(Dramione) What The Room Requires

ตอนที่ 3 : 3

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 3,627
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 162 ครั้ง
    23 พ.ย. 59

เดรโก POV 

ผมได้ยินเสียงเธอเดินตามหลังผมมา มือผมยังเจ็บอยู่นิดหน่อยจากการโดนงูกัดบางแห่ง ผมกลอกตา ขณะเดินย่ำผ่านลูกสนที่ตกอยู่ใต้เท้า ผมน่าจะให้เธอโดนงูกัดตายไปเลย ยกเว้นแต่ว่าเธอจะไม่ตายและร้องเสียงแหลมน่ารำคาญอยู่แบบนั้น พอผมช่วยเธอออกมา เธอก็เงียบลง เพราะงั้นนี่จึงเป็นทางเลือกที่ดีกว่า ผมบอกตัวเอง 

"นายแน่ใจใช่ไหมว่าเป็นประตูบานนี้จริงๆ?" เธอถามขึ้นข้างหลังผม 

"เธอถามคำถามอยู่ตลอดเวลาเลยใช่ไหม" ผมถอนหายใจ 

"ถ้าไม่ถาม ฉันก็ไม่มีวันรู้คำตอบน่ะสิ" เธอเถียง 

"ถ้าหากว่าเธอแค่ฟั สักครั้งนึงในชีวิต" ผมเถียงกลับ 

"ฉันก็พยายามฟังอยู่นี่ไง" เธอบอก "ฟังคำตอบของนาย" 

"งั้นก็ไม่.. ฉันไม่แน่ใจว่าเป็นประตูบานนี้" 

"ฉันว่าฉันจำได้" เธอพูด ทำให้ผมหยุดเดินและหันกลับมามองเธอ เธอเดินผ่านผมไปหน้าตาเฉย สายตาจ้องมองไปที่ประตู 

"จำได้?" 

เธอไม่ตอบ เดินเข้าไปใกล้มันมากขึ้น เอื้อมมือไปจับลูกบิดประตู 

"เธอจำมันได้ยังไง" เธอยังคงไม่ตอบคำถามผม แค่ยืนอยู่ตรงนั้นเฉยๆ 

"เหอะถ้าฉันรู้ว่ายิ่งถามยิ่งทำให้เธอเงียบได้ รู้งี้ฉันน่าจะ-" 

เธอบิดลูกบิดประตูและเปิดเข้าไป แสงสว่างลอดออกมาจากช่องประตู ผมยกมือขึ้นบังสายตาจากแสง เฮอร์ไมโอนี่สูดหายใจเข้าช้าๆ 

"นี่มัน.." เธอเปิดประตูให้กว้างขึ้นและก้าวเข้าไปในนั้น 

ห้องนอน 

"เกรนเจอร์" ผมเรียก และเดินตามเข้าไป ได้กลิ่นดอกไม้หอมอ่อนๆ ผมกระพริบตาเพื่อปรับเข้ากับแสงอันเจิดจ้า เฮอร์ไมโอนี่ ซึ่งตอนนี้ยืนอยู่หน้าเตียงที่ถูกจัดอย่างเรียบร้อย ผนังห้องเป็นสีขาว หน้าต่างที่ห้อยด้วยผ้าม่านสีม่วงกับโต๊ะและเก้าอี้นั่งเล่นอยู่ทางซ้ายมือ ข้างหน้าพวกเรามีบอร์ดอันใหญ่ ประดับด้วยรูปภาพ หนังสือพิมพ์ และโน้ตต่างๆ ข้างผนังใกล้ๆกับบอร์ดแขวนรูปภาพดอกไม้นานาชนิด และที่วางอยู่บนพื้นคือตู้เก็บหนังสือสูงประมาณครึ่งขา หนังสือในตู้วางอย่างเรียบร้อย ที่มุมห้องก็มีกองหนังสือเช่นกัน และมีสัตว์สตัฟฟ์ตัวเล็กๆด้วย ห้องสว่างไสวไปด้วยโคมไฟอันเล็กๆที่ดูหวานแหววและค่อนข้างโบราณ ผมมองไปที่รูปภาพอย่างสงสัยและกลัวระคนกัน มันไม่ขยับเขยื้อน 

เฮอร์ไมโอนี่ก้าวข้ามพรมบนพื้นอย่างรวดเร็ว เธอเดินไปหยิบสัตว์สตัฟฟ์ขึ้นมากำไว้แนบอก เมื่อเธอหันหน้ากลับมา ก็มีแววตื่นเต้นและดีใจปรากฎอยู่ในสายตา 

"นี่ห้องของฉัน!" 

