลิกคิ้วมอง

“นี่ฉันเอง” ผมพูด ด้วยเสียงเบาลง

เธอมองผมกลับอย่างยาวนาน ดูเหมือนไม่แน่ใจ แล้วเธอก็อ้าปากค้างราวกับเพิ่งนึกได้ เธอเหวี่ยงแขนกอดรอบไหล่ผมและซุกหน้าลงกับคอ

ผมเดินถอยหลังไปสองสามก้าว ปล่อยมือจากแขนเธอ แต่เธอกอดผมแน่น ผมรู้สึกได้ถึงหัวใจที่เต้นระรัวอยู่กับหน้าอก เฮอร์ไมโอนี่ขยุ้มเสื้อของผม

ด้วยไม่รู้ว่าควรจะต้องทำอย่างไร –ผมจึงวางมือไว้บนหลังเธอ

“ใจเย็นนะ เกรนเจอร์” ผมพูด เกรนเจอร์ตัวสั่นจากเหตุการณ์ก่อนหน้า “เธอกำลังโดนหลอก เห็นไหม? ไม่มีอะไรทั้งนั้น”

“ฉันรู้” เธอกระซิบ “ฉันไม่เป็นไร ไม่เป็นไร ไม่เป็นไร” เธอกอดผมแน่นขึ้น

“ไม่ เธอเป็น” ผมกลอกตา “เธอไม่จำเป็นต้องไม่เป็นไรตลอดเวลาก็ได้”

ผมก้มลง ช้อนตัวเธอ เธอพิงหน้าผากไว้กับแถวๆปกเสื้อในขณะที่ผมอุ้มเธอกลับไป ในใจนึกอยากจะพูดล้อเล่นว่าให้เธอลดน้ำหนัก –ถึงเฮอร์ไมโอนี่จะตัวเบาก็ตาม –แต่ผมพูดมันไม่ออก ภาพเลือดของพอตเตอร์กับวีสลีย์ยังคงติดตา

ผมพาเธอกลับไปในที่ที่เราจากมา ลูกสนถูกเหยียบอยู่ใต้เท้า เธอยังไม่เงยหน้า ตัวสั่นน้อยๆ มือกำเสื้อเชิ้ตของผม

ไม่มีเส้นทางบอกทางเดินออกจากป่า แต่ด้วยเหตุผลบางอย่าง ป่าด้านหลังจางหายไป เหลือเพียงหมอกสีเทาปกคลุม ตอนนี้ผมเดินมาถึงทุ่งข้าวแล้ว กำลังตัดสินใจว่าทางซ้ายหรือขวา

แสงปรากฎขึ้นอีกครั้ง ผมขยับเฮอร์ไมโอนี่ในอ้อมแขนให้แน่นขึ้น ต้นวิลโลว์โผล่ขึ้นมาจากหมอก ผมก้มลง ใช้หัวไหล่เปิดม่านใบไม้ออกและก้าวเข้าไป

แสงสีฟ้าส่องสว่างอยู่เต็มพื้นที่ แสงสีทองลอยขึ้นจากทุกก้าวที่ผมเหยียบลงไปบนพื้นหญ้าหนาๆ

ผมก้มลง คุกเข่า วางเฮอร์ไมโอนี่ไว้ในท่านั่งบนพื้นหญ้าใกล้ๆรากไม้ แต่เธอยังไม่ปล่อยมือจากผม ทำให้ผมเสียหลักและล้มลงไปนั่งด้วย

“ไม่เอาน่า เกรนเจอร์” ผมพูดเบาๆ พยายามแกะมือเธอออกจากตัว แต่นั่นทำให้เฮอร์ไมโอนี่ยิ่งจับแน่น เธอหายใจแรง ผมส่งเสียงออกมาอย่างหงุดหงิดเล็กน้อย

“ปล่อยมือเถอะหน่า.. อยู่แบบนี้แล้วประหลาดชะมัด” ผมบ่น เอนหลังพิงรากไม้ ทำให้เธอไถลลงมาบนตักผม เธอขยับมือมาล้อมรอบหัวไหล่ผมและพิงศีรษะเข้ากับหน้าอก ผมขบฟันเข้าหากัน

“เธอต้องปล่อยมือจากฉันเดี๋ยวนี้ เกรนเจอร์ ฉันไม่ใช่ –ฟังนะ ” ผมพยายามดึงเธอออก แล้วก้รู้สึกถึงน้ำตาอุ่นๆที่ไหลลงมาโดนคอ ทำให้ผมหยุดดึง