ผมตกใจ หมุนตัวไปรอบๆ รีบวิ่งไปที่ประตูที่กำลังจะปิดและเอื้อมมือเปิดมัน เพื่อพบกับชุดมากมายที่แขวนอยู่ในนั้น ตู้เสื้อผ้า 

"นี่มัน- นี่หมายความว่า เราเดินทางผ่านตู้เสื้อผ้าของเธอมา?" ผมร้อง เอามือแหวกชุดออกและหันมาทางเธอ เธอกำลังมองมาที่ผมอย่างตกตะลึง 

"ฉันไม่ได้เป็นคนวางแผนเรื่องทั้งหมดนี่นะ" เธอบอก 

"ฉันรู้น่า" ผมพูดอย่างอ่อนเพลีย "มันก็แค่.." ผมโบกมือไปมา "ฉันอยู่ใน.." 

"อะไร?" เธอเชิดคางขึ้น "ห้องนอนมักเกิ้ลงั้นสิ?" 

ผมปล่อยมือออกจากลูกบิดประตูและเดินไปหาเธอ "ไม่ใช่" ผมตอบ "ห้องนอนของเด็กผู้หญิง" 

เธอเลิกคิ้วขึ้น เหมือนจะพูดอะไรสักอย่างแต่ก็หุบปากลง แล้วเธอก็หัวเราะ 

"โอ้ ..ฮ่าฮ่า" เธอส่ายหน้า แต่ยังไม่หุบยิ้ม 

"อะไร?"ผมถาม หน้าขึ้นสี 

"ไม่มีอะไร ฉันแค่.." แล้วเธอก็หยุดพูดไปเสียดื้อๆ สีหน้าจริงจังกว่าเดิม เธอมองไปทางกำแพง "เรามาอยู่ที่นี่ได้ยังไง? ฉันมั่นใจว่าฉันไม่ได้คิดถึงห้องนี้.." 

"ยังไงมันก็ไม่ใช่ทางออก แล้วตอนนี้ป่านั้นก็กลายเป็นตู้เสื้อผ้าไปแล้วเรียบร้อยด้วย" ผมมองกลับ เฮอร์ไมโอนี่มองไปที่ตู้เสื้อผ้าอย่างครุ่นคิด เธอเดินผ่านผมไปทางตู้เสื้อผ้า เปิดประตูออก เอื้อมมือไปแตะชุดๆหนึ่ง 

"เหมือนประตูไปนาร์เนีย" เธอพึมพำ ผมอ้าปากค้าง 

"เกรนเจอร์ เธอรู้เกี่ยวกับเรื่อ-" 

"ที่รัก น้ำชาพร้อมแล้วจ้ะ" 

ผมสะดุ้ง เฮอร์ไมโอนี่หันขวับไปทางประตู 

"แม่คะ? เธอตะโกน 

"อะไรจ้ะ?" 

"แม่!" เธอวางสัตว์สตัฟฟ์ลงบนเตียงและวิ่งไปที่ประตู 

"เกรนเจอร์! นี่ไม่ใช่- เกรนเจอร์! อย่าโง่น่า!" ผมเรียกเธอ แล้ววิ่งตามเธอไป นาทีถัดมา ผมเห็นตัวเองนั่งอยู่ในห้องเล็กๆ ที่มีกำแพงล้อมรอบ กองผ้าในกล่องแปลกๆกำลังเคลื่อนไหว มีเก้าอี้ เปียโน- 

และคนสองคน กำลังยืนอยู่อีกด้านของกองผ้านั่น คนหนึ่งเป็นผู้ชายรูปร่างผอม ผมสีบลอนด์อ่อน สวมเสื้อสเวตเตอร์และกางเกงสีซีด อีกคนเป็นหญิงสาวผมเข้ม สวมชุดเดรสสีดำ กำลังกอดเฮอร์ไมโอนี่แน่น 

"แม่!" เฮอร์ไมโอนี่พูด ซบหน้าลงบนหน้าอกของผู้หญิงคนนั้น 

"ลูกรัก เป็นอะไรหรือเปล่า?" ผู้หญิงคนนั้นร้องออกมาอย่างขบขัน แต่หน้าตาที่งดงามของเธอดูสงสัยและกังวล ผมยืนอยู่ข้างเปียโน ทำตัวไม่ถูกในที่แบบนี้ แล้วผู้ชายคนนั้นพ่อของเฮอร์ไมโอนี่เขามองเห็นผมในที่สุด 

"นี่ใครน่ะเขาถาม เฮอร์ไมโอนี่หันหน้ากลับมาแต่ยังไม่ปล่อยแม่ของเธอ 

"โอ้.. นี่คือ.. เอ่อ นี่คือเดรโก มัลฟอย เพื่อนที่โรงเรียนหนู" 

"เดรโก มัลฟอย?" แม่ของเธอทวนคำ มองหน้าเธอ แล้วดวงตาสีเข้มก็สบกับผม "คนที่เรียนลูกด้วยคำว่า-" 

เฮอร์ไมโอนี่กระแอม มองผมด้วยสายตาแปลกๆ ทำให้ผมกลืนน้ำลาย 

"คุณมัลฟอยมักเกิ้ลผู้ชายเดินตรงเข้ามาหาผม กลบเกลื่อนความตะลึง และความกลัวด้วยรอยยิ้มของเขา "ยินดีที่ได้รู้จักเขายื่นมาออกมา ผมสบตาเข้ากับสายตาดุๆเฮอร์ไมโอนี่ จึงยื่นมือออกไปให้เขาจับ และปล่อยทันที ผมห้ามตัวเองไม่ให้เช็ดมือเข้ากับขากางเกง เฮอร์ไมโอนี่จ้องมองผม 

"ลูกกลับมาทำอะไรที่บ้าน?" คุณนายเกรนเจอร์ถาม หล่อนยืนอยู่ข้างหลังเธอ และกำลังโอบไหล่เธอแทน 

"เอ่อ.. คือว่าพวกเรา.." เฮอร์ไมโอนี่มองผมอีกครั้ง เห็นสายตาของเธอที่เปลี่ยนไป ผมอยากจะกลอกตาใส่เธอ ดูเหมือนเธอจะลืมไปแล้วว่าพวกเราเป็นอะไรกัน 

"พวกเรา..หลง.." เธอพยายามอธิบาย "หนูกำลังหา-" 

และทันใดนั้น ประตูหน้าบ้านก็ปลิวออก 

สายลมพัดปลิวผ่านแก้มผมอย่างรุนแรง ทำให้กระจกและแก้วในบ้านตกลงมาแตก ผมถอยหลังออกมา เฮอร์ไมโอนี่และแม่ของเธอกรีดร้อง เหวี่ยงแขนเข้าหากัน คุณเกรนเจอร์กอดพวกเขาไว้อีกแรง หัวใจของผมเต้นระส่ำ แทบจะกระดอนออกมาทางปาก 

ข้างนอก แสงในตอนกลางวันได้กลายเป็นความมืดมิดราวกับพลิกฝ่ามือ ประตูหลุดลงมากองที่พื้น ทับกับเศษกระจกแตกๆ 

"หมอบลง!" คุณเกรนเจอร์สั่ง กดลูกสาวและภรรยาของเขาลงกับพื้น ผมหลบไปหลังโซฟา ควานหาอะไรบางอย่างในกระเป๋ากางเกง- ทำให้ผมสบถ บ้าชิบ ผมไม่มีไม้กายสิทธิ์อยู่กับตัวนี่ 

"เดรโกเฮอร์ไมโอนี่เรียกศีรษะของเธออยู่ห่างจากผมเพียงฟุตเดียว แต่ในความมืดทำให้ผมมองไม่เห็นตัวเธอ 

"เงียบ!" ผมสั่ง แล้วลุกขึ้นนั่ง แอบมองออกไปจากข้างบนเบาะโซฟา  

ข้างนอกมีทั้งฟ้าผ่าและพายุกระหน่ำ รวมถึงร่างสองร่างยืนอยู่ตรงทางเข้าประตู 

ทันทีที่เห็นมัน หัวใจของผมก็เต้นรัว แม้แต่ในบ้านของมักเกิ้ล ที่ๆพวกเขาไม่ควรจะมา ผมก็จำได้อย่างคุ้นเคย ว่าพวกเขาคือใคร 

พ่อของผม กับเบลล่าทริกซ์ เลสแสตรงค์ 

มือของเฮอร์ไมโอนี่จับมือผม 

"นั่นใครน่ะ?" เธอกระซิบผ่านที่ซ่อนของเธอ ผมไม่ได้ตอบ และชักมือของผมออกจากมือของเธอ ผมลุกขึ้นยืนเพื่อที่จะได้คุยกับพวกเขา- 