ผมเลิกห้ามเธอให้กอดผม และกลายเป็นฝ่ายกอดเธอแทน ผมโอบแขนขวารอบเอวเกรนเจอร์อย่างลังเล แล้วใช้มือซ้ายกอดไว้ตรงสะโพก เธอหายใจออกมาอย่างยาวนาน ซุกจมูกอยู่ตรงคอผม เธอปล่อยมือออกจากเสื้อเชิ้ตแล้วและคลายนิ้วที่กำออก ดูเหมือนหลอมละลายอยู่ในแขนผมในขณะที่เธอถอนหายใจยาว เหมือนเธอไม่อยากจะให้ผมปล่อยเธอออกไป

ผมนั่งฟังเสียงเธอหายใจ –ทั้งเหน็ดเหนื่อยและไม่สม่ำเสมอ ลูบผมของเธออย่างอ่อนโยน เฮอร์ไมโอนี่ตัวอุ่นและนุ่ม ผมได้กลิ่นแชมพูของเธอเหมือนดอกไลแลค ผมของเฮอร์ไมโอนี่พาดอยู่บนไหล่ผม เธอช่างดูบอบบาง ในอ้อมแขน –งดงามและเปราะบาง  ผมนึกถึงตัวเองตอนที่ยังรังเกียจเธอ แต่เวลานี้ไม่อีกแล้ว ตอนนี้สิ่งที่ผมรู้คือเธออยู่ตรงนี้ –กำลังจะแตกสลาย อยู่ข้างๆหัวใจผม แล้วสิ่งที่ผมรู้ต่อมาคือ ผมกำลังช่วยให้เธอคงอยู่เป็นเนื้อเดียว

“มันไม่เป็นไร” ผมกล่าว เบาจนตัวเองแทบไม่ได้ยิน “จริงๆแล้ว.. มันก็เป็น” ผมปล่อยศีรษะตัวเองพิงกับรากไม้ เงยหน้าขึ้นมองเพดาน ความรวดร้าวอย่างประหลาดสะท้อนอยู่ในอก “มันเป็นแค่ฝัน”

เธอไม่ได้ตอบ ผมลูบนิ้วโป้งเข้ากับเสื้อสเวตเตอร์ของเธอ เฮอร์ไมโอนี่ถอนหายใจ เธอดูสบายใจขึ้นนิดหน่อย ผมหลับตาลง ลูบนิ้วโป้งไปมาบนแผ่นหลังของเฮอร์ไมโอนี่

 

เฮอร์ไมโอนี่

ฉันนอนอยู่ท่ามกลางสายหมอกและความมืดมิด เสียงที่ดังเป็นจังหวะก้องอยู่เหนือหัว รู้สึกถึงความอบอุ่นอยู่รอบๆฉัน อุ่น และหนักแน่น ฉันลืมตาขึ้นอย่างช้าๆ

แขนของฉันกำลังกอดอยู่รอบคอคนๆนึง และจมูกซุกอยู่กับความนุ่มของผิวเนื้อ เสียงดังเป็นจังหวะนั้นคือเสียงของหัวใจที่เต้น ฉันรู้สึกได้ถึงชีพจรและหัวใจของเขา แขนแข็งแกร่งรัดอยู่รอบเอว อีกข้างวางอยู่บนสะโพก

ฉันผงกหัวขึ้นมาดู เส้นผมสีทองซีดๆกับแผ่นหลังพิงเข้ากับรากไม้ ขนตายาวปิดลง ดวงตาปิดสนิท

นั่นทำให้หัวใจของฉันกระตุกผิดจังหวะขึ้นมาอย่างตื่นเต้น

เดรโกกอดฉันไว้ในอ้อมแขน จนพวกเราผล็อยหลับไปทั้งคู่

แล้วฉันก็นึกขึ้นได้

เดรโกคนที่มีดวงตาสีดำสนิท แฮร์รี่ที่โดนมีดเงินแทงเข้าตรงหัวใจ รอนที่ถูกทำให้กลืนเวทย์มนต์สีเขียวนั่น..