"ลูมอสพ่อของผมโบกไม้ แสงสีขาวส่องสว่างไปทั่วห้อง ทำให้เห็นใบหน้าพ่อได้ชัด เย็นชาและไร้ความรู้สึก เขาหันไปมองคุณเกรนเจอร์ ทำให้ผมเห็นความแตกต่างได้อย่างชัดเจน ผมยิ้มเยาะ ระหว่างมักเกิ้ลที่ยืนอย่างงกงัน สั่นอย่างหวาดกลัว ไร้เวทย์มนต์ ผอมและโสโครก กับพ่อของผม ผมยาวสีขาวบลอนด์ ผ้าคลุมสีดำสง่าและดวงตาสีฟ้า ที่เย็นชาเหมือนน้ำแข็ง 

ป้าเบลล่าอ้อมมายืนข้างหลังเขา เอียงศีรษะไปด้านหนึ่ง หมุนไม้ในมือของเธอเล่น 

"เอาน่า ลูเซียสเธอพูดเสียงเบา "ปล่อยพวกมันไปเถอะ" 

พ่อแค่เลิกคิ้วและมองอย่างว่างเปล่า เรียกคุณเกรนเจอร์ที่ตัวสั่นสะท้านออกมา 

"ลูกสาวของแกอยู่ไหน?" 

เฮอร์ไมโอนี่จับผมอีกครั้งนิ้วมือเย็นๆของเธอวนอยู่รอบข้อเท้า รอยยิ้มของผมหุบลง 

"พวกคุณเป็นใคร?" คุณเกรนเจอร์ถามลอดไรฟัน 

"ผู้เสพย์ความตายพ่อตอบ "นั่นก็พอแล้ว" 

เบลล่าทริกซ์หัวเราะออกจมูก 

"ลูกสาวของแก เฮอร์ไมโอนี่ เกรนเจอร์พ่อของผมพูดเสียงเบา "ส่งเธอมาให้ฉัน แล้วชีวิตของแก และเมียแกจะปลอดภัย" 

คุณเกรนเจอร์กำมือแน่น 

"แล้วถ้าเป็นแก จะส่งลูกให้หรือเปล่าล่ะ?" 

พ่อเอียงศีรษะอย่างช้าๆ ดวงตาของผมเบิกกว้าง ลมหายใจแทบจะหยุดลง 

"ก็แล้วแต่ว่าแกกำลังพูดกับใครพ่อตอบ "แล้วถ้าเป็นฉัน ฉันจะให้" 

ผมนั่งลงกับพื้น ดวงตาเริ่มพร่ามัว 

"แต่ไม่ใช่กับฉันคุณเกรนเจอร์ตอบ "แกจะไม่มีวันได้เธอ" 

มือของเฮอร์ไมโอนี่ที่จับอยู่รอบข้อเท้าของผมเริ่มสั่น 

"ดีมาก น่าประทับใจจริงๆพ่อพูด เขายกไม้ขึ้น เฮอร์ไมโอนี่ปล่อยมือจากข้อเท้าผม 

"พ่อคะ!" เธอตะโกน คลานออกไปจากอ้อมกอดของแม่ 

"เฮอร์ไมโอนี่ อย่า!" แม่ของเธอร้อง 

"พ่อคะ หนูจะไปเอง!" เธอตะเกียกตะกายขึ้นยืน ดวงหน้าซีดขาว เธอวิ่งเข้าไปหาพ่อของผม "หยุดเถอะ! ได้โปรด หยุดมันเถอะ!" 

สายตาของผมมองไปที่พ่อ แต่เหมือนกับว่าพ่อมองไม่เห็นเธอ เหมือนกับเธอไม่ได้อยู่ที่นั่น สายตาของเขาจ้องตรงไปที่คุณเกรนเจอร์เพียงผู้เดียว 

"หยุด!"เฮอร์ไมโอนี่ตะโกนสุดเสียง 

"อะวาดา เคดราฟรา" 

ผมนอนราบลงไปกับพื้น พร้อมๆกับจังหวะที่แสงสีเขียวสว่างวาบขึ้นทั่วห้อง ป้าเบลล่าทริกซ์หัวเราะเสียงแหลม ได้ยินเสียงร่างหนักๆตกกระทบกับพื้น 

"ไมมมมมมมมมมมมมมมม่!!!!" เฮอร์ไมโอนี่กรีดร้องเสียงแหลม คุณนายเกรนเจอร์ร้องไห้และกอดร่างที่แน่นิ่งของสามี ไม้ของเบลล่าทริกซ์สว่างวาบ 

"อาวาดา เคดราฟรา!" เธอแผดเสียง คุณนายเกรนเจอร์ชะงัก และล้มลงกับพื้นข้างๆสามีของเธอ ดวงตาของเธอมองเพดานอย่างว่างเปล่า 

ไม่มีเสียงใดๆเล็ดรอดออกมาจากปากของเฮอร์ไมโอนี่ เหมือนกับว่าร่างกายและวิญญาณของเธอถูกฉีกกระชาก เธอล้มลงนอนข้างๆพ่อกับแม่ ร่างกายสั่นสะท้าน พ่อของผมหัวเราะเยาะเธอ รวมถึงเบลลาทริกซ์ที่ไม่สามารถห้ามความปิติยินดีไว้ได้ ทั้งหมดทำให้ผมรู้สึกคลื่นไส้ 

"เกรนเจอร์.." ผมพยายามเรียกเธอผ่านริมฝีปากที่เย็นเยียบ "เกรนเจอร์ นี่มันไม่ใช่-" 

"แม่คะ!" เธอร้องไห้ ลูบผมแม่ให้พ้นจากหน้า เขย่าไหล่สองข้างของแม่เธอ "แม่ มองหน้าหนูสิ แม่คะ!" 

ผมแทบจะอาเจียนออกมา หน้าตาบิดเบี้ยว ผมปิดปากของตัวเอง เงยหน้าขึ้นมองพ่อผม 

พ่อเห็นเธอแล้ว เขาขยับไม้ให้ตรงกับระดับศีรษะของเธอ 

"ลุกขึ้น นังเลือดสีโคลน" 

เฮอร์ไมโอนี่ยังคงร้องไห้กับแม่ของเธอ เบลล่าทริกซ์ขยับมาข้างหน้า กำมือขยุ้มผมของเฮอร์ไมโอนี่ กระชากให้เธอยืนขึ้น 

"เขาบอกให้ลุก!" เธอออกแรงดึงอย่างแรง เพื่อบังคับให้ยืนขึ้น เฮอร์ไมโอนี่น้ำตาไหลอาบแก้ม เอื้อมมือออกไป ตบหน้าเบลล่าทริกซ์ฉาดใหญ่

"แก!" เบลล่าทริกซ์อ้าปากค้าง เฮอร์ไมโอนี่ถองเข่าเข้าใส่อย่างเต็มที่ ทำให้เบลล่าทริกซ์ยอมปล่อยมือและร้องออกมาอย่างเจ็บปวด 

"แกกล้าดียังไง?" พ่อเก็บไม้กายสิทธิ์เข้าไม้เท้า มือซ้ายจับอยู่รอบคอของเฮอร์ไมโอนี่แล้วผลักเธอเข้ากำแพง เขาหวดเธอเข้าที่หน้าด้วยไม้เท้า เลือดไหลออกจากมุมปากของเฮอร์ไมโอนี่ 

ผมหมอบอยู่กับพื้น ผมไม่รู้ว่าต้องทำยังไง หรือทำอะไร แม้แต่ทำไม ผมรู้แค่ว่าทั้งหมดนี่เหลือเชื่อเกินไปที่จะเป็นเรื่องจริง 

"พ่อ?" 

เบลล่าทริกซ์และพ่อหันกลับมาเจอผมพอดี แต่พ่อยังคงบีบคอเฮอร์ไมโอนี่ เธอพยายามข่วนมือ เพื่อจะให้พ่อคลายออก 

"เดรโก?" พ่อถาม เลิกคิ้ว "มาทำอะไรที่นี่?" 

"ผม.. คือผม.."ผมกระแอมให้คอโล่ง รู้สึกเหมือนเป็นไอ้โง่ ที่จะต้องมาพูดต่อหน้าพ่อของตัวเอง ผมยักไหล่ "ผมอยู่ในห้องต้องประสงค์.. ในฮอกวอตส์" 

พ่อมองผมอยู่พักนึง แล้วเขากับเบลล่าทริกซ์ก็มองหน้ากัน และหัวเราะออกมา 

"นังเลือดสีโคลนต้องเอายาเสน่ห์ให้เขาแน่ๆ เจ้าลูกชายน่าสงสารพ่อหัวเราะ แต่คำพูดของผมมีผลกระทบมากกว่านั้น เฮอร์ไมโอนี่มีสีหน้าเปลี่ยนไปเล็กน้อย แต่นั่นก็เพียงพอแล้ว เพียงเสี้ยววินาที คำพูดของผมทำให้เธอนึกขึ้นได้ 

แล้วห้องทั้งห้องก็ถูกกลืนกิน พ่อผมปล่อยมือจากเธอ ทำให้เธอตกลงบนพร แสงทั้งหมดหายไป.. 