เดรโกที่ดวงตาสีดำสนิทสลายไปกลายเป็นเพียงควัน แล้วฉันก็เงยหน้าขึ้นสบตากับดวงตาสีฟ้าของเดรโกตัวจริง เขาอุ้มฉันไว้ พยายามหยุดยั้งทุกอย่าง และทำให้ฉันเห็นว่านั่นเป็นเพียงความฝัน

ฉันมองหน้าเดรโก รอยสีดำคล้ำปรากฎอยู่ใต้ดวงตา ฉันนิ่วหน้า เขาคงจะไม่สบายตัวที่ฉันอยู่ตรงนี้ ฉันจึงค่อยๆเอาแขนออกจากรอบไหล่เขา และลุกออกจากตักอย่างเงียบที่สุด เขาขยับตัว ฉันนึกว่าเขาจะตื่น แต่เมื่อฉันวางแขนของเขาลง เขาเพียงแค่ร้องเบาๆออกมา และหันหน้าไปอีกทาง นิ้วมือของฉันประสานเข้ากับนิ้วมือซีดขาวของเขา เพียงแปปเดียว และในเวลานั้น ความคิดของฉันก็กระจ่างออก –ที่สุด นับจากเวลาที่เข้ามาในห้อง

ตลอดเวลา ฉันได้แต่หาทางออกไป ดิ้นรนกับฝันร้ายและนิมิตราวกับมันเป็นศัตรู ฉันต่อสู้กับเส้นทางทั้งในป่าและทุ่งข้าว รวมถึงต้นวิลโลว์ ฉันเคยคิด ว่าห้องต้องประสงค์พยายามทำให้เราสับสน และมันต้องการให้เราติดอยู่ข้างใน

ห้องต้องประสงค์ เก่าแก่ยาวนานมาหลายร้อยปี ถูกสร้างโดยพ่อมดแม่มดที่เก่งที่สุด มันคงถูกใช้โดยนักเรียนมาเป็นพันๆคนแล้ว มันตอบสนองกับสิ่งที่พวกเขาต้องการ ในเวลาที่พวกเขาต้องการ

ห้องนี้ไม่ได้พยายามกักขังพวกเรา  พวกเราต่างขอในสิ่งที่ต้องการ และมันเพียงสนองสิ่งที่พวกเราร้องขอ

ฉันไม่สงสัยเลย เดรโกวิ่งออกมาจากห้องน้ำและเสียงในหัวที่ตะโกนก้องเพียงอย่างเดียวของเขาคือ ฉันต้องการที่ซ่อนที่ปลอดภัยที่สุด ห้องสนองโดยการให้ทุ่งข้าวกับต้นวิลโลว์เป็นที่หลบภัย –ต้นวิลโลว์ที่ดูเหมือนอยู่ในริวเวอร์เดลหรือลอร์ทลอเรียน มันดึงออกมาจากความทรงจำของเขา จากหนังสือโทลเคนที่เขาเคยอ่าน

แล้วสำหรับฉันล่ะ? ฉันนิ่งคิด ถึงสิ่งที่เคยขอเมื่อตอนเข้ามา

ฉันเพียงแค่ต้องการเวลาเท่านั้น

ฉันต้องการเวลาเพื่อพูดคุยกับเดรโก หาความจริงเรื่องเคที่ เบลล์ และสิ่งที่เขากำลังวางแผน

แต่คำขอของฉันจะไม่เป็นจริง หากฉันออกจากห้องและเปิดประตูออกไป ถ้าพวกเราได้ออกไปตอนนี้ และสิ่งที่พวกเราต่างหวาดกลัวที่สุดปิดกั้นไม่ให้เราได้ออกไป

ห้องต้องประสงค์ไม่ได้อยากให้พวกเราพยายามหาทางออก มันอยากให้พวกเราอยู่ในนี้ เพราะสิ่งที่พวกเราต่างร้องขอ

ฉันจำได้ว่าได้ยินเสียงนาฬิกาดังขึ้นในตอนที่พวกเราเข้ามา และนาฬิกาในต้นวิลโลว์นี่ มันไม่ทำงาน เวลาจะหยุดเดินเมื่ออยู่ในที่ที่ปลอดภัย

ห้องต้องประสงค์มอบเวลาให้กับพวกเรา ตามที่ฉันต้องการ

สายลมพัดอย่างรุนแรงอยู่ข้างนอก แต่เสียงของมันไม่เหมือนที่ผ่านมา ราวกับกำลังอยู่ท่ามกลางทะเลมากกว่า กลิ่นที่พัดหอบเข้ามาเหมือนกลิ่นฝนในฤดูใบไม้ผลิ ฉันลุกขึ้นยืน ปัดม่านใบไม้ออกให้พ้นทาง