และทุกอย่างก็กลายเป็นความมืด และความเงียบเข้ามาแทนที่ ผมกระพริบตาถี่ๆ 

เกิดแสงสว่างเล็กๆผ่านเข้ามาในความมืด ผมยืนอยู่ในทุ่งข้าวบาร์เล่ย์อีกครั้ง ในตอนบ่ายแก่ๆที่พระอาทิตย์กำลังส่องแสงสว่างไปทั่วท้องฟ้า 

เสียงสะอื้นดังขึ้นท่ามกลางความเงียบ สิบห้าฟุตจากผม เฮอร์ไมโอนี่กำลังนั่งชันเข่า สองแขนกอดรอบตัวเอง เธอหายใจเอาอากาศเข้าแล้วร้องไห้ออกมาดังๆ เธอนอนลงกับพื้นข้างๆ ขดตัวกลมเป็นลูกบอล ปิดหน้าตัวเอง 

ผมมองผ่านเธอเข้าไปในป่า แล้วถอนหายใจออกมายาวๆ ผมมองเฮอร์ไมโอนี่อีกครั้ง เธอเงียบลงแล้ว ตอนนี้มีแค่เสียงลมที่เสียดสีกับต้นไม้ อ่อนหวาน ไร้ซึ่งคำพูด ในขณะที่มันพัดผ่านทุ่งข้าวบาร์เล่ย์ 

 

เฮอร์ไมโอนี่ POV 

ฉันร้องไห้จนแทบจะหายใจออกมาไม่ได้ มันแย่ยิ่งกว่าพิษงู เพราะไม่นาน มันก็จะหาย แต่ครั้งนี้มันทะลุทะลวงเหมือนถูกแทงทะลุร่างกาย 

ฉันได้ยินเสียงคนเดินเข้ามาจากที่ไกลๆ เสียงย่ำผ่านต้นหญ้า ฉันลืมตา แต่น้ำตาทำให้สายตาพร่ามัว ฉันไม่อยากรับรู้อะไรอีกแล้ว 

"มันไม่จริง เธอก็รู้" มันเป็นเสียงของเดรโก นิ่งและเย็นชา ฉันไม่ได้ตอบ 

"ฟังนะ มันไม่เห็นจำเป็นจะต้องร้องไห้" เสียงของเขาดังขึ้น หยาบกระด้างกว่าเดิม "เราอยู่ในห้องต้องประสงค์- ทั้งหมดที่เกิดขึ้นมันไม่จริง เธอจำไม่ได้รึไง?" 

ฉันกำต้นหญ้าและถอนมันออกจากพื้นดิน ลุกขึ้นยืนและขว้างมันลงด้วยกำลังแขนทั้งหมดที่มี 

"เพราะว่ามันเป็นเรื่องจริง มัลฟอย" ฉันเถียง บังคับเสียงไม่ให้สั่น "มันเป็นเรื่องจริง" 

"มันไม่ใช่เรื่องจริง" มัลฟอยยืนยัน "ดูซะว่าเราอยู่ที่ไหน! กลางทุ่ง! มักเกิ้ลพวกนั้นปลอดภัยดี!" 

"มักเกิ้ล?" ฉันทวนคำ ความโกรธก่อตัวขึ้นอย่างรวดเร็ว "พวกเขาเป็นพ่อแม่ของฉันนะ!" 

"ไม่ นั่นแค่ภาพลวงตาของพ่อแม่ของเธอ" เขาตะคอก ย่ำเท้าเข้ามาหาฉัน ดวงตาสีฟ้ามองอย่างโกรธขึ้ง เหมือนกับดวงตาของพ่อเขา "นั่นเป็นภาพลวงตาของพ่อกับป้าของฉันเหมือนกัน เรื่องงี่เง่าที่ห้องนี่สร้างขึ้น ทั้งหมดมันไม่ได้เกิดขึ้น!" 

"มันอาจจะเกิดขึ้นก็ได้" ฉันตอกกลับ ทำให้เขาหยุดพูด คิ้วเลิกขึ้นด้วยความฉงน 

"หมายความว่าไง?" 

"แค่มันไม่ได้เกิดขึ้นที่นี่ ตอนนี้ ไม่ได้แปลว่ามันจะไม่มีวันเกิดขึ้น" ฉันพูด เขากระพริบตา 

"งี่เง่าชะมัด" 

"แล้วไง?" ฉันปาดน้ำตา "ไม่มีวันไหนที่ฉันไม่คิดถึงพ่อแม่ อ้อนวอนให้พวกเขาผ่านความลำบาก ฉันไม่ได้อยากให้พวกเขาถูกผู้เสพความตายบุกรุกเข้ามา และฆ่าพวกเขาตาย เพราะฉัน" น้ำตาไหลลงมาอีก เขาส่ายหน้า เหมือนกับฉันพูดภาษาที่เขาไม่เข้าใจ 

"ไม่มีใครจะเสียเวลาไปกับการไล่ฆ่าพ่อแม่มักเกิ้ลของเธอหรอก" เขาตอบอย่างหนักแน่น "นั่นล่ะ ที่ฉันมั่นใจว่ามันไม่เป็นเรื่องจริง พ่อฉันไม่มีทางฆ่าพวกเขาแน่ถ้าเธอยอมมอบตัว" 

"งั้นหรอ" เธอโต้กลับ "ทำไมล่ะ" 

"เพราะเขาไม่ได้เป็นคนแบบนั้น!"เขายืนยัน 

"เขาก็เหมือนกับโวลเดอมอร์!" ฉันคำราม "หรืออย่างน้อย ก็อยากจะเป็น ผู้เสพย์ความตายมองว่ามักเกิ้ลไร้ค่า เหมือนแมลงที่จะบี้เมื่อไหร่ก็ได้ ยิ่งมองจากนายและพ่อของนาย ฉันยิ่งมั่นใจมากขึ้น" 

"พ่อฉันไม่ใช่คนไร้เหตุผล" เดรโกตอบ เขาหายใจแรงและสั้นขึ้นตั้งแต่ที่ฉันพูดชื่อโวลเดอมอร์ "ถ้าเธอยอมแพ้ พ่อฉันอาจจะปล่อยพ่อแม่ของเธอไป" 

"แล้วเบลล่าทริกซ์?" 

เขากระพริบตา 

"เบลล่าทริกซ์น่ะบ้าเขาพึมพำ "ทุกคนรู้" 

"แล้วอะไรจะหยุดเธอจากการฆ่าผู้บริสุทธิ์ได้ ถ้าเธอต้องการจะทำ?" ฉันพูดเสียงดัง 

"พ่อฉัน!"เขาตะโกน 

"ทำไม?"ฉันตะโกนสู้ "เขาไม่สนใจ เขาคิดว่ามันเป็นเรื่องตลกด้วยซ้ำ" 

เดรโกก้าวยาวๆเข้าประชิดตัวฉันแล้วจับไหล่ของฉัน เขย่าตัวฉันอย่างแรง ทำให้ฉันกัดริมฝีปาก 

"พ่อฉันเป็นคนมีเกียรติ เป็นนักรบ เขามีศักดิ์ศรีมากกว่าที่เธอคิด นังหนูสกปรกเลือดสีโคลนเขาคำราม บีบมือแรงๆลงบนไหล่ของฉัน จมูกอยู่ห่างจากหน้าฉันแค่นิ้วเดียว ผมสีบลอนด์อ่อนๆตกลงปรกหน้าเขากลางคิ้วที่ขมวดอย่างโกรธจัดและสันจมูก ระหว่างดวงตาสีฟ้าที่เย็นชาเหมือนน้ำแข็งสองข้าง  

"นายก็ด้วยฉันพูดลอดไรฟัน "นายเองก็อยากจะทำแบบนั้นกับฉันเหมือนกันนี่?" 

เขาคลายมือออก แต่ยังจับฉันไว้เหมือนเดิม เพียงแต่ไม่มีแรงกดเท่าเดิม 

"นายมันเห็นแก่ตัวฉันพูดเสียงกระซิบ น้ำตาร้อนๆเริ่มไหลออกจากขอบตา ฉันแกะมือของเขาออกและยืนตัวตรง "นายเคยคิดถึงจิตใจคนอื่นก่อนที่จะทำร้ายเขาหรือเปล่าล่ะ?" 