หมอกสีดำพิษข้างนอกกำลังม้วนตัวกลับราวกับมีคนม้วนพรม –

แล้วป่าทั้งป่าก็หายไป ฉันเห็นมัน เพียงแปปเดียว –ต้นไม้ที่เหมือนโครงกระดูกสีดำ กำลังถอยลับหายไปพร้อมกับหมอก เหลือไว้เพียงทุ่งข้าวกว้างไกลที่สะบัดพลิ้วตามแรงลมกับยอดเขาสีเขียว

ฉันก้าวออกมา แสงสีทองลูกกลมที่จะส่องขึ้น เมื่อพวกเราเหยียบลงไปตอนอยู่ในต้นวิลโลว์ตามออกมาด้วย มันหมุนอยู่รอบตัวและค่อยๆลอยขึ้นหายไปนท้องฟ้าสีดำว่างเปล่าเบื้องบน

แสงสีทองส่องประกายไปทั้งทุ่งข้าว มันสว่างขึ้นเรื่อยๆ ฉันได้แต่ยืนมองอย่างตกตะลึง

ม่านใบไม้ขยับอยู่ข้างหลัง ฉันหันกลับไปมอง

เดรโกเดินออกมา เขาสบสายตาเข้าหาฉัน ฉันไม่ได้กล่าวอะไร สีหน้าของเขาดูอ่อนโยน เขาก็ไม่ได้พูดอะไรเหมือนกัน แต่เมื่อเขาแห็นสีทองนั่น เขาก็ทำท่าเหมือนจะพูด และก้าวมายืนข้างฉัน

ปลายของต้นข้าวดูเหมือนกำลังเรืองแสงราวกับหิ่งห้อยลงเกาะอยู่ตรงยอดของมัน สายลมเริงระบำ ทำให้ผมของพวกเราปลิวไหว ดูเหมือนแสงสีทองเป็นพันๆ –ไม่สิ เป็นล้านๆดวงจะส่องสว่างขึ้น

ฉันแหงนคอมองดูแสงที่เปล่งประกาย จากทางหางตา ฉันเห็นเดรโกก็ทำแบบนี้เหมือนกัน แสงส่องลงมาราวกับแสงอาทิตย์ –ยกเว้นว่ามันไม่ได้ให้ความอบอุ่น และสว่างกว่าดวงอาทิตย์ กว่าทุกสิ่งที่ฉันเคยเห็น

แล้วแสงลูกเล็กๆนั้นก็แตกกระจายออก –เป็นพันล้านชิ้นส่วน แทรกซึมเข้าไปทุกบริเวณที่

กลายเป็นดวงดาวล้านๆดวงประดับฟากฟ้าที่ห่างไกล

ท้องทุ่งข้าวแผ่ออกไปสุดหูสุดตา ป่าดำมืดหายไปแล้ว สายลมกำลังหัวเราะอย่างรื่นเริงมากกว่าเมื่อตอนกลางวัน ฉันโอบแขนกอดตัวเองและมองไปทางเดรโก

เขากำลังเงยหน้ามองดูหมู่ดาว ดวงตาสะท้อนแสงของมัน ดูทั้งมีความสุดและแปลกใจระคนกัน เขากอดอก ส่ายหน้า

“เหลือเชื่อจริงๆ” เขากระซิบ และฉันยิ้มตามคำตอบรับ

เวลา สิ่งที่ฉันขอ ฉันต้องการเวลา เพื่อถามเดรโกเรื่องเคที่เบลล์ เรื่องที่เขาร้องไห้ ฉันต้องการเวลาเพื่อให้เขาใจเย็นลงและให้พวกเราได้คุยกัน ฉันต้องการเวลาเพื่อให้พวกเราเปิดใจกันให้มากขึ้น และตอนนี้ฉันก็ได้มันมาแล้ว

ก่อนที่ฉันจะเดินเข้าสู่ห้องต้องประสงค์ ฉันเห็นด้วยกับทุกคนที่ว่า เดรโกมัลฟอยไร้ซึ่งมนุษยธรรมและไม่อาจเปลี่ยนแปลงได้ นั่นเป็นเรื่องจริง ฉันจะเสียเวลาหากพยายามจะทำ มันเป็นเรื่องที่เป็นไปไม่ได้

แต่ห้องต้องประสงค์ ห้องที่มีสติปัญญาล้ำลึกยิ่งกว่านักเรียนฮอกวอตส์คนไหนๆไม่เห็นด้วย ฉันยืนอยู่ตรงนี้ มองดูเดรโกภายใต้แสงสว่างจากดวงดาว ความเชื่อของฉันเริ่มสั่นคลอน ในนี้ มีเพียงฉันกับเดรโกมัลฟอย โอบอุ้มด้วยท้องฟ้าอีกผืน ในโลกอีกใบ ที่ไม่ต้องการเวลา