เขาผละออกไปจากตัวฉัน สีหน้าซีดเซียวและแข็งทื่อ ฉันปาดน้ำตาอีกครั้ง และเช็ดปากด้วยชายแขนเสื้อ 

"ฉันจะออกไปจากที่นี่ฉันประกาศ "ไม่สนด้วยว่าจะมีอะไรอยู่ในป่า หรือห้องบ้าๆนี่มันจะเล่นตลกอะไรอีก ฉันจะออกไปเดี๋ยวนี้ฉันหันหลังกลับทันทีที่พูดจบ กำหมัดแน่น เดินกลับไปทางเดิมที่จากมา คราวนี้ไม่มีอะไรจะหยุดฉันได้อีกแล้ว 

 


____________


อ่านแล้วรู้สึกกันยังไงกันบ้าง บอกกันหน่อยนะคะ

 

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 162 ครั้ง

481 ความคิดเห็น

  1. #433 N_Ahgase&Army (@0804452409) (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 3 ธันวาคม 2562 / 00:42
    หลายอารมณ์มาก ยิ่งตอนที่สองคนปะทะอารมณ์นี่เดือดสุด
    #433
    0
  2. #410 Tarantallegra (@Tarantallegra) (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 16 พฤศจิกายน 2562 / 23:41

    มัลฟอยก็คือมัลฟอย เย่อหยิ่ง ที่สุด สงสารหนูเฮอร์

    #410
    0
  3. #396 P.NUT☆彡 (@PLOY_6843) (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 9 มีนาคม 2562 / 21:28
    แงงง ดราม่าแล้ว คีพคาร์แรคเตอร์มัลฟอยดีมาก 5555
    #396
    0
  4. #316 cloudzel_ (@cloudzel_) (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 31 กรกฎาคม 2561 / 23:49
    ห้องนี้ชักจะเอาใหย่ละนะ!
    #316
    0
  5. #315 cloudzel_ (@cloudzel_) (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 31 กรกฎาคม 2561 / 23:49
    ห้องนี้ชักจะเอาใหย่ละนะ’
    #315
    0
  6. #296 BeamLightyear (@BeamLightyear) (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 30 กรกฎาคม 2561 / 21:03

    โอ๊ย ห้องมันเล่นกับพ่อเเม่อย่างนี้ก็ดราม่าสินะ เกือบจะร้องไห้เเล้วเนี่ยตอนนี้

    #296
    0
  7. #259 Miya. (@yonoop) (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 27 กรกฎาคม 2561 / 23:09

    ต่างคนต่างสับสน นี่เรื่อฃจริงหรือหลอกกันแน่

    #259
    0
  8. #253 อิอิ (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 27 กรกฎาคม 2561 / 20:14

    รู้สึกหน่วง ๆ ฮืออ อย่าตีกัน ช่วยกันหาทางออกเถอะ

    #253
    0
  9. #231 kuychai (@kuychai) (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 26 มิถุนายน 2561 / 21:12
    ผสมตวามจริงกับหลอก
    #231
    0
  10. #201 isabella♡ (@oxzygen) (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 10 กันยายน 2560 / 04:51
    เกลียดนังเบลลาทริกซ์ :(
    #201
    0
  11. #169 l!i:.นู๋ นิ้ ง.:i!l (@ninko) (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 23 กรกฎาคม 2560 / 08:26
    หนูเฮอร์ยังเชื่อว่ามันเกิดขึ้นจริง หรืออีกไม่นานก็คงเกิดขึ้นจริงสินะ

    เดรก็ดูเชื่อในพ่อตัวเองเกิ๊นน

    สนุกมากกกอะ
    #169
    0
  12. #41 nuttopk625 (@nuttopk625) (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 31 มกราคม 2560 / 22:57
    คุบกันดีๆซี่~ ไหนๆก็ติดอยู่ในห้องนั่นแล้ว ช่วยกันหาทางออกเถอะ อย่าทะเลาะกานนนน
    #41
    0
  13. #27 meperu (@miingcb_12) (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 6 มกราคม 2560 / 10:59
    คุยกันดีๆน้าาา สู้ๆค่ะไรท์
    #27
    0
  14. #10 Draining Always~ (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 25 พฤศจิกายน 2559 / 22:52
    สนุกกกกกกก สู้ๆน่ะค่าาา
    #10
    0
  15. #9 DracoM (@Abclll1) (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 24 พฤศจิกายน 2559 / 12:40
    รอนะคะไรท์ 
    #9
    0
  16. #8 บิลเลียส (@Ororite) (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 24 พฤศจิกายน 2559 / 10:06
    สนุกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกก มาต่อเถอะนะๆๆๆๆ
    #8
    0