บางที มันอาจจะเป็นไปได้ก็ได้

 

 

 

 

แปลไปเขินไปค่ะตอนนี้ วี๊ดดดด เขาอุ้มกันกอดกันตอนหลับด้วยยยยยย

 

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 132 ครั้ง

481 ความคิดเห็น

  1. #462 Angels cry (@junelove-sakusa) (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 6 กุมภาพันธ์ 2563 / 19:21

    -////- เดรกกกอุ้มหนูเฮอร์ น่ารัก นอนกอดกันด้วย

    #462
    0
  2. #445 piinkhyun (@piinkhyun) (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 14 มกราคม 2563 / 18:50
    อ๊ายยยยยยยยยย เขิน
    #445
    0
  3. #414 Tarantallegra (@Tarantallegra) (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 17 พฤศจิกายน 2562 / 07:07

    แอบเขินเบาๆเลยค่ะ

    #414
    0
  4. วันที่ 18 กันยายน 2561 / 22:26
    งานที่ต้องส่งพรุ่งนี้มีแบบทับตัวเองตายได้ก็ยังจะหนีมาอ่านจนได้ ฮื่อ
    #380
    1
  5. #368 WellKudes (@galip_po455) (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 11 กันยายน 2561 / 22:53
    ร้องไห้ไปฟินไป ฮรึกกก
    #368
    0
  6. #348 Miya. (@yonoop) (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 13 สิงหาคม 2561 / 21:37

    วี๊ดดดดดดดดดดดด เป็นตอนพาฟินมากก

    #348
    0
  7. #339 inlovewithin (@inlovewithin) (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 3 สิงหาคม 2561 / 00:06
    ฉากอุ้มนี่วี้ดมากกกก
    #339
    0
  8. #320 cloudzel_ (@cloudzel_) (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 1 สิงหาคม 2561 / 12:14
    กริ้ดดด เดรโกอบอุ่นที่สด คนดี;____;
    #320
    0
  9. #300 BeamLightyear (@BeamLightyear) (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 30 กรกฎาคม 2561 / 22:36

    รู้สึกเหมือนกำลังดูหนังภาคพิเศษของคู่นี้เลยค่ะ คือเเบบกำเนินเรื่องดีมาก

    #300
    0
  10. #264 fai_btam (@fai_btam) (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 28 กรกฎาคม 2561 / 11:22
    ฮือออ ฉากกอดเขินมากงุ้ยยย
    #264
    0
  11. วันที่ 27 กรกฎาคม 2561 / 23:00
    เป็นตอนที่ย้อนอ่านหลายรอบมาก อบอุ่นกว่าไมโครเวฟก็เดรโก มัลฟอยนี่แหละ เขินแบบเขินมาก เขินไม่ไหวแล้ว ทำไมดีอย่างนี้
    #258
    0
  12. #235 kuychai (@kuychai) (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 30 มิถุนายน 2561 / 23:36
    ฟินนนนน
    #235
    0
  13. #196 แพะสีดำ (@pnnchan2127) (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 23 สิงหาคม 2560 / 19:12
    เขิน... ความอบอุ่นของเดรกที่ค่อยๆมาอย่างช้าๆ ดีจังเลย<3
    #196
    0
  14. #173 l!i:.นู๋ นิ้ ง.:i!l (@ninko) (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 23 กรกฎาคม 2560 / 11:31
    ฟินมากกกจริงๆๆๆ เดรเป็นคนอบอุ่น เป็นคนดีนะ

    ดีใจที่หนูเฮอร์ได้สัมผัสมุมนี้
    #173
    0
  15. #30 juliet! !! (@juliet1992) (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 8 มกราคม 2560 / 18:12
    โอ้ยย อบอุ่นหัวใจจังค่ะไร้ ชอบๆๆ
    #30
    0
  16. #29 Hatsune Maluko (@napasakorn102) (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 7 มกราคม 2560 / 01:33
    บิดไปสิ เขินไปสิ จะตายแล้วววว >///< น่ารักมาก ดูอบอุ่นจังงง~
    #29
    0
  17. #28 Memoris S'Misa (@misakikawaichi68) (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 6 มกราคม 2560 / 17:10
    กรี๊ดดดด แรงมว๊ากกกกกก >\\\\<
    ฟินนนนนนน เป็นแบบนี้อีกได้ไม ><
    #28
    